Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1265 กลุ่มที่สองของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณ!
ขณะห้าตระกูลจากเผ่าพันธุ์เทพมุ่งหน้าสู่ทะเลจุดกำเนิด ฉินเลี่ยเริ่มเคลื่อนไหว
เช่นกัน
เขาตั้งใจกระตุ้นวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่เพื่อจุดชนวนสายเลือดของสมาชิก
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนตอนปะทะกับปีศาจหุบเหว ทั้งหมดก็เพื่อช่วยเสริมสร้างพลังการ
ต่อสู้ของเผ่าพันธุ์เทพ
จากมุมมองของเขา เขาสามารถฉวยผลึกจุดกำเนิดที่ซ่อนภายในทะเลจุด
กำเนิดได้ก็ต่อเมื่อเผ่าพันธุ์เทพจัดการกลุ่มปีศาจหุบเหวที่ยึดครองทะเลจุด
กำเนิดได้แล้วเท่านั้น
ความพ่ายแพ้ของปีศาจหุบเหวสอดรับกับผลประโยชน์ของเขา
แต่ว่า เขาพลันสัมผัสแรงกดดันอีกคนได้ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ทะเลจุดกำเนิด
หลังจากสามารถได้รับพลังจิตวิญญาณจากร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
ขีดจำกัดของการรับรู้จิตวิญญาณของเขาเลื่อนขั้นอีกครั้ง
ระยะของการรับรู้จิตวิญญาณตอนนี้เหนือกว่าวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหล ครอบคลุมรัศมีห้ากิโลเมตร
เขาสัมผัสแรงกดดันของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอีกกลุ่มได้ที่สุดขอบระยะ
การรับรู้จิตวิญญาณ!
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านั้นไม่ได้อยู่กับกลุ่มของเซินหลานอย่างเห็นได้
ชัด ไม่เพียงแค่พวกเขามีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยคนเท่านั้น ยังสามารถสัมผัส
ไอของสั่วหมู่เอ่อท่ามกลางกลุ่มนั้นได้เช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ากลุ่มสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณนี้กำลัง
มุ่งไปทางเซินหลานอย่างรวดเร็ว
“สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณสองกลุ่ม…” เขาคิดอย่างสับสน
เซินหลานมีเผ่าพันธุ์มีปีกและกระดูก รวมเป็นสามกองกำลังแตกต่างกันที่ไม่ได้
ด้อยไปกว่าห้าตระกูลใหญ่ของเผ่าพันธุ์เทพ
แต่ว่า กลุ่มใหม่ของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณถึงกับเหนือกว่าชัดเจน จำนวน
มากกว่าปีศาจหุบเหวที่กำลังยึดครองทะเลจุดกำเนิด!
กองกำลังนี้พลันปรากฏเมื่อตระกูลเผ่าพันธุ์เทพกำลังจะปะทะกับปีศาจหุบเหว
ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครทราบว่ากองกำลังนี้ีตัวตน
นี่มันช่างขัดกับสามัญสำนึก
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดคือสั่วหมู่เอ่อจากเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคน
นั้นซ่อนอยู่ภายในกลุ่มของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณนั่น
”ไม่ดีแน่!” เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
ทันทีที่เขาเข้าใจเรื่องนี้ หลังจากลังเลสักพัก เขาไม่พุ่งเข้าสู่ศึกนองเลือดจาก
ทะเลจุดกำเนิดที่กำลังจะปะทุระหว่างเผ่าพันธุ์เทพและปีศาจหุบเหว กลับกัน เขา
รีบวิ่งไปหากลุ่มของเซินหลานโดยใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้
ในเวลาเดียวกัน
ขณะนำโดยเซินหลาน เผ่าพันธุ์วิญญาณ กระดูกและมีปีกกำลังมุ่งหน้าไปทะเล
จุดกำเนิด
พวกเขารู้ว่าการต่อสู้กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างเผ่าพันธุ์เทพและปีศาจหุบเหว
ภายในระดับของกลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณ คิ้วของเซินหลานขมวดขณะพลันยก
มือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณหยุด
ทั้งกลุ่มหยุด
“เกิดอะไรขึ้น?” ต๋านั่วถาม
ปาจี๋และเซียนน่ามองนางด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
“นอกจากพวกเราแล้ว มีสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอีกกลุ่มมาที่นี่หรือเปล่า?”
เซินหลานถาม
ต๋านั่วครุ่นคิดสักพัก จากนั้นส่ายหน้า “ไม่”
เซียนน่าประหลาดใจ “นายหญิง ท่านตรวจพบบางสิ่งหรือ?”
“มีปัญหาอะไรหรือ?” ปาจี๋ถามด้วยความสงสัย
“ถ้าไม่มีใครเข้ามา เช่นนั้นทำไมข้าสัมผัสได้ถึงไอชีวิตของเผ่าพันธุ์พวกเรา
ล่ะ?” เซินหลานถามพลางขมวดคิ้ว
สีหน้าของปาจี๋ผ่อนคลาย เขาหัวเราะเบา ๆ “ข้าเดาว่ามีสมาชิกที่โชคดีจนรอด
ชีวิตมาได้”
“นั่นอาจจะเป็นไปได้ ตอนพวกเราเข้ามา พวกเราล้วนกระจัดกระจายเพราะ
สภาพแวดล้อมของอาณาจักรลับจนกระทั่งตอนเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิดเท่านั้นที่
ปาจี๋และข้าพบกับท่าน นายหญิง” เซียนน่ากล่าวพร้อมหัวเราะ
สีหน้าของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นวางใจเช่นกัน
แต่เซินหลานส่ายหน้าพลางขมวดคิ้วแน่น “ไม่น่าใช่”
“ว่าไงนะ” ในที่สุดต๋านั่วไม่วางใจ
“พวกเขามีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยคน มากกว่าปีศาจหุบเหวเสียอีก” เซิน
หลานกล่าว
“ว่าไงนะ?!”
ต๋านั่ว เซียนน่าและปาจี๋ล้วนซีดเผือดกับคำตอบนี้
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นตะโกนด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
“ปะ-เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง? ท่าน… มองผิดไปหรือเปล่า?” เซียนน่าถามอย่างวิตก
“ไม่” เซินหลานส่ายหน้า
ตอนนี้เอง ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกสัมผัสถึงความผิดปกติได้เช่นกัน
เขาเดินออกจากกลุ่มสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกขณะมาถึงกลุ่มของเผ่าพันธุ์
วิญญาณอย่างรวดเร็ว “กลุ่มขนาดใหญ่กำลังใกล้เข้ามา! พวกเขาล้วนคล้าย
กับเป็นเผ่าพันธุ์วิญญาณ!”
ทันทีที่พวกเขาเข้าสู่ระยะการรับรู้จิตวิญญาณของซือถ่านข่า เขาสามารถ
ตรวจจับสัญญาณชีวิตเหล่านั้นได้เช่นกัน
ทันทีที่สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านั้นทราบสิ่งที่ซือถ่านข่ากล่าว พวกเขา
ล้วนเผยสีหน้าแปลกประหลาดออกมา
พวกเขารู้ว่าซือถ่านข่าสามารถใช้การรับรู้จิตวิญญาณได้เช่นกัน ต่อให้เซิน
หลานมองผิด แต่ซือถ่านข่าจะมองผิดไปด้วยได้อย่างไร?
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงมีกลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณอีกกลุ่มได้ล่ะ? พวกเราไม่
เคยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย” ต๋านั่วพึมพำพลางขมวดคิ้ว สับสนอย่าง
เห็นได้ชัด
“ในเมื่อพวกเราเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน มันน่าจะเป็นเรื่องดีสิ” ปาจี๋ปลอบกลุ่ม
แต่ว่า เขาเห็นสีหน้าหนักอึ้งของต๋านั่วและเซียนน่าชัดเจน
“พวกเขาเป็นใคร?” ซือถ่านข่าถาม
“ข้าไม่รู้เหมือนกัน” เซินหลานตอบ
สีหน้าของซือถ่านข่าเปลี่ยนไปขณะถามด้วยน ้าเสียงตกตะลึงว่า “เจ้าจะไม่รู้ได้
อย่างไร?”
เขาพลันสังหรณ์ใจไม่ดี
เวลาผ่านไป
สมาชิกจากสามเผ่าพันธุ์ตึงเครียดทันทีที่รู้ว่ามีความผิดปกติ
พวกเขาล้วนรออย่างเงียบงัน
ผ่านไปสักพัก กลุ่มหินแสงมืดขนาดใหญ่ปรากฏในท้องฟ้าไม่ไกลกันนัก
ทั้งขนาดและคุณภาพของหินแสงมืดเหล่านั้นถึงกับเหนือกว่าของปีศาจหุบเหว
ที่กำลังยึดครองทะเลจุดกำเนิด!
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณมากกว่าหนึ่งร้อยคนสวมชุดที่มีกระจกสีเงินอยู่
ตรงหน้าอกขณะยืนใต้หินแสงมืด
เห็นได้ชัดว่าเป็นลวดลายพิเศษของกลุ่มโบราณ
พวกเขานำโดยชายหนุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณที่มีผิวและดวงตาสีน ้าเงิน เขาหล่อ
เหลา ถึงอย่างนั้นใบหน้ากลับดูชั่วร้าย
กระจกสีเงินเจิดจ้าขนาดเล็กจำนวนมากที่คล้ายกับผลึกต่างมิติลอยอยู่ข้างเขา
คล้ายมีดคมปลาบเย็นเยือก
การปรากฏตัวฉับพลันของเขาทำให้สีหน้าตื่นเต้นของต๋านั่ว ปาจี๋และเซียนน่า
แย่ยิ่งขึ้น พวกเขาตะโกนพร้อมกันว่า “เอ้าเค่อถ่าน!”
“ปาจี๋ เซียนน่า ไม่ได้เจอกันตั้งนาน” เอ้าเค่อถ่านจากเผ่าพันธุ์วิญญาณยิ้ม
กว้างพร้อมกับความเย็นเยือกยากจะบรรยาย “ข้าจำได้ว่าพวกเรายังเป็นสหาย
เมื่อครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน”
“ชะ-ใช่” ปาจี๋ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวเมื่อเห็นเอ้าเค่อ
ถ่าน มันมากพอจะทำให้เขาพูดติดอ่าง
ใบหน้าของต๋านั่วมืดมน “เอ้าเค่อถ่าน! ทำไมเจ้าอยู่ที่นี่?”
“ในเมื่อพวกเจ้ามาที่นี่ได้ ทำไมข้าจะมาที่นี่ไม่ได้ล่ะ?” เอ้าเค่อถ่านถามด้วย
ความประหลาดใจ
“เจ้าน่าจะรู้ว่าการสำรวจอาณาจักรลับแห่งนี้ถูกเตรียมไว้เพื่อนายหญิง
โดยเฉพาะ!” ต๋านั่วตะโกน
“นายหญิง?” เอ้าเค่อถ่านหัวเราะเบา ๆ ขณะส่ายหน้า “นางไม่ใช่นายหญิงข้า”
“หัวหน้ากลุ่ม! ยอดฝีมือระดับสิบทุกคนจากตระกูลใหญ่มากมาย รวมถึงตาและ
ตระกูลของเจ้า! พวกเขาทุกคนสาบานและยอมรับนางเป็นหัวหน้ากลุ่มคนต่อไป
ของพวกเราแล้ว!” ต๋านั่วตะโกนอย่างขุ่นเคือง
“โห จริงหรือ? ถ้าเช่นนั้น ทำไมข้ามาอยู่ที่นี่ล่ะ?” แสงสว่างคมปลาบฉายผ่าน
ดวงตาของเอ้าเค่อถ่าน โดยไม่รอคำตอบของต๋านั่ว เขาพลันกล่าวต่อว่า “ข้ารู้
ว่าเจ้าจงรักภักดีต่อเด็กผู้หญิงคนนี้ ในเมื่อข้าโน้มน้าวเจ้าไม่ได้… เจ้าตายก่อน
ได้เลย”
ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณใกล้ต๋านั่วที่สุดยกมือซ้ายขึ้น
ขณะแทงหน้าอกของต๋านั่ว
มือของเขาทะลวงหัวใจของต๋านั่วจนถึงแผ่นหลัง
“พี่ใหญ่ต๋านั่ว!” เซินหลานตะโกน
ปาจี๋และเซียนน่าซีดเผือดเช่นกัน
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณผู้สังหารต๋านั่วทันทีอยู่กับเขามาตลอด ต๋านั่วสนทนา
กับเขาบ่อยครั้ง
ตอนนี้เอง ทันทีที่เขาสังหารต๋านั่ว เขาถอยกลับไปอยู่ข้างของเอ้าเค่อถ่าน หลัง
จากเซินหลาน เซียนน่าและปาจี๋กุมแขนต๋านั่วเอาไว้ เขาพูดอย่างเฉยชาว่า
“ข้ามาจากตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ สำหรับพวกข้า นายน้อยเอ้าเค่อถ่านคือหัวหน้า
กลุ่มในอนาคต”
”เอ้าเค่อถ่าน! เจ้ารู้ไหมว่าหายนะจากการกระทำจะตกกับตระกูลเจ้าอย่างไร?”
เซียนน่าตะโกน
รอยยิ้มของเอ้าเค่อถ่านพลันชั่วร้าย “ใครเล่าจะรู้? พวกตาแก่ในกลุ่มพวกเราไม่
สามารถทะลวงโลกจุดกำเนิดนี้ด้วยจิตวิญญาณตระหนักรู้ได้ด้วยซ ้า ที่พวกเขา
จะเชื่อคือพวกเจ้าถูกฆ่าโดยเผ่าพันธุ์ที่มาที่นี่ต่างหาก”
ถึงจุดนี้ สายตาของเขาย้ายมาที่ชาเลี่ยและซือถ่านข่าอย่างรวดเร็ว เขากล่าว
พร้อมรอยยิ้มว่า “ดูสิ เผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีก พวกเขาเหมาะเป็นแพะรับบาป
มากเลยใช่ไหมล่ะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา สีหน้าของชาเลี่ยและซือถ่านข่าพลันเคร่งเครียด
ในฐานะกลุ่มข้องเกี่ยว พวกเขาพลันเข้าใจว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบหนี
เอ้าเค่อถ่านย่อมไม่ยอมให้พวกเขารอดออกจากอาณาจักรลับได้!
“เจ้ากล้าดียังไง!” เซียนน่าตะโกนอย่างขุ่นเคือง
เอ้าเค่อถ่านหงุดหงิดเล็กน้อย “ปาจี๋ เซียนน่า ในฐานะอดีตสหายร่วมกันมา
ตราบใดที่พวกเจ้าสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อข้าและยอมยกสัญลักษณ์จิต
วิญญาณให้ ข้าจะยอมไว้ชีวิตพวกเจ้า”
จากนั้นเขานิ่งก่อนกล่าวต่อว่า “แต่นี่จำกัดเฉพาะพวกเจ้าสองคนนะ”
คนที่ปกคลุมในชุดคลุมสีดำสนิทออกมาจากด้านหลังเอ้าเค่อถ่าน เขายิ้มหยัน
ออกมา “ข้าจะเปลี่ยนจิตวิญญาณพวกเจ้าให้เชื่อมโยงกับเอ้าเค่อถ่านตลอด
กาล ข้ารับปากว่าเอ้าเค่อถ่านจะรู้ทันทีที่มีความคิดขบถปรากฏในใจพวกเจ้า
และสามารถแยกจิตวิญญาณออกได้ในทันที”
เขาหัวเราะอีกครั้งหลังจากก้มศีรษะให้เซินหลานเล็กน้อย “พวกเราได้พบกันอีก
แล้ว”
“เจ้าคือสั่วหมู่เอ่อหรือ?” เซินหลานถาม
“ถูกต้องแล้ว”