Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1290: จุดจบปลายทาง
ฉินเลี่ยนั่งบนผลึกจุดก ำเนิดด้วยหัวใจสะอำดและสีหน้ำสงบสุข
กลุ่มพลังจิตวิญญำณลอยลงทะเลสำบจิตวิญญำณขณะเข้ำสู่ผลึกด้ำนล่ำง
ทะเลสำบจิตวิญญำณค่อย ๆ เหือดแห้งหลำยเท่ำ…
แต่ไม่เพียงแค่เขำดูไม่หวำดกลัวเท่ำนั้น ดวงตำของเขำทอประกำยเจิดจ้ำ
รอยยิ้มเล็ก ๆ ขับเน้นรูปลักษณ์ให้ดูเด่นสง่ำ
ยังไงซะ กำรเปลี่ยนแปลงรำกฐำนใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ฝึกยุทธ์เลื่อนขั้นจำก
พลังระดับนิพพำนสู่พลังระดับอมตะคือกำรแทนที่ทะเลสำบจิตวิญญำณด้วย
แท่นบูชำจิตวิญญำณ!
ควำมจริงที่พลังจิตวิญญำณของทะเลสำบจิตวิญญำณของเขำก ำลังหลอมรวม
กับผลึกจุดก ำเนิดเบื้องล่ำงคือสัญญำณว่ำแท่นบูชำจิตวิญญำณของเขำก ำลัง
ก่อตัว
กำรยอมรับพลังและพลังวิญญำณอสนี ปฐพี โลหิตและอื่น ๆ ของเขำคล้ำยกับ
เปลี่ยนเครือข่ำยโลกที่มองไม่เห็นให้ฉำยบนผลึกจุดก ำเนิด
ฉินเลี่ยรู้สึกว่ำเขำก ำลังกลำยเป็นหนึ่งเดียวกับผลึกจุดก ำเนิดเบื้องล่ำง ในเวลำ
เดียวกัน ควำมคิดฉับพลันค่อย ๆ เข้ำสู่จิตใจ
“หวือ!”
ผลึกโปร่งแสงพลันพุ่งออกจำกใต้เท้ำขณะหดตัวตรงหน้ำอกอย่ำงต่อเนื่อง
หลำยวินำทีต่อมำ ผลึกที่มีขนำดเท่ำแท่นดอกบัวก่อนหน้ำนี้มีขนำดเล็กเท่ำเล็บ
มือ
มีผลึกจุดก ำเนิดขนำดเล็กสะท้อนแสงสีขำวร้อนผ่ำนเนื้อและเข้ำสู่จิตใจ
หลังจำกนั้น ผลึกจุดก ำเนิดปรำกฏภำยในจิตวิญญำณตระหนักรู้
“แคร้ก!”
ผลึกจุดก ำเนิดโป่งพองในอัตรำรวดเร็วหลังจำกเกิดเสียงร้ำวของอสนี
ผลึกจุดก ำเนิดขนำดเท่ำเล็บมือขยำยใหญ่เท่ำสนำมหนึ่งพันเอเคอร์ภำยในจิต
วิญญำณตระหนักรู้เพียงพริบตำ
กำรตอบสนองแปลกประหลำดนับไม่ถ้วนทอประกำยภำยในผลึกจุดก ำเนิด
ขนำดมหึมำ
ก่อนฉินเลี่ยจะทันตอบสนอง จิตวิญญำณแท้จริงของเขำถูกดึงออกจำก
ทะเลสำบจิตวิญญำณและเข้ำสู่ผลึก
พลังและพลังจิตวิญญำณที่ไหลเข้ำสู่ผลึกก่อนหน้ำนี้สร้ำงกำรเชื่อมต่อด้วยจิต
วิญญำณแท้จริงทันที
ฉับพลัน เขำรู้สึกเหมือนกับจิตวิญญำณแท้จริงยังกองอยู่ภำยในทะเลสำบจิต
วิญญำณอย่ำงสะดวกสบำยและสงบสุข
อสนีวูบไหวภำยในจิตวิญญำณตระหนักรู้กว้ำงใหญ่เป็นครั้งครำว เมื่อจิต
วิญญำณแท้จริงของฉินเลี่ยเข้ำสู่ผลึกจุดก ำเนิด กำรเปลี่ยนแปลงของผลึกเป็น
แท่นบูชำจิตวิญญำณเริ่มขึ้นอย่ำงเป็นทำงกำร
ด้วยผลึกจุดก ำเนิดเป็นรำกฐำน แท่นบูชำจิตวิญญำณที่สร้ำงจำกผังวิญญำณ
โบรำณทะลวงนภำ พลัง วิชำวิญญำณ พลังจิตวิญญำณและจิตวิญญำณ
แท้จริงก ำลังก่อตัวขึ้นช้ำ ๆ
เขำยังรู้สึกเหมือนกับจิตวิญญำณแท้จริงก ำลังเป็นหนึ่งเดียวกับโลกจุดก ำเนิด
ควำมจริง โลกจุดก ำเนิดรู้สึกเหมือนกับเป็นภำพโลกเปลวเพลิงขนำดใหญ่ไม่มี
สิ้นสุด
มันเกือบเหมือนกับเขำกลำยเป็นหนึ่งเดียวและเป็นเทพของโลกจุดก ำเนิดหำก
สร้ำงแท่นบูชำจิตวิญญำณส ำเร็จ!
สำยเลือดวิญญำณปีศำจแปดตำหมุนวนไม่อยู่สุข คล้ำยกับว่ำเขำสำมำรถสร้ำง
กำรเชื่อมต่อกับโลกภำยนอกได้แล้ว
ไม่มีอุปสรรคระหว่ำงจิตวิญญำณหลักและร่ำงจ ำแลงสัตว์ร้ำยจิตวิญญำณอีก
แล้ว
เมื่อเวลำผ่ำนไป ควำมรู้สึกที่ทั่วโลกอยู่ภำยในเงื้อมมือของเขำปรำกฏจำก
ภำยในจิตวิญญำณแท้จริงช้ำ ๆ
“เปรี้ยะ! เปรี้ยะ!”
อสนีและพลังต่ำงมิติแยกออกจำกเหนือศีรษะเป็นครั้งครำว
ประตูต่ำงมิติก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะตำมที่เขำต้องกำร
สมำชิกเผ่ำพันธุ์เทพ ปีศำจหุบเหว เผ่ำพันธุ์วิญญำณ เผ่ำพันธุ์กระดูกและ
เผ่ำพันธุ์มีปีกล้วนจ้องมองเขำด้วยควำมประหลำดใจ
ตอนนี้เองสมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือพลันค ำรำมด้วยควำมเจ็บปวด
ควำมปั่นป่วนที่พวกเขำก่อขึ้นดึงดูดทุกคน
ฉับพลัน เปลวไฟภูตผีปรำกฏภำยในดวงตำพวกเขำ
พวกเขำล้วนก ำลังตำยคนแล้วคนเล่ำ แต่ตอนนั้นเอง สั่วหมู่เอ่อก ำลังดึงจิต
วิญญำณพวกเขำด้วยสำยจิตวิญญำณสีเขียวที่ดูเหมือนอสรพิษชื้นแชะ
แสงสว่ำงหำยไปจำกดวงตำที่หดลงของสมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือคนแล้วคนเล่ำ
พวกเขำกุมศีรษะและกรีดร้องอย่ำงเจ็บปวด แต่ไม่มีสิ่งใดที่พวกเขำสำมำรถ
หยุดขั้นตอนดังกล่ำวได้
พวกเขำล้วนจ้องมองเอ้ำเค่อถ่ำน
เอ้ำเค่อถ่ำนหันกลับไปมองพวกเขำขณะปลดปล่อยพลังต่ำงมิติจำกหน้ำอก
ออกมำเพื่อกดดันพวกเขำอย่ำงรุนแรง
จุดสีด ำขนำดเท่ำเมล็ดข้ำวก่อตัวขึ้นขณะถ่ำยพลังสำยเลือดเข้ำไป
มิติรอบเขำคล้ำยกับก ำลังก่อตัวและพังทลำยอย่ำงรวดเร็ว จุดสีด ำคล้ำยกับ
สำมำรถดึงพลังได้ทั้งหมด
“หลุมด ำแห่งควำมตำย!” เซียนน่ำอุทำน
“หวือ!”
จิตวิญญำณของสั่วหมู่เอ่อพุ่งออกจำกร่ำงกำยขณะยึดครองและสร้ำงเปลว
เพลิงจิตวิญญำณสีเขียว
จิตวิญญำณบริสุทธิ์ที่เขำฝืนดึงออกจำกร่ำงของสมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือไหล
เข้ำสู่หลุมด ำแห่งควำมตำยที่เอ้ำเค่อถ่ำนสร้ำงขึ้นมำ
เอ้ำเค่อถ่ำนมองขึ้นไปขณะจ้องมองเซินหลำนทันที จำกนั้น เขำจ้องมองฉินเลี่ย
อย่ำงเกลียดชังก่อนเปลี่ยนเป็นล ำแสงเข้ำสู่หลุมด ำที่ก ำลังก่อตัว
เปลวเพลิงจิตวิญญำณสีเขียวของสั่วหมู่เอ่ออยู่ด้ำนหลังเขำ
หลุมด ำแปลกประหลำดยังคงบิดเบี้ยวและดูดพลังต่ำง ๆ เข้ำไปแม้ผู้สร้ำงจะ
หำยไปแล้ว จำกนั้น แรงระเบิดน่ำหวำดกลัวดังก้องจำกภำยในหลุมด ำ
ก่อนหลุมด ำแห่งควำมตำยจะหำยไป เสียงกรีดร้องโหยหวนที่เป็นของเอ้ำเค่อ
ถ่ำนและเสียงร้องจิตวิญญำณอันเจ็บปวดที่เป็นของสั่วหมู่เอ่อดังขึ้น
เสียงเหมือนกับพวกเขำได้รับบำดแผลสำหัสจ ำนวนมำกหลังจำกถูกกินโดย
หลุมด ำ
“ปัง!”
หลุมด ำพลันหำยไปจนไม่เหลืออะไร
“มันเพิ่ง… ฆ่ำตัวตำยหรือ?” ซือถ่ำนข่ำจำกเผ่ำพันธุ์มีปีกถำมอย่ำงประหลำดใจ
และตกตะลึง “หลุมด ำที่ขยำยตัวและระเบิดออกสำมำรถก ำจัดสิ่งมีชีวิตทั้งหมด
ได้ อย่ำว่ำแต่พวกมันเลย แม้แต่นักรบสำยเลือดระดับที่เก้ำหรือสิบก็ไม่สำมำรถ
รอดจำกแรงระเบิดนั่นได้หรอก”
“เอ้ำเค่อถ่ำนต้องบ้ำไปแล้วแน่ ๆ” เซียนน่ำเสริมอย่ำงเห็นด้วย
“ดูท่ำมันอยำกฆ่ำตัวตำยจริง ๆ” ชำเลี่ยเย้ยหยัน
“นั่นไม่ถูกต้องนะ” เซินหลำนส่ำยหน้ำเล็กน้อยก่อนอธิบำยว่ำ “ดูท่ำสั่วหมู่เอ่อ
สร้ำงประตูไปรอยแยกต่ำงมิติที่ไม่รู้จักเพื่อน ำเอ้ำเค่อถ่ำนออกไปก่อนหลุมด ำ
ระเบิด ด้วยเหตุนี้มันต้องใช้จิตวิญญำณบริสุทธิ์ของสมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ
พวกมันอำจจะท่องอยู่ในกระแสมิติโกลำหลที่ใดสักแห่งสักพัก แต่… มีโอกำสที่
พวกมันอำจจะรอดสถำนกำรณ์นี้ไปได้”
ทุกคนตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนี้
“ว่ำไงนะ พวกมันเจอขนำดนี้อำจจะรอดอีกหรือ?” ซือถ่ำนข่ำถำมเสียงหนัก
“มีควำมเป็นไปได้แน่นอน” เซินหลำนกล่ำว
ชำเลี่ยพ่นลมออกจมูกเย็นชำ “มันพยำยำมฆ่ำเจ้ำไม่ใช่หรือ? ถ้ำเจ้ำปล่อยให้
มันรอดไปได้ มันจะถูกล่ำทั่วเผ่ำพันธุ์วิญญำณต่อให้หนีไปที่ใดสักแห่งใช่ไหม
ล่ะ?”
“ควำมพยำยำมสังหำรนำยหญิงของพวกมันไม่ต่ำงกับกำรทรยศทั้งเผ่ำพันธุ์
วิญญำณ! พวกเรำจะก ำจัดตระกูลไซ่ตัวลี่ซือให้สิ้น!” เซียนน่ำประกำศเสียง
แหบ
“จะไม่มีสมำชิกจำกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือสักคนที่รอดชีวิตไปได้!” กลุ่มเผ่ำพันธุ์
วิญญำณที่เหลือตะโกน
“เปรี้ยะ!”
แสงอสนีเริ่มบรรจบกันที่จุดหนึ่ง
พวกมันกลำยเป็นประตูดำรำส่องแสงข้ำงกำนชิงช้ำ ๆ
กำนชิงประหลำดใจกับประตู เมื่อเขำหันไปมองฉินเลี่ยโดยไม่รู้ตัว เขำพบว่ำ
ดวงตำอีกฝ่ำยยังหลับอยู่
“นั่นมันหุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์!” หลิวยั่งยินดี
กำนชิงช ำเลืองมองประตูดำรำอีกครั้ง ท้ำยที่สุดเข้ำใจว่ำเกิดอะไรขึ้น เขำกล่ำว
ด้วยสีหน้ำซับซ้อนว่ำ “ฉินเลี่ยก ำลังบอกให้พวกเรำไป”
“ข้ำเข้ำใจ” หลิวยั่งถอนหำยใจอย่ำงเงียบงัน
“ไปเถอะ ไม่มีเหตุผลต้องอยู่ที่นี่อีกแล้ว” หมิงซวี่กล่ำวอย่ำงเฉยชำ
สมำชิกเผ่ำพันธุ์เทพที่เหลือยืนขึ้นขณะยื่นมือช่วยชำงเยี่ยและเห่ำเจี๋ย จำกนั้น
พวกเขำก้ำวเข้ำไปในประตูดำรำที่น ำโดยหมิงซวี่และกำนชิง
ไม่นำนนักก่อนสมำชิกเผ่ำพันธุ์เทพจะหำยไป
ภำยในประตูดำรำเปลี่ยนไปก่อนจะขยับเข้ำหำตี๋เจียปละสมำชิกตระกูลหลิงด้วย
ตัวเอง
อีนั่วซือช ำเลืองมองประตูดำรำก่อนอุทำนว่ำ “หุบเหวร้ำงเยือกแข็ง!”
ในเวลำเดียวกัน หลิงอวี้ฉีเดินออกจำกสุดขอบทะเลจุดก ำเนิดขณะช ำเลืองมอง
ประตูดำรำเช่นกัน นำงเข้ำใจเหมือนกันเมื่อเห็นเสำน ้ำแข็งที่อีกฝั่งของประตู
นำงครุ่นคิดสักพักก่อนกล่ำวว่ำ “ถ้ำเจ้ำอยำกรอดออกจำกที่นี่ เจ้ำควรไปหุบ
เหวร้ำงเยือกแข็งก่อนย้ำยไปชั้นหุบเหวที่เลือกสินะ”
“ข้ำว่ำทำงเลือกพวกเรำเหลือแค่นั้นแล้วล่ะ” ตี๋เจียยิ้มบิดเบี้ยว
ปีศำจหุบเหวที่รอดชีวิตออกจำกโลกจุดก ำเนิดผ่ำนประตูที่ฉินเลี่ยจงใจเปิดให้
พวกเขำภำยใต้ค ำสั่งของหลิงอวี้ฉีและตี๋เจีย
ไม่นำนนัก ปีศำจหุบเหวระดับสูงหำยไปหมดเช่นกัน
“แล้วพวกเรำล่ะ พี่สำว” หลิงเสวียนซวนถำม
“พวกเรำควรไปเช่นกัน อีกนำนกว่ำฉินเลี่ยจะขัดเกลำผลึกจุดก ำเนิดให้เป็น
แท่นบูชำจิตวิญญำณเสร็จ บอกไม่ได้หรอกว่ำอำจจะเกิดอะไรขึ้นในโลกจุด
ก ำเนิดตอนนี้” หลิงอวี้ฉีกล่ำว
“อำ ได้” หลิงเสวียนพยักหน้ำ
“พวกเจ้ำที่เหลือควรไปหุบเหวร้ำงเยือกแข็งเช่นกัน” หลิงอวี้ฉีพลันมองเซิน
หลำนก่อนกล่ำวว่ำ “เขำท ำได้เพียงเชื่อมต่อหุบเหวร้ำงเยือกแข็งและหุบเหว
เพลิงบรรลัยกัลป์เท่ำนั้น เขำไม่สำมำรถส่งพวกเจ้ำไปอำณำจักรอื่นได้”
“ไม่ พวกข้ำไม่ไปหุบเหวร้ำงเยือกแข็ง” เซินหลำนส่งยิ้มให้หลิงอวี้ฉีก่อนกล่ำว
ต่อว่ำ “ข้ำรู้ว่ำมีอีกที่ที่เขำสำมำรถส่งพวกข้ำไปได้”
“ที่ไหน?” หลิงอวี้ฉีถำมด้วยควำมประหลำดใจ
“อำณำจักรวิญญำณ” เซินหลำนตอบ
หลิงอวี้ฉีสั่นเทิ้มก่อนถำมว่ำ “เจ้ำเป็นใครกันแน่?!”
“ลองถำมเขำเมื่อเป็นอิสระในอนำคตแล้ว”
เซินหลำนครุ่นคิดสักพักก่อนเสริมอย่ำงจริงจังว่ำ “ตัวตนของข้ำซับซ้อน
เล็กน้อย ดังนั้นข้ำกังวลว่ำสุดยอดใต้เท้ำทั้งหุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์หรือหุบเหว
ร้ำงเยือกแข็งอำจจะสร้ำงปัญหำได้หำกข้ำไป”
นำงคือเมล็ดพันธุ์วิญญำณที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ำพันธุ์วิญญำณ ถ้ำนำง
ปรำกฏตัวที่หุบเหวร้ำงเยือกแข็งอย่ำงบุ่มบ่ำม ถ้ำอีนั่วซือเปิดเผยตัวตนของนำง
สุดยอดใต้เท้ำหุบเหวร้ำงเยือกแข็งอำจจะลงมือจัดกำรนำงทันที
นำงจะไม่สำมำรถกลับเผ่ำพันธุ์วิญญำณผ่ำนเส้นทำงหุบเหวได้หำกเป็นเช่นนั้น
นำงไม่มีทำงเลือกนอกจำกลงมือด้วยควำมระมัดระวังยิ่ง
ตอนที่ 1201: ท ำตำมกฎ
ทุกสิ่งก ำลังไปได้สวย แต่กำรมำถึงของเห่ำเจี๋ยท ำให้บรรยำกำศกลับมำตึง
เครียดอีกครั้ง
เห่ำเจี๋ยโยนแขนโชกเลือดไปที่หน้ำตระกูลเฮยอัน ตระกูลเสวียนปิงและตระกูล
เลี่ยเยี่ยน กลุ่มของหมิงซวี่ กลุ่มที่ดูและตระกูลกวงหมิง เป็นกลุ่มเดียวที่ไม่ได้รับ
กำรปฏิบัติแบบเดียวกัน
“ข้ำไม่ชอบอำหำรดิบน่ะ”
กำนชิงขมวดคิ้วก่อนท ำท่ำจับและท ำให้แขนที่หักหำยเข้ำไปในแหวนต่ำงมิติ
“แต่ก็ขอบคุณส ำหรับควำมใจดีนะ ข้ำจะกินทันทีที่หิว”
อีกด้ำน เสวียนลั่วจำกตระกูลเสวียนปิงหยิบแขนและย่ำงพวกมันบนผลึกเปลว
ไฟร้อนแรง เขำกล่ำวอย่ำงเย็นชำว่ำ “ข้ำจะจัดกำรอำหำรก่อนกินเช่นกัน”
ชำงเยี่ยจำกตระกูลเฮยอันเก็บแขนที่เห่ำเจี๋ยโยนมำให้ทำงนำงอย่ำงไม่ใส่ใจ
เหมือนกำนชิง
ผู้ดูแลทั้งสำมกลุ่ม กำนชิง เสวียนลั่วและชำงเยี่ย แสดงจุดยืนผ่ำนกำรกระท ำ
เห่ำเจี๋ยหัวเรำะเบำ ๆ แปลกประหลำดขณะจ้องมองฝูงชน “ก็แล้วแต่”
“ระวังหมอนั่นไว้ให้ดีล่ะ ทุกคนในตระกูลชี่เสวี้ยบ้ำกันหมด โดยเฉพำะหมอ
นั่น…”
หลิวยั่งกระซิบข้ำงหูของฉินเลี่ย นำงคล้ำยกับเกรงว่ำเห่ำเจี๋ยจะได้ยินควำมเห็น
ของนำง
กลิ่นหอมที่คล้ำยกับดอกลิลลี่เข้ำสู่จมูก ท ำให้ฉินเลี่ยหน้ำมืดเล็กน้อย
“ทุกคนอยู่กันพร้อมหรือยัง?” ชำงเยี่ยมองฝูงชน
“อย่ำงน้อยฝั่งข้ำก็พร้อม” หมิงซวี่ตอบทันที
ทุกคนในตระกูลกวงหมิงก ำลังยิ้ม ภำยนอก พวกเขำเหมือนกับคนเป็นมิตรมำก
ที่สุด
แต่ด้วยเหตุผลบำงอย่ำง พวกเขำคือกลุ่มที่เห่ำเจี๋ยและกลุ่มของเขำเกลียดมำก
ที่สุด
เห่ำเจี๋ยดูกระตือรือร้นที่จะเริ่มสู้ทันทีที่มำถึงและเห็นหมิงซวี่
สีหน้ำของเขำเหมือนกับสีหน้ำของเสวียนลั่วเมื่อเห็นชำงเยี่ย
“พี่ใหญ่ ปีศำจหุบเหวระดับสูงเหล่ำนั้นมำจำกทำงเข้ำเดียวกับที่พวกเรำเข้ำไป
ใช่หรือไม่?” กำนชิงพลันถำมขึ้น
ทุกคนมองจุดที่อั้นยวิ๋นปรำกฎตัวในตอนนั้น
กลุ่มพลังปีศำจหุบเหวหนำแน่นก ำลังเปลี่ยนไปอย่ำงรวดเร็วเหนือท้องฟ้ำสีด ำ
สนิท
บำงครั้งมันเหมือนกับน ้ำวนรุนแรง บำงครั้งเหมือนกับทะเลลอยได้กว้ำงใหญ่
บำงครั้งเหมือนกับปำกของปีศำจชั่วร้ำย
“ใช่แล้ว ปีศำจหุบเหวระดับสูงเหล่ำนั้นมำจำกหุบเหวชั้นต่ำง ๆ และล้วนเข้ำที่นี่
ผ่ำนทำงเข้ำนี้” ชำงเยี่ยกล่ำว
“ตระกูลเฮยอันไม่ได้ปิดตำยพื้นที่นั้นไว้แล้วหรือ?” เสวียนลั่วขึ้นเสียง
ฉินเลี่ยสับสนเช่นกัน
เท่ำที่เขำรู้มำ นักรบสำยเลือดระดับที่สิบจำกตระกูลเฮยอันจัดกำรสุดยอดใต้เท้ำ
หุบเหวทมิฬไปแล้ว
นี่หมำยควำมว่ำตระกูลเฮยอันมีอิสระที่จะล่ำในหุบเหวชั้นนี้เท่ำที่ต้องกำร
พูดตำมเหตุผล อำณำจักรลับโบรำณนี้น่ำจะตกอยู่ภำยใต้กำรควบคุมของ
ตระกูลเฮยอันอย่ำงสมบูรณ์
แล้วท ำไมยังมีปีศำจหุบเหวระดับสูงจำกหุบเหวชั้นอื่นก ำลังรุกรำนอำณำจักรลับ
นี้กันล่ะ?
“ปิดตำย? ยังไงล่ะ?” ชำงเยี่ยพ่นลมออกจมูกเย็นชำก่อนตอบว่ำ “เหตุผลที่สุด
ยอดใต้เท้ำหุบเหวชั้นนี้ปล่อยตัวตนอำณำจักรลับนี้ด้วยหวังว่ำปีศำจหุบเหว
ระดับสูงจำกหุบเหวชั้นอื่นจะรุกรำนที่นี่เป็นกลุ่มใหญ่เพื่อสร้ำงควำมเสียหำย
มหำศำลกับคนของพวกเรำ”
“เพรำะกำรเปลี่ยนแปลงของสถำนกำรณ์ ยอดฝีมือจำกหุบเหวชั้นอื่นในตอนนี้
มีอิสระในกำรส่งลูกหลำนมำชั้นนี้ได้ตำมต้องกำร ไม่ได้ถูกมองว่ำเป็นกำร
ต่อต้ำนกฎของสุดยอดใต้เท้ำหุบเหว”
“ยังไงซะ สุดยอดใต้เท้ำหุบเหวทมิฬก็คือคนที่เชิญพวกมันมำตั้งแต่แรก”
“มีหนึ่งร้อยแปดชั้นอยู่ข้ำงในหุบเหว แต่ละชั้นเต็มไปด้วยสุดยอดใต้เท้ำหุบเหว
ระดับที่สิบจ ำนวนมำก”
“แม้แต่เผ่ำพันธุ์เทพก็ท ำได้เพียงสู้รบในหุบเหวได้เพียงเจ็ดชั้นพร้อมกัน”
“พูดตำมตรง เผ่ำพันธุ์เทพท ำตำมกฎโบรำณหุบเหวตั้งแต่เริ่มปฏิบัติกำรแล้ว”
“พวกเรำไม่เคยสู้รบกับหุบเหวจนเกิดสงครำมทุกชั้น”
“เพรำะอำณำจักรลับนี้ตั้งอยู่ในหุบเหวทมิฬ สุดยอดใต้เท้ำหุบเหวเองก็อนุญำต
ไม่มีทำงที่พวกข้ำจะสำมำรถหยุดปีศำจหุบเหวระดับสูงจำกหุบเหวชั้นอื่นได้”
“ถ้ำพวกข้ำท ำ พวกข้ำจะท ำให้สุดยอดใต้เท้ำหุบเหวทั้งหมดโกรธ”
“เผ่ำพันธุ์เทพไม่อยำกประกำศสงครำมกับหุบเหว ควำมจริง แม้แต่เผ่ำพันธุ์
วิญญำณหรือเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณก็ไม่มีพลังจะสู้กับหุบเหวเช่นกัน”
“ถ้ำพวกเรำอยำกปฏิบัติกำรในหุบเหวต่อ… เช่นนั้นพวกเรำต้องท ำตำมกฎของ
ที่นี่”
เสวียนลั่วเงียบหลังจำกฟังค ำอธิบำยของชำงเยี่ย ทุกคนคิดตำมเช่นกัน
ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว
“หุบเหวถึงกับทรงพลังเช่นนี้…”
ตอนนั้นเองเขำเข้ำใจถึงรำกฐำนลึกซึ้งของสำยเลือดบรรพบุรุษหลิงอวี้ฉี เก๋อ
เหลย เกอเติงและหลู่จือ
เป็นควำมจริงที่เผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ เผ่ำพันธุ์วิญญำณ เผ่ำพันธุ์เทพและ
เผ่ำพันธุ์ทรงพลังอื่นจำกดำรำจักรใช้หุบเหวเป็นทุ่งเนื้อธรรมชำติ
แต่ว่ำ กองก ำลังรุกรำนทั้งหมดนี้ท ำตำมกฎของหุบเหวอย่ำงเคร่งครัด
พวกเขำเพียงโจมตีหุบเหวไม่กี่ชั้นเท่ำนั้น
รวมแล้วมีทั้งหมดหนึ่งร้อยแปดชั้น ทุกชั้นใหญ่เหลือเชื่อ ทุกชั้นอย่ำงต ่ำมีสุด
ยอดใต้เท้ำหุบเหวระดับที่สิบจ ำนวนมำกและใต้เท้ำหุบเหวระดับที่เก้ำหลำยสิบ
ตน
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนท ำได้เพียงโจมตีหุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์ จนถึงตอนนี้ ชัยชนะ
ยังไม่เด็ดขำดส ำหรับพวกเขำ
ตระกูลเสวียนปิง ตระกูลกวงหมิง ตระกูลเฮยอันและตระกูลชี่เสวี้ยเพียงโจมตีหุบ
เหวไม่กี่ชั้นตำมที่พวกเขำเลือกเช่นกัน
พวกเขำต้องหลีกเลี่ยงกำรประกำศสงครำมกับหุบเหวทั้งหมด
ไม่มีใครรู้ว่ำสุดยอดใต้เท้ำหุบเหวระดับที่สิบมีเท่ำไหร่ในหุบเหวทั้งหมดหนึ่งร้อย
แปดชั้น โดยเฉพำะกำรตัดสินใจของสิ่งมีชีวิตเหล่ำนี้ที่มีอำยุขัยหลำยแสนปี
ถ้ำปีศำจหุบเหวเหล่ำนี้ยอมร่วมมือกัน ถ้ำพวกเขำเต็มใจสู้กับผู้รุกรำนพร้อมกัน
ถ้ำพวกเขำเต็มใจออกจำกหุบเหวและก้ำวสู่ดำรำจักรไม่มีสิ้นสุด… เผ่ำพันธุ์เทพ
เผ่ำพันธุ์วิญญำณและเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณไม่สำมำรถขัดขืนพวกเขำได้อย่ำง
ง่ำยดำยต่อให้ร่วมมือกันก็ตำม
นี่ยังไม่นับควำมลับที่ซ่อนภำยในใต้หุบเหวแปดชั้น
พวกมันเป็นที่รู้จักหุบเหวช ำระ ปีศำจที่อำศัยอยู่ที่นั่นน่ำหวำดกลัวและทรงพลัง
ยิ่งกว่ำ
“ทุกคนมำกันพร้อมแล้วใช่ไหม ชำงเยี่ย”
ตอนนี้เองเสียงของอั้นยวิ๋นดังจำกภำยในพื้นที่ทึบ
“พวกข้ำล้วนมำกันพร้อมแล้ว”
“เช่นนั้นน ำพวกเขำไป”
“ทรำบแล้ว”
……
ที่หุบเหวร้ำงเยือกแข็ง
หลิงอวี้ฉีผู้ที่สำยเลือดตอนนี้อยู่ระดับที่เจ็ดก ำลังยืนฝึกฝนระหว่ำงเสำน ้ำแข็ง
ขนำดใหญ่
คัมภีร์ปีศำจนรกชั้นเก้ำของอำณำจักรใต้พิภพก ำลังลอยเหนือศีรษะนำง
ฉับพลัน พลังปีศำจหุบเหวมหำศำลจำกหุบเหวร้ำงเยือกแข็งเริ่มรวมตัวรอบนำง
จำกทุกทิศทำง
พวกมันเข้ำสู่คัมภีร์ปีศำจนรกชั้นเก้ำ
ร่ำงพร่ำเลือนขนำดยักษ์ก่อตัวขึ้นจำกภำยในคัมภีร์ปีศำจนรกชั้นเก้ำ
หลิงอวี้ฉีมองขึ้นไปทันที
ร่ำงปีศำจน่ำหวำดกลัวที่ปกคลุมแม้กระทั่งท้องฟ้ำของหุบเหวร้ำงเยือกแข็งอยู่ที่
นั่น แรงกดดันเพียงอย่ำงเดียวให้ควำมรู้สึกว่ำสำมำรถท ำลำยโลกได้
จำกเผ่ำพันธุ์มนุษย์ เผ่ำพันธุ์อำณำจักรโป๋หลัว เผ่ำพันธุ์อสูร ผู้ฝึกยุทธ์จำก
ตระกูลจีและต ำหนักผู้ซ่อมนภำผู้เพิ่งข้ำมมำจำกอำณำจักรโป๋หลัวพลันรู้สึก
เหมือนกับใครบำงคนก ำลังบีบคอ
ผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับแยกออกและพลังระดับนิพพำนบำงคนคลำนกับพื้นดิน
เพรำะแรงกดดันมหำศำล พวกเขำไม่สำมำรถเงยหน้ำขึ้นได้
ไกลออกไปหลำยล้ำนกิโลเมตร ใต้เท้ำหุบเหวปำเท่อซือแผดเสียงค ำรำมเกรี้ยว
กรำดออกมำ แต่ว่ำ เสียงของเขำคล้ำยกับก ำลังสั่นเครือ
แทบจะในเวลำเดียวกัน จิตวิญญำณทรงพลังทั้งสี่ที่ท ำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนกับ
ร่ำงกำยก ำลังจะระเบิดปรำกฏขึ้นเหนือศีรษะของหลิงอวี้ฉี
พวกเขำคือสี่สุดยอดใต้เท้ำหุบเหวร้ำงเยือกแข็ง
สุดยอดใต้เท้ำเหล่ำนี้ตื่นขึ้นจำกกำรเก็บตัวท ำควำมเข้ำใจทันทีหลังจำกปีศำจ
ยักษ์ปรำกฏตัวขึ้นเหนือหลิงอวี้ฉี
ด้วยเหตุนี้พวกเขำปรำกฏตัวขึ้นที่นี่โดยใช้จิตวิญญำณส่วนหนึ่ง
“ใต้เท้ำจำกหุบเหวแปดชั้นล่ำง ท ำไมจิตวิญญำณพวกเขำปรำกฏขึ้นที่นี่?”
สุดยอดใต้เท้ำหุบเหวผู้เคยปรำกฏตัวขณะฉินเลี่ยและอีนั่วซือก ำลังสู้กันอยู่นั้น
ถำมโดยใช้ภำษำหุบเหวโบรำณ
“เจ้ำพยำยำมจะเริ่มสงครำมระหว่ำงหุบเหวทุกชั้นงั้นหรือ?” สุดยอดใต้เท้ำหุบเหว
อีกตนถำมเสียงดัง
“สงครำม? พวกเจ้ำคิดจริงหรือว่ำคนที่มำจำกหุบเหวชั้นบนจะเทียบพวกข้ำได้?”
ร่ำงพร่ำเลือนน่ำหวำดกลัวไม่เผยควำมหวำดกลัวแม้เผชิญหน้ำกับสุดยอดใต้
เท้ำหุบเหวระดับที่สิบทั้งสี่ตน เขำกล่ำวอย่ำงหยิ่งทะนงว่ำ “เหตุผลเดียวที่ข้ำ
ปรำกฏจิตวิญญำณขึ้นที่นี่เพรำะข้ำสัมผัสแรงกดดันของลูกหลำนได้ เพรำะข้ำ
ไม่ได้มำด้วยร่ำงจริง ข้ำยังไม่ท ำลำยกฎโบรำณ กฎที่ก ำหนดว่ำห้ำมใครจำก
หุบเหวแปดชั้นล่ำงกลับขึ้นมำชั้นบนอีก”
สี่สุดยอดใต้เท้ำหุบเหวร้ำงเยือกแข็งคล้ำยกับถอนหำยใจด้วยควำมโล่งอกเมื่อ
ได้ยินเช่นนี้
พวกเขำเงียบและรออย่ำงจริงจัง พวกเขำคล้ำยกับสงสัยและอยำกรู้ว่ำจะเกิด
อะไรขึ้น
“เผ่ำพันธุ์เทพพบสถำนที่ยอดเยี่ยมในหุบเหวทมิฬ เพรำะเจ้ำครอบครอง
สำยเลือดข้ำและเจ้ำในตอนนี้อยู่ระดับที่เจ็ด นี่คือโอกำสอันดีที่จะตรวจสอบว่ำ
เจ้ำควรค่ำกับเลือดของข้ำหรือไม่” ร่ำงปีศำจน่ำหวำดกลัวกล่ำวกับหลิงอวี้ฉีว่ำ
“ถ้ำเจ้ำสำมำรถปลุกควำมสำมำรถเดิมของสำยเลือดข้ำได้ ข้ำจะยอมรับเจ้ำ
เป็นลูกหลำนและเชิญเข้ำแดนช ำระหุบเหวอย่ำงเป็นทำงกำร ออใช่ เจ้ำสำมำรถ
เลือกบำงคนเดินทำงไปได้เพื่อไม่ให้เสียเปรียบจนเกินไป”
“เจ้ำมีเวลำสิบห้ำนำที”
“ทันทีที่ครบสิบห้ำนำที ข้ำจะส่งพวกเจ้ำไปอำณำจักรลับโบรำณนั่นโดยตรง”
ตอนที่ 1202: ปลอบขวัญ
ตัวตนน่าหวาดกลัวที่ปรากฏในท้องฟ้าหุบเหวร้างเยือกแข็งรอการตัดสินใจ
ของหลิงอวี้ฉีอย่างเงียบงัน
ความจริง หุบเหวร้างเยือกแข็งทั้งหมดคล้ายกับเงียบสงัด
สี่สุดยอดใต้เท้าหุบเหวร้างเยือกแข็งยังลอยในอากาศเผื่อสุดยอดใต้เท้าหุบเหว
แดนชำระตนนี้ตัดสินใจจัดการปัญหาด้วยมือของตัวเอง
แต่พวกเขายอมรับการตัดสินใจที่จะส่งหลิงอวี้ฉีไปอาณาจักรลับ
ด้วยเหตุนี้พวกเขายังคงเงียบ
อาณาเขตของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณในตอนนี้เงียบเป็นพิเศษ มนุษย์จาก
ดินแดนแห่งความโกลาหล เผ่าพันธุ์จากอาณาจักรโป๋หลัว เผ่าพันธุ์อสูร
ตระกูลจีและตำหนักผู้ซ่อมนภาล้วนเคลื่อนไหวเป็นลูกแกะว่านอนสอนง่าย
ห้าแรงกดดันปีศาจชั่วร้ายในท้องฟ้าทรงพลังมากพอจะทำให้แม้กระทั่งยอดฝีมือ
พลังระดับว่างเปล่าลำบากใจ
แรงกดดันนี้ไม่เหมือนกับของมนุษย์พลังระดับต้นกำเนิดจากอาณาจักร
วิญญาณ
ทุกคนหวาดกลัวและตกตะลึง
“ท่านราชินี ได้โปรด… ตัดสินใจให้ไวด้วย”
สายตาของเก๋อเหลย สมาชิกนัยน์ตาผีระดับที่เก้าดูหวาดกลัว เขาโน้มน้าวให้
นางตัดสินใจด้วยน ้าเสียงสั่นเครือ
หลิงอวี้ฉีตกตะลึงเหมือนกับเขา หลังจากลังเลสักพัก นางเลือกหลิงเฟิง หลิง
เสวียนซวน เกาอวี้และนักรบยอดเยี่ยมบางส่วนจากสามเผ่าพันธุ์อาณาจักรใต้
พิภพมา
“ข้าจะส่งพวกเจ้าไปหุบเหวทมิฬเดี๋ยวนี้”
ตัวตนน่าหวาดกลัวจากหุบเหวแดนชำระพลันร่ายพายุหมุนสีดำด้วยเงาจิต
วิญญาณ
กลุ่มคนถูกพายุหมุนดูดเข้าไปก่อนจะเตรียมการเสร็จ
“หวือ หวือ หวือ!”
พายุหมุนสามารถเคลื่อนไหวได้สิบล้านไมล์ในทันที มันเข้าสู่ช่องทางหุบเหว
อย่างรวดเร็ว
สี่สุดยอดใต้เท้าหุบเหวร้างเยือกแข็งที่เตรียมตัวเหนือเสาน ้าแข็งหายไปอย่างช้า
ๆ หลังจากพายุหมุนหายไป
เผ่าพันธุ์บนพื้นดินรู้สึกเหมือนกับสามารถหายใจได้อีกครั้งในที่สุด พวกเขายืน
ขึ้นช้า ๆ
“ช่างเป็นปีศาจหุบเหวที่น่าหวาดกลัวอะไรอย่างนี้!”
“นี่คือพละกำลังของสุดยอดใต้เท้าหุบเหวระดับที่สิบงั้นหรือ?”
“นั่นเป็นแค่จิตวิญญาณด้วย”
“พวกเขาแข็งแกร่งอะไรอย่างนี้!”
กองกำลังระดับเงินจากดินแดนแห่งความโกลาหล เผ่าพันธุ์จากอาณาจักรโป๋
หลัว เผ่าพันธุ์อสูร ตำหนักผู้ซ่อมนภาและตระกูลจีล้วนดูหวาดกลัวและกังวล
หลังจากร่างปีศาจเหนือศีรษะหายไป
ทุกคนเข้าใจถึงความหวาดกลัวอย่างรุนแรงในฉับพลัน
เหมียวเฟิงเทียนและเคอตี่ซือรีบแจ้งฉินเลี่ยเกี่ยวกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นผ่านจิต
วิญญาณ
ฉินเลี่ยกำลังมุ่งหน้าไปอาณาจักรลับที่หุบเหวทมิฬภายใต้การนำของอั้นยวิ๋น
ดังนั้นเขาไม่สามารถปรากฏตัวในหุบเหวร้างเยือกแข็งด้วยตัวเองได้ กลับกัน
เขาส่งร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณไปหุบเหวร้างเยือกแข็งโดยใช้แท่นบูชา
สังเวยกระดูกสีขาวจากอาณาจักรโป๋หลัว
ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ของฉินเลี่ย
ที่ทางเข้าอาณาจักร
ทุกคนรวมถึงตระกูลข่าหลุนรวมตัวที่นี่หลังจากเหมียวเฟิงเทียนแจ้งการมาถึง
ของฉินเลี่ย
ตอนนี้ ยอดฝีมือจากหลายสิบกองกำลังและเผ่าพันธุ์ดูมืดมนและหลงทาง
ความจริง หลายคนรู้สึกเหมือนกับถูกดึงออกจากการเดินทางนี้
จิตวิญญาณที่ปรากฏโดยสี่สุดยอดใต้เท้าหุบเหวระดับที่สิบสี่ตนทรงพลังมาก
จนพวกเขาไม่สามารถขัดขืนได้
ในตอนนั้น แม้กระทั่งยอดฝีมือพลังระดับว่างเปล่าเถิงเยวี่ยน เก๋อเหลย จีเหยา
ฮัวอันหยาง ปาถัวซือจื่อและคนอื่นรู้สึกเหมือนกับพวกเขาตัวเล็กจ้อยยิ่ง
มันคือสิ่งที่พวกเขาไม่เคยรู้สึกตอนเผชิญหน้ากับยอดฝีมือพลังระดับต้นกำเนิด
จากอาณาจักรวิญญาณมาก่อน
พวกเขาเริ่มสงสัยการตัดสินใจและสงสัยว่าการปฏิบัติการในหุบเหวร้างเยือก
แข็งบุ่มบ่ามเกินไปหรือเปล่า
ตอนนี้เองสัตว์ร้ายจิตวิญญาณคล้ายมนุษย์มาถึงจากทางเข้าอาณาจักร
ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณถึงขั้นใช้จิตวิญญาณทมิฬ ความสามารถ
สายเลือด เพื่อปรับแรงกดดันจิตวิญญาณให้กลายเป็นตัวตนของฉินเลี่ย
ความสามารถจิตวิญญาณทมิฬคือความสามารถลึกลับยิ่ง มันคือหนึ่งใน
เหตุผลที่เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณใช้เชื่อมต่อกับเผ่าพันธุ์สัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
หลังจากร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณเปลี่ยนกายภาพเป็นฉินเลี่ยและปรับ
พละกำลังของจิตวิญญาณให้เท่ากับร่างจริงนั่น มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะ
แยกแยะระหว่างพวกเขาสองคน
จิตวิญญาณของร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณเดิมมาจากร่างจริง ดังนั้น ร่าง
จำแลงและร่างจริงมีตัวตนแรงกดดันจิตวิญญาณเกือบเหมือนกัน
มีเพียงผู้แข็งแกร่งกว่าสัตว์ร้ายจิตวิญญาณและรู้ความลับของเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณกับสัตว์ร้ายจิตวิญญาณดีเท่านั้นที่จะสามารถแยกแยะได้
ที่หุบเหวร้างเยือกแข็ง ตัวตนแข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้คือยอดฝีมือสายเลือด
ระดับที่เก้าและยอดฝีมือแท่นบูชาจิตวิญญาณหกชั้น
ไม่มีใครแข็งแกร่งกว่าร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณของเขา
ฉินเลี่ยไม่มีเหตุผลที่ต้องเชื่อว่าจะมีใครที่สามารถมองการปลอมตัวของร่าง
จำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณออก
มันคือสิ่งที่เขาและสัตว์ร้ายจิตวิญญาณไม่ต้องกังวล
“ฉินเลี่ย!”
ผู้นำของทุกเผ่าพันธุ์และกองกำลังล้อมเขาทันทีคล้ายกับฟางเส้นสุดท้ายในน ้า
ทะเล
“ฉินเลี่ย แม่นางหลิงน่ะ…” ถังเป่ยโต่วตะโกนอย่างร้อนรน
“ท่านราชินีถูกพาตัวไปแล้ว!” นักรบเก้าเขาเกอเติงห้ามตัวเองไม่ได้
“ข้ารู้ ข้ารู้” ฉินเลี่ยยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้พวกเขาสงบ “โปรดเงียบและฟังสิ่ง
ที่ข้าจะพูด”
ฝูงชนเงียบทันที
ฉินเลี่ยตรวจสอบฝูงชนและพึงพอใจที่พบว่าไม่มีใครเว้นแต่ทาสจิตวิญญาณที่
ยังเชื่อมต่อโดยตรงกับจิตวิญญาณสังเกตเห็นว่าเขาคือร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิต
วิญญาณ
“นี่คือโอกาสสำหรับอวี้ฉี การเดินทางไปหุบเหวทมิฬครั้งนี้คือโอกาสอันดีที่จะ
พิสูจน์คุณค่าของสายเลือดนาง” ฉินเลี่ยมองผู้อาศัยจากอาณาจักรใต้พิภพ
ก่อนยิ้ม “ตัวตนน่าหวาดกลัวที่มาจากแปดหุบเหวชั้นล่างนั่นอาจจะเป็นต้น
กำเนิดสายเลือดของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬ เหตุผลที่เขาปรากฏตัวที่นี่แม้จะ
เสี่ยงปะทะกับสี่สุดยอดใต้เท้าหุบเหวร้างเยือกแข็งอาจจะเพราะถูกดึงดูดโดยแรง
กดดันสายเลือดที่ตื่นขึ้นของนาง ดูท่าเขาจะพบว่านางมีศักยภาพ ด้วยเหตุนี้
เขาตัดสินใจส่งนางไปอาณาจักรลับโบราณที่เพิ่งค้นพบ”
ขณะนิ่งไปสั้น ๆ เขากล่าวอย่างจริงจังว่า “พวกท่านไม่ต้องกังวลให้มากนัก การ
เดินทางนี้อาจจะดีต่ออวี้ฉีเพราะนางอาจจะสามารถปลุกความสามารถสายเลือด
หลักที่น่าหวาดกลัวที่สุดและได้รับการยอมรับจากสุดยอดใต้เท้าหุบเหวนั่น”
“จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากตัวตนนั้นยอมรับท่านราชินี?” หลู่จือถาม
“เขาจะพยายามสุดความสามารถเพื่อเร่งการเติบโตของอวี้ฉี ในอนาคต… อวี้ฉี
อาจจะกลายเป็นผู้ปกครองแท้จริงของหุบเหวแดนชำระ พวกท่านในฐานะ
ผู้ติดตามนางจะโชคดีได้ฝึกฝนและใช้ชีวิตที่แปดหุบเหวชั้นล่าง” ฉินเลี่ยกล่าว
“แปดหุบเหวแดนชำระ… ชั้นล่าง…”
เก๋อเหลย เกอเติงและหลู่จือล้วนตกตะลึง
“มันคือสถานที่วิเศษที่พวกท่านสามารถสัมผัสถึงบรรทัดฐานหุบเหวได้โดยตรง
เป็นสถานที่ที่ดีสำหรับยอดฝีมือสายเลือดระดับสูงเช่นพวกท่านทุกคนที่
วิวัฒนาการสายเลือดได้เมื่อเทียบกับหุบเหวหนึ่งร้อยชั้นบน”
ผู้อาศัยอาณาจักรใต้พิภพสงบลงช้า ๆ หลังจากได้ยินคำอธิบายของเขา พวก
เขาเงียบและครุ่นคิดเกี่ยวกับหุบเหวแดนชำระ
เมื่อเห็นว่าต้องปลอบขวัญเผ่าพันธุ์อาณาจักรใต้พิภพ ฉินเลี่ยหันมามองเถิง
เยวี่ยน จีเหยา ฮัวอันหยาง กันเฟยผิงและผู้นำของดินแดนแห่งความโกลาหล
เขากล่าวว่า “สี่สุดยอดใต้เท้าหุบเหวร้างเยือกแข็งจะไม่มีวันปรากฏตัวตราบที่
พวกท่านทำตามกฎหุบเหว”
“กฎอะไร?” เถิงเยวี่ยนถาม
ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพักก่อนเริ่มว่า “ข้าจะอธิบายส่วนสำคัญที่สุดเท่านั้น”
ทุกคนให้ความสนใจเขา
“ตราบที่พวกท่านไม่กลายเป็นยอดฝีมือสายเลือดระดับที่สิบหรือยอดฝีมือพลัง
ระดับต้นกำเนิด ทุกสิ่งที่พวกท่านทำที่นี่จะได้รับการยอมรับและอยู่ภายในกฎ
หุบเหว ถ้าพวกท่านมีความสามารถ พวกท่านสามารถฆ่าปีศาจหุบเหวได้เท่าที่
ต้องการ สี่สุดยอดใต้เท้าหุบเหวจะไม่ก้าวก่ายเพราะเชื่อว่าพวกท่านคือหินลับที่
เสริมสร้างปีศาจหุบเหว”
ฉินเลี่ยเลือกคำพูดอย่างระวังก่อนกล่าวต่อว่า “ความจริง ใต้เท้าหุบเหวจะต่อสู้
ต่อให้พวกเราไม่เข้าที่นี่ หุบเหวทำตามกฎอันยุติธรรม มีเพียงผู้ชนะที่มีสิทธิ์
วิวัฒนาการต่อและหวังจะไปถึงระดับที่สิบในสักวัน”
“การมาถึงของพวกท่านอาจจะถึงขั้นสร้างความยินดีกับสี่ผู้ปกครองหุบเหวร้าง
เยือกแข็ง ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่ก้าวก่ายการต่อสู้ของพวกท่านกับใต้เท้า”
“แน่นอน นี่ล้วนอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่พวกท่านทุกคนไม่มีสายเลือดระดับที่สิบ
หรือพลังระดับต้นกำเนิด”
“ถ้าพวกท่านไปถึงจุดนั้น เช่นนั้นหุบเหวจะตอบรับด้วยกฎที่ต่างออกไป สี่สุด
ยอดใต้เท้าหุบเหวร้างเยือกแข็งจะยอมเข้ามาก้าวก่ายโดยตรง”
ฮัวอันหยางถามว่า “กฎที่ต่างออกไป?”
“หมายความว่าหุบเหวจะตอบรับสงครามเต็มรูปแบบ!” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างจริงจัง
“ยกตัวอย่างเช่น ห้าตระกูลใหญ่จากเผ่าพันธุ์เทพในตอนนี้กำลังก่อสงครามใน
หุบเหวห้าชั้น! จำนวนกำลังที่ข้องเกี่ยวในสงครามเช่นนี้เกินจินตนาการ
ตอนนี้… พวกเราไม่มีกำลังจะเริ่มสงครามถึงขั้นนั้น”
“ดังนั้น พวกท่านต้องจำเอาไว้ว่าอย่าส่งยอดฝีมือพลังระดับต้นกำเนิดหรือยอด
ฝีมือสายเลือดระดับที่สิบมาที่นี่ อีกอย่าง ถ้าพวกท่านเลื่อนขั้นถึงระดับที่สิบหรือ
พลังระดับต้นกำเนิดที่นี่ พวกท่านต้องหยุดโจมตีปีศาจหุบเหวที่นี่และออกไปให้
เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าพวกท่านทำเช่นนั้น สุดยอดใต้เท้าหุบเหวจะไม่มองว่า
เป็นการท้าทาย”
“แน่นอน สหายสี่ตนนั้นจะไล่พวกท่านเองทันทีที่ไปถึงระดับนั้น”
“ถ้าพวกท่านปฏิเสธ พวกเขาจะตอบรับด้วยกำลัง”
“เป็นเช่นนั้นแหละ ข้าคิดว่านะ”
ฝูงชนที่กำลังจะเสียกำลังใจค่อย ๆ สงบลงหลังจากได้ยินคำอธิบายโดยละเอียด
ของเขา
ตราบใดที่พวกเขาไม่ไปถึงสายเลือดระดับที่สิบหรือพลังระดับต้นกำเนิด ทุกสิ่งที่
พวกเขาทำจะอยู่ภายในกฎหุบเหว
พวกเขาจะไม่ได้พบกับสี่สุดยอดใต้เท้าหุบเหวผู้น่าหวาดกลัวเหล่านั้น
หลังจากเข้าใจเช่นนี้ พวกเขาผ่อนคลายช้า ๆ แทนที่จะรีบจากไปด้วยความ
หวาดกลัว
สิ่งเดียวที่พวกเขาหวาดกลัวจริง ๆ คือสุดยอดใต้เท้าหุบเหวตัดสินใจจะสังหาร
พวกเขาด้วยความทะเยอทะยานทันที
นั่นคือสิ่งที่พวกเขาไม่มีความสามารถทั้งร่างกายหรือจิตใจจะต้านทานได้
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เช่นนั้นข้าอยากให้พวกท่านทุกคนโชคดีและเก็บเกี่ยวให้มาก
ข้าหวังว่าพวกท่านส่วนใหญ่จะเลื่อนขั้นสู่พลังระดับใหม่เมื่อได้พบกันอีกครั้ง”
ตอนที่ 1203: มืดสนิท
หุบเหวทมิฬ
ฉินเลี่ย กานชิง หนานฉีและคนอื่นกุมมือกันขณะก้าวเข้าสู่น ้าวนเชี่ยวที่สร้าง
จากพลังปีศาจหุบเหว
เหตุผลที่พวกเขาทำเช่นนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการหลงทางทันทีที่เข้าข้างใน
พวกเขายังทำเช่นนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแยกโดยพลังที่ไม่รู้จักระหว่างทาง
พวกเขาไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ทำแบบนี้ ปีศาจหุบเหวระดับสูงบางตนกุมมือก่อนเข้า
ไปเช่นกัน
ฉินเลี่ยรู้สึกเวียนหัวขณะหมุนคล้ายลูกข่างภายในเส้นทางหุบเหวที่ไม่รู้จัก
มันเป็นสีดำสนิทขณะเขาและเพื่อนร่วมทีมเดินทางเข้าอาณาจักรลับ เขามอง
ไม่เห็นหลิวยั่งผู้อยู่ด้านข้าง
หลังจากผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบได้ มันให้ความรู้สึกเหมือนกับผ่านมาหลาย
ปีในพริบตา
อาการเวียนหัวรุนแรงพลันหายไปสนิท
“ตูม!”
เขากระแทกกับพื้นดินอย่างรุนแรงคล้ายกับเพิ่งตกจากที่สูง ทั่วทั้งร่างกายกำลัง
ปวด
“อ้ะ!”
“เจ็บชะมัด!”
“เป็นสถานที่ที่บัดซบอะไรอย่างนี้!”
เสียงของหลิวยั่ง กานชิง หนานฉีและหลายคนดังไม่ไกลจากเขา
แต่ว่า เขายังมองไม่เห็นพวกเขาแม้จะอยู่ใกล้ก็ตาม
นี่คือสถานที่มืดมิดยิ่งกว่าหุบเหวทมิฬเสียอีก
เขาได้กลิ่นหลิวยั่งทางจมูกเท่านั้น ถึงอย่างนั้นเขาไม่สามารถเห็นนางได้แม้ว่า
จะอยู่ใกล้กันก็ตาม ราวกับโลกใบนี้… ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดสนิทแท้จริง
ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวแสงสว่างคงอยู่ที่นี่
เขาพยายามตรวจสอบรอบ ๆ ด้วยจิตวิญญาณ
เมื่อความคิดจิตวิญญาณลอยออกจากจิตใจและขยายไปด้านนอก ใบหน้าของ
เขาพลันแข็งทื่อ
เขาพบว่าไม่สามารถตรวจพบสิ่งใดได้แม้จิตวิญญาณจะอยู่ด้านนอกแล้วก็ตาม
หลิวยั่ง กานชิงและคนอื่นอยู่ใกล้ชัดเจน ถึงอย่างนั้นจิตวิญญาณตระหนักรู้ของ
เขาไม่สามารถตรวจพบแรงกดดันพวกเขาได้
อาณาจักรลับนี้ไม่ได้มืดมิดกับแค่ดวงตา แต่จิตวิญญาณตระหนักรู้ก็ได้รับผล
เช่นกัน
สิ่งเดียวที่เขาสามารถตรวจพบได้ด้วยจิตวิญญาณคือโลกมืดมิดแปลก
ประหลาดนี้
ดวงตาและจิตวิญญาณของเขาคล้ายกับเสียการทำงานภายในอาณาจักรลับนี้
ที่นี่ ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ เขาราวกับคนตาบอด
“เข้ามาใกล้ข้า ทุกคน ส่งเสียงให้ข้ารู้ว่าพวกเจ้าอยู่”
กานชิงตะโกนเสียงดังจากที่ใดสักแห่งภายในความมืดมิด เขากำลังบอกทุกคน
ให้มารวมตัวรอบเขา
“พรึ่บ!”
“ฉึบ!”
“เปรี้ยะ!”
เสียงเปลวเพลิงที่กำลังปลดปล่อยออกมาและเสียงเหล็กกระทบดังจากใกล้ ๆ
ฉับพลัน ประกายแสงสว่างขนาดเล็กปรากฏในการมองเห็นของฉินเลี่ย แต่ว่า
มันคงอยู่ชั่วครู่ก่อนถูกกลืนกินโดยความมืดมิดไม่มีสิ้นสุดอีกครั้ง
ด้วยวิธีบางอย่าง โลกใบนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกับโกลาหลมาตั้งแต่แรก
แม้กระทั่งแสงสว่าง… ไม่คล้ายกับคงอยู่ในที่แบบนี้
“บัดซบ! แม้กระทั่งเปลวไฟจากสายเลือดพวกเราที่อุณหภูมิสูงยังไม่มี! ที่นี่มัน
อะไรกันเนี่ย? พวกเราที่นี่ล้วนมืดบอดกันหมด!”
หนึ่งในนักรบสายเลือดระดับที่เจ็ดของหนานฉีอดที่จะสบถหลายครั้งขณะ
พยายามจุดแสงสว่างอย่างเปล่าประโยชน์หลายครั้ง
ฉินเลี่ยหยุดพยายามขุดชนวนเปลวเพลิงตัวเองหลังจากได้ยินคำสบถ เขาเดิน
เข้าหาเสียงตะโกนของกานชิงด้วยหัวใจหนักอึ้งบริเวณหน้าอก
“ข้าเยี่ยนเฟิง ข้าอยู่นี่”
“ข้าอู้ชา”
“ข้าหลิวยั่ง อยู่ข้างเจ้าแล้ว”
“ข้าฉินเลี่ย ข้าอยู่นี่”
“ข้าหนานฉี”
“ข้าลี่เหวย”
“ข้า…”
ทุกคนประกาศชื่อตัวเองทันทีหลังจากรวมตัวรอบกานชิง
“ข่าหลี่อยู่ไหน? ข่าหลี่ เจ้าอยู่ที่นี่หรือเปล่า? ถ้าเจ้าอยู่ที่นี่ เช่นนั้นตอบรับเสียง
เรียกพวกเราด้วย!” หนานฉีพลันอุทาน
ฉับพลัน ทุกคนเงียบ หนานฉีคือคนเดียวที่ยังตะโกน
ข่าหลี่กุมมือพวกเขาไว้เมื่อมาถึง ดังนั้นเขาน่าจะอยู่ใกล้ ๆ หากไม่เกิดอุบัติเหตุ
อะไร
แต่ว่า ตอนนี้เขาหายไปแล้วแน่นอน
“ทุกคน จำตำแหน่งข้าเอาไว้แล้วกระจายออกเล็กน้อย รองเรียกดูว่าเจอข่าหลี่
ไหม!”
หลังจากไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากข่าหลี่ กานชิงออกคำสั่งเคร่งเครียดออกมา
ฉินเลี่ยพยักหน้ากับคำสั่งของเขาและเริ่มเดินทางกลับไปยังที่ที่มาโดยใช้สัมผัส
อื่น
ไม่กี่นาทีต่อมา
“ข่าหลี่! ข่าหลี่…”
ทุกคนตะโกนสุดเสียงขณะทำให้แน่ใจว่ากานชิงยังอยู่ข้างหลัง
น่าเสียดาย พวกเขาไม่ได้รับเสียงตอบรับกลับจากข่าหลี่เลย
เงาหนึ่งคล้ายกับปกคลุมหัวใจของทุกคนเอาไว้
“หนึ่งในพวกเราหายไปเร็วขนาดนี้หลังจากเข้ามา นี่เป็นการเดินทาง
ยากลำบากแล้ว…” อู้ชาส่งเสียงเศร้าโศกเล็กน้อย
“หัวหน้าหนานฉี!” ใครบางคนอุทาน
“ไม่ต้องกังวลมากเกินไป ลี่เหวย ข่าหลี่อาจจะยังอยู่ใกล้ ๆ เขาอาจจะไม่ได้ยิน
พวกเราเพราะตำแหน่งอยู่ไกลเล็กน้อย” หนานฉีกล่าว “พวกเราล้วนลงมา
ด้วยกัน เขาอาจจะถูกโยนไปไกลจากพวกเราเพราะบังเอิญหลุดมือใน
ตอนท้าย… ตราบใดที่พวกเรายังเคลื่อนไหวในพื้นที่นี้ พวกเราน่าจะสามารถหา
เขาพบ”
“อืม ข้าหวังว่าจะเป็นแบบนั้น” ลี่เหวยตอบ
ทุกคนเงียบอีกครั้ง
“ข้าคิดว่าพวกเราควรหาบางสิ่งที่ให้แสงสว่างก่อน ไม่งั้นพวกเราไม่สามารถเดิน
ได้แน่ พวกเจ้าคิดว่ายังไง?” กานชิงถาม
ทุกคนเห็นด้วยกับความเห็นของเขา พวกเขาเริ่มมองหาแหล่งกำเนิดแสงสว่าง
ฉินเลี่ยไม่ตอบเขา
หลังจากเคลื่อนไหวไกลจากกานชิงและคนอื่นเล็กน้อย เขารีบตรวจสอบการ
เชื่อมต่อจิตวิญญาณด้วยทาสจิตวิญญาณกับร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
อย่างเงียบงัน
เคอตี่ซือ เหมียวเฟิงเทียน เสวี่ยลี่และทาสจิตวิญญาณคนอื่นผู้น่าจะสามารถ
เชื่อมต่อกับเขาด้วยจิตวิญญาณได้แม้จะอยู่ที่หุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์
อาณาจักรโป๋หลัว อาณาจักรวิญญาณและแคว้นอื่นหายไปจากสัมผัสของเขา
ที่นี่ตัดขาดการเชื่อมต่อจิตวิญญาณกับทาสจิตวิญญาณของเขา
แต่ว่า ยังมีการเชื่อมต่ออ่อน ๆ ระหว่างเขาและร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
น่าเสียดาย การเชื่อมต่อไม่มั่นคงจนเหมือนกับเขาไม่สามารถร่ายประตูดาราได้
นี่หมายความว่าเขาจะไม่สามารถพึ่งทาสจิตวิญญาณและร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิต
วิญญาณภายในโลกมืดสนิทที่ไม่รู้จักนี้ได้
“วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล…”
ความคิดหนึ่งเข้าสู่ความคิดเขา กลุ่มจิตวิญญาณตระหนักรู้เข้าสู่ไข่มุกกำราบ
จิตวิญญาณขณะไปถึงชั้นต่างมิติที่วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหลวิเศษหกตนอาศัยอยู่
วิญญาณตอบรับการมาเยือนของเขาทันที พวกมันบอกให้เขารู้ว่าพวกมันและ
ไข่มุกกำราบจิตวิญญาณยังใช้งานได้
จากนั้นเขากดมือกับรอยประทับจันทราสีเงินบนไหล่
“ข้าอยู่นี่ นายท่าน ท่านคล้ายกับอยู่ในสถานที่ลึกลับมาก” จิตวิญญาณ
อุปกรณ์ โยวเยี่ย พูดในหัวของเขา “ข้าสัมผัสไม่ได้ถึงแม้จะอยู่ที่นี่ก็ตาม มัน
เหมือนกับ…มิติที่ไม่มีสิ่งใด ไม่มีแม้แต่แสงสว่างที่นี่”
“เจ้าเคยได้ยินสถานที่เช่นนี้หรือเปล่า?” ฉินเลี่ยถาม
“ไม่ แม้แต่โลกเงาทมิฬที่เงามีชีวิตอาศัยอยู่ก็สร้างจากความมืดบริสุทธิ์ โลกเงา
ทมิฬเป็นสถานที่มืดมิดเหลือเชื่อ แต่ยังมองเห็นและรับรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ด้วย
จิตวิญญาณเหมือนในหุบเหวทมิฬ” โยวเยี่ยเงียบสักพัก เขาคล้ายกับกำลัง
ตรวจสอบรอบ ๆ ผ่านวิธีของตัวเอง
ผ่านไปสักพัก เขาพูดอีกครั้งว่า “ที่นี่ต่างออกไป ในการรับรู้ข้า มิติที่พวกเราอยู่
มืดสนิท ข้ามองไม่เห็นสิ่งใดยกเว้นนายท่าน ข้าไม่เคยได้ยินสถานที่แบบนี้มา
ก่อนแม้แต่หนเดียว”
“อ๊าก!”
ฉับพลัน เสียงร้องเจ็บปวดดังมาจากไกล ๆ เป็นเสียงขนพองสยองเกล้า
“เป็นเสียงของข่าหลี่!” ลี่เหวยกรีดร้อง
“อาจจะเป็นกับดักก็ได้!” เยี่ยนเฟิงพลันพูดขึ้น
ลมหายใจของหนานฉีสั้นลงทันที เขาตะโกนว่า “กานชิง! เจ้าคือหัวหน้าพวก
เรา! โปรดถ่ายทอดคำสั่งด้วย!”
“ทุกคนรวมตัวและมุ่งหน้าไปทางเสียงนั่น! ข่าหลี่คือหนึ่งในพวกเรา พวกเรา
ต้องพยายามช่วยเขา!” กานชิงตัดสินใจทันที
“ไปกันเถอะ!” หนานฉีเร่งทุกคน
ไม่ไกลกันนัก ฉินเลี่ยหยุดบทสนทนากับโยวเยี่ยชั่วคราวขณะเข้าใกล้กานชิง
เช่นกัน
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องขนพองสยองเกล้าไม่หยุดทันที มันยังดังชัดเจน
ทุกคนยังคงขานชื่อขณะเข้าหาแหล่งกำเนิดเสียงกรีดร้อง
แต่ว่า เสียงกรีดร้องของข่าหลี่พลันหยุดลงหลังจากผ่านไปสักพัก
“เขา เขาตายแล้วหรือ?” ลี่เหวยถามเสียงสั่นท่ามกลางความมืด
“เขาอยู่ใกล้ ๆ! ไปตรงนั้นก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ! ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าใครหรืออะไร
ที่ฆ่าเขาต่อให้จะตายแล้วก็ตาม!” หนานฉีคำราม
“ไปกัน!” กานชิงเร่งพวกเขาด้วยน ้าเสียงเกรี้ยวกราดเช่นกัน
ฉินเลี่ยไม่พูดอะไร เขาตามหลังพวกเขาขณะฟังเสียงใกล้ ๆ
ตอนที่ 1204: หินแสงมืด
แสงสว่างสีเหลืองหม่นปรากฏต่อหน้าพวกเขา ทำให้ฉินเลี่ยและคนอื่นได้สติ
นี่คือแหล่งกำเนิดแสงสว่างแรกที่พวกเขาเห็นนับตั้งแต่เข้าที่นี่มา
ทิศทางของเสียงกรอบแกรบบังเอิญเป็นที่ที่แหล่งกำเนิดแสงสว่างอยู่ เมื่อพวก
เขามาถึง พวกเขาเห็นเงาทมิฬขดอยู่ที่นั่น
เงาทมิฬคล้ายกับข่าหลี่
“ข่าหลี่!”
ลี่เหวยตะโกนและกระตุ้นพลังสายเลือดทันที เขาเร่งความเร็วผ่านฉินเลี่ย
หนานฉีและคนอื่น
“ระวังด้วย!” หนานฉีรีบเตือน
ฉินเลี่ยพลันหยุดบิน ดวงตาของเขาจับจ้องพื้นที่แสงสว่างนั่นอย่างรวดเร็ว
“กร็อบ! กร็อบ!”
เมื่อพวกเขาเข้าใกล้ เสียงกระดูกแตกร้าวเบา ๆ มาจากกลุ่มเงาที่กำลังขดอยู่
เสียงนั่นคล้ายกับบางสิ่งกำลังเคี้ยวกระดูก
“แผละ!”
ฉับพลัน เงาที่คล้ายกับข่าหลี่ระเบิด
ในแสงสว่างสีเหลืองหม่น ฉินเลี่ยมองเห็นโลหิตกระจาย จากนั้นแมลงสีดำสนิท
ขนาดเท่ากำปั้นบินออกมา
“แมลงเกราะปีศาจ!” ฉินเลี่ยไม่สามารถห้ามตัวเองกรีดร้องได้
สิ่งที่บินออกจากเงาที่ระเบิดแทบเหมือนกับแมลงเกราะปีศาจที่เขาเคยเห็น
แมลงเกราะปีศาจคือแมลงแปลกประหลาดที่อาศัยอยู่ที่อาณาจักรใต้พิภพ พวก
มันสามารถกินพลังวิญญาณโลกและเปลี่ยนเป็นพลังปีศาจใต้พิภพได้
พลังปีศาจใต้พิภพ ตามความเข้าใจตอนนี้ของฉินเลี่ย มันไม่ใช่สิ่งอื่นใด
นอกจากพลังปีศาจหุบเหวเจือจาง
ตอนนี้ แมลงเกราะปีศาจที่บินออกจากเงาที่กำลังระเบิดเป็นสีดำสนิท ดวงตา
ขนาดเล็กและกรงเล็บของพวกมันทอประกายดุร้าย พวกมันเหมือนกับสิ่งมีชีวิต
ป่าเถื่อนกระหายเลือด
มีความแตกต่างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแมลงเกราะปีศาจที่เขารู้จัก
แมลงเกราะปีศาจจากอาณาจักรใต้พิภพไม่ได้ป่าเถื่อนและกระหายเลือดเช่นนี้
อีกทั้งไม่หิวเนื้อด้วย
ส่วนใหญ่ พวกมันกินพลังวิญญาณโลก พวกมันชะล้างพลังวิญญาณ
ธรรมชาติเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังปีศาจใต้พิภพที่สามารถดูดกลืนและฝึกฝนได้
ในดินแดนมืดมิดไม่รู้จักแห่งนี้ แมลงเกราะปีศาจเหล่านี้มุดเข้าไปในข่าหลี่
ชัดเจนเพื่อกินเนื้อกับกระดูกของข่าหลี่
ข่าหลี่ไม่ตายทันที เขามองขณะร่างกายถูกกินโดยแมลงเกราะปีศาจเหล่านี้ช้า
ๆ ด้วยเหตุนี้เขาส่งเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูออกมา
“ตาย!”
เมื่อลี่เหวยเข้าใกล้ เขาเข้าใจว่าแมลงเกราะปปีศาจกินข่าหลี่จึงคลุ้มคลั่งขึ้นมา
ในแสงสว่างหม่น ฉินเลี่ยเห็นลี่เหวยปลดปล่อยความสามารถซ่อนเร้นจิต
วิญญาณอัคคีออกมา ร่างกายของเขาปลดปล่อยเปลวเพลิงที่ก่อตัวเป็นราชสีห์
ขึ้นมา
จิตวิญญาณอัคคีดุร้ายนั่นเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงรุนแรงที่ถาโถมพื้นที่นั้น
“เพี้ยะ! เพี้ยะ!”
แมลงเกราะปีศาจถูกถาโถมโดยทะเลอัคคีทันที จิตวิญญาณอัคคีคำรามขณะ
ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา
เมื่อฉินเลี่ย กานชิงและคนอื่นมาถึง พวกเขาพบว่าแมลงเกราะปีศาจที่สังหาร
ข่าหลี่ถูกเผาจนตายด้วยจิตวิญญาณอัคคีของลี่เหวย
ข่าหลี่ตายเมื่อร่างกายระเบิด
“แหล่งกำเนิดแสงสว่างนั่น!”
อู้ชาเมินหนานฉีและคนอื่นที่เศร้าโศก ด้วยเสียงอุทานเบา ๆ นางเข้าใกล้
แหล่งกำเนิดแสงสว่างช้า ๆ
มันคือหินรูปทรงปริซึมขนาดเท่าอ่างล้างหน้า จากเสียงแตกร้าวผิดปกติตลอด
พรมแดน ก้อนนี้น่าจะเป็นก้อนที่เกิดการระเบิด
มันน่าจะมาจากก้อนที่ใหญ่กว่า
ข่าหลี่อาจจะถูกดึงดูดโดยแหล่งกำเนิดแสงสว่างที่นี่ เขามาจากอีกทางและถูก
ซุ่มโจมตีโดยแมลงเกราะปีศาจ
“หนานฉี มาดูหินก้อนนี้ก่อน” อู้ชากล่าว
ตอนนี้ ฉินเลี่ยและหลิวยั่งมาถึง
ฉินเลี่ยมองรอบ ๆ โดยใช้แสงสว่างจากหิน เขาพบว่าไม่มีสิ่งใดอยู่รอบ ๆ
สถานที่ที่พวกเขาอยู่น่าจะเป็นป่ารกร้าง เพราะสภาพแวดล้อมพิเศษ พวกเขา
มองไม่เห็นสิ่งใด
หนานฉีมาถึงด้วยสีหน้ามืดมน ขณะก้มต ่า เขาตรวจสอบหินนั่น เขาส่ายหน้า
และกล่าวว่า “ข้าไม่รู้จักหินส่องแสงเหล่านี้ ในบันทึกของเผ่าพันธุ์เทพพวกเรา
ไม่คล้ายกับมีข้อมูลของหินชนิดนี้”
“น่าแปลก” กานชิงกล่าว
“ข้าไม่รู้จักหิน แต่แมลงเกราะปีศาจไม่น่าจะมาจากที่นี่” หนานฉีพ่นลมออก
จมูกด้วยสีหน้ามืดมน “หุบเหวหลายชั้นมีแมลงเกราะปีศาจดุร้ายเหมือนกลุ่มนี้
อยู่ ปีศาจระดับสูงบางคนใช้แมลงดุร้ายเหล่านี้เป็นแนวหลังพวกมัน”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” กานชิงถาม
“แมลงเกราะปีศาจเหล่านั้นที่ฆ่าข่าหลี่น่าจะเป็นของปีศาจหุบเหวระดับสูงที่ใช้
แทนดวงตาหนึ่งคู่เพื่อตรวจสอบ” หนานฉีประเมิน
กานชิงมีสีหน้าจริงจัง “แมลงเกราะปีศาจตายแล้ว ปีศาจหุบเหวเหล่านั้น… พวก
มันจะมาหรือเปล่า?”
“น่าจะเป็นเช่นนั้น” หนานฉีพ่นลมออกจมูก
“ทุกคน แยกกันและเตรียมสู้” กานชิงสั่ง
“พวกเราควรเก็บหินแปลกประหลาดนี้หรือเปล่า?” อู้ชาสอบถาม
“ไม่จำเป็น พวกเราจะอยู่ให้ห่างจากหินก้อนนี้และรอให้ศัตรูมาถึง” กานชิง
กล่าว
“ทราบแล้ว”
กลุ่มคนแยกออกให้ไกลจากหินส่องแสงเพื่อชิงความได้เปรียบเรื่องความมืด
ในสถานที่นั้น พวกเขาไม่จำเป็นต้องกลั้นลมหายใจหรือซ่อนแรงกดดันจิต
วิญญาณ
ตราบเท่าที่พวกเขาอยู่ในความมืดและไม่ส่งเสียง พวกเขาจะถูกปกปิดเป็นอย่าง
ดี
ทุกคนรออย่างเงียบงัน
ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา แหล่งกำเนิดแสงสว่างสีเหลืองหม่นสามสายลอยจากไกล
ๆ ขณะเข้ามาใกล้ช้า ๆ
ในความมืด ฉินเลี่ยเห็นแหล่งกำเนิดแสงสว่างสามจุดกำลังเคลื่อนเข้ามา เขา
เข้าใจทันทีว่าคนเหล่านี้ใช้หินแทนตะเกียงเพื่อเดินทางผ่านความมืดสนิท
“ทางนั้น! แมลงเกราะปีศาจที่ข้าปล่อยออกไปตายข้างหินแสงมืดนั่น!”
จากทิศทางของแหล่งกำเนิดแสงสว่างสามจุดมีเสียงลุ่มลึกดังขึ้น เขาพูดด้วย
ภาษาหุบเหว
“เจ้าคงไม่บอกว่าแมลงเกราะปีศาจกินเหยื่อที่พวกเราพบไปแล้วหรอกใช่
หรือไม่? ทำไมแมลงเกราะปีศาจถึงตายหมดล่ะ?” อีกคนถาม
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? ทุกคน ระวังตัวด้วย พวกเราอาจจะเผชิญหน้ากับคนจาก
ชั้นอื่นไม่ก็เจ้าพวกเผ่าพันธุ์เทพนั่น!”
“ทราบแล้ว”
ปีศาจหุบเหวระดับสูงนั่นถือสิ่งที่เรียกว่า “หินแสงมืด” ขณะสนทนาและเดินเข้า
มาใกล้
ขณะซ่อนในความมืด ฉินเลี่ยเผยแววเข้าใจขึ้นมา
ปีศาจหุบเหวระดับสูงเหล่านี้รู้แน่ชัดว่าหินแสงมืดคือสิ่งของสำคัญในอาณาจักร
มืดสนิทนี้
พวกเขาปลดปล่อยแมลงเกราะปีศาจจำนวนมากเพื่อค้นหาสิ่งที่เรียกว่าหินแสง
มืด แมลงเกราะปีศาจบางตัวมาที่นี่และพบหินแสงมืดเหมือนกับข่าหลี่
ข่าหลี่อาจจะไม่ได้หินแสงมืดก่อนถูกโจมตีโดยแมลงเกราะปีศาจที่หินเพื่อรอ
นายของพวกมัน
นั่นคือที่ที่เขาตาย
จากนั้น ด้วยความตายของแมลง นายพวกมันจึงรีบมา
ตอนที่ 1205: ช่วยเหลือ
ขณะซ่อนในความมืด ฉินเลี่ยสังเกตผู้มาใหม่
ปีศาจหุบเหวระดับสูงสนทนาอย่างเงียบงันภายใต้แสงสว่างหม่นจากหินแสงมืด
สามก้อน
แต่สิ่งที่กลุ่มของฉินเลี่ยไม่รู้ก็คือมีเงาอื่นกำลังซุ่มอยู่ด้านหลังอีกฝ่าย
มีสิ่งที่มากกว่าปีศาจหุบเหวสามตนนั้นกำลังมา
ปีศาจหุบเหวที่มีหินแสงมืดคนละก้อนไม่สนทนากับอีกกลุ่มด้วยเหตุผล
บางอย่าง
ขณะพวกเขาสนทนาเสียงต ่า พวกเขาเข้าใกล้ช้า ๆ อย่างสงบจนน่าแปลก
เมื่อเห็นปีศาจหุบเหวกำลังเข้าใกล้หินแสงมืด ฉินเลี่ยลอบกระตุ้นพลังสายเลือด
และรอคำสั่งของกานชิงก่อนพุ่งเข้าไป
“เปรี้ยะ!”
ฉับพลัน เสียงเบา ๆ ดังจากด้านหลังเขา
เขาพลันหันศีรษะกลับมา
ในความมืดสนิท เขาได้กลิ่นพิษ นี่คือแรงกดดันที่มีเพียงแมลงมีพิษเท่านั้นที่จะ
ครอบครองได้
“ฮี่ฮี่ฮี่!”
ปีศาจหุบเหวระดับสูงที่มาภายหลังพลันหยุดขณะส่งเสียงหัวเราะน่ารังเกียจ
ออกมา
“อ่อนหัด”
เสียงเข้มมาจากด้านหลังก้อนหินแสงมืด เผยให้เห็นใบหน้าเพศชายหล่อเหลา
น่าขนลุกขึ้นมา
นั่นคือปีศาจหุบเหวระดับสูงสายเลือดระดับที่เจ็ด
เขามีหูชี้ยาว ดวงตาสีเทาเงินทอประกายอสนีสีม่วงเข้ม
มีกลุ่มลวดลายสีม่วงบนหน้าผากและคอ ลวดลายไขว้ไปมาลึกลับเหล่านั้นคือ
ความผันแปรพลังเด่นชัด
“พวกเจ้าคิดว่าจะซ่อนอยู่ที่นี่เพื่อโจมตีพวกข้าได้งั้นหรือ? เหอะ พวกเจ้าไม่ระวัง
เอาเสียเลย!”
ปีศาจหุบเหวระดับสูงตนนี้โบกมือขณะก้อนหินแสงมืดลอยขึ้น
“หวือ!”
หินแสงมืดลอยขึ้นขณะบินไปทางที่กานชิงอยู่อย่างรวดเร็ว มันส่องแสงใส่กาน
ชิง เยี่ยนเฟิงและคนอื่นทันที
แทบจะในเวลาเดียวกัน ปีศาจหุบเหวระดับสูงอีกสองตนที่มีหินแสงมืดโยนพวก
มันออกไป
หินแสงมืดสองก้อนถูกโยนไปที่ที่หนานฉีกับพรรคพวก อู้ชาและหลิวยั่งกำลัง
ซ่อนอยู่เช่นกัน
ฉินเลี่ยมองเห็นกานชิง หนานฉี อู้ชาและคนอื่น รวมถึงแมลงเกราะปีศาจจำนวน
มากรอบตัวพวกเขาเช่นกัน
แมลงเกราะปีศาจและแมลงที่ไม่รู้จักดูเหมือนกับกระตือรือร้นที่จะกินพวกเขา
ปีศาจหุบเหวระดับสูงผู้ถูกส่องแสงด้วยหินแสงมืดจมสู่ความมืดทันที
ฉินเลี่ยจินตนาการออกว่าปีศาจหุบเหวระดับสูงใช้ความมืดเป็นที่กำบังเพื่อพุ่ง
เข้าใส่กานชิง หนานฉีและคนอื่น
ฉับพลัน ผู้ล่าในความมืดและเหยื่อในแสงสว่างถูกสลับเปลี่ยนกัน
หินแสงมืดสามก้อนที่ส่องแสงปีศาจหุบเหวระดับสูงลอยเหนือศีรษะทุกคนคล้าย
ตะเกียงเจิดจ้าขณะเผยเป้าหมายให้ปีศาจหุบเหวระดับสูงและแมลงเกราะปีศาจ
ตอนนี้ ฉินเลี่ยเข้าใจว่าพิษที่เขาได้กลิ่นน่าจะเป็นแมลงเกราะปีศาจ
เมื่อปีศาจหุบเหวระดับสูงมาถึง พวกเขาปลดปล่อยแมลงเกราะปีศาจมาล้อม
เอาไว้อย่างเงียบงันแล้ว
แต่ว่า มีเพียงหินแสงมืดสามก้อนเท่านั้น ขณะที่แมลงเกราะปีศาจหมายหัวเขา
เอาไว้ เขาไม่ถูกโจมตีเหมือนกานชิงและคนอื่นทันที
ความมืดส่งผลต่อแมลงเกราะปีศาจชัดเจน เมื่อไม่ถูกส่องแสงด้วยหินแสงมืด
แมลงเกราะปีศาจไม่สามารถยืนยันตำแหน่งเป้าหมายได้
กงล้อมในจิตใจของฉินเลี่ยเริ่มหมุน
เขาเข้าใจว่ากานชิง หนานฉีและคนอื่นผู้กำลังซ่อนตัวตกเป็นเป้าและตกอยู่ใน
อันตรายร้ายแรง
แมลงเกราะปีศาจและปีศาจหุบเหวระดับสูงไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป
พวกเขาจะฆ่าอีกฝ่าย
กานชิงและคนอื่นไม่สามารถยืนยันตำแหน่งของผู้โจมตีเพื่อสวนกลับได้ทันที
สถานการณ์เสียเปรียบสำหรับพวกเขา!
“โลกเปลวเพลิง! วงแหวนตะวันร้อนแรง!”
ฉินเลี่ยกระตุ้นความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดและวิชาลับทันที เขาสร้างโลก
เปลวเพลิงที่มีตัวเองเป็นศูนย์กลาง
กงล้อหมุนวนสามล้อที่สร้างจากพลังสายเลือดหมุนรอบตัวเขา
“หวือ หวือ หวือ! เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ! ซู่ ซู่!”
วงแหวนเพลิงปะทะกับแมลงเกราะปีศาจในความมืดทันที ขณะเปลวเพลิงคำราม
เขาได้ยินเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของแมลง
ด้วยวงแหวนตะวันร้อนแรงสามวงที่เปิดทางให้ เขาปลดปล่อยโลกเปลวเพลิงเข้า
หาหลิวยั่ง
“ข่ายโลหิตสวรรค์!”
เขาปลดปล่อยวิชาลับจากคัมภีร์โลหิตขณะสร้างข่ายโลหิตขึ้นมา
กลิ่นโลหิตแผ่ซ่านในอากาศขณะดึงดูดปีศาจหุบเหวระดับสูงในความมืด
“หินแสงมืดกำลังขยับ!”
“บางสิ่งกำลังดึงหินแสงมืด!”
“แรงกดดันของฉินเลี่ย!”
หินแสงมืดสามก้อนที่กำลังลอยเข้าหากานชิง หนานฉีและหลิวยั่งถูกดึงโดย
สายโลหิตขณะโยนไปทางอื่น
พื้นที่ที่ส่องแสงโดยหินแสงมืดเปลี่ยนไปเช่นกัน
ปีศาจหุบเหวที่คำรามและถือดาบกระดูกสีขาวเล่มใหญ่เพื่อแทงกานชิงนั้นพลัน
ถูกเปิดเผยเพราะการเคลื่อนไหวของหินแสงมืด
ด้วยความรวดเร็วและไม่ล่าช้า กานชิงและเยี่ยนเฟิงตอบสนองด้วยการโจมตี
ทรงพลังทันที
“ธารเงาอัคคี!”
ธารลำแสงคล้ายเงาเปลวเพลิงพลันลอยออกจากหัวกะโหลกของกานชิงและ
เยี่ยนเฟิง
ลำแสงเปลวเพลิงพลันดูเหมือนกับกานชิงและเยี่ยนเฟิงอีกคนด้วยพลังสายเลือด
น่าหวาดกลัว
เงาอัคคีเหล่านั้นปะทะใส่หน้าอกของปีศาจหุบเหวถือดาบกระดูกสีขาวที่กำลังลง
มาจากท้องฟ้า
ปีศาจหุบเหวที่พลันถูกเปิดเผยโดยหินแสงมืดถูกทะลวงโดยลำแสงเงาอัคคีทันที
“ผัวะ!”
ปีศาจหุบเหวพลันเริ่มลุกไหม้ แม้กระทั่งเนื้อและกระดูกก็เริ่มแตกร้าวเสียงดัง
อีกด้าน ใกล้หนานฉี ปีศาจหุบเหวสองตนถูกเปิดเผยโดยหินแสงมืดที่กำลังลอย
อยู่
“จิตวิญญาณอัคคี! ราชสีห์เพลิง!”
“วิชาลับสายเลือด วงแหวนตะวันร้อนแรง!”
“วิชาลับสายเลือด แปดตะวันเพลิงบรรลัย!”
หนานฉี ลี่เหวยและสหายของเขาตะโกนทันทีขณะตอบรับด้วยการโจมตีของ
ตัวเอง
ราชสีห์คำราม กงล้ออัคคีหมุนวนและแปดดวงตะวันร้อนแรงปะทะใส่ปีศาจหุบ
เหวสองตนที่ถูกเปิดเผยทันที
“ตูม!”
ปีศาจสองตนไม่สามารถตอบสนองได้ทันเวลาก่อนถูกถาโถมโดยเปลวเพลิง
ตอนนี้ ฉินเลี่ยออกมาจากความมืดข้างอู้ชาและหลิวยั่ง
โลกเปลวเพลิงที่สร้างจากพลังสายเลือดพลันปกคลุมอู้ชาและหลิวยั่ง สองสาว
รู้สึกปลอดภัยทันที
หินแสงมืดที่เดิมกำลังลอยเหนือสองสาวเคลื่อนไหวและเปิดเผยปีศาจหุบเหวอีก
ตน
“เจ้าเคลื่อนย้ายหินแสงมืด!” ปีศาจหุบเหวที่มีดวงตาสีเงินจ้องมองฉินเลี่ย
“นั่นแหละผู้นำ!” หลิวยั่งกล่าวอย่างตกตะลึง
“ผัวะ!”
เส้นเลือดที่ล้อมรอบหินแสงมืดพลันถูกตัดโดยดาบที่มองไม่เห็น หินแสงมืดที่
กำลังเคลื่อนไหวนิ่งทันที
หินแสงมืดอยู่ระหว่างฉินเลี่ยและผู้นำของปีศาจหุบเหว ฉินเลี่ยมองเห็นปีศาจหุบ
เหวชัดเจน อีกฝ่ายก็เช่นกัน
“ข้าคำนวณผิดไป ข้าไม่คิดว่าจะมีเลือดผสมเช่นเจ้าอยู่ พลังที่ข้าใช้กับหินแสง
มืดทำได้เพียงขัดขวางพลังสายเลือดของตระกูลเลี่ยเยี่ยน แต่ไม่ใช่กับพลังอื่น”
ปีศาจหุบเหวระดับสูงที่มีดวงตาสีเงินและหูยาวมองฉินเลี่ยอย่างเย็นชาในแสง
สว่างหม่นของหินแสงมืด
“ข้าไม่คิดเลยว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนจะยอมให้เลือดผสมเข้ามา เจ้าต้องพิเศษแน่ ๆ”
ขณะพูด เขาเลียริมฝีปาก ดวงตาพลันเป็นสีแดง “แต่เจ้าทำให้งานเลี้ยงข้า
ล่าช้า! ข้าจะให้เจ้าตายอย่างเจ็บปวด!”
“งานเลี้ยง…”
อู้ชาและหลิวยั่งเห็นแสงสว่างโลหิตในดวงตา พวกนางพลันเข้าใจว่างานเลี้ยงที่
ปีศาจหุบเหวพูดถึง… คือพวกนาง
เหมือนกับที่เห่าเจี๋ยชอบของว่างเป็นนิ้วของปีศาจหุบเหวระดับสูงเพศหญิง
ปีศาจหุบเหวระดับสูงจำนวนมากชอบกินเผ่าพันธุ์เทพเพศหญิงงดงามเช่นกัน
ตอนที่ 1206: ลูกหลานของราชาปีศาจสิ้นหวัง
“ข้าคือเหวยเซินเท่อ มาจากหุบเหวโกลาหล เห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ยกล่าวถึง
ข้ากับพวกเจ้าบ้างหรือไม่?”
ปีศาจหุบเหวหล่อเหลาผู้มีดวงตาสีเทาเงินเลียริมฝีปากสีแดงขณะกล่าวว่า
“เห่าเจี๋ยและข้ามีความสนใจคล้ายกัน!”
สายตาของเขาจับจ้องคออันงดงามของอู้ชาและหลิวยั่ง ดวงตาของเขาเผย
ความละโมบและราคะ
ภายใต้สายตาของเขา อู้ชาและหลิวยั่งรู้สึกถึงความเย็นเยือกและความสิ้นหวัง
“แต่ว่า ข้าจะฆ่าเลือดผสมคนนี้ก่อน จากนั้นจะสนุกกับพวกเจ้าทีละน้อย” เหวย
เซินเท่อกล่าว
“หวือ!”
หินแสงมืดที่เดิมอยู่ระหว่างเขาและฉินเลี่ยพลันขยับไปลอยเหนือศีรษะของ
หลิวยั่งและอู้ชาอีกครั้ง
ครั้งนี้ พื้นผิวของหินแสงมืดส่องแสงสีม่วงอ่อนคล้ายแสงอสนีที่โลดเต้นจนเกิด
ประกาย
“แคร้ก!”
เสียงอสนีกำลังเคลื่อนที่มาจากตำแหน่งของเหวยเซินเท่อ เพราะการเคลื่อนไหว
ของหินแสงมืด พื้นที่นั้นกลับมาเป็นสีดำสนิทอีกครั้ง
เหวยเซินเท่อหายไปจากสายตา
“ระวังด้วย!” ฉินเลี่ยตะโกน
ทันทีที่หินแสงมืดลอยเหนือศีรษะ โลกเปลวเพลิงที่เขาสร้างจากพลังสายเลือด
ถูกโจมตีโดยอสนีสีม่วงบ้าคลั่งหลายสิบครั้ง
“แปะ แปะ แปะ!”
โล่ภายนอกของโลกเปลวเพลิงสีแดงชาดเกิดประกายไฟภายใต้การปะทะของ
อสนีสีม่วง
อสนีสีม่วงทอประกายแผ่ความผันแปรจิตวิญญาณที่ขยายความรู้สึกสิ้นหวัง
ออกมา ความผันแปรแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
โลกเปลวเพลิงที่ฉินเลี่ยสร้างโดยใช้พลังสายเลือดสามารถปัดป้องการรุกราน
ของอสนีสีม่วงได้ แต่ไม่สามารถปัดป้องการกระจายของคลื่นจิตวิญญาณที่
เปี่ยมด้วยความสิ้นหวังได้
“อ่ะ…”
อู้ชาและหลิวยั่งพลันอุทานเสียงต ่า จิตวิญญาณต่อสู้สดใหม่คล้ายกับถูกกัด
กร่อนช้า ๆ
สายตาพวกนางค่อย ๆ เผยความสิ้นหวังและความจนใจราวกับตัดใจจากการ
ต่อสู้นี้แล้ว
แม้กระทั่งเขายังรู้สึกว่าความสิ้นหวังไม่มีสิ้นสุดกำลังเล่นงานเข้ามาคล้าย
มหาสมุทรที่กดทับให้จมลงไป
โลกเปลวเพลิงไม่ได้รับผลจากความสิ้นหวังไม่มีสิ้นสุด
“เปรี้ยะ เปรี้ยะ! เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”
ภายในจิตใจของฉินเลี่ย แสงอสนีเคลื่อนไหวคล้ายมังกร พลังอสนีบาตทลาย
สวรรค์ชะล้างจิตวิญญาณของเขาอย่างรุนแรง
แต่ความรู้สึกสิ้นหวังไม่มีสิ้นสุดยังกระจายทั่วร่างกายราวกับหยั่งรากลึกใน
สายเลือดและกระดูก ทำให้ไม่สามารถลบล้างได้
“หื้ม! เจ้าเลือดผสม เจ้าน่าสนใจจริง เจ้ารู้วิธีใช้สายฟ้า น่าเสียดาย… พลังสิ้น
หวังของข้าคือวิชาสายเลือดลับ นี่คืออารมณ์ที่กลืนกินจิตใจ ไม่ใช่พลังจิต
วิญญาณ”
ในความมืด เหวยเซินเท่อหัวเราะอย่างสนุกสนาน “อสนีบาตและอสนีสามารถ
ทำลายจิตวิญญาณได้ แต่ไม่สามารถทำลายอารมณ์และความปรารถนาของ
สิ่งมีชีวิตระดับสูงได้! ความสิ้นหวังคืออารมณ์อย่างหนึ่งเท่านั้น เจ้าใช้พลัง
อสนีบาตและอสนีแล้วจะมีประโยชน์อะไร?”
ขณะกล่าว ความสิ้นหวังสุดหยั่งจำนวนมากกระจายเข้าสู่กระดูกของฉินเลี่ย
ฉินเลี่ยไม่สามารถรวบรวมจิตวิญญาณต่อสู้ได้แม้แต่นิดเดียวจนถึงขั้นอยากฆ่า
ตัวเอง
เขาอยากใช้ความตายเพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่แย่ยิ่งกว่า
โดยที่ไม่รู้ วิชาลับสายเลือดของเหวยเซินเท่อกัดกร่อนจิตใจและจิตวิญญาณ
ของฉินเลี่ย หยั่งรากในร่างกายของฉินเลี่ยราวกับต้นไม้แห่งความตาย
ยิ่งความสิ้นหวังสุดหยั่งถาโถมเท่าไหร่ เหวยเซินเท่อยิ่งไม่ต้องลงมือมากเท่านั้น
ฉินเลี่ยจะจัดการตัวเอง
อีกด้าน อู้ชาและหลิวยั่งผู้อยู่ในโลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ยเช่นกันกำลังอดทน
ต่อคลื่นพลังสิ้นหวัง
ปีศาจหุบเหวระดับสูงที่สายเลือดข้องเกี่ยวกับความสิ้นหวังไม่ได้ใช้พลังกับพวก
นางมากเท่ากับของฉินเลี่ย
ดังนั้น พวกนางไม่มีความคิดที่จะตาย
แต่ว่า ภายใต้อำนาจความสิ้นหวังน่าหวาดกลัว พวกนางทำได้เพียงมองฉินเลี่ย
ไม่สามารถขยับได้
“ตาย ความตายคือจุดหมายสุดท้ายของเจ้า มีเพียงความตายที่สามารถ
ปลดปล่อยเจ้าจากความทรมานได้…”
เสียงของเหวยเซินเท่อลอยเข้ามา เร่งให้ฉินเลี่ยยกมือขึ้น
มือนั่นจับที่คอตัวเองช้า ๆ
ขณะซ่อนในความมืด เหวยเซินเท่อปรากฏตัวขึ้นเมื่อเห็นว่าชัยชนะอยู่ในมือ
แล้ว
เขายืนนอกโลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ย
ปีศาจหุบเหวระดับสูงผู้มีสายเลือดระดับที่เจ็ดตนนี้มาจากหุบเหวโกลาหล แรง
กดดันแห่งความสิ้นหวังของเขาคือสัตว์ประหลาดที่สามารถพรากความหวังของ
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้
“ฉินเลี่ย! หมอนี่คือลูกหลานของราชาปีศาจสิ้นหวังจากหุบเหวโกลาหล ราชา
ปีศาจสิ้นหวังคือสุดยอดใต้เท้าหุบเหวโกลาหลลำดับที่สอง! มันมีความสามารถ
ซ่อนเร้นข้องเกี่ยวกับความสิ้นหวังและสามารถนำเมล็ดปีศาจสิ้นหวังเข้าสู่
ร่างกายของศัตรูได้ ถ้าเจ้าสามารถหาเมล็ดปีศาจสิ้นหวังและเผามันได้ เจ้า
สามารถเป็นอิสระจากความสิ้นหวังที่กำลังกัดกินจิตใจได้!”
ไกลออกไป กานชิงผู้กำลังเผาปีศาจหุบเหวระดับสูงให้เป็นเถ้าถ่านพลันตะโกน
ขึ้น
วินาทีต่อมา ปีศาจหุบเหวระดับสูงสามตนล้อมเขาและเยี่ยนเฟิงเอาไว้
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ!” ปีศาจหุบเหวระดับสูงพ่นลมออกจมูก
“ลูกหลานของราชาปีศาจสิ้นหวัง เมล็ดปีศาจสิ้นหวังในร่างกาย!”
อสนีวูบไหวผ่านจิตใจ กลุ่มความทรงจำของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณผุดขึ้น
“เมล็ด!”
จิตวิญญาณและความตระหนักรู้ของฉินเลี่ยกลายเป็นตาข่ายที่ลงมาจากบน
ศีรษะ
ทุกหนแห่งที่ตาข่ายผ่าน เส้นเลือด เส้นลมปราณ กระดูก พวกมันล้วนส่งผลต่อ
จิตใจเขา
เมื่อตาข่ายมาถึงหน้าอก เขาพบสัญลักษณ์สีม่วงขนาดเท่าเมล็ดข้าวอยู่บน
หัวใจดวงที่สอง
สัญลักษณ์สีม่วงนั่นคือเมล็ดขนาดเล็กมาก
“เมล็ดปีศาจสิ้นหวัง!”
การปะทุของเปลวเพลิงไม่มีวันมอดดับมาจากหัวใจดวงที่สองขณะถาโถมใส่
หัวใจทันที
ภายใต้เปลวเพลิงของตระกูลเลี่ยเยี่ยน สัญลักษณ์สีม่วงถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน
ความสิ้นหวังที่ถาโถมเข้าสู่จิตใจเขาหายไปทันที
มือของฉินเลี่ยที่กำลังบีบคอตกลงช้า ๆ เปลวเพลิงและอสนีสีครามปรากฏใน
ดวงตา
“เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”
ลำแสงอสนีสีครามพุ่งออกจากดวงตาขณะล้อมอู้ชาและหลิวยั่งเอาไว้
ตอนนี้เอง อู้ชาและหลิวยั่งผู้ไม่สามารถขยับได้รู้สึกถึงมืออ่อนนุ่มกำลังโอบล้อม
ร่างกายเอาไว้
ไม่ช้า มือนั่นคล้ายกับเข้าสู่ร่างกาย
นี่ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกประหลาด
สองสาวเผยร่องรอยความเขินอายออกมา
“เจอแล้ว…”
ตอนนี้เอง ฉินเลี่ยยิ้มเยาะขณะรีบกล่าว
“เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”
เสียงปะทุของความเจ็บปวดมาจากท้องและใต้เท้าพวกนาง
ความสิ้นหวังที่กำลังถาโถมใส่พวกนางหายไปหลังจากเจ็บปวด
พวกนางฟื้นคืนความสามารถเคลื่อนไหวอีกครั้ง
“อะไรกัน? มันสามารถทำลายเมล็ดปีศาจและยังช่วยคนอื่นได้!”
ที่ด้านหน้าโลกเปลวเพลิง เหวยเซินเท่อผู้มาจากหุบเหวโกลาหลและเป็น
ลูกหลานของราชาปีศาจสิ้นหวังเผยสัญญาณตกตะลึงในที่สุด
ตอนที่ 1207: ทะลุปรุโปร่ง
“ราชาปีศาจสิ้นหวัง! เมล็ดปีศาจสิ้นหวัง!”
กลุ่มความทรงจำของร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณปรากฏจากจิตวิญญาณ
ของฉินเลี่ย เขาเข้าใจแจ่มชัดเกี่ยวกับหุบเหวโกลาหลและราชาปีศาจสิ้นหวัง
ทันที
ชั้นที่ตระกูลชี่เสวี้ยรุกรานคือชั้นหุบเหวโหดเหี้ยมและนองเลือด พลังปีศาจหุบ
เหวที่มีอยู่นั้นเต็มไปด้วยความกระหายเลือดยิ่งกว่าที่อื่น
ตามความเข้าใจของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ หุบเหวโกลาหล… บังเอิญเป็นหุบ
เหวชั้นที่หนึ่งร้อย
ลึกลงไปคือหุบเหวแปดชั้นล่างที่ถูกเรียกว่าหุบเหวแดนชำระ
อาจจะเพราะเหตุนี้ พลังปีศาจหุบเหวของชั้นนั้นจึงรุนแรงและทำให้ชั้นดังกล่าว
อยู่ในสภาพเข่นฆ่าที่มากยิ่งขึ้น
ปีศาจผู้อยู่รอดในหุบเหวโกลาหลจึงโหดเหี้ยมและกระหายเลือดยิ่งเป็นปกติ
ปีศาจทรงพลังนาม “ราชาปีศาจสิ้นหวัง” คือสุดยอดใต้เท้าหุบเหวที่หาทาง
สังหารจนมาถึงสายเลือดระดับที่สิบได้
เขาอยู่ลำดับที่สองในบรรดาห้าสุดยอดใต้เท้าหุบเหวโกลาหล เขาด้อยกว่า
“ราชาปีศาจน่าหวาดกลัว” เท่านั้น
เหวยเซินเท่อคือลูกหลานและยังครอบครองความสามารถซ่อนเร้นสายเลือด
หลักที่ควบคุมความสิ้นหวังของผู้คนได้
เมื่อได้ยินคำเตือนของกานชิง ฉินเลี่ยหาทางดึงข้อมูลเกี่ยวกับหุบเหวโกลาหล
ราชาปีศาจสิ้นหวังจากความทรงจำออกมา เขาในตอนนี้เข้าใจเกี่ยวกับ
ความลับสายเลือดของเหวยเซินเท่อมาก
“เมล็ดปีศาจสิ้นหวังแต่ละเมล็ดที่เจ้าสร้างขึ้นจะใช้พลังสายเลือดจำนวนมาก
หลังจากข้าทำลายเมล็ดปีศาจสิ้นหวังสามเล็ดของเจ้าไป เจ้า… น่าจะได้รับ
บาดเจ็บใช่หรือไม่?”
ฉินเลี่ยเดินอยู่ภายในโลกเปลวเพลิงช้า ๆ จนกระทั่งอยู่ต่อหน้าเหวยเซินเท่อ
ผ่านพรมแดนเปลวเพลิงสีแดงเข้ม ฉินเลี่ยยิ้มเยาะ เขากล่าวว่า “เมล็ดปีศาจสิ้น
หวังที่เจ้าปลดปล่อยออกมาสามารถดูดกลืนความสิ้นหวังที่ศัตรูรู้สึกก่อนตาย
ได้”
“ด้วยเหตุนั้น เมล็ดปีศาจสิ้นหวังจึงกลับมาพร้อมพลังที่มากขึ้นและทำให้เจ้า
แข็งแกร่งขึ้น จากนั้น เจ้าสามารถสั่งสมและใช้พลังสิ้นหวังนั้นได้มากขึ้น”
“ข้าพูดถูกหรือไม่?”
เขามองเหวยเซินเท่ออย่างเย็นชา
“เจ้า… เจ้ารู้ได้อย่างไร? แม้แต่เห่าเจี๋ยและตาเฒ่าจากตระกูลชี่เสวี้ยยังไม่รู้เรื่องนี้
ด้วยซ ้า!” เหวยเซินเท่อตะโกนเสียงเข้ม
เมล็ดปีศาจจากราชาปีศาจสิ้นหวังสามารถนำสิ่งมีชีวิตไปสู่ปลายทางความสิ้น
หวังและความตายได้
แต่ละคนก่อนตาย พวกเขาจะแผ่ความสิ้นหวังจำนวนมากที่จะถูกดูดกลืนโดย
เมล็ดปีศาจ
หลังจากเมล็ดปีศาจดูดกลืนพลังสิ้นหวังเข้าไปจะมีพลังแข็งแกร่งขึ้น พวกมันจะ
หยั่งรากในร่างกายของผู้แข็งแกร่งขึ้นได้ ทำให้คนที่แข็งแกร่งขึ้นตาย
เมื่อสิ่งมีชีวิตตาย เมล็ดปีศาจจะดูดกลืนพลังสิ้นหวังมากขึ้น ทำให้น่าหวาดกลัว
ยิ่งขึ้น
เมล็ดปีศาจสิ้นหวังที่สร้างจากการต่อสู้สามารถใช้วิธีนี้เพื่อสั่งสมพลังสิ้นหวังได้
วงจรแห่งความสิ้นหวังและเสริมสร้างไม่มีสิ้นสุดนี้คือวิธีที่เหวยเซินเท่อยิ่งมายิ่ง
แข็งแกร่งขึ้น
ด้วยวิธีนี้ ผ่านเมล็ดปีศาจที่สั่งสมความสิ้นหวังเอาไว้ เหวยเซินเท่อถึงขั้นสังหาร
ยอดฝีมือตระกูลชี่เสวี้ยระดับที่แปดได้!
ถ้าเขามีเวลา ถ้าเมล็ดปีศาจสามเมล็ดดูดกลืนพลังจากฉินเลี่ย อู้ชาและหลิวยั่ง
ได้ เมล็ดปีศาจสามเมล็ดจะแข็งแกร่งจนสามารถใช้จัดการหนานฉีและคนอื่นได้
อย่างง่ายดาย
ด้วยวิธีนี้ เขาสามารถจัดการทุกคนจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนได้อย่างง่ายดาย
เมล็ดปีศาจสิ้นหวังจะแข็งแกร่งขึ้นตามจำนวนคนที่ถูกสังหาร
แต่ว่า ถ้าเมล็ดปีศาจที่เขาสร้างโดยใช้พลังสายเลือดไม่สามารถสังหารศัตรูตน
แรกได้ ในฐานะแหล่งกำเนิด เขาจะได้รับบาดเจ็บ
นี่คือจุดอ่อนร้ายแรงที่สุดของเมล็ดปีศาจสิ้นหวัง
แต่จุดอ่อนนี้แทบไม่มีใครรู้แม้แต่กับปีศาจทรงพลังจากหุบเหวโกลาหล
แล้วฉินเลี่ยรู้ได้อย่างไร?
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ว่าข้ารู้ได้อย่างไร เจ้าไม่มีเวลาให้คิดหรอก” ฉินเลี่ยหัวเราะ
เบา ๆ
“จิตวิญญาณอัคคี!”
“ค่ายกลอัคคี!”
อู้ชาและหลิวยั่งพลันตะโกนขณะปลดปล่อยพลังสายเลือดจากภายในโลกเปลว
เพลิงออกมา
วิหคเพลิงและค่ายกลพุ่งออกจากโลกเปลวเพลิงเข้าหาเหวยเซินเท่อ
เหวยเซินเท่อผู้กำลังจะถามอีกครั้งไม่มีเวลาสนทนาขณะรีบซ่อนตัวเองในความ
มืด
ฉินเลี่ยมองไปทางหินแสงมืด
เขาเข้าใจว่าในอาณาจักรแปลกประหลาดภายในหุบเหวทมิฬแห่งนี้ต้องพึ่งหิน
แปลกประหลาดเหล่านั้นเพื่อให้สามารถส่องแสงในหุบเหวทมืดสนิทนี้ได้
เมื่อมองไม่เห็นมิติลึกลับแห่งนี้ด้วยตาเปล่าหรือจิตวิญญาณ ทันทีที่ศัตรูซ่อนใน
ความมืด ย่อมไม่มีเป้าหมายให้โจมตี
หากศัตรูไม่โจมตีและส่งเสียง พวกเขาจะไม่ถูกพบตัว
ถ้าศัตรูอยากหลบหนีในความมืด พวกเขาไม่สามารถถูกตามรอยได้
ถึงตอนนั้น เหวยเซินเท่อซ่อนกลับไปในความมืด การโจมตีของอู้ชาและหลิวยั่ง
พลันเสียเป้าหมาย
แต่เพราะหินแสงมืดก้อนนั้นกำลังลอยเหนือศีรษะพวกนาง เหวยเซินเท่อ
สามารถโจมตีพวกนางจากความมืดได้อย่างง่ายดาย
ศัตรูอยู่ในเงา แต่พวกนางอยู่ในแสงสว่าง สถานการณ์เสียเปรียบสำหรับพวก
นาง พวกนางจัดการเหวยเซินเท่อไม่ได้ง่าย ๆ
“พวกเราต้องย้ายหินแสงมืด!”
ฉินเลี่ยจับจ้องหินแปลกประหลาดที่แผ่แสงสว่างสีเหลืองหม่นออกมา เขา
ควบคุมโลกเปลวเพลิงขณะลอยขึ้นช้า ๆ
ขณะถูกล้อมในอาณาเขตของโลกเปลวเพลิง เขาบินขึ้นท้องฟ้า
“หวือ!”
หินแสงมืดรีบบินขึ้นฟ้าเมื่อเห็นเขาลอยขึ้นมาจนน่าแปลก
หินแสงมืดนั่นยังคงรักษาระยะห่างจากเขา
แสงสว่างจากหินแสงมืดบังเอิญส่องมาที่เขาตลอดทำให้อยู่ภายใต้สายตาของ
เหวยเซินเท่อเสมอ
“สายฟ้าฟาดหลบลี้!”
เขาฝืนออกจากโลกเปลวเพลิงขณะใช้อสนีบาตทลายสวรรค์เพื่อเคลื่อนย้าย
พริบตา
“หวือ!”
โค้งอสนีสีครามวูบไหวจากที่ใดไม่ทราบ เขาปรากฏตัวข้างหินแสงมืด
เขาพลันคว้าหินแสงมืดก้อนนั้นเอาไว้
“แคร้ก! กร็อบ!”
แสงอสนีสีม่วงก่อตัวเป็นตาข่ายแน่นหนาที่ปรากฏรอบหินแสงมืดทันที
อสนีสีม่วงก่อตัวเป็นบุปผาแปลกประหลาดที่ปลดปล่อยพลังอสนีน่าตกตะลึง
ออกมา
มือของฉินเลี่ยที่สัมผัสหินแสงมืดจับต้องอสนีสีม่วงได้ทันที
อสนีสีม่วงล้อมแขนของเขาเอาไว้คล้ายเถาวัลย์แน่นหนา
“เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”
มันยังคงกระจายออกจากแขนของเขาเข้าหาคอ ร่างกายครึ่งส่วน ใบหน้าและ
ศีรษะถูกพันเอาไว้
เขารู้สึกชาทันที
“พ่อข้าคือราชาปีศาจสิ้นหวัง แม่ข้า… คือปีศาจอสนีระดับที่เก้า! เจ้าเลือดผสม
สายเลือดของเผ่าพันธุ์พวกข้าล้วนผสมปนเปกัน! แต่พวกข้าแตกต่างจากเจ้า
เมื่อปีศาจหุบเหวผสานเลือดเข้าด้วยกัน พวกข้าหลายคนยังคงมีพลังสายเลือด
ของครอบครัวทั้งสองอยู่!”
เหวยเซินเท่อกล่าวขณะปรากฏตัวด้านหลังฉินเลี่ย มือเรียวของเขาแทงไปที่
หลังของฉินเลี่ย
หัวใจไม่ใช่แค่จุดอ่อนของปีศาจหุบเหวเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดตายสำหรับทุก
เผ่าพันธุ์ที่ฝึกฝนพลังสายเลือดด้วย
ครั้งนี้ เป้าหมายของเขาคือหัวใจของฉินเลี่ย!
“ฉินเลี่ย!”
อู้ชาและหลิวยั่งตะโกนอย่างร้อนรนจากโลกเปลวเพลิง
“หลังจากจัดการเจ้านี่แล้ว ข้าจะสนุกกับพวกเจ้า อย่ารีบร้อนนักล่ะ…”
เหวยเซินเท่อหัวเราะเสียงดัง มือของเขากำลังจะแทงลงไป
“แคร้ก แคร้ก แคร้ก!”
ลำแสงอสนีน่าหวาดกลัวพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา
“ตูม!”
ฉับพลัน เสียงคำรามแสบแก้วหูจากอสนีบาตระเบิดออกจากร่างกายของฉินเลี่ย
อสนีสีม่วงทั้งหมดที่ล้อมฉินเลี่ยเอาไว้ระเบิดเป็นพันชิ้นทันที
ฉินเลี่ยผู้เดิมกำลังยืนหันหลังให้เหวยเซินเท่อหันกลับมา มังกรโลหิตกำลัง
คำรามระหว่างมือของเขา มังกรพุ่งใส่หน้าอกของเหวยเซินเท่อทันที
ปีศาจหุบเหวถูกโยนกลับเข้าความมืดโดยมังกรโลหิตที่สร้างจากพลังวิญญาณ
โลหิต
“นายท่าน! นายท่านเหวยเซินเท่อ! ท่านปลอดภัยหรือไม่?”
ปีศาจหุบเหวระดับสูงตะโกน เผยความหวาดกลัวยิ่ง
“ข้าบาดเจ็บสาหัส ไปเถอะ! ถอยก่อน!” เหวยเซินเท่อตะโกน
“หวือ หวือ หวือ!”
ปีศาจหุบเหวระดับสูงที่ตามเขามาหายไปในความมืด
หินแสงมืดสองก้อนพลันเสียแสงสว่างไป
ฉินเลี่ยและคนอื่นฟังอย่างตั้งใจแต่ไม่ได้ยินเสียงการจากไปหรือทิศทางที่อีก
ฝ่ายหลบหนี
ตอนที่ 1208: เข้าใจ
“พวกมันไปแล้ว”
กานชิงใช้พลังสายเลือดเพื่อจัดการหินแสงมืดขณะบินมาหาเยี่ยนเฟิง
หนานฉีและพี่น้องของเขาออกมาจากความมืดเช่นกัน
ไม่นาน ทุกคนในทีมรวมตัวรอบฉินเลี่ยอย่างรวดเร็ว
ตอนนั้นเอง ฉินเลี่ยใช้แสงอสนีสีครามล้อมหินแสงมืดอีกก้อนเอาไว้ เขา
ปลดปล่อยโลกเปลวเพลิงออกมาขณะลงสู่พื้นดิน
“สายเลือดของปีศาจอสนี…” เขายิ้มอยู่ในใจ
การโจมตีจากพลังอสนีที่เหวยเซินเท่อใช้ควบคู่กับหินแสงมืดไม่ได้ทำอันตราย
เขา
ตั้งแต่เด็ก เขาฝึกฝนอสนีบาตทลายสวรรค์ที่ภูเขาสมุนไพร เขาใช้อสนีสวรรค์
อ่อน ๆ เพื่อชะล้างร่างกายและขัดเกลาเส้นลมปราณ
ขณะการฝึกฝนเพิ่มขึ้นและร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ร่างกายของเขาได้รับการ
เสริมสร้างจนกลายเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์อสนีบาตสวรรค์
ตั้งแต่ต้น เขาฝึกฝนโดยใช้อสนีบาตทลายสวรรค์เป็นวิชาวิญญาณหลัก
การทรมานร่างกายของเขาด้วยพลังอสนีบาตและอสนีเกินกว่าจินตนาการของ
เหวยเซินเท่อ
เหวยเซินเท่อพยายามทำร้ายเขาโดยใช้พลังอสนีจากสายเลือดปีศาจอสนีเป็น
เพียงเรื่องเพ้อฝัน
ความเป็นไปได้เดียวคือเหวยเซินเท่อได้รับการสูญเสีย
“เพล้ง!”
หินแสงมืดสั่นครืน พลังอสนีและอสนีบาตที่เหวยเซินเท่อใส่เอาไว้ถูกทำลาย
จากนั้น มันลอยขึ้นท้องฟ้าขณะได้รับการเกื้อหนุนจากแสงอสนีสีคราม
“ทุกคนปลอดภัยหรือไม่?” ฉินเลี่ยถามขณะมองกลุ่มคน
กลุ่มคนรวมตัว พวกเขาได้รับบาดเจ็บที่หน้าอก ไหล่และท้อง
แต่ว่า ไม่มีใครตาย
“ฉินเลี่ย แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าปลอดภัยหรือไม่? ข้าเห็นว่าปีศาจนั่นแทงหลังเจ้า เจ้า
บาดเจ็บหรือเปล่า?” หลิวยั่งถามด้วยความกังวล
“ข้าปลอดภัย” ฉินเลี่ยยิ้ม
กานชิงคว้าหินแสงมืดอีกก้อนเอาไว้
หินแสงมืดของเหวยเซินเท่ออยู่ในมือของฉินเลี่ยขณะลอยเหนือพวกเขา
หินแสงมืดสองก้อนคล้ายกับเตาผิงที่ส่องแสงทุกคน
ฉินเลี่ยตรวจสอบกานชิง หนานฉีและคนอื่น เขาพบว่าตลอดเวลามานี้
บาดแผลบนหน้าอกและไหล่กำลังตกสะเก็ดช้า ๆ
เขาเข้าใจทันทีว่าพวกเขากำลังใช้ความสามารถซ่อนเร้นรักษาจากสายเลือด
เพื่อรักษาและฟื้นฟูพลังต่อสู้อย่างรวดเร็ว
พลังรักษาสายเลือดอันรวดเร็วนี้คือสิ่งที่สายเลือดระดับสูงน้อยคนนักที่จะมี
เผ่าพันธุ์มนุษย์… ด้อยกว่านัก
“ปีศาจหุบเหวระดับสูงห้าตน พวกมันอยู่ในความมืด ซากศพถูกเอาไป”
หนานฉีมีสีหน้ามืดมน ขณะพูด เขาหยิบเนื้อรมควันจากแหวนต่างมิติมาแบ่งให้
น ้าหนักของส่วนฉินเลี่ยหนักกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ตอนนี้เอง กานชิง เยี่ยนเฟิง หลิวยั่งและคนอื่น รวมถึงกลุ่มของหนานฉีมองมา
ทุกคนเผยความเป็นมิตร
“ข้าต้องบอกว่า ครั้งนี้… ต้องขอบคุณฉินเลี่ย” หนานฉีมีสีหน้าจริงจัง “ตอนหิน
แสงมืดเหล่านั้นส่องแสงมาที่พวกข้า พวกข้าพยายามใช้พลังสายเลือดทั้งหมด
เพื่อย้ายพวกมัน ข้าไม่รู้วิธีใช้งานพวกมัน แต่ทันทีที่พลังสายเลือดเข้าใกล้หิน
แสงมืดเหล่านั้น มันคล้ายกับถูกลดทอนไป โชคดี เจ้าย้ายพวกมันและทำให้
ปีศาจที่กำลังโจมตีพวกข้าถูกเผยตัว ไม่อย่างนั้น…”
หนานฉีส่ายหน้าอย่างหนักแน่น
“เขาพูดถูก” ลี่เหวยกล่าว “เมื่อศัตรูอยู่ในเงาและพวกเราอยู่ที่แจ้ง พวกเรา
เสียเปรียบมากเกินไป อีกอย่าง ในอาณาจักรลับมืดสนิทแห่งนี้ หินแสงมืดที่
สามารถส่องแสงได้คือสมบัติ”
ทุกคนเห็นด้วย
ฉินเลี่ยยิ้มขณะรับชิ้นเนื้อมา ขณะกิน เขากล่าวว่า “ข้าคิดว่าพวกเราน่าจะ
ปกปิดแสงสว่างจากหินแสงมืดตอนกำลังฟื้นฟูเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพบตัว”
“มีเหตุผล” กานชิงเห็นด้วย
“จัดการหินแสงมืดก้อนนี้ที” ฉินเลี่ยส่งหินแสงมืดที่ได้จากเหวยเซินเท่อให้
หนานฉี จากนั้นนั่งลงอย่างเงียบงัน
หินวิญญาณลอยออกจากมือขณะใช้เนื้อฟื้นฟูพลังสายเลือดและใช้หิน
วิญญาณฟื้นฟูพลังวิญญาณ
กานชิงและหนานฉีปกปิดแสงสว่างของหินแสงมืดสองก้อนอย่างรวดเร็ว พื้นที่
ถูกกลืนกินในความมืดอีกครั้ง
ทีมเก้าคนกินเพื่อฟื้นฟูพลังสายเลือดอย่างเงียบงัน
ฉินเลี่ยไม่ใช่ข้อยกเว้น
ในความมืดสนิท การเคลื่อนไหวของเวลาช้าและผ่านไปอย่างยากลำบาก
ฉินเลี่ยผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
“อาณาจักรลับแปลกประหลาดมักห้อมล้อมด้วยความมืดเสมอ ที่นี่พิเศษยังไง
กันนะ”
เขาคิดอย่างเกียจคร้าน เขาส่งจิตวิญญาณตระหนักรู้ท่องเที่ยวอย่างไร้จุดหมาย
ขณะหลับตา สายจิตวิญญาณตระหนักรู้คล้ายกับเคลื่อนไหวในมหาสมุทรมืด
มิด ไม่สามารถสัมผัสแรงกดดันใด ๆ ได้แม้จะมีนักรบสายเลือดระดับที่เจ็ดจาก
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนอยู่รอบข้างก็ตาม
“ระยะสั้นขนาดนี้ จิตวิญญาณตระหนักรู้กลับสัมผัสสัญญาณชีวิตไม่ได้เลย น่า
แปลกจริง…” เขาคิด
เมื่อเห็นว่าจิตวิญญาณตระหนักรู้ใช้การไม่ได้ เขาดึงกลับมา
“มาดูสถานการณ์ของวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลดีกว่า”
จิตวิญญาณตระหนักรู้ถูกดึงกลับมา กลายเป็นลำแสงที่บินเข้าสู่ไข่มุกกำราบ
จิตวิญญาณ
ชั้นแรก ชั้นสอง สาม ท้ายที่สุดคือสี่
ลำแสงกลายเป็นบอล ฉินเลี่ยปรากฏตัวอย่างพร่าเลือนในชั้นสี่ของไข่มุก
กำราบจิตวิญญาณ
ในมิติไม่มีสิ้นสุด ไม่มีดวงตะวันและดวงดาวเหมือนกับอาณาจักรลับที่เขาอยู่ มี
เพียงแสงสว่างอ่อน ๆ เท่านั้น
ฟองขนาดมหึมาลอยในมิติแปลกประหลาด วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหลหกตน รวมถึงศพของบรรพบุรุษคำสาปอยู่ภายในฟองส่องแสง
ที่นี่คล้ายกับอาณาจักรโลหิตโกลาหล
คราวที่แล้ว ฉินเลี่ยมาที่นี่ เงาจิตวิญญาณของเขาเข้าสู่หนึ่งในฟองดังกล่าว
ภายในนั้นมีผังโบราณระดับสูงที่ทรงพลังและซับซ้อนอยู่
ผังโบราณระดับสูงที่ลึกลับซับซ้อนคล้ายกับเป็นการปรากฏโดยตรงของบรรทัด
ฐานจักรวาล ด้วยความเข้าใจและความคิดจิตวิญญาณของฉินเลี่ย เขาออกมา
อย่างจนใจหลังจากผ่านไปสักพัก
คล้ายกับว่าความเข้าใจและจิตวิญญาณของเขายังไม่แข็งแกร่งที่จะสนับสนุน
ความเข้าใจของผังโบราณระดับสูง
เขารู้สึกว่าครั้งนี้น่าจะเหมือนกัน
เพราะว่า เทียบกับคราวที่แล้ว เขาไม่ได้แข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่นัก
แต่ครั้งนี้ ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบได้ เมื่อเขาพยายามเข้าฟองนั่นเพื่อมอง
เส้นด้ายที่ปกคลุมทั่วมิตินี้ เขาพลันรู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ
มิติในฟองนี้คล้ายกับพลันถูกทะลวงโดยอาณาจักรลับมืดสนิทรอบตัวเขา
มิติภายในฟองกลายเป็นสีดำ แต่สายแสงสว่างลึกลับนับล้านเหล่านั้นยังส่อง
แสง
เงาจิตวิญญาณของเขาพลันรู้สึกถึงปัญญามากขึ้น
ผังโบราณระดับสูงที่สร้างจากสายแสงสว่างไม่คล้ายกับคลุมเครือและยากจะ
เข้าใจ
ในสายตาของเขา เส้นแสงสว่างเรียวเหล่านี้บ้างดูเหมือนเส้นเลือด บ้างดูเหมือน
ลวดลายบนใบไม้ บ้างดูเหมือนอสนีในท้องฟ้า ภาพทั้งหมดนี้เต็มไปด้วย
ความลับ
เขาสังเกตอย่างตั้งใจสักพัก จากนั้นเห็นว่าผังโบราณซับซ้อนที่อยู่ทั่วมิติคล้าย
กับก่อตัวเป็นชั้นผังระดับพื้นฐานและกลาง
ฉับพลัน เขาคล้ายกับพบประกายแรงบันดานใจสุดท้ายบนเส้นทางแห่งความ
เข้าใจในผังโบราณระดับสูงนั่น
เวลาคล้ายกับหยุดลงในคราวนี้ มีเพียงพลังจิตวิญญาณของเขาที่คล้ายกับถูก
ใช้อย่างรวดเร็ว
“หวือ!”
เมื่อเขาพลันรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าของจิตวิญญาณ เงาจิตวิญญาณของเขา
ตกลงจากไข่มุกกำราบจิตวิญญาณเข้าสู่จิตใจของเขา
ในความมืด ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน
“ฉินเลี่ย เจ้า… ฟื้นตัวหรือยัง? พวกข้าต้องรอเจ้านานเลยนะ” หลิวยั่งพลันกล่าว
ขึ้น
“ข้าสบายดี” เขาตอบ
กานชิงและหนานฉีปลดปล่อยแสงสว่างของหินแสงมืดในที่สุด ทำให้ทุกคน
ปรากฏตัวขึ้น
“เจ้าใช้เวลานานไปหรือเปล่า?” กานชิงถามอย่างไม่ใส่ใจ “เจ้าใช้เวลาสิบสอง
ชั่วโมงเต็ม ช้ากว่าพวกข้าอีก”
“อาจจะเพราะเขาเหนื่อยเกินไปก็ได้” หลิวยั่งอธิบาย
ฉินเลี่ยไม่ตอบทันทีขณะคิดกลับไปถึงประสบการณ์ก่อนหน้านี้ เมื่อเขามอง
อาณาจักรลับมืดมิดแปลกประหลาดนี้อีกครั้ง ดวงตาของเขาเปลี่ยนไปชัดเจน
เขาค่อย ๆ เข้าใจว่าอาณาจักรลับแห่งนี้ที่คงอยู่มาหลายล้านปีเต็มไปด้วย
ความลับเกินจินตนาการ
ที่นี่ช่วยให้เข้าใจผังโบราณระดับสูงในชั้นที่สี่ของไข่มุกกำราบจิตวิญญาณได้
มาก
ในการรับรู้ของเขา ผังโบราณระดับสูงไม่ต่างจากบรรทัดฐานแท้จริงของ
จักรวาล
หรือก็คือ ความเร็วของการทำความเข้าใจบรรทัดฐานจักรวาลทำได้ดีเมื่ออยู่
ที่นี่!
“ข้าคิดว่าข้ารู้แล้วว่าทำไมสุดยอดใต้เท้าหุบเหวล้วนอยากส่งลูกหลานมาที่นี่”
ตอนที่ 1209: โลกจุดก ำเนิด!
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร ฉินเลี่ย”
กานชิงถามอย่างสับสน หินแสงมืดที่กำลังลอยเหนือศีรษะของเขาส่องแสงให้
เห็นสีหน้าสับสน
“เจ้ากำลังบอกว่า… เจ้าพบความลับของอาณาจักรนี้แล้วงั้นหรือ?” หนานฉี
อุทาน
“ข้ายังเข้าใจไม่เต็มที่ แต่ข้าคิดว่าข้ารู้ว่าอะไรที่ทำให้ที่นี่พิเศษ” ฉินเลี่ยกล่าว
ทุกคนดูตกตะลึงกับเรื่องนี้
“บอกพวกข้ามา!” กานชิงพลันจริงจัง
หนานฉีและสหาย เยี่ยนเฟิง อู้ชาและหลิวยั่งพลันเงียบ
พวกเขาล้วนจ้องมองฉินเลี่ย
ถ้านี่เป็นเมื่อก่อน พวกเขาจะไม่สนหรือมองคำพูดของฉินเลี่ยอย่างจริงจัง
แต่ว่า หลังจากฉินเลี่ยขับไล่เหวยเซินเท่อ ได้หินแสงมืดมาสองก้อนและแสดง
ความเข้าใจในความรู้เกี่ยวกับราชาปีศาจสิ้นหวังจากหุบเหวโกลาหลได้อย่าง
เหลือเชื่อ พวกเขาเข้าใจว่าเขาแตกต่างจากคนอื่นจริง ๆ
ด้วยเหตุนี้พวกเขาปฏิบัติกับฉินเลี่ยจริงจังมากขึ้น
พวกเขาเริ่มคิดว่าเขาคือคนสำคัญ
“ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ข้ายังฟื้นพลังสายเลือดหรือพลังวิญญาณไม่เสร็จ” ฉินเลี่ยนิ่ง
สักพัก “ข้าฟื้นฟูเสร็จก่อนพวกเจ้าจะมาที่ี่”
“เช่นนั้นเจ้าทำอะไรอยู่ล่ะ…?” หลิวยั่งอดที่จะถามไม่ได้
“ข้ากำลังศึกษาวิชาวิญญาณที่ฝึกฝนอยู่ ข้าพบว่าที่นี่ อาณาจักรลับมืดสนิท
แห่งนี้… เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาแก่นแท้ของพลังเหลือเชื่อ!”
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนกล่าวเสียงดังว่า “ข้ารู้ว่าพลังสายเลือด วิชาลับ
ความสามารถและอื่น ๆ ของพวกเจ้าล้วนสำแดงพละกำลังออกมา ตอนนี้ ใจ
เย็น ๆ และทำความเข้าใจพลังในสายเลือดพวกเจ้าดู พยายามมองทั้ง
ความสามารถสายเลือดที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคยแล้วดูว่ามันแตกต่างจากก่อน
หน้านี้หรือเปล่า”
“มันสามารถช่วยในการฝึกฝนพวกข้าได้งั้นหรือ? มันสามารถช่วยพวกข้า
ศึกษาความจริงของพละกำลังได้งั้นหรือ?” เยี่ยนเฟิงดูตกตะลึง
“เจ้ากำลังบอกว่าใครก็ตามที่ฝึกฝนที่นี่จะพัฒนาเร็วขึ้นงั้นหรือ?” อู้ชาเข้าใจ
เช่นกัน
“มันส่งผลจริง ๆ หรือ?” ดวงตาของหนานฉีทอประกาย
“เจ้าลองตอนนี้เลยก็ได้” ฉินเลี่ยยิ้ม
นักรบตระกูลเลี่ยเยี่ยนระดับที่เจ็ดนั่งลงบนพื้นอีกครั้งเมื่อได้ยินเช่นนี้
พวกเขาระบายลมหายใจช้า ๆ ขณะทำสมาธิ
ฉินเลี่ยนั่งลงอย่างเงียบงันเช่นกันหลังจากกล่าวจบ
เขาพยายามดึงพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์บางส่วนจากสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
ออกมา
น่าเสียดาย เขาพบว่าพลังจิตวิญญาณของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณไม่สามารถเข้า
อาณาจักรลับได้แม้จะยังแลกเปลี่ยนความคิดจิตวิญญาณก็ตาม
คล้ายกับมีกำแพงที่แยกร่างหลักและร่างจำแลงในมิติมืดสนิทอันแปลก
ประหลาดนี้อยู่
ผลที่ได้ เขาไม่สามารถดึงพลังจิตวิญญาณสำรองของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณมา
เติมเต็มได้
“ไม่ได้ผลสินะ…”
หลังจากพยายามอย่างล้มเหลวหลายครั้ง ฉินเลี่ยเลือกที่จะตัดใจในที่สุด
“ข้าว่าต้องพึ่งยาเม็ดแล้วล่ะ”
ฉินเลี่ยหยิบกองยาเม็ดที่สามารถเติมเต็มพลังจิตวิญญาณได้ออกมาขณะโยน
เข้าปาก
อย่างแรก เขากินยาเม็ดเพื่อรักษาพละกำลังตัวเอง
หลังจากพลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งขึ้นช้า ๆ เขาสร้างกลุ่มความตระหนักรู้
บริสุทธิ์และเริ่มทำความเข้าใจความลับของสายเลือด
โลหิตของเขาเดือดพล่าน!
เขาสามารถสัมผัสแรงกดดันสายเลือดพิเศษของกานชิงและเยี่ยนเฟิงที่อยู่
ด้านข้างได้ ในฐานะสมาชิกของตระกูลเลี่ยเยี่ยน พลังสายเลือดพวกเขาร้อน
รุนแรงและทรงพลังยิ่ง
เขามองโลหิตด้วยจิตใจ เขามองเห็นอักขระศักดิ์สิทธิ์เลี่ยเยี่ยนจำนวนมากกำลัง
กระโดดไปมา
“ไม่ นี่ไม่ถูกต้อง…”
ความตระหนักรู้ของเขากระโดดผ่านอักขระศักดิ์สิทธิ์เลี่ยเยี่ยนขณะลงลึกไปใน
โลหิต
“ตูม!”
เส้นดายสีแดงเจิดจ้านับไม่ถ้วนอยู่ภายในเส้นเลือด เส้นดายสีแดงผิดปกติที่ไม่
รู้จักเหล่านี้เปลี่ยนไปต่อเนื่องราวกับไม่มีตัวตนยั่งยืนเพราะโลหิตกำลังเดือด
พล่าน
ฉับพลัน เขารู้สึกหลงภายในสายเลือดตัวเองเล็กน้อย
ตอนนั้นเอง เขารู้สึกเหมือนกับได้กลับมายังชั้นที่สี่ของไข่มุกกำราบจิต
วิญญาณ
เส้นดายที่โยงใยกันเหล่านี้คล้ายกับเป็นตัวแทนพลังลึกลับที่สุดของสายเลือด
ตระกูลเลี่ยเยี่ยน ความสามารถซ่อนเร้น
มันให้ความรู้สึกเหมือนกับเขาสามารถได้รับความสามารถสายเลือดใหม่ได้ถ้า
หาทางมองความลับเส้นด้ายสีแดงเหล่านี้ได้ทะลุปรุโปร่ง
“ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว!”
ฉับพลัน เขาเข้าใจว่าความลับของสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยนถูกประทับใน
โลหิตของสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุกคน
ถ้าพวกเขาสามารถค้นหาความลับของสายเลือดได้ พวกเขาสามารถปลุก
ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดใหม่ได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
มันเหมือนกับความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดทั้งหมดที่ข้องเกี่ยวกับตระกูล
เลี่ยเยี่ยนอยู่ในโลหิตเสมอ
แต่ว่า พวกเขาจะต้องค้นพบความลับของสายเลือดและศึกษามันให้ดีถ้าอยาก
ได้รับความสามารถสายเลือดและเข้าใจพละกำลังของสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยน
มากขึ้น
ถึงตอนนั้น พวกเขาจะสามารถกระตุ้นพละกำลังของสายเลือดได้อย่างเต็มที่
“ดูท่าข้ายังไปได้อีกไกลเลยนะ…”
จิตวิญญาณตระหนักรู้ของเขาทะยานอยู่ภายในโลหิตอยู่นานก่อนเห็นกลุ่มเส้น
ดายสีแดงที่จำได้ในที่สุด
ขณะจ้องมองเส้นด้ายโลหิตที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง เขารู้สึกเหมือนกับ
สามารถมองเห็นโลกเปลวเพลิงกำลังก่อตัวตรงหน้า เส้นด้ายสีแดงที่กำลัง
เปลี่ยนไปคล้ายกับเป็นตัวแทนความลับทั้งหมดของโลกเปลวเพลิง
เขายังคงทะยานอยู่ภายในโลหิตร้อนดุจลาวา
ผ่านไปสักพัก เขาเห็นเส้นด้ายสีชาดที่เป็นตัวแทนของการฟื้นฟูและการ
จุดชนวน
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าสามารถเข้าใจความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดที่ถูกปลุก
ขึ้นมาทั้งหมดในโลหิตด้วยจิตวิญญาณตระหนักรู้ได้ในอาณาจักรลับแปลก
ประหลาดแห่งนี้ แต่ว่า สิ่งที่ข้ายังไม่ปลุกยังคงลำบากอยู่ดี เส้นด้ายสีแดงเหล่านี้
คือตัวแทนความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดอื่น”
“ถ้า ถ้าข้าสามารถวิเคราะห์เส้นด้ายสีแดงเหล่านี้ที่เหลืออย่างเต็มที่…
หมายความว่าข้าสามารถปลุกความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดอื่นได้งั้นหรือ?”
“ข้าสามารถปลุกความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดที่แข็งแกร่งกว่าและใกล้กับ
แกนกลางที่ระดับที่เจ็ดงั้นหรือ?”
“ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดที่อยู่ในสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยนมีเท่าไหร่
กัน? พวกมันที่ยังไม่ถูกค้นพบจนถึงทุกวันนี้มีเท่าไหร่กัน?”
ความตกตะลึงของฉินเลี่ยมากขึ้นเมื่อสำรวจโลหิตตัวเองมากขึ้น
เขาไม่ใช่คนเดียว กานชิง หนานฉี อู้ชา เยี่ยนเฟิง หลิวยั่งและคนอื่นเห็นสิ่ง
เดียวกันเมื่อพวกเขามองโลหิตเดือดพล่านโดยใช้วิธีตามที่เขาบอก
พวกเขาล้วนได้ข้อสรุปแบบเดียวกับเขา
ผ่านไปสักพัก หนุ่มสาวตระกูลเลี่ยเยี่ยนเก้าคนรวมถึงฉินเลี่ยได้สติจาก “การ
หลับใหล” ขณะหอบเล็กน้อย
พวกเขาสบตากัน พวกเขามองเห็นความตกตะลึงในดวงตาของอีกฝ่าย
“ข้าไม่เคยเข้าใจว่าเลือดตัวเองจะซ่อนความลับไว้มากมายขนาดนี้!” หนานฉีก
ล่าว
“ข้าไม่เคยมองเห็นพรสวรรค์และความลับโลหิตตัวเองได้ชัดเจนขนาดนี้
เหมือนกัน” กานชิงอุทาน
“โลหิตของทุกคนเต็มไปด้วยความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดนับไม่ถ้วน
เหตุผลที่พวกเราไม่สามารถปลุกพวกมันได้… เพราะพวกเรายังไม่ดีพอจะ
มองเห็นหรือทำความเข้าใจ” เยี่ยนเฟิงพึมพำขณะดูเหม่อลอย
“สายเลือดพวกเราคือสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พวกเราแค่ไม่มีกุญแจมาไขเท่านั้น”
อู้ชาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ขณะจ้องมองความมืดมิดไม่มีสิ้นสุดรอบตัว นางกล่าว
ด้วยน ้าเสียงแผ่วเบาว่า “แต่ที่นี่ล่ะ? นี่คือสถานที่ที่สามารถไขสมบัติลึกลับใน
สายเลือดพวกเราได้”
“ฉินเลี่ยพูดถูก ตอนนี้ข้าเข้าใจว่าทำไมสุดยอดใต้เท้าหุบเหวอยากส่งลูกหลาน
มาที่นี่มาก”
“นั่นสินะ”
“นั่นน่ะสินะ!”
ดวงตาสีแดงของทุกคนเว้นของฉินเลี่ยลุกโชนด้วยความมุ่งมั่นแรงกล้า
พวกเขาบ่นหลายครั้งตอนถูกส่งมาที่นี่ครั้งแรก แต่ว่า ทุกคนรู้สึกอยากร้องไห้
เล็กน้อยในตอนนี้
ถึงแม้จะเจอพื้นหินเย็นกระด้างใต้เท้าและความมืดสุดหยั่งนี้ พวกเขาล้วน
ซาบซึ้งกับโอกาสที่ได้มาที่นี่
“ที่นี่อาจจะเป็นโลกจุดกำเนิด ข้าไม่คิดว่าพวกเราจะโชคดีที่ได้มาเยือนสถานที่
วิเศษและลึกลับแห่งนี้” กานชิงพลันกล่าวขึ้น
“โลกจุดกำเนิด?” หนานฉีส่งเสียงสับสนออกมา
ฉินเลี่ยประหลาดใจสักพัก ฉับพลัน ความทรงของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณระเบิด
ในจิตใจ
“โลกจุดกำเนิด!” ดวงตาของเขาพลันทอประกายอสนี
ตอนที่ 1210: แปดสุดยอดราชันปีศาจ
“เจ้ารู้เกี่ยวกับโลกจุดกำเนิดเช่นกันหรือ?” กานชิงมองฉินเลี่ยด้วยความ
ประหลาดใจ
ฉินเลี่ยพยักหน้าเล็กน้อย “ใช่ ก็นิดหน่อย”
กานชิงและฉินเลี่ยคล้ายกับเป็นเพียงสองคนในบรรดานักรบสายเลือดเก้าคนที่รู้
เกี่ยวกับโลกจุดกำเนิด
คนอื่นไม่รู้อย่างเห็นได้ชัด
“โลกจุดกำเนิดคืออะไรหรือ?” หนานฉีถามอย่างจริงจัง
เยี่ยนเฟิง อู้ชาและคนอื่นหันมาหาคำตอบกับกานชิง
แต่หลิวยั่ง… หันมามองฉินเลี่ย
“ความรู้ข้าอาจจะไม่ครบถ้วน ดังนั้นพวกเราควรให้กานชิงอธิบายก่อน” ฉินเลี่ย
กล่าว
หลิวยั่งย้ายความสนใจมาที่กานชิง
“โลกจุดกำเนิดคือโลกที่ไม่ได้สำแดงบรรทัดฐานของโลกหรือความจริงแต่อย่าง
ใด” กานชิงไม่ปฏิเสธ เขาเริ่มพูดสิ่งที่รู้เกี่ยวกับโลกจุดกำเนิดออกมา
“พวกเรารู้ว่ามีหนึ่งร้อยแปดชั้นในหุบเหว แต่ตอนที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น มีคน
กล่าวว่าหุบเหวเป็นเพียงภาพวาดโกลาหลที่ไม่มีสิ่งใด”
“ภายในความโกลาหลนี้ การระเบิดลึกลับที่สุดถือกำเนิดขึ้นจนแปรเปลี่ยนมิติ
โกลาหลในอาณาจักรพังทลายนับไม่ถ้วน”
“เศษเสี้ยวมิติพังทลายทั้งหมดนี้คือโลกจุดกำเนิดที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสรร
สร้าง พวกมันไม่มีบรรทัดฐานหรือสิ่งมีชีวิต”
“ผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบ บรรทัดฐานและความจริงเริ่มปรากฏในเศษเสี้ยว
เหล่านี้ช้า ๆ ผลที่ได้ ปีศาจหุบเหวถือกำเนิดขึ้น”
“ผ่านไปอีกนานจนกระทั่งเศษเสี้ยวเหล่านี้วิวัฒนาการและสำแดงบรรทัดฐาน
พิเศษอย่างเต็มที่”
“ท้ายที่สุด พวกมันกลายเป็นชั้นหุบเหวที่พวกเราคุ้นเคยในตอนนี้”
“อาจจะกล่าวได้ว่าหนึ่งร้อยแปดชั้นของหุบเหวคือการแปรเปลี่ยนจากเศษเสี้ยว
ความโกลาหลจำนวนมากที่พังทลาย”
“สถานที่ที่พวกเราอยู่ตอนนี้คือเศษเสี้ยวพังทลายที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงจนถึงทุก
วันนี้ด้วยเหตุผลบางอย่าง อย่างน้อยที่สุด มันยังไม่ถูกขุดศักยภาพและเริ่ม
พัฒนาบรรทัดฐานกับพลังงานเป็นโลกจุดกำเนิดที่ควรจะเป็น”
เปลวเพลิงแปลกประหลาดเต้นร่าอยู่ในดวงตาของกานชิงขณะอธิบายฝูงชน
“โลกจุดกำเนิดเศษเสี้ยวจากความว่างเปล่าโกลาหลจากเมื่อหลายปีก่อนใช่
หรือไม่? ถ้าให้เวลามากพอ หลายล้านปีต่อมา มันอาจจะวิวัฒนาการเป็นหุบเหว
ชั้นใหม่เลยก็ได้ใช่หรือไม่?” หนานฉีถามอย่างมีนัย
กานชิงพยักหน้าช้า ๆ “ถ้าตามทฤษฎีก็ใช่”
“แล้วโลกจุดกำเนิดมันแปลกยังไงล่ะ?” อู้ชาถามอย่างสงสัย
กานชิงครุ่นคิดสักพักก่อนกล่าวต่อว่า “โลกจุดกำเนิดคือสถานที่ที่บรรทัดฐาน
ของโลกยังไม่ก่อตัวเป็นรูปร่าง นี่หมายความว่ามันง่ายต่อการทะลวงเข้าสู่
สายเลือดเพื่อทำความเข้าใจความลับกับพลัง! ในโลกที่ถูกซ่อมแซมแล้ว พวก
เราไม่สามารถทำความเข้าใจพวกมันได้อย่างแจ่มชัดเพราะบรรทัดฐานโลกขัด
ต่อการรับรู้ของพวกเรา”
เขาหยุดไว้ตรงนี้ขณะมองฉินเลี่ย “สิ่งที่ฉินเลี่ยกล่าวก่อนหน้านี้ถูกต้อง ที่นี่
พวกเราสามารถฝึกฝนและศึกษาสายเลือดได้เร็วกว่า”
“ที่นี่ พวกเราสามารถเปิดเผยความลึกลับของสายเลือดและค้นหารูปทรงแรก
เพื่อก่อตัวเป็นความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดทั้งหมดได้!”
ทุกคนยิ้มและรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินเช่นนี้
“มีอะไรอีกหรือไม่? มีผลวิเศษแบบอื่นอีกหรือเปล่า?” หลิวยั่งสอบถามลึกลงไป
“อืม…” กานชิงขมวดคิ้วสักพักก่อนยิ้มและแบมืออย่างจนใจ “นี่คือทั้งหมดที่ข้า
รู้เกี่ยวกับโลกจุดกำเนิด ถ้าเป็นเรื่องอื่น ข้าก็ไม่รู้แล้ว”
“อ้อ” หลิวยั่งดูผิดหวัง
ตอนนี้เองหนานฉีมองฉินเลี่ยและถามว่า “ความรู้เกี่ยวกับโลกจุดกำเนิดของเจ้า
เท่าของกานชิงหรือเปล่า?”
ฝูงชนหันมาสนใจกานชิงช้า ๆ
กานชิงกล่าวอย่างจริงจังและจริงใจว่า “เจ้าไม่ต้องห่วงความรู้สึกข้า ฉินเลี่ย เจ้า
สามารถบอกทุกสิ่งที่รู้ได้ มันจะเป็นประโยชน์ต่อพวกเราทุกคนถ้าสามารถ
เข้าใจโลกจุดกำเนิดได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ที่นี่”
ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพักก่อนพยักหน้า “สิ่งที่เจ้ากล่าวเมื่อครู่ถูกต้อง”
“มีสิ่งอื่นที่เจ้าอยากเสริมหรือไม่?” กานชิงกล่าว
“ใช่ มี” ฉินเลี่ยตอบ
กลุ่มคนดูประหลาดใจสักพักก่อนนั่งฟังอย่างจริงจัง
ก่อนพวกเขารู้ตัว คำพูดของฉินเลี่ยเริ่มหนักอึ้งในจิตใจ
“อย่างที่กานชิงกล่าวก่อนหน้านี้ โลกจุดกำเนิดคือโลกใบใหม่ที่ยังไม่
วิวัฒนาการตามธรรมชาติ มันส่งผลต่อการฝึกฝนและศึกษาสายเลือดที่นี่เพราะ
พวกเราสามารถทำความเข้าใจความลับที่เดิมไม่สามารถทำที่อื่นได้” ฉินเลี่ย
ครุ่นคิดอย่างระวังขณะอธิบายเสียงเบา
“แต่ว่า นั่นไม่ใช่ทั้งหมดของโลกจุดกำเนิด”
“ถ้าหนึ่งในพวกเราสามารถหลอมรวมความรู้ของบรรทัดฐานและยอมรับพลังใน
โลกจุดกำเนิดขณะที่ยังวิวัฒนาการอยู่ได้นั้น…”
“โลกจุดกำเนิดจะก่อตัวเป็นรูปทรงตามต้องการและสำแดงบรรทัดฐาน
ธรรมชาติที่พวกเรารู้จัก”
“เมื่อโลกจุดกำเนิดวิวัฒนาการโดยมีพลังของคนคนนั้นเป็นรากฐาน คนคนนั้น
ที่ประทับความตั้งใจและพลังในโลกจุดกำเนิดได้สำเร็จจะกลายเป็นผู้ปกครอง
พวกเขาสามารถควบคุมบรรทัดฐานธรรมชาติและพลังทั้งหมดที่คงอยู่ในโลกใบ
นี้ได้”
“หรือก็คือ… พวกเขาจะควบคุมหุบเหวชั้นใหม่นี้ทั้งหมด”
ฉินเลี่ยกล่าวอย่างเคร่งขรึม
ฝูงชนเงียบสนิท สิ่งเดียวที่สามารถได้ยินและเห็นคือลมหายใจหนักอึ้งและ
ดวงตาเจิดจ้าอันตกตะลึง
“เจ้าหมายความว่าคนที่ประทับพลังและสายเลือดได้จะกลายเป็นสุดยอดใต้เท้า
หุบเหวงั้นหรือ? พวกเขาจะกลายเป็นผู้ปกครองหุบเหวชั้นนี้งั้นหรือ?” ลี่เหวยกรีด
ร้อง “ผู้ปกครองหุบเหวชั้นที่หนึ่งร้อยเก้า! ฮ่าฮ่า แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว!”
“ไม่ ไม่ใช่แค่นั้น” ฉินเลี่ยส่ายหน้า
ฝูงชนประหลาดใจอีกครั้ง
“เท่าที่ข้ารู้ สุดยอดใต้เท้าหุบเหวส่วนใหญ่เลื่อนขั้นสู่ระดับที่สิบผ่านการศึกษา
ชั้นหุบเหวและทำความเข้าใจพลังกับบรรทัดฐานหลักหลังจากชั้นหุบเหวถูก
สร้างขึ้นมาแล้ว” ฉินเลี่ยกล่าว
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” หลิวยั่งสับสนกับคำอธิบายของเขา
ฉินเลี่ยอธิบายเพิ่ม
“ยกตัวอย่างเช่น หุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์คือโลกจุดกำเนิดที่วิวัฒนาการเสร็จ
แล้ว หลังจากทุกสิ่งถูกจัดวาง มันเริ่มให้กำเนิดปีศาจหุบเหว ปีศาจหุบเหวส่วน
ใหญ่ในหุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์คือปีศาจเพลิงที่คุ้นชินกับความร้อนสูงมาก สิ่ง
ที่ข้าจะกล่าวคือสุดยอดใต้เท้าหุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์จะไปถึงระดับที่สิบ
หลังจากโลกจุดกำเนิดก่อตัวขึ้นแล้ว พวกมันฝึกฝนด้วยการศึกษาบรรทัดฐาน
เปลวเพลิงของหุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์ เป้าหมายพวกมันคือช ่าชองบรรทัดฐาน
หลักของหุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์และกลายเป็นผู้ปกครองเสียเอง”
“พวกมันยังทำไม่สำเร็จ ถ้าหุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์อยู่ภายใต้การควบคุมของ
พวกมัน พวกมันจะจมดิ่งสู่ด้านล่างและเข้าร่วมกับแปดแดนชำระ”
“สิ่งที่เรียกว่าราชันของแปดหุบเหวชั้นล่าง หุบเหวแดนชำระ คือสุดยอดใต้เท้าผู้
หลอมรวมชั้นหุบเหวและช ่าชองบรรทัดฐานหลักทั้งหมดแล้ว”
กานชิงดูตกตะลึง “แสดงว่า ถ้าพวกเราสามารถประทับพลังในหุบเหวชั้นนี้และ
ควบคุมก่อนก่อตัวขึ้นมาได้ พวกเราจะกลายเป็นราชันของหุบเหวชั้นนี้เมื่อสัก
วันโลกจุดกำเนิดแห่งนี้วิวัฒนาการขึ้น นั่นคือสิ่งที่เจ้ากำลังจะบอกใช่หรือไม่?”
“นั่นแหละ” ฉินเลี่ยพยักหน้า “ฟังดูง่าย แต่มันอาจจะไม่ง่ายเหมือนที่ได้ฟัง”
“แต่สิ่งเหล่านั้นคือก้าวสู่การเป็นผู้ปกครองชั้นหุบเหวใช่หรือไม่?” กานชิงถาม
อีก
“อืม” ฉินเลี่ยกล่าวต่อว่า “อย่างแรก ต้องประทับความเข้าใจพลังสู่โลกจุด
กำเนิดนี้ก่อน จากนั้น พวกเขาต้องเติบโตและวิวัฒนาการควบคู่กันไปเพื่อให้
สามารถกระจายบรรทัดฐานทรงพลังที่เพิ่มขึ้นไปทั่วโลกจุดกำเนิดจนสามารถ
วิวัฒนาการเป็นหุบเหวชั้นใหม่ในอีกหลายล้านปีต่อมาได้”
“แน่นอน มีหลายสิ่งที่ต้องสนใจ หากพลาดแม้แต่ก้าวเดียว คนคนนั้นจะป่นปี้
พร้อมโลกใบนี้”
“สรุปสั้น ๆ กระบวนการนี้ยากและพึ่งโชคเป็นหลัก”
“กล่าวได้ว่า มันง่ายกว่าการช ่าชองบรรทัดฐานหลักของชั้นหุบเหวธรรมชาติ
หลายศตวรรษเหมือนที่ราชันของแปดชั้นล่างทำ”
“ยังไงซะ มีความเป็นไปได้สองทางที่จะหลอมรวมกับชั้นหุบเหวเหมือนราชัน
ปีศาจหุบเหวแดนชำระได้”
“ไม่ศึกษาและช ่าชองบรรทัดฐานหลักของชั้นหุบเหวที่วิวัฒนาการ…”
“ก็ประทับพลังบนโลกจุดกำเนิดใบนี้ นี่คือการวิวัฒนาการอย่างตั้งใจและเติบโต
ควบคู่กันไปหลายล้านปี”
“นี่คือสองทางที่ควบคุมชั้นหุบเหวและกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าราชันปีศาจได้”
“ถ้าเทียบพละกำลังการต่อสู้ ราชันปีศาจคือสุดยอดใต้เท้าระดับที่สิบ”
“มีเพียงแปดราชันปีศาจที่อยู่ทั่วหุบเหว พวกมันคือผู้ปกครองแท้จริงของหุบเหว
แดนชำระ”
“ราชันปีศาจแต่ละตนปกครองชั้นหุบเหว พวกมันคือสุดยอดใต้เท้าหุบเหวที่
แข็งแกร่งที่สุด”
ตอนที่ 1211: ความหวังสูญเปล่า
ฉินเลี่ยไม่ปกปิดสิ่งใดที่รู้เกี่ยวกับโลกจุดก ำเนิด เขำบอกทุกสิ่งให้สหำยฟังอย่ำง
ละเอียด
กำนชิง หนำนฉีและคนอื่นเงียบเนิ่นนำนหลังจำกเขำกล่ำวจบ
“เจ้ำรู้มำกขนำดนี้ได้อย่ำงไร?” หลิวยั่งถำมด้วยควำมประหลำดใจ
อู้ชำก ำลังมองเขำด้วยควำมประหลำดใจเช่นกัน “ข้ำคิดว่ำอำณำจักรวิญญำณ
ที่เจ้ำอยู่… ไม่ได้เชื่อมต่อกับหุบเหวเสียอีก”
แม้แต่เยี่ยนเฟิงและลี่เหวยก็ก ำลังมองเขำแปลกประหลำด
ฉินเลี่ยยิ้มเจื่อนภำยใต้สำยตำสับสน “ข้ำมีหนทำง รวมถึงตอนที่ทรำบเกี่ยวกับ
ควำมลับของหุบเหวด้วย… เอ่อ ข้ำไม่อยำกโกหกพวกเจ้ำเลย ฉะนั้นข้ำอยำก
ให้ค ำถำมจบลงเท่ำนี้ แบบนั้นได้หรือไม่?”
“เช่นนั้นข้ำไม่ถำมก็ได้” หลิวยั่งยักไหล่ก่อนยิ้มสดใสให้เขำ “ยังไงก็เถอะ ถ้ำข้ำ
หำทำงหลอมรวมควำมลับสำยเลือดของจิตวิญญำณในโลกจุดก ำเนิดใบนี้ได้
ข้ำจะกลำยเป็นรำชันปีศำจของหุบเหวแดนช ำระหลังจำกวิวัฒนำกำรเป็นชั้นหุบ
เหวใช่หรือไม่?”
“ตำมทฤษฎีแล้วก็ใช่” ฉินเลี่ยยิ้ม
“เช่นนั้นข้ำอยำกหลอมรวมกับโลกจุดก ำเนิดใบนี้” หลิวยั่งกล่ำวอย่ำงคำดหวัง
“หยุดฝันเสียเถอะ” กำนชิงหัวเรำะ “พวกเรำควรตั้งใจศึกษำควำมลับสำยเลือด
และหวังปลุกควำมสำมำรถสำยเลือดหนึ่งหรือสองอย่ำงขณะยังอยู่ในโลกจุด
ก ำเนิดใบนี้ นี่คือสิ่งที่พวกเรำสำมำรถหวังได้จริง ๆ”
“นั่นก็จริง พวกเรำอำจจะโชคไม่ดีกับโอกำสหลอมรวมโลกจุดก ำเนิดใบนี้ ยิ่งไม่
มีเบำะแสในกำรเริ่มต้นด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่” หนำนฉีออกควำมเห็นเช่นกัน
ฉินเลี่ยพลันกล่ำวขึ้นว่ำ “นั่นก็ไม่จริงเสียทีเดียว…”
“โห?” ขณะประหลำดใจอีกครั้ง กลุ่มคนมองเขำอย่ำงสงสัย พวกเขำอยำกรู้ว่ำ
อะไรที่ต้องใช้ในโลกต้นเนิดเพื่อท ำควำมเข้ำใจอำณำจักรลับแปลกประหลำด
แห่งนี้ให้มำกขึ้น
“เจ้ำเคยได้ยินโลกจุดก ำเนิดมำบ้ำง เจ้ำเคยได้ยินทะเลจุดก ำเนิดและผลึกจุด
ก ำเนิดหรือเปล่ำ?” ฉินเลี่ยมองกำนชิง
กำนชิงขมวดคิ้วสักพักก่อนก่อนส่ำยหน้ำ “ข้ำไม่เคยได้ยินมำก่อน”
ฉินเลี่ยจัดวำงควำมคิดก่อนเริ่ม “มีคนกล่ำวว่ำ… มีทะเลจุดก ำเนิดและผลึกจุด
ก ำเนิดแปลกประหลำดทั่วโลกจุดก ำเนิดระหว่ำงก่อตัว”
“บอกข้ำอีก” หนำนฉีกล่ำวอย่ำงตื่นเต้น
“เจ้ำสัมผัสถึงแรงกดดันของพลังงำนโลกของที่นี่ได้หรือไม่?” ฉินเลี่ยถำม
“ไม่” อู้ชำคือคนแรกที่ส่ำยหน้ำ “เลือดพวกข้ำมีควำมสำมำรถดูดกลืนพลังงำน
ทั้งหมดที่คงอยู่ในอำกำศเพื่อฟื้นฟูพละก ำลัง แน่นอน มันไม่เร็วเท่ำกระบวนกำร
ฟื้นฟูขณะกินอำหำรที่มีพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์จ ำนวนมำก แต่มันก็ยังช่วยได้ แต่
ว่ำ ข้ำไม่สำมำรถสัมผัสพลังงำนในที่แห่งนี้ตอนก ำลังฟื้นฟูพลังสำยเลือดก่อน
หน้ำนี้ได้เลย”
“ข้ำไม่สำมำรถสัมผัสพลังปีศำจหุบเหวจ ำนวนมำกในที่แห่งนี้ได้เช่นกัน” กำน
ชิงกล่ำว
“เหมือนกับว่ำ… ไม่มีพลังงำนใดรอบพวกข้ำ” หนำนฉีกล่ำว
“ไม่ใช่ว่ำพลังงำนไม่คงอยู่ในที่แห่งนี้ มันคือพลังงำนของโลกจุดก ำเนิดใบนี้ข้อง
เกี่ยวกับทะเลจุดก ำเนิดในรูปแบบของเหลว” ฉินเลี่ยอธิบำยอย่ำงจริงจัง “ทะเล
จุดก ำเนิดจะระเหยเมื่อโลกจุดก ำเนิดเริ่มเข้ำสู่กระบวนกำรวิวัฒนำกำร เมื่อถึง
ตอนนั้น พลังงำนเหลวที่คงอยู่ในทะเลจุดก ำเนิดจะระเหยและกระจำยไปทุกหัว
มุมของโลกใบนี้”
“เจ้ำก ำลังบอกว่ำพลังงำนทั้งหมดในที่แห่งนี้ข้องเกี่ยวกับทะเลจุดก ำเนิด
ในตอนนี้งั้นหรือ?” หลิวยั่งอุทำน
ฉินเลี่ยพยักหน้ำยืนยัน
“สวรรค์ พลังงำนที่อยู่ในทะเลนั่นมีเท่ำไหร่กัน?” หลิวยั่งดูตกตะลึง
“อำจจะเท่ำจ ำนวนพลังปีศำจหุบเหวของหุบเหวทั้งชั้นก็ได้” ฉินเลี่ยกล่ำว
“จริงหรือ?” หนำนฉีดูตกตะลึง
“มีหนึ่งร้อยแปดชั้นในหุบเหว หุบเหวทุกชั้นเต็มไปด้วยพลังปีศำจหุบเหวแทบไร้
ขีดจ ำกัด โลกจุดก ำเนิดใบนี้… มีพลังงำนมำกขนำดนั้นจริงหรือ?” อู้ชำอุทำน
ด้วยควำมไม่อยำกเชื่อ
“เป็นไปได้อย่ำงแน่นอน” ฉินเลี่ยยิ้ม
“แล้วผลึกจุดก ำเนิดล่ะ?” กำนชิงถำมอย่ำงสงสัย
“มันคือผลึกแปลกประหลำดขนำดใหญ่ที่พวกเรำสำมำรถประทับควำมลับและ
ควำมจริงของพลังบนนั้นได้ มันคือวัตถุที่ท ำให้พวกเจ้ำควบคุมโลกจุดก ำเนิด
ได้” ฉินเลี่ยอธิบำย
“โลกจุดก ำเนิด ทะเลจุดก ำเนิด ผลึกจุดก ำเนิด… มีแค่ข้ำหรือเปล่ำที่คิดว่ำมัน
ฟังดูคล้ำยกับวิชำจิตวิญญำณของอำณำจักรวิญญำณ?” หนำนฉีดูสับสน
ฉินเลี่ยเงียบสักพักก่อนตอบว่ำ “ไม่เลย ควำมจริง ข้ำคิดเหมือนเจ้ำเช่นกัน”
หนำนฉีประหลำดใจ
“เป็นไปได้ที่จะเป็นระบบพลังของอำณำจักรวิญญำณ วิชำฝึกฝนจิตวิญญำณ
และกำรปรำกฏของแท่นบูชำจิตวิญญำณคือกำรเลียนแบบกระบวนกำร
วิวัฒนำกำรของโลกจุดก ำเนิด ด้วยวิธีบำงอย่ำง วิธีที่ผู้ฝึกฝนพลังระดับต้น
ก ำเนิดของพวกข้ำใช้คล้ำยกับรำกฐำนของโลกจุดก ำเนิด” ฉินเลี่ยกล่ำว
ขณะกล่ำวเช่นนี้ เขำเข้ำสู่จิตใจอีกครั้ง
จิตใจของเขำคือมิติว่ำงเปล่ำเช่นกัน ในสถำนที่แห่งนั้น มีทะเลสำบจิตวิญญำณ
ที่สร้ำงจำกพลังจิตวิญญำณบริสุทธิ์และต้นไม้จิตวิญญำณที่อำศัยอยู่ลึกภำยใน
นั้น
โครงสร้ำงของจิตใจคล้ำยกับโลกจุดก ำเนิด ทะเลจุดก ำเนิดและผลึกจุดก ำเนิด
ยิ่ง
ควำมรู้เกี่ยวกับโลกจุดก ำเนิดของเขำมำจำกร่ำงจ ำแลงสัตว์ร้ำยจิตวิญญำณ
หรือจะพูดให้ถูกก็คือมันเป็นควำมทรงจ ำของบรรพบุรุษจิตวิญญำณ
เผ่ำพันธุ์มนุษย์จำกอำณำจักรวิญญำณค่อย ๆ ทรำบควำมลับของจิตวิญญำณ
ภำยใต้กำรชี้น ำของบรรพบุรุษจิตวิญญำณ นั่นคือวิธีที่พวกเขำพัฒนำวิชำเพื่อ
ฝึกฝนจิตวิญญำณและขัดเลกำแท่นบูชำจิตวิญญำณ
ตอนนี้ที่เขำเชื่อมต่อจุดที่เป็นรำกฐำนของโลกจุดก ำเนิดและกำรฝึกฝนจิต
วิญญำณมนุษย์ไปพร้อมกัน เขำพบว่ำระบบกำรฝึกฝนของเผ่ำพันธุ์มนุษย์
เลียนแบบมำจำกรำกฐำนและกำรวิวัฒนำกำรของโลกจุดก ำเนิด
อย่ำงดีที่สุด ระดับกำรฝึกฝนสุดท้ำยของระบบกำรฝึกฝนของมนุษย์ถูกเรียกว่ำ
พลังระดับต้นก ำเนิด
เพียงแค่ชื่อ ต้นก ำเนิด จุดก ำเนิด เห็นได้ชัดว่ำคล้ำยกับมีควำมข้องเกี่ยวกัน
ด้วยวิธีบำงอย่ำง
นี่ท ำให้เขำคิดลึกมำกยิ่งขึ้น
“ฉินเลี่ย เจ้ำก ำลังบอกว่ำพวกเรำสำมำรถท ำให้โลกจุดก ำเนิดใบนี้วิวัฒนำกำร
ได้ตำมที่ต้องกำรตรำบที่สำมำรถหำทะเลจุดก ำเนิดและประทับควำมรู้เกี่ยวกับ
พลังบนผลึกจุดก ำเนิดได้ใช่หรือไม่?” กำนชิงอุทำน
“ใช่” ฉินเลี่ยตอบ
“เช่นนั้นพวกเรำจะหำทะเลจุดก ำเนิดนี้อย่ำงไร?” หนำนฉีถำมอย่ำงร้อนรน
“เรื่องนั้น… ข้ำไม่รู้เหมือนกัน” ฉินเลี่ยยิ้มบิดเบี้ยว
ในโลกจุดก ำเนิดใบนี้ ทุกสิ่งยังคงมืดมิดต่อให้เขำขยำยจิตวิญญำณตระหนักรู้
ก็ตำม
หำกไม่มีควำมสำมำรถรับรู้รอบ ๆ ด้วยจิตวิญญำณ เขำจะไม่สำมำรถตรวจพบ
พลังงำนใกล้ ๆ ได้ เขำอำจจะมืดบอดด้วยเช่นกัน
นี่หมำยควำมว่ำเขำไม่สำมำรถพึ่งจิตวิญญำณตระหนักรู้เพื่อค้นหำทะเลจุด
ก ำเนิดได้เลย
ด้วยเหตุนี้เขำไม่รู้ว่ำจะเริ่มอย่ำงไร
“พวกเรำควรตั้งใจในสิ่งที่ท ำได้ก่อน เช่น ศึกษำควำมลับของสำยเลือด ข้ำเชื่อ
แบบนั้นนะ” อู้ชำกล่ำวเสียงเบำ
“เจ้ำพูดถูก…” กำนชิงถอนหำยใจออกมำ
หลังจำกนั้น ฉินเลี่ย กำนชิงและคนอื่นเริ่มเตร็ดเตร่รอบ ๆ อย่ำงไร้จุดหมำย
ขณะท ำควำมเข้ำใจควำมลับของสำยเลือดโดยกำรใช้หินแสงมืด
เวลำผ่ำนไปอย่ำงรวดเร็ว
วันหนึ่ง เมื่อฉินเลี่ยเข้ำสู่ชั้นที่สี่ของไข่มุกก ำรำบจิตวิญญำณอีกครั้ง วิญญำณ
แห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำมโกลำหลห้ำตนพลันตื่นขึ้นเมื่อสัมผัสถึงแรงกดดัน
ของเขำได้
วิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำมโกลำหลห้ำตนเว้นวิญญำณอัคคีที่ถูก
ล้อมภำยในฟองโปร่งแสงแปลกประหลำดต่ำงส่งควำมคิดมำหำเขำพร้อมกัน
เขำรู้ทันทีว่ำวิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำมโกลำหลห้ำตนหิว พวกมัน
ไปถึงระดับที่หกแล้ว
“เอำล่ะ ข้ำจะให้เวลำพวกเจ้ำหนึ่งนำที” ฉินเลี่ยตอบ
จิตวิญญำณตระหนักรู้ของเขำกลับคืนสู่จิตใจ
หลังจำกแจ้งกำนชิงว่ำจะเดินเล่นสักพัก เขำออกจำกกลุ่มขณะเดินจนกระทั่งอยู่
ห่ำงจำกพวกเขำหลำยร้อยเมตร
เขำปลดปล่อยวิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำมโกลำหลห้ำตนขณะโยน
กองวัตถุดิบวิญญำณบนพื้นหิน
วิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำมโกลำหลห้ำตนกระโจนหำอำหำรทันที
“เจ้ำรู้เกี่ยวกับโลกจุดก ำเนิดหรือเปล่ำ?”
ขณะวิญญำณก ำลังกินวัตถุดิบวิญญำณที่เหมำะกับธำตุตัวเองอยู่นั้น เขำ
อัญเชิญจิตวิญญำณอุปกรณ์โยวเยี่ยขณะโยนค ำถำมอย่ำงไม่ใส่ใจออกไป
“ไม่เคยได้ยินมำก่อน” โยวเยี่ยตอบ “เผ่ำพันธุ์จันทรำสงบนิ่งเป็นเพียงเผ่ำพันธุ์
ขนำดเล็ก โลกจันทรำทมิฬคงอยู่ในต ำแหน่งไกลห่ำง ข้ำรู้จำกหัวหน้ำกลุ่ม
เท่ำนั้น ขอโทษด้วย”
“ไม่เป็นไร” เขำเก็บหยำดน ้ำตำจันทรำหลังจำกนั้น
ผ่ำนไปสักพัก
วิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำมโกลำหลห้ำตนเริ่มเตร็ดเตร่รอบ ๆ อย่ำงมี
ควำมสุขหลังจำกกินวัตถุดิบวิญญำณเสร็จ
โลกจุดก ำเนิดนี้ถูกล้อมในควำมมืดสนิท วิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำม
โกลำหลหำยไปกับตำอย่ำงรวดเร็ว
“ยี่ย่ำ! ยี่ย่ำ ยี่ย่ำ!”
ฉับพลัน วิญญำณไม้ส่งสำรจิตวิญญำณยินดีมำ
ฉินเลี่ยสั่นสะท้ำน “เจ้ำพบสิ่งแปลกประหลำดหรือ?”
วิญญำณไม้ส่งสำรตอบกลับมำ
ฉินเลี่ยตกตะลึงสักพักก่อนขอให้วิญญำณไม้อดทน จำกนั้น เขำยืนขึ้นและ
ตะโกนว่ำ “ทุกคน มำหำข้ำหน่อย!”
ทุกคนหยุดฝึกฝนขณะรวมตัวรอบเขำอย่ำงรวดเร็วทันทีที่ได้ยินเสียง
ตอนที่ 1212: สังหารหมู่
หินแสงมืดสองก้อนลอยลงไปทางฉินเลี่ยภายใต้การควบคุมของกานชิงและ
หนานฉี
ฉินเลี่ยที่ร่างถูกซ่อนเอาไว้ปรากฏตัวต่อสายตาทุกคนทันที
“เกิดอะไรขึ้น?” หลิวยั่งถามหลังจากมาถึง
“ข้าพบบางสิ่งที่น่าสนใจ ตามข้ามาก็พอ” ฉินเลี่ยกล่าว
การเชื่อมต่อจิตวิญญาณที่เขาแบ่งกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหลมีความหมายว่าเขาสามารถค้นหาตำแหน่งได้แม้จะอยู่ในความมืดสนิท
ก็ตาม
เขาตามวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลจากด้านหลังอย่าง
รวดเร็ว
กานชิงและหนานฉีนำสมาชิกทีมตามหลังฉินเลี่ยอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
ฉินเลี่ยอุทานในใจ เขาทราบผ่านการเชื่อมต่อว่าแม้กระทั่งวิญญาณไม้
วิญญาณอสนีบาตและวิญญาณวารีก็ตื่นเต้น
ปกติแล้ว วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลระดับที่หกที่เพิ่งกินอิ่ม
จะหลับใหลเพื่อย่อยอาหารที่กินเข้าไป
แต่ครั้งนี้ พวกมันไม่รีบกลับเข้าไข่มุกกำราบจิตวิญญาณทันที ความจริง พวก
มันกำลังนำเขาลงไปตำแหน่งแน่ชัดแห่งหนึ่ง
เห็นได้ชัดว่าวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลไม่ได้รับผลจาก
ความมืดสนิทของโลกจุดกำเนิดนี้เลย
เขา กานชิง หนานฉีและคนอื่นทำได้เพียงมองเห็นไม่กี่เมตรเท่านั้นแม้จะมีแสง
สว่างจากหินแสงมืดสองก้อนก็ตาม
ทุกสิ่งที่อยู่ไกลกว่านั้นยังคงมืดสนิท
เพราะการมองเห็นของพวกเขาถูกจำกัดระยะหลายเมตร มีน้อยสิ่งนักที่พวกเขา
สามารถทำได้
แต่วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลไม่เหมือนพวกเขาอย่างเห็น
ได้ชัด
เกือบหนึ่งชั่วโมงตั้งแต่พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหว แต่วิญญาณแห่งความว่างเปล่า
และความโกลาหลยังไม่ลดความเร็วลง นี่หมายความว่าความสามารถการรับรู้
ปกติและสิ่งผิดปกติค่อนข้างกว้างนัก
ความจริง ฉินเลี่ยรู้สึกว่าพลังการรับรู้ของพวกมันแข็งแกร่งขึ้นเมื่ออยู่ด้านนอก
สายตาของทุกคนมืดบอดเมื่อเข้าสู่สถานที่แห่งนี้ แต่วิญญาณแห่งความว่าง
เปล่าและความโกลาหล… คล้ายกับแข็งแกร่งขึ้น
“สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีก!”
ฉับพลัน กานชิงอุทานขณะหยุดตามรอย
ฉินเลี่ยกลับมาขณะมองกลับไปด้านหน้า สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเช่นกัน
กลุ่มหนุ่มสาวที่มีปีกสีขาวด้านหลังนอนตายบนพื้นดิน ร่างกายโชกเลือดแหลก
เหลว
เขาเพียงมองดูก็ระบุตัวตนหนุ่มสาวมีปีกสีขาวเหล่านี้ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของ
เผ่าพันธุ์มีปีกอันโด่งดังในดาราจักร
เผ่าพันธุ์มีปีกไม่ทรงพลังหรือมีชื่อเสียงเท่าสี่เผ่าพันธุ์สูงส่ง แต่พวกเขาคือ
เผ่าพันธุ์ทรงพลัง
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกแปดตนที่กองบนพื้นดินดูเหมือนกับถูกฉีกหรือถูกเคี้ยว
โดยสัตว์ร้ายน่าหวาดกลัว ร่างกายพวกเขาดูน่าหวาดกลัวเกินกว่าจะมอง
อุปกรณ์วิญญาณจำนวนมากกระจัดกระจายข้างร่างกายพวกเขาเช่นกัน หนึ่ง
ในนั้นมีไม้เท้ามรกตที่แผ่แสงสีเขียวอ่อนและไอชีวิตเจือจาง
คล้ายกับว่าวิญญาณไม้มาเพราะไม้เท้าหัวอัญมณีมรกต
ตอนฉินเลี่ยมองทิวทัศน์ดี ๆ เขาพบว่าวิญญาณไม้ป้วนเปี้ยนรอบ ๆ ไม้เท้า
มรกตในร่างต้นไม้ชีวิต
ร่องรอยพลังชีวิตมหาศาลหลอมรวมเป็นพลังวิญญาณไม้ขณะถูกดูดกลืนโดย
วิญญาณไม้
“นั่นมัน!”
เมื่อลี่เหวยสังเกตเห็นวิญญาณไม้และสิ่งที่กำลังทำ เขารีบพุ่งเข้าไปเพื่อ
พยายามห้าม
“อย่า!” ฉินเลี่ยตะโกน
ลี่เหวยหันกลับมาอย่างสับสนก่อนตะโกนว่า “สิ่งนั้นกำลังดูดกลืนพลังจากไม้
เท้า!”
ฉินเลี่ยกล่าวอย่างสงบว่า “มันเป็นของข้า”
ลี่เหวยประหลาดใจกับคำตอบ
“สิ่งนั้นมันอะไร?” กานชิงขยับเข้ามาใกล้อย่างสงสัย
“ข้าไม่รู้เกี่ยวกับพวกมัน แต่พวกข้าเรียกพวกมันว่าวิญญาณแห่งความว่าง
เปล่าและความโกลาหล พวกมันล้วนอยู่ในการดูแลของข้า” ฉินเลี่ยอธิบาย
อย่างรวดเร็ว “อีกอย่าง เหตุผลที่ข้าสังเกตเห็นบางสิ่งที่ตกหล่นไปจากที่นี่ไม่ใช่
เพราะข้าสามารถสัมผัสด้วยตัวเองได้ พวกมันคือผู้ที่บอกข้า”
ลี่เหวย หนานฉีและคนอื่นเผยความเคารพและหวาดกลัววิญญาณแห่งความ
ว่างเปล่าและความโกลาหลมากขึ้นทันที
ทุกคนที่นี่ตาบอดเพราะความมืดสนิทของที่นี่ แต่วิญญาณแห่งความว่างเปล่า
และความโกลาหลกลับไม่ได้รับผลแม้แต่นิดเดียว
มันทำให้พวกเขาสงสัย
เมื่อเห็นว่าพวกไม่โจมตีวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
ในตอนนี้ ฉินเลี่ยเดินเข้าหาวิญญาณอสนีบาตและวิญญาณวารีแทน
วิญญาณอสนีบาต สัตว์ร้ายผลึกอสนีบาตขนาดเล็ก กำลังกินหยกอสนีจำนวน
มากที่กระจายรอบเอวของซากศพที่ตายแล้ว
หยกเหล่านั้นเต็มไปด้วยอสนีและอสนีบาตอย่างเห็นได้ชัด
อีกด้าน วิญญาณวารีกำลังดึงหยกจากหน้าผากของสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกขณะ
กลืนกินเข้าไปทั้งหมดเช่นกัน
วิญญาณปฐพีและวิญญาณโลหะลอยรอบ ๆ เพื่อค้นหาเป้าหมาย แต่พวกมัน
คล้ายกับไม่ไปไหนไกลนัก
“มีซากศพของปีศาจหุบเหวระดับสูงอยู่ที่นี่!” หนานฉีเรียกเสียงดัง
หลังจากแลกเปลี่ยนกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลโดยใช้
จิตใจแล้ว ฉินเลี่ยเดินมาอยู่ข้างหนานฉี
ปีศาจหุบเหวระดับสูงร่างกำยำผู้มีผมสั้นน่าตกตะลึงและเขาโค้งรอบคอกองอยู่
บนพื้นดิน หน้าอกของเขาถูกทะลวงโดยวัตถุคมกริบ มันดูเหมือนกับเลือดหยุด
ไหลมานานแล้ว
“มันตายมาพักหนึ่งแล้ว” หนานฉีตรวจสอบด้วยสีหน้าจริงจัง “สมาชิกเผ่าพันธุ์
มีปีกเหล่านี้อาจจะเจอกองกำลังปีศาจหุบเหวระดับสูง พวกเขาถูกกวาดล้าง
อย่างโหดร้ายโดยศัตรู จากสัญลักษณ์บนสมรภูมิและวิธีกระจายตัวออก ข้าเชื่อ
ว่าทั้งสองฝ่ายไม่มีหินแสงมืด ด้วยเหตุนี้วัตถุต่าง ๆ จึงถูกทิ้งเอาไว้ที่นี่”
“ปีศาจหุบเหวระดับสูงเหล่านี้เสียเพียงหนึ่งตน แต่สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีก… ถูก
ฆ่าที่นี่ไม่ก็หลบหนีจากการไล่ล่าถึงแม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีหินแสงมืดก็ตาม” กาน
ชิงกล่าวอย่างจริงจัง
“สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกด้อยกว่าปีศาจหุบเหวระดับสูงมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นเป็น
ธรรมดาที่พวกเขาจะพ่ายแพ้หมดรูป” หนานฉีกล่าวอย่างเฉยชา
ฉินเลี่ยนึกถึงการต่อสู้กับเหวยเซินเท่อก่อนหน้านี้ขณะจ้องมองซากศพขาดวิ่น
อย่างน่าเวทนา สายตาของเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
“ทำไมเจ้าทำหน้าแบบนั้นล่ะ?” หลิวยั่งยกมุมปากก่อนเตือนอย่างเหยียดหยันว่า
“สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกเหล่านี้อ่อนแอกว่าพวกข้าแน่นอน ปีศาจหุบเหวระดับสูง
เหล่านั้นจะเป็นกลุ่มที่ตายถ้ามาเจอพวกเรา มันเป็นการฆ่าตัวตายสำหรับคนไร้
พลังที่เข้าสู่ที่นี่”
แก้มของฉินเลี่ยแดงระเรื่อผิดปกติกับความเห็น
“คนไร้พลังเหรอ…”
ความขมขื่นปกคลุมหัวใจขณะหลิงอวี้ฉีและเกาอวี้พลันเข้าสู่จิตใจ ฉับพลัน
หัวใจของเขารู้สึกหนักอึ้งเหลือเชื่อ
เขาทราบจากร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณว่าหลิงอวี้ฉี เกาอวี้ หลิงเสวียน
ซวนและนักรบสายเลือดอาณาจักรใต้พิภพระดับที่เจ็ดบางส่วนถูกส่งเข้าสู่
อาณาจักรลับแห่งนี้โดยราชันปีศาจ
ถึงแม้สายเลือดของหลิงอวี้ฉีจะไปถึงระดับที่จ็ด แต่พละกำลังต่อสู้ของเกาอวี้
และหลิงเสวียนซวนอ่อนแอกว่านางมาก
มันเป็นการยากที่จะบอกว่านักรบสายเลือดระดับที่เจ็ดจากอาณาจักรใต้พิภพจะ
แข็งแกร่งกว่าเผ่าพันธุ์มีปีกที่นำมาเทียบหรือเปล่า ดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับพวก
เขาถ้าเจอปีศาจหุบเหวทรงพลังหรือนักรบตระกูลชี่เสวี้ยที่นำโดยเห่าเจี๋ย?
ทันทีที่เขาคิดถึงความเป็นไปได้นี้ ความหวาดกลัวพลันผสานกับความกังวลยิ่ง
ที่รบกวนจิตใจเขา
“ขอให้โชคดีอยู่กับพวกเจ้า ขอให้พวกเจ้ามาเจอข้าเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้…”
เขาทำได้เพียงภาวนาอยู่ในใจ
“เจ้าดูแย่นะ เป็นอะไรหรือ?” หลิวยั่งถามอย่างเป็นห่วง
เ
“ไม่มีอะไร” ฉินเลี่ยส่ายหน้า แต่อารมณ์ซับซ้อนเริ่มปกคลุมดวงตา
หลิงอวี้ฉีและหลิงเสวียนซวนมีเส้นผมสีม่วง ดังนั้นพวกนางดูเหมือนกับปีศาจหุบ
เหวระดับสูง เผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขาและเผ่าพันธุ์นัยน์ตาผีมีรูปลักษณ์เหมือนปีศาจ
หุบเหวเช่นกัน
ถ้าหน่วยของเขาเจอหลิงอวี้ฉีและคนอื่นจริง เขาจะโน้มน้าวสมาชิกเผ่าพันธุ์
เทพเหล่านี้ให้ยอมรับพวกเขาได้อย่างไร?
เขาจะสามารถโน้มน้าวพวกเขาให้ช่วยกลุ่มปีศาจหุบเหวระดับสูงอ่อนแอและ
ปฏิบัติในฐานะพวกพ้องได้หรือไม่?
กานชิงและหนานฉีจะยอมรับเรื่องนั้นได้หรือไม่?
เขารู้สึกปวดหัวเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
ฉับพลัน การเดินทางนี้ดูแย่ยิ่งกว่าแต่ก่อน
“ยี่ย่า! ยี่ย่า!”
ตอนนี้เองวิญญาณปฐพีติดต่อเขาด้วยจิตวิญญาณ มันคล้ายกับพบบางสิ่งเข้า
“มีการเคลื่อนไหวจิตวิญญาณอยู่ใกล้ ๆ …” ฉินเลี่ยเข้าใจขณะครุ่นคิดสักพัก
จากนั้นเขากล่าวว่า “ทุกคนตามข้ามา มีสิ่งมีชีวิตอยู่ไม่ไกลจากที่นี่!”
“หืม!” ทุกคนรวมตัวรอบเขาทันที
ขณะนำทางโดยวิญญาณปฐพี หน่วยควบคุมหินแสงมืดสองก้อนขณะส่งพวก
มันลอยลงไปทางที่ฉินเลี่ยชี้
ไม่กี่นาทีต่อมา ชายหญิงสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกบาดแผลน่าเวทนาปรากฏแก่
สายตา
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกทั้งสองปกคลุมไปด้วยบาดแผลโชกเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้า
พวกเขาอาจจะวิ่งสุดชีวิตทันทีที่เห็นหินแสงมืดกำลังเข้าใกล้มา
น่าเสียดาย พวกเขาได้รับบาดแผลสาหัสมาตั้งแต่ต้น วิญญาณปฐพีจับจ้องไอ
ของพวกเขาเอาไว้
ไม่มีสิ่งใดที่พวกเขาสามารถทำได้นอกจากมองฉินเลี่ยและคนอื่นเข้าใกล้มา
เรื่อย ๆ
“เผ่าพันธุ์เทพ!”
สองคนกรีดร้องอย่างสิ้นหวังเมื่อเห็นเปลวเพลิงลุกโชนรอบหนานฉีใต้หินแสง
มืด
ตอนที่ 1213: ความขัดแย้งภายใน
“เผ่าพันธุ์เทพ!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกสองตนดูหวาดกลัวและกังวลเมื่อเห็นหนานฉีผู้ลุกโชน
กำลังเดินเข้ามา
พวกเขาเพิ่งผ่านงานเลี้ยงเลือดด้วยมือของกองทัพปีศาจหุบเหว พวกเขาคือ
สมาชิกเหลือรอดสองตนในกลุ่ม ต้องขอบคุณสภาพแวดล้อมที่ทำให้พวกเขา
สามารถหลบหนีมาได้
พวกเขาคิดว่าเรื่องเลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว
แต่ตอนนี้ กลุ่มสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพผู้ครอบครองหินแสงมืดสองก้อนเข้ามาอยู่
ในสายตาพวกเขา
พวกเขารู้สึกสิ้นหวังทันที
“หืม พวกเขาไม่ใช่ปีศาจหุบเหวระดับสูง”
ฉินเลี่ยพลันรู้สึกเห็นอกเห็นใจเมื่อพบว่าเป้าหมายของวิญญาณปฐพีคือผู้เหลือ
รอดสองคนจากเผ่าพันธุ์มีปีก
อาจจะเพราะหลิงอวี้ฉีและคนของนางเข้าสู่จิตใจก่อนหน้านี้ เขาไม่รู้สึกอยากสู้
แม้แต่นิดเดียวแม้เผชิญหน้ากับสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสสอง
ตนก็ตาม
“เผ่าพันธุ์มีปีก…”
หนานฉีหัวเราะแปลกประหลาดก่อนพุ่งเข้าหาพวกเขา
หน่วยตระกูลเลี่ยเยี่ยนล้อมสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกสองตนทันที
“พวกเจ้ากล้าเข้าอาณาจักรลับแห่งนี้ได้อย่างไร อะไรที่ทำให้พวกเจ้าคิดว่าจะ
สามารถอยู่รอดในที่แบบนี้ได้? น่าขันสิ้นดี!” ลี่เหวยพ่นลมออกจมูกเย็นชา
“พวกข้า พวกข้า…”
ชายหนุ่มหล่อเหลาจากสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกพึมพำอย่างขลาดกลัวขณะใจ
สลาย “พวกข้าไม่ได้วางแผนจะสู้กับใครจนเกิดความขัดแย้ง พวกข้า… พวก
ข้าเพียงมาที่นี่เพื่อศึกษาความลับของสายเลือดและทำการฝึกฝนเท่านั้น”
หญิงสาวงดงามจากสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกยังคงก้มศีรษะด้วยหวาดกลัวจะสบตา
ทุกคน ขณะสะอื้นอย่างเงียบงัน นางถามว่า “พวกท่านโปรดปล่อยพวกข้าไปได้
หรือไม่? พวกข้าให้ได้ทุกอย่างถ้าพวกท่านไว้ชีวิต…”
นางถอดแหวนต่างมิติเมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว
ปีกสีขาวสะอาดถูกย้อมไปด้วยเลือด ผ้าที่ปกคลุมหน้าอกขาดวิ่นเหลือน้อยชิ้น
รูปลักษณ์น่าเวทนาของนางทำได้ดูน่าสงสารมากยิ่งขึ้น
“เจ้าอยากมีชีวิตสินะ…”
ลี่เหวยลูบคางขณะจ้องมองนางอย่างจริงจัง สายตาของเขาหยุดที่หน้าอกสี
น ้านมก่อนหัวเราะเบา ๆ
สมาชิกสองคนหลังหนานฉีเริ่มกระตือรือร้นเช่นกัน
แม้แต่ดวงตาของเยี่ยนเฟิงก็ลุกโชนด้วยราคะ
อู้ชาและหลิวยั่งขมวดคิ้วกับพ่นลมออกจมูกเมื่อเห็นท่าทางของลี่เหวยกับเยี่ยน
เฟิง พวกนางหันหน้าออกจากทิวทัศน์ดังกล่าว
พวกนางคล้ายกับทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ
อันตรายน่าหวาดกลัวตามติดทุกครั้งที่ออกล่า อันตรายไม่ใช่สิ่งที่เผ่าพันธุ์เทพ
จะมีภูมิคุ้มกันได้
ความจริง พวกนางจะสูญเสียใหญ่หลวงเมื่ออยู่ในมือของเหวยเซินเท่อหาก
ฉินเลี่ยไม่ย้ายหินแสงมืดเสียก่อน
พวกนางอาจจะตายไปแล้วก็ได้
เส้นประสาทของพวกนางตึงขึ้นเพราะแรงกดดันน่าเวทนา ทุกคนถูกห้อมล้อม
ด้วยอารมณ์อันตรายที่มองไม่เห็น
คนที่ควบคุมตัวเองได้ดีอาจจะเหมาะกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้ แต่คนที่ควบคุม
ตัวเองได้ไม่ดีจะจิตใจเตลิดได้ทุกเมื่อ
เยี่ยนเฟิง ลี่เหวยและสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพหลายคนควบคุมตัวเองได้
พอประมาณ พวกเขาย่อมเลือกหนทางสนุกและระบายอารมณ์ด้านลบเมื่อ
เผชิญหน้ากับปีศาจหุบเหวระดับสูงเพศหญิงผู้งดงาม
ทันทีที่พวกเขาทำเสร็จ พวกเขาจะสงบและเงียบลงได้สักพัก
อู้ชาและหลิวยั่งทราบความต้องการพวกเขา พวกนางทราบว่าการระบายที่
เหมาะสมเป็นประโยชน์ต่อความเป็นหนึ่งเดียวของหน่วยและเป็นหนทางที่ดีที่จะ
ทำให้เยี่ยนเฟิงกับลี่เหวยอยู่กับร่องกับรอย
พวกนางอาจจะไม่ยอมรับคนเหล่านี้ในสิ่งที่ทำ แต่พวกนางรู้ว่าคงดีกว่าถ้าได้
ระบายความรู้สึกกดดันออกมาบ้าง
ด้วยเหตุนี้สองสาวเลือกเมินสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้
“เจ้าคิดว่าไง พี่หนานฉี เจ้าคิดว่าพวกเราสามารถพานางไปได้หรือไม่?” ลี่เหวย
ยิ้มเล็กน้อย
“เจ้าควรถามกานชิงก่อนนะ” หนานฉีกล่าวอย่างสงบ
น
“เจ้าคิดว่าไง หัวหน้า” ลี่เหวยถามพร้อมรอยยิ้ม
กานชิงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจับจ้องชายหนุ่มและหญิงสาวเผ่าพันธุ์มีปีก
ท้ายที่สุด เขาลอบถอนหายใจและกล่าวว่า “จะทำอะไรก็ทำ”
“พะ-พวกเจ้าจะทำอะไร?” หญิงสาวเผ่าพันธุ์มีปีกกรีดร้อง “พี่ใหญ่! ช่วยข้า
ด้วย!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกเพศชายกรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราดขณะเตรียมสู้จนตัวตาย
ลี่เหวยส่ายหน้าขณะประกายสังหารฉายผ่านดวงตา “เจ้าไม่ควรมาที่นี่!”
เขากระตุ้นพลังสายเลือดแล้ว
การควบคุมตัวเองของกานชิงและหนานฉีแข็งแกร่งกว่า พวกเขากำลังจะหัน
หลังจากไปด้วยใบหน้าสงบ
“พอได้แล้ว!” ฉินเลี่ยพลันตะโกนขึ้
กานชิงและหนานฉีหันมามองเขาอย่างแปลกประหลาด แม้แต่อู้ชาและหลิวยั่งผู้
เคลื่อนออกไปไกลแล้วก็ทำแบบเดียวกัน
ลี่เหวยประหลาดใจในตอนแรก แต่เขายิ้มให้ฉินเลี่ยอย่างรวดเร็วและถามว่า “มี
อะไร? เจ้าสนใจจะร่วมวงด้วยหรือ? เจ้าอยากจัดก่อนหรือเปล่า?”
น
“ฉินเลี่ยช่วยพวกเราไว้มาก ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” หนานฉีพยักหน้า
แม้แต่เขายังคิดว่าฉินเลี่ยอยากได้หญิงสาวเผ่าพันธุ์มีปีกน่าเวทนาไว้กับตัว
ด้วยเหตุนี้เขาเผยความเข้าใจออกมา
“ข้าไม่อยากเชื่อว่าฉินเลี่ยจะเหมือนกับลี่เหวยและเยี่ยนเฟิง สุดท้าย เขาก็เลว
เหมือนพวกเขา”
อู้ชาชำเลืองมองหลิวยั่งขณะส่ายหน้าด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
หลิวยั่งหันมาจ้องมองฉินเลี่ย นางเหมือนกับขัดแย้งและไม่อยากเชื่อ
“ผู้ชายก็เหมือนกันหมด กานชิงและหนานฉี… ก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกเขาหรอก
หึ!” อู้ชาเสริม
ตอนนี้เองฉินเลี่ยกล่าวอย่างเคร่งขรึมพลางขมวดคิ้ว “ไว้หน้าข้าแล้วปล่อยพวก
เขาไปเถอะ ขอร้องล่ะ”
“โห?” หนานฉีดูประหลาดใจ
กานชิงประหลาดใจเช่นกัน เขาถามด้วยความสับสนว่า “ทำไมล่ะ?”
“บอกเหตุผลมาก่อน!” ลี่เหวยกล่าวด้วยความไม่พึงพอใจ
เยี่ยนเฟิงมองเขาอย่างเงียบงันเช่นกัน
เมื่อสังเกตเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้น อู้ชาและหลิวยั่งรีบ
กลับมารวมกลุ่ม
พวกนางล้วนสับสนกับการตอบสนองของฉินเลี่ยจนเกรงว่าจะส่งผลต่อความ
เป็นหนึ่งเดียวของหน่วย
สองพี่น้องเผ่าพันธุ์มีปีกผู้กำลังจะสู้จนตัวตายรีบหยุดมือเช่นกัน
แม้แต่พวกเขาก็จ้องมองฉินเลี่ยด้วยความสับสน
ฉินเลี่ยยังคงสงบแม้จะถูกจ้องมอง หลังจากเรียบเรียงคำพูดอย่างระวัง เขากล่าว
ว่า “ข้านึกบางอย่างขึ้นมาได้น่ะ”
“อะไรล่ะ?” หนานฉีถาม
“ปล่อยพวกเขาไปก่อนแล้วข้าจะพูด” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย
“นี่เจ้าเป็นหัวหน้าพวกข้าตั้งแต่เมื่อไหร่?” ลี่เหวยพ่นลมออกจมูกเย็นชา “หัดจำ
สถานะตัวเองเอาไว้บ้าง!”
“สถานะของข้าเป็นแบบไหนกันล่ะ?” ฉินเลี่ยถามเสียงต ่า
“เลือดผสม นั่นแหละคือเจ้า! เจ้าควรขอบคุณพวกข้านะที่ยอมให้เข้ามาด้วย!
เจ้ากล้าบอกให้พวกข้าทำอย่างอื่นได้อย่างไร!” ลี่เหวยเริ่มโกรธ “พวกข้าทำ
แบบนี้เสมอตราบเท่าที่พี่หนานฉีอนุญาต! เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่ามีสิทธิ์เปลี่ยน
งานอดิเรกพวกข้าได้?”
“เจ้าบ้านั่น! จู่ ๆ ก็พูดแบบนั้นออกมา!”
“สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเจ้า แล้วทำไมเจ้าต้องขัดขวาง
พวกข้าด้วย?”
“เขาไม่มีมารยาทเอาเสียเลย!”
สมาชิกทีมของหนานฉีกำลังต่อว่าฉินเลี่ยอย่างขุ่นเคืองเช่นกัน พวกเขากำลัง
โทษเขาที่ขัดขวางสิ่งที่ไม่สมควรขัด
ใบหน้าของหนานฉีพลันมืดมนเช่นกัน
เขารู้ว่าเพื่อนร่วมทีมร่วมมือกันอย่างไร เขาไม่คิดว่าจะมีปัญหาจนถึงตอนนี้
การโพล่งออกมาของฉินเลี่ยทำให้ทั้งประหลาดใจและหงุดหงิด
เหตุผลที่เขายอมให้เพื่อนร่วมหน่วยทำตามใจก็เพราะเป็นการระบาย มันช่วยให้
คงสติและยังคงเป็นทีมอยู่ได้
เขาเชื่อว่าฉินเลี่ยขัดขวางในสิ่งที่ไม่ควรขัด
“ฉินเลี่ย…”
กานชิงหัวเราะแห้งขณะมองปัญหา เขากำลังจะโน้มน้าวฉินเลี่ยให้เปลี่ยนใจ
แม้แต่เขาก็รู้สึกว่าการโพล่งออกมาของฉินเลี่ยเป็นการทำเกินไป
เขาไม่เข้าใจว่าภาพของหลิงอวี้ฉีและหลิงเสวียนซวยยังฉายอยู่ในที่ที่พี่น้อง
เผ่าพันธุ์มีปีกอยู่ในใจของฉินเลี่ย เขาอดที่จะหยุดคนอย่างลี่เหวยจากการ
กระทำเลวทรามกับคนอันเป็นที่รักไม่ได้
“ปล่อยพวกเขาเถอะ” ฉินเลี่ยตัดความพยายามโน้มน้าวของกานชิงและพ่นลม
ออกจมูกเย็นชา เขากล่าวด้วยน ้าเสียงหงุดหงิดว่า “ปล่อยพวกเขาไป หรือพวก
เราจะแยกกัน ข้าจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
“เจ้าเป็นบ้าอะไรเนี่ย?” ลี่เหวยระเบิดลง
“ใต้เท้าเลี่ยเยี่ยนหว่างใช้เส้นสายทั้งหมดเพื่อให้เจ้าเข้าที่นี่ ตอนนี้เจ้าพยายาม
จะทิ้งพวกข้างั้นหรือ?” หนานฉีพ่นลมออกจมูกเย็นชาด้วยสีหน้ามืดมน “ข้ารู้ว่า
เจ้าเชื่อถือไม่ได้มาตั้งแต่แรกแล้ว!”
เขามองกานชิง
ก่อนพวกเขามา เขาบอกกานชิงแล้วว่าให้เอาสมาชิกระดับที่เจ็ดอีกคนใน
หน่วยมาแทนตำแหน่งของฉินเลี่ย
ในตอนนั้น เหตุผลก็เพราะตัวตนของฉินเลี่ยอ่อนไหวเล็กน้อย เขาเกรงว่าพวก
เขาจะไม่ร่วมมือกันเมื่อเข้าอาณาจักรลับ
แต่กานชิงไม่เห็นด้วยในตอนนั้น
ความจริงที่ฉินเลี่ยสร้างปัญหาดังคาดก็ทำให้หนานฉีระแวดระวังและไม่พึงพอใจ
แล้ว
“พวกเราล้วนเป็นเพื่อนกันหมดใช่หรือไม่?” อู้ชาเข้ามาโน้มน้าวอย่างร้อนรน
“แค่สงบสติลงกันก่อน”
“พวกเจ้าอยากฉีกหญิงสาวเผ่าพันธุ์มีปีกเป็นชิ้น ๆ จริงหรือ?” หลิวยั่งตะโกน
อย่างเกรี้ยวกราดเช่นกัน
“ไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้!”
กานชิงหันมาจ้องมองพี่น้องเผ่าพันธุ์มีปีกอย่างเย็นชา
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกสองตนมองฉินเลี่ยก่อนวิ่งหนีด้วยความเร็วสูงโดยไม่
พูดจา
ลี่เหวย หนานฉีและคนอื่นอยากห้ามเขา แต่ท้ายที่สุดพวกเขาเลือกนิ่งเฉยเมื่อ
เห็นว่าหนานฉีไม่กล่าวอะไร
เมื่อพี่น้องเผ่าพันธุ์มีปีกหายไปจากระยะของหินแสงมืดและวิญญาณปฐพีหยุด
ไล่ตาม พวกเขารู้ว่าไม่สามารถไล่ตามได้อีกแล้ว
พวกเขาพึ่งหินแสงมืดไม่ก็สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดของฉินเลี่ยในการควานหา
ภายในความมืดสนิทนี้
พวกเขา… ไม่มีความสามารถจะทำเช่นนี้
“ช่างเถอะ ข้าหวังว่านี่จะไม่เกิดเป็นครั้งที่สอง” หนานฉีพ่นลมออกจมูกเย็นชา
“ฉินเลี่ย…” กานชิงจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า? เจ้าดูแปลกไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หลิวยั่งถามเสียงเบา
ฉินเลี่ยไม่ตอบทันที ท้ายที่สุดเขาพูดหลังจากเงียบสักพักว่า “พวกเราไม่มีทาง
ลงรอยกันทุกเรื่องแน่ ๆ พวกเราอาจจะทะเลาะกันอีกในอนาคต ถ้าเช่นนั้น ข้า
เชื่อว่าคงดีกว่าถ้าทั้งสองฝ่ายแยกทางกัน”
“ฉินเลี่ย!” กานชิงตะโกน
“ข้าจะยังไปหาใต้เท้าเลี่ยเยี่ยนหว่างหากได้สิ่งใดจากอาณาจักรลับที่สามารถ
แลกเปลี่ยนแต้มคุณงามความดีได้” ฉินเลี่ยกล่าว “หนานฉีพูดถูก ข้าอาจจะ
ส่งผลต่อความเป็นหนึ่งเดียวของหน่วยเจ้าได้หากยังอยู่ พวกเราอาจจะต้อง
แยกกันตอนนี้เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งบานปลายในอนาคต”
“ทำไมจู่ ๆ เจ้าก็ไม่มีเหตุผลขึ้นมาได้!?” กานชิงถามอย่างวิตก
“เจ้าคิดว่าพวกเราจะรั้งตัวไว้หรือไง?” หนานฉีถามอย่างเย็นชา
“เจ้าจะพูดแบบนั้นก็ได้” ฉินเลี่ยยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
เป็นความจริงที่เขาพยายามสุดความสามารถไปจากกานชิง หนานฉีและ
สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพที่เหลือ เขาไม่อยากเจอกลุ่มของหลิงอวี้ฉีขณะที่ยังอยู่กับ
พวกเขาจนเกิดความขัดแย้งมากขึ้นในอนาคต
เขาไม่เชื่อว่าพวกเขาจะยอมรับหลิงอวี้ฉีและคนอื่นในฐานะมิตรเพราะเป็นปีศาจ
หุบเหวระดับสูงได้
ยิ่งไปกว่านั้น เขาอยากหาพวกนางให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อปกป้องพวก
นางจากภัยอันตรายถึงตายแท้จริง
หน่วยของกานชิงและหนานฉีจะทำให้เขาช้าลง เขาไม่สามารถค้นหาคนรัก
อย่างอิสระขณะยังอยู่กับพวกเขาได้
เขารู้ว่าต้องแยกกับกานชิงและคนอื่นทันทีที่ยืนยันได้ว่าหลิงอวี้ฉีและคนของ
นางตกอยู่ในอันตรายและต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง
สิ่งที่เกิดกับสองพี่น้องเผ่าพันธุ์มีปีกคือสิ่งที่เรียกสติเขา มันทำให้เขารู้สึกทั้ง
แตกตื่นและวิตกกังวล
ตอนที่ 1214: ผังโบราณระดับสูงแรก
“ในอนาคต เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก”
เมื่อเห็นฉินเลี่ยผู้กำลังโต้คารมจะจากไป หนานฉีพลันกล่าวอย่างเคร่งขรึม
หลังจากเงียบสักพัก
ลี่เหวยและคนอื่นมองเขาด้วยความประหลาดใจ
ฉินเลี่ยประหลาดใจเช่นกัน
เขาตัดสินใจจะไปเดี๋ยวนี้ แต่เขาไม่มีข้ออ้างเหมาะสมหลังจากหนานฉีประกาศ
เช่นนั้น
“ข้าจะห้ามพวกเขาเอง ข้าสัญญาว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก แบบนี้
เป็นไง?” หนานฉีถาม
“ฉินเลี่ย อย่าไปได้หรือไม่?” หลิวยั่งขอร้อง
กานชิงมองเขาอย่างคาดหวังเช่นกัน
ฉินเลี่ยไม่สามารถหาข้ออ้างเหมาะสมได้ขณะลังเล เขาพยักหน้าอย่างจนใจ
“พี่หนานฉี!” ลี่เหวยตะโกน
หนานฉีส่ายหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเพื่อห้ามไม่ให้พูด จากนั้นเขาขยับหินแสง
มืดเพื่อนำสมาชิกไปด้านข้าง
พวกเขาสี่คนไปที่อื่น
“ทำไมเจ้ายอมเขา?”
ทันทีที่พวกเขาอยู่ไกลจากฉินเลี่ยและกานชิง ลี่เหวยห้ามใจไม่ให้บ่นด้วยความ
ไม่พึงพอใจไม่ได้
“พวกเราต้องการเขา” หนานฉีถอนหายใจ
“เขาสำคัญต่อพวกเราจริงหรือ?” ลี่เหวยพ่นลมออกจมูก
หนานฉีพยักหน้าและกล่าวว่า “วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
ที่เขาฝึกมาสามารถสัมผัสความผันแปรจิตวิญญาณที่นี่ได้ แค่นี้ก็เป็นประโยชน์
มากแล้ว ถ้าเขาทิ้งพวกเราไป เขาก็แค่ระวังตัวด้วยการพึ่งวิญญาณแห่งความ
ว่างเปล่าและความโกลาหลเท่านั้น เขาสามารถหลีกเลี่ยงภัยคุกคามส่วนใหญ่
ได้ ส่วนพวกเรา ต่อให้พวกเรามีหินแสงมืด พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ ลี่เหวยและสองคนที่เหลือเงียบ พวกเขารู้ว่าหนานฉีพูดถูก
ระยะหินแสงมืดมีขีดจำกัด มันไม่สามารถส่องแสงเกินสิบเมตรได้
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลต่างออกไป
ตอนนี้ วิญญาณไม้นำพวกเขาไปพบสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีก มันใช้เวลาหนึ่ง
ชั่วโมงเพื่อพาพวกเขามาที่นี่
นั่นอยู่เหนือขีดจำกัดของหินแสงมืด
อีกอย่าง วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลสามารถนำทางฉินเลี่ย
ไปพบสัญญาณชีวิตใกล้ ๆ ได้ หินแสงมืดไม่สามารถทำเช่นนี้ได้
“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอันใด ความเชื่อมั่นที่พวกเรามีต่อฉินเลี่ยชั่วคราวย่อม
มากกว่าที่เขามีต่อพวกเรา” หนานฉีนิ่งสักพัก จากนั้นกล่าวว่า “อีกอย่าง พลัง
ต่อสู้ของฉินเลี่ยยอดเยี่ยม ตัวตนของเขาทำให้หน่วยพวกเราแข็งแกร่งขึ้น อีก
อย่าง ความเข้าใจเรื่องโลกจุดกำเนิดของเขามากกว่าพวกเรา…”
เมื่อกล่าวเช่นนี้ หนานฉีขมวดคิ้ว เขาถอนหายใจและกล่าวอย่างจนใจว่า “ไม่
ว่าพวกเจ้าจะยอมรับหรือไม่ พวกเราพึ่งเขามากกว่า และเขา… ไม่ต้องพึ่งพวก
เรามากนัก”
ลี่เหวยและคนอื่นได้ยินคำอธิบายจนเงียบไป
พวกเขาคิดถึงความสำคัญของฉินเลี่ยอย่างจริงจัง
ผ่านไปสักพัก ลี่เหวยกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “เช่นนั้นตอนนี้พวกเราต้องฟัง
เขางั้นหรือ? หมอนี่คิดว่าตัวเองสูงส่ง เขาเป็นเลือดผสมนะ เขาอาจจะสร้าง
ปัญหาในอนาคตได้”
“สังเกตการณ์เขาให้มากขึ้น ที่นี่… เต็มไปด้วยอันตราย ปีศาจหุบเหวระดับสูง
เช่นเหวยเซินเท่อคือศัตรูที่ยากจะรับมือ อีกอย่าง ถ้าพวกเราเผชิญหน้ากับพวก
นั้นจากแปดหุบเหวชั้นล่าง พวกเราจะต้องปวดหัวมากยิ่งขึ้น เพื่อกลุ่มแล้ว พวก
เราต้องอดทนชั่วคราว ไม่เช่นนั้น มันจะเป็นเรื่องยากในอนาคต” หนานฉีปลอบ
กลุ่ม
ทั้งสามเชื่อเขามาหลายปีจึงสงบลงหลังจากได้ยินคำอธิบาย
“พวกข้าจะฟังเจ้า”
……
อีกด้าน
กานชิงมีสีหน้าจริงจังขณะกล่าวว่า “ฉินเลี่ย เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า? ไม่ว่าจะเรื่อง
อะไร พวกข้าจะคิดหาทางคลี่คลายสถานการณ์ให้”
เขามองออกว่ามีสิ่งผิดปกติกับฉินเลี่ยและรู้ว่าบางสิ่งจะต้องเกิดขึ้นกับฉินเลี่ย
ไม่เช่นนั้น ฉินเลี่ยจะไม่แสดงความตั้งใจจะไปแบบนี้
เยี่ยนเฟิงเงียบ เขามองฉินเลี่ยด้วยสายตาซับซ้อนและไม่พูดอะไร
อู้ชาและหลิวยั่งล้วนถามถึงเหตุผล
พวกเขาพลันรู้สึกว่าฉินเลี่ยแปลกไป
ภายใต้สายตาสับสนของสี่คน ฉินเลี่ยลังเล จากนั้นกล่าวว่า “สหายของข้าเข้า
มาที่นี่”
“สหาย? สหายแบบไหนล่ะ? สนิทกันมากหรือเปล่า?” กานชิงถาม
“พวกเขาคืออดีตเผ่าพันธุ์จากอาณาจักรใต้พิภพ” ฉินเลี่ยกล่าว
“เผ่าพันธุ์จากอาณาจักรใต้พิภพ…” สีหน้าของกานชิงเปลี่ยนไป เขาคิดสักพัก
และกล่าวว่า “เจ้ารู้เรื่องหุบเหว ฉะนั้นก็น่าจะรู้เรื่อง… การเชื่อมโยงระหว่างเลือด
ของเผ่าพันธุ์อาณาจักรใต้พิภพและปีศาจหุบเหวด้วย”
ฉินเลี่ยพยักหน้าและกล่าวว่า “สายเลือดพวกเขามาจากปีศาจหุบเหว”
“บอกข้ามาให้ละเอียด” กานชิงถอนหายใจ
ฉินเลี่ยไม่ปกปิดสิ่งใด เขาอธิบายวิธีที่ราชันปีศาจจากแปดแดนชำระจู่ ๆ ก็
ปรากฏตัวขึ้นในหุบเหวร้างเยือกแข็งเพื่อนำทางหลิงอวี้กับกลุ่มนางเข้า
อาณาจักรลับ
หลังจากกล่าวเช่นนี้ เขาเสริมว่า “พวกเขาคือคนสนิทที่สุดของข้า”
“สนิทที่สุด…”
กานชิงเข้าใจและพยักหน้าช้า ๆ เขากล่าวว่า “เจ้าอยากหาข้ออ้างไป จากนั้นก็
ไปตามหาพวกเขางั้นหรือ?”
“ใช่” ฉินเลี่ยไม่ปฏิเสธ
“เจ้ารู้หรือว่าจะค้นหาอย่างไร?” กานชิงถาม
ฉินเลี่ยเบ้ปากขณะส่ายหน้า
“พูดง่าย ๆ เจ้าอยากไปจากพวกข้า แต่เจ้าไม่รู้วิธีหาพวกเขา ต่อให้เจ้ารู้ ถ้าเจ้า
ถูกโจมตีโดยปีศาจหุบเหวระดับสูงระหว่างทาง เจ้ามั่นใจหรือว่าจะสามารถ
จัดการพวกมันด้วยตัวเองได้?” กานชิงถาม
“ไม่” ฉินเลี่ยกล่าว
กานชิงครุ่นคิดสักพักและกล่าวว่า “อยู่กับพวกข้า ข้าจะใช้เวลาคุยกับหนานฉี
และคนอื่นเกี่ยวกับความกังวลของเจ้า ข้าสัญญาว่าถ้าเผชิญหน้ากับสหายเจ้า
พวกข้าจะไม่โจมตี!”
สีหน้าของฉินเลี่ยสั่นสะท้าน เขากล่าวว่า “ขอบคุณ”
“นี่ไม่แย่อย่างที่เจ้าคิด ต่อให้พวกเขาคือปีศาจหุบเหวระดับสูง ถ้าพวกเขาไม่
เป็นภัยคุกคามหรือโจมตีพวกข้า พวกข้าสามารถอยู่ร่วมกับพวกเขาได้” กาน
ชิงกล่าว
ความกังวลของฉินเลี่ยคลายลงช้า ๆ
เวลาต่อมา เขา กานชิง หนานฉีและคนอื่นยังคงเดินหน้าผ่านโลกจุดกำเนิด
แต่ว่า มีช่องว่างระหว่างเขาและกลุ่มของหนานฉี
เมื่อใดที่พวกเขาพัก กลุ่มของหนานฉีจะรักษาระยะห่างจากเขาเพื่อหลีกเลี่ยง
การโต้คารม
ฉินเลี่ยจะอัญเชิญวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลบ่อยครั้ง เมื่อ
พวกมันตื่นขึ้น พวกมันจะทำหน้าที่เป็นดวงตาเพื่อค้นหาทั่วอาณาจักร พวกมัน
ทะยานรอบ ๆ เพื่อนำข่าวคราวกลับมา
แต่วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลไม่พบสิ่งใดในช่วงนี้
วันหนึ่ง พวกเขาอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด ใช้ประโยชน์จากความพิศวง
ของโลกจุดกำเนิดเพื่อทำความเข้าใจความลับของสายเลือด
ฉับพลัน อู้ชาตะโกนอย่างตื่นเต้น
ฉินเลี่ยพุ่งไปหานางอย่างรวดเร็ว
กานชิง หนานฉี เยี่ยนเฟิงและคนอื่นรีบพุ่งออกจากความมืด
“ข้า ข้าเข้าใจความลับของโลกเปลวเพลิงแล้ว! สายเลือดข้าปลุกความสามารถ
ซ่อนเร้นโลกเปลวเพลิงแล้ว” หลิวยั่งยินดี
โลกเปลวเพลิงสีชาดก่อตัวขึ้นช้า ๆ ขณะพลังสายเลือดเอ่อล้นออกมา
มันเหมือนกับโลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ยและกานชิง
โดยปกติ สมาชิกจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนจะปลุกความสามารถซ่อนเร้นสายเลือด
ใหม่ได้เมื่อสายเลือดเลื่อนขั้นเท่านั้น
หลิวยั่งอยู่ระดับที่เจ็ด ยังไม่ไปถึงระดับที่แปด แต่นางปลุกความสามารถซ่อนเร้น
โลกเปลวเพลิงที่หายากขึ้นมาได้
กล่าวได้ว่านี่คือปาฏิหาริย์
“มีเพียงภายในโลกจุดกำเนิดเท่านั้นที่สามารถปลุกความสามารถซ่อนเร้น
สายเลือดใหม่ก่อนสายเลือดจะเลือดขั้นได้!” กานชิงมองกลุ่ม เขาเผยรอยยิ้
นบนใบหน้าขณะกล่าวว่า “เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข้าเข้าใจความจริงบางอย่าง ถ้าไม่มี
อะไรผิดพลาด ข้าอาจจะปลุกความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดใหม่ได้ในเร็ว ๆ
นี้!”
หนานฉีและคนอื่นลอบยินดีเมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนี้
สายตาของทุกคนทอประกายขณะกำลังใจเพิ่มขึ้
“ฉินเลี่ย แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าเข้าใจอะไรบ้างหรือยัง?” หลิวยั่งถามอย่างสงสัย
ฉินเลี่ยส่ายหน้า “ไม่”
“ทุกคน พยายามเข้า” กานชิงปลุกใจกลุ่ม
จากนั้น ทุกคนแยกกันและเงียบเพื่อตั้งใจค้นหาความลับของสายเลือด
ฉินเลี่ยแยกจากพวกเขาแต่ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับสายเลือด
จิตวิญญาณตระหนักรู้ของเขากลายเป็นลำแสงความตั้งใจจิตวิญญาณขณะ
บินเข้าสู่ชั้นที่สี่ของไข่มุกกำราบจิตวิญญาณเพื่อทำความเข้าใจความลึกลับ
ของผังโบราณระดับสูง
ผังโบราณระดับสูงที่เขาศึกษามานานนี้ถูกเรียกว่า “ทะลวงนภา”
ตามความเข้าใจตอนนี้ ถ้าเขาสามารถสลักทะลวงนภาได้ เขาสามารถทำให้
อุปกรณ์และผู้ใช้เชื่อมต่อกับโลกได้
ผังโบราณทะลวงนภาสามารถควบคุมพลังทั้งหมดในโลกเมื่อใช้งานได้ อีกทั้ง
ยังเสริมสร้างพละกำลังให้ผู้ใช้และเสริมพลังให้อุปกรณ์ได้อีกด้วย
แต่ว่า เขายังไม่เข้าใจทะลวงนภาอย่างถ่องแท้หลังจากใช้เวลาอยู่นานจนไม่รู้ว่า
จะสลักอย่างไร
เขาพยายามสลักทะลวงนภาบนแผ่นวิญญาณหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่เขาวาด
เส้นวิญญาณบางส่วน แผ่นวิญญาณจะระเบิด คล้ายกับไม่สามารถต้านทานได้
เขาทำได้เพียงตัดใจ
“ข้าอาจจะสามารถใช้พลังสายเลือดในร่างกายเพื่อสลักทะลวงนภาได้” เขาคิด
หลังจากนั้น เขาแจ้งกานชิงขณะออกห่างจากกลุ่ม
ในความมืด แก่นโลหิตชีวิตของเขาลอยในอากาศขณะล้อมร่างกายเอาไว้
สายจิตวิญญาณตระหนักรู้เข้าสู่หยดแก่นโลหิตชีวิต เขาพยายามสร้างผัง
โบราณระดับสูงในโลกจุดกำเนิดมืดสนิท
น่าแปลก เมื่อเขาใช้สายเลือดเป็นหมึกและท้องฟ้าของอาณาจักรลับเป็นแผ่น
วิญญาณ มันกลับราบรื่นผิดปกติ
เมื่อเขาวาดได้มากกว่าแปดพันเส้น ทุกสิ่งพังทลายเพราะมีพลังจิตวิญญาณไม่
มากพอ
“มันเป็นไปได้ถ้ามีแก่นโลหิตชีวิต แต่ข้าต้องการพลังจิตวิญญาณมากกว่านี้!”
เขาสรุป
หลังจากนั้น เขาจะแยกจากกานชิงและคนอื่นบ่อยครั้งเพื่อรวบรวมความตั้งใจ
และพลังจิตวิญญาณมาทำความเข้าใจผังโบราณทะลวงนภา
เขาใช้พลังจิตวิญญาณและแก่นโลหิตชีวิตจำนวนมาก ความเข้าใจทะลวงนภา
เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
เขารู้สึกว่าทันทีที่สร้างทะลวงนภาในโลกจุดกำเนิดมืดสนิทนี้ได้ มันจะทำให้เขา
ประหลาดใจระคนยินดี
ด้วยความคิดเหล่านี้ในใจ เขารวบรวมความสนใจและพะลังจิตวิญญาณกับ
ทะลวงนภา
“ยี่ยี่ย่าย่า!”
วันหนึ่ง เมื่อเขายังจมดิ่งกับการทำความเข้าใจทะลวงนภา เขาได้รับสารจาก
หนึ่งในวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
“ทุกคน ระวังด้วย! มีใครบางคนอยู่ใกล้พวกเรา!” เขาเตือน
กานชิง หนานฉีและคนอื่นได้ยินคำเตือนขณะซ่อนในความมืดเพื่อเตรียมสู้
ตอนที่ 1215: หน่วยล่าของปีศาจ!
ไม่ช้า กานชิง หนานฉีและคนอื่นรวมตัวรอบเขา พวกเขาทุกคนกระตือรือร้น
อย่างเห็นได้ชัด
“ใครบางคนกำลังเข้าใกล้พวกเรางั้นหรือ? มีกี่คน?” กานชิงดูตื่นเต้น
เมื่อเร็ว ๆ นี้ พวกเขาฝึกฝนและเคลื่อนไหวรอบ ๆ เพื่อค้นหาศัตรูมาต่อสู้
แต่แม้กระทั่งวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลก็ไม่พบสัญญาณ
ชีวิตที่ตกเป็นเป้าหมาย
กานชิงและคนอื่นผิดหวัง
ฉับพลันเมื่อได้ยินเสียงเรียกของฉินเลี่ย แทนที่จะตกตะลึง พวกเขายินดี
“ปกปิดแสงสว่างจากหินแสงมืด ตราบที่ฉินเลี่ยยังอยู่ที่นี่ พวกเราไม่ต้องการหิน
แสงมืด นี่จะเป็นการหลีกเลี่ยงการเตือนพวกมัน” กานชิงกล่าว
หนานฉีพยักหน้า “ทราบแล้ว”
เขาและกานชิงใช้วิธีพิเศษเพื่อปกปิดแสงสว่างจากหินแสงมืดในมือและรอให้คน
มาถึง
พวกเขารู้ว่าฉินเลี่ยรับรู้รอบ ๆ ได้เพราะวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหล ถ้ามีใครเข้ามาภายในระยะและจู่ ๆ พวกเขาส่องแสงหินแสงมืดใส่ มัน
จะเป็นหายนะที่ส่งผลต่อศัตรู
พวกเขารออย่างกระตือรือร้นท่ามกลางความเงียบ
“แค่คนเดียว…”
ฉินเลี่ยติดต่อกับวิญญาณไม้ขณะสับสนเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าคนคนนั้นพบ
ร่องรอยพวกเขาหรือยัง
“คนเดียว? รนหาที่ตายหรือไงน่ะ?” หนานฉีเย้ยหยัน
“ไม่ว่าจะเป็นใคร หนึ่งเจอเก้าก็ต้องตาย” กานชิงเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ยี่ย่า! ยี่ยี่ย่าย่า!”
ฉับพลัน ความคิดจิตวิญญาณจากวิญญาณไม้ร้อนรน
ตอนนี้เอง วิญญาณไม้ขยับไปไกล คล้ายกับค้นพบสิ่งใหม่เข้า
วิญญาณไม้ส่งสารใหม่มาทันที
“ว่าไงนะ มีเกือบหนึ่งร้อยคนใกล้ ๆ งั้นหรือ?! เป็นแบบนั้นได้ยังไง?” ฉินเลี่ยพลัน
ขมวดคิ้ว
หนานฉี กานชิงและคนอื่นเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปจึงถามว่า “เกิดอะไร
ขึ้น?”
“มีเกือบหนึ่งร้อยคนอยู่ใกล้ ๆ!” ฉินเลี่ยตะโกน
“มากับคนที่มาคนเดียวงั้นหรือ?” กานชิงตะโกนอย่างตกตะลึง
ขณะส่ายหน้า ฉินเลี่ยกล่าวว่า “ไม่”
ขณะพูด สายความตระหนักรู้จิตวิญญาณเข้าสู่ชั้นที่สี่ของไข่มุกกำราบจิต
วิญญาณขณะปลุกวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลอีกสี่ตน
“แยกกัน ให้ความสนใจรอบ ๆ บอกข้าทันทีถ้ามีบางอย่างเกิดขึ้น!” เขาสั่ง
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลสี่ตน
ตอนนี้เอง ด้วยคำตอบของวิญญาณไม้ เขารู้สึกว่าบางสิ่งผิดปกติ
ความผันแปรชีวิตแรงกล้าเกือบหนึ่งร้อยจุดมีความหมายว่ามียอดฝีมือราวหนึ่ง
ร้อยคนอยู่ใกล้ ๆ สถานการณ์พวกเขาพลันเคร่งเครียดทันที
“คนที่ข้าสัมผัสได้คนแรกกำลังจะมา!” เขาเตือนทุกคน
ทุกคนกระตุ้นพลังสายเลือดในความมืดขณะเตรียมเคลื่อนไหว
“ปลดปล่อยหินแสงมืด!” กานชิงตะโกน
“หวือ หวือ!”
หินแสงมืดของเขาและหนานฉีบินขึ้นสู่ท้องฟ้าคล้ายตะเกียง
ไกลออกไปสามสิบเมตร ร่างหนึ่งพลันปรากฏภายใต้แสงสว่างจากหินแสงมืด
ร่างดังกล่าวเต็มไปด้วยเลือด
“หงไข่จากตระกูลเสวียนปิง!”
สีหน้าของหนานฉีเปลี่ยนไปขณะตะโกนด้วยความประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด
ฉินเลี่ยสับสนเช่นกัน
“สวรรค์! เป็นพวกเจ้านี่เอง! วิเศษ!”
ชายหนุ่มผู้กะโผลกกะเผลกเมื่อเห็นหินแสงมืดสองก้อนลอยขึ้นท้องฟ้า
หวาดกลัว แต่เขาตื่นเต้นเมื่อเห็นว่าเป็นหนานฉีและกานชิง
คนคนนี้คล้ายกับกำลังจะร้องไห้
“หงไข่ ทำไมเป็นเจ้า? คนอื่นล่ะ?” กานชิงตะโกน
ฉินเลี่ยมองคนคนนั้น
สมาชิกจากตระกูลเสวียนปิงที่หนานฉีและกานชิงเรียกว่าหงไข่สภาพย ่าแย่ ชุด
เต็มไปด้วยเลือดแห้ง ดวงตาไร้กำลังใจ
เขาคล้ายกับได้รับการโจมตีรุนแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ
“ตาย ตายหมดแล้ว อาจจะมีแค่เสวียนลั่วที่รอด…”
ขณะเผชิญกับคำถามของทุกคน หงไข่มีสีหน้าสิ้นหวังและหวาดกลัว อารมณ์
ของเขาดิ่งลง
ฉับพลัน เขาพลันตอบสนองและกล่าวว่า “รีบไปจากที่นี่! ที่นี่ไม่ปลอดภัย!”
“เกิดอะไรขึ้น?” กานชิงถาม
“เก็บหินแสงมืด! เร็ว! เดี๋ยวพวกเจ้าจะถูกเจอตัวเอา!” หงไข่ตะโกน
กานชิงและหนานฉีกำลังลังเล
ฉินเลี่ยรู้สึกถึงความผันแปรจิตวิญญาณผ่านวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหลห้าตนและตกตะลึง เขากล่าวว่า “ทำตามเขา!”
กานชิงและหนานฉีรีบปกปิดหินแสงมืด
“ดูทางที่หงไข่มา!” ฉินเลี่ยเตือน
ทุกคนมองไปทางที่หงไข่จู่ ๆ โผล่มา จิตใจพวกเขาพลันสั่นสะท้าน
ในท้องฟ้าไกลออกไป หินแสงมืดขนาดมหึมาลอยสูงในท้องฟ้า
หินแสงมืดก้อนนั้นใหญ่กว่าสองก้อนที่พวกเขามีหลายร้อยเท่า
ระยะส่องแสงของหินแสงมืดขนาดมหึมาเหนือกว่าของพวกเขา..
ยิ่งกว่านั้น มีปีศาจหุบเหวระดับสูงจำนวนมากอยู่ พวกเขาคล้ายกับกำลังค้นหา
บางสิ่ง
ยังมีร่างอยู่ใต้หินแสงมืด ปีศาจหุบเหวระดับสูงจากหุบเหวชั้นต่าง ๆ
แรงกดดันทรงพลังที่วิญญาณไม้สัมผัสได้มาจากพวกเขา!
ในเวลาเดียวกัน วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลตนอื่นส่งสาร
มา
ใกล้หินแสงมืดขนาดมหึมา มีสัญญาณชีวิตหลายสิบแห่ง
คนเหล่านั้นกำลังหนีเหมือนกับหงไข่
ในบรรดาพวกเขา มีสามคนที่กำลังหลบหนีมาทางเดียวกับหงไข่ หรือก็คือทาง
พวกเขา
ฉับพลัน ฉินเลี่ยเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้และรู้ว่าไม่สู้ดี
“ข้าคิดว่า… พวกเราต้องหลีกเลี่ยงพวกมันชั่วคราว” เขากล่าวด้วยสีหน้า
เคร่งเครียด
“โห…” ก่อนกานชิงจะตอบสนองได้ทัน ความสนใจของเขาถูกดึงดูดโดยหิน
แสงมืดขนาดมหึมา “เหวยเซินเท่อคล้ายกับอยู่ที่นั่น”
“อา! ทำไมเหวยเซินเท่ออยู่กับพวกมันได้?” อู้ชาไม่สบายใจ
“ปีศาจหุบเหวระดับสูงจากแปดแดนชำระและปีศาจหุบเหวจำนวนมาก พวกมัน
รวบรวมหินแสงมืดเพื่อล่าเผ่าพันธุ์อื่น!” หงไข่มีสีหน้าหวาดกลัว เขาอธิบาย
กลุ่มว่า “พวกข้า… โชคไม่ดีที่ตกเป็นเหยื่อ นอกจากเสวียนลั่วและตัวข้าเองแล้ว
คนอื่นอาจจะถูกฆ่ากันหมด”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ หนานฉีและกานชิงล้วนมีสีหน้าเคร่งขรึม
ฉินเลี่ยกล่าวอย่างร้อนรนว่า “หยุดคุย พวกเราต้องไปก่อน!”
“เขาพูดถูก ถอยก่อน! พวกเราต้องรวมห้าตระกูลทั้งหมดเพื่อสู้กับกลุ่มกวาด
ล้างของปีศาจหุบเหว!” หงไข่ตะโกน
“ไป! ฉินเลี่ย นำทาง!” กานชิงกล่าวอย่างเด็ดขาด
“ตามข้ามา!” ฉินเลี่ยไม่ละทิ้งหน้าที่
เขาติดต่อกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลห้าตนที่ตรวจพบ
สิ่งมีชีวิตรอบ ๆ จากนั้นสั่งกานชิงและคนอื่น
ทั้งกลุ่มไม่กล้าเผยแสงสว่างจากหินแสงมืด พวกเขาขยับออกจากพื้นที่อันตราย
อย่างรวดเร็ว
ในท้องฟ้าไกล ๆ ด้านหนึ่งของหินแสงมืดขนาดมหึมาที่อยู่ตรงข้ามกับฉินเลี่ย
คืออีนั่วซือจากหุบเหวร้างเยือกแข็ง
ตอนนี้เอง แสงสว่างเย็นเยือกพุ่งออกจากดวงตาสีม่วงของอีนั่วซือขณะใช้หิน
แสงมืดก้อนนี้ค้นหาเป้าหมายใกล้ ๆ
ฉับพลัน สายเลือดของนางแผ่ความผันแปรแปลกประหลาดออกมา
แสงสว่างวูบไหวผ่านดวงตา
“ทางนั้น! มีสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนอยู่ทางนั้น!”
อีนั่วซือใช้การเชื่อมต่อโลหิต นางชี้ไปทางที่ฉินเลี่ยและคนอื่นกำลังหลบหนี
ขณะกล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“ตามพวกมันไป!” เสียงเข้มดังมาจากภายในหินแสงมืด
ตอนนี้ หินแสงมืดขนาดใหญ่ก้อนนี้บินเข้าหาฉินเลี่ยและคนอื่น
“แย่แล้ว! หินแสงมืดนั่นกำลังไล่พวกเรา!” หนานฉีซีดเผือด
ก่อนหน้านี้ เขาสังเกตเห็นว่ามีปีศาจหุบเหวหลายสิบตนที่แข็งแกร่งเท่าเหวย
เซินเท่อกำลังนั่งบนหินแสงมืดก้อนนั้น แต่ว่า ข้างใต้มีปีศาจหุบเหวจำนวนมาก
กำลังไล่ล่าคนหลงทาง
ปีศาจหุบเหวทรงพลังเกือบร้อยตนได้รับคำสั่งโดยตัวตนน่าหวาดกลัวจากแปด
หุบเหวชั้นล่าง กองกำลังนี้สามารถมีอิทธิพลและกวาดล้างทั่วโลกจุดกำเนิดได้
หากพวกเขาไม่สามารถรวมตัวกับตระกูลกวงหมิง ตระกูลชี่เสวี้ยและเฮยอันได้
กองกำลังพวกเขาจะเทียบไม่ติด
หลังจากเข้าใจเรื่องนี้ เขาและกานชิงไม่คิดจะอยู่สู้อีก
เขาเพียงอยากไปจากพื้นที่ที่ปีศาจนั่นหมายหัวเอาไว้
“กานชิง! พวกเราต้องแยกกันก่อน!” ฉินเลี่ยพลันตะโกนขึ้น “ข้าจะไปหาพวก
เจ้าทีหลัง!”
“อะไรนะ” หนานฉีกรีดร้อง “เจ้าจะทิ้งพวกข้าตอนนี้งั้นหรือ? หากไม่มีการนำ
ทางของเจ้า พวกข้าจะหลบศัตรูได้อย่างไร?”
“แค่กลับไปทางเดิมก็พอ!” ฉินเลี่ยกล่าว
“ฉินเลี่ย! เจ้าจะทิ้งพวกข้าตอนนี้เพราะอยากให้พวกข้าตายใช่หรือไม่?”
หนานฉีตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
ลี่เหวยและคนอื่นโกรธเคืองขึ้นมาและรู้สึกว่าฉินเลี่ยกลับแทงข้างหลังพวกเขา
“กานชิง! ข้าจะให้วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลตามพวกเจ้า
ทันทีที่ข้าสลัดพวกมันหลุด ข้าจะไปหาพวกเจ้า” ขณะเมินหนานฉีและลี่เหวย
ฉินเลี่ยกล่าวอย่างจริงจังว่า “มีปีศาจหุบเหวระดับสูงจากหุบเหวร้างเยือกแข็งที่
อยู่กับหินแสงมืดก้อนนั้น พ่อนางเคยทิ้งรอยประทับที่ตัวข้า นั่นจะทำให้นางพบ
ข้า พวกมันไม่ไล่ตามพวกเจ้า พวกมันจะไล่ตามข้า ข้าจะทำร้ายพวกเจ้าหาก
ยังอยู่ โลกจุดกำเนิดนี้ต่างจากหุบเหว ในความมืดนี้ ถ้าข้าอยู่ไกลมากพอ นาง
จะไม่พบตัวข้า”
“เจ้าคือคนที่ถูกพบตัวหรือ? จริง ๆ หรือ?” ลี่เหวยถามด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ไว้เจอกัน ระวังด้วย ข้าจะมาหาพวกเจ้า!” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างรำคาญใจ
จากนั้นเขาจากไปโดยไม่รอคำตอบของกานชิง
ทันทีที่เขาแยกกับกานชิงและคนอื่น เขาพุ่งตรงและใช้พลังสายเลือดสุดกำลัง
ทันที
พลังสายเลือดวิญญาณปีศาจแปดตาและสายฟ้าฟาดหลบลี้ทำให้เขาเหนือกว่า
กานชิงและคนอื่นในด้านความเร็ว
ไม่ช้า ความรู้สึกที่ถูกตรวจจับหายไปจากจิตใจ
“ยี่ย่า ยี่ย่ายี่ย่า…”
สารจากวิญญาณไม้มาเตือนเขาว่ามีใครบางคนอยู่ใกล้ ๆ
“พวกเขากำลังหนีเช่นกัน”
เมื่อพบว่าเขาหลีกเลี่ยงการตรวจจับสายเลือดของอีนั่วซือได้ เขาลังเล จากนั้น
เคลื่อนเข้าหาสัญญาณชีวิตที่วิญญาณไม้บอกทางมา
ไม่กี่นาทีต่อมา เขามาถึงจุดหมาย ก่อนยืนนิ่ง เขาได้ยินเสียงคำรามเย็นเยือก
ในอากาศ
“เสวียนลั่ว!”
ตอนที่ 1216: เผ่าพันธุ์กระดูก
ที่ทางเข้าอาณาจักรลับ เขาและเสวียนลั่วสู้กัน เขาคุ้นเคยกับสายเลือดของ
เสวียนลั่ว
เมื่อได้ยินเสียงคำรามในอากาศและสัมผัสได้ถึงแรงกดดันเย็นเยือกที่กำลังเข้า
มา เขาระบุได้ทันทีว่าเสวียนลั่วคือผู้โจมตีในความมืด
“เจ้าคือ… ฉินเลี่ย?!”
ในความมืด เสวียนลั่วตกตะลึงและหยุดการโจมตี
“หงไข่พูดถูก เจ้ายังมีชีวิตอยู่” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างเคร่งขรึม
“เจ้าเจอหงไข่งั้นหรือ? เขายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?” เสวียนลั่วตื่นเต้น
“เขาและกานชิงอยู่ด้วยกัน” ฉินเลี่ยตอบ
“เขายังมีชีวิตอยู่ ข้าคิดว่า… ข้าเหลือตัวคนเดียวเสียอีก” เสวียนลั่วกล่าวด้วย
ความหงุดหงิดและเศร้าโศกอย่างเห็นได้ชัด
ฉินเลี่ยไม่พูด เขายังคงเงียบขณะติดต่อกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหลทางจิต
เขาใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้เพื่อหนีออกจากหน่วยล่าของปีศาจหุบเหวระดับสูงได้
สำเร็จ อีนั่วซือไม่สามารถสัมผัสตำแหน่งของเขาโดยใช้สายเลือดได้อีกต่อไป
หรือก็คือ ตอนนี้เขาปลอดภัยชั่วคราว
เขาพยายามติดต่อกับวิญญาณอสนีบาตที่ตามกานชิงและคนอื่น เขาพบว่า
กลุ่มของกานชิงอยู่ไกลจากเขาและน่าจะยังอยู่ภายในระยะของอีนั่วซือ
ดังนั้น เขาไม่รีบไปพบกานชิงและคนอื่น
“เจ้ามาคนเดียวได้อย่างไร? แล้วพวกเขาล่ะ?” เมื่อเห็นว่าฉินเลี่ยเงียบ เสวียนลั่ว
ลังเลและถามว่า “สถานการณ์… เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ตายหนึ่ง” ฉินเลี่ยกล่าว
เสวียนลั่วตกตะลึง “ตายแค่หนึ่งหรือ? เจ้าไม่เผชิญหน้ากับกองกำลังศัตรูเลย
หรือ?”
“พวกเราเจอ แต่พวกเราโชคดี พวกเราไม่เผชิญหน้ากับหน่วยล่าของปีศาจหุบ
เหวทรงพลังร้อยตน” ฉินเลี่ยตอบ เมื่อคิดสักพัก เขากล่าวว่า “อีกสักพัก ข้าจะ
ส่งเจ้าไปพบกานชิงและคนอื่น”
“เจ้า… รู้ว่าพวกเขาอยู่ไหนหรือ? เจ้าหาพวกเขาเจอได้อย่างไร?” เสวียนลั่วตก
ตะลึง
“ใช่ เมื่อพวกเขาอยู่ไกลจากหน่วยล่าแล้ว ข้าจะพาเจ้าไป” ฉินเลี่ยกล่าว
เสวียนลั่วเงียบสักพักและพยักหน้า “เข้าใจแล้ว”
ตอนนี้เอง เขาเต็มไปด้วยความสงสัยต่อฉินเลี่ย เขาไม่รู้ว่าฉินเลี่ยหาทางติดต่อ
กับกานชิงและคนอื่นในอาณาจักรลับได้อย่างไร
เขาคิดว่าสายเลือดตัวเองแข็งแกร่งกว่าของฉินเลี่ย แต่ที่นี่ เขาไม่สามารถ
มองเห็นสิ่งใดหรือสัมผัสสิ่งอื่นด้วยจิตวิญญาณได้
ดังนั้น ทันทีที่เขาแยกจากหงไข่ เขาเกรงว่าจะไม่ได้พบกันอีก เขารู้สึกว่าหงไข่
น่าจะตายไปแล้ว
หงไข่คิดแบบเดียวกัน
และฉินเลี่ย… หลังแยกจากกานชิง เขาคล้ายกับสามารถรวมกับกานชิงและคน
อื่นได้ทุกเมื่อ นี่ทำให้เขาประหลาดใจมาก
“ยี่ย่า! ยี่ย่าย่า…”
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลสี่ตนเตร็ดเตร่รอบ ๆ ขณะส่งสาร
หาฉินเลี่ยเพื่อให้สามารถมองเห็นสถานการณ์รอบ ๆ ได้อย่างชัดเจน
ผ่านไปสักพัก ฉินเลี่ยพลันกล่าวว่า “เสวียนลั่ว นอกจากพวกเรา มีคนอื่นที่ถูก
ล่าโดยปีศาจหุบเหวเหล่านี้หรือไม่?”
“เผ่าพันธุ์มีปีก เผ่าพันธุ์กระดูกและสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหนึ่งหรือสองตน”
เสวียนลั่วตอบ
ฉินเลี่ยตกตะลึง
เผ่าพันธุ์มีปีกย่อมอ่อนแอกว่าสี่เผ่าพันธุ์ชั้นสูง แต่เผ่าพันธุ์วิญญาณคือหนึ่งใน
เผ่าพันธุ์แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล
เผ่าพันธุ์วิญญาณยังถูกไล่ล่า
“หนึ่งหรือสอง…”
ผ่านไปสักพัก เขาเข้าใจว่าเผ่าพันธุ์วิญญาณเหมือนกับเสวียนลั่วและคนอื่น
พวกเขาพ่ายแพ้เพราะมีจำนวนน้อยกว่า
“คนอื่นอยู่ไม่ไกลจากพวกเรา ไปดูกันดีไหม?” เขาพลันแนะนำ
เมื่อเขาเงียบ วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลสี่ตนพบแรงกดดัน
ใกล้ ๆ
ด้วยวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล เขารู้ว่ามีความผันแปรจิต
วิญญาณจำนวนมากเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ ๆ
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านั้นคือกลุ่มที่ถูกไล่ล่าเหมือนกับเสวียนลั่ว
โชคยังดี ที่นี่ไกลจากสถานที่ที่หน่วยล่าอยู่ นี่หมายความว่าพวกเขาหลบหนีได้
สำเร็จเช่นกัน
กลุ่มปีศาจหุบเหวระดับสูงร้อยตนรวมถึงอีนั่วซือและเหวยเซินเท่อแข็งแกร่งจน
เขาไม่มีทางจัดการได้
เขารู้ว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนเพียงกลุ่มเดียวย่อมถูกฉีกโดยปีศาจหุบเหวเหล่านั้น
หากยังอยู่ใกล้ ๆ
ดังนั้นความคิดหนึ่งเกิดขึ้นในใจ…
“เจ้า เจ้าไม่มีหินแสงมืด เจ้ารู้ว่ามีคนอยู่ใกล้ ๆ ได้อย่างไร?” เสวียนลั่วถามอย่าง
ตกตะลึง
“ข้ามีวิธี” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“ก็ได้ ข้าจะไปดูกับเจ้า” เสวียนลั่วยังคงสับสน
ฉินเลี่ยนำทางทันที
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงแตกร้าวมาจากด้านหน้าเขาและเสวียนลั่ว
เสวียนลั่วได้ยินเสียงผิดปกติและรู้ตัวตนพวกเขาทันที เขากล่าวว่า “เจ้าคือ
สหายของเผ่าพันธุ์กระดูกงั้นหรือ?”
“แล้วเจ้าล่ะ?” เสียงโหยหวนถามเป็นภาษาหุบเหว
“เผ่าพันธุ์เทพ” เสวียนลั่วตอบ
“ไม่ใช่ปีศาจหุบเหวก็พอแล้ว” อีกคนตอบ
เมื่อแลกเปลี่ยนคร่าว ๆ แสงสว่างอ่อน ๆ ปรากฏที่ด้านหน้า
มันคือหินแสงมืดขนาดเท่ากำปั้น
โครงกระดูกสองร่างที่สูงราวหนึ่งเมตรครึ่งปรากฏใต้แสงสว่างของหินแสงมืด
นั่นคือสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกสองตน
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกไม่มีเนื้อหรือหนัง ร่างกายเต็มไปด้วยกระดูกคล้ายหยก
ทอประกายลึกลับ
ดวงตาพวกเขาเหมือนกับอัญมณีที่ส่องแสงน่าขนลุก
พวกเขามีหินแสงมืดขนาดเล็กคนละก้อนขณะเดินเข้าหาฉินเลี่ยและเสวียนลั่ว
ดวงตาคล้ายอัญมณีกำลังขยับอย่างรวดเร็ว
“พวกเจ้าไม่ได้มาสู้ใช่หรือไม่?” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกถาม
เสวียนลั่วส่ายหน้า ภายใต้แสงสว่างของหินแสงมืด ดวงตาของเขาทอประกาย
ขณะมองฉินเลี่ย “เจ้าสามารถสัมผัสความผันแปรชีวิตที่นี่ได้หรือไม่?”
“จิตวิญญาณเจ้าไม่ถูกจำกัดที่นี่งั้นหรือ?” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกถามอย่างตก
ตะลึง
ฉินเลี่ยส่ายหน้า “ข้าใช้วิธีอื่นน่ะ”
เขามองสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกอย่างสงสัย
ด้วยระยะเวลาและความทรงจำของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ เขาค่อย ๆ ทราบ
เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์ในจักรวาลมากขึ้น
เผ่าพันธุ์กระดูกคือเผ่าพันธุ์ผิดปกติผู้คล้ายกับต ่ากว่าเผ่าพันธุ์ชั้นสูงในด้าน
พละกำลังเล็กน้อย อาณาจักรอยู่ไกลจากอาณาจักรวิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูก
โด่งดังมาก
ถึงอย่างนั้นในสายตาของฉินเลี่ย สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกเหล่านี้ดูไม่ต่างกับ
โครงกระดูกมีชีวิต
แต่ว่า กระดูกพวกเขาไม่เป็นสีเทาหม่น
พวกมันทำมาจากผลึกคล้ายหยกที่เต็มไปด้วยพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์จำนวนมาก
กระดูกพวกเขามีเลือดเหลวคล้ายไขกระดูกไหลเวียนอยู่ ความสามารถซ่อนเร้น
ทรงพลังเช่นกัน
เผ่าพันธุ์กระดูกแข็งแกร่งในด้านการต่อสู้มากกว่าเผ่าพันธุ์มีปีกและเคย
ปกครองส่วนหนึ่งของจักรวาล
“ถ้าพวกเจ้าไม่ได้มาสู้ พวกข้าจะไป พวกข้าต้องหาผู้รอดชีวิตในเผ่าพันธุ์ก่อน”
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกกล่าวอย่างสงบ
“กลุ่มนั้นแข็งแกร่งเกินไป แต่พละกำลังพวกเจ้าและพวกข้า สู้ไม่ได้หรอก”
ฉินเลี่ยคิดและกล่าวว่า “ข้ามีคำแนะนำ พวกเจ้าสนใจหรือเปล่า?”
“ร่วมมือกัน?” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกคาดเดาความตั้งใจของฉินเลี่ยได้ทันที
ขณะส่ายหน้า “ข้าไม่เชื่อเผ่าพันธุ์เทพ พวกข้าแค่ไปตามหาสมาชิกเผ่าพันธุ์
ตัวเองและจะออกไปจากที่นี่ พวกข้าแค่ต้องหลีกเลี่ยงการไล่ล่าของปีศาจหุบ
เหวเหล่านี้”
“พวกเจ้าจะลำบากตอนหาสมาชิกที่รอดชีวิตนะ แต่ข้า… สามารถช่วยได้”
ฉินเลี่ยกล่าว
“เจ้าสามารถช่วยพวกข้าหาผู้รอดชีวิตได้หรือ?” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกตก
ตะลึง
“ใช่ ข้าสามารถช่วยพวกเจ้ารวบรวมสมาชิกได้” ฉินเลี่ยตอบ
“พิสูจน์สิ จากนั้น… พวกข้าจะตัดสินใจตอนรวมตัวกันแล้ว พวกข้าไม่ใช่ผู้นำ
กลุ่ม พวกข้าไม่มีอำนาจตัดสินใจ” โครงกระดูกกล่าว
“เข้าใจแล้ว” ฉินเลี่ยตอบ
เขาติดต่อกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลสี่ตนทันที เขาให้
พวกมันจำแรงกดดันของสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกสองตนเพื่อค้นหา
“ยี่ย่า…”
ไม่ช้า วิญญาณวารีส่งสารจากพื้นที่หนึ่งมา
สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไปขณะกล่าวว่า “ตามข้ามา”
เสวียนลั่วและสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกสองตนลังเลขณะตามเข้าไปใกล้
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกสูงราวหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรปรากฎตัวขึ้น กระดูก
คล้ายหยกเต็มไปด้วยรอยร้าว
เขาสูงกว่าสองตนนิดหน่อย
ทันทีที่ร่างดังกล่าวปรากฏแก่สายตา สองตนตะโกนสุดปอดอย่างตื่นเต้นว่า “ใต้
เท้า! ใต้เท้า ท่านยังมีชีวิตอยู่!”
“เจ้าพวกบ้าสองตน ทำไมพวกเจ้ามากับสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพ!?” โครงกระดูก
ร่างสูงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
ตอนที่ 1217: รวบรวมก ำลัง
“ใต้เท้า พวกเขานำพวกข้ามาพบท่าน”
ดวงตาของสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกร่างเตี้ยทอประกายด้วยความเจ็บปวดขณะ
ตอบอย่างขลาดกลัว
“พวกเขา? พวกเขานำพวกเจ้ามาที่นี่?” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกร่างสูงกว่า
เล็กน้อยตกตะลึง
“ใต้เท้า เผ่าพันธุ์เทพอยากร่วมมือกับพวกเราจัดการกับปีศาจหุบเหวระดับสูง
เหล่านั้น ท่านคิดว่าไง?” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกร่างเตี้ยถาม
“ร่วมมือกับพวกเรา…”
ดวงตาของผู้นำทอประกาย โครงกระดูกแตกร้าวคล้ายกับกำลังรักษาตัวช้า ๆ
ชั้นแสงสว่างเรืองรองอาบไล้บนพื้นผิวกระดูกและทำให้เขามีไอทรงอำนาจ
เขาครุ่นคิดสักพักขณะสายตาจับจ้องเสวียนลั่ว “สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพอยู่ที่นั่นกี่
คน?”
เสวียนลั่วกล่าวว่า “ราวสิบคน”
“ไม่พอ น้อยมากนัก!” เขาส่ายหน้าและกล่าวว่า “มีปีศาจหุบเหวระดับสูงเกือบ
ร้อยตน พวกมันแข็งแกร่งเกินไป หากห้าตระกูลของเผ่าพันธุ์เทพไม่อยู่ที่นี่กัน
หมด พวกเจ้าก็สู้ไม่ได้หรอก”
เขาเคยสู้กับหน่วยล่าของปีศาจหุบเหวก่อนหน้านี้จึงรู้พละกำลัง
ต่อให้ห้าตระกูลร่วมมือกัน มันก็ยากจะพูดว่าสามารถเหนือกว่าได้หรือไม่
แล้วถ้าน้อยกว่าสิบคนจะขนาดไหน?
“ไม่จำเป็นต้องร่วมมือกัน พวกข้าจะไปจากที่นี่เพื่อหลีกเลี่ยงปีศาจหุบเหว
บัดซบ!” เขาประกาศ
เสวียนลั่วรู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องพูดอีก
เขาเหมือนกับผู้นำเผ่าพันธุ์กระดูกตนนี้ เขาเคยสู้กับปีศาจหุบเหวระดับสูงมา
ก่อนและหน่วยตระกูลเสวียนปิงที่เขานำได้รับความเสียหายอย่างหนัก
เขาเองก็เกือบตาย
เขารู้สึกว่าต่อให้ตระกูลเลี่ยเยี่ยนร่วมมือกับตระกูลอื่น พวกเขาจะเทียบกับ
หน่วยล่าไม่ได้
ดังนั้น เขาไม่ถึงขั้นพยายามโน้มน้าวอีกฝ่าย
“ไปกันเถอะ ขอแค่พวกข้าอยู่ห่างจากทะเลจุดกำเนิด พวกข้าก็น่าจะปลอดภัย”
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกร่างสูงตะโกน
“ทะเลจุดกำเนิด!”
ดวงตาของฉินเลี่ยทอประกาย เขาพลันตื่นเต้นขณะยืนตรงหน้าสมาชิก
เผ่าพันธุ์กระดูกร่างสูง
เขาเตรียมโน้มน้าวต่อ
“หลบไป!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกร่างสูงพ่นลมออกจมูกขณะโบกมือให้เขาอย่างหงุดหงิด
แสงสว่างสีขาวฉายออกจากกระดูกแขนของสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูก สายพลัง
ไหลผ่านกระดูก
แรงมหาศาลระเบิดจากฝ่ามือของสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกขณะห้อมล้อมฉินเลี่ย
เอาไว้
“ตูม!”
ภายใต้แรงขนาดมหึมา ฉินเลี่ยเซไปหลายก้าว
ลำแสงพลังกระดูกกระจายเข้าหาเขาคล้ายแสงดารา เขารู้สึกเย็นและไม่
สามารถรวบรวมพลังสายเลือดได้ชั่วคราว
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเมื่อมองสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกอีกครั้ง
ฉับพลัน เขาเข้าใจว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกตนนี้ทรงพลังยิ่งและสามารถ
เทียบเท่าเสวียนลั่วกับหนานฉีได้
ความเห็นของเขาที่มีต่อคนอื่นเพิ่มขึ้น
“เจ้าต้องการอะไร?”
เสวียนลั่วเห็นสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกโจมตี สีหน้าของเขาพลันเย็นชาขณะ
กระตุ้นพลังสายเลือดเพื่อเตรียมขัดขวาง
“ใต้เท้า! เขา เขานำพวกข้ามาพบท่านนะ…”
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกร่างเตี้ยกว่าร้อนรนเมื่อเห็นการโจมตีดังกล่าว
“พวกเราจะไป! อย่าไปสนเผ่าพันธุ์เทพ ถ้าพวกเราไปกับพวกเขา พวกเราจะ
ตาย!” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกร่างสูงกล่าวอย่างหงุดหงิด
“รอเดี๋ยวก่อน!” ฉินเลี่ยตะโกน “ถ้าพวกข้าสามารถรวบรวมยอดฝีมือมาได้
มากกว่านี้ล่ะ?”
“ว่าไงนะ?” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกร่างสูงตกตะลึง
“เจ้ากังวลว่าต่อให้ร่วมมือกับเผ่าพันธุ์เทพ เจ้าจะเทียบปีศาจหุบเหวไม่ได้ใช่ไหม
ล่ะ?” ฉินเลี่ยถาม
“พวกข้าไม่ได้หวังที่จะชนะอยู่แล้ว” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกร่างสูงกว่ากล่าว
“ถ้าข้าสามารถรวบรวมสมาชิกจากเผ่าพันธุ์อื่นใกล้ ๆ ทั้งหมดเพื่อสร้างกอง
กำลังที่สามารถสู้ปีศาจหุบเหวระดับสูงได้ เจ้าจะยอมสู้กับพวกมันหรือไม่?”
ฉินเลี่ยถามอย่างจริงจัง
“เจ้ามีความสามารถนั้นหรือ?” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกถามอย่างสงสัย
ฉินเลี่ยพยักหน้าและกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “เพราะเจ้ารู้จักทะเลจุดกำเนิด เจ้า
น่าจะรู้ความลับของมัน เจ้าน่าจะรู้ว่าทำไมปีศาจหุบเหวระดับสูงรวมตัวเพื่อ
ป้องกันไม่ให้เผ่าพันธุ์อื่นเข้ามาใกล้ใช่หรือไม่?”
“เจ้ารู้ความลับของทะเลจุดกำเนิดเช่นกันหรือ?” เขาถามอย่างตกตะลึง
“ใช่” ดวงตาของฉินเลี่ยเคร่งขรึม “ข้ารู้เรื่องผลึกจุดกำเนิดด้วย!”
“เจ้าพูดเรื่องอะไร?” เสวียนลั่วถามอย่างสับสน
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกร่างสูงเงียบสักพักก่อนกล่าวว่า “เจ้าสามารถรวบรวม
เผ่าพันธุ์ใกล้ ๆ ได้จริงหรือ?”
“เจ้าให้เวลาข้าสักหน่อยได้หรือเปล่า?” ฉินเลี่ยถามอย่างเคร่งขรึม
“ได้สิ” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกร่างสูงพยักหน้า
ฉินเลี่ยเริ่มติดต่อกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล ผ่านไปสัก
พัก เขากล่าวกับสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกสามตนและเสวียนลั่วว่า “กลุ่มปีศาจ
หุบเหวนั่นไปแล้ว”
เสวียนลั่วและสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
กลุ่มที่สร้างปีศาจหุบเหวระดับสูงเช่นอีนั่วซือและเหวยเซินเท่ออยู่ใกล้ทะเลจุด
กำเนิด ถ้ามีหน่วยอื่นเข้าใกล้ พวกเขาจะเริ่มสังหารหมู่ทันที
เสวียนลั่วและสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกรู้แผนอีกฝ่าย
เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น พวกเขาจะไม่อยู่ไกลจากทะเลจุดกำเนิด
เพราะเหตุนี้ เสวียนลั่วและสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกสามตนหาทางหลบหนีได้
สำเร็จ
หลังจากฉินเลี่ยกล่าวเช่นนี้ พวกเขาคิดถึงการเคลื่อนไหวของปีศาจหุบเหวและ
ยืนยันได้ว่าฉินเลี่ยมีความสามารถตามรอยการเคลื่อนไหวของปีศาจหุบเหว
เหล่านั้น
เสวียนลั่วและสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกรู้สึกมีกำลังใจเล็กน้อยกับการประกาศ
ก่อนหน้านี้ของเขา
“พวกมันจะไม่มาที่นี่ ตราบที่พวกเจ้าอยู่ใกล้ ๆ พวกเจ้าจะปลอดภัย” ฉินเลี่ย
ติดต่อกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลขณะปลอบพวกเขาว่า
“ไม่มีสัญญาณชีวิตใกล้ ๆ พวกเจ้าจะไม่เผชิญกับปัญหา โปรดอยู่ที่นี่ขณะที่ข้า
ไปรวบรวมผู้หลบหนี”
เสวียนลั่วและสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกสามตนพยักหน้าพร้อมกัน
ฉินเลี่ยใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้และเริ่มขยับขณะได้รับการนำทางโดยวิญญาณ
แห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
ผ่านไปราวสองชั่วโมง เขาพบสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกบาดเจ็บสาหัสสี่ตนผ่าน
วิญญาณโลหะ
เมื่อเขาปรากฏตัว หินแสงมืดปลดปล่อยแสงสว่างออกมา
พี่น้องเผ่าพันธุ์มีปีกที่เขาปล่อยไปก่อนหน้านี้คือสองในสี่ตนนั้น
“เป็นเจ้า!”
หญิงสาวเผ่าพันธุ์มีปีกผู้หลบหนีไปครั้งก่อนตะโกนอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นเขา
“เผ่าพันธุ์เทพ!”
ชายหนุ่มเผ่าพันธุ์มีปีกอีกตนคล้ายกับประหม่าและวิตกยิ่ง เขาเตรียมสู้ ไม่สน
เลือดบนร่างกาย
“หยุดก่อน!” หญิงสาวเผ่าพันธุ์มีปีกปราม
“ข้ามาพบเจ้าด้วยหวังว่าจะยังรอดชีวิตอยู่” ฉินเลี่ยไม่รอให้พวกเขาพูดขณะ
อธิบายว่า “ข้าคิดว่าพวกเจ้าอยากเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิดนั่นเช่นกัน ถ้าพวก
เจ้าฝึกฝนใกล้ ๆ พวกเจ้าสามารถเสริมสร้างพลังสายเลือดได้เร็วขึ้นใช่หรือไม่?”
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกสี่ตนพยักหน้าหนักแน่น
“น่าเสียดาย ที่นั่นถูกยึดโดยกลุ่มปีศาจหุบเหวระดับสูง พวกเจ้าไม่สามารถไป
ได้ และ… พวกข้าก็เช่นกัน” เขาสรุปเมื่อกล่าวถึงเผ่าพันธุ์กระดูกและกล่าวว่า
“ถ้าพวกเจ้าเห็นด้วย ข้าจะบอกที่รวมพลพวกข้าและนำไปที่นั่น”
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกสี่ตนไม่ตกลงทันทีขณะเริ่มสนทนาเป็นภาษาเผ่าพันธุ์มี
ปีก
ผ่านไปสักพัก หญิงสาวเผ่าพันธุ์มีปีกกล่าวว่า “พวกข้าตกลง!”
“ดี! ข้าจะบอกตำแหน่งรวมพลพวกข้า แค่ตรงไปก็จะพบกลุ่มแรกแล้ว!” ฉินเลี่ย
กล่าว
“เข้าใจแล้ว” หญิงสาวเผ่าพันธุ์มีปีกตกลง
หลังจากได้ข้อสรุปการเจรจา ฉินเลี่ยใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต
ภายใต้การนำทางของวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลอีกครั้ง
ผ่านไปสักพัก เขาพบสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกสามตนและสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูก
สองตน เขาโน้มน้าวพวกเขาให้ไปพบกับเสวียนลั่ว
ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา หลังจากใช้พลังวิญญาณจำนวนมาก เขาพบสมาชิก
เผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนด้วยการนำทางของวิญญาณปฐพี
หินแสงมืดขนาดเท่าหินโม่สี่ก้อนลอยเหนือหนุ่มสาวเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตน
ทำให้ส่องแสงไปทุกหนแห่ง
“เผ่าพันธุ์เทพ!”
หนุ่มสาวเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนเห็นเขาปรากฏตัว สีหน้าพวกเขามืดมน
พวกเขาหกตนมีสีหน้าเย็นชา
“พวกข้าเผชิญหน้ากับสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพคนเดียว พวกข้าจะใช้ชีวิตมันมา
ชดใช้กับสิ่งที่เห่าเจี๋ยทำ!” เผ่าพันธุ์วิญญาณเพศชายหล่อเหลาผู้มีดวงตาและ
เส้นผมสีครามยิ้มเย็นชาขณะโบกมือ “อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!”
หนุ่มสาวเผ่าพันธุ์วิญญาณอีกห้าตนกระจายตัวทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง
ฉินเลี่ยเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดีจึงเตรียมหลบหนีเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกล้อม
“ให้ตายสิ! โชคไม่ดีเอาเสียเลย!” เขาสบถในใจ
ตอนที่ 1218: กักขังชีวิต!
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนเห็นฉินเลี่ยมาถึงก็เตรียมสังหารเขาโดยไม่ให้
เวลาพูด
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาสูญเสียด้วยน ้ามือของเห่าเจี๋ยและคนอื่น พวกเขาไม่ได้มี
ความรู้สึกดีต่อเผ่าพันธุ์เทพ เส้นผมสีแดงของฉินเลี่ยบ่งบอกว่าเป็นสมาชิกของ
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนเด่นชัด
ดังนั้น ฉินเลี่ยตกเป็นเป้าหมายพวกเขา
ฉินเลี่ยลอบสบถขณะรีบหลบหนี เขาต้องหลีกเลี่ยงการถูกล้อมที่จะทำให้เป็น
อิสระได้ยาก
เผ่าพันธุ์วิญญาณเหมือนกับเผ่าพันธุ์เทพ ทั้งสองคือเผ่าพันธุ์ชั้นสูงและ
แข็งแกร่งยิ่ง
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนนี้ไม่แยกจากกันยามเผชิญหน้ากับปีศาจหุบ
เหวระดับสูง พวกเขากล้าปล่อยให้หินแสงมืดขนาดมหึมาลอยขึ้นมา นี่แสดงให้
เห็นว่าพละกำลังพวกเขายอดเยี่ยมนัก
ฉินเลี่ยเข้าใจถึงพลังพวกเขาเมื่อเผยระเบียบและพละกำลังขณะปลดปล่อยแรง
กดดันสายเลือดออกมา
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนล้วนมีเส้นผมกับดวงตาสีคราม พวกเขาล้วน
หล่อเหลาและงดงาม
เมื่อพวกเขาโจมตี ม่านสายเลือดสีครามพุ่งออกมาขณะส่องแสงคล้ายหมู่เมฆสี
คราม
ฉินเลี่ยผู้เคยสู้กับวิญญาณปีศาจแปดตามาบ้างจดจำภัยคุกคามได้ทันทีขณะ
ถอยห่างเมื่อเห็นหมู่เมฆสีครามเข้ามา
ฉินเลี่ยเงยหน้าขึ้นและเห็นแสงสว่างกระจัดกระจายจำนวนมากในหมู่เมฆสี
คราม
แสงสว่างเหล่านั้นก่อตัวเป็นอักขระแปลกประหลาด
“ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือด กักขังชีวิต!”
พลังลึกลับสุดหยั่งพลันเอ่อล้นออกจากหมู่เมฆสีครามและอักขระสีคราม
ฉินเลี่ยผู้กำลังจะกระตุ้นสายฟ้าฟาดหลบลี้และใช้พลังสายเลือดเพื่อเคลื่อนย้าย
พริบตาออกไปคล้ายกับถูกตรึงกับพื้นดิน เขาไม่สามารถขยับได้
แสงสว่างสีครามตกลงมาคล้ายดวงดาวขณะถาโถมใส่เขา
วินาทีต่อมา เขารู้สึกเหนื่อยล้ายิ่ง พลังกายภาพขนาดมหึมาภายในตัวเขาถูก
ตรึงเอาไว้ แม้กระทั่งพลังชีวิตจำนวนมากของเขาคล้ายกับหนักอึ้งยิ่ง
เขาไม่สามารถกระตุ้นพลังสายเลือดได้!
“ตระกูลเลี่ยเยี่ยนไม่ได้แข็งแกร่งเท่าตระกูลชี่เสวี้ยจริง ๆ มันไม่แม้แต่พยายาม
หลบหรือสู้ด้วยสายเลือดเมื่อเจอกักขังชีวิตของพวกเรา” เผ่าพันธุ์วิญญาณ
เพศชายกล่าวขณะที่เหลือส่ายหน้า น ้าเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเหยียด
หยัน “ไม่สงสัยเลยว่าในช่วงสองหมื่นปีมานี้ สถานะของตระกูลเลี่ยเยี่ยนถึงได้
ตกต ่าในบรรดาเผ่าพันธุ์เทพ”
“ใช่ ตระกูลเลี่ยเยี่ยนที่ปกครองมานานตกต ่าลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากหัวหน้า
ตระกูลคนล่าสุดหายตัวไป” หญิงสาวเผ่าพันธุ์วิญญาณงดงามตัดสินอย่าง
ผิดหวัง
ตอนนี้เอง สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนล้อมฉินเลี่ยเอาไว้
หมู่เมฆสีครามลอยเหนือศีรษะของฉินเลี่ยคล้ายกับเครื่องพันธนาการอันน่า
หวาดกลัว พลังสายเลือดและพลังชีวิตของฉินเลี่ยไม่สามารถใช้งานได้..
ดวงตาสีชาดของฉินเลี่ยเต็มไปด้วยความตกตะลึง
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้สู้กับเผ่าพันธุ์วิญญาณจริง ๆ วิญญาณปีศาจแปดตาที่เขา
เผชิญหน้าตอนเจอคนป่าตะวันออกเมื่อคราวที่แล้วน่าจะ… เป็นเพียงสัตว์เลี้ยง
ไร้เทียมทานของเผ่าพันธุ์วิญญาณเท่านั้น
เขาผู้ไม่คุ้นชินกับวิธีต่อสู้และสายเลือดของเผ่าพันธุ์วิญญาณเผชิญหน้ากับ
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนตั้งแต่แรก ก่อนเขาจะทันได้ใช้พลัง เขาติดอยู่
ในสภาพอึดอัด พลังชีวิตและพลังสายเลือดของเขาล้วนถูกพันธนาการ
เขาเสียเปรียบ
“ไม่นานก่อนหน้านี้ พวกข้าเผชิญหน้ากับเห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ยในพื้นที่อื่น
พวกข้าถูกกดดันโดยตระกูลชี่เสวี้ยมาก หินแสงมืดจำนวนมากของพวกข้าถูก
เห่าเจี๋ยขโมยไป พวกข้าบาดเจ็บสาหัส”
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหล่อเหลาผู้ปรากฏตัวขึ้นน่าจะเป็นผู้นำ เขาคล้ายกับ
เกียจคร้านหลังจากฉินเลี่ยติดอยู่ในกักขังชีวิตขณะประกาศช้า ๆ ว่าทำไมพวก
เขาต้องโจมตีฉินเลี่ย
จากนั้นเขากล่าวว่า “เมื่อครู่ พวกข้าถูกกดดันให้หนีโดยปีศาจหุบเหวจนใช้
พลังสายเลือดไปมากเช่นกัน ฮ่าฮ่า การมาถึงของเจ้า… บังเอิญช่วยชดเชยการ
สูญเสียพวกข้าได้เล็กน้อย”
“ปาจี๋ พวกเราต้องฟื้นฟูพลังสายเลือด พวกเราควรใช้วิชาดึงชีวิตเพื่อดูดกลืน
พลังชีวิตมันหรือเปล่า?” หญิงสาวเผ่าพันธุ์วิญญาณงดงามถาม
“ใช่ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับมัน” ปาจี๋พยักหน้าเบา ๆ และกล่าวว่า “เซียนน่า
เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุด เอาพลังชีวิตมันให้มาก ความสามารถซ่อนเร้น
สายเลือดของเจ้าสำคัญกับพวกข้ายิ่ง”
จากนั้นเขาสั่งสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณตนอื่นว่า “อย่าแย่งของเซียนน่า”
สี่คนที่เหลือพยักหน้าช้า ๆ
หญิงสาวเผ่าพันธุ์วิญญาณงดงามที่พวกเขาเรียกว่าเซียนน่าไม่ปฏิเสธ “ใช่ ใน
สภาพตอนนี้ ข้าต้องฟื้นตัวก่อน”
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนตกลงการแบ่งพลังชีวิตของฉินเลี่ยอย่าง
รวดเร็ว
พวกเขาเงยหน้าขึ้นขณะมองหมู่เมฆสีครามบนศีรษะของฉินเลี่ยราวกับกำลังจะ
เริ่มบางอย่าง
สีหน้าของฉินเลี่ยเย็นชา เขาขมวดคิ้วและกล่าวว่า “ข้ามาหาพวกเจ้าด้วยหวัง
จะร่วมมือกับเผ่าพันธุ์วิญญาณเพื่อจัดการปีศาจหุบเหวระดับสูงเหล่านั้นและได้
เข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิด”
“ร่วมมือ?” ปาจี๋มีสีหน้าเหยียดหยัน “แค่กับตระกูลเลี่ยเยี่ยนน่ะหรือ?”
“เผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีกด้วย” ฉินเลี่ยกล่าว
“อ่อนแอเกินไป” ปาจี๋ส่ายหน้า “มีปีศาจหุบเหวเกือบร้อยตน รวมถึงคนน่า
หวาดกลัวจากแปดแดนชำระบัญชาการพวกมันด้วย กองกำลังนี้มากพอจะ
กวาดล้างโลกจุดกำเนิดนี้ ไม่มีใครเว้นพวกมันที่สามารถเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิด
นั้นได้”
“นี่คืออาณาจักรลับของหุบเหว บ้านเกิดของปีศาจ ตอนนี้ปีศาจหุบเหวร่วมมือ
กันแล้ว พวกเราไม่มีทางเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิดเพื่อช่วงชิงสิ่งที่อยู่ข้างในได้”
เซียนน่าส่ายหน้า “พวกข้าไม่อยากเสียสมาชิกอีกแล้วและไม่สนใจร่วมมือกับ
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนด้วย”
ทั้งสองคนขาดความมั่นใจพละกำลังรวมของตระกูลเลี่ยเยี่ยนและเผ่าพันธุ์
กระดูกกับมีปีกอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขาเพียงต้องการดูดกลืนพลังชีวิตผ่านฉินเลี่ยให้มาก ไปให้ไกลจากทะเล
จุดกำเนิด จากนั้นทำความเข้าใจสายเลือดในส่วนอื่นของอาณาจักรลับ
“เจ้าหนู อย่าพยายามคิดแผนการ เจ้าจะเสียความสามารถในการคิดแล้ว”
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณตนหนึ่งตะโกนอย่างหงุดหงิด “เห่าเจี๋ยฆ่าพี่น้องข้าไป
หนึ่งคน จัดการมันแล้วหานายหญิงผู้มีความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดน่าทึ่ง
เถอะ นางเด็กเกินไป ข้ากังวลว่านางจะเผชิญกับปัญหาที่นี่”
เมื่อเขากล่าวถึง “นายหญิง” สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณตนอื่นขมวดคิ้ว สีหน้า
พวกเขาพลันจริงจัง
ปาจี๋ผู้อยากเล่นกับฉินเลี่ยพยักหน้าหลังจากเงียบสักพักและกล่าวว่า “โจมตี!”
ห้าตนที่เหลือกระตุ้นพลังสายเลือดทันที
“หวือ หวือ หวือ!”
แสงสว่างสีครามสดใสไหลออกจากร่างกายขณะก่อตัวเป็นสายรุ้งพุ่งเข้าหาฉิน
เลี่ย
“พวกเจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าสามารถพันธนาการข้าได้?”
ขณะเผชิญหน้ากับลำแสงสีคราม ฉินเลี่ยหัวเราะ เขาไม่หวาดกลัวกับการ
เผชิญหน้าขณะจ้องมองพื้นที่ระหว่างเซียนน่าและปาจี๋อย่างสบาย ๆ
“แปะ แปะ แปะ!”
แสงอสนีนับล้านพาดบนตัวเขาคล้ายเกราะ
แสงอสนีเหล่านั้นตามมาด้วยเสียงคำรามของอสนีบาตขณะบดขยี้หมู่เมฆสี
ครามเหนือศีรษะ
“กักขังชีวิต” บนร่างกายของเขาหายไปทันทีขณะหมู่เมฆสีครามถูกทำลาย
ตอนที่ 1219: การต่อสู้ดุเดือด
กักขังชีวิตเพียงเล่นงานพลังสายเลือดและพลังชีวิตของฉินเลี่ยเท่านั้น แต่ฉิน
เลี่ย… มีพลังอื่นให้ใช้
เขามีพลังวิญญาณหลากหลายในจุดตันเถียน กักขังชีวิตไม่ส่งผลต่อพลัง
เหล่านี้!
ความจริง หลังจากเขาฉีกกระชากกักขังชีวิตด้วยพลังอสนีบาตและอสนี แม้แต่
พลังสายเลือดก็กลับมาเป็นปกติ
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณสองตน ปาจี๋และเซียนน่ารู้ว่าบางสิ่งผิดปกติทันทีที่หมู่
เมฆสีครามถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ
แต่ว่า พวกเขาเพิ่งรวบรวมพลังสายเลือดขณะพยายามดึงพลังชีวิตบริสุทธิ์ของ
ฉินเลี่ยโดยการปลดปล่อยวิชาดึงชีวิตเมื่อครู่ พวกเขาไม่สามารถย้ายพละกำลัง
มากดดันฉินเลี่ยให้กลับไปอยู่ที่เดิมได้ทันที
“แคร้ก!”
แสงอสนีเข้มข้นผุดขึ้นจากหลังคอของฉินเลี่ย เขาดูเหมือนกับภัยคุกคามศัตรู
อย่างแท้จริงทันที
“ระวัง!” เซียนน่าตะโกน
“มันเป็นเลือดผสม!” ปาจี๋เข้าใจเช่นกัน
“ฟิ่ว!”
เพียงพริบตา ฉินเลี่ยเคลื่อนผ่านช่องว่างระหว่างปาจี๋และเซียนน่าคล้ายภูตผี
ความรู้สึกไม่สบายใจยิ่งที่รบกวนเขาหลังจากถูกล้อมโดยสมาชิกเผ่าพันธุ์
วิญญาณหกตนหายไปทันที
“อสนีบาตทลายสวรรค์ เก้าอสนีบาตกัมปนาท!”
ในเวลาเดียวกัน บอลอสนีบาตเจิดจ้าจำนวนมากปรากฏขึ้นท่ามกลางสมาชิก
เผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนขณะระเบิดทันที
“ตูม ตูม ตูม!”
บอลอสนีบาตขนาดใหญ่ระเบิดเป็นทะเลอสนีบาตตรงใจกลางกลุ่ม
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณไม่มีทางเลือกนอกจากถอยขณะอดทนต่อการโจมตี
อันรุนแรง พวกเขาล้วนมีสีหน้าน่าเกลียด
ฉินเลี่ยถอยออกมาในขณะเดียวกันขณะฉวยโอกาสโจมตีอีกครั้ง
“หัวใจอสนีบาตลึกล ้า!”
บอลอสนีบาตขนาดยักษ์ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างฝ่ามือของฉินเลี่ย
“ตึกตัก ตึกตัก! ตึกตัก ตึกตัก!”
เสียงหัวใจเต้นแปลกประหลาดแสบแก้วหูยังคงดังจากภายในบอลอสนีบาต
สมรภูมิพลันกลายเป็นสนามแม่เหล็กอสนีบาตรุนแรง
“แคร้ก แคร้ก!”
อสนีพลันปรากฏเหนือศีรษะของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณ มันขยับหินแสงมืด
ในทันที
“แย่แล้ว!”
สีหน้าของปาจี๋เปลี่ยนไป เขาเข้าใจว่าพลังสายเลือดที่ใช้กับหินแสงมืดขนาด
ยักษ์ถูกกัดกร่อนโดยอสนีบาตและอสนีก่อนจะรู้ตัว
หินแสงมืดลอยออกจากการควบคุมของเขาเพราะเหตุนั้น
ม่านแสงสว่างสีเหลืองเจิดจ้าพุ่งผ่านอากาศขณะล้อมหินแสงมืดที่พวกเขาสู้
อย่างหนักจึงจะได้มาครอบครอง
แสงสว่างของหินขนาดเท่าจานถูกตัดขาดทันทีที่ถูกโอบล้อมอยู่ภายใน
ปาจี๋ เซียนน่าและคนอื่นพบว่าพวกเขาได้กลับคืนสู่โลกมืดสนิท พวกเขาไม่
สามารถตามรอยฉินเลี่ยได้อีกต่อไป
“แคร้ก แคร้ก! ตึกตัก ตึกตัก!”
สิ่งที่เหลืออยู่ในความมืดคือเสียงประกายอสนีและเสียงเต้นแปลกประหลาดของ
หัวใจอสนีบาตลึกล ้า
น่าเสียดาย พวกเขาไม่สามารถมองเห็นแสงอสนีได้เลย
ความมืดสนิทของโลกจุดกำเนิดกลืนกินแม้กระทั่งอสนีที่ถูกปล่อยออกมาโดย
ฉินเลี่ย
“ทุกคนรวมตัว!”
ปาจี๋เรียกสมาชิกขณะขยับเข้าหาเซียนน่าทันทีที่สังเกตเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้
ดี
เซียนน่ากลายเป็นศูนย์กลางของกลุ่ม
“ความสามารถสายเลือด พิเคราะห์ชีวิต!”
เซียนน่ากระตุ้นความสามารถสายเลือดในความมืดจนทำให้คลื่นแปลก
ประหลาดกระจายออกจากนาง
ฉินเลี่ยถูกห้อมล้อมในความมืดเช่นกัน ขณะถูกชี้นำโดยวิญญาณแห่งความ
ว่างเปล่าและความโกลาหล เขากำลังจะโจมตีสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตน
ด้วยหัวใจอสนีบาตลึกล ้า
หัวใจอสนีบาตลึกล ้าถูกปลดปล่อยออกมาได้หากกักขังจิตวิญญาณศัตรูหรือ
ระบุตำแหน่งชัดเจนได้
ไม่ว่าหัวใจอสนีบาตลึกล ้าจะทรงพลังเพียงใด เขาก็ไม่สามารถโจมตีใส่หน้าอก
ของศัตรูได้สำเร็จหากไม่สามารถระบุเป้าหมายได้
หลังจากแสงสว่างของหินแสงมืดถูกห้อมล้อมโดยพลังปฐพีของเขา ทั้งเขาและ
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณตาบอดอีกครั้ง
แต่ว่า เขามีวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลนำทาง
แน่นอน เขาคิดว่าตัวเองเหนือกว่าในการต่อสู้ครั้งนี้
แต่เมื่อกำลังจะปลดปล่อยการโจมตียิ่งใหญ่ที่สุด กำแพงว่างเปล่าจำนวนมาก
พลันปรากฏรอบตัวเขา
“ตูม!”
กำแพงว่างเปล่าปิดกั้นการโจมตีทั้งหมด เขาทะลวงไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
ความจริง พลังอสนีบาตถูกสะท้อนกลับมาจนทำให้เขากระอักเลือด
“ทางนั้น!”
ถึงแม้จะถูกล้อมในความมืดสนิท หญิงสาวเผ่าพันธุ์วิญญาณงดงามเซียนน่า
สามารถระบุตำแหน่งหินแสงมืดที่กำลังลอยเหนือศีรษะพวกเขาได้อย่างแม่นยำ
แสงสว่างสีน ้าเงินเข้มยิงเข้าใส่หินแสงมืดเพื่อให้พลังปฐพีที่ล้อมอยู่ถูกคลาย
ออกทีละน้อย
ภายหลัง หินแสงมืดไม่เพียงกลับมาส่องแสงเท่านั้น มันยังตกอยู่ในการควบคุม
ของศัตรูอีกครั้ง มันลอยเข้าหาฉินเลี่ยขณะหยุดเหนือศีรษะเพื่อเปิดเผย
ตำแหน่งทันที
เซียนน่าและสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณตนอื่นยังคงถูกห้อมล้อมในความมืด
เพราะอยู่นอกระยะ
ไม่เพียงแค่ฉินเลี่ยถูกส่องแสงโดยหินแสงมืดเท่านั้น เขายังถูกล้อมโดยกำแพง
ว่างเปล่าจำนวนมากเช่นกัน สถานการณ์ของเขาล่อแหลมอีกครั้ง
“เจ้าสามารถหาข้าในความมืดได้งั้นหรือ?”
ฉินเลี่ยสามารถระบุตำแหน่งจุดซ่อนของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนได้ก็
เพราะการนำทางของวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
“อยู่ไกลขนาดนั้นแท้ ๆ …” สีหน้าของเซียนน่าเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะอุทานว่า
“เจ้ารู้ตำแหน่งพวกข้าเช่นกันหรือ?”
มันเป็นคำถามเดียวกับของฉินเลี่ย
ความมืดสนิทของโลกจุดกำเนิดป้องกันไม่ให้ฉินเลี่ยและสมาชิกตระกูล
เลี่ยเยี่ยนทุกคนตรวจสอบโลกรอบข้างด้วยจิตวิญญาณได้
คล้ายกันนั้น เผ่าพันธุ์มีปีกและเผ่าพันธุ์กระดูกไม่สามารถตรวจสอบโลกด้วยจิต
วิญญาณได้เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เขาคิดว่าทุกเผ่าพันธุ์มีสถานะไม่ต่างกัน เขาคิดว่าเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ก็จะมืดบอดเหมือนกับพวกเขา
ตอนนี้เขาเข้าใจว่ามีข้อยกเว้นเสมอ
เมื่อเขาสามารถตรวจสอบจิตวิญญาณและสิ่งมีชีวิตรอบ ๆ ผ่านวิญญาณแห่ง
ความว่างเปล่าและความโกลาหลได้ เซียนน่าจากเผ่าพันธุ์วิญญาณมีวิธี
ตรวจสอบรอบ ๆ เช่นกัน
“น่าแปลกชะมัด”
ขณะยังถูกล้อมโดยกำแพงว่างเปล่า ฉินเลี่ยคิดกับตัวเองด้วยสายตาแปลก
ประหลาด
เขาโจมตีกำแพงว่างเปล่าอย่างรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยพลังอสนีและน ้าแข็ง
แต่เขาไม่สามารถทำได้สำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว
“เจ้าทรงพลังนัก เจ้าไม่ได้ด้อยไปกว่าหนุ่มสาวตระกูลชี่เสวี้ยแม้แต่นิดเดียว”
หลังจากพบว่าฉินเลี่ยมีหนทางระบุตำแหน่ง เซียนน่าหยุดซ่อนขณะเดินออก
จากความมืดพร้อมสมาชิก
นางหยุดเมื่อห่างจากเขาราวสิบเมตร
“ถ้าเจ้าไม่ได้มาคนเดียว ถ้าเจ้ามากับตระกูลเลี่ยเยี่ยน ข้ายอมรับว่าพวกข้าหก
ตนเทียบไม่ได้ เจ้าทรงพลังแม้จะไม่มีหินแสงมืดนำทางก็ตาม”
“นั่นคือข้อได้เปรียบยิ่งใหญ่เมื่ออยู่ในความมืดสนิทนี้”
“เหตุผลที่พวกข้าสามารถหลบหนีได้ปลอดภัยจากการไล่ล่าของปีศาจหุบเหว
เพราะความสามารถสายเลือดพิเศษ พิเคราะห์ชีวิต”
“พวกข้าต้องขอบคุณดาวนำโชคที่เจ้า ศัตรูผู้มีพลังมองทะลุความมืดยังไม่ได้
พบกับเห่าเจี๋ยและคนของมัน ไม่เช่นนั้น ไม่มีทางที่พวกข้าจะสามารถจัดการ
เจ้าก่อนนายหญิงจะกลับมาหาได้”
“เจ้าไม่ควรพยายามท้าทายพวกข้าเพียงลำพัง”
“ตอนนี้ ความตายมาเยือนเจ้าแล้ว!”
สายตาของเซียนน่าพลันคมปลาบดุจน ้าแข็งย้อย “มันทรงพลังเกินไป! พวกเรา
ปล่อยให้มันไปพบคนบ้าในตระกูลชี่เสวี้ยไม่ได้ ไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นภัย
คุกคามในอนาคต!”
“ข้าจะพันธนาการมันด้วยวิชาลับต่างมิติของสายเลือดข้า! ฆ่ามันซะ! อย่าคิด
แม้แต่จะดึงพลังชีวิต!” ปาจี๋สั่ง
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอีกสี่ตนรับคำสั่งก่อนล้อมฉินเลี่ยทั้งสี่มุม
พวกเขาเริ่มสร้างค่ายกลลึกลับด้วยพลังสายเลือด
“วงแหวนตะวันร้อนแรง! เจ็ดวงแหวนโคจร!”
ฉินเลี่ยพลันสำแดงกลุ่มจานร้อนแรงพลันปรากฏและพุ่งเข้าหากำแพงที่กำลัง
ขวางทาง
“ตูม ตูม ตูม!”
กำแพงว่างเปล่าที่ปาจี๋สร้างขึ้นด้วยพลังสายเลือดป่นปี้ในที่สุดภายใต้พลังน่า
หวาดกลัวของวงแหวนตะวันร้อนแรงเจ็ดวง
ปาจี๋ส่งเสียงครางหม่นออกมาราวกับถูกกระแทกใส่หน้าอกด้วยการโจมตีทรง
พลัง เขานั่งลงกับพื้ทันที
ฉินเลี่ยปลดปล่อยสายฟ้าฟาดหลบลี้และหายไปจากสายตาพวกเขาทันที
หลังจากกำแพงว่างเปล่าระเบิด
หินแสงมืดขนาดยักษ์ไม่สามารถส่องแสงฉินเลี่ยได้แม้จะบินรอบอากาศสักพักก็
ตาม
น
“บัดซบ! ข้าไม่อยากเชื่อว่าพวกเราจะปล่อยให้มันหนีไปได้!” เซียนน่ากล่าว
อย่างไม่เต็มใจว่า “หมอนี่ทรงพลังยิ่ง มันอาจจะอ่อนแอกว่าเห่าเจี๋ยเล็กน้อย
เท่านั้น พวกเราต้องระวังในอนาคตให้มาก… ข้าไม่คิดว่าที่นี่จะปลอดภัยสำหรับ
พวกเราอีกต่อไป”
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณที่เหลือก้มศีรษะคอตก
พวกเขาโจมตีฉินเลี่ยเป็นกลุ่มหกคน แต่ไม่สามารถสังหารเขาได้ เขาหลบหนี
เงื้อมมือไปได้อย่างสบาย ๆ ความล้มเหลวนี้ทำลายกำลังใจพวกเขาได้มาก
ตอนที่ 1220: พานพบ
ฉินเลี่ยหมดพลังสายเลือดมากเพราะต้องใช้การจุดชนวนเพื่อปลดปล่อยเจ็ดวง
แหวนโคจรก่อนหน้านี้
ด้วยเหตุนี้เขาไม่อยู่กับสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนอีกหลังหลบหนีจากวง
ล้อมได้แล้ว
ความสามารถแปลกประหลาดคาดเดาไม่ได้ของสายเลือดเผ่าพันธุ์วิญญาณ
สร้างความประทับใจยิ่ง เขาคิดจะสู้กลับโดยใช้วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหล แต่เขาไม่รู้ว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านั้นมีหนทางจะโต้
กลับพวกมันหรือเปล่า เขาจะไม่ทำผิดพลาดด้วยการดูถูกพวกเขาอีกเป็นครั้งที่
สอง
“เผ่าพันธุ์วิญญาณเก่งเรื่องใช้สัตว์เลี้ยงปีศาจในการต่อสู้ สายเลือดพวกเขา
แปลกประหลาดลึกล ้าเช่นกัน…”
หลังออกจากกลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตน เขาเริ่มติดต่อร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิต
วิญญาณเพื่อค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ถึงแม้เขาไม่สามารถเปิดประตูดาราด้วยพลังสายเลือดได้ แต่เขายังสามารถ
ติดต่อกับร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณเมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ
คลื่นแปลกประหลาดระเบิดในจิตขณะความทรงจำกระจัดกระจายไหลอยู่ใน
จิตใจ
เขาย่อยพวกมันทีละน้อย
“สายเลือดของเผ่าพันธุ์วิญญาณผูกติดกับอวกาศ ชีวิต เวลา ชะตาและบรรทัด
ฐานอื่นของโลกอย่างประณีตและลึกล ้า!”
ความตกตะลึงปรากฏบนใบหน้าขณะสั่นไหวหลังจากถอดความทรงจำ เขา
พลันรู้สึกเหมือนกับเข้าใจเผ่าพันธุ์วิญญาณอีกครั้ง
“กำแพงว่างเปล่า กักขังชีวิต พิเคราะห์ชีวิต วิชาดึงชีวิต…”
เป็นความจริงที่ความสามารถสายเลือดและวิชาลับที่ปลดปล่อยโดยสมาชิก
เผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนเกี่ยวกับความลับของชีวิตและอวกาศ ถ้าเขาไม่มีพลัง
วิญญาณช่วยจากหายนะได้ทันเวลา เขาจะหลบหนีจากเงื้อมมือพวกเขาได้ยาก
ยิ่ง
อวกาศ เวลา ชีวิตและชะตา ระบบแปลกประหลาดทั้งสี่นี้สร้างกระดูกสันหลัง
ของพลังสายเลือดเผ่าพันธุ์วิญญาณขึ้นมา สมาชิกจากเผ่าพันธุ์วิญญาณจะ
สามารถสำแดงพลังเหล่านี้จากสายเลือดได้
“อวกาศ…”
ดวงตาของเขาทอประกายขณะนึกถึงวิญญาณปีศาจแปดตาและความสามารถ
สายเลือด “ประตูดารา”
ความสามารถถูกปลุกขึ้นหลังจากดื่มเลือดของวิญญาณปีศาจแปดตาและ
หลอมรวมอย่างสมบูรณ์ เขารู้ดีกว่าใครถึงความซับซ้อนของประตูดารา เขา
เชื่อถือมันมากเพราะความสะดวกอย่างแท้จริง
สายเลือดของเผ่าพันธุ์วิญญาณเต็มไปด้วยสี่ความลับลึกล ้าที่สุดของโลก
อวกาศ เวลา ชีวิตและชะตา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเผ่าพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักในฐานะ
หนึ่งในสี่เผ่าพันธุ์สายเลือดชั้นสูงเหมือนเผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและ
เผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหว
หลังจากคิดสักพักเขาก็เข้าใจว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนอาจจะไม่ใช่
หัวกะทิ
น่าจะเป็น “นายหญิง” ที่พวกเขาพูดถึงที่เป็นผู้นำแท้จริง พวกเขาอาจจะเป็น
อัจฉริยะเหมือนกับเห่าเจี๋ยและชางเยี่ย
“เผ่าพันธุ์วิญญาณสมควรได้รับฉายาเผ่าพันธุ์สายเลือดชั้นสูงแท้จริง ระบบ
สายเลือดทั้งสี่ของพวกเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าพลังสายเลือดตระกูลทั้งห้าของ
เผ่าพันธุ์เทพเลย”
ฉับพลัน เขาคาดหวังต่อสายเลือดวิญญาณปีศาจแปดตาขึ้นมาใหม่
หลังจากต่อสู้ เขาไม่พยายามค้นหาสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนนั้นเพียง
ลำพังอีก กลับกัน เขายังค้นหาสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกมาก
ขึ้นโดยใช้วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
เมื่อปีศาจหุบเหวระดับสูงพบว่าผู้หลบหนีส่วนใหญ่ออกจากทะเลจุดกำเนิด
พวกเขาหยุดไล่ตาม
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกที่รอดชีวิตเริ่มขยับเข้าหาตำแหน่งของ
เสวียนลั่วภายใต้การโน้มน้าวของเขา
ท้ายที่สุด เขากลับไปหากานชิงและคนอื่นภายใต้การนำทางของวิญญาณ
อสนีบาต
……
หินแสงมืดสองก้อนลอยในอากาศคล้ายตะเกียงเก่า
กานชิง หนานฉีและคนอื่นกำลังนั่งเงียบ ๆ ใบหน้าพวกเขามืดมนและเคร่งขรึม
พวกเขาขยับไกลจากทะเลจุดกำเนิด มันผ่านไปสักพักแล้วตั้งแต่เผชิญหน้ากับ
ผู้ล่า ตอนนี้ พวกเขาปลอดภัย
น่าเสียดาย พวกเขาเสียความสามารถรับรู้รอบ ๆ เช่นกันหลังจากฉินเลี่ยไป
มันเป็นการโจมตีใหญ่หลวงต่อทีมหากจะให้กล่าว
“มันฟังดูดีนะตอนเขาบอกว่าจะกลับมาหาพวกเรา แต่เขาไม่ได้พิสูจน์คำพูด
เลย” สีหน้าเย็นเยือกของลี่เหวยพลันทำลายความเงียบ “เลือดผสมเชื่อใจไม่ได้
อยู่ดี!”
“พวกเราอาจจะเป็นแค่กองภาระไร้ประโยชน์สำหรับเขาเท่านั้น” ผู้ฝึกยุทธ์
ภายใต้หนานฉีอีกคนกล่าว
“เขาสามารถสัมผัสสัญญาณชีวิตใกล้ ๆ ได้ นั่นคือความสามารถเหลือเชื่อเมื่อ
อยู่ที่นี่ พวกเราจะไม่เสียคนไปมากหากเขาอยู่ในทีม” หงไข่จากตระกูลเสวียน
ปิงถอนหายใจ
กานชิง อู้ชา หลิวยั่งและคนอื่นยังคงเงียบแม้จะได้ยินคำกล่าวหาก็ตาม
พวกเขาไม่มีสิทธิ์จะไปโต้แย้ง
ยังไงซะ… นี่ก็ผ่านมานานแล้วตั้งแต่ฉินเลี่ยจากพวกเขาไป เขาน่าจะกลับมา
นานแล้วหากตั้งใจจะกลับมาจริง ๆ
อย่าว่าแต่หนานฉีและคนของเขาเลย แม้กระทั่งกานชิงก็เริ่มเสียความมั่นใจไป
ช้า ๆ
ตอนที่เขาทราบเรื่องหลิงอวี้ฉีและคนของนาง เขาไม่มีทางเลือกนอกจากสงสัย
ว่าฉินเลี่ยทิ้งพวกเขาไปหาคู่หมั้น
ยังไงซะ ฉินเลี่ยสามารถหลบหนีทีมทรงพลังด้วยวิญญาณแห่งความว่างเปล่า
และความโกลาหลได้อย่างง่ายดายหากอยู่เพียงลำพัง ถ้าเขาระวัง แทบไม่มีทาง
ที่จะอยู่ภายใต้ภัยคุกคามในโลกจุดกำเนิด
ด้วยเหตุนี้แม้แต่เขาก็คิดว่าฉินเลี่ยจะไม่กลับมา
“เขาไม่ใช่คนแบบนี้ เขาบอกว่าจะกลับมาหาพวกเรา เขาต้องกลับมาแน่”
หลิวยั่งพลันกล่าวขึ้น
“เขาน่าจะกลับมาได้แล้วถ้าอยากกลับมาจริง ๆ นี่มันนานเกินไป” เยี่ยนเฟิงกล่า
วอย่างเฉยชา
“บางที… บางทีเขามาช้าเพราะติดอะไรหรือเปล่า?” หลิวยั่งถามอย่างไม่มั่นใจ
เยี่ยนเฟิงพ่นลมออกจมูกและส่ายหน้า
เขาไม่กล่าวอะไรอีก แต่ความผิดหวังยิ่งปที่รากฏบนใบหน้าเป็นหลักฐานที่ชัด
พอแล้ว
“ไปกันเถอะ ฉินเลี่ย… คิดซะว่าเขาตายไปแล้ว” หนานฉียืนขึ้
ลี่เหวยและคนอื่นยืนขึ้นด้วยสีหน้ามืดมนทันที
กานชิงส่ายหน้าขณะยิ้มขมขื่น เขายืนขึ้นเช่นกัน
“เฮ้อ พวกข้าไม่รู้เลยว่าจะไปที่ไหนหลังจากเสียเขาไป พวกเราควรทำอย่างไร
หากบังเอิญเจอปีศาจหุบเหวเหล่านั้นอีกครั้ง?” อู้ชาดูกังวลยิ่ง
“พวกเรามีชีวิตรอดไม่ได้ได้หากไม่มีเขาหรือไง?” ลี่เหวยพ่นลมออกจมูก
ใบหน้าของอู้ชาพลันเย็นชา “เขาอาจจะไม่ไปถ้าไม่ใช่เพราะงานอดิเรกแย่ ๆ
ของเจ้า!”
เหมือนกับหลิวยั่ง นางไม่เคยสบายใจกับการกระทำพวกเขาเลย
เหตุผลเดียวที่พวกนางเลือกเมินก็เพื่อทีม ตอนนี้ฉินเลี่ยไปแล้ว นางต้องฟัง
คำพูดไร้สาระไปตลอด ด้วยเหตุนี้นางจึงโกรธ
“พวกเราทำแบบนี้กันมาตลอด!” ลี่เหวยเริ่มโกรธ “เจ้าร่วมมือกับพวกข้ามา
ก่อน เจ้ารู้ดีว่าพวกข้าทำงานกันอย่างไร! แต่เจ้ายังขอให้ตั้งทีมไม่ใช่หรือ? อีก
อย่าง เยี่ยนเฟิงเหมือนกับข้า! เจ้าจะว่ายังไงล่ะ?!”
อู้ชาและหลิวยั่งเงียบทันที
เยี่ยนเฟิงดูเขินอายเช่นกัน เขาชำเลืองมองลี่เหวยแต่ไม่ปฏิเสธข้อกล่าวหา
“เอาล่ะ เอาล่ะ ถ้าพวกเจ้ายังเถียงกันแบบนี้ ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้าได้แยกกันเร็ว ๆ
นี้แน่” หงไข่โน้มน้าว
เขาคือสมาชิกของตระกูลเสวียนปิง เขาเพียงเชื่อฟังเสวียนลั่วในโลกจุดกำเนิด
เขาไม่เคารพกานชิงหรือหนานฉีแต่อย่างใด
เขาพบว่ามันแปลกประหลาดยิ่งที่ทีมนี้จะโต้เถียงอย่างรุนแรงเพราะเลือดผสม
คนเดียว
สิ่งที่ทำให้เขาสับสนยิ่งกว่าคือกานชิงและหนานฉี ผู้นำของกลุ่มยังคงเงียบขณะ
ทั้งสองฝ่ายกำลังโต้เถียง
เขาไม่มีทางเลือกนอกจากลุกขึ้นมาไกล่เกลี่ยแม้จะเป็นคนนอกก็ตาม
ฉับพลัน เขาเข้าใจว่ารอยแยกปรากฏขึ้นภายในหน่วยตระกูลเลี่ยเยี่ยน
กานชิงและหนานฉีมีความเห็นเกี่ยวกับฉินเลี่ยต่างออกไปอย่างชัดเจน
ในความเห็นของหงไข่ ตระกูลเลี่ยเยี่ยนอ่อนแอแล้วเมื่อเทียบกับตระกูลอื่น ถ้า
กานชิงและหนานฉีแยกกัน พละกำลังต่อสู้พวกเขาจะอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด
ตระกูลเสวียนปิงถูกทำลายไปแล้ว เขาไม่อยากให้ตระกูลเลี่ยเยี่ยนพบจุดจบ
เดียวกันเพราะความขัดแย้งภายใน
“ฟิ่ว!”
ตอนนี้เองอสนีสีครามฟาดลงมาใจกลางของกลุ่มทันที
เมื่ออสนีจางหาย ร่างของฉินเลี่ยปรากฏแก่สายตา เขาถามด้วยความประหลาด
ใจว่า “พวกเจ้ากำลังเถียงเรื่องอะไรน่ะ?”
“ฉินเลี่ย!”
หลิวยั่งและอู้ชากรีดร้องทันทีเมื่อเห็นเขา
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าเขาจะกลับมา!” หลิวยั่งร้อง
เยี่ยนเฟิงดูประหลาดใจสักพัก แต่เขาพยักหน้าให้ฉินเลี่ยและกล่าวอย่างเฉยชา
ว่า “โล่งอกไปทีที่เจ้ายอมกลับมา”
กานชิงยิ้มเล็กน้อยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาถามว่า “ทำไมเจ้าไปนานนัก?
พวกข้า… คิดว่าถูกเจ้าทิ้งไปแล้วเสียอีก”
“ข้าเจอหลายเรื่องน่ะ” ฉินเลี่ยยิ้มก่อนอธิบายว่า “ข้าพบเสวียนลั่วแล้ว”
หงไข่สั่นสะท้านก่อนถามอย่างตื่นเต้นว่า “เขายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?”
“อืม เขาสบายดี” ฉินเลี่ยตอบ
“คนอื่นล่ะ? มีคนอื่นอยู่กับเขาหรือเปล่า?” หงไข่มีความสุขยิ่ง
ฉินเลี่ยเงียบสักพักก่อนตอบว่า “มีเพียงเสวียนลั่ว”
หงไข่พลันดูสิ้นหวังอีกครั้ง
“ถึงแม้เสวียนลั่วจะอยู่คนเดียว ข้ารวบรวมสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มี
ปีกจำนวนมากอยู่ด้วย ถ้าพวกเราสามารถรวบรวมตระกูลที่เหลือเข้าด้วยกันได้
พวกเราอาจจะแข็งแกร่งมากพอจะปะทะกับปีศาจหุบเหวเหล่านั้นในการต่อสู้
ได้” ฉินเลี่ยกล่าว
“ว่าไงนะ เจ้ารวบรวมกลุ่มสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกด้วยหรือ?
พวกเขายอมร่วมมือกับเจ้างั้นหรือ?” กานชิงถามอย่างตื่นเต้น
“ปีศาจหุบเหวเหล่านั้นครอบครองทะเลจุดกำเนิดและยังคงไม่ให้ใครเข้าใกล้ ถ้า
พวกเราอยากเข้าใจความลับแท้จริงของโลกจุดกำเนิด พวกเราต้องเข้าใกล้
ทะเลจุดกำเนิด บางคนในเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกทราบเรื่องนี้เช่นกัน”
ฉินเลี่ยอธิบาย “แต่ว่า ไม่มีพวกเราที่แข็งแกร่งพอจะสู้กับปีศาจหุบเหวด้วย
ตัวเอง ดังนั้น…”
“เจ้าพูดถูก” กานชิงกล่าว
เมื่อหนานฉี ลี่เหวยและสมาชิกคนอื่นของทีมเห็นว่าฉินเลี่ยกลับมาและรวบรวม
ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกจำนวนหนึ่งให้อยู่ร่วมกัน พวกเขา
ล้วนเงียบทันที
ฉินเลี่ยถึงกับได้ยินการโต้เถียงก่อนหน้านี้ก็เพราะวิญญาณอสนีบาต แต่ว่า เขา
แสร้งทำเป็นสังเกตไม่เห็นและกล่าวว่า “ให้ข้าพาพวกเจ้าไปหาพวกเขาเถอะ”
พวกเขาล้วนพยักหน้าพร้อมกัน
ดังนั้น กลุ่มออกจากที่นั่นขณะนำโดยฉินเลี่ย
“ฉินเลี่ย เมื่อครู่…”
กานชิงเดินมาหาฉินเลี่ยตรงหน้า เขาดูเขินอายและเสียใจเล็กน้อย “เมื่อครู่ข้า
ต้องยอมรับว่าแม้แต่ข้าก็เริ่ม… สงสัยว่าเจ้าจะกลับมาหรือเปล่า”
ฉินเลี่ยยิ้มให้เขา “เป็นธรรมดาที่จะสงสัย”
กานชิงตอบพร้อมหัวเราะเบา ๆ ว่า “อาจจะเพราะพวกข้ารู้จักเจ้าไม่ดีพอ”
“ออใช่ ข้าเจอสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหกตนก่อนหน้านี้ พวกเขาทรงพลัง
มาก ข้าคิดว่าพวกเขาปฏิเสธที่จะเป็นมิตรเพราะถูกเห่าเจี๋ยเล่นงานก่อนหน้านี้
เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถโน้มน้าวพวกเขาให้เข้าร่วมกับพวกเราได้หรือไม่?”
ความคิดหนึ่งพลันกระแทกใส่ฉินเลี่ย
“เผ่าพันธุ์วิญญาณ?” กานชิงประหลาดใจ แต่เขาส่ายหน้าอย่างขมขื่นและ
รวดเร็ว “พวกข้าไม่มีความสัมพันธ์อันดีกับพวกเขา อาจจะไม่ง่ายที่จะโน้มน้าว
พวกเขาให้เข้าร่วม”
“แม้แต่พันธมิตรชั่วคราวก็ไม่ได้หรือ?” ฉินเลี่ยดูประหลาดใจ
“มันเป็นเรื่องยาก…” กานชิงดูจนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ “ในอดีต ชางเยี่ย เห่าเจี๋ย
และหมิงซวี่ล้วนได้รับบาดเจ็บสาหัสตอนสู้กับเผ่าพันธุ์วิญญาณ คล้ายกันนั้น
พวกข้าฆ่าหรือทำให้ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์วิญญาณจำนวนมากบาดเจ็บสาหัสมา
ก่อนเช่นกัน การร่วมมือระหว่างพวกเราไม่มีทางเกิดขึ้นได้”
ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพักก่อนตอบว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”
เขาไม่หยิบยกเผ่าพันธุ์วิญญาณมาพูดอีกหลังจากนั้น
ไม่นานหลังจากนั้น ทีมตระกูลเลี่ยเยี่ยนพบกับเสวียนลั่ว เผ่าพันธุ์กระดูกและ
เผ่าพันธุ์มีปีก
ตอนที่ 1221: ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูก
กานชิงและหนานฉีรู้สึกทั้งเกรงกลัวและตกตะลึงเมื่อเห็นสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูก
และเผ่าพันธุ์มีปีกหลายสิบตน
จำนวนสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกที่รวมตัวที่นี่มากกว่าพวกเขา
เผ่าพันธุ์มีปีกอาจจะอ่อนแอกว่าพวกเขา แต่เผ่าพันธุ์กระดูก… เหนือกว่าพวก
เขานัก
ฉับพลัน กานชิงไม่มั่นใจว่าควรร่วมมือเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกเพื่อ
เล่นงานกับปีศาจหุบเหวระดับสูงอย่างไร
เขาไม่เชื่อว่ามีความสามารถจะควบคุมคนเหล่านี้ได้
“หงไข่!”
ขณะยืนท่ามกลางสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีก เสวียนลั่วจาก
ตระกูลเสวียนปิงเรียกทันทีที่เห็นหงไข่
ขณะเอ่อล้นด้วยอารมณ์ หงไข่ไปพบเขาทันที
“ในที่สุดเจ้าก็กลับมา”
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกชาเลี่ย ผู้ “กำยำ” กว่าคนอื่นเล็กน้อยร้องออกมาทันที
หลังจากเห็นฉินเลี่ย “นี่ไม่มากพอ! พวกเรายังไม่แข็งแกร่งมากพอจะสู้กับปีศาจ
หุบเหวเหล่านั้น!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกสิบเอ็ดตนกำลังยืนข้างชาเลี่ยในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่า
เขาคือผู้นำกลุ่มที่นี่
“ชาเลี่ย!? เจ้านี่เอง!”
กานชิงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจทันทีเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของชาเลี่ย
หนานฉี ลี่เหวยและสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนที่เหลือมีสีหน้าจริงจังเช่นกัน แรง
กดดันของชาเลี่ยคล้ายกับทำให้พวกเขาปวดหัว
“มีอะไร? พวกเจ้ารู้จักกันหรือ?” ฉินเลี่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“ไม่ใช่แค่นั้น พวกเราถึงขั้นสู้กับเขามาก่อน เขา… คือสหายทรงพลัง” สีหน้า
แปลกประหลาดปรากฏบนใบหน้างดงามของหลิวยั่งขณะกล่าวต่อว่า “เจ้า
ถึงกับสามารถโน้มน้าวชาเลี่ยให้มาร่วมมือได้”
“เขาทรงพลังขนาดนั้นจริงหรือ?” ความประหลาดใจของฉินเลี่ยเพิ่มขึ้น
หลิวยั่งพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้า “เจ้าไม่เคยสู้กับเขามาก่อน
หรือ?”
ฉินเลี่ยส่ายหน้า
“ไม่สงสัยเลย” หลิวยั่งกล่าว “ชาเลี่ย… อาจจะแข็งแกร่งกว่าแม้แต่กับกานชิง”
จากนั้นนางมองสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกข้างชาเลี่ย “มีสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูก
สิบสองตนรวมชาเลี่ย กองกำลังนี้อาจจะเหนือกว่าพวกเราเช่นกัน ข้ามั่นใจว่า
กานชิงและหนานฉีในตอนนี้กำลังปวดหัวอยู่”
“เป็นปัญหานิดหน่อยน่ะ” กานชิงตอบด้วยสีหน้าจนใจ
จุดนี้ ตระกูลเลี่ยเยี่ยนมาถึงเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกภายใต้การนำของ
ฉินเลี่ย
พี่น้องที่ลี่เหวยและคนของเขาเคยพยายามระบายราคะอยู่ที่นี่เช่นกัน พวกเขา
ถอยหลังด้วยความรังเกียจเมื่อเห็นอีกฝ่ายใกล้เข้ามา
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกข้างพวกเขาสอบถามเสียงต ่าหลังจากเห็นการตอบสนอง
ผ่านไปสักพัก พวกเขาล้วนจ้องมองลี่เหวยด้วยความเป็นศัตรูและความเกลียด
ชัง
ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกมองซ้ายขวาหลังจากกานชิงและหนานฉีเข้าหาพวก
เขา แต่เขาไม่พบสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพข้างพวกเขาอีก เขาอดที่จะส่งเสียงอย่าง
ผิดหวังไม่ได้ “เจ้ามีแค่นี้หรือ?”
“อืม ตอนนี้น่ะนะ” กานชิงตอบอย่างประหม่าก่อนเปลี่ยนเรื่อง “ข้าไม่คิดว่าเจ้า
จะนำคนมาสถานที่แบบนี้ ชาเลี่ย”
“เจ้าคิดว่าข้าอยากหรือ? พ่อข้าต้องการให้เลื่อนขั้นสู่ระดับที่แปดในโลกจุด
กำเนิดนี้ ไม่งั้นเขาจะตัดสิทธิ์ข้าในการต่อสู้เพื่อเป็นหัวหน้ากลุ่ม!” ดวงตาของ
ชาเลี่ยทอประกายเย็นเยือกและโหดเหี้ยม “ตาแก่บ้านั่นไม่เคยหยุดขัดขวางทุก
เรื่องเลย!”
“สิทธิ์ในการต่อสู้เพื่อเป็นหัวหน้ากลุ่ม!?” ฉินเลี่ยถามเสียงเบาหลังจากตกตะลึง
ในครั้งแรก “เขาคือ…”
หลิวยั่งพยักหน้าเล็กน้อย “ใช่แล้ว เขาคือลูกชายคนสุดท้องของหัวหน้า
เผ่าพันธุ์กระดูกคนปัจจุบัน เขามีศักยภาพที่จะกลายเป็นหัวหน้าคนต่อไป”
“เมื่อนานมาแล้ว ตระกูลเลี่ยเยี่ยนพยายามต่อสู้เพื่ออาณาจักรกับเผ่าพันธุ์
กระดูก พวกข้า… คือผู้แพ้การต่อสู้นั้นในตอนท้าย” อู้ชาถอนหายใจ “ชาเลี่ย
แสดงความยอดเยี่ยมในการต่อสู้นั้น ทั้งกานชิงและหนานฉีเข้าร่วมการต่อสู้นั้น
แต่พวกเขาไม่สามารถเอาสิ่งใดจากมือของชาเลี่ยได้เลย”
“เขาแข็งแกร่งกว่ากานชิงและหนานฉีจริงหรือ?” ฉินเลี่ยอุทาน
“อย่างน้อยที่สุด เขาแข็งแกร่งกว่าพวกเขาเมื่ออยู่ระดับที่หก” อู้ชายืนยัน
ฉินเลี่ยมองกานชิง หนานฉีและชาเลี่ยที่กำลังสนทนากันอยู่
ตอนเขาเผชิญหน้ากับชาเลี่ยครั้งแรก เมื่อเขาเห็นสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกเรียก
เขาด้วยความเคารพในฐานะ “ใต้เท้า” เขาคิดว่าอีกฝ่ายไม่เท่าไหร่
เขาถึงขั้นคิดว่าชาเลี่ยคือตัวตลกเล็กน้อย
แต่ตอนนี้ หลังจากฟังคำอธิบายของหลิวยั่งและอู้ชา เขาอดที่จะจริงจังมากขึ้น
ไม่ได้
“พวกข้าจะไม่ร่วมมือกับกลุ่มขี้แพ้! พวกข้าไม่สู้กับปีศาจหุบเหวเหล่านั้นหาก
ตระกูลชี่เสวี้ย ตระกูลเฮยอันและตระกูลกวงหมิงไม่ปรากฏตัวขึ้น!”
เสียงของชาเลี่ยพลันดังน่าขนลุกขณะทั้งสามกำลังสนทนา
ชาเลี่ยคล้ายกับคิดว่าพละกำลังของกานชิงและตระกูลเลี่ยเยี่ยนไม่เท่าไหร่ เขา
เข้าใจแล้วว่าฉินเลี่ยเพียงได้รับการคัดเลือกให้มาช่วยตระกูลเลี่ยเยี่ยนเท่านั้น
กานชิงและหนานฉีพยายามอธิบาย แต่สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกผู้หยิ่งทะนงยังคง
ส่ายหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยัน เขาเยาะเย้ยด้วยการกล่าว
ว่าพวกเขาทั้งสองเคยแพ้มาก่อน
มันทำให้กานชิงและหนานฉีอยู่ในสภาพอับอายยิ่ง
ต้องขอบคุณความพยายามของฉินเลี่ย สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกสิบเอ็ดตน
รวมตัวอยู่ข้างชาเลี่ยได้
กานชิงและหนานฉีรู้สึกหงุดหงิดหลังจากถูกเยาะเย้ยซ ้าไปมาโดยชาเลี่ย แต่
พวกเขาไม่กล้าโกรธใส่เขา
ท้ายที่สุด หนานฉีกลับมามีสีหน้าหมองหม่นก่อนพูดกับฉินเลี่ยว่า “แผนเจ้าเพื่อ
รวมทุกเผ่าพันธุ์นั้นไม่เลว แต่ตอนนี้มันเป็นจริงไม่ได้ พวกข้าไม่สามารถโน้ม
น้าวสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกให้ร่วมมือได้ เผ่าพันธุ์มีปีก… มองพวกข้าเป็นศัตรู
เช่นกัน เจ้าคิดว่าตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไร?”
ตอนนี้เองกานชิงกลับมาจากเผ่าพันธุ์มีปีก เห็นได้ชัดว่าเขาโน้มน้าวพวกเขา
ไม่ได้
“เผ่าพันธุ์มีปีก… ไม่ชอบพวกข้าเพราะเหตุการณ์ในตอนนั้น” กานชิงกล่าว
ขณะอ้าแขน รอยยิ้มขมขื่นและจนใจปรากฏบนใบหน้า
“บอกเจ้าหนูฉินเลี่ยทีว่าข้าซาบซึ้งที่หาสมาชิกหลงทางให้! ข้าสัญญาว่าจะไม่
ฆ่าสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนในครั้งต่อไปที่เจอกับคนของเจ้า!”
ชาเลี่ยยังคงตะโกนว่า “แต่พวกเจ้าอ่อนแอเกินไปจริง ๆ! พวกเจ้าเทียบปีศาจหุบ
เหวเหล่านั้นไม่ได้เลย ข้าจะไม่นำสมาชิกไปตาย ดังนั้นนี่คือปลายทางของการ
ร่วมมือแล้ว!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกเดินมาด้านหน้าเช่นกันและกล่าวว่า “เห็นได้ชัดว่าพวกเรา
มีพละกำลังไม่เพียงพอ ดังนั้นข้าเชื่อว่าพวกเราควรแยกทางกันตรงนี้ ถึงอย่าง
นั้น พวกข้าขอบคุณเจ้าที่ตามหาสมาชิกหลงทางให้”
ฉินเลี่ยไม่คิดว่าเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกจะตัดสินใจไปหลังจากเห็นว่า
เขาเพียงนำตระกูลเลี่ยเยี่ยนมา
ใบหน้าของฉินเลี่ยพลันมืดมนช้า ๆ
กานชิง หนานฉีและคนอื่นมีสีหน้าน่าเกลียดเช่นกัน พวกเขายังคงเงียบและไม่
กล่าวอะไร
“ไม่ใช่ความผิดเจ้า ตระกูลเลี่ยเยี่ยนอ่อนแอที่สุดในตระกูลทั้งหมดตอนนี้ ใน
ความเห็นพวกเขา ตระกูลชี่เสวี้ย ตระกูลกวงหมิง ตระกูลเฮยอันและตระกูล
เสวียนปิงล้วนแข็งแกร่งกว่าพวกข้า” อู้ชากล่าวอย่างขมขื่น
“ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เชื่อใจเจ้า พวกเขาแค่ไม่เชื่อใจพละกำลัง ถ้าพวกเราเป็น
ตระกูลชี่เสวี้ยหรือตระกูลกวงหมิง พวกเขาอาจจะยอมรับก็ได้” หลิวยั่งถอน
หายใจ
“ไม่เป็นไร เจ้าทำเต็มที่แล้ว” กานชิงปลอบ
ฉินเลี่ยคิดกับตัวเองสักพัก จากนั้น เขาเดินไปหาชาเลี่ยและสมาชิกเผ่าพันธุ์มี
ปีกขณะเมินกานชิงและคนอื่น
ฉินเลี่ยหยุดเมื่อยืนด้านหน้าชาเลี่ย เขากล่าวว่า “เจ้าคิดว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยน
อ่อนแอเกินไปจนต่อให้รวมพวกเจ้าก็ไม่สามารถช่วยเล่นงานหน่วยล่าของ
ปีศาจหุบเหวเหล่านั้นได้ใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว” ชาเลี่ยกล่าวตามตรง “ข้าเคยสู้กับหน่วยของกานชิงและหนานฉีมา
ก่อน พวกเขาทั้งคู่แพ้ข้า ข้าคิดว่าพวกเจ้าแค่อ่อนแอเกินไป”
“ถ้าครั้งนี้ข้านำตระกูลชี่เสวี้ยมาด้วยล่ะ?” ฉินเลี่ยถามอีก
ดวงตาของชาเลี่ยทอประกาย “เช่นนั้นข้าอาจจะเปลี่ยนใจ”
“ทำไมล่ะ?” ฉินเลี่ยถาม
“ผู้นำของปีศาจหุบเหวระดับสูงเหล่านั้นมาจากหุบเหวแดนชำระ เขาแข็งแกร่ง
เกินไป ข้าเคยสู้กับเขามาครั้งหนึ่ง แต่ข้าเทียบเขาไม่ได้ แต่ข้ารู้ว่าเห่าเจี๋ยจาก
ตระกูลชี่เสวี้ยทรงพลังเหลือเชื่อ เขาน่าจะสามารถท้าทายปีศาจหุบเหวระดับสูง
ตนนั้นได้” ชาเลี่ยไม่ปกปิดความคิด “ตราบที่เห่าเจี๋ยสามารถหยุดหมอนั่นได้
ปีศาจหุบเหวระดับสูงที่เหลือไม่ใช่ปัญหา! ไม่มีใครเทียบข้าได้สักตน! อีกอย่าง
ต่อให้พวกข้ายังแพ้ในท้ายที่สุด เห่าเจี๋ยก็เป็นคนรับภาระบางส่วนเอาไว้ นั่น
หมายความว่าข้าสามารถออกจากสมรภูมิได้ทุกเมื่อเท่าที่ต้องการหาก
สถานการณ์ไม่สู้ดี! เช่นนั้นทำไมข้ายังต้องกลัวอีกล่ะ?”
ฉินเลี่ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนยิ้มกว้างให้ชาเลี่ย “ข้ามีคำแนะนำ ทำไมเจ้าไม่
สู้กับข้าตอนนี้ล่ะ? ถ้าเจ้าชนะ หนี้ที่เจ้าติดข้าเป็นอันยกเลิก เจ้าอาจจะไปจาก
ที่นี่ทันทีได้เลย เจ้าคิดว่าไง?”
“เจ้า?” ชาเลี่ยอุทาน
“อื้ม ขอแค่เจ้าเต็มใจสู้กับข้า คำขอที่เจ้าติดข้าเพราะเจอสมาชิกหลงทางจะเป็น
อันยกเลิกเดี๋ยวนี้เลย!” ฉินเลี่ยประกาศ
ชาเลี่ยมองเขาแปลกประหลาดสักพักก่อนพยักหน้าในที่สุดว่า “ข้ายอมรับ!”
“มากับข้า”
“โอ้”
ตอนที่ 1222: วัตถุการอัญเชิญ
“ใต้เท้า! พวกเราสามารถสู้เขาที่นี่ได้!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกตนหนึ่งรีบก้าวขึ้นมา
“อย่ามาขวางทางข้า!”
เปลวเพลิงภูตผีสีเขียวเข้มพลันปรากฏจากลูกตา โครงกระดูกสีขาวของเขาเริ่ม
เปลี่ยนสภาพก่อนทุกคนจะตระหนักได้เช่นกัน
เพียงไม่กี่สิบวินาที กระดูกของชาเลี่ยเปลี่ยนสีใหม่ เขาในตอนนี้ดูเหมือนกับ
หยกมรกต
ชาเลี่ยสีขาวน่าขนลุกเปลี่ยนสภาพเป็นโครงกระดูกสีเขียวในพริบตา
ชาเลี่ยตามหลังฉินเลี่ยขณะเดินผ่านกลุ่มของเผ่าพันธุ์มีปีก พวกเขาทั้งสองเขา
หุบเหวมืดสนิทด้านหน้า
“ข้ารู้ว่าเจ้าสามารถสัมผัสชีวิตรอบ ๆ ได้ แต่… ข้าสามารถมองเห็นทุกสิ่ง
ภายในรัศมีสิบเมตรได้เช่นกัน”
ความประหลาดใจเกาะกุมฉินเลี่ย
เขาจงใจล่อชาเลี่ยเข้าสู่ความมืดสนิทเพราะได้เปรียบ ทำให้สามารถตรวจจับ
รอบ ๆ ด้วยวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลได้
กานชิง หนานฉีและคนอื่นไม่ตามเขามาอย่างรู้งานเพราะคาดเดาความตั้งใจได้
เผ่าพันธุ์มีปีกไม่ขยับเช่นกัน
ชาเลี่ยถ่ายทอดคำสั่งสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกก่อนหน้านี้แล้ว พวกเขาล้วนเชื่อ
ในพละกำลังของชาเลี่ย ด้วยเหตุนี้พวกเขาไม่ตามชาเลี่ยมา
ผลที่ได้ ไม่มีใครสามารถเป็นสักขีพยานในการต่อสู้ของชาเลี่ยและฉินเลี่ยได้
เมื่อไม่มีหินแสงมืด เผ่าพันธุ์มีปีก เผ่าพันธุ์กระดูกและตระกูลเลี่ยเยี่ยนทำได้
เพียงรับรู้รอบ ๆ ด้วยสายตาและจิตวิญญาณเท่านั้น เพราะทั้งชาเลี่ยและฉินเลี่ย
ออกนอกระยะ นั่นหมายความว่าไม่มีใครสามารถมองเห็นผ่านม่านแห่งความ
มืดเพื่อมองการต่อสู้ได้
พวกเขาทำได้เพียงรอจนกระทั่งการต่อสู้สิ้นสุดจนได้ผลลัพธ์
“นั่นเป็นข่าวดีเลย ไม่งั้นคงเป็นการต่อสู้ที่ไม่ยุติธรรม” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างสงบ
“เจ้าเทียบข้าไม่ได้หรอก” ดวงตาสีเขียวของชาเลี่ยพลันทอประกายเจิดจ้าราว
กับหินแสงมืด
ฉินเลี่ยไม่จำเป็นต้องการกำลังใจในตอนนี้ ดวงตาของชาเลี่ยหลอกตำแหน่ง
ของเขาอย่างสมบูรณ์
“ดวงตาของเจ้า…” ฉินเลี่ยดูประหลาดใจ
“ข้ามีความสามารถคัดลอกอักขระของหินแสงมืดเพื่อสังเกตรอบ ๆ น่ะ” ชาเลี่ย
กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“แต่มันก็เผยตำแหน่งเจ้าเองไม่ใช่หรือ?” ฉินเลี่ยถาม
ร่องรอยความเหยียดหยันปรากฏในดวงตาของชาเลี่ย “แล้วถ้าข้าอยากเปิดเผย
ตัวเองล่ะจะทำไม? เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าสามารถทำร้ายข้าได้?”
ฉินเลี่ยประหลาดใจ
เขาไม่เข้าใจว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกจะหยิ่งทะนงได้ขนาดนี้
“ข้าพูดกับเจ้าตรง ๆ แล้วกัน ต่อให้กานชิงและหนานฉีร่วมมือกัน พวกเขายังไม่
สามารถเอาชนะข้าได้” ชาเลี่ยจ้องมองเขาจากด้านข้าง “ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด
สถานะของเจ้าต ่ายิ่งกว่าพวกเขาไม่ใช่หรือ? ข้ารู้จักเผ่าพันธุ์เทพดี ยิ่งสถานะ
ของเจ้าสูงเท่าไหร่ พลังของเจ้ายิ่งมากเท่านั้น แต่เพราะเจ้าต ่ากว่ากานชิงและ
หนานฉี นั่นหมายความว่าเจ้าอ่อนแอกว่าพวกเขาอีก ถ้าเช่นนั้น เจ้าจะเทียบข้า
ได้อย่างไร?”
“ไม่มีอะไรแน่นอนในโลกใบนี้” น ้าเสียงของฉินเลี่ยพลันเย็นชาช้า ๆ
“เข้ามาหาข้าสิ ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มี อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ” ชาเลี่ยกล่าว
อย่างหยิ่งทะนง
เขาเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ในฐานะลูกชายของหัวหน้ากลุ่มของเผ่าพันธุ์กระดูก
เขาได้รับเชื่อมั่นจากผู้อาวุโสกลุ่มเช่นกัน
ผู้อาวุโสกลุ่มเผ่าพันธุ์กระดูกจำนวนมากเชื่อว่าชาเลี่ยจะกลายเป็นผู้ฝึกฝนทรง
พลังที่สุดของพวกเขา พวกเขาถึงขั้นหวังว่าเขาสามารถนำเผ่าพันธุ์กระดูกสู่
ความรุ่งโรจน์และทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์สายเลือดชั้นสูง
ชาเลี่ยแบกรับความคาดหวังจำนวนมากไว้บนบ่า
ยิ่งไปกว่านั้น ชาเลี่ยแทบไม่เคยแพ้แม้จะสู้กับศัตรูเช่นเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
เผ่าพันธุ์เทพและเผ่าพันธุ์วิญญาณก็ตาม
เขาเอาชนะกานชิง หนานฉีและผู้ที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ได้หลายคน
ผลที่ได้ ชาเลี่ยไม่รู้สึกหวาดกลัวสามเผ่าพันธุ์สายเลือดชั้นสูงแม้แต่นิดเดียว
ชัยชนะของเขาสร้างความมั่นใจจนถึงจุดที่คิดว่ายอดฝีมือจากสามเผ่าพันธุ์
ชั้นสูงเป็นของธรรมดา พวกเขาล้วนธรรมดาในสายตาของเขา
ส่วนฉินเลี่ย… เขาไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อด้วยซ ้า เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นเพียงแมลง
หวี่ของตระกูลเลี่ยเยี่ยน
ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลเลี่ยเยี่ยนในตอนนี้อยู่ระดับต ่าสุดเมื่อเทียบกับห้าตระกูล
ผลที่ได้ ชาเลี่ยไม่คิดเกี่ยวกับฉินเลี่ยมากนัก เขาเพียงมีเหตุผลมากเกินไปที่จะ
ดูถูกฉินเลี่ย
“ข้าเข้าใจแล้ว” ฉินเลี่ยพยักหน้าช้า ๆ
ฉินเลี่ยมองออกจากน ้าเสียง การกระทำและสายตาของชาเลี่ยว่าไม่ได้คิด
เกี่ยวกับเขาเลย
เขาเข้าใจว่าเหตุผลเดียวที่ชาเลี่ยเต็มใจยอมรับคำท้าของเขาเพราะเขาช่วย
ตามหาสมาชิกหลงทาง
ชาเลี่ยตกลงรับการต่อสู้นี้เพราะคิดว่าติดหนี้เขาอยู่ ไม่ใช่เพราะจิตวิญญาณ
ต่อสู้ลุกโชน
ฉินเลี่ยรู้สึกขมขื่นยิ่งเมื่อเข้าใจเช่นนี้ เขาโกรธตัวเองและตระกูลเลี่ยเยี่ยนมาก
ขึ้น
“จุดชนวน!”
พลังสายเลือดของเขาปรากฏอย่างเต็มกำลังทันที เส้นผมสีแดงเต้นระบำคล้ายงู
วิญญาณสีแดง
ไอร้อนของพลังสายเลือดระเบิดจากหัวใจทั้งสองดวง ทำให้พลังภายในร่างกาย
ทวีคูณเท่าตัว
โลกเปลวเพลิงที่ล้อมเขาเอาไว้ขยายไปรอบ ๆ ได้เพราะการจุดชนวนเช่นกัน
ฉินเลี่ยอยู่ห่างจากชาเลี่ยราวสิบเมตร ดังนั้นชาเลี่ยสามารถเห็นเขากระตุ้นการ
จุดชนวนและสงสัยถึงพลังสายเลือดในทันที เขาอดที่จะอุทานด้วยความ
ประหลาดใจไม่ได้
“การจุดชนวน! ไม่เลว นี่คือหนึ่งในความสามารถสายเลือดหลักของตระกูล
เลี่ยเยี่ยน ข้าว่าเจ้าไม่ได้สิ้นหวังเสียทีเดียว!”
“เจ็ดวงแหวนโคจร!”
วงแหวนตะวันร้อนแรงเจ็ดวงปรากฏภายในโลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ยคล้ายดวง
ตะวันขนาดเล็ก
“หืม ตอนนี้เจ้าเริ่มดูต่างออกไป เจ้าคล้ายกับทรงพลังกว่าหนานฉีเล็กน้อยจน
ข้านึกสนใจขึ้นมาแล้วสิ” เสียงของชาเลี่ยสูงขึ้น
สัญลักษณ์รูปทรงกากบาทสองรอยพลันปรากฏภายในลูกตาสีเขียวของเขา
วินาทีต่อมา บอลอาคมบิดงอสีดำสนิทปรากฏตรงหน้าอกของเขา
บอลอาคมบิดงอบิดเบี้ยวและขยับคล้ายสิ่งมีชีวิต
แสงสว่างคมปลาบพลันพุ่งออกจากบอลอาคม มันเจิดจ้าจนฉินเลี่ยหลับตาโดย
ไม่รู้ตัว
“โฮก!”
ฉับพลัน มังกรกระดูกสีเทาสองตนทะยานออกจากบอลอาคมแปลกประหลาด
มังกรสองตนมีปีกยาวราวสิบเมตร พวกมันพุ่งเข้าสู่โลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ย
ก่อนจะทันตอบสนอง
“พยายามจัดการสิ่งมีชีวิตที่ข้าอัญเชิญก่อนสิ” ชาเลี่ยกล่าวอย่างสงบ
“ฉัวะ!”
มังกรกระดูกสองตนพุ่งตรงเข้าสู่วงแหวนตะวันร้อนแรงเจ็ดวงทันที่เข้าสู่โลก
เปลวเพลิง
พวกมันพยายามฉีกอีกฝ่ายเป็นชิ้น ๆ ด้วยกรงเล็บ ฟันและปีกแหลมคม
ฉินเลี่ยไม่มีทางเลือกนอกจากให้ความสนใจกับวงแหวนตะวันร้อนแรงเพื่อไม่ให้
ถูกสิ่งมีชีวิตอัญเชิญสองตนเล่นงาน
“ความสามารถสายเลือด เร่าร้อน!”
ไม่ไกลกันนัก ชาเลี่ยกระตุ้นความสามารถสายเลือดอย่างไม่ใส่ใจ
หมอกสีเขียวที่กำลังลอยภายในลูกตาของเขาพลันพุ่งออกมาขณะทะลวงเข้าสู่
โลกเปลวเพลิงอย่างง่ายดาย พวกมันลงบนมังกรกระดูกสองตน
“โฮก! โฮก!”
มังกรกระดูกสองตนถูกกัดกร่อนมาหลายปีแล้ว กระดูกพวกมันแตกร้าวเมื่อ
ขยับ
แต่ว่า การเคลื่อนไหวพวกมันพลันเร็วขึ้นสิบเท่าเมื่อหมอกสีเขียวลงบนร่างกาย
“ตูม! ตูม!”
วงแหวนตะวันร้อนแรงสองวงปะทะกับมังกรที่พุ่งเข้ามาทันทีขณะระเบิดภายใต้
แรงกดดัน
“แคร้ก! แคร้ก!”
มังกรกระดูกป่นปี้เป็นกองกระดูกหลังจากเจอแรงระเบิด
ฉินเลี่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาเพิ่งกำลังจะโจมตีชาเลี่ยด้วยวงแหวน
ตะวันร้อนแรงที่เหลือเมื่อชาเลี่ยส่ายหน้าให้
“มันยังไม่จบ”
ขณะถูกล้อมโดหมอกสีเขียว กระดูกที่แตกหักพลันบิดเบี้ยวราวกับภูตผีกำลัง
ฟื้นคืนชีพ
มังกรกระดูกก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วขณะทะยานสู่อากาศอีกครั้ง
กระดูกที่เหลือที่ไม่ผสานกับร่างหลักพุ่งเข้าหาฉินเลี่ยทันทีขณะพยายามเสียบ
เขา
ชาเลี่ยยังคงพูดจากนอกโลกเปลวเพลิงว่า “ถ้าเจ้าไม่สามารถจัดการแม้แต่
สิ่งมีชีวิตอัญเชิญของข้าได้ เช่นนั้นข้าก็สงสัยว่าเจ้าจะเข้ามาใกล้ข้าได้หรือ
เปล่า”
“สิ่งมีชีวิตอัญเชิญ…”
หลังจากลังเลสักพัก ความเข้าใจปรากฏกับฉินเลี่ย เขาอัญเชิญวิญญาณแห่ง
ความว่างเปล่าและความโกลาหลด้วยจิตใจทันที
วิญญาณโลหะในร่างสัตว์ร้ายทองคำหยาบกร้านปรากฏขึ้นภายในโลกเปลว
เพลิงช้า ๆ
วิญญาณโลหะปะทะกับหนึ่งในมังกรกระดูกและเริ่มเคี้ยวกระดูกทันที
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะพลังโลหะอยู่ภายในสิ่งมีชีวิตอัญเชิญของชาเลี่ยซึ่งเป็น
วัตถุดิบเดียวกันกับที่วิญญาณโลหะสามารถกินโดยตรงได้
“แคร้ก!”
ดังที่ฉินเลี่ยคาด วิญญาณโลหะกัดคอของมังกรกระดูกหนึ่งตนได้อย่างง่ายดาย
ทันทีที่เขาสกัดชิ้นกระดูกที่พุ่งเข้ามาด้วยโล่น ้าแข็งได้ พวกมันถูกกลืนกินโดย
วิญญาณโลหะแล้ว
ในเวลาเดียวกัน เขาส่งวงแหวนตะวันร้อนแรงห้าวงที่เหลือเข้าหาชาเลี่ย
ตอนที่ 1223: เปลี่ยนใจ
สายตาวิญญาณโลหะจับจ้องมังกรกระดูกสองตนที่ชาเลี่ยอัญเชิญมา
มังกรกระดูกหนึ่งในนั้นคอแตกหักเพราะการโจมตีของวิญญาณโลหะ ความ
จริง วิญญาณโลหะกำลังจะกินทั้งเป็น
มังกรกระดูกอีกตนถูกต้านชั่วคราวโดยฉินเลี่ยที่ใช้พลังแรงโน้มถ่วง
นี่หมายความว่าฉินเลี่ยในตอนนี้บินออกจากโลกเปลวเพลิงและโจมตีชาเลี่ย
ด้วยวงแหวนตะวันร้อนแรงห้าวงได้อย่างอิสระ
“แค่วงแหวนตะวันร้อนแรงห้าวงทำร้ายข้าไม่ได้หรอก”
สัญลักษณ์ใหม่น่าขนลุกปรากฏในลูกตาสีเขียวเข้มของชาเลี่ย
บอลแสงสว่างสีเขียวอีกลูกก่อตัวขึ้นตรงหน้าอกของชาเลี่ยก่อนระเบิด
เขาคว้าไม้เท้ากระดูกที่ปรากฏจากบอลแสงสว่างก่อนกวัดแกว่งอย่างไม่ใส่ใจ
ม่านสีขาวเย็นเยือกที่เขาอัญเชิญมาแปรสภาพเป็นน ้าหมุนวนต่อหน้า
ฉับพลัน น ้าวนแปรสภาพเป็นปากเย็นเยือกขนาดยักษ์
วงแหวนตะวันร้อนแรงห้าวงถูกกลืนกินโดยปากยักษ์ก่อนสามารถสร้างค่ายกล
ได้
ปากยักษ์ขยับคล้ายลูกโป่งก่อนกลับคืนสู่ความปกติต่อสายตาของฉินเลี่ย
ปากยักษ์ย่อยแรงระเบิดรุนแรงที่น่าจะเกิดขึ้น
ไม่ใช่แค่นั้น ขณะหายใจคล้ายอวัยวะจริง ๆ ปากยักษ์ยังคงพุ่งเข้าหาฉินเลี่ยและ
โลกเปลวเพลิง
ด้านหลังปากยักษ์ ชาเลี่ยจ้องมองฉินเลี่ยอย่างเฉยชาขณะร่ายเป็นภาษา
เผ่าพันธุ์ตัวเองเสียงเบา
หนามกระดูกคมปลาบพุ่งออกจากน ้าวนขณะกระจัดกระจายไปทุกทิศทางทันที
พวกมันทิ่มผ่านโลกเปลวเพลิงที่ฉินเลี่ยสร้างด้วยพลังสายเลือด
หลังจากนั้น โลกเปลวเพลิงเสียรูปทรงช้า ๆ ราวกับไม่สามารถรักษาโลก
ร้อนแรงแปลกประหลาดได้อีกต่อไป ฉินเลี่ยเสียการควบคุมโลกเปลวเพลิงอย่าง
ช้า ๆ เช่นกัน
“เจ้าอาจจะปลุกความสามารถการจุดชนวนได้ แต่ความช ่าชองวิชาลับ
สายเลือดของตระกูลเลี่ยเยี่ยนคล้ายกับยังขาดอยู่ ดูท่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนยังไม่
เชื่อใจเจ้าเต็มที่ ไม่เช่นนั้นเจ้าคงรู้วิธีใช้พวกมันไปแล้ว”
ชาเลี่ยหยุดร่ายขณะพูดอย่างสงบว่า “เจ้าไม่มีพลังเหนือสมาชิกตระกูล
เลี่ยเยี่ยนเหล่านั้น พวกเขาจะไม่ฟังคำสั่งของเจ้า”
ศรกระดูกนับพันพุ่งเข้าใส่ฉินเลี่ยเมื่อกล่าวจบ
ฉับพลัน แสงสว่างทองคำล้อมฉินเลี่ยเอาไว้
เกราะทองคำที่เป็นหนึ่งเดียวกับเนื้อของเขาปกคลุมทั่วร่างกายทันที
หนามกระดูกปะทะกับเกราะอย่างรวดเร็ว แต่ไม่มีสักอันทะลวงการป้องกันเข้ามา
ได้
ไม่กี่วินาทีต่อมา เศษเสี้ยวทองคำคมปลาบระเบิดใส่ทุกทิศทาง
ฉินเลี่ยหายไปคล้ายแสงอสนีสีครามเช่นกัน
“หือ!”
ดวงตาของชาเลี่ยเปลี่ยนไปขณะลูกตาสีเขียวส่องแสงราวกับกำลังหาฉินเลี่ยอยู่
“ฮ่า!”
ครั้งนี้ เศษเสี้ยวทองคำระเบิดจากด้านหลังชาเลี่ยคล้ายนกยูงกำลังสะบัดขน
ชาเลี่ยรวบรวมพลังสายเลือด สติและการรับรู้จิตวิญญาณทั้งหมดไว้บนไม้เท้า
กระดูก น ้าวนที่ดูเหมือนปากยักษ์และหนามกระดูก เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ทันระวัง
เล็กน้อย
เศษเสี้ยวทองคำกลืนกินร่างของเขาอย่างสมบูรณ์
“ปัก ปัก ปัก ปัก!”
แรงระเบิดรวดเร็วจำนวนมากดังจากกระดูก เปลวเพลิงกระดูกสีเขียวหยกส่อง
แสงสีเขียวทันทีขณะต้านทานการโจมตีทั้งหมด
แต่ว่า แสงสว่างสีเขียวในดวงตาของเขาหมองหม่นหลังจากนั้น
เห็นได้ชัดว่าการโจมตีลดทอนพลังสายเลือดไปมาก
“เคลื่อนย้ายพริบตา! พลังโลหะคมปลาบ!”
ชาเลี่ยหันมามองฉินเลี่ยด้วยสายตาแปลกประหลาด แม้จะเป็นการต่อสู้ครั้งแรก
แต่ฉินเลี่ยทำให้เขาประหลาดใจ
ฉินเลี่ยดึงเกราะทองคำและแสงสว่างทองคำที่ล้อมร่างกายเอาไว้กลับ สิ่งเดียวที่
เหลืออยู่คืออสนีสีคราม
เขาใช้แรงกดดันของสายเลือดวิญญาณปีศาจแปดตาและปีศาจหุบเหวมา
ป้องกันเกือบทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ เขาสามารถทำให้ชาเลี่ยบาดเจ็บได้เพราะหลอมรวมสายฟ้าฟาด
หลบลี้กับพลังสายเลือดของวิญญาณปีศาจแปดตาก่อนเคลื่อนย้ายพริบตาใน
ระยะสั้น
จากนั้น เขาใช้แสงสว่างทองคำโจมตีชาเลี่ย ความสามารถที่เขาได้จากใต้เท้า
หุบเหวที่ถูกกำจัด ทำให้ชาเลี่ยไม่ทันระวังตัว
ถึงแม้สายเลือดทั้งสองจะหลอมรวมกับร่างกาย แต่เขาไม่สามารถหยุดไอตั้งต้น
ไม่ให้รั่วไหลได้ไม่ว่าจะใช้เท่าไหร่ก็ตาม
นักสู้ผู้อ่อนไหวจะจดจำความจริงแม้เป็นการต่อสู้
โชคดีสำหรับเขา… ตอนนี้พวกเขาอยู่ในโลกจุดกำเนิด
ที่นี่ ทั้งดวงตาหรือการรับรู้จิตวิญญาณไม่ส่งผลกับสิ่งที่อยู่ภายนอก
ต่อให้ดวงตาของชาเลี่ยสามารถดึงคุณลักษณะของหินแสงมืดได้ แต่จิต
วิญญาณเขายังได้รับผลจากความมืดรอบ ๆ ไม่เหมือนกับวิญญาณแห่งความ
ว่างเปล่าและความโกลาหล
ด้วยเหตุนี้ฉินเลี่ยมั่นใจว่าชาเลี่ยไม่สามารถตรวจพบการใช้พลังสายเลือดของ
วิญญาณปีศาจแปดตาและปีศาจหุบเหว เขาอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพลัง
วิญญาณ
เป็นไปตามที่ฉินเลี่ยคาด…
“เจ้าฝึกฝนพลังมากมายใช่หรือไม่? และ… พวกมันล้วนทรงพลังยิ่ง ข้าไม่อยาก
เชื่อว่าพวกมันจะแข็งแกร่งเท่าสายเลือดของตระกูลเลี่ยเยี่ยน” ชาเลี่ยดูสับสน
อย่างเห็นได้ชัด “ตัวตนที่สองของเจ้าคืออะไร?”
“ข้าคือมนุษย์จากอาณาจักรวิญญาณ” ฉินเลี่ยกล่าว
“เผ่าพันธุ์มนุษย์?” ชาเลี่ยประหลาดใจกับเรื่องนี้อย่างเห็นได้ชัด หลังจากค้นหา
ความทรงจำสักพัก เขาพลันถามว่า “มนุษย์? เจ้าเคยได้ยินมนุษย์ที่ชื่อฮัวจ้าง
หรือเปล่า?”
“ฮัวจ้าง… ฮัวจ้าง!” ฉินเลี่ยส่ายหน้า
เห็นได้ชัดว่าชื่อแท้จริงของบรรพบุรุษซากศพมีชื่อว่าฮัวจ้าง!
“เจ้ารู้จักเขาหรือ?” ชาเลี่ยถามอย่างสงสัย
ฉินเลี่ยพยักหน้าหนักแน่นก่อนตอบว่า “พวกข้าเรียกเขาว่าบรรพบุรุษซากศพ”
“ฮัวจ้างคนนี้เคยมาเยือนดินแดนบรรพบุรุษพวกข้าด้วยจิตวิญญาณจนได้รับ
วิชาลับจำนวนมาก พ่อข้าเคยบอกว่าเขาคือมนุษย์ เขาให้สัญญาว่าจะรักษา
สายสัมพันธ์กับเผ่าพันธุ์พวกข้า แต่ว่า เขาไม่เคยกลับมาหลังจากสอนวิชาลับ
ให้มากมาย” ชาเลี่ยกล่าวขณะนึกถึงความทรงจำ “ฮัวจ้างสามารถถึงขั้น
อัญเชิญมังกรกระดูกจากดินแดนของบรรพบุรุษเพื่อทำตามบัญชาได้หากใช้
วิชาลับ”
เขาเงียบสักพัก “ฮัวจ้างเป็นมนุษย์คนเดียวที่ติดต่อกับเผ่าพันธุ์พวกข้า ถ้าข้า
ไม่ใช่ลูกชายของหัวหน้า ข้าคงไม่รู้เรื่องนี้”
ใบหน้าของฉินเลี่ยดูแปลกประหลาด “ข้าไม่รู้ว่าเขาเคยติดต่อกับเผ่าพันธุ์
กระดูกมาก่อน”
“เขาไม่ทำตามสัญญากับเผ่าพันธุ์พวกข้า!” น ้าเสียงของชาเลี่ยพลันเย็นชา
“นั่นเพราะเขาตายไปแล้ว” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างเฉยชา
“เขา… ตายแล้วหรือ?” ชาเลี่ยตกตะลึง
“อืม เขาตายไปนานแล้ว” ฉินเลี่ยตอบ
ชาเลี่ยไม่ตอบทันที หลังจากจ้องมองฉินเลี่ยและครุ่นคิดสักพัก เขากล่าวว่า
“เจ้าอาจจะทรงพลังกว่าหนานฉีและกานชิงเล็กน้อย แต่เจ้ายังด้อยกว่าเห่าเจี๋ย
และปีศาจหุบเหวผู้มาจากหุบเหวแดนชำระ”
ฉินเลี่ยพ่นลมออกจมูกขณะเตรียมสู้
แต่น่าแปลก ชาเลี่ยส่ายหน้าและกล่าวว่า “พอได้แล้วล่ะ ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าจะ
ยอมร่วมมือกับเจ้าเพื่อลองทำตามแผนนั่นดู”
ตอนที่ 1224: เสมอ?
คล้ายกับว่าชาเลี่ยไม่พอใจกับระดับพละกำลังของฉินเลี่ยที่สำแดงออกมา แต่
ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาเลือกที่จะเปลี่ยนใจ
การตอบสนองของเขาทำให้ฉินเลี่ยสับสนเล็กน้อย
“เจ้านำข้าไปบ้านเกิดถ้ามีโอกาสได้หรือไม่?” ชาเลี่ยพลันถาม
“เจ้าหมายถึงอาณาจักรวิญญาณหรือ?” ใบหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ชาเลี่ยพยักหน้าแทนคำตอบ
ฉินเลี่ยไม่ตอบทันที เขาคิดสักพักก่อนตอบว่า “พวกเจ้า… ไม่ได้วางแผนจะ
รุกรานอาณาจักรวิยญาณใช่หรือไม่?”
“ย่อมไม่ใช่ เจ้าเข้าใจข้าผิดแล้ว” ชาเลี่ยส่งเสียงหัวเราะแปลกประหลาดก่อน
กล่าวต่อว่า “พวกข้ารู้ว่าเผ่าพันธุ์เทพเคยสร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ใน
อาณาจักรวิญญาณ พวกข้าไม่ได้โง่พอจะนำตัวเองไปมีชะตาเช่นนั้น ไม่
เหมือนกับเผ่าพันธุ์เทพ พวกข้าชอบร่วมมือกับเผ่าพันธุ์อื่น โดยเฉพาะเมื่อพวก
เขามีประชากรหนาแน่น”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ฉินเลี่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“ข้าเคยได้ยินว่าเผ่าพันธุ์จากอาณาจักรวิญญาณจมปลักในสภาพสงครามชั่ว
นิรันดร์ นั่นยังหมายความว่าซากศพจำนวนมากเกิดขึ้นทุกวัน ข้าพูดถูก
หรือไม่?” ชาเลี่ยถามอย่างตื่นเต้น
“นั่นมันก็ถูก” ฉินเลี่ยตอบ
“สำหรับเผ่าพันธุ์กระดูก ซากศพเหล่านี้คือวัตถุดิบชั้นเลิศ ถ้าพวกข้าเก็บ
ซากศพได้มากพอ พวกข้าสามารถขัดเกลาทาสกระดูกและทาสซากศพจำนวน
มากและฝึกฝนวิชาลับสายเลือดได้” ชาเลี่ยดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด “แต่ว่า
ต้องเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความสามารถสืบพันธุ์เก่งเพื่อทำให้เกิดซากศพจำนวน
มากในเวลาอันสั้น พูดถึงเรื่องนี้ เผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและ
เผ่าพันธุ์เทพย่อมด้อยกว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์”
“เจ้าสามารถหาเอาจากปีศาจหุบเหวได้ไม่ใช่หรือ?” ฉินเลี่ยถาม
“ปีศาจหุบเหวแข็งแกร่งเกินไป พวกเขาไม่เคยออกจากหุบเหว อีกอย่าง พวก
เขาไม่ให้ความร่วมมือ” ชาเลี่ยอธิบาย
ฉินเลี่ยถามด้วยสีหน้าเข้าใจยากว่า “แล้ว เจ้าต้องการซากศพของเผ่าพันธุ์
อาณาจักรวิญญาณ แต่… เผ่าพันธุ์เจ้าสามารถให้อะไรพวกข้าเป็นการ
แลกเปลี่ยนได้? ถ้าพวกข้าร่วมมือ มันก็เป็นการแลกเปลี่ยนฝ่ายเดียวไม่ใช่
หรือ?”
ขณะเขากล่าวเช่นนี้ เขาเริ่มสงสัยความตั้งใจแท้จริงของบรรพบุรุษซากศพ
ฮัวจ้างสมคบคิดกับเผ่าพันธุ์กระดูกหรือเปล่า?
ตามที่ชาเลี่ยว่ามา บรรพบุรุษซากศพเดินทางไปบ้านเกิดของเผ่าพันธุ์กระดูก
และทำข้อตกลงกับพ่อของเขาผู้เป็นหัวหน้า
บรรพบุรุษซากศพเลือกวิชาลับแปลกประหลาดจำนวนมากจากเผ่าพันธุ์
กระดูก… เขาอาจจะถึงขั้นให้เรียนรู้วิชาขัดเกลาซากศพนอกรีตจากเผ่าพันธุ์
กระดูก
กลับกัน บรรพบุรุษซากศพสัญญาว่าจะรักษาความสัมพันธ์ฉันท์มิตรกับ
เผ่าพันธุ์กระดูก
แต่ “ความสัมพันธ์ฉันท์มิตร” มันหมายความว่าอย่างไร? เขาหมายถึงส่ง
ซากศพที่พบในอาณาจักรวิญญาณให้เผ่าพันธุ์กระดูกเพื่อขัดเกลากลายเป็น
ทาสมีประโยชน์หรือฝึกฝนวิชาลับสายเลือดอย่างนั้นหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น หากบรรพบุรุษซากศพยังไม่ตายในตอนนั้น เขาจะสร้างช่องทางที่
เชื่อมต่ออาณาจักรวิญญาณและบ้านเกิดของเผ่าพันธุ์กระดูกได้หรือเปล่า?
ถ้านั่นเป็นความจริง เผ่าพันธุ์กระดูกจะรุกรานพร้อมกองทัพขนาดใหญ่หรือไม่?
ความคิดดังกล่าวฉายผ่านจิตใจอย่างรวดเร็ว เขาอดที่จะรู้สึกสงสัยบรรพบุรุษ
ซากศพไม่ได้
หลังจากปะทะกับชาเลี่ยในการต่อสู้ ฉินเลี่ยดูออกว่าการประเมินของอู้ชาและ
หลิวยั่งเกี่ยวกับพละกำลังของชาเลี่ยเป็นเรื่องจริง ชาเลี่ยแข็งแกร่งกว่ากานชิง
และหนานฉี
ถึงแม้จะครอบครองความสามารถสายเลือดของวิญญาณปีศาจแปดตา ประตู
ดารา แต่เขายังไม่สามารถอัญเชิญทาสจิตวิญญาณมาในโลกจุดกำเนิดนี้ได้
แต่ชาเลี่ยนำมังกรกระดูกมาได้อย่างง่ายดาย
ถ้าเขาไม่จัดเรียงไพ่ตายเช่นวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
ความสามารถสายเลือดของวิญญาณปีศาจแปดตาและปีศาจหุบเหว เขาไม่
มั่นใจว่าจะสามารถเข้าใกล้ชาเลี่ยได้ ด้วยเหตุนี้เขามั่นใจว่าชาเลี่ยแข็งแกร่ง
กว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพทุกคนในที่นี้ รวมถึงเสวียนลั่วจากตระกูลเสวียนปิง
ด้วย
ด้วยการใช้ชาเลี่ยเป็นพื้นฐาน เผ่าพันธุ์กระดูกอาจจะทรงพลังมากพอจะกวาด
ล้างทั่วอาณาจักรวิญญาณหากฮัวจ้าง บรรพบุรุษซากศพ ยอมให้เข้า
อาณาจักรวิญญาณใช่หรือไม่?
หลายปีผ่านไปตั้งแต่ตกลงกันในครั้งแรก ใครจะกล้าพูดว่าชาเลี่ย ลูกชายของ
หัวหน้ากลุ่มเผ่าพันธุ์กระดูกจะไม่มีความคิดเช่นนั้น? ถ้าเขากำลังวางแผน
เชื่อมต่อสองโลกและรุกรานอาณาจักรวิญญาณเหมือนกับเผ่าพันธุ์เทพล่ะ?
ฉินเลี่ยไม่มีทางเลือกนอกจากคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง
“เผ่าพันธุ์กระดูกครอบครองอาณาจักรกว้างใหญ่ที่สร้างวัตถุดิบวิญญาณหา
ยากนานาชนิด สิ่งเหล่านั้นทำให้แม้แต่เผ่าพันธุ์เทพและเผ่าพันธุ์วิญญาณ
อิจฉา” ดวงตาของชาเลี่ยภาคภูมิใจเมื่อกล่าวถึงบ้านเกิด “ข้ากำลังวางแผน
แลกเปลี่ยนกับอาณาจักรวิญญาณ นั่นคือสิ่งที่ข้ากำลังจะพูด เจ้าสามารถ
แลกเปลี่ยนวัตถุดิบวิญญาณที่มีเพียงพวกข้าเท่านั้นที่สร้างได้ด้วยวัตถุดิบ
วิญญาณและซากศพพวกเจ้าเอง มันเป็นการแลกเปลี่ยนเท่าเทียมอย่าง
แน่นอน”
“เช่นนี้เอง…” ฉินเลี่ยลูบคางขณะตอบว่า “ข้าไม่ว่าอะไรหากเป็นการ
แลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม แต่ข้าต้องเตือนเจ้าว่าข้ายอมรับการแลกเปลี่ยนฝ่าย
เดียวไม่ได้!”
“พวกข้าไม่เหมือนกับเผ่าพันธุ์เทพ! เจ้าสามารถถามคนรอบ ๆ ได้หากไม่เชื่อ
ใจข้า!” ชาเลี่ยตอบอย่างไม่ยินดี
ฉินเลี่ยพยักหน้า “ข้าถามแน่”
เขายังสงสัยความตั้งใจแท้จริงของชาเลี่ย
“เรื่องนี้เอาไว้ก่อน ตอนนี้ สมาชิกและข้าไม่สามารถออกห่างข้างเจ้าได้ ดังนั้น
พวกข้าอาจจะให้เวลาเจ้าสักหน่อย” ชาเลี่ยกล่าวอย่างเฉยชา “พวกข้า
สามารถลองปะทะกับปีศาจหุบเหวเหล่านั้นในการต่อสู้ได้หากครึ่งหนึ่งของสาม
ตระกูลเผ่าพันธุ์เทพปรากฏตัว”
“ข้าจะหาพวกเขาเอง” ฉินเลี่ยตกลง
แสงสว่างสีเขียวในดวงตาของชาเลี่ยหายไปช้า ๆ หลังจากตกลงกันได้
ร่างของเขาหลบซ่อนในความมืดอย่างสมบูรณ์
ตอนนี้ดวงตาของเขาไม่ได้ส่องแสงคล้ายหินแสงมืด พวกเขาไม่สามารถ
มองเห็นกันได้
“พวกเรากลับกันเถอะ” ชาเลี่ยกล่าว
“อืม”
ทั้งสองเริ่มเดินกลับไปหาฝูงชนบนทางที่เพิ่งผ่านมา
ขณะเดียวกัน เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกกำลังสนทนาเสียงเบาขณะรอ
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกดูวางใจยิ่ง
พวกเขามั่นใจในพละกำลังของชาเลี่ยมาก
หลายปีมานี้ ลูกชายคนสุดท้องของหัวหน้า ชาเลี่ย ดึงดูดความสนใจของผู้
อาวุโสจำนวนมากด้วยสายเลือดและพรสวรรค์ทรงพลัง
ชาเลี่ยไม่เคยเข้าใกล้ความพ่ายแพ้แม้จะสู้กับอัจฉริยะจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ
และเผ่าพันธุ์เทพ ความจริง เขาคือผู้ชนะเสียส่วนใหญ่
ก่อนพวกเขาจะรู้ตัว ชาเลี่ยกลายเป็นวีรบุรุษในหัวใจของสมาชิกเผ่าพันธุ์
กระดูกหนุ่มสาวทุกตน
พวกเขาไม่เชื่อว่าชาเลี่ยจะแพ้ฉินเลี่ยที่เป็นใครก็ไม่รู้
คล้ายกันนั้น เผ่าพันธุ์มีปีกคิดว่าฉินเลี่ยจะถูกบดขยี้เหมือนมด
แม้แต่เผ่าพันธุ์เทพก็ไม่เชื่อว่าฉินเลี่ยจะชนะได้ พวกเขาล้วนยิ้มขมขื่นให้กัน
กานชิงและหนานฉีเคยสู้กับชาเลี่ยมาก่อน ดังนั้นพวกเขารู้ว่าเขาทรงพลังมาก
แค่ไหน อู้ชาและหลิวยั่งถูกล่าโดยชาเลี่ยมาก่อนเช่นกัน ดังนั้นกล่าวได้ว่าเพียง
แค่แรงกดดันของเขาก็ทำให้พวกนางกดดันมากแล้ว
“ฉินเลี่ย… อาจจะแพ้อย่างน่าเวทนาก็ได้”
อู้ชาครุ่นคิดขณะรอยยิ้มขมขื่นระบายออกมา นางชำเลืองมองหลิวยั่งโดยไม่
รู้ตัว
นางรู้ว่าหลิวยั่งรู้สึกพิเศษกับฉินเลี่ย…
หลิวยั่งดูมีปัญหาและหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน นางถอนหายใจภายใต้
แสงสว่างหมองหม่นของหินแสงมืดเป็นครั้งคราว
“อย่าห่วงไปเลย ชาเลี่ยคนนั้นเป็นคนมีจริยธรรม เขาไม่ใช่คนที่ทำเกินเหตุ” อู้
ชาลอบถอนหายใจก่อนพยายามปลอบหลิวยั่งด้วยน ้าเสียงสบาย ๆ ว่า “เขาติด
คำขอหนึ่งเพราะฉินเลี่ยช่วยตามหาสมาชิกจำนวนมากให้ เขาอาจจะได้รับ
บาดเจ็บ แต่ไม่มีทางที่ฉินเลี่ยจะถูกทำร้ายสาหัส วางใจเถอะ”
คำพูดของนางเห็นได้ชัดว่าไม่ได้มองโอกาสของฉินเลี่ยในทางที่ดีเลย
“พวกเรามองไม่เห็นการต่อสู้หรือได้ยินเสียงจากที่นี่เลย นั่นหมายความว่าพวก
เขาอยู่ไกลจากพวกเรา เวลาก็ผ่านไปนานแล้ว แต่พวกเขายังไม่กลับมาจาก
การต่อสู้ ข้ากังวลว่า…” หลิวยั่งฝืนยิ้มให้อู้ชา
อู้ชากำลังจะตอบเมื่อมองขึ้นไปแล้วยิ้มเล็กน้อย “พวกเขามาแล้ว”
หลิวยั่งรีบมองขึ้นไป
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกได้ยินเสียงฝีเท้าเช่นกัน พวกเขารีบ
มองไปยังต้นกำเนิดของเสียง
ฉินเลี่ยและชาเลี่ยค่อย ๆ ปรากฏตัวจากความมืด
ฝูงชนจ้องมองพวกเขาใกล้ ๆ แต่ไม่พบบาดแผลสาหัสจากนักสู้ทั้งสอง
มันทำให้พวกเขาสับสน ผลการต่อสู้เป็นอย่างไรกันแน่?
“ใต้เท้า!”
“ใต้เท้า!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกวิ่งไปหาชาเลี่ยขณะอยากรู้ถึงผลการต่อสู้
“พวกเราจะอยู่ ตอนนี้ พวกเราจะรอเผ่าพันธุ์เทพที่เหลือให้มาถึง” ชาเลี่ยกล่าว
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกไม่มีความสุขเมื่อได้ยินเช่นนี้
“ใต้เท้า! ท่านคงไม่… แพ้ใช่หรือไม่?”
“นั่นเป็นไปไม่ได้!”
“ใต้เท้า!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกอุทานด้วยความไม่อยากเชื่อ
“ข้าจะแพ้ได้อย่างไร?” ชาเลี่ยพ่นลมออกจมูกเย็นชาก่อนมองฉินเลี่ย “แต่ว่า
เขาแข็งแกร่งกว่ากานชิงและหนานฉี หากมีเขาอยู่ด้วย พวกเราน่าจะสามารถ
จัดการปีศาจหุบเหวระดับสูงจากแปดแดนชำระได้”
“ใต้เท้า! เขาสู้กับท่านได้สูสีจริงหรือ?” สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกอีกตนถาม
ชาเลี่ยลังเลสักพักก่อนตัดสินใจไว้หน้าฉินเลี่ยเพื่อให้ฉินเลี่ยยอมพาเขาไป
อาณาจักรวิญญาณในอนาคตมากขึ้น เขาตอบอย่างหงุดหงิดว่า “เจ้าจะพูด
แบบนั้นก็ได้”
เมื่อเผ่าพันธุ์กระดูก อู้ชาและหลิวยั่งได้ยินเช่นนี้ พวกเขาอดที่จะจ้องมองฉินเลี่ย
ด้วยความประหลาดใจไม่ได้
ราวกับมันเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สามารถเสมอกับชาเลี่ยได้
เผ่าพันธุ์มีปีกพลันมองฉินเลี่ยด้วยความเคารพเช่นกัน
พวกเขาคล้ายกับรู้ว่าชาเลี่ยน่าหวาดกลัวแค่ไหน
ตอนที่ 1225: เลือดผสมอีกคน
การเปลี่ยนใจของชาเลี่ยทำให้สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกผู้กำลังจะไปคิดใหม่
กลุ่มเริ่มสนทนาด้วยภาษาพวกเขาอย่างเงียบงัน
ขณะมองกลุ่ม กล่าวได้ว่าพี่น้องที่ฉินเลี่ยช่วยไว้นั้นมีสถานะท่ามกลางสมาชิก
เมื่อหญิงสาวเผ่าพันธุ์มีปีกงดงามอุทานอย่างตื่นเต้น สมาชิกอีกตนเงียบ
ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาล้วนพยักหน้าและคล้ายกับยอมรับข้อตกลงของ
หญิงสาว
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนหนึ่งเดินออกจากกลุ่มขณะมาหาเผ่าพันธุ์เทพ เขา
กล่าวว่า “พวกข้ายอมรอให้เจ้ารวบรวมสมาชิกได้มากขึ้นเหมือนกับเผ่าพันธุ์
กระดูก จากนั้นจะร่วมมือจัดการปีศาจหุบเหวที่ยึดครองทะเลจุดกำเนิด”
เขาเพียงมองฉินเลี่
ฉินเลี่ยนิ่ง จากนั้นพยักหน้าและกล่าวว่า “ขอบคุณ”
“เจ้าช่วยหลินต๋าเอาไว้ พวกข้าซาบซึ้งมาก ฉะนั้นจึงยอมร่วมมือกับเจ้า”
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนนี้มองหนานฉี ลี่เหวยและคนอื่นอย่างมืดมน “ถ้าไม่ใช่
เพราะเจ้า พวกข้าไม่ยอมร่วมมือกับตระกูลเลี่ยเยี่ยนหรอก พวกข้าจะนับพวก
เขาเป็นศัตรูร้าย!”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ เขาพ่นลมออกจมูกและจากไป ไม่รอคำตอบของหนานฉี
และลี่เหวย
หนานฉี ลี่เหวยและคนอื่นรอบเขาเงียบและมีสีหน้าน่าเกลียด
หากชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกดูถูกพวกเขาคงไม่เป็นไรเพราะเผ่าพันธุ์กระดูก
ทรงพลังและชาเลี่ยเคยเอาชนะพวกเขามาได้
แต่เผ่าพันธุ์มีปีกกล้าดูถูกพวกเขาได้อย่างไร?
หนานฉีและคนอื่นลอบผิดหวัง
ในสายตาพวกเขา เผ่าพันธุ์มีปีกมีขีดจำกัดในพลังการต่อสู้ ต่อให้พวกเขาเข้า
ร่วม พวกเขาอาจจะไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อปีศาจหุบเหวเลย
จากก้นบึ้งจิตใจ พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับเผ่าพันธุ์มีปีก
ถึงอย่างนั้นในครั้งนี้ สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนหนึ่งมาเย้ยหยันพวกเขาราวกับ
ไม่ได้พิเศษอะไร
“บัดซบ! โชคไม่ดีเอาเสียเลย…” ลี่เหวยพึมพำ
สีหน้าของหนานฉีมืดมนขณะมองสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกที่กำลังจากไป เขา
กล่าวว่า “เขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เผ่าพันธุ์มีปีกกล้าอวดเก่งต่อหน้าพวกเรา
ได้อย่างไร?”
น ้าเสียงของเขาไม่ดัง แต่ก็ไม่เบาเช่นกัน นั่นทำให้สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกได้ยิน
ชัดเจน
อีกฝ่ายพลันนิ่ง
ในบรรดาตระกูลเลี่ยเยี่ยน ฉินเลี่ยให้ความสนใจจากสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกที่
กำลังจากไป เขาได้ยินบทสนทนาของหนานฉีและลี่เหวย
คิ้วของเขาค่อย ๆ ขมวด
กานชิงยิ้มและกำลังกล่าวชมฉินเลี่ย เขานิ่ง
“เจ้าจะตายหรือไงถ้าไม่ได้พูดมากขนาดนี้?” อู้ชาชำเลืองมองหนานฉีและลี่
เหวย
สีหน้าของหนานฉีมืดมนขณะกล่าวว่า “ไม่ว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนจะตกต ่าแค่ไหนก็
ไม่มีวันจะให้เผ่าพันธุ์มีปีกมาเยาะเย้ยได้หรอก!”
ลี่เหวยและสหายของเขาล้วนมีสีหน้าเกรี้ยวกราดเช่นกัน
กานชิงเดิมอยากรักษาสันติ เมื่อเห็นหนานฉีหยิบยกชื่อเสียงตระกูลขึ้นมา สี
หน้าของเขาเปลี่ยนไปและเงียบ
ครั้งนี้ สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนนั้นหันมาและเดินกลับ เขากล่าวว่า “งั้นเจ้าก็
น่าจะรู้ดีว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนไม่ได้แข็งแกร่งเท่าแต่ก่อนใช่หรือไม่?”
“ว่าไงนะ?” หนานฉีหัวเราะแปลกประหลาด “ต่อให้ตระกูลเลี่ยเยี่ยนเสียหลุมศพ
เลือดเนื้อ เสียหัวหน้าตระกูลคนล่าสุด พวกข้ายังเป็นหนึ่งในห้าตระกูลของ
เผ่าพันธุ์เทพ! เผ่าพันธุ์กระดูกไม่ใช่เผ่าพันธุ์สายเลือดชั้นสูง แต่พลังต่อสู้พวก
เขายิ่งใหญ่ อีกอย่าง ข้าเคยแพ้ชาเลี่ย ข้าสามารถรับคำพูดของเขาได้”
ขณะนิ่งไป หนานฉีมีสีหน้าเหยียดหยัน “แต่เจ้าล่ะเป็นใคร? เจ้ากล้าหยามข้าได้
อย่างไร?”
“ข้าคือซือถ่านข่า” สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนนั้นกล่าว
“ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนั้นมาก่อน!” หนานฉีเย้ยหยัน
กานชิงพลันเปลี่ยนสีหน้าและรีบกล่าวว่า “เอาละ หยุดทะเลาะได้แล้ว!”
ชาเลี่ยที่อยู่กับเผ่าพันธุ์กระดูกได้ยินชื่อและคล้ายกับตอบสนอง เขาถามอย่าง
สงสัยว่า “เจ้าคือซือถ่านข่างั้นหรือ?”
“ใช่” สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตอบอย่างภาคภูมิใจ
ฉินเลี่ยนิ่ง จากนั้นตรวจสอบสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนนี้อย่างจริงจัง เขาพบว่า
คนคนนี้ไม่ได้ต่างจากสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนอื่นนอกเหนือจากรูปลักษณ์หล่อ
เหลา
แต่เมื่อกานชิงและชาเลี่ยได้ยินชื่อของเขา สีหน้าพวกเขาเปลี่ยนไป
นี่ทำให้ฉินเลี่ยสับสน
“ซือถ่านข่าคนนี้… โด่งดังงั้นหรือ?” เขาคิดอย่างเงียบงัน
“เป็นเจ้านี่เอง ไม่สงสัยเลยว่าหยิ่งทะนงได้ขนาดนี้” น่าแปลก ชาเลี่ยจาก
เผ่าพันธุ์กระดูกพยักหน้าเบา ๆ ราวกับเขายอมรับพละกำลังของซือถ่านข่า
“หนานฉี! พอได้แล้ว!” กานชิงตะโกน
ความผิดปกติของทั้งสองทำให้หนานฉีเข้าใจว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกตนนี้ไม่
ธรรมดา
หนานฉีมองกลับมาอย่างสับสน
กานชิงส่ายหน้าเบา ๆ
หนานฉีไม่โต้เถียงกับซือถ่านข่าต่อขณะนั่งลงด้วยความไม่พอใจ
ซือถ่านข่าเมินหนานฉีขณะพยักหน้าให้กานชิง จากนั้นกลับกลุ่มสมาชิก
เผ่าพันธุ์มีปีก
“เขาคือใครหรือ?” อู้ชาอดที่จะถามไม่ได้
หนานฉีมองกานชิงอย่างเกรี้ยวกราดเช่นกัน
“ซือถ่านข่าไม่ใช่สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกธรรมดา เขาคือเลือดผสมของเผ่าพันธุ์มี
ปีกและเผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหว พ่อของเขาคือสุดยอดใต้เท้าหุบเหวทำลายล้าง
เขาน่าจะครอบครองปีกสีดำหนึ่งคู่ที่สยายได้ไกลจนสามารถปกคลุมท้องฟ้าได้
เขายังทรงพลังยิ่งอีกด้วย”
“สุดยอดใต้เท้าหุบเหวทำลายล้างนั่นสังหารกลุ่มสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกที่ออกล่า
ในดินแดนของเขาและไปพบแม่ของซือถ่านข่าเข้า จากนั้น… ก็มีซือถ่านข่า”
กานชิงอธิบายสายเลือดและต้นกำเนิดของซือถ่านข่าให้ทุกคนฟังเสียงเบา
อย่างระมัดระวัง
“แต่เมื่อซือถ่านข่าเกิดมา เขาดูเป็นเผ่าพันธุ์มีปีกหล่อเหลาที่ไม่มีคุณลักษณะ
ของปีศาจหุบเหว และยังไม่ปลุกสายเลือดปีศาจหุบเหว แม้แต่ปีกก็ยังเป็นสีขาว
ราวหิมะ”
“เพราะเหตุนี้ ซือถ่านข่าผู้เกิดในหุบเหวทำลายล้างไม่ได้รับการยอมรับจากพ่อ
และโดนดูถูกจากพี่น้อง”
“แต่ว่า วันหนึ่ง เมื่อพี่น้องปีศาจของเขาต่อว่าและทำร้ายอีกครั้ง เขาเกิดคลุ้ม
คลั่งและฆ่าพี่น้องคนอื่นทั้งหมด”
“จากนั้นเขาหนีออกจากหุบเหวทำลายล้าง”
“ผ่านไปสักพัก เขาปรากฏตัวกับเผ่าพันธุ์มีปีกอีกครั้ง ครั้งนี้มาในฐานะสมาชิก
พวกเขา”
“เขากลายเป็นดวงดาวเจิดจรัสที่สุดของเผ่าพันธุ์มีปีกในตอนนี้ ในการต่อสู้ของ
เผ่าพันธุ์มีปีกกับเผ่าพันธุ์วิญญาณ เมื่อใดที่เขาอยู่ในสภาพสิ้นหวัง ปีกสีขาว
ของเขาจะกลายเป็นสีดำ พละกำลังจะทะยานขึ้น”
“ข้ารู้ว่าเขาฆ่าสมาชิกระดับที่เจ็ดจำนวนมากจากเผ่าพันธุ์วิญญาณในร่างนั้น
รวมถึงเอ้าเต๋อมั่วด้วย!”
กานชิงตะโกน
“อะไรนะ? เขาฆ่าเอ้าเต๋อมั่วงั้นหรือ?” หนานฉีขมวดคิ้ในที่สุด
พลังของเผ่าพันธุ์เทพและเผ่าพันธุ์มีปีกห่างกันนัก ดังนั้นเผ่าพันธุ์มีปีกและ
เผ่าพันธุ์เทพไม่ได้ติดต่อกันมากมาย เผ่าพันธุ์เทพเพียงรู้ว่าเผ่าพันธุ์มีปีกถูก
รุกรานโดยเผ่าพันธุ์วิญญาณบ่อยครั้ง
เผ่าพันธุ์วิญญาณที่พวกเขาคุ้นเคยมักสู้กับพวกเขาในอาณาจักรอื่นบ่อยครั้ง
ยกตัวอย่างเช่น หุบเหว
หนานฉีและเอ้าเต๋อมั่วจากเผ่าพันธุ์วิญญาณเคยสู้กันในชั้นหุบเหวและเสมอกัน
เลือดผสมเผ่าพันธุ์มีปีกตนนี้สามารถสังหารเอ้าเต๋อมั่วจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ได้ นี่มากพอจะพิสูจน์แล้วว่าเขาแตกต่างจากเผ่าพันธุ์มีปีกโดยส่วนใหญ่
“พละกำลังแท้จริงของซือถ่านข่าอาจจะเท่าชาเลี่ย ไม่แปลกที่เขาจะภาคภูมิใจ
ขนาดนี้” กานชิงกล่าว
หลังจากได้ยินคำอธิบายของกานชิง หนานฉีเงียบ ดวงตาหมองหม่น
ฉินเลี่ยมีสีหน้าจริงจัง เขามองซือถ่านข่ากับสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกและชาเลี่ยกับ
เผ่าพันธุ์กระดูก เขาเข้าใจว่าไม่ใช่ว่าเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกที่เข้าสู่
โลกจุดกำเนิดนี้อย่างบุ่มบ่าม
พวกเขาล้วนครอบครองสมาชิกผู้มีพละกำลังยอดเยี่ยม
“ทุกคนต้องตั้งใจ ไม่เช่นนั้น… พวกเราจะตามหลังพวกเขาเช่นกัน” อู้ชากล่าว
พลางเบ้ปาก
กลุ่มพยักหน้า จิตใจพวกเขาขัดแย้ง
หลังจากนั้น ทุกคนตั้งรกรากชั่คราวขณะฟื้นฟูพลังสายเลือดเพื่อรอให้ฉินเลี่ย
หาผู้หลบหนีหรือสมาชิกจากตระกูลเผ่าพันธุ์เทพอื่นพบ
ทะเลจุดกำเนิดอยู่ใกล้ ๆ พวกเขาเชื่อว่าคนในอาณาจักรลับที่มีพลังจะหาทาง
มาที่นี่
ยอดฝีมือแท้จริงของเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและเผ่าพันธุ์เทพ
จะร่วมมือกันที่นี่
ว
สิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการและทำได้คือรออย่างอดทน
ตอนที่ 1226: ผูกพันจิตวิญญาณ
ในความมืดสนิทของโลกจุดกำเนิด
ฉินเลี่ยฝึกฝนไกลจากสถานที่รวมพลของสามเผ่าพันธุ์โดยอ้างว่าจะไปค้นหา
ผู้รอดชีวิต
กลุ่มเงาจิตวิญญาณลอยในชั้นที่สี่ของไข่มุกกำราบจิตวิญญาณขณะ
ตรวจสอบผังโบราณ “ทะลวงนภา” ภายในฟองส่องแสง
ในเวลาเดียวกัน เขาใช้สายพลังจิตวิญญาณจำนวนมากดึงโลหิตผ่านอากาศ
แก่นโลหิตชีวิตทับทิมลอยรอบเขาขณะลอยเป็นแนวยาวผ่านอากาศทิ้งสาย
ร้อนแรงไว้ด้านหลังขณะพยายามดึงผังทะลวงนภา
ด้วยการทดลองผิด ๆ ถูก ๆ เขายืนยันได้ว่าแก่นโลหิตชีวิตคือหมึกวิเศษที่
จำเป็นต่อการวาดผังโบราณชั้นสูงอย่างทะลวงนภา
พลังวิญญาณ… มันเป็นการยากเกินไปที่จะวาดผังโบราณชั้นสูงเช่นทะลวง
นภาบนแผ่นวิญญาณที่ใช้ประจำ
ในความมืด เขาไม่ได้สาดแสงหินแสงมืด ทำให้ไม่สามารถมองเห็น
ปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดเหนือศีรษะได้
แต่ด้วยการเชื่อมต่อกับแก่นโลหิตชีวิต เขารู้ว่าสร้างผังทะลวงนภาโบราณเสร็จ
ไปแล้วสามในสิบ
“พรึ่บ!”
ฉับพลัน ผังโบราณซับซ้อนที่กำลังลอยเหนือศีรษะตกลงมาราวกับฝนเลือด
ผังโบราณที่เขาพยายามวาดและใช้พลังภายในเส้นโลหิตอย่างหนักหายไป
ทันที
เงาจิตวิญญาณของเขาพลันออกจากไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ ดวงตาลืมขึ้น
“ยังเป็นไปไม่ได้ ปัญหา… อยู่ตรงไหน?”
เร็ว ๆ นี้ เขารักษาระยะปลอดภัยระหว่างตัวเขากับกลุ่มเผ่าพันธุ์เทพเพื่อลอบ
เรียนรู้วิธีใช้ผังทะลวงนภา
เขารู้สึกว่าทันทีที่สร้างผังโบราณทะลวงนภาในโลกจุดกำเนิดนี้ได้สำเร็จ บางสิ่ง
ที่แสนวิเศษจะเกิดขึ้น
เขาถึงขั้นรู้สึกว่าทะลวงนภาจะกลายเป็นสะพานระหว่างเขาและโลกจุดกำเนิด
ดังนั้น เขายังคงพยายามสร้างทะลวงนภา
แต่ว่า นี่คือครั้งแรกสำหรับสร้างผังโบราณชั้นสูง มันจึงยากและซับซ้อน
แม้กระทั่งในโลกจุดกำเนิด เขาใช้พลังและความพยายามมากเกินไปเมื่อ
พยายามทำความเข้าใจ
ทุกครั้งที่เขาคิดว่าช ่าชองผัง มันจะพังครืน ความพยายามสูญเปล่า
เขาไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
เขาหยิบยาเม็ดฟื้นพลังวิญญาณและจิตวิญญาณออกมาขณะโยนทั้งหมดเข้า
ไปในปาก นิ้วหนึ่งสัมผัสแหวนต่างมิติ
สายพลังสีแดงเลือดที่มองไม่เห็นพุ่งออกจากแหวนต่างมิติวงนั้นขณะเข้าสู่นิ้ว
นั่นคือพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์ที่มาจากหลุมศพเลือดเนื้อในแหวนต่างมิติ
กานชิง หนานฉีและคนอื่นล้วนอยู่ในโลกจุดกำเนิด เขากังวลว่าหากหยิบหลุม
ศพเลือดเนื้อออกมา บางสิ่งจะเกิดขึ้น
เพราะเหตุนี้ เมื่อใดก็ตามที่เขาใช้พลังสายเลือดมากเกินไป เขาจะหาสถานที่
เปลี่ยวและลอบดูดซับพลังเนื้อบางส่วน
นี่คือเหตุผลที่เขาสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังจากสู้กับเผ่าพันธุ์
วิญญาณและชาเลี่ย
ขณะใช้ยาเม็ดเพื่อฟื้นพลังจิตวิญญาณ เขาใช้สายพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์นั่น
เพื่อฟื้นสายเลือด
ในเวลาเดียวกัน เขาติดต่อกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
วิญญาณโลหะและวิญญาณอสนีบาตกำลังพักในชั้นที่สี่ของไข่มุกกำราบจิต
วิญญาณ วิญญาณไม้ วิญญาณวารีและวิญญาณปฐพียังลอยอยู่ด้านนอก
นี่ก็เพราะเขาต้องระวังปีศาจหุบเหวที่กำลังคุ้มกันทะเลจุดกำเนิด
อีกอย่าง เขาหวังว่าจะใช้การรับรู้ของวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหลเพื่อหาคนที่รอดชีวิตได้มากขึ้น
อย่างดีที่สุดคือหาสมาชิกคนอื่นจากตระกูลเผ่าพันธุ์เทพพบ
หลังติดต่อกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล เขาให้พวกมัน
เตร็ดเตร่รอบนอกบ่อยครั้ง
“โอ้! ขยับอีกแล้ว…”
วิญญาณไม้ส่งสารจิตวิญญาณจากระยะไกลมากมา เขาตรวจสอบสักพักขณะ
ตั้งสติ
ในทะเลวิญญาณ ความคิดของเขากลายเป็นสายพลังที่เต็มไปด้วยพลังอสนี..
วินาทีต่อมา ความคิดจิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยพลังอสนีและอสนีบาตก่อตัวขึ้น
ในความตระหนักรู้
“ผูกพันจิตวิญญาณ!”
สายจิตวิญญาณพุ่งออกจากความตระหนักรู้และจากไป
เพียงพริบตา มันมุดเข้าสู่ร่างกายของวิญญาณไม้
ความรู้สึกวิเศษและลึกล ้าก่อตัวขึ้นในจิตวิญญาณของร่างจริงและวิญญาณไม้
เขาพลันรู้สึกราวกับอยู่ในวิญญาณไม้
อีกอย่าง สำหรับเขาผู้มืดบอดและอับจนเมื่อเผชิญกับความมืดสนิทของโลกจุด
กำเนิดกลับมองเห็นทุกสิ่งได้ช่างเป็นประสบการณ์ที่แสนพิเศษ
เขาใช้ดวงตาและการรับรู้จิตวิญญาณของวิญญาณไม้
ตอนนี้เอง เขาและวิญญาณไม้เป็นหนึ่งเดียว
ผูกพันจิตวิญญาณคือวิชาลับของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณที่ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิต
วิญญาณถ่ายทอดให้เขาเมื่อเร็ว ๆ นี้
สมาชิกจากเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณสามารถใช้จิตวิญญาณผ่านผูกพันจิต
วิญญาณเพื่อทะลวงทะเลสาบจิตวิญญาณของเป้าหมายได้ พวกเขาสามารถ
ครอบครองจิตวิญญาณของกันและกันได้
นี่คือวิชาลับยิ่งของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
เขาใช้ผูกพันจิตวิญญาณเพื่อดึงสายจิตวิญญาณเข้าสู่วิญญาณไม้
วิญญาณไม้สร้างจากจิตวิญญาณ เลือด น ้าพุจิตวิญญาณบริสุทธิ์ของเขาและ
เติบโตในไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
วิญญาณไม้ไม่ขบถต่อการเข้ามาของจิตวิญญาณเขา
เมื่อวิญญาณไม้พบการมาถึงของจิตวิญญาณเขา มันเปิดการป้องกันจิต
วิญญาณและยอมให้เขาเข้ามาโดยตรง
เขาไม่เผชิญหน้ากับอุปสรรคหรือการขัดขืนใด ๆ ขณะเข้าร่างกายของ
วิญญาณไม้อย่างง่ายดาย
ตอนนี้เอง จิตวิญญาณของเขาใช้ความสามารถของวิญญาณไม้เพื่อตรวจสอบ
โลกจุดกำเนิดอีกครั้ง
เขาพลันพบว่าโลกจุดกำเนิดที่มืดสนิทในสายตาของเขากลับเจิดจ้าและเด่นชัด
ยิ่งผ่านดวงตาของวิญญาณไม้
ในสายตาของวิญญาณไม้ โลกจุดกำเนิดมืดมิดเหมือนกับกลางวันของ
อาณาจักรวิญญาณ ทุกสิ่งสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
จิตวิญญาณของวิญญาณไม้สามารถสัมผัสถึงสัญญาณของสิ่งมีชีวิตใกล้ ๆ
ได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับในอาณาจักรวิญญาณและอาณาจักรโป๋หลัว จิต
วิญญาณไม่มีอุปสรรคแต่อย่างใด
ดวงตาและการรับรู้ของวิญญาณไม้ไม่ได้รับผลจากความมืดแม้แต่นิดเดียว
“วิเศษจริง ๆ …” เขาถอนหายใจ
ทันทีที่ส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณเข้าสู่วิญญาณไม้ เขารู้สึกว่าโลกจุดกำเนิด
กลายเป็นโลกปกติที่เขาคุ้นเคย เขาสามารถมองเห็นและสัมผัสทุกสิ่งได้
หลังจากพิศวง เขาบินไปทางดังกล่าวภายใต้การนำทางของวิญญาณไม้
ผ่านไปสักพัก แม้แต่เขาก็สัมผัสถึงพลังชีวิตแรงกล้ากำลังขยับรอบ ๆ ได้
เขารู้ทันทีว่าสิ่งมีชีวิตจำนวนมากอยู่ข้างหน้านี้
และเขาเข้าใจไม่ผิด
หลายนาทีต่อมา หลังจากบินรอบ ๆ ด้วยร่างกายของวิญญาณไม้ เขาเจอ
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณมากกว่าสามสิบตน
ปาจี๋และเซียนน่าที่เคยสู้กับเขาอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
กลุ่มสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณล้อมวงโดยมีหินแสงมืดขนาดมหึมาลอยเหนือ
ศีรษะ พวกเขาคล้ายกับกำลังสนทนาบางอย่างอยู่
ผู้ที่ถูกล้อมโดยสมาชิกเผ่าพันธุ์เหล่านั้นคือร่างขนาดเล็กร่างหนึ่งที่คล้ายกับ
เด็กผู้หญิง
น่าแปลก เขามองเห็นสมาชิกทั้งหมดของเผ่าพันธุ์วิญญาณผ่านวิญญาณไม้
ชัดเจน
เด็กผู้หญิงถูกปกป้องโดยสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณได้รับการยกเว้น นาง
เลือนลางเกินกว่าจะมองเห็น
เขามองเห็นเพียงว่าเป็นเด็กผู้หญิง
ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
ฉับพลัน เด็กผู้หญิงหันมามองตำแหน่งเขา
วิญญาณไม้ยังอยู่ไกลจากสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านั้น วิญญาณไม้อยู่
ในความมืด
เห็นได้ชัดว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหาเขาไม่พบ
แม้แต่เซียนน่าผู้สามารถใช้ความสามารถซ่อนเร้น “พิเคราะห์ชีวิต” ยังนิ่งโดย
ไม่ตอบสนองแต่อย่างใด
แต่เด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณเลือนลางคนนั้นกำลังมองเขา
และเขามั่นใจว่าเด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณคนนั้นรู้ถึงตัวตนของเขาแล้ว
เพราะนางชี้มาที่เขาทันที
ตอนนั้นเอง สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณที่นำโดยปาจี๋และเซียนน่าพุ่งมาหาเขา
ฉินเลี่ยตกตะลึง เขาหลอมรวมกับวิญญาณไม้ขณะบินออกจากที่นี่ทันที
ด้านหลังเขา ปาจี๋ เซียนน่าและสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณตนอื่นยังไล่ตามเขา
สักพักก่อนตัดใจช้า ๆ
เมื่อมั่นใจว่าปาจี๋และคนอื่นกลับไปแล้ว ฉินเลี่ยปลดปล่อยผูกพันจิตวิญญาณ
ชิ้นส่วนจิตวิญญาณกลับคืนสู่ร่างจริง
ตอนนี้เอง เลือดภายในร่างกายพลันเริ่มเดือดพล่าน
ภายในเลือดเนื้อ สัญลักษณ์ลึกลับจำนวนมากปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมาก
“สายเลือดของวิญญาณอัคคี!”
ตอนที่ 1227: สุดยอดเมล็ดพันธุ์วิญญาณ!
“นายหญิง ต้องขออภัย พวกข้าปล่อยให้ศัตรูหนีไปได้”
ปาจี๋กลับมาขณะคุกเข่าข้างหนึ่งและกล่าวอย่างเสียใจ
เซียนน่าและสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นล้วนคุกเข่า ศีรษะก้มต ่า พวกเขา
ล้วนละอายใจยิ่ง
“ไม่สำคัญหรอก”
เด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณท่ามกลางฝูงชนตอบด้วยน ้าเสียงเบาหวิว ยามนาง
กล่าว สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นรู้สึกปลอดโปร่งและสงบ
หลังจากได้รับคำอภัย สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณกล้ายืนขึ้นในที่สุด
พวกเขาดูเคารพและยำเกรงเด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณ
เด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณคนนี้ที่ฉินเลี่ยรู้สึกว่าเลือนลางมีแรงกดดันแปลก
ประหลาด
นางมีเส้นผมหยิกสีน ้าเงินเป็นธรรมชาติ ดวงตาคล้ายไพลินและมีใบหน้างดงาม
นางทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนกับชิ้นเครื่องลายครามที่ผู้คนจะไม่กล้าทำแตก
สิ่งที่น่าประหลาดยิ่งกว่าคือใบหน้า มือและคอของนางล้วนกึ่งโปร่งแสง
ถ้ามองดี ๆ พวกเขาสามารถมองเห็นเส้นเลือดและกระดูกใต้ผิวหนังและเลือดสี
น ้าเงินกำลังไหลเวียนอยู่ในหลอดเลือด…
เด็กผู้หญิงคนนี้ผู้ดูอายุสิบสามปีงดงามดุจตุ๊กตา แต่เมื่อดวงตากระจ่างของนาง
มองคนอื่น พวกมันคล้ายกับสามารถอ่านความคิดพวกเขาได้อย่างน่าอัศจรรย์
ปาจี๋ เซียนน่าและสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นไม่กล้าสบตาเมื่อเผชิญหน้า
พวกเขาคล้ายกับหวาดกลัวว่านางจะมองเห็นความลับเมื่อมอง
“นายหญิง ท่านรู้หรือไม่ว่ามันเป็นเผ่าพันธุ์ใด?”
เซียนน่ายืนขึ้นขณะวางตัวอย่างเคารพโดยไม่กล้าล ้าเส้นแม้แต่นิดเดียว
“ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่พวกเรารู้จัก” เด็กผู้หญิงส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่พวกเรารู้จัก?”
ปาจี๋ เซียนน่าและคนอื่นตกตะลึงที่ได้ยินนางกล่าวเช่นนี้
ตลอดมานี้ ความรู้เรื่องเผ่าพันธุ์ในจักรวาลของเผ่าพันธุ์วิญญาณเหนือกว่าคน
อื่นเสมอ
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ เผ่าพันธุ์เทพและเผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหวล้วนด้อยกว่า
เผ่าพันธุ์วิญญาณในเรื่องนี้
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเชื่อว่าแทบไม่มีเผ่าพันธุ์ใดในดวงดาวนับไม่ถ้วนที่
พวกเขาไม่รู้จัก
เมื่อได้ยินว่าผู้สังเกตการณ์ไม่ได้มาจากเผ่าพันธุ์ที่ผ่าพันธุ์วิญญาณรู้จัก ปาจี๋
เซียนน่าและคนอื่นตกตะลึง
พวกเขาไม่กล้าสงสัยการตัดสินของนายหญิง พวกเขากำลังครุ่นคิดถึงตัวตน
ของผู้มาเยือนเมื่อเร็ว ๆ นี้
“สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด ข้าคล้ายกับ… เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่ข้าจำ
ไม่ได้”
เด็กผู้หญิงคล้ายตุ๊กตาสับสนเล็กน้อย นางครุ่นคิดสักพักแต่ยังไม่รู้
นางคล้ายกับรู้สึกว่าความทรงจำบางอย่างปั่นป่วนจนไม่สามารถรวมเข้าด้วยกัน
ได้
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณดูคาดหวังในตัวนาง พวกเขาหวังว่านางจะให้คำตอบ
ที่ถูกต้อง
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านี้มองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
และความรัก
พวกเขาถึงขั้นมีความคลั่งต่อนายหญิงผู้มีสายเลือดระดับที่หกเท่านั้น
เซียนน่าคิดกลับไปถึงความสามารถของเด็กผู้หญิงคนนี้โดยไม่รู้ตัว
นางรู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ที่ชื่อเซินหลานเป็นชื่อที่ผู้นำของเผ่าพันธุ์วิญญาณและ
ผู้อาวุโสทรงเกียรติจำนวนมากตั้งให้ในฐานะผู้นำคนต่อไป
ในวันนั้น ผู้นำของเผ่าพันธุ์วิญญาณเรียกทุกคนผู้มีอำนาจในเผ่าพันธุ์
วิญญาณมา ทุกคนล้วนมีสายเลือดระดับที่สิบ
พวกเขาล้วนทำพิธีเพื่อเซินหลานจนเสร็จ
ก่อนหน้านั้น เซียนน่าและสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณจำนวนมากไม่เคยได้ยิน
ชื่อนางมาก่อน
เซินหลานคล้ายกับพลันปรากฏตัวขึ้นราวกับนางถูกแอบเลี้ยงโดยเผ่าพันธุ์
วิญญาณ
รูปลักษณ์ของนางทำลายกฎจำนวนมากของเผ่าพันธุ์วิญญาณ สมาชิก
เผ่าพันธุ์วิญญาณจำนวนมากผู้เคยสู้เพื่อตำแหน่งผู้นำพลันปิดปาก
นางคือตัวตนพิเศษในประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์วิญญาณ นางคือคนเดียวผู้
ปลุกคุณลักษณะสายเลือดโชคชะตา ชีวิต เวลาและอวกาศได้
อวกาศ เวลา ชีวิตและโชคชะตา สิ่งสำคัญของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณมักจะ
เพียงครอบครองสิ่งเดียวในชั่วชีวิต
คุณลักษณะของสายเลือดถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะพยายามชั่วชีวิตแค่
ไหน พวกเขาไม่สามารถปลุกคุณลักษณะอื่นขึ้นมาได้
เผ่าพันธุ์วิญญาณไม่เคยพบผู้ที่เกิดมาพร้อมสี่คุณลักษณะสายเลือด
ผู้ครอบครองสองสายเลือดมักจะล้วนกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์
วิญญาณและคาดหวังจะไปถึงสายเลือดระดับที่สิบ
ในประวัติศาสตร์ยาวนานของเผ่าพันธุ์วิญญาณ ทุกหนึ่งแสนปีขึ้นไป “เมล็ด
พันธุ์วิญญาณ” ผู้ครอบครองสามคุณลักษณะสายเลือดจะปรากฏตัวขึ้น พวก
เขาจะถูกปฏิบัติในฐานะผู้นำคนต่อไปของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม
เพราะเหตุนี้ ผู้นำทุกคนของเผ่าพันธุ์วิญญาณคือ “เมล็ดพันธุ์วิญญาณ” ที่มี
สามคุณลักษณะสายเลือด แต่ละคนสามารถไปถึงสายเลือดระดับที่สิบและ
กลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์วิญญาณได้
ตอนนี้ือช่วงเวลารุ่งโรจน์ที่สุดของเผ่าพันธุ์วิญญาณ เพราะตอนนี้ พวกเขามี
เมล็ดพันธุ์วิญญาณสองคน!
เป็นเพศหญิงและเพศชาย
เผ่าพันธุ์วิญญาณต่อสู้มานานเพื่อหาว่าสองคนไหนจะกลายเป็นผู้นำคนต่อไป
พวกเขาจะยังคงสู้ต่อไปไม่มีสิ้นสุด
แต่หลังจากนั้นเซินหลานก็ปรากฏตัวขึ้น…
หลายล้านปีของเผ่าพันธุ์วิญญาณ ไม่เคยมีเมล็ดพันธุ์วิญญาณผู้มี
คุณลักษณะโชคชะตา ชีวิต เวลาและอวกาศมาก่อน!
ไม่เคยเลย
จนกระทั่งเซินหลานผู้ปลุกคุณลักษณะทั้งหมดได้ปรากฏตัวขึ้น!!
ผู้นำคนปัจจุบันของเผ่าพันธุ์วิญญาณและผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์ผู้มีสายเลือดระดับที่
สิบ รวมถึงคนอื่นผู้มีอำนาจล้วนคิดว่าการเกิดมาของเซินหลานคือความสง่า
งามที่สุดจากสวรรค์มาสู่เผ่าพันธุ์วิญญาณ
ยอดฝีมือทุกคนผู้เคยสู้เพื่อกลายเป็นผู้นำคนต่อไป หลังจากทราบถึงตัวตนของ
เซินหลานและยืนยันได้ว่าเซินหลานคืออนาคตของเผ่าพันธุ์วิญญาณ เกือบทุก
คนไม่มีข้อโต้แย้ง
สองคนที่ถูกเรียกว่าเมล็ดพันธุ์วิญญาณผู้เป็นที่โปรดปรานของสวรรค์ถูกการ
ปรากฏตัวของเซินหลานบดบัง
เมื่อผู้อาวุโสของเผ่าพันธุ์วิญญาณทราบว่าโลกจุดกำเนิดพลันปรากฏในหุบ
เหวทมิฬ พวกเขาส่งเซินหลานไปทำความเข้าใจในพลังของสี่คุณลักษณะต่าง
ๆ ทันทีไม่ว่าจะต้องเสียเท่าไหร่ก็ตาม
เซียนน่า ปาจี๋และคนอื่นได้รับคำสั่งเช่นกัน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องปกป้องเซิน
หลานให้ได้ถึงแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
ในโลกจุดกำเนิดนี้ ปาจี๋ เซียนน่าและสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นเข้าใจ
อย่างรวดเร็วว่าเซินหลานผู้มีสายเลือดระดับที่หกไม่ได้มีประสบการณ์พิเศษ แต่
ความสามารถสายเลือดทรงพลังสามารถช่วยพวกเขาได้มาก
อีกอย่าง ความเป็นมิตรและความใสซื่อยิ่งของเซินหลานเป็นที่โปรดปรานแทบ
ทุกคน
พวกเขาเต็มใจทำทุกสิ่งเท่าที่ทำได้เพื่อเซินหลาน
ชีวิตพวกเขาก็ไม่เว้น
“ข้า… จำไม่ได้” เซินหลานส่ายหน้าและกล่าวอย่างเสียใจว่า “ข้าจำไม่ได้ว่าได้
ยินมาจากไหน”
“ช่างมันเถอะ ช่างมันเถอะ หากพวกเราเจอเขาอีกครั้ง ท่านอาจจะจำได้” เซียน
น่ารีบปลอบด้วยรอยยิ้ม
“ขอโทษที” เซินหลานกล่าวอย่างขลาดกลัว
“ย่อมไม่เป็นไร จริง ๆ นะ”
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นล้วนปลอบนางด้วยเกรงว่านางจะโทษตัวเอง
……………
อีกด้าน
เมื่อเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของฉินเลี่ยกลับมาจากร่างของวิญญาณไม้ เขาพลัน
รู้สึกว่าส่วนหนึ่งของสายเลือดที่เป็นของวิญญาณอัคคีเริ่มเดือดพล่าน
เขาตรวจสอบด้วยจิตวิญญาณตระหนักรู้และเห็นสัญลักษณ์แปลกประหลาด
กำลังกระโจนออกจากโลหิต
เขารวบรวมความสนใจทันทีขณะจดจ่อกับการทำความเข้าใจสัญลักษณ์
เหล่านั้น
จากนั้น เขาเห็นส่วนหนึ่งของโลหิตที่มาจากวิญญาณอัคคีว่ากำลังเปลี่ยน
สภาพอย่างน่าอัศจรรย์
แก่นโลหิตที่เขาดูดซับจากวิญญาณอัคคีทำให้ได้ความสามารถซ่อนเร้นกลืน
กินเปลวเพลิงในเส้นเลือด
ในเวลาเดียวกัน หยดโลหิตที่เต็มไปด้วยความสามารถซ่อนเร้นการกลืนกิน
เปลวเพลิงคล้ายกับกำลังแยกตัวและจัดเรียงใหม่
จิตใจของฉินเลี่ยมองเห็นโครงสร้างใหม่กำลังจัดเรียงเองจนเกิดเป็น
ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดใหม่ โลกทัศน์แท้จริง
เมื่อความสามารถซ่อนเร้นโลกทัศน์แท้จริงก่อตัวขึ้นในโลหิต เขาพลันพบว่า
สามารถสัมผัสถึงสัญญาณของชีวิตใกล้ ๆ ได้
จากนั้น เขาหลับตาตามธรรมชาติ
มันยังมืดสนิทเมื่อไม่มีแสงสว่าง ไม่มีหินแสงมืด แต่เขามองเห็นทุกสิ่งชัดเจน
“แคร้ก!”
ลำแสงอสนีวูบไหวผ่านดวงตา จากนั้นหายไปในไม่ช้า
เขาสัมผัสถึงพลังแปลกประหลาดของความสามารถซ่อนเร้นโลกทัศน์แท้จริงที่
ทะลวงเข้าสู่ดวงตาและความตระหนักรู้ได้ชัดเจน
ดวงตาและการรับรู้จิตวิญญาณของเขาเหมือนกับของวิญญาณแห่งความว่าง
เปล่าและความโกลาหล
ตั้งแต่นี้ไป ความมืดสนิทของโลกจุดกำเนิดไม่ส่งผลต่อเขาแล้ว
ในสายตาและการรับรู้จิตวิญญาณของเขา อาณาจักรลับมืดสนิทนี้ชัดเจนดุจ
กลางวันของอาณาจักรโป๋หลัวและอาณาจักรวิญญาณ
ตอนที่ 1228: ความสามารถโลกทัศน์แท้จริง
ฉินเลี่ยนั่งเงียบ ๆ
ผ่านไปเนิ่นนาน สายเลือดในร่างกายที่มาจากวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหลหยุดเดือดพล่านในที่สุด
ความสามารถซ่อนเร้นใหม่ โลกทัศน์แท้จริง ส่งผลต่อดวงตาและการรับรู้จิต
วิญญาณของเขา
เขาสามารถมองเห็นสิ่งที่เรียกว่าความมืดของโลกจุดกำเนิดได้ชัดเจน เขา
สามารถใช้จิตวิญญาณสัมผัสสัญญาณชีวิตรอบ ๆ ได้
การรับรู้ของเขาเหมือนกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
เขาจมดิ่งสู่ความยินดียิ่
เขาไม่คาดคิดว่าหลังจากใช้ผูกพันจิตวิญญาณเพื่อนำส่วนหนึ่งของจิต
วิญญาณเข้าสู่วิญญาณไม้และใช้ร่างกายของมันเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ เขาจะ
ทำให้สายเลือดเดือดพล่านและปลุกความสามารถซ่อนเร้นใหม่ที่เป็นของ
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลได้
ทุกสิ่งเกิดขึ้นเกินคาดและกระทันหันจนเขาไม่มีเวลาตอบสนอง
เหมือนกับว่าหลังจากเขาประสบกับการมองเห็นของวิญญาณไม้ สายเลือดของ
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลในโลหิตของเขาปรับสภาพให้
เหมาะกับความมืดสนิทของโลกจุดกำเนิด สภาพแวดล้อมที่เขาอยู่
“เหลือเชื่อ เหลือเชื่อจริง ๆ …”
เขาพึมพำเสียงเบาขณะนั่งตรงและพยายามปลดปล่อยจิตวิญญาณตระหนักรู้
เพื่อขยายไกลออกไป
จิตวิญญาณของเขาไม่เผชิญกับอุปสรรคมากนัก ไม่มีความรู้สึกถึงการ
ท่องเที่ยวในความมืดไม่มีสิ้นสุด สายจิตวิญญาณกระจายออกคล้ายหนวด
แปลกประหลาดที่ส่งความผันแปรพิเศษนานาชนิดกลับมาสู่จิตวิญญาณ
ตระหนักรู้ของเขา
จิตวิญญาณตระหนักรู้ของเขากระจายไปยังที่ที่ตระกูลเลี่ยเยี่ยน เผ่าพันธุ์
กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกรวมตัวอยู่อย่างรวดเร็ว
ไอชีวิตของกานชิง หนานฉี อู้ชาและหลิวยั่งปรากฏในจิตวิญญาณตระหนักรู้
ของเขา เขามั่นใจเรื่องตำแหน่งของพวกเขา
ถึงแม้เขาจะอยู่ห่างจากพวกเขาเกือบหนึ่งหมื่นเมตรก็ตาม
“วิเศษ!”
จิตวิญญาณตระหนักรู้ของเขาค่อย ๆ ลอยออกจากที่ที่ตระกูลเลี่ยเยี่ยนอยู่ขณะ
เคลื่อนไปหาเผ่าพันธุ์กระดูกที่นำโดยชาเลี่ย
ในจิตวิญญาณตระหนักรู้ของเขา สนามแม่เหล็กชีวภาพอ่อนแข็งค่อย ๆ
ปรากฏขึ้น
สนามแม่เหล็กชีวภาพที่เป็นของชาเลี่ยใหญ่กว่าของสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกคน
อื่นมากนัก
นี่หมายความว่าพลังต่อสู้และพลังสายเลือดของชาเลี่ยเหนือกว่าสหายของเขา
ทั้งหมด
“สมกับเป็นลูกชายของผู้นำเผ่าพันธุ์กระดูกจริง ๆ”
เขาดึงความคิดจิตวิญญาณจากเผ่าพันธุ์กระดูกขณะเคลื่อนเข้าหาจุดรวมตัว
ของเผ่าพันธุ์มีปีก
ฉับพลัน จิตวิญญาณตระหนักรู้ของเขาเห็นปีกขนาดมหึมาหนึ่งคู่
ปีกคู่นั้นเป็นสีดำบริสุทธิ์ จากจิตวิญญาณตระหนักรู้ เขารู้สึกว่าพวกมันคล้าย
กับสร้างจากพลังสายเลือดทรงพลัง
เขาศึกษาอย่างระวัง จากนั้นยืนยันได้ว่ามันเป็นเลือดรูปทรงปีกที่ลอยอยู่ในจิต
วิญญาณตระหนักรู้ของเขา
ปีกคู่นั้นเป็นของซือถ่านข่า…
ขณะเขาตกตะลึงกับเรื่องนี้ การปะทุของเปลวเพลิงสีม่วงวูบไหวในจิตวิญญาณ
ตระหนักรู้
“นั่นใครน่ะ?!”
ความคิดจิตวิญญาณทรงพลังพลันระเบิดข้างปีกสีดำสนิทคู่นั้น
เขาพลันสั่นสะท้านขณะดึงจิตวิญญาณตระหนักรู้ที่เขาส่งออกไปกลับมาทันที
“ฮ่า…”
ไกลออกไปหนึ่งหมื่นเมตร ฉินเลี่ยหายใจออกอย่างรุนแรง สีหน้าของเขาเคร่ง
ขรึมอยู่ในความมืด
เขามั่นใจว่าคนที่กล่าวทางจิตคือซือถ่านข่าผู้มีสายเลือดปีศาจหุบเหวและเป็น
เลือดผสมเหมือนกับเขา
ก่อนหน้านี้ ก่อนเขาปลุกความสามารถซ่อนเร้นโลกทัศน์แท้จริง ดวงตาของ
เขาไม่สามารถมองเห็นภูมิประเทศและวัตถุในโลกจุดกำเนิดได้
จิตวิญญาณของเขาไม่สามารถสัมผัสสิ่งใดต่างออกไปได้
เขาคิดว่าคนอื่นก็เหมือนกัน
ถึงอย่างนั้นเมื่อเขาสู้กับชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูก ดวงตาของชาเลี่ยสามารถ
กลายเป็นหินแสงมืดได้ ดวงตาของชาเลี่ยสามารถมองเห็นรอบ ๆ ได้อย่าง
ชัดเจน
เขายืนยันได้ว่าชาเลี่ยครอบครองความสามารถคล้ายสิ่งนี้
เมื่อเขาใช้สายจิตวิญญาณตระหนักรู้เพื่อลอบสังเกตตระกูลเลี่ยเยี่ยน เผ่าพันธุ์
กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีก ชาเลี่ยไม่ตอบสนอง นี่หมายความว่าชาเลี่ยเพียง
สามารถเห็นด้วยดวงตา แต่จิตวิญญาณยังถูกปิดกั้น
สมาชิกคนอื่นจากตระกูลเลี่ยเยี่ยน เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกไม่รู้สึกถึง
สิ่งใดจากการมาถึงของจิตวิญญาณของเขาเลย
มีเพียงซือถ่านข่าที่สามารถสัมผัสด้วยจิตวิญญาณของเขาได้
เขาพลันเข้าใจว่าซือถ่านข่าเหมือนกับเขา เขาสามารถสัมผัสแรงกดดันใกล้ ๆ
ด้วยจิตวิญญาณได้
ซือถ่านข่าสามารถมองเห็นได้ ซือถ่านข่าสามารถสัมผัสด้วยจิตวิญญาณได้
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกและกระดูกได้เปรียบมากในโลกจุดกำเนิดเมื่อเทียบกับ
กานชิง หนานฉีและคนอื่น
โดยเฉพาะซือถ่านข่าจะสามารถสัมผัสด้วยจิตวิญญาณได้ ถ้าเขาระวัง เขา
สามารถหลีกเลี่ยงอันตรายจำนวนมากในภายภาคหน้าได้
ทันทีที่เขาสัมผัสแรงกดดันแรงกล้าใกล้ ๆ ได้ เขาจะปลอดภัยหากหลีกเลี่ยงได้
คนอื่นจะตรวจพบตัวตนของเขาได้ยาก
“แสดงว่าข้าไม่ใช่คนพิเศษเพียงคนเดียว ชาเลี่ย ซือถ่านข่าและเด็กผู้หญิง
เผ่าพันธุ์วิญญาณคนนั้นล้วนพิเศษในโลกจุดกำเนิด”
เขาค่อย ๆ เข้าใจว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ในจักรวาล เขาไม่สามารถหยิ่งทะนงและดู
ถูกคนชั้นสูงของเผ่าพันธุ์อื่นได้
การปะทุของแสงสว่างสีเหลืองหม่นวูบไหวไกลออกไป นั่นคือหินแสงมืดที่กำลัง
เคลื่อนไหว
ฉินเลี่ยผู้เพิ่งดึงจิตวิญญาณตระหนักรู้กลับมองดู จากนั้นสีหน้าเปลี่ยนไป
เล็กน้อย
คนที่กำลังถือหินคือซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีก
เขาผู้มีความสามารถซ่อนเร้นโลกทัศน์แท้จริงไม่ได้รับผลจากความมืด เขา
สามารถมองเห็นซือถ่านข่าจากไกล ๆ ได้
แต่ซือถ่านข่าทำได้เพียงพึ่งหินแสงมืดขนาดเล็ก จากนั้นปลดปล่อยจิต
วิญญาณตระหนักรู้เพื่อตรวจสอบความผิดปกติที่เขารู้สึกได้ก่อนหน้านี้
เขาไม่สังเกตเห็นฉินเลี่ย
เขาเห็นซือถ่านข่ากำลังถือหินแสงมืดขณะสัมผัสด้วยจิตวิญญาณตระหนักรู้
และเดินไปรอบ ๆ อย่างไร้จุดหมาย สีหน้าของเขาสับสน
ฉินเลี่ยสังเกตสักพักขณะค่อย ๆ ได้ข้อสรุปขึ้นมา การรับรู้จิตวิญญาณของซือ
ถ่านข่ามีขีดจำกัด
ซือถ่านข่าทำได้เพียงสัมผัสความผันแปรจิตวิญญาณและชีวิตภายในระยะ
จำกัด เขาไม่เหมือนกับฉินเลี่ยผู้สามารถขยายจิตวิญญาณตระหนักรู้ได้
มากกว่าหนึ่งหมื่นเมตร
เขาเห็นว่าซือถ่านข่าอยู่ไกลออกไปไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้นขณะยังถือหินแสงมืด
และขยับไปรอบ ๆ
ซือถ่านข่าไม่สามารถตามหาตำแหน่งที่ถูกต้องของเขาได้
“น่าแปลก มันมาจากทางนี้นี่…”
ไกลออกไปหลายร้อยเมตร คิ้วของซือถ่านข่าขมวด สีหน้าของเขาสับสน เขา
กำลังสงสัยตัวเอง
ฉินเลี่ยมองสักพัก เขาไม่เดินออกจากความมืดขณะอยู่ไกลจากซือถ่านข่า
อย่างเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้ซือถ่านข่าหาเจอ
“ข้าต้องระวังผู้ชายคนนี้แล้วสิ เทียบกับชาเลี่ยแล้ว การรับรู้จิตวิญญาณของ
เขาอันตรายยิ่งกว่า” ฉินเลี่ยครุ่นคิด
จากนั้นเขาคิดถึงเด็กผู้หญิงเลือนลางที่อยู่กับเผ่าพันธุ์วิญญาณขณะสีหน้า
เคร่งขรึมมากยิ่งขึ้น
ในตอนนั้น วิญญาณไม้จะอยู่ไกลจากสถานที่รวมตัวของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
หลายกิโลเมตร เขาอยู่ภายในวิญญาณไม้
ถึงอย่างนั้น เด็กผู้หญิงจากเผ่าพันธุ์วิญญาณสามารถระบุตำแหน่งของ
วิญญาณไม้ได้อย่างแม่นยำ
ความสามารถพิศวงของเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ด้อยกว่าความสามารถโลก
ทัศน์แท้จริงของเขาเลย
และพวกเขาผู้เป็นพันธมิตรกับเผ่าพันธุ์มีปีกและกระดูก ต่อให้พวกเขาไม่
เผชิญหน้ากับปีศาจหุบเหวระดับสูงผู้ควบคุมทะเลจุดกำเนิด พวกเขาจะยังพ่าย
แพ้หากเผชิญหน้ากับเผ่าพันธุ์วิญญาณ
“กลุ่มเผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหวทรงพลังแล้ว เผ่าพันธุ์วิญญาณรับมือยาก เผ่าพันธุ์
จิตวิญญาณลึกลับส่วนใหญ่ยังไม่ปรากฏตัว…”
เขาเบ้ปากขณะค่อย ๆ เสียความมั่นใจในการเดินทางสู่อาณาจักรลับ
“ยี่ย่า ยี่ย่า ยี่ย่า!”
ขณะกังวล วิญญาณไม้ส่งสารมาบอกเขาว่ากลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณกำลังเดิน
มาหาพวกเขา
เดิมเขาอยากซ่อนและฝึกฝนต่อ เขาต้องอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงซือถ่านข่าและ
กลับไปยังสถานที่รวมตัวของสามเผ่าพันธุ์อย่างรวดเร็ว
“เผ่าพันธุ์วิญญาณกำลังมาหาพวกเรา!”
เมื่อเขากลับมา เขาไม่รอให้กานชิงและคนอื่นถามและประกาศทันที
ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกได้ยินเสียงของเขาและมาหาอย่างรวดเร็ว
เผ่าพันธุ์มีปีกรีบตะโกนให้ซือถ่านข่ากลับมา
“หวือ หวือ หวือ!”
ซือถ่านข่าสยายปีกเร็วดุจอสนี เพียงพริบตา เขาปรากฏตัวต่อหน้าฉินเลี่
“เมื่อครู่ ข้ารู้สึกถึงจิตวิญญาณมาสอดแนม บางที มันอาจจะเป็นสมาชิกของ
เผ่าพันธุ์วิญญาณ” ซือถ่านข่ากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“เจ้าสามารถสัมผัสแรงกดดันจิตวิญญาณได้หรือ?” กานชิงเปลี่ยนสีหน้า
เล็กน้อย
หนานฉีสับสนเช่นกัน เขาลอบยินดีที่ไม่ได้สู้กับซือถ่านข่า
เขารู้ว่าในโลกจุดกำเนิดนี้ คนที่ไม่เสียความสามารถการรับรู้จิตวิญญาณจะ
ครอบครองความได้เปรียบยิ่งในการต่อสู้
“เผ่าพันธุ์วิญญาณกำลังมา พวกเจ้าคิดว่าไง?” ฉินเลี่ยถาม
ตอนที่ 1229: การจากไปของเผ่าพันธุ์มีปีกและกระดูก
“พวกเขามีเท่าไหร่?”
เมื่อได้ยินว่าเผ่าพันธุ์วิญญาณกำลังมา สีหน้าของกานชิงเคร่งขรึมขณะถาม
รายละเอียด
ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกและชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกมาเช่นกันขณะฟัง
เรื่องราวอย่างสนใจ
ฉินเลี่ยมองจำนวนเผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีก เขาลังเลและกล่าวว่า “ราวสามสิบ
เทียบกับพวกเราแล้ว… พวกเขาไม่ได้เสียเปรียบเลย”
กานชิง หนานฉี อู้ชาและสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนคนอื่นมีสีหน้าจริงจังเมื่อได้ยิน
ว่าเผ่าพันธุ์วิญญาณมีคนจำนวนมาก
พวกเขาเคยสู้กับเผ่าพันธุ์วิญญาณมาก่อนและรู้ว่าเผ่าพันธุ์วิญญาณแข็งแกร่ง
กว่าเผ่าพันธุ์มีปีกและกระดูก
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณจำนวนใกล้เคียงกันจะแข็งแกร่งกว่าสามกองกำลัง
เล็กน้อย
โดยเฉพาะเมื่อสามกองกำลังอาจจะไม่เป็นหนึ่งเดียวในช่วงเวลาวิกฤติ
“พวกเขาอยู่ไกลแค่ไหน?” ชาเลี่ยถาม
ฉินเลี่ยหลับตาขณะวัดระยะห่าง เขากล่าวว่า “ราวห้ากิโลเมตร”
ดวงตาของซือถ่านข่าและชาเลี่ยทอประกาย สายตาพวกเขาเปลี่ยนไปเมื่อมอง
ฉินเลี่ย
พวกเขารู้ว่าฉินเลี่ยฝึกสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่สามารถสัมผัสความผันแปร
จิตวิญญาณใกล้ ๆ ได้ แต่ว่า พวกเขาไม่รู้ขีดจำกัดการรับรู้ของวิญญาณแห่ง
ความว่างเปล่าและความโกลาหล
ตอนนี้เอง เมื่อฉินเลี่ยบอกว่าเผ่าพันธุ์วิญญาณอยู่ห่างจากพวกเขาห้ากิโลเมตร
นี่หมายความว่าฉินเลี่ยสามารถสัมผัสการเคลื่อนไหวของศัตรูภายในระยะ
ดังกล่าวได้เป็นอย่างน้อย
ไม่ต้องสงสัยว่าเขาหาทางตามหาสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกและกระดูกจำนวนมาก
ได้อย่างไร
“ห้ากิโลเมตร ระยะนี้…”
ซือถ่านข่าครุ่นคิดเงียบ ๆ จากนั้นเผยร่องรอยความเคารพให้ฉินเลี่ย
เขาปฏิบัติกับฉินเลี่ยในฐานะคนที่น่าหวาดกลัวที่สุดของตระกูลเลี่ยเยี่ยน
“สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านั้นบังเอิญมาหาพวกเราหรือ… พวกเขารู้
ตำแหน่งพวกเรา?” กานชิงถามอย่างร้อนรน
ฉินเลี่ยส่ายหน้า “ข้าไม่รู้”
“มาดูกันว่าพวกเขาต้องการอะไร” ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกกล่าว
“เผ่าพันธุ์วิญญาณไม่ได้น่าหวาดกลัวขนาดนั้น” ซือถ่านข่าเย้ยหยัน
กานชิงและหนานฉีประหลาดใจ จากนั้นมองฉินเลี่ยทันที
ฉินเลี่ยยักไหล่และกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “รอดูไปก่อน บางที… พวกเขาอาจจะ
บังเอิญมาทางพวกเราและไปที่อื่นในภายหลังก็ได้”
“บางทีน่ะนะ” กานชิงผ่อนคลายเล็กน้อย
ก่อนตระกูลชี่เสวี้ย กวงหมิงและเฮยอันมาถึง เขาไม่อยากขัดแย้งกับเผ่าพันธุ์
วิญญาณ
เขายังรู้อีกว่าเผ่าพันธุ์วิญญาณเป็นหนึ่งในสี่เผ่าพันธุ์สายเลือดชั้นสูงเช่นกัน
และไม่ได้ด้อยไปกว่าเผ่าพันธุ์เทพเลย เขาไม่อยากเสี่ยง
“พวกเขาจะต้องมาหาพวกเราแน่นอน”
ฉับพลัน เสวียนลั่วผู้กำลังยืนอยู่กับหงไข่กล่าว
เสวียนลั่วมักอดทน ครั้งนี้ หลังจากตระกูลเสวียนปิงได้รับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่
ภายใต้การนำของเขา เขาเสียใจเล็กน้อยจนพูดน้อยลง
ขณะยืนอยู่ด้านข้าง กานชิง หนานฉี ซือถ่านข่าและชาเลี่ยเกือบลืมตัวตนของ
เขาไป
เมื่อเขาพูดขึ้นมา ทุกคนเข้าใจว่ามีหัวหน้าอีกคนของตระกูลเผ่าพันธุ์เทพ
ในตอนนี้
เขาดึงความสนใจของทุกคนทันที
เมื่อทุกคนกำลังมองเสวียนลั่ว เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “ครั้งนี้ บุคคลลึกลับ
จากเผ่าพันธุ์วิญญาณมา สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านั้นล้วนเรียกนางว่า
“นายหญิง” ข้าไม่ถึงกับเห็นนางเพราะนางถูกรายล้อมไปด้วยการป้องกันแน่น
หนา แต่ข้ารู้ว่าจิตวิญญาณตระหนักรู้ของนางไม่ได้รับผลจากโลกจุดกำเนิด
เลย สหายร่วมหน่วยและข้าเผชิญหน้ากับหนึ่งในหน่วยเผ่าพันธุ์วิญญาณ
จากนั้นก็เกิดการปะทะ ไม่ว่าพวกข้าจะหลบหนีไปที่ไหน นางจะหาพวกข้าพบ”
ขณะนิ่งไป ร่องรอยความเจ็บปวดปรากฏในดวงตาของเสวียนลั่ว “จนกว่าพวก
เราจะบังเอิญเข้าสู่ระยะของนักล่าจากปีศาจหุบเหวเหล่านั้น เผ่าพันธุ์วิญญาณ
จะจากไปพวกเราไป”
“ข้ามั่นใจว่านายหญิงลึกลับนั่นรู้ตำแหน่งพวกเราจนเผ่าพันธุ์วิญญาณมา
ค้นหา”
สีหน้าของเสวียนลั่วเคร่งขรึม
“จิตวิญญาณตระหนักรู้ไม่ได้รับผลจากความมืดสนิท…”
กลุ่มได้ยินคำอธิบายของเขาจนซีดเผือด อารมณ์พวกเขาหนักอึ้ง
“เสวียนลั่วพูดถูก พวกเขากำลังมุ่งหน้ามาหาพวกเราเป็นเส้นตรงอย่างไม่ลังเล”
ฉินเลี่ยกล่าวพลางเบ้ปาก
“แย่แล้วสิ” อู้ชาถอนหายใจ
ทุกคนมองหน้ากัน จากนั้นลังเล
“จะไปกลัวอะไร ดูกันว่าพวกเขาต้องการอะไร!” ชาเลี่ยกล่าว “พวกเขาอาจจะ
อยากร่วมมือกับพวกเราเล่นงานปีศาจหุบเหวเหล่านั้นหรือเปล่า?”
“เป็นไปได้” ดวงตาของหลิวยั่งทอประกาย
หลังจากชาเลี่ยกล่าวเช่นนี้ พวกเขาล้วนมีหวังและยากพบกับเผ่าพันธุ์
วิญญาณ
แต่ฉินเลี่ยส่ายหน้า
เขาเคยพบเซียนน่าและปาจี๋แล้ว เขารู้ว่าเห่าเจี๋ยและคนอื่นจากตระกูลชี่เสวี้ย
สังหารสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณจำนวนมากในอาณาจักรลับไปแล้ว
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านี้เกลียดเผ่าพันธุ์เทพชัดเจน
คราวที่แล้ว เขาไม่สามารถถึงขั้นนำเสนอแผนร่วมมือเมื่อเผชิญกับเซียนน่าและ
ปาจี๋ได้
เขาไม่คิดว่าการมาถึงของเผ่าพันธุ์วิญญาณจะดีสำหรับพวกเขา
ถึงอย่างนั้นซือถ่านข่าคล้ายกับรู้ความตั้งใจของเผ่าพันธุ์วิญญาณ ประกอบกับ
อีกฝ่ายรู้ตำแหน่งอันแม่นยำของพวกเขา ไม่มีทางที่จะหลบเลี่ยงได้
ดังนั้น เขาทำได้เพียงรอเงียบ ๆ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณที่เขารู้สึกได้ด้วยความช่วยเหลือของวิญญาณไม้
มาถึงในระยะที่พวกเขาอยู่
หินแสงมืดขนาดมหึมาที่สร้างจากก้อนเล็กหลายสิบก้อนลอยเหนือศีรษะคล้าย
ดวงจันทร์เจิดจ้า
หินแสงมืดของเผ่าพันธุ์กระดูก เผ่าพันธุ์มีปีกและตระกูลเลี่ยเยี่ยนรวมเข้า
ด้วยกันยังเทียบไม่ได้หนึ่งในสามส่วนของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
เพียงแค่ขนาดของหินแสงมืด พวกเขาก็เสียเปรียบมากแล้ว พลังที่พวกเขา
รวบรวมมา… อาจจะไม่ต่างกันมาก
สายตาของเขามองด้านล่างหินแสงมืดขนาดมหึมาและพบว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์
วิญญาณเจ็ดตนปกป้องร่างหนึ่งเอาไว้
เขาไม่สามารถมองเห็นรูปลักษณ์ของเด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณได้อย่าง
ชัดเจน
และเซียนน่าผู้ที่เขาเคยพบเดินออกจากฝูงชนเผ่าพันธุ์วิญญาณมาด้านหน้า
เขา
“ซือถ่านข่า!” สีหน้าของเซียนน่าเปลี่ยนไป
ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกคล้ายกับรู้จักเซียนน่า เมื่อได้ยินเสียงอุทานของ
นาง เขาไม่สามารถขัดขืนให้เงยหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจได้
“ทำไมพวกเจ้าหาพวกข้าพบ? พวกเจ้าอยากร่วมมือกันเล่นงานปีศาจหุบเหวงั้น
หรือ?” กานชิงเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม
“พวกข้าอยากร่วมมือ แต่ไม่ใช่กับเผ่าพันธุ์เทพ!” เซียนน่าเบ้ปาก จากนั้น
กล่าวกับซือถ่านข่าและชาเลี่ยว่า “นายหญิงพวกข้าขอเชิญเผ่าพันธุ์มีปีกและ
กระดูกร่วมมือกันจัดการกลุ่มปีศาจหุบเหวที่ยึดครองทะเลจุดกำเนิด พวกเจ้า
คิดว่าไง? ข้าขอพูดก่อนนะ ถ้าเผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีกไม่ตกลง เช่นนั้นพวก
ข้า… จะสู้ทันที!”
เมื่อนางกล่าวเช่นนี้ ความผันแปรแปลกประหลาดมาจากใจกลางของสมาชิก
เผ่าพันธุ์วิญญาณ
ทุกคนผู้ไม่มีการรับรู้ในโลกจุดกำเนิดรู้สึกถึงความผันแปรนั้นชัดเจน
ฉับพลัน ทุกคนรวมถึงฉินเลี่ยรู้สึกเหมือนกับอวกาศกำลังบิดเบี้ยว เวลาปั่นป่วน
โชคชะตาคาดเดาไม่ได้ ชีวิตกำลังหลุดลอย
ตอนนี้เอง ทุกคนรู้สึกว่าเวลา อวกาศ ร่างกายและจิตวิญญาณกำลังแยกจาก
กัน
นี่คือการเสียการควบคุมสภาพแวดล้อม ร่างกายและจิตวิญญาณ
“นาง นางคือ…” ซือถ่านข่ามีสีหน้าตกตะลึง
เซียนน่ายิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า “เจ้าได้ยินแล้วนี่ นางคือนายหญิงพวกข้า เซิน
หลาน”
“ข้ายอมร่วมมือกับพวกเจ้า!” ซือถ่านข่าพลันตะโกน
เซียนน่ามองชาเลี่ย
ความผันแปรพลังน่าหวาดกลัวคล้ายกับจับต้องได้ กลายเป็นพลังแห่งเวลาที่ตก
ลงสู่กระดูกหยกสีขาวของชาเลี่ยเบา ๆ
ลูกชายของหัวหน้าเผ่าพันธุ์กระดูกเผยร่องรอยความหวาดกลัวในดวงตา เขา
คล้ายกับมองเห็นร่างกายกำลังเน่าเปื่อยราวกับผ่านมาหลายล้านปี
การขัดขืนที่เขาพยายามล้มเหลว
“ข้าตกลงเช่นกัน!” ชาเลี่ยกรีดร้อง
“สมกับเป็นชาเลี่ย ฉลาดและจริงจังมากพอ” เซียนน่าชม
พลังเวลาที่ส่งผลกับชาเลี่ยหายไปพร้อมกับคำพูดนาง
ฉินเลี่ย กานชิง เสวียนลั่ว หนานฉีและสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพคนอื่นรู้สึกถึงความ
น่ากลัวของอวกาศและเวลาที่กำลังบิดเบี้ยว รวมถึงชีวิตที่กำลังหลุดลอย เมื่อได้
ยินคำพูดหักหลังของซือถ่านข่าและชาเลี่ย พวกเขารู้สึกเย็นเยือก
พวกเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงความรู้สึกหวาดกลัวต่อ “นายหญิง” ที่เผ่าพันธุ์
วิญญาณกำลังปกป้องได้ พวกเขารู้สึกจนใจ
“ไว้ชีวิตพวกเขาเถอะ พวกเขาช่วยพวกข้าเอาไว้! อย่างน้อย… อย่าโจมตี
ตอนนี้” ตอนนี้เอง ชาเลี่ยตะโกนขณะมองฉินเลี่ยและคนอื่น
“ครั้งนี้ โปรดไว้ชีวิตตระกูลเลี่ยเยี่ยนด้วย! พวกเขาช่วยพวกข้าเอาไว้!” ซือถ่าน
ข่าตะโกน
เซียนน่ามีสีหน้าตกตะลึง นางมองหลังสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณขณะสัมผัส
ด้วยจิตวิญญาณ
ความคิดจิตวิญญาณแปลกประหลาดกระเพื่อมในจิตใจ นางรู้ความตั้งใจของ
นายหญิงทันที
“ก็ได้ นายหญิงยอมรับคำขอร้องของพวกเจ้า พวกข้าจะไม่โจมตีตระกูล
เลี่ยเยี่ยนในคราวนี้ พวกเจ้าสองคน สั่งสหายให้มาอยู่กับพวกข้า เดี๋ยวนี้!”
เซียนน่ากล่าวอย่างไม่เต็มใจ
ฉับพลัน อวกาศที่บิดเบี้ยวและความผันแปรพลังทั้งหมดหายไป
เด็กผู้หญิงที่ถูกปกป้องโดยวงล้อมสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหันหลังและจากไป
ในตอนนี้
ซือถ่านข่าและชาเลี่ยรีบสั่งสมาชิกให้ตามเผ่าพันธุ์วิญญาณ
สองคนนี้เดินมาอยู่แนวหลัง ภายใต้สายตาของเซียนน่า ซือถ่านข่ากล่าวกับ
ฉินเลี่ยว่า “ข้าขอโทษ พวกเราเทียบพวกเขาไม่ได้เลย”
ชาเลี่ยกล่าวว่า “รักษาตัวด้วย”
ขณะลังเล เขายังกล่าวว่า “ขอข้าแนะนำนะ ก่อนเจ้าพบกับสมาชิกตระกูลอื่น
อย่าพยายามสู้กับเผ่าพันธุ์วิญญาณ”
จากนั้น เขาและซือถ่านข่าหันหลังจากไปภายใต้การเร่งเร้าของเซียนน่า
เซียนน่าหันมาทิ้งคำพูดไว้ว่า “ครั้งนี้ พวกเจ้าโชคดีนะ!”
ฉินเลี่ยและตระกูลเลี่ยเยี่ยนมองขณะพวกเขาถูกเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มี
ปีกทิ้ง เมื่อเผชิญหน้ากับการเหยียดหยันอันเย็นชาของเซียนน่า พวกเขารู้สึก
อับอายยิ่ง
ตอนที่ 1230: บ้าคลั่ง
เมื่อเผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีกจากไปพร้อมกับเผ่าพันธุ์วิญญาณ ฉินเลี่ย กานชิง
และคนอื่นเงียบอยู่เนิ่นนาน
เสวียนลั่วและหงไข่ผู้อยู่ไกลจากพวกเขาหลายสิบเมตรเงียบเช่นกัน
พวกเขาทุกคนมีสีหน้าถมึงทึง
เบื้องหน้าพวกเขา เผ่าพันธุ์วิญญาณกดดันและล่อลวงเผ่าพันธุ์มีปีกและกระดูก
ผู้เป็นพันธมิตรให้มาอยู่ข้างเดียวกัน
พวกเขาทำได้เพียงยืนมอง
อีกอย่าง ในตอนท้าย คำอ้อนวอนของซือถ่านข่าและชาเลี่ยคือเหตุผลที่
เผ่าพันธุ์วิญญาณไม่โจมตีพวกเขา
คนกลุ่มนี้ผู้ภาคภูมิใจยิ่งมีสีหน้าเคร่งขรึมราวกับมีใครบางคนมาตบหน้า
“ข้าสาบาน! ข้าจะทำให้สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณพวกนั้นชดใช้! และทำให้
เผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีกเสียใจกับสิ่งที่ทำในวันนี้!”
ผ่านไปเนิ่นนาน ลี่เหวยกัดฟันขณะตะโกนด้วยความเกลียดชัง
หนานฉีผู้มักอยู่ข้างเขาเสมอมีสีหน้าเย็นเยือก เขากล่าวว่า “เผ่าพันธุ์วิญญาณ
ไม่ได้แยแสพวกเรา!”
กานชิงและคนอื่นยังคงเงียบ
เสวียนลั่วจากตระกูลเสวียนปิงลังเลและพลันกล่าวว่า “เด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์
วิญญาณคนนั้น… น่ากลัว”
ลี่เหวย หนานฉีและคนอื่นที่ได้ยินเช่นนี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย
หงไข่ผู้มาจากตระกูลเสวียนปิงเช่นกันสูดหายใจเข้าลึก ๆ และกล่าวอย่าง
หวาดกลัวว่า “เมื่อครู่ ข้าคิดว่าจะตายเสียแล้ว…”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ สายตาของทุกคนขยับไปมาขณะคิดย้อนกลับไปถึงสิ่งที่
ประสบ
คอของอู้ชาเต็มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาของนางปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัว
“ใช่ น่าหวาดกลัวจริง ๆ …” นางพึมพำ
ในบรรดาพวกเขา มีเพียงฉินเลี่ยที่ยังคงสงบ ตอนนี้เอง เขาพลันถามว่า
“คุณลักษณะพิเศษที่สายเลือดเผ่าพันธุ์วิญญาณครอบครองมีจำนวนเท่าไหร่?”
เมื่อเขาถามเช่นนี้ ใบหน้าของเขาชักกระตุกผิดปกติขณะพยายามอดกลั้นบาง
สิ่งเอาไว้
“เวลา อวกาศ ชีวิตและโชคชะตา สี่อย่าง” อู้ชากล่าวเสียงเบา
“ข้าได้ยินว่าสมาชิกจากเผ่าพันธุ์วิญญาณสามารถครอบครองสายเลือดได้
หลายคุณลักษณะ แต่พวกมันหายากมากงั้นหรือ?” ฉินเลี่ยถาม
หลิวยั่งพยักหน้า “พวกที่มีสองคุณลักษณะคืออัจฉริยะของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ถ้าพวกเขาไม่ตาย พวกเขามีโอกาสไปถึงสายเลือดระดับที่สิบได้สำเร็จ พวกที่มี
สามคุณลักษณะสายเลือดคือเมล็ดพันธุ์วิญญาณ… พวกเขามีชะตาให้
กลายเป็นผู้นำของเผ่าพันธุ์วิญญาณ…”
เผ่าพันธุ์เทพรู้เกี่ยวกับเผ่าพันธุ์วิญญาณมาก นางอธิบายเรื่องสายเลือดของ
เผ่าพันธุ์วิญญาณให้ฉินเลี่ยฟังอย่างละเอียด
ฉินเลี่ยพยักหน้าด้วยสีหน้าแปลกประหลาด ขณะหลอมรวมความทรงจำจาก
ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ ความเข้าใจเรื่องสายเลือดเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ของเขาเด่นชัดมากขึ้น
สายเลือดเผ่าพันธุ์วิญญาณที่หลิวยั่งพูดถึงไม่ได้แตกต่างจากความทรงจำของ
ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
แต่เมื่อครู่…
เขาพลันมองขึ้นมาและกล่าวว่า “ในประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์วิญญาณ มี
เมล็ดพันธุ์วิญญาณที่มีคุณลักษณะสายเลือดอวกาศ เวลา ชีวิตและโชคชะตา
อยู่ด้วยกันหรือเปล่า?”
“ไม่”
“ไม่เคยมีมาก่อน”
“มีเพียงเมล็ดพันธุ์วิญญาณที่มีสามคุณลักษณะเท่านั้นที่จะเกิดขึ้นทุก ๆ หนึ่ง
แสนปี พวกเขาจะกลายเป็นผู้นำของเผ่าพันธุ์วิญญาณในภายหลัง!”
“ผู้นำเผ่าพันธุ์วิญญาณแต่ละตนคือผู้แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์วิญญาณ!”
“ไม่เคยมีเมล็ดพันธุ์วิญญาณที่มีสี่คุณลักษณะทั้งหมดมาก่อน!”
กานชิงและคนอื่นล้วนพูด ประกาศว่าไม่มีสมาชิกเช่นนั้นในประวัติศาสตร์ของ
เผ่าพันธุ์วิญญาณมาก่อน
จากนั้นพวกเขามองฉินเลี่ยด้วยความตกตะลึงและสงสัย พวกเขาไม่เข้าใจว่า
ทำไมเขาถามแบบนี้
“อาจจะไม่ใช่ในอดีต แต่ตอนนี้… มีแล้ว” ฉินเลี่ยหายใจออกยาวและกล่าวว่า
“ความผันแปรผิดปกติเมื่อครู่ไม่ได้ปลดปล่อยจากสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณ
จำนวนมาก แต่นายหญิงที่สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณกำลังปกป้องต่างหากที่
เป็นคนปลดปล่อยออกมา”
“เป็นแบบนั้นได้อย่างไร?!” หนานฉีเปลี่ยนสีหน้า
กานชิงประหลาดใจเช่นกัน
แม้แต่เสวียนลั่วผู้รู้สึกแบบเดียวกันนิ่งเมื่อได้ยินฉินเลี่ยประกาศการคาดเดานี้
“ไม่ว่าพวกเจ้าจะเชื่อหรือไม่ นี่คือความจริง ข้ามั่นใจเรื่องนี้แน่นอน” ฉินเลี่ยมีสี
หน้าสงบ “ด้วยวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลของข้า ข้า
สามารถสัมผัสความผันแปรได้ พวกมันล้วนมาจากเด็กผู้หญิงนามเซินหลาน”
กานชิงและคนอื่นไม่เชื่อ
พวกเขาจนคำพูด
“ข้าจะไปฝึกฝนและดูว่า… สามารถหาสามตระกูลอื่นได้หรือเปล่า” หลังจาก
กล่าวเช่นนี้ ฉินเลี่ยจากพวกเขาไปขณะร่างถูกกลืนกินโดยความมืดไม่กี่วินาที
“สวรรค์!” หลิวยั่งนั่งลงกับพื้นด้วยความประหลาดใจ
ทุกคนตกตะลึง
เผ่าพันธุ์วิญญาณ หนึ่งในสี่เผ่าพันธุ์สายเลือดชั้นสูงมีสมาชิกผู้ครอบครอง
สายเลือดสี่คุณลักษณะทั้งหมด นี่คือชิ้นส่วนความน่าหวาดกลัวใหม่สำหรับ
เผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและเผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหว
การปรากฏตัวของเด็กผู้หญิงสามารถเปลี่ยนสภาพจักรวาลได้ เผ่าพันธุ์
วิญญาณอาจจะได้ปกครองในอนาคต
ในความมืด ฉินเลี่ยทิ้งกานชิงและคนอื่นขณะพุ่งออกไปด้วยสายฟ้าฟาดหลบลี้
ทันที
เขาเคลื่อนผ่านความมืดคล้ายภูตผี ยิ่งมายิ่งไกลห่าง
ในความมืดสนิทของโลกจุดกำเนิด ดวงตาของเขาปลดปล่อยแสงสว่างสีแดง
โลหิตคล้ายภูเขาไฟกำลังปะทุ
“ออกมา”
เขาพลันหยุด ดวงตาสีชาดหนึ่งคู่จับจ้องบนแหวนต่างมิติ
“หวือ!”
หลุมศพเลือดเนื้อที่เดิมเป็นของตระกูลเลี่ยเยี่ยนปรากฏขึ้นขณะหมุนอยู่
ตรงหน้าเขา
แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสายออกมาจากพื้นผิวหลุมศพเลือดเนื้อขณะบิดงออย่าง
รุนแรงคล้ายงูหรือหนวดปีศาจ
อีกด้านของหลุมศพ ลำแสงโลหิตไขว้ไปมาขณะก่อตัวเป็นอักขระเผ่าพันธุ์เทพ
จำนวนมาก
ในเวลาเดียวกัน คลื่นเสียงคำรามชวนเวียนหัวออกจากหลุมศพเลือดเนื้อ ทำให้
เขาแทบกระอักเลือด
เขามองหลุมศพเลือดเนื้ออย่างตกตะลึง
เมื่อครู่ ตอนซือถ่านข่าและชาเลี่ยเลือกอยู่ข้างเผ่าพันธุ์วิญญาณ…
ตอนเซียนน่าและสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นพยายามโจมตีเขา…
และตอนชาเลี่ยและซือถ่านข่าขอร้องให้เมตตาพวกเขา…
หลุมศพเลือดเนื้อที่เขาซ่อนในแหวนต่างมิติพลันบ้าคลั่งคล้ายสัตว์ประหลาดที่
ตื่นขึ้นหลังจากหลับใหลมาหลายล้านปี
ถ้าเขาไม่อดกลั้นเอาไว้ หลุมศพเลือดเนื้ออาจจะทะลวงผ่านแหวนต่างมิติและ
ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน!
ตอนเขา กานชิง หนานฉีและสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนคนอื่นรู้สึกอับอาย หลุม
ศพเลือดเนื้อที่ตระกูลเลี่ยเยี่ยนครอบครองมาโดยตลอดคล้ายกับรู้สึกแบบ
เดียวกัน
มันเหมือนกับว่าจิตวิญญาณในหลุมสพเลือดเนื้อถูกบังคับให้ตื่นขึ้นเพราะ
ความอับอายที่เขาและสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนคนอื่นรู้สึก
นี่กดดันให้เขาหาข้ออ้างออกมาหลังจากกล่าวไม่กี่คำกับกานชิงขณะถอยมา
ไกล
เขากลัวว่าจะเผยความจริงที่ครอบครองหลุมศพเลือดเนื้อให้สมาชิกตระกูล
เลี่ยเยี่ยนคนอื่นเห็น
เขาอยากปกปิดสิ่งนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“โอ!”
เสียงคำรามรุนแรงคล้ายคลื่นยักษ์ทำลายล้างทั่วจิตใจเขา
ลำแสงและประกายโลหิตลึกลับนับไม่ถ้วนถาโถมใส่จิตใจและร่างกายของเขา
ในเวลาเดียวกัน ความคิดน่าหวาดกลัวคำรามและโน้มน้าวเขา
หลุมศพเลือดเนื้อที่ตระกูลเลี่ยเยี่ยนเคยควบคุมเข้าสู่ร่างกายของเขาช้า ๆ
คล้ายน ้ากำลังเข้าสู่ฟองน ้า
เพียงพริบตา เขาคล้ายกับได้รับพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์ปริมาณไม่มีสิ้นสุดมา
“หวือ!”
เขากลายเป็นแสงอสนีโลหิตเจิดจ้าที่ไม่สามารถถูกปกปิดในความมืดได้
เขาพุ่งเข้าสู่ความมืด
พลังสายเลือดรุนแรงปลดปล่อยออกจากร่างกายคล้ายภูเขาไฟ ทำให้พลัง
ทะยานขึ้นขณะเส้นผมสีแดงยาวปลิวไสวคล้ายงู
ตอนนี้เอง ร่างกายและรูปลักษณ์ของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เขาดูไม่เหมือนฉินเลี่ยเลย
“หวือ หวือ หวือ! หวือ หวือ หวือ!
เสียงการเคลื่อนไหวของเขาผ่านอากาศกำลังทิ่มแทง ผู้คนภายในไม่กี่
กิโลเมตรได้ยิน
ฉับพลัน กลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณที่จากกานชิงและคนอื่นมาพลันหยุด
เซียนน่าและปาจี๋เข้าใกล้เซินหลานด้วยสีหน้าตกตะลึง พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมนาง
สั่งให้หยุด
“คนน่ากลัวกำลังไล่ตามพวกเรามา”
เด็กผู้หญิงผู้ปลุกสี่คุณลักษณะทั้งหมดของสายเลือดเผ่าพันธุ์วิญญาณได้…
เผยความหวาดกลัวในดวงตาสีไพลินชัดเจน..
ตอนที่ 1231: เปลวเพลิงเจิดจ้าในความมืด!
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณทุกคนหยุดภายใต้คำสั่งของเซินหลาน
เผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีกได้รับคำสั่งของเซียนน่าเช่นกันขณะตั้งที่มั่นกับ
เผ่าพันธุ์วิญญาณตรงใจกลาง
“นายหญิง ใครกำลังไล่ตามพวกเรามา?” ปาจี๋ประหลาดใจเล็กน้อย เขากล่าวว่า
“แค่คนเดียวหรือ?”
เซินหลานพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ แค่คนเดียว”
ปาจี๋เย้ยหยันและหัวเราะ “เช่นนั้นพวกมันก็ไม่รู้ขีดจำกัดพวกเรา!”
“มีคนเดียวแต่กล้าไล่พวกเรางั้นหรือ?” เซียนน่าหัวเราะและกล่าวด้วยท่าทาง
ผ่อนคลายว่า “ต่อให้เป็นหมอนั่นที่มาจากแปดแดนชำระ มีเพียงความตาย
เท่านั้นที่รอมันอยู่”
“เขาอาจจะ… น่ากลัวกว่าปีศาจหุบเหวเหล่านั้นก็ได้” เซินหลานกล่าว
เมื่อนางกล่าวเช่นนี้ สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณพลันสั่นสะท้าน
ความตกตะลึงฉายผ่านดวงตาพวกเขา
“น่ากลัวกว่าคนคนนั้นอีกหรือ?” ลมหายใจของปาจี๋เร็วขึ้น
เซินหลานพยักหน้า “รู้สึกแบบนั้นน่ะ”
เซียนน่า ปาจี๋และคนอื่นไม่อาจสงบได้ ทั้งสองสบตากันและกล่าวว่า “ตั้งแถว!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณบางคนตั้งแนวรูปทรงพัดเพื่อปกป้องเซินหลานที่ใจ
กลางขณะคนอื่นตั้งแนวรูปทรงสามเหลี่ยมไปยังทางที่เซินหลานส่งสัญญาณ
เผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีกเตรียมสู้เช่นกัน
“ศัตรูครั้งนี้เป็นแบบไหน?”
ซือถ่านข่าและชาเลี่ยรวมตัวอย่างเงียบงัน สายตาพวกเขาเต็มไปด้วยความ
สงสัยขณะสอบถาม
เซียนน่า ปาจี๋และสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณลอบวิตก ศัตรูที่กำลังมาทำให้พวก
เขาอารมณ์หนักอึ้ง
“น่ากลัวกว่าคนคนนั้น…”
ไม่นานก่อนหน้านี้ พวกเขาได้สู้กับกลุ่มปีศาจหุบเหว พวกเขารู้ถึงความน่ากลัว
ของปีศาจหุบเหวระดับสูงคนนั้นจากแปดหุบเหวชั้นล่าง
คนที่น่ากลัวว่าหมอนั่น ถึงแม้พวกเขาจะได้เปรียบเรื่องจำนวน แต่พวกเขาต้อง
ระแวดระวัง
พวกเขาลอบระวังตัว
“หวือ หวือ หวือ!”
ในความมืด เสียงคำรามมาจากการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง เสียงเข้ามาใกล้
เผ่าพันธุ์ที่รวมตัวล้วนมีก้อนหินแสงมืดขนาดมหึมาเหนือศีรษะขณะมองไปทาง
เดียวกัน
ในเวลาเดียวกัน
อีกด้าน กลุ่มเจ็ดคนเดินในความมืดสนิทของหุบเหวโดยไม่พึ่งหินแสงมืด พวก
เขาคล้ายกับไม่ได้รับผลจากความมืดอย่างสิ้นเชิง
ผู้นำของเจ็ดคนคือหญิงสาวในชุดเกราะหนักสวมหน้ากาก
พวกเขาคือตระกูลเฮยอัน
“พี่ชางเยี่ย ได้ยินเสียงคำรามหรือไม่?” คนคนหนึ่งถาม
“ทางนั้น!” ชางเยี่ยชี้นิ้วไปทางหนึ่ง นางกล่าวว่า “ไปดูกันเถอะ!”
กลุ่มสมาชิกตระกูลเฮยอันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วภายใต้การนำทางของชางเยี่ย
ในความมืดที่ไม่ต่างกัน
บุคคลลึกลับคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังเดินเตร็ดเตร่ผ่านความมืด
จนกระทั่งดวงตาพลันทอประกาย
ร่างนั้นเดิมกำลังเคลื่อนที่เข้าหาทะเลจุดกำเนิด แต่ตอนนี้ เขาถูกดึงดูดโดย
เสียงคำรามขณะเปลี่ยนเส้นทาง
“ไปหาเผ่าพันธุ์วิญญาณหรือ น่าสนใจ…”
เขาแผดเสียงหัวเราะชั่วร้ายออกมา ร่างกายทะยานขณะลอยขึ้นคล้ายภูตผีและ
มุ่งไปทางเสียงคำรามสบาย ๆ
ในความมืดสนิทของโลกจุดกำเนิด หน่วยทรงพลังอื่น ๆ ถูกดึงดูดโดยเสียง
คำรามขณะมาตรวจสอบ
ผู้ที่รู้สึกว่าไม่แข็งแกร่งพอเพียงอยากหลีกเลี่ยงปัญหานี้
ยกตัวอย่างเช่น…
“พี่ใหญ่ ได้ยินเสียงคำรามแว่ว ๆ ไหม?”
ภายใต้หินแสงมืดขนาดเล็ก หลิงเสวียนซวนมีใบหน้าซีดเผือดขณะถามอย่าง
หวาดกลัว
ข้างนางคือเกาอวี้ แขนของเขาปกคลุมไปด้วยผ้าพันแผลและหลิงเฟิงผู้ดูขลาด
กลัว
“ข้าได้ยิน อยู่ไกลจากพวกเรามาก ใครก็ตามที่กล้าส่งเสียงใกล้ทะเลจุดกำเนิด
ต้องทรงพลังแน่ พวกเราจะไม่เข้าหาปัญหา” หลิงอวี้ฉีกล่าวอย่างเย็นชา
ในแสงสว่างหมองหม่นของหินแสงมืด ดวงตาสดใสตามปกติของนางคล้ายกับ
หมองหม่น
นี่คือสัญญาณว่านางใช้พลังจิตวิญญาณมากเกินไป
การเดินทางมาอาณาจักรลับของพวกนางคือการท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดที่หลิงอวี้
ฉีเคยเผชิญมา
เพราะได้เข้าอาณาจักรลับแล้ว นางไม่เคยคิดที่จะสู้กับเผ่าพันธุ์อื่น ความจริง นี่
เป็นครั้งแรกที่นางสัมผัสแรงกดดันจิตวิญญาณคนอื่นได้ นางรู้ว่าพวกนางเทียบ
อีกฝ่ายไม่ได้
ระหว่างทาง นางใช้การรับรู้จิตวิญญาณที่ไม่ส่งผลกับความมืดเพื่อหาสิ่งมีชีวิต
ต่างแดน
ทุกทีมที่พบแข็งแกร่งกว่านาง
นางทำได้เพียงนำหลิงเสวียนซวน เกาอวี้และคนอื่นซ่อนเพื่อหลีกเลี่ยงความ
ขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง
นางใช้พลังจิตวิญญาณจำนวนมากกับเรื่องนี้
หลายครั้ง นางพบคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นนางจะให้หลิงเฟิงและคนอื่น
ฉกฉวยผลประโยชน์จากพวกเขามา
ด้วยวิธีนี้ นางหลีกเลี่ยงการพบศัตรูทรงพลังและเพียงโจมตีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
สาหัสเท่านั้น นางค่อย ๆ ทราบความลึกลับของโลกจุดกำเนิดและรู้เรื่องทะเลจุด
กำเนิด
ด้วยการใช้พลังจิตวิญญาณ กลุ่มพวกนางหาทางรอดในโลกจุดกำเนิดได้แบบ
เส้นยาแดงผ่าแปด
และพวกนางค่อย ๆ เข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิด
นางถึงขั้นรู้ว่ากลุ่มปีศาจหุบเหวที่มาจากชั้นต่าง ๆ ได้ยึดครองทะเลจุดกำเนิด
และยอมรับแต่เพียงปีศาจหุบเหวตนอื่นเท่านั้น
ดังนั้น นางนำกลุ่มไปทางนั้นเพื่อพยายามแสวงโชค
“พวกเราจะไม่ไปทางนั้น ข้าสัมผัสได้ถึงคนน่ากลัวจำนวนมากถูกดึงดูดไปที่นั่น
พวกเราเทียบพวกเขาไม่ได้เลย” หลิงอวี้ฉีตรวจสอบสักพัก จากนั้นกล่าวอย่าง
หวาดกลัวว่า “ในบรรดาคนเหล่านั้น มีคนเหมือนข้าที่การรับรู้จิตวิญญาณ
ไม่ได้รับผลในความมืด”
หลิงเสวียนซวนได้ยินนางพูดเช่นนี้จนสีหน้าเปลี่ยนไป “เช่นนั้นพวกเราก็ไม่
ไป!”
หลิงเฟิงมีสีหน้าขมขื่นเช่นกัน
พวกเขาล้วนรู้เหตุผลที่หาทางรอดมาที่นี่ได้ก็เพราะพึ่งการรับรู้จิตวิญญาณ
ของหลิงอวี้ฉี
ถ้าความได้เปรียบของหลิงอวี้ฉีถูกลบล้าง พวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรได้
สำเร็จ
พวกเขาตัดสินใจอยู่ในที่ที่ควรอยู่
ที่สถานที่รวมตัวของเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีก
“หวือ หวือ หวือ!”
ขณะมีเสียงคำรามคมปลาบ ร่างขนาดใหญ่ที่คล้ายกับถูกเผาไหม้มาจาก
ท้องฟ้า
ร่างนั้นแผ่สายเพลิงคล้ายภูเขาไฟรูปร่างมนุษย์ที่ปลดปล่อยแสงสว่างและความ
ร้อนออกมา
แม้กระทั่งความมืดสนิทยังไม่สามารถปกปิดเปลวเพลิงน่ากลัวนั่นได้ เขาสะดุด
ตายิ่ง
“ฟู่!”
คล้ายอุกกาบาต ร่างเผาไหม้ตกลงตรงหน้ากลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณ
“เผ่าพันธุ์เทพ! สมาชิกจากตระกูลเลี่ยเยี่ยน!”
เซียนน่า ปาจี๋ ชาเลี่ยและซือถ่านข่าอุทานเมื่อเห็นร่างนี้ลงพื้น
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนผู้ต ่าต้อยสุดในห้าตระกูลเผ่าพันธุ์เทพถูกแยกออกจากเผ่าพันธุ์
อื่นทั้งหมด แม้กระทั่งเผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีกยังรู้สึกว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนอยู่ไกล
จากอดีตอันรุ่งโรจน์
เพราะเหตุนี้ เมื่อเซียนน่าบังคับให้เผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีกทิ้งกานชิงและคนอื่น
พวกเขาเผยความเหยียดหยันต่อหน้าตระกูลเลี่ยเยี่ยนชัดเจน
ถึงอย่างนั้นในตอนนี้ สมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนคนหนึ่งขวางทางด้วยท่วงท่า
คุกคาม
ตอนที่ 1232: ดวงอาทิตย์ในอาณาจักรลับ!
“ตระกูลเลี่ยเยี่ยน!”
สมาชิกจากสามเผ่าพันธุ์อดที่จะอุทานเมื่อเห็นบุคคลร้อนแรงที่กำลังคุกคาม
ดินแดนแห่งนี้ไม่ได้
ในเปลวเพลิงหนา สมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนผู้ตระหง่านคนนั้นมีดวงตาที่เปี่ยมไป
ด้วยแมกม่าขณะร่างกายพ่นเปลวเพลิงคล้ายภูเขาไฟกำลังปะทุออกมา
คลื่นความร้อนอันน่าทึ่งกระจายออกอย่างรุนแรงราวกับกำลังถาโถมพวกเขาให้
อยู่ในทะเลลาวา
“ปุด ปุด ปุด!”
เสียงปะทุแปลกประหลาดได้ยินไปทั่วราวกับอากาศกำลังระเบิด ทำให้เส้นเลือด
ของคนอื่นโป่งพอง
เซียนน่า ปาจี๋ ชาเลี่ยและซือถ่านข่าล้วนมีสีหน้าจริงจัง
“ท่าน ท่านเป็นใคร?”
เซียนน่าลังเลขณะเดินก้าวมาข้างหน้าและตะโกนอย่างระแวดระวัง
“หวือ หวือ!”
ฉับพลัน ชุดของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณข้างเซียนน่าเริ่มมอดไหม้
คนคนนี้แผ่เสียงกรีดร้องน่าหวาดกลัวทันที
หลังจากนั้น เขาถูกกลืนกินด้วยเปลวเพลิง อาคมต่างมิติที่เขาสร้างโดยใช้พลัง
สายเลือดระเบิดทันที
เปลวเพลิงกระจายออกมาโดยมีเขาอยู่ใจกลางขณะจู่โจมสมาชิกเผ่าพันธุ์
วิญญาณคนอื่น
ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณสองคนพบว่าชุดกำลังถูกเผา
ไหม้
สามคนที่เริ่มเผาไหม้ไม่แม้แต่มองเห็นประกายไฟมาโดน พวกเขาเพียงรู้สึกถึง
คลื่นความร้อนเท่านั้น
“ระวัง!” ที่ใจกลางของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณ เซินหลานเตือนว่า “แรง
กดดันเปลวเพลิงที่เขากระจายออกมาสามารถเผาไหม้ชุดพวกเจ้าได้ เปลว
เพลิงไม่มีวันมอดดับจะเข้าสู่ร่างกายพวกเจ้าผ่านรูขุมขน!”
เซียนน่าและสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหวาดกลัวเมื่อได้ยินเช่นนี้
พวกเขากระตุ้นพลังสายเลือดขณะสร้างโล่พลังหลากสีสันเพื่อปกป้องร่างกาย
เอาไว้
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกจำนวนมากพบว่าปีกสีขาวของพวกเขาพลันร้อน
พวกเขากรีดร้องขณะใช้พลังสายเลือดหรืออุปกรณ์วิญญาณเพื่อขัดขวางคลื่น
ความร้อนที่กำลังกระจายเข้ามา
แม้แต่เผ่าพันธุ์กระดูกที่มีกระดูกทนทานก็ไม่ได้รับการยกเว้น ร่างกายพวกเขา
เผยสีแดงผิดปกติมันวาวออกมา
“โคจรพลังสายเลือด!” ชาเลี่ยตะโกน
เขาเข้าใจเช่นกันว่าคลื่นความร้อนที่กำลังเข้ามาอยู่ทุกหนแห่ง เขาสามารถ
สัมผัสได้ว่าสายเลือดในกระดูกเริ่มเดือดพล่าน
“โห…”
หนึ่งพันเมตรจากสามเผ่าพันธุ์ บุคคลแปลกประหลาดในชุดคลุมสีดำเผย
ดวงตาทอประกายน่าขนลุกออกมา
เขามองร่างลุกโชนที่ตกลงไปเบื้องหน้าเผ่าพันธุ์วิญญาณอย่างตกตะลึง
“ตระกูลเลี่ยเยี่ยนยังมีบุคคลทรงพลังขนาดนี้…”
อีกด้าน
ชางเยี่ยนำลูกน้องขณะยืนอยู่ในความมืด พวกเขามองร่างตระหง่านอย่างตก
ตะลึง
ร่างกายของชางเยี่ยคล้ายกับสั่นสะท้านในเกราะสีดำ “นี่มัน…”
“พี่ชางเยี่ย เขา… เขาคือใคร?” สมาชิกตระกูลเฮยอันคนหนึ่งพูดติดอ่าง
“เขาถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงไม่มีวันมอดดับ แม้แต่ข้า… ก็ไม่สามารถมองเห็น
รูปลักษณ์ของเขาได้” น ้าเสียงของชางเยี่ยจริงจัง “ไอสายเลือดที่เขาแผ่ออกมา
แข็งแกร่งกว่าของกานชิงและหนานฉี! พลังสายเลือดที่เขามีน่าหวาดกลัวยิ่ง
กว่าเห่าเจี๋ยในสภาพความกระหายเลือดเสียอีก!”
“หรือว่าจะเป็นเลือดผสมคนนั้น?” ใครบางคนสงสัย
“ไม่น่าใช่” ชางเยี่ยส่ายหน้าขณะหลับตาลง นางพลันกล่าวอย่างตกตะลึงว่า
“พลังสายเลือดของเขายังเพิ่มขึ้น นี่… ไม่ใช่ขีดจำกัดของสายเลือดระดับที่เจ็ด!
สวรรค์ คนคนนี้เป็นใครกัน?”
ลูกน้องของนางตกตะลึง
ตอนนี้เอง วงแหวนตะวันร้อนแรงขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นเหนือร่างร้อนแรงนั่น
วงแหวนตะวันร้อนแรงนั่นใหญ่กว่าหินแสงมืดที่กำลังลอยเหนือเผ่าพันธุ์
วิญญาณสามเท่า
แสงสว่างและความร้อนที่วงแหวนตะวันร้อนแรงแผ่ออกมาไม่ได้รับผลต่อความ
มืดแม้แต่นิดเดียว
มันเหมือนกับดวงอาทิตย์ในโลกมืดสนิทที่ส่องแสงออกไปไม่กี่กิโลเมตร
เผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูก เผ่าพันธุ์มีปีก ชางเยี่ยและกลุ่มของนางกับ
บุคคลลึกลับในชุดคลุมที่อยู่ไกลออกไปล้วนต้องแสงวงแหวนตะวันร้อนแรง
“เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ!”
ชางเยี่ยพลันเห็นบุคคลแปลกประหลาดในชุดคลุมสีดำ สีหน้าของนางเปลี่ยนไป
และพลันระวังตัวทันที
ดวงตาของนางคุ้นชินกับความมืดสนิท นางสามารถมองเห็นรอบ ๆ ได้โดยไม่
พึ่งหินแสงมืด แต่นางยังได้รับผลกระทบอยู่
ในความมืด ขีดจำกัดการมองเห็นของนางคือหลายร้อยเมตร
สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณอยู่ไกลออกไปเล็กน้อย ดังนั้นนางไม่สังเกตเห็น
เขาทันที
เมื่อวงแหวนตะวันร้อนแรงขนาดมหึมานั่นลอยในท้องฟ้าคล้ายดวงอาทิตย์และ
ส่องแสงไกลออกไปหลายกิโลเมตรคล้ายเวลากลางวัน ในที่สุดนางสังเกตเห็น
ร่างที่ซ่อนอยู่
“เหอะเหอะ”
ภายใต้สายตาของนาง สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณหัวเราะอย่างเก้กัง
“ระวังเขา!” ชางเยี่ยเตือนคนรอบนาง
“ข้าคิดว่าพวกเราควรระวังเผ่าพันธุ์ตัวเองมากกว่าเสียอีก…” สมาชิกจาก
ตระกูลเฮยอันคนหนึ่งกล่าวพลางเบ้ปาก
แสงสว่างสีดำแปลกประหลาดไหลรอบพื้นผิวร่างกายเพื่อช่วยต่อสู้กับไอ
ร้อนแรง
เขาเพิ่งพบว่าเส้นผมกำลังเผาไหม้ ทำให้ต้องใช้พลังสายเลือดเพื่อป้องกัน
เขาเข้าใจว่าสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนโจมตีทุกคน ไม่ใช่แค่กับศัตรูอย่างเดียว
แม้กระทั่งเผ่าพันธุ์พวกเขาก็ไม่ได้รับการยกเว้น
“มันกำลังลงมา! กำลังมา!” เหนือเผ่าพันธุ์วิญญาณ ใครบางคนกรีดร้อง
สายตาของทุกคนจับจ้องวงแหวนตะวันร้อนแรงขนาดมหึมานั่น
จากนั้นพวกเขาพบว่าวงแหวนตะวันร้อนแรงลงมายังใจกลางสมาชิกเผ่าพันธุ์
วิญญาณช้า ๆ
ไอน่าหวาดกลัวคล้ายภูเขาไฟกดทับลงมาช้า ๆ
การลงมาของวงแหวนตะวันร้อนแรงช้าแต่มีอัตราการเร่ง ขณะเข้าใกล้ แรง
กดดันที่กกดทับสามเผ่าพันธุ์เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ในสถานที่ที่ไม่มีใครมองเห็นคล้ายกับมีพลังส่งเสริมวงแหวนตะวันร้อนแรง
หลายคนมองไปทางผู้ปลุกปลั่น บุคคลลุกโชน ตามสัญชาตญาณ
จากนั้นพวกเขาพบว่าคนคนนั้นที่กำลังลุกโชนแผ่เสียงเป๊าะในโครงกระดูกราว
กับไม่สามารถแบกรับภาระได้
เมื่อพวกเขารู้สึกว่าบุคคลลุกโชนคนนั้นจะระเบิด พวกเขาเห็นอักขระศักดิ์สิทธิ์
เลี่ยเยี่ยนจำนวนมากปรากฏบนผิวหนังของคนคนนั้น
คนคนนั้นทะยานขึ้นท้องฟ้า
วงแหวนตะวันร้อนแรงอยู่เหนือศีรษะของเผ่าพันธุ์วิญญาณ กระดูกและมีปีก
“เวลาย้อนกลับ!”
เสียงหญิงสาวเด่นชัดมาจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ
จากนั้นเซียนน่า ปาจี๋และสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหลายสิบคนใช้วิชาลับ
เผ่าพันธุ์วิญญาณเพื่อถ่ายพลังสายเลือดให้กับร่างเลือนลาง
ตอนนี้เอง ชางเยี่ยจากตระกูลเฮยอัน สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ ชาเลี่ย
และซือถ่านข่ารู้สึกบางสิ่งแปลกประหลาด พวกเขาคล้ายกับได้เข้ามายัง
อาณาจักรของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ความรู้สึกว่าเวลาผิดเพี้ยนทำให้ทุกคนอยากกระอักเลือด พลังในร่างกาย
ปั่นป่วนขณะศีรษะกำลังแยกออก
จากนั้นบอลแสงสว่างสีครามผุดขึ้นจากเผ่าพันธุ์วิญญาณขึ้นสู่ท้องฟ้า
บอลแสงสว่างงดงามลูกนั้นมีอักขระลึกลับนับพันล้าน มันคล้ายกับบันทึกความ
รุ่งเรืองและความตกต ่าของเผ่าพันธุ์วิญญาณ รวมถึงวิชาลับนับไม่ถ้วน
“พรึ่บ!”
บอลแสงสว่างสีครามงดงามถูกกัดกร่อนด้วยวงแหวนตะวันร้อนแรงขนาดมหึมา
จนทำให้เกิดการแยกออก
เศษเสี้ยวเปลวเพลิงและแสงสว่างที่กระจัดกระจายนับล้านพุ่งเข้ามา
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีก ชางเยี่ยและตระกูลเฮยอันกับสมาชิกเผ่าพันธุ์
จิตวิญญาณมองบอลสีครามงดงามอย่างตกตะลึง
พวกเขาไม่ถึงขั้นรู้สึกเจ็บปวดบนร่างกายเมื่อถูกเปลวเพลิงสัมผัส
พวกเขาไม่สังเกตเห็นร่างหนึ่งจากไปอย่างเงียบงันหลังจากวงแหวนตะวัน
ร้อนแรงระเบิด
สายตาพวกเขาจับจ้องบอลสีครามที่กำลังหมุนอยู่ในท้องฟ้าช้า ๆ
“พรวด!”
ในใจกลาง เด็กผู้หญิงนามเซินหลานกระอักเลือดออกมา
นางยื่นมือออกไปชี้บอลแสงสว่างสีครามลูกนั้น นางมองขณะบอลงดงามหายไป
ช้า ๆ
ทันทีที่บอลงดงามลูกนั้นหายไป ความรู้สึกถึงความผิดปกติในอวกาศและเวลา
หายไป
“ข้าไม่สามารถใช้ทักษะนี้ได้ในตอนนี้ ไม่สามารถสำแดงพลังแท้จริงได้ด้วย”
เซินหลานกล่าวขอโทษ
ตอนที่ 1233: อัญเชิญสายเลือด!
เซินหลานมองบอลแสงสว่างงดงามที่กำลังหายไปช้า ๆ ดวงตาเจิดจ้าของนาง
พลันหมองหม่น
ร่างกายกึ่งโปร่งแสงของนางพร่าเลือนมากขึ้นคล้ายภูตผีที่กำลังจะหายไป
พลังชีวิตของนางคล้ายกับหลุดลอยไปอย่างรวดเร็ว
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณทั้งหมดวิตกยิ่งเมื่อเห็นนางเป็นเช่นนี้
“นายหญิงใช้พลังชีวิตมากเกินไป!”
ปาจี๋มีสีหน้าเคร่งขรึมขณะดวงตาทอประกายด้วยความเจ็บปวด เขาพลันคล้าย
กับตัดสินใจได้
เซียนน่าเข้าใจเช่นกัน
กลุ่มสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณล้อมเซินหลานในค่ายกลลึกลับ
พวกเขากุมมือด้วยกันขณะถ่ายพลังชีวิตเข้าสู่ร่างกายของเซียนน่า
เซียนน่ายืนข้างหลังเซินหลานขณะกดมือกับแผ่นหลังของเซินหลาน
พลังชีวิตจำนวนมากเริ่มเข้าสู่เซียนน่าจากสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณ จากนั้น
เข้าสู่ร่างกายเพร่าเลือนของเซินหลาน
หลังจากได้รับคลื่นพลังชีวิตบริสุทธิ์นี้ ร่างพร่าเลือนของเซินหลานค่อย ๆ
เด่นชัด
นางคล้ายกับเหนื่อยล้ายิ่ง โดยไม่ต้องรอให้เซียนน่าและปาจี๋พูด นางเข้าสู่การ
หลับใหลยาวนาน
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีกที่กำลังล้อมรอบมองพวกเขาด้วยความ
ประหลาดใจและยังคงเงียบ
ตอนวงแหวนตะวันร้อนแรงขนาดมหึมาถูกกำจัดโดยบอลแสงสว่างงดงามสี
ครามเข้มที่เซินหลานอัญเชิญมา พื้นที่ไกลออกไปถูกกลืนกินในความมืด
“พี่ชางเยี่ย บอลแสงสว่างนั่นคือวัตถุตำนานของเผ่าพันธุ์วิญญาณหรือ?”
ในความมืด สมาชิกจากตระกูลเฮยอันคนหนึ่งถามเสียงแหบด้วยความตกตะลึง
ชางเยี่ยพยักหน้าช้า ๆ น ้าเสียงเคร่งขรึม “น่าจะเป็นเช่นนั้น”
“วัตถุชิ้นนั้น… อยู่ในมือของเด็กผู้หญิงได้อย่างไร?” เขาถามอีกครั้ง
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด นางน่าจะได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์
วิญญาณและยอดฝีมือสายเลือดระดับที่สิบทุกคน นางสามารถครอบครองสิทธิ์
ในการถูกเลือกเป็นผู้นำคนต่อไปของเผ่าพันธุ์วิญญาณต่อไปได้” ชางเยี่ยก
ล่าว
“แต่นางยังเด็กอยู่เลย” คนคนนั้นกล่าว
“เด็กคนนี้อาจจะเป็นศัตรูน่าหวาดกลัวที่สุดของเผ่าพันธุ์พวกเรา” ชางเยี่ยพึม
พำ
สมาชิกตระกูลเฮยอันตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนี้
“แยกกัน ตามหาสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนคนนั้น ข้าอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร!” ชาง
เยี่ยสั่ง
สมาชิกตระกูลเฮยอันตอบสนองและพยักหน้า
ภาพบอลสีครามงดงามทำให้พวกเขาเกือบทุกคนลืมเกี่ยวกับร่างร้อนแรงและ
สมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยน
อีกด้าน สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณที่ซ่อนในความมืดลอยออกไปคล้ายภูตผี
ชางเยี่ยมองเขา ถ่ายทอดคำสั่งไม่กี่คำ จากนั้นไล่ตามเขาไป
นางรู้ว่าการรับรู้จิตวิญญาณของสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนี้ไม่ได้รับผล
จากความมืด
หรือก็คือ สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนั้นรู้ว่ายอดฝีมือตระกูลเลี่ยเยี่ยนที่
ออกมาไปไหนหลังจากทำให้เด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณคนนั้นบาดเจ็บ
นางเชื่อว่าถ้าตามคนคนนี้ไป นางสามารถตามหาสมาชิกสหายคนนั้นเพื่อ
ทราบตัวตนของเขาได้
“พลังสายเลือดมากกว่ากานชิงและหนานฉีรวมกันหลายเท่า… คนคนนี้เป็น
ใคร?” ชางเยี่ยไล่ตามพลางครุ่นคิด สีหน้าของนางเคร่งขรึม
“หวือ หวือ!”
ที่ใดสักแห่งในความมืด บางสิ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
เปลวเพลิงบนร่างกายของฉินเลี่ยมอดดับหลังจากระบายออกมาอย่างบ้าคลั่ง
คลื่นความคลุ้มคลั่งและเกรี้ยวกราดลดลงเหมือนคลื่น
“หวือ!”
หลุมศพเลือดเนื้อที่หลอมรวมกับหัวใจของเขาพลันพุ่งออกมา
หลังจากนั้น เขาฟื้นฟูจิตใจจนแจ่มชัด
ในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกเหนื่อยล้าและอ่อนแอผุดขึ้น
เขาพลันหยุด
ขณะที่เขาเตรียมจะดูดกลืนพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์จากหลุมศพเลือดเนื้อเพื่อ
ฟื้นฟูพลังสายเลือด หลุมศพบินกลับเข้าแหวนต่างมิติเอง
จากนั้น ไม่ว่าเขาพยายามอย่างไร หลุมศพเลือดเนื้อไม่ตอบสนอง
มันไม่โคจรพลังเนื้อใด ๆ เข้าสู่ร่างกาย
“ไอ้ขยะไร้ประโยชน์! พลาดตอนสำคัญตลอด!” เขาสบถ
ตอนนี้เอง เมื่อเขาคิดย้อนกลับไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขายังสับสนเล็กน้อย
ตอนหลุมศพเลือดเนื้อของตระกูลเลี่ยเยี่ยนหลอมรวมกับร่างกาย พลังสายเลือด
ของเขาระเบิดทันทีและคล้ายกับไม่มีสิ้นสุด
จากนั้น ความตระหนักรู้บ้าคลั่งและป่าเถื่อนพุ่งออกจากหลุมศพเลือดเนื้อใน
หลุมศพของเขาขณะล่อจิตวิญญาณให้เข้าสู่การสังหารสมาชิกเผ่าพันธุ์
วิญญาณเหล่านั้นอย่างรุนแรง
ในตอนนั้น เขารู้สึกเหมือนกับถูกยึดร่างและไม่ช ่าชองร่างกายตัวเอง
เขาสันนิษฐานว่าหลุมศพเลือดเนื้อที่เหมือนกับไข่มุกกำราบจิตวิญญาณอาจจะ
มี… จิตวิญญาณอุปกรณ์เช่นกัน
เขาสามารถจินตนาการได้ว่าจิตวิญญาณอุปกรณ์ของหลุมศพเลือดเนื้อ
บังเอิญตื่นขึ้นมาและใช้ร่างกายกับสายเลือดของเขาเพื่อสังหารกลุ่มสมาชิก
เผ่าพันธุ์วิญญาณที่ดูถูกตระกูลเลี่ยเยี่ยน
แต่เซินหลาน เมล็ดพันธุ์วิญญาณผู้มีคุณลักษณะเวลา อวกาศ ชีวิตและ
โชคชะตาในสายเลือดส่งอุปกรณ์ของเผ่าพันธุ์วิญญาณที่มีระดับคล้ายกับหลุม
ศพเลือดเนื้อออกมา นางหาทางทำลายวงแหวนตะวันร้อนแรงจนทำให้ตัวเอง
บาดเจ็บจากผลย้อนกลับ
เซินหลานเกือบตาย แต่หลุมศพเลือดเนื้อและจิตวิญญาณอุปกรณ์ไม่มีพลังจะ
ต่อสู้มากไปกว่านี้
เขาเองคล้ายกับใช้พลังสายเลือดจนหมด และเพราะการจำศีลของหลุมศพ
เลือดเนื้อ เขาไม่สามารถรักษาตัวเองได้
เมื่อหลุมศพเลือดเนื้อออกจากร่างกาย ร่างกายและรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของ
เขากลับคืนดังเดิม
เขาใส่ชุดใหม่ขณะติดต่อกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
พวกมันบอกเขาว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
“ตามหาข้า…”
เขาพ่นลมออกจมูกเย็นชาขณะใช้หยุดสระอสนีในจุดฝังเข็มเพื่อหลบออกมา
โดยใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้
ไม่นานหลังจากนั้น เขาสลัดสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณหลุดและเตรียมฟื้นฟู
พลังสายเลือด
ถึงอย่างนั้นเมื่อเขาหยิบชิ้นเนื้อที่เต็มไปด้วยพลังกายภาพออกมากิน เขาสั่น
สะท้าน
สายเลือดในร่างกายของเขาคล้ายกับดึงจิตวิญญาณข้างในออกมา
“นี่มัน… สัญญาณของการถูกดึงเข้าสู่อาณาจักรโลหิตโกลาหล!”
หลังจากสั่นสะท้าน เขาใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้อีกครั้งเพื่อไปหาที่ที่กานชิงและคน
อื่นรวมตัวกันอยู่
เขารู้ว่าเมื่อจิตวิญญาณอยู่ในอาณาจักรโลหิตโกลาหล เขาจะต้องการคนมา
คุ้มกันเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ร่างกายภาพได้รับบาดเจ็บในตอนนั้น
ที่นี่คือโลกจุดกำเนิดและอยู่ใกล้ทะเลจุดกำเนิด เผ่าพันธุ์ต่างแดนสามารถ
ปรากฏตัวได้ทุกเมื่อ
ไม่มีที่ไหนที่ปลอดภัย
เขาทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยน
หลังจากใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้สำเร็จ เขาไปถึงกานชิงและคนอื่นอย่างรวดเร็ว
ก่อนแรงดึงดูดจะดึงเขาเข้าสู่อาณาจักรโลหิตโกลาหลถึงจุดสูงสุด เขามาถึง
กานชิงแล้ว
“ปกป้องข้าสักพัก ข้าถูกดึงเข้าอาณาจักรโลหิตโกลาหล!”
ตอนที่ 1234: วิชาลับใหม่
ฉินเลี่ยหยิบชิ้นเนื้อแห้งจ ำนวนมำกออกมำและยัดพวกมันทั้งหมดเข้ำปำกทันที
หลังจำกกล่ำวจบ เขำเริ่มเคี้ยว
ฉินเลี่ยนั่งบนพื้นดินและหลับตำทันทีท่ำมกลำงสำยตำประหลำดใจของทุกคน
พวกเขำเห็นฉินเลี่ยก ำลังเข้ำสู่สภำวะแปลกประหลำดชัดเจนจนแม้แต่สำยเลือด
ยังสะท้อนตอบรับ
“อำณำจักรโลหิตโกลำหล!” อู้ชำอุทำน
“จิตวิญญำณของเขำเข้ำอำณำจักรโลหิตโกลำหลไปแล้ว!” หลิวยั่งกรีดร้อง
เช่นกัน
ไม่ไกลกันนัก เสวียนลั่วและหงไข่ขยับเข้ำใกล้อย่ำงเงียบงันหลังจำกได้ยินเสียง
อึกทึก
พวกเขำทั้งสองจ้องมองฉินเลี่ยด้วยควำมตกตะลึงเช่นกัน
กำนชิง หนำนฉีและสมำชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนที่เหลือเริ่มจ้องฉินเลี่ยด้วยสำยตำ
จริงจังกว่ำเดิมเล็กน้อย
พวกเขำล้วนมีสำยเลือดบริสุทธิ์ แต่พวกเขำรู้ดีว่ำยังมีโอกำสครึ่งหนึ่งที่จะได้เข้ำ
อำณำจักรโลหิตโกลำหล ยิ่งไปกว่ำนั้น โอกำสดังกล่ำวจะมำเมื่อพวกเขำก ำลัง
จะเลื่อนขั้น
ฉินเลี่ยคือเลือดผสม ดังนั้นไม่มีทำงที่สำยเลือดของเขำจะบริสุทธิ์เท่ำพวกเขำ
ยิ่งไปกว่ำนั้น ตัดสินจำกระดับควำมเข้มข้นสำยเลือดของเขำ มันไม่เหมือนกับ
ว่ำเขำไปถึงจุดที่สำมำรถวิวัฒนำกำรไประดับที่แปดได้แล้ว
ควำมจริงเขำยังสำมำรถเข้ำอำณำจักรโลหิตโกลำหลได้แม้สภำวะจะขัดกับ
ตรรกะและสำมัญส ำนึกทั้งหมดก็ตำม
“เขำคือครึ่งมนุษย์จริง ๆ หรือ?”
เสวียนลั่วจำกตระกูลเสวียนปิงถำมด้วยสีหน้ำแปลกประหลำด ฉับพลัน เขำรู้สึก
สงสัยต่อเผ่ำพันธุ์มนุษย์จำกอำณำจักรวิญญำณมำก
กำนชิงพยักหน้ำขณะยิ้มบิดเบี้ยว
ควำมประหลำดใจของเสวียนลั่วยิ่งมำกขึ้
สำมหมื่นปีก่อน ตระกูลเลี่ยเยี่ยนและตระกูลเฮยอันเป็นเพียงสองตระกูลเผ่ำพันธุ์
เทพที่รุกรำนอำณำจักรวิญญำณ ตระกูลที่เหลือไม่ได้เข้ำร่วมกับพวกเขำ
หลังจำกนั้น อำณำจักรวิญญำณถูกปฏิบัติในฐำนะอำณำเขตของตระกูล
เลี่ยเยี่ยนและตระกูลเฮยอัน มันอยู่ภำยใต้กำรควบคุมพวกเขำเสมอก่อนจะเกิด
สงครำมร้อยเผ่ำพันธุ์
ตอนแรก สำมตระกูลผู้ไม่ได้เข้ำร่วมในกำรรุกรำนครั้งแรกหรือเผ่ำพันธุ์
วิญญำณไม่รู้ว่ำอำณำจักรวิญญำณคืออะไรด้วยซ ้ำ พวกเขำไม่คุ้นเคยกับ
เผ่ำพันธุ์พื้นเมืองเช่นกัน
ตอนร้อยเผ่ำพันธุ์ขบถและสู้กับเผ่ำพันธุ์เทพ ตอนเผ่ำพันธุ์มนุษย์มีอ ำนำจและ
หำทำงกดดันตระกูลเลี่ยเยี่ยนและตระกูลเฮยอันออกจำกอำณำจักรวิญญำณได้
ในที่สุด สำมตระกูลยังไม่สำมำรถยื่นมือเข้ำมำช่วยเหลือได้ พวกเขำเพียงยุ่งกับ
กำรจัดกำรปัญหำตัวเอง
ท้ำยที่สุด ตระกูลเลี่ยเยี่ยนและตระกูลเฮยอันต้องอพยพออกจำกอำณำจักร
วิญญำณ
สำมตระกูลรู้เกี่ยวกับอำณำจักรวิญญำณน้อยมำกเพรำะเหตุนั้น
ตอนนี้ สี่ตระกูล เสวียนปิง เฮยอัน ชี่เสวี้ยและกวงหมิง ก ำลังจะรุกรำน
อำณำจักรวิญญำณอีกครั้ง สมำชิกจำกตระกูลเสวียนปิง ตระกูลเฮยอันและ
ตระกูลชี่เสวี้ยเริ่มตรวจสอบพฤติกรรมและวิธีต่อสู้ของเผ่ำพันธุ์ทรงพลังจำก
อำณำจักรวิญญำณแล้ว
พวกเขำก ำลังท ำควำมคุ้นเคยเพื่อให้สำมำรถเตรียมรับมือสงครำมที่ก ำลังจะ
มำถึงได้
ตอนนี้ เผ่ำพันธุ์มนุษย์คือผู้ปกครองแท้จริงของอำณำจักรวิญญำณ พวกเขำมี
ชะตำให้กลำยเป็นศัตรูยิ่งใหญ่ที่สุดในอนำคต
แต่ว่ำ… พวกเขำส่วนใหญ่ไม่เคยติดต่อกับเผ่ำพันธุ์มนุษย์มำก่อนถึงแม้จะใช้
เวลำจ ำนวนมำกเพื่อศึกษำศัตรูก็ตำม
ฉินเลี่ย เลือดผสมระหว่ำงตระกูลเลี่ยเยี่ยนและเผ่ำพันธุ์มนุษย์ สำมำรถถูกนับว่ำ
เป็นครึ่งมนุษย์ที่พวกเขำติดต่อได้
ครึ่งมนุษย์คนนี้สร้ำงควำมประทับใจกับเสวียนลั่วมำก มันยังท ำให้เขำกังวล
เกี่ยวกับกำรรุกรำนที่ก ำลังจะมำถึงเล็กน้อย
“เจ้ำพยำยำมจะพูดอะไรหรือ?” กำนชิงถำม
เสวียนลั่วจ้องมองฉินเลี่ยก่อนขมวดคิ้ว “ถ้ำมนุษย์ทุกคนในอำณำจักร
วิญญำณเหมือนกับเขำ ไม่มีทำงที่กำรรุกรำนของพวกเรำจะรำบรื่นได้”
สมำชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุกคนรวมถึงกำนชิงรู้สึกหนักอึ้งเมื่อได้ยินเช่นนี้
พวกเขำอ่อนเยำว์ ดังนั้นพวกเขำไม่เคยติดต่อกับมนุษย์มำก่อน พวกเขำเพียงรู้
เกี่ยวกับอีกฝ่ำยเล็กน้อยจำกค ำสบถอันเกรี้ยวกรำดของผู้อำวุโส
แน่นอน พวกเขำทรำบว่ำค ำพูดผู้อำวุโสที่ตะโกนออกมำยำกจะหำแหล่งที่มำ
ของข้อมูลได้ชัดเจน
เพื่อยอมรับเผ่ำพันธุ์มนุษย์อยำงแท้จริง มันเป็นสิ่งจ ำเป็นที่พวกเขำต้องพึ่งตำ
และหูตัวเองเพื่อไปพบมนุษย์ตัวเป็น ๆ ฉินเลี่ย… คือจุดอ้ำงอิงที่พวกเขำต้องใช้
คำดกำรณ์พละก ำลังของเผ่ำพันธุ์มนุษย์
ขณะเข้ำใจฉินเลี่ยมำกขึ้น อำรมณ์พวกเขำยิ่งหนักอึ้ง
“ถ้ำฉินเลี่ยเป็นตัวแทนของควำมสำมำรถเผ่ำพันธุ์มนุษย์ เช่นนั้น… พวกเขำคือ
ศัตรูน่ำหวำดกลัวจริง ๆ ”
ทุกคนคิดแบบเดียวกัน
ขณะทุกคนจ้องมองเขำด้วยควำมสงสัยและประหลำดใจ ฉินเลี่ยดูดกลืนเข้ำสู่
โลกลึกลับที่ชื่อว่ำอำณำจักรโลหิตโกลำหล
เหมือนก่อนหน้ำนี้ กลุ่มจิตวิญญำณของเขำแหวกว่ำยท่ำมกลำงมิติไม่มีสิ้นสุด
ของฟองโปร่งแสงคล้ำยปลำ
ฟองเหล่ำนี้ดูแวววำวคล้ำยอัญมณีและเจิดจ้ำคล้ำยดวงดำว บำงฟองมีขนำด
เท่ำโลกหนึ่งใบ บำงฟองเล็กเท่ำข้ำวหนึ่งเมล็ด พวกมันล้วนลอยไปมำคล้ำย
โลกที่ไร้กฎเกณฑ์
ฟองทุกฟองเต็มไปด้วยอักขระเผ่ำพันธุ์เทพส่องแสง อักขระเหล่ำนี้เต็มไปด้วย
บันทึกของวิชำลับสำยเลือดจำกเผ่ำพันธุ์เทพ ชิ้นส่วนของประวัติศำสตร์อัน
รุ่งโรจน์จำกเผ่ำพันธุ์เทพหรือชีวิตทั้งหมดของยอดฝีมือเผ่ำพันธุ์เทพ ณ
จุดสูงสุด
ยิ่งเผ่ำพันธุ์โบรำณและทรงพลังเท่ำไหร่ ควำมกว้ำงใหญ่ของอำณำจักรโลหิต
โกลำหลยิ่งมำกเท่ำนั้น ควำมมั่งคั่งในควำมรู้พวกเขำจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
เผ่ำพันธุ์ทรงพลังแท้จริงสำมำรถทิ้งประวัติศำสตร์และควำมลับสำยเลือดทั้งหมด
ในอำณำจักรโลหิตโกลำหลได้
ตรำบใดที่อำณำจักรโลหิตโกลำหลยังคงอยู่ ตรำบใดที่เผ่ำพันธุ์ผู้เชื่อมต่อยังไม่
สูญพันธุ์ เขำจะสำมำรถตำมหำทุกสิ่งที่ต้องกำรจำกอำณำจักรโลหิตโกลำหล
ได้!
เขำสำมำรถได้รับวิชำฝึกฝนลับทั้งหมดจำกอำณำจักรโลหิตโกลำหลได้!
มันคือที่ที่ฉินเลี่ยเลือกวิชำลับวงแหวนตะวันร้อนแรงและวิชำโลหิตหลอมละลำย
มันยังเป็นที่ที่เขำทรำบควำมลับบำงอย่ำงจำกสำมเผ่ำพันธุ์กูลและมังกรชั่วร้ำย
รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับเลือดสมบูรณ์แบบด้วย
วันนี้ เขำก ำลังแหวกว่ำยในอำณำจักรโลหิตโกลำหลอีกครั้ง
เขำหวังว่ำรำงวัลครั้งนี้จะมำกกว่ำครั้งที่แล้ว
จิตวิญญำณของเขำก่อตัวเป็นเปลวเพลิงหนึ่งขณะพยำยำมเข้ำฟองที่อยู่ใกล้
ที่สุด
“หวือ!”
เพียงพริบตำ เปลวเพลิงจิตวิญญำณของเขำเข้ำฟองโปร่งแสงได้อย่ำงง่ำยดำย
อักขระเผ่ำพันธุ์เทพที่มีจ ำนวนมำกเท่ำทะเลกระหน ่ำบนเปลวเพลิงจิตวิญญำณ
คล้ำยดวงดำวก ำลังบดขยี้นับพัน
“วิชำจุดชนวนโลหิตหมู่!”
มันคือวิชำลับที่สำมำรถปลดปล่อยได้เมื่อโลกเปลวเพลิงเปิดใช้งำน เขำ
สำมำรถจุดชนวนโลหิตของผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุกคนภำยในโลกเปลว
เพลิงเพื่อเพิ่มพลังในเวลำอันสั้นได้
เปลวเพลิงจิตวิญญำณของเขำรับควำมทรงจ ำและควำมรู้เกี่ยวกับวิชำจุดชนวน
โลหิตหมู่ทั้งหมดมำ
กำรแลกเปลี่ยนใช้พลังจิตวิญญำณจ ำนวนมำก
ผ่ำนไปไม่นำน ควำมทรงจ ำเกี่ยวกับวิชำจุดชนวนโลหิตหมู่ทั้งหมดถูกประทับ
ในจิตวิญญำณ
เขำไม่เสียเวลำตรวจสอบวิชำลับสำยเลือดใหม่ที่ได้จำกอำณำจักรโลหิต
โกลำหล
เขำออกจำกฟองและแหวกว่ำยไปฟองที่อยู่ใกล้สุดทันที
อีกครั้ง เปลวเพลิงจิตวิญญำณของเขำเข้ำฟองนั้นได้อย่ำงง่ำยดำย
อีกครั้ง อักขระเผ่ำพันธุ์เทพจ ำนวนมหำศำลกระหน ่ำบนจิตวิญญำณและประทับ
ควำมรู้ให้เขำ
ครั้งนี้ มันเป็นวิชำลับที่ท ำให้เขำหลอมรวมกับหลุมศพเลือดเนื้อชั่วครำวได้!
จิตวิญญำณของเขำรับทุกสิ่งขณะอักขระเผ่ำพันธุ์เทพเข้ำสู่จิตวิญญำณคล้ำย
หิ่งห้อยก ำลังบิน
พลังจิตวิญญำณของเขำถูกดึงออกไปในอัตรำมหำศำล
……
ในควำมมืดสนิทของโลกจุดก ำเนิด
สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณลึกลับผู้ตำมรอยฉินเลี่ยไม่ทันเตร็ดเตร่รอบพื้นที่
อย่ำงไร้จุดหมำย
“หืม!”
ฉับพลัน สมำชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนจ ำนวนมำกเข้ำสู่ระยะกำรรับรู้จิตวิญญำณ
ของเขำ
หลังจำกหัวเรำะเบำ ๆ สองครั้ง สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณหันเข้ำหำควำมมืด
เบื้องหลังและถำมว่ำ “เจ้ำวำงแผนจะตำมข้ำไปอีกนำนแค่ไหน?”
ร่ำงหนึ่งปรำกฏจำกควำมมืดช้ำ ๆ เป็นชำงเยี่ยในชุดเกรำะหนักที่ดูเหมือนภูตผี
ท่ำมกลำงควำมมืด นำงลงพื้นต่อหน้ำเขำอย่ำงแผ่วเบำ
“เจ้ำเก่งจริง ๆ เมื่อเทียบกับคนอื่นในเผ่ำพันธุ์ ข้ำไม่คิดว่ำเจ้ำยังสำมำรถตำมข้ำ
ได้หลังจำกทุ่มสุดตัวเพื่อสลัดเจ้ำแล้ว” สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณกล่ำว
“เจ้ำสำมำรถตรวบพบสิ่งมีชีวิตรอบ ๆ ได้ แต่ข้ำสำมำรถมองเห็นทุกสิ่งภำยใน
ระยะหนึ่งได้เพรำะควำมมืดนี้ เจ้ำไม่สำมำรถสลัดข้ำหลุดได้หำกควำมเร็วไม่
เหนือกว่ำข้ำ” ชำงเยี่ยกล่ำวอย่ำงเฉยชำ
“…ข้ำตำมรอยคนคนนั้นไม่ทันแล้ว” สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณกล่ำว
“ข้ำรู้” นำงตอบอย่ำงเฉยชำ “ข้ำรู้ว่ำเจ้ำตำมรอยเขำไม่ทันตอนที่เริ่มเตร็ดเตร่
รอบ ๆ อย่ำงไร้เป้ำหมำยแล้วล่ะ”
“เช่นนั้นท ำไมเจ้ำยังตำมข้ำอยู่อีกล่ะ?” สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณถำมอย่ำง
สงสัย
“ข้ำรู้สึกว่ำ… เจ้ำจะได้พบสิ่งใหม่ในท้ำยที่สุด ยังไงซะ มีน้อยคนนักที่ยัง
รักษำกำรรับรู้จิตวิญญำณในอำณำจักรลับได้ ใครก็ตำมที่ท ำได้ย่อมได้เปรียบ
มำก” ชำงเยี่ยตอบ
เปลวเพลิงภูตผีพลันปรำกฏในดวงตำของสมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ เขำ
คล้ำยกับก ำลังตรวจสอบนำงด้วยวิชำลับ
หลำยสิบวินำทีต่อมำ เปลวเพลิงพลันเจิดจ้ำขึ้
“ช่ำงเป็นผู้หญิงที่น่ำหวำดกลัวจริง ๆ …” เขำพึมพ ำกับตัวเอง
หลังจำกนั้น เขำชี้ไปยังต ำแหน่งหนึ่งและกล่ำวว่ำ “มีกลุ่มสมำชิกตระกูล
เลี่ยเยี่ยนอยู่ทำงนั้น ไปค้นหำค ำตอบของเจ้ำเอง ข้ำไม่มีเวลำจะเล่นกับเจ้ำ”
“ท ำไมจู่ ๆ เจ้ำตัดใจเสียล่ะ?” ชำงเยี่ยถำมอย่ำงเฉยชำ
“มีอย่ำงต ่ำสิบคนอยู่ที่นั่น ข้ำตัวคนเดียว ต่อให้ข้ำพบเบำะแส ข้ำก็ไม่พบอย่ำง
อื่น ถ้ำเช่นนั้น ข้ำยอมตัดใจตอนนี้เพื่อท ำอย่ำงอื่นดีกว่ำ” สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิต
วิญญำณลึกลับอธิบำย “ปีศำจหุบเหวที่ก ำลังควบคุมทะเลจุดก ำเนิดคือถั่วที่
กะเทำะได้ยำก ข้ำหวังว่ำเผ่ำพันธุ์วิญญำณจะสำมำรถท ำลำยกำรป้องกันพวก
มันได้ แต่น่ำเสียดำยที่เด็กผู้หญิงคนนั้นได้รับบำดเจ็บสำหัสจำกกำรต่อสู้
ดังนั้นพวกเขำอำจจะไม่เป็นประโยชน์กับข้ำอีกแล้ว ตอนนี้ ข้ำหวังว่ำตระกูล
เผ่ำพันธุ์เทพจะได้พบกันให้เร็วที่สุดเท่ำที่จะท ำได้เพื่อสร้ำงควำมประหลำดใจ
ระคนยินดีให้ข้ำ”
หลังจำกกล่ำวเช่นนี้ เสียงหัวเรำะเบำ ๆ แปลกประหลำดดังขึ้นก่อนเดินไปตรง
ข้ำมกับทำงที่เขำชี้ไปก่อนหน้ำนี้
ชำงเยี่ยลังเลสักพักขณะจ้องมองร่ำงของเขำที่ก ำลังจำกไป แต่นำงตัดสินตำม
ไปทำงที่เขำชี้ในที่สุด
ตอนที่ 1235: เป็นเขาหรือ?
ขณะฉินเลี่ยยุ่งอยู่ในอาณาจักรโลหิตโกลาหล สหายของเขากำลังใช้
สภาพแวดล้อมพิเศษรอบข้างเพื่อศึกษาความลับและพลังของสายเลือด
พวกเขาเก็บหินแสงมืดในแหวนต่างมิติเพราะความมืดสนิทสร้างสมาธิได้ง่าย
กว่า
พวกเขาไม่รู้ว่าคนนอกแอบเข้ามาระหว่างพวกเขา
ชางเยี่ยในชุดเกราะหนักและหน้ากากภูตผีปรากฏตัวจากความมืด
นางจ้องมองฝูงชนอย่างเงียบงัน
“กานชิง หนานฉีและเสวียนลั่วล้วนอยู่ที่นี่หรือ…?”
ชางเยี่ยสังเกตพวกเขาทีละคนโดยไม่เปิดเผยตัวเอง
ฉับพลัน สายตาของนางหยุดและทอประกายเมื่อเห็นฉินเลี่ย
“จิตวิญญาณของเขาอยู่ภายในอาณาจักรโลหิตโกลาหล!”
นางคือสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพ ดังนั้นสภาวะผิดปกติของฉินเลี่ยทำให้เกิดการ
สะท้อนในสายเลือดนางเช่นกัน นางรู้ทันทีว่าฉินเลี่ยกำลังศึกษาวิชาสายเลือด
ลับของเผ่าพันธุ์เทพภายในอาณาจักรโลหิตโกลาหล
“เป็นเขาก่อนหน้านี้หรือ?”
ชางเยี่ยไม่ส่งเสียงหรือหยิบหินแสงมืดออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้ทุกคน
ตื่นตัว
นางเพียงมองฉินเลี่ยเงียบ ๆ จากความมืด
นางเคลื่อนเข้าหาระหว่างฝูงชนอย่างเงียบงัน
ชุดเกราะหนักนางไม่คล้ายกับส่งผลต่อการเคลื่อนไหวแม้แต่นิดเดียว ความจริง
นางดูไร้น ้าหนักขณะเดินเข้าหาฉินเลี่ยช้า ๆ
เพราะกานชิง เสวียนลั่วและคนอื่นยุ่งกับการศึกษาความลับสายเลือดตัวเอง จึง
ไม่มีใครตรวจพบการมาถึงของนาง
“เจ้าพวกบ้านี่อยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไร?” ชางเยี่ยอุทานอยู่ในหัว
สมาชิกจากตระกูลเฮยอันมีความสามารถมองเห็นในความมืด
แต่ถึงอย่างนั้น มีเพียงเจ็ดคนที่เหลืออยู่ในหน่วยนาง
สามคนผู้โชคร้ายที่ตายไป… ถูกซุ่มโจมตีก่อนจนถึงแก่ความตาย
ตอนนี้ นางเข้าใกล้ฉินเลี่ยและกานชิงแล้ว แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นแรงกดดันนาง
แม้แต่นิดเดียว
แต่ว่า คล้ายกับว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนเสียสมาชิกไปเพียงคนเดียว
ผลลัพธ์นี้ทำให้นางสับสนเล็กน้อย
“เปรี้ยะ! เปรี้ยะ!”
ฉับพลัน สายอสนีรวมตัวตรงหน้านางขณะเปลี่ยนเป็นสัตว์ร้ายส่องแสงแปลก
ประหลาด
สัตว์ร้ายแปลกประหลาดมอบตรงหน้าฉินเลี่ยขณะมองนางอย่างสงสัยด้วยลูกตา
ที่เต็มไปด้วยอสนี
“นี่มัน!” ชางเยี่ยคิด
“หวือ หวือ!”
ฉับพลัน วิญญาณไม้ วิญญาณโลหะและวิญญาณปฐพีเปลี่ยนเป็นสภาพจับ
ต้องไม่ได้ขณะปรากฏตัวตรงหน้าอกและหลังศีรษะของฉินเลี่ย
พวกมันทุกตนกำลังจ้องมองชางเยี่ยขณะปลดปล่อยพลังจำนวนมากออกมา
ชางเยี่ยตกตะลึง
จากการตอบสนองพวกมัน นางรู้ว่าสัตว์ร้ายแปลกประหลาดเหล่านี้สามารถ
มองเห็นนางในความมืดและตรวจพบแรงกดดันจิตวิญญาณได้
นี่หมายความว่าสัตว์ร้ายแปลกประหลาดเหล่านี้ไม่ได้รับผลจากสภาพแวดล้อม
ของโลกจุดกำเนิดเลย ความมืดไม่สามารถลดทอนทั้งการรับรู้จิตวิญญาณหรือ
การมองเห็นได้
ฉับพลัน ชางเยี่ยเข้าใจว่าสัตว์ร้ายแปลกประหลาดเหล่านี้คือเหตุผลหลักที่
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนจำนวนมากอยู่รอดได้
หรือก็คือ ฉินเลี่ยคือเหตุผลที่ตระกูลเลี่ยเยี่ยนไม่ได้รับบาดเจ็บถึงแม้จะอยู่ใน
สภาพแวดล้อมแปลกประหลาดแบบนี้ก็ตาม
แน่นอน นางทราบดีว่ากานชิงและตระกูลเลี่ยเยี่ยนที่เหลือไม่มีสิ่งมีชีวิตแปลก
ประหลาดแบบนี้
“มีบางสิ่งอยู่รอบตัวพวกเรา!”
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลปรากฏตัวขึ้นขณะส่งเสียงจน
ปลุกกานชิงจากสภาะดังกล่าวในที่สุด
เขา หนานฉีและเสวียนลั่วรีบหยิบหินแสงมืดที่เก็บไปก่อนหน้านี้ออกมา
ทันทีที่หินแสงมืดส่องแสงรอบ ๆ กานชิงอุทานด้วยความประหลาดใจระคนยินดี
เมื่อเห็นชางเยี่ย
หนานฉีและเสวียนลั่วผ่อนคลายเช่นกันเมื่อเห็นว่าผู้รุกรานคือชางเยี่ย
“พี่ชางเยี่ย เจ้ามาจากไหนกัน? เจ้าเล่นมาเงียบ ๆ จนทำข้ากลัวนะ!” หลิวยั่ง
ทาบมือกับหน้าอกขณะบ่นด้วยท่าทางเกินจริง
เสวียนลั่วจากตระกูลเสวียนปิงจ้องนางก่อนสีหน้าพลันเปลี่ยนไป “เจ้ามาคน
เดียวหรือ?”
คำพูดของเขาเหมือนกับผ้าห่มที่ห่อความยินดีของทุกคนเอาไว้ พวกเขาถูก
แทนที่ด้วยความตกตะลึงและความกลัวแทน
ผ่านไปสักพักก่อนชางเยี่ยจะเข้าใจว่าเขาหมายความว่าอะไร “คนที่เหลือใน
หน่วยข้าน่าจะมาในเร็ว ๆ นี้”
“อย่างนี้นี่เอง” แต่ว่าสีหน้าจริงจังของกานชิงไม่จางหาย เขาลังเลสักพักก่อน
ถามว่า “คน… ในทีมเจ้าเหลือรอดเท่าไหร่หรือ พี่ใหญ่”
“รวมข้าแล้วก็มีเจ็ดคน” ชางเยี่ยกล่าวอย่างเฉยชา
กานชิงจ้องมองเสวียนลั่วก่อนตอบว่า “อย่างน้อยเจ้าก็ทำได้ดีแล้ว…”
ดวงตาของเสวียนลั่วพลันเย็นชา “พวกข้าจะไม่เสียคนไปมากถ้าไม่เจอหน่วย
ล่านั่นที่ทะเลจุดกำเนิด!”
ชางเยี่ยเป็นคู่แข่งเขาเสมอ เขาไม่ตั้งใจจะมาแพ้นางแม้แต่นิดเดียว
แต่ครั้งนี้…
“ถ้าฉินเลี่ยไม่อยู่กับพวกเจ้า ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้าจะเสียคนไปมาก!” หงไข่พ่น
ลมออกจมูกเช่นกัน
“เขาพูดถูก” เสวียนลั่วกล่าวเย้ยหยัน
ใบหน้าของกานชิงพลันแข็งทื่อ
น่าแปลก หนานฉี ลี่เหวยและคนอื่นล้วนก้มศีรษะทันทีและไม่ตอบอะไร
ชางเยี่ยรู้มาได้พักใหญ่แล้ว นางย้ายสายตาจากกานชิงมามองวิญญาณแห่ง
ความว่างเปล่าและความโกลาหลสี่ตน “ต้องขอบคุณพวกมันใช่หรือไม่?”
กานชิงยิ้มบิดเบี้ยวก่อนเสริมว่า “เขาพูดถูก พวกข้าจะสูญเสียใหญ่หลวงหาก
สัตว์เลี้ยงแปลกประหลาดของฉินเลี่ยไม่ปกป้องเอาไว้”
ชางเยี่ยเงียบ
ผ่านไปสักพัก ในที่สุดนางกล่าวว่า “ไม่นานก่อนหน้านี้ สมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยน
คนหนึ่งโจมตีเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกเพียงลำพัง
และเกือบฆ่าผู้นำของเผ่าพันธุ์วิญญาณได้สำเร็จ”
กานชิงและคนอื่นตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนี้
“คนเดียว? เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้เข้าใจผิด พี่ชางเยี่ย” หลิวยั่งดูตกตะลึง
เสวียนลั่วและหนานฉีประหลาดใจเช่นกัน
ผู้โจมตีคนนั้นอยากตายหรืออย่างไร?
“ใช่ เขามาคนเดียว ข้ากำลังบอกว่าเขาเกือบทำสำเร็จ!” ชางเยี่ยพ่นลมออก
จมูกเย็นชา
“ผู้นำเผ่าพันธุ์วิญญาณคนนั้นคือเด็กผู้หญิงหรือเปล่า?” กานชิงถามอย่าง
จริงจัง
ชางเยี่ยพยักหน้า
“แต่เด็กผู้หญิงคนนั้นคล้ายกับครอบครองสี่คุณลักษณะสายเลือดเผ่าพันธุ์
วิญญาณทั้งหมด!” กานชิงอุทาน
“ดูท่าพวกเจ้าจะสังเกตเห็นเหมือนกันแล้วสินะ” ชางเยี่ยหรี่ตาขณะกล่าวต่อ
อย่างสงบว่า “ข้าไม่สงสัยเลยว่าเป็นสมาชิกจากตระกูลเลี่ยเยี่ยน ความจริง ผู้
โจมตีหลบหนีอย่างไร้บาดแผลหลังจากสร้างการโจมตีสาหัสกับผู้นำเผ่าพันธุ์
วิญญาณ”
“เรื่องแบบนี้เกิดกับกลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณหรือ?” เสวียนลั่วอดที่จะถามไม่ได้
“อืม” ชางเยี่ยพยักหน้า
“เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?” เสวียนลั่วจ้องมองกานชิง หนานฉีและคนอื่น “ไม่มี
ใครออกไปก่อนหน้านี้ นี่ยังไม่รวมเรื่องที่พวกเขาเทียบเผ่าพันธุ์วิญญาณไม่ได้
ต่อให้โจมตีนางพร้อมกันก็ตาม!”
เสวียนลั่วยังจำถึงความน่ากลัวที่เด็กผู้หญิงนามเซินหลานมีได้หลังจาก
ปลดปล่อยวิชาลับสายเลือดออกมา
เขาปฏิเสธที่จะเชื่อว่าใครบางคนจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนสามารถสร้างการโจมตี
สาหัสกับเด็กผู้หญิงคนนั้นได้
“แล้วเขาล่ะ? เขาได้ออกจากฝั่งเจ้าหรือเปล่า?” ชางเยี่ยจ้องมองฉินเลี่
เสวียนลั่วประหลาดใจ แต่เขาตอบว่า “เขาออกจากฝั่งพวกข้าสักพัก แต่แค่สัก
พักเท่านั้น หลังจากเขากลับมา จิตวิญญาณของเขาเข้าสู่อาณาจักรโลหิต
โกลาหลของเผ่าพันธุ์แล้ว เขายังเป็นแบบนั้นจนถึงตอนนี้”
“พี่ใหญ่ เจ้าสงสัยว่าฉินเลี่ยคือผู้โจมตีคนนั้นหรือ? เจ้าเห็นใบหน้าของผู้โจมตี
ชัดเจนหรือเปล่า?” กานชิงถามอย่างร้อนรน
“เขาปกคลุมในเปลวเพลิงตั้งแต่หัวจรดเท้า ดังนั้นข้ามองไม่เห็นรูปลักษณ์ของ
เขา แต่ว่า…” ชางเยี่ยตรวจสอบฉินเลี่ยใกล้ ๆ ก่อนตอบในที่สุดว่า “คนคนนั้นดู
สูงและกำยำกว่าฉินเลี่ย พลังสายเลือดของเขาเหนือกว่าระดับในตอนนี้ของ
ฉินเลี่ยเช่นกัน”
“ข้าไม่คิดว่าเป็นฉินเลี่ยนะ” กานชิงครุ่นคิดสักพักก่อนตอบว่า “เขาไปได้ไม่
นานเอง”
“มีคนอื่นจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนที่เข้าอาณาจักรลับแห่งนี้หรือเปล่า?” ชางเยี่ยถาม
คำถามอื่น
“เจ้ามาที่นี่พร้อมพวกข้า เจ้ารู้ดีว่าพวกข้าคือกลุ่มเดียวที่มา” กานชิงยิ้มบิด
เบี้ยว
ชางเยี่ยพยักหน้า “เจ้าพูดถูก”
ขณะพวกเขากำลังสนทนาเกี่ยวกับตัวตนของผู้โจมตีลึกลับ หน่วยตระกูลเฮย
อันที่เหลือปรากฏตัวในที่สุด
พวกเขาล้วนถืออุปกรณ์วิญญาณที่ดูเหมือนหอยสังข์ขนาดเล็ก มันดู
เหมือนกับอุปกรณ์สื่อสาร
“รับนี่ไป คนละชิ้น พวกเราสามารถใช้สิ่งนี้สื่อสารกันได้
หลังจากสมาชิกหน่วยนางมาถึง ชางเยี่ยหยิบหอยสังข์จากแหวนต่างมิติออกมา
ขณะส่งให้กานชิง หนานฉี เสวียนลั่วและคนอื่น
“ดูท่าพวกเจ้าจะเตรียมตัวมาดีกว่าพวกข้า” เสวียนลั่วพยักหน้าหลังจากรับ
อุปกรณ์มาขณะค้นหาวิธีใช้
“เจ้าควรเก็บคำชมนั่นไว้ให้ปีศาจหุบเหวเหล่านั้นที่ครอบครองทะเลจุดกำเนิด
ในตอนนี้นะ ความจริง พวกมันใกล้จะควบคุมโลกจุดกำเนิดใบนี้ได้แล้ว” ชาง
เยี่ยตอบอย่างสงบ
“พี่ใหญ่ เจอเห่าเจี๋ยและหมิงซวี่หรือเปล่า?” กานชิงถาม
“ไม่ ข้าไม่เจอ” ชางเยี่ยส่ายหน้า “แต่ข้ามั่นใจว่าพวกเขาจะมาหาพวกเรา
ทันเวลา อีกอย่าง พวกเขาอาจจะอยู่ในสภาพที่ดีกว่าเสวียนลั่วและข้า”
นางยอมรับอ้อม ๆ ว่าทีมตระกูลชี่เสวี้ยและตระกูลกวงหมิงแข็งแกร่งกว่า
“หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น พวกเราต้องพบพวกเขาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
หนานฉีถอนหายใจ
“ไม่ง่ายแบบนั้นหรอก ต่อให้เห่าเจี๋ยและหมิงซวี่เข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิด มันก็
ไม่ใช่ว่าพวกเราจะสามารถหาพวกเขาได้ในทันที” ชางเยี่ยเผยความสงบ
ออกมา
หนานฉีจ้องมองฉินเลี่ย ดูเหมือนกับเขาอยากพูดอะไรบางอย่าง
ชางเยี่ยเห็นเข้าและถามด้วยความประหลาดใจว่า “เขาช่วยพวกเราได้หรือ?”
หนานฉีไม่อยากยอมรับเรื่องนี้ แต่เขายังตอบตามตรงว่า “ระยะของการรับรู้สัตว์
ร้ายเหล่านี้เหนือกว่าจินตนาการพวกเรามาก”
ความยินดีเข้าสู่ดวงตาของชางเยี่ยในที่สุด “ในที่สุดก็มีข่าวดี”
ตอนที่ 1236: อดีตหัวหน้า
ขณะชางเยี่ยและคนอื่นสนทนาอย่างเผ็ดร้อน วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหลสี่ตนกลายเป็นภาพมายาช้า ๆ อีกครั้ง
พลังแก่กล้าที่มาจากพวกมันหายไปอย่างรวดเร็วราวกับกลายเป็นอากาศธาตุ
การเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาดของวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหลดึงดูดความสนใจทันที พวกเขามองพวกมันหายไปจนไม่เหลือสิ่งใดช้า
ๆ
“ฉินเลี่ย… อาจจะใกล้ตื่นแล้ว” ความเข้าใจพลันเกิดกับกานชิง
ทุกคนคิดแบบเดียวกันหลังจากได้ยินคำอุทานของกานชิง
ดังคาด ฉินเลี่ยถอนหายใจยาวและลืมตาขึ้นในที่สุด
“แล้ว? เจ้าได้อะไรจากอาณาจักรโลหิตโกลาหลบ้าง?” หลิวยั่งถามอย่างตื่นเต้น
“ชางเยี่ย!” ฉินเลี่ยอุทาน
ตอนนี้เองที่เขาสังเกตเห็นว่าชางเยี่ยและสมาชิกตระกูลเฮยอันจำนวนมากมาถึง
แล้ว
ขณะสวมชุดเกราะหนัก ชางเยี่ยพยักหน้าให้เขาก่อนถามอย่างสงบว่า “ข้าได้
ยินว่าสัตว์ร้ายแปลกประหลาดที่เจ้าควบคุมมีระยะการรับรู้กว้าง เจ้าค้นหา
ตระกูลชี่เสวี้ยและตระกูลกวงหมิงให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หรือเปล่า?”
“ข้าจะพยายาม” ฉินเลี่ยตอบ “แต่ข้าต้องการเวลาศึกษาวิชาลับที่เลือกมาจาก
อาณาจักรโลหิตโกลาหลก่อน”
กานชิงถามอย่างสงสัยว่า “เจ้าได้อะไรมากันแน่?”
สมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุกคนจ้องมองเขาอย่างสงสัย
หลังจากลังเลสักพัก ฉินเลี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “เป็นวิชาลับที่สามารถใช้ขณะ
เปิดโลกเปลวเพลิงได้…”
ดวงตาของกานชิงทอประกายขณะความสงสัยมากขึ้น “วิชาลับนั่นเป็นแบบ
ไหนกัน?”
เขาปลุกโลกเปลวเพลิงขึ้นมา ดังนั้นเขารู้ว่าโลกเปลวเพลิงสามารถเพิ่ม
พละกำลังให้ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนที่ครอบครองสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยนได้
แต่ว่า แม้แต่เขาก็ไม่เคยได้ยินวิชาลับพิเศษที่ใช้ร่วมกับโลกเปลวเพลิงมาก่อน
อย่างน้อยที่สุด… เขาไม่เคยเห็นของแบบนี้ขณะศึกษาอยู่ในห้องเก็บข้อมูลของ
ตระกูล
“เป็นวิชาลับนามว่า ‘วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่’ ” ฉินเลี่ยกล่าว
เขาเริ่มค้นหาทุกสิ่งเกี่ยวกับ “วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่” ภายในหัว เขาพบว่ามัน
คือสิ่งที่มีเพียงสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนผู้ปลุกโลกเปลวเพลิงเท่านั้นที่สามารถ
ปลดปล่อยได้
เพื่อปลดปล่อย “วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่” ผู้ร่ายต้องมีการลำเลียงพลังสายเลือด
ไม่มีสิ้นสุดที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงโลกเปลวเพลิง
ผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุกคนผู้อยู่ภายในโลกเปลวเพลิงใบใหม่นี้สามารถ
ดูดกลืนพลังสายเลือดมหาศาลและกระตุ้นสายเลือดตัวเองได้ นี่หมายความว่า
พวกเขาสามารถได้รับผลจากความสามารถการจุดชนวนที่คล้ายกัน กลายเป็น
การเพิ่มพลังสายเลือดมหาศาลในเวลาอันสั้น
“วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่! นั่นหมายความว่าอย่างไร? เจ้าสามารถอธิบายอย่าง
ละเอียดได้หรือไม่?” อู้ชาอุทาน
หลังจากเลือกคำพูดอย่างระวัง ฉินเลี่ยอธิบายว่า “สิ่งที่ข้าพยายามจะพูดก็คือ
ตอนข้าปลดปล่อยวิชาลับนี้ ทุกคนสามารถจุดชนวนโลหิตเพื่อได้รับพลัง
สายเลือดจากโลกเปลวเพลิงข้ามากขึ้นตราบที่อยู่ข้างใน”
สมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุกคน แม้แต่หนานฉีและลี่หวย ดูตกใจเมื่อได้ยินเช่นนี้
ชางเยี่ยและเสวียนลั่วตกตะลึงเช่นกัน
ความสามารถเพิ่มพละกำลังของผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุกคนเป็นเวลาอัน
สั้นด้วยการใช้เลือดของคนอื่น… ทำไมวิชาลับนี้ถึงคล้ายกับวิชากระหายเลือด
ของตระกูลชี่เสวี้ยนัก?
วิชากระหายเลือดคือวิชาลับชุดใหญ่ที่น่ากลัวและลึกลับที่สุดของตระกูลชี่เสวี้ย
ตอนนี้ เห่าเจี๋ยเป็นเพียงนักรบสายเลือดระดับที่เจ็ดในกลุ่มที่สามารถปลดปล่อย
มันได้
วิชากระหายเลือดคือเหตุผลสำคัญที่ทำไมเห่าเจี๋ยและหน่วยที่เขาดูแลถึงได้ทรง
พลัง
ความจริงที่ฉินเลี่ยที่เป็นเพียงเลือดผสมพลันได้รับบางสิ่งที่คล้ายกันจาก
อาณาจักรโลหิตโกลาหลอาจจะหมายความว่าอำนาจของหน่วยตระกูล
เลี่ยเยี่ยนกำลังก้าวกระโดดนับแต่นี้เป็นต้นไป
“อย่างอื่นรอได้!” กานชิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ฉินเลี่ย! ตอนนี้เจ้าให้
ความสำคัญในการทำความเชี่ยวชาญกับ ‘วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่’ ให้เร็วที่สุด
เท่าที่จะทำได้ก่อน!”
เยี่ยนเฟิง อู้ชาและหลิวยั่งล้วยพยักหน้าพร้อมกัน
แม้แต่หนานฉีและหน่วยของเขาก็พยักหน้าแม้จะไม่ชอบอีกฝ่ายก็ตาม
“เจ้าพูดถูก นั่นน่ะต้องทำก่อน นั่นคือสิ่งที่หน่วยเจ้าต้องการในตอนนี้” ชางเยี่ย
พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
กานชิงและหลิวยั่งเริ่มพาฉินเลี่ยไปสถานที่เงียบสงบเพื่อให้เขาสามารถศึกษา
“วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่” โดยไม่มีการรบกวนได้
ฉินเลี่ยมีสีหน้าโง่งมเมื่อถูกไล่ให้ไปสถานที่เงียบสงบเพื่อทำการศึกษา หลิวยั่ง
ทำหน้าที่ในฐานะผู้พิทักษ์ขณะเขาเริ่มทำความเชี่ยวชาญวิชาลับสายเลือดที่
ได้รับมาใหม่
“ข้ามีโลกเปลวเพลิงเป็นของตัวเอง แต่ข้าไม่เคยมีโอกาสได้รับวิชาลับทรงพลัง
ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งกลุ่มมาก่อน” กานชิงส่ายหน้าบิดเบี้ยวหลังจากฉินเลี่ย
ออกจากพื้นที่ไปแล้ว เขาอดที่จะรู้สึกว่าตนถูกเลือกปฏิบัติไม่ได้ “หมอนั่นโชคดี
ได้อย่างไร?”
“อาจจะไม่ใช่โชคดีเสียทั้งหมดก็ได้” ชางเยี่ยกล่าวอย่างมีนัย
คำพูดของนางทำให้กานชิงประหลาดใจ
หนานฉีและอู้ชากำลังจ้องมองไปทางของฉินเลี่ยเช่นกัน
“ความสามารถสายเลือดคือของขวัญจากสวรรค์ มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดา
จะสามารถย้อนกลับหรือเปลี่ยนแปลงได้” ชางเยี่ยเงียบสักพักก่อนกล่าวต่อว่า
“แต่ว่า วิชาลับสายเลือดคือบางสิ่งที่นักรบสายเลือดทรงพลังคิดค้นและทำความ
เชี่ยวชาญก่อนจะถูกประทับในอาณาจักรโลหิตโกลาหล ถ้าข้าจำได้ถูกต้อง
วิชาลับสายเลือดชุดนี้ของฉินเลี่ย… ถูกสร้างโดยอดีตหัวหน้าตระกูลเลี่ยเยี่ยน”
“อดีตหัวหน้า!” หนานฉีอุทาน
กานชิงสั่นสะท้านหนึ่งครั้งก่อนถามว่า “เจ้าไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน พี่ใหญ่”
“ข้าจงใจศึกษาประวัติศาสตร์ของสองตระกูลพวกเราหลังกลับจากกระแสมิติ
โกลาหลที่อยู่นอกอาณาจักรวิญญาณ มันมาจากคัมภีร์ไม่สมบูรณ์ชุดหนึ่งที่
ทำให้ข้าทราบว่าหัวหน้าพวกเจ้า คนที่หายไป คืออัจฉริยะที่น่าทึ่งที่สุดที่ทำให้
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุกคนสง่างาม” ชางเยี่ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ “เขาคือคนที่นำ
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนไปสู่จุดสูงสุดหลังจากกลายเป็นหัวหน้าตระกูลเลี่ยเยี่ยน”
“เขาคือคนที่นำพวกเราไปหาอาณาจักรวิญญาณและยึดครองได้ในที่สุด”
“ถึงขั้นมีข่าวลือว่าเขาถูกเตะออกจากโครงการบ้าคลั่งที่อาณาจักรวิญญาณ”
“โครงการนั่นไม่เคยสำเร็จ ไม่เช่นนั้นเขาจะได้เปลี่ยนเส้นทางประวัติศาสตร์ไป
แล้ว”
“จากคัมภีร์นี้ ข้าทราบว่าเขาเจอกับผลย้อนกลับรุนแรงเพื่อดำเนินการโครงการ
บ้าคลั่ง”
“ผลที่ได้ เขาไม่สามารถนำพวกเราต่อสู้กับร้อยเผ่าพันธุ์ตอนเริ่มสงครามได้
หลังจากพวกเรากลับจากอาณาจักรวิญญาณ เขาก็ตื่นขึ้นช้า ๆ”
“หลังจากนั้น เขากลายเป็นเงาซีดอย่างที่เคยเป็น ท้ายที่สุด เขาหายไปพร้อม
กับหลุมศพเลือดเนื้อขณะพวกเรากำลังถอย”
“ถ้าเขาไม่เจอกับผลย้อนกลับรุนแรงในช่วงวิกฤติ พวกเราอาจจะกลายเป็นนาย
เหนือหัวของอาณาจักรวิญญาณจนถึงทุกวันนี้”
“พวกเจ้าอาจจะพูดว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนจะผงาดสู่ความรุ่งโรจน์และตกต ่าสู่
หายนะได้ก็เพราะเขา”
ชางเยี่ยกล่าวช้า ๆ
หน่วยของสามตระกูลย่อมตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนี้
กานชิงเสริมด้วยสีหน้าลึกลับว่า “ถึงวันนี้ หัวหน้าคนปัจจุบันพวกข้าและนักรบ
สายเลือดระดับที่สิบปฏิเสธจะสนทนาเรื่องของเขา ด้วยเหตุนี้พวกข้าไม่รู้อะไร
เกี่ยวกับเขาเลย”
หนานฉีและเยี่ยนเฟิงพยักหน้าเล็กน้อย
เมื่อกานชิงกล่าวเช่นนี้ พวกเขาจึงรู้ว่าไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับอดีตหัวหน้าจากผู้
อาวุโสตระกูลมาก่อนเลย
รุ่นเก่ากว่าคล้ายกับจงใจปกปิดข่าวของเขาและทำให้ตัวตนเลือนลางจากจิตใจ
ผู้คน
“นั่นเพราะเขาล้มเหลวในการหลุดพ้นตัวเองจากโครงการบ้าคลั่งตอนช่วงเวลา
สำคัญที่สุดที่ตระกูลเลี่ยเยี่ยนต้องการ ท้ายที่สุดเขาเจอกับผลย้อนกลับรุนแรง
เขาถึงขั้นนำอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลติดตัวไว้ก่อนหายไป” ชางเยี่ยถอน
หายใจ “อดีตของเขาเต็มไปด้วยทั้งความรุ่งโรจน์และความน่าละอาย เขาทั้งน่า
ภาคภูมิใจและบาปหนาต่อตระกูล เหมือนกับผู้อาวุโสไม่ได้ข้อสรุปว่าจะบรรยาย
เกี่ยวกับเขาอย่างไร ด้วยเหตุนี้พวกเขาจงใจปกปิดข้อมูลของเขาจนถึงตอนนี้”
“นั่นอาจจะเป็นสาเหตุว่าทำไมพวกเจ้าไม่รู้เรื่องวิชาลับสายเลือดรุนแรงที่เขา
คิดค้นขึ้น วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่”
“นั่นเพราะผู้อาวุโสพวกเจ้าไม่อยากให้รู้เกี่ยวกับเขามากเกินไป”
กานชิงครุ่นคิดสักพัก “เมื่อครู่ เจ้าบอกว่าไม่ใช่โชคที่ฉินเลี่ยได้รับวิชา
จุดชนวนโลหิตหมู่มา เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ข้าสงสัยว่าสายเลือดของฉินเลี่ยดั้งเดิมแล้วมาจากเขา” จากนั้นชางเยี่ย
อธิบายเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด “ข้ารู้ว่าอดีตหัวหน้าพวกเจ้ามีลูกสาว
อัจฉริยะคนหนึ่ง ความจริง นางดูแลเรื่องโครงการบ้าคลั่งอยู่ นางยังหายไป
พร้อมกับบิดาของนางในตอนนั้นด้วย”
การเปิดเผยนี้ทำให้ฝูงชนตกตะลึงอีกครั้ง ใบหน้าพวกเขาจริงจังยิ่งเมื่อจ้องมอง
ฉินเลี่ยอีกครั้ง
“ท่านอาทราบเรื่องนี้หรือไม่?” กานชิงถามเสียงเบา
ชางเยี่ยพยักหน้า “ด้วยเหตุนี้เขาตัดสินใจเกณฑ์ฉินเลี่ยให้มาเดินทางครั้งนี้
ถึงแม้ทุกคนจะคัดค้านก็ตาม”
“ฉินเลี่ยคือคนที่เจ้าพูดถึงก่อนหน้านี้หรือ?” กานชิงถาม
“ข้าไม่คิดเช่นนั้น” ชางเยี่ยคิดสักพักก่อนตอบว่า “ข้าสัมผัสแรงกดดันมนุษย์
จากคนคนนั้นไม่ได้เลย เขาอาจจะเป็นสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพบริสุทธิ์… อาจจะ
เป็นพี่ชายของฉินเลี่ยหรือเปล่า?”
“มีสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนอีกคนที่หลุดเข้ามางั้นหรือ?” หนานฉีอุทาน
ชางเยี่ยกล่าวอย่างจริงจัง “ถ้าพวกเขาทั้งคู่เป็นหลานชายของอดีตหัวหน้าพวก
เจ้า เช่นนั้นอะไร ๆ ก็เป็นไปได้!”
“นั่นหมายความหมอนี่ปกปิดความจริงจากพวกเรามาตลอดงั้นหรือ?” ลี่เหวย
พ่นลมออกจมูก
“อาจจะ…” ดวงตาของชางเยี่ยทอประกายขณะกล่าวอย่างไม่มั่นใจว่า “หรือบาง
ที เขาอาจจะเพียงทดลองพลาดกับคนที่ไม่รู้เกี่ยวกับอดีตตัวเอง บางทีสหายน่า
กลัวคนนั้นที่เกือบฆ่าผู้นำของเผ่าพันธุ์วิญญาณอาจจะมีตัวตนจริง ๆ หรือ
เปล่า?”
“ทดลองพลาด? ตัวตนจริง ๆ ? โครงการนี้มันเป็นโครงการบ้าอะไรกันแน่?” กาน
ชิงดูสับสนมาก “มันจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ทั้งหมดของเผ่าพันธุ์เทพได้
อย่างไร? เจ้าไม่คิดว่ามันเกินจริงไปหน่อยหรือ พี่ใหญ่”
“เป็นไปไม่ได้ที่ลูกระหว่างสองตระกูลเผ่าพันธุ์เทพต่างกันจะมีสองสายเลือด
ต่างกัน ข้าพูดถูกหรือไม่?” ชางเยี่ยถาม
กานชิง เสวียนลั่วและหนานฉีพยักหน้าหนักแน่นทันที
“ถ้าข้าบอกพวกเจ้าว่าสามารถใช้สายเลือดของตระกูลกวงหมิง เฮยอัน
เลี่ยเยี่ยน เสวียนปิงและชี่เสวี้ยได้ตั้งแต่เกิดล่ะ?” ชางเยี่ยถาม
“นั่น นั่นมันเป็นไปไม่ได้ไม่ใช่หรือ?!” ทุกคนตะโกนพร้อมกัน
“นั่นคือสิ่งที่โครงการเลือดสมบูรณ์แบบมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ อีกอย่าง ข้าได้ยินว่า
โครงการเกือบสำเร็จแล้วเมื่อสองหมื่นปีก่อน” ชางเยี่ยถอนหายใจ
ทุกคนดูตกใจเมื่อได้ยินเช่นนี้
คำอธิบายของชางเยี่ยเปลี่ยนสามัญสำนึกให้กลับตาลปัตรทันที
ตอนที่ 1237: ผู้มาเยือนจากจิ่วโยว?
ในโลกจุดก ำเนิด
หลิงอวี้ฉีและกลุ่มนำงก ำลังนั่งในควำมมืดขณะฝึกฝนเงียบ ๆ
ฉับพลัน คิ้วของหลิงอวี้ฉีกระตุกขณะควำมเจ็บปวดเข้ำสู่ดวงตำ
“เกิดอะไรขึ้น พี่ใหญ่” หลิงเสวียนซวนถำมอย่ำงร้อนรน
หลิงเฟิงและเกำอวี้ตื่นจำกสภำวะกำรฝึกฝนขณะมองนำงด้วยควำมกังวล
เช่นกัน
“ข้ำสำมำรถสัมผัสได้ว่ำมีใครบำงคนก ำลังสอดแนมเรำอยู่” หลิงอวี้ฉียืนขึ้น
ขณะสูดหำยใจเข้ำลึก ๆ จำกนั้น นำงกระจำยจิตวิญญำณขณะพยำยำม
ตรวจสอบรอบ ๆ
คลื่นพลังจิตวิญญำณกระจำยไปรอบข้ำงอย่ำงช้ำ ๆ
“เปรี้ยะ!”
จิตวิญญำณตระหนักรู้ของนำงสัมผัสจิตวิญญำณตระหนักรู้ของอีกคน มันเป็น
ควำมรู้สึกแปลกประหลำด
ทันทีที่นำงจดจ่อกับจิตวิญญำณตระหนักรู้อีกคน นำงเห็นบุคคลลึกลับปกคลุม
ในชุดคลุมสีด ำทันที
บุคคลลึกลับก ำลังยืนอยู่ในควำมมืดสนิท เขำไม่ได้ถือหินแสงมืดแม้แต่ก้อน
เดียว แต่ว่ำ ดวงตำของเขำยิ่งมำยิ่งเจิดจ้ำคล้ำยไฟภูตผี
เขำมองขึ้นไปในอำกำศและหัวเรำะเบำ ๆ “ข้ำไม่คิดเลยว่ำจะมีปีศำจหุบเหวผู้
เก่งกำจวิชำจิตวิญญำณ”
ในเวลำเดียวกัน บอลพลังจิตวิญญำณคล้ำยหมึกเข้มข้นยืดเข้ำหำนำงคล้ำย
ปลำหมึกยักษ์
หลิงอวี้ฉีพลันซีดเผือดด้วยควำมตกตะลึง
นำงรีบดึงพลังจิตวิญญำณกลับขณะประกำศทันทีว่ำ “พวกเรำต้องไปทะเลจุด
ก ำเนิดเดี๋ยวนี้!”
“พี่ใหญ่ยังฟื้นพลังจิตวิญญำณไม่เสร็จเลยไม่ใช่หรือ?” หลิงเฟิงอุทำน
“จิตวิญญำณตระหนักรู้ของคนคนนั้นทรงพลังยิ่ง เขำไม่ได้รับผลกระทบจำก
โลกจุดก ำเนิดเลย” หลิงอวี้ฉีกล่ำวอย่ำงร้อนรนว่ำ “ไม่มีเวลำแล้ว พวกเรำไม่
สำมำรถให้เขำตำมมำได้ไม่ว่ำจะอย่ำงไร! พวกเรำต้องไปเดี๋ยวนี้!”
เกำอวี้ หลิงเสวียนซวนและสมำชิกปีศำจมีเขำกับสมำชิกนัยน์ตำผีที่รอดชีวิต
บำงส่วนเชื่อนำงอย่ำงไม่มีข้อโต้แย้ง พวกเขำรีบยืนขึ้นขณะนำงสั่ง
“ไปกันเถอะ!”
ขณะน ำหน้ำ หลิงอวี้ฉีรีบวิ่งไปทำงทะเลจุดก ำเนิด
ไม่กี่กิโลเมตร สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณลึกลับคนหนึ่งพยำยำมไล่ตำม แต่
เขำไม่มีทำงเลือกนอกจำกตัดใจเมื่อพบว่ำกลุ่มของหลิงอวี้ฉียิ่งมำยิ่งเข้ำใกล้
ทะเลจุดก ำเนิด
เขำสำมำรถสัมผัสไอน่ำหวำดกลัวของนักล่ำจำกปีศำจหุบเหวได้แม้จะอยู่ตรงนี้
ก็ตำม
ที่ใดสักแห่งใกล้ทะเลจุดก ำเนิด
หินแสงมืดขนำดมหึมำลอยในอำกำศคล้ำยดวงอำทิตย์เจิดจ้ำ กลุ่มปีศำจหุบ
เหวระดับสูงก ำลังนั่งบนหินขณะสังเกตกำรณ์รอบ ๆ
หินแสงมืดใหญ่และเจิดจ้ำจนทุกสิ่งสำมำรถมองเห็นเด่นชัดดุจกลำงวัน
อีนั่วซือก ำลังนั่งบนหินแสงมืดขนำดยักษ์เช่นกัน ดวงตำสีม่วงอ่อนของนำงขยับ
ครั้งหนึ่งขณะกล่ำวว่ำ “ข้ำสัมผัสได้ว่ำเครือญำติจ ำนวนมำกก ำลังมำทำงนี้”
เหวยเซินเท่อ ปีศำจหุบเหวผู้เคยสู้กับฉินเลี่ยในกำรต่อสู้ครั้งหนึ่งหัวเรำะเบำ ๆ
ข้ำงนำงก่อนมองไกลออกไป “ผู้น ำเป็นเด็กผู้หญิงงดงำม โอ เดี๋ยว! มีพี่น้อง
ด้วย!”
ควำมสงสัยของเหวยเซินเท่อผุดขึ้นทันที
“เจ้ำลงไปตรวจสอบทีว่ำพวกเขำมีคุณสมบัติเข้ำร่วมกับพวกเรำหรือไม่ ถ้ำพวก
เขำอ่อนแอเกินไป เช่นนั้นก็ไล่ไปเสีย” เสียงคล้ำยหญิงสำวคนหนึ่งสั่งอย่ำง
หงุดหงิดจำกภำยในหินแสงมืดขนำดยักษ์
เหวยเซินเท่อคือลูกหลำนของรำชำปีศำจสิ้นหวังจำกหุบเหวโกลำหล แต่เขำไม่
กล้ำขัดค ำสั่งเจ้ำของเสียงแม้แต่นิดเดียว
ควำมจริง เขำหุบยิ้มบนใบหน้ำขณะพยักหน้ำจริงจัง “ทรำบแล้ว”
เขำกระโดดลงจำกหินแสงมืดขนำดยักษ์ทันที
ในเวลำเดียวกัน หลิงอวี้ฉีและคนอื่นพลันหยุดกำรกระท ำขณะจ้องมองด้ำนหน้ำ
อย่ำงวิตก
ผู้น ำของชั้นหุบเหวต่ำง ๆ จ ำนวนมำกนั่งเหนือหินแสงมืดขนำดยักษ์ มีปีศำจหุบ
เหวระดับที่เจ็ดจ ำนวนมำกก ำลังตรวจตรำเบื้องล่ำง
หลิงอวี้ฉีสัมผัสได้ถึงพลังจิตวิญญำณน่ำกลัวเมื่ออยู่ห่ำงจำกพวกเขำเกือบหนึ่ง
กิโลเมตรขณะหยุดตำมรอยแต่โดยดี
นำงสัมผัสถึงสมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณไม่ได้แล้ว
“พี่ใหญ่ พวกเรำปลอดภัยแล้ว… ใช่หรือไม่? ไอพวกเขำน่ำหวำดกลัวจริง ๆ”
หลิงเสวียนซวนถำมอย่ำงขำดกลัว
หลิงเฟิง เกำอวี้และคนอื่นพยำยำมสุดควำมสำมำรถเพื่อควบคุมลมหำยใจขณะ
เค้นควำมกล้ำขึ้นมำเช่นกัน
กลุ่มปีศำจหุบเหวระดับสูงที่มีจ ำนวนรวมเกือบร้อยตนคือกองก ำลังแข็งแกร่ง
ที่สุดในโลกจุดก ำเนิดตอนนี้ ยิ่งไปกว่ำนั้น พวกเขำคือกองก ำลังแรกที่ยึดครอง
ทะเลจุดก ำเนิด พวกเขำขับไล่ทุกกองก ำลังเช่นเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ เผ่ำพันธุ์
วิญญำณ เผ่ำพันธุ์เทพ เผ่ำพันธุ์กระดูกและอื่น ๆ ออกไปได้ส ำเร็จ
ควำมส ำเร็จนี้เพียงอย่ำงเดียวก็พิสูจน์แล้วว่ำพวกเขำคือผู้ปกครองแท้จริงของ
โลกจุดก ำเนิดในตอนนี้
เหตุผลที่กลุ่มของหลิงอวี้ฉีรอดมำได้จนถึงตอนนี้เพรำะหลิงอวี้ฉีสำมำรถน ำ
พวกเขำออกจำกอันตรำยโดยใช้กำรรับรู้จิตวิญญำณได้
อำจจะกล่ำวได้ว่ำพวกเขำโชคดีที่มำได้ไกลขนำดนี้
พวกเขำคงโกหกตัวเองหำกบอกว่ำไม่หวำดกลัวปีศำจหุบเหวเหล่ำนี้
เหวยเซินเท่อมำถึงพวกเขำแล้วขณะยังกังวลเกี่ยวกับโชคชะตำ เขำถำมแม้จะ
รู้อยู่แล้วว่ำ “ผู้น ำกลุ่มนี้คือใคร?”
หลิงอวี้ฉีกล่ำวอย่ำงสงบว่ำ “ข้ำเอง”
เหวยเซินเท่อตรวจสอบพวกเขำอย่ำงสงสัย สำยตำกวำดผ่ำนหลิงเสวียนซวน
หลิงเฟิงและคนอื่น จำกนั้น เขำถำมด้วยสีหน้ำแปลกประหลำดว่ำ “พวกเจ้ำ
อ่อนแอขนำดนี้แต่กลับรอดมำถึงที่นี่ได้อย่ำงไร?”
ทุกคนดูล ำบำกใจกับค ำถำมเถรตรงของเขำ
หลิงอวี้ฉีตอบว่ำ “กำรรับรู้จิตวิญญำณของข้ำไม่ได้รับผลจำกสถำนที่นี้ ดังนั้น
ข้ำสำมำรถสัมผัสศัตรูทรงพลังใกล้ ๆ ได้เพื่อ… หลีกเลี่ยงพวกเขำ”
เหวยเซินเท่อพยักหน้ำหลังจำกควำมประหลำดใจในตอนแรกหมดไป “แสดง
ว่ำ… พวกเจ้ำหำทำงมำถึงที่นี่ได้ด้วยกำรหลบเส้นทำงอันตรำยมำตลอดงั้น
หรือ?”
หลิงอวี้ฉีลังเลสักพักก่อนตอบว่ำ “ตำมนั้นแหละ”
“เช่นนั้นพวกเจ้ำรู้กฎพวกข้ำหรือเปล่ำ?” เหวยเซินเท่อยกคิ้วขึ้
“ข้ำน่ำจะสำมำรถช่วยพวกเจ้ำได้ ไม่เพียงแค่ข้ำสำมำรถตรวจจับแรงกดดันจิต
วิญญำณภำยในระยะหลำยกิโลเมตรได้เท่ำนั้น ข้ำสำมำรถกักขังจิตวิญญำณ
ของสิ่งมีชีวิตไว้ในภำพมำยำไม่มีสิ้นสุดได้” หลิงอวี้ฉีอธิบำย
“ควำมสำมำรถสำยเลือดที่ข้องเกี่ยวกับจิตวิญญำณหรือ?” เหวยเซินเท่อ
ประหลำดใจ
ฉับพลัน เขำมองกลับไปยังหินแสงมืดขนำดยักษ์ขณะถำมเสียงดังว่ำ “เจ้ำคิด
ว่ำไง ตี๋เจีย”
เสียงชำยหนุ่มคล้ำยหญิงสำวดังมำจำกหินแสงมืดอีกครั้ง “บอกนำงว่ำให้ลอง
กักขังจิตวิญญำณข้ำดู”
“เจ้ำได้ยินหรือยัง?” เหวยเซินเท่อหันกลับมำมองหลิงอวี้ฉีและกล่ำวว่ำ “ผู้น ำ
พวกข้ำก ำลังฝึกฝนภำยในหินแสงมืดหลังข้ำ พยำยำมใช้วิชำจิตวิญญำณกับ
ผู้น ำพวกข้ำดู”
“ได้สิ” หลิงอวี้ฉีพยักหน้ำ
นำงนั่งลงตรงหน้ำเหวยเซินเท่อขณะจดจ่อกับกำรขยำยจิตวิญญำณตระหนักรู้
ทั้งหมดไปยังหินแสงมืดก้อนนั้น
จิตวิญญำณของนำงกระเพื่อมออกไปคล้ำยน ้ำ
ฉับพลัน ปีศำจหุบเหวระดับสูงที่น ำโดยอีนั่วซือผู้ก ำลังนั่งเหนือหินแสงมืดรู้สึก
เหมือนกับก ำลังเสียกำรควบคุมจิตวิญญำณ
พวกเขำเกือบรู้สึกเหมือนกับสำมำรถมองเห็นมหำสมุทรก ำลังถำโถมใส่ศีรษะ
ขณะดึงจิตวิญญำณและกดดันให้พวกเขำจมลงไปทั้งเป็น
“นรกจิตวิญญำณ!”
ผู้น ำปีศำจหุบเหวนำมตี๋เจียพลันอุทำน
ร่ำงสีม่วงพลันพุ่งออกจำกหินแสงมืด
เพียงอึดใจ ร่ำงสีม่วงเข้มเปลี่ยนเป็นชำยหนุ่มคล้ำยผู้หญิงผู้ดูเหมือนหญิงสำว
งดงำม
ปีศำจหุบเหวระดับสูงผู้หล่อเหลำเหลือเชื่อตนนี้สวมชุดที่มีลวดลำยดอกไม้สีม่วง
จ ำนวนมำก เขำดูเหมือนอำยุเพียงสิบหกถึงสิบเจ็ดปีเท่ำนั้นและยังดูอ่อนกว่ำ
ปีศำจหุบเหวทุกตนที่อยู่สถำนที่แห่งนี้
เหวยเซินเท่อก้ำวถอยออกมำขณะยอมให้ตี๋เจียพุ่งออกมำทันทีที่ปรำกฏตัวขึ้น
ปีศำจหุบเหวระดับสูงที่นั่งเหนือหินแสงมืดในตอนแรกรีบบินลงมำหลังจำกเห็น
กำรปรำกฏตัวของเขำ
“เกิดอะไรขึ้น ตี๋เจีย” อีนั่วซือรีบถำม
“หญิงสำวคนนี้มีอะไรต่ำงออกไป?” ปีศำจหุบเหวระดับสูงอีกตนถำม
กลุ่มปีศำจหุบเหวระดับสูงทรงพลังจ้องมองตี๋เจียและหลิงอวี้ฉีอย่ำงสงสัย แต่
ควำมสนใจของตี๋เจียถูกดึงดูดโดยหลิงอวี้จนหมด
หลิงอวี้ฉีประหลำดใจกับกำรเปลี่ยนแปลงฉับพลันนี้เช่นกัน นำงถำมว่ำ “เจ้ำรู้
ชื่อควำมสำมำรถสำยเลือดข้ำได้อย่ำงไร?”
อย่ำงที่ตี๋เจียกล่ำวถึงก่อนหน้ำนี้ ควำมสำมำรถสำยเลือดที่นำงแทบไม่เคย
ปลดปล่อยออกมำมีชื่อว่ำนรกจิตวิญญำณ มันคือควำมสำมำรถที่นำงปลุกได้
เมื่อไม่นำนมำนี้ แต่ถึงอย่ำงนั้นกลับช ่ำชองอย่ำงสมบูรณ์
ตี๋เจียพุ่งออกจำกหินแสงมืดขณะหยุดนำงไม่ให้ปลดปล่อยนรกจิตวิญญำณเต็ม
พิกัด ยิ่งไปกว่ำนั้น เขำเรียกชื่อควำมสำมำรถสำยเลือดนำงได้อย่ำงแม่นย ำ
ด้วยเหตุนี้นำงจึงสับสน
ตี๋เจียยิ้มขมขื่นให้นำงก่อนตอบว่ำ “พี่สำวจำกจิ่วโยว โปรดอย่ำล้อเล่นแบบนี้สิ”
“จิ่วโยว!”
“นำงมำจำกจิ่วโยว!”
“ไม่สงสัยเลยว่ำตี๋เจียปฏิบัติเรื่องนี้อย่ำงจริงจัง!”
ปีศำจหุบเหวระดับสูงเข้ำใจว่ำเกิดอะไรขึ้นทันที
ควำมจริง ปีศำจหุบเหวระดับสูงทุกตนผู้รู้ว่ำจิ่วโยวคืออะไรจ้องมองหลิงอวี้ฉีด้วย
มุมมองใหม่อย่ำงสิ้นเชิง
สำยตำพวกเขำเต็มไปด้วยควำมหวำดกลัว ควำมเคำรพ ควำมวิตก ควำมกังวล
และอื่น ๆ
มันเหมือนกับสำยตำที่พวกเขำใช้เมื่อก ำลังจ้องมองตี๋เจีย
“พี่สำว จิ่วโยว ล้อเล่น…”
หลิงอวี้ฉีสับสนไปหมด นำงไม่คล้ำยกับรู้ว่ำเกิดอะไรขึ้น
ด้ำนหลังนำง หลิงเสวียนซวน หลิงเฟิง เกำอวี้และคนอื่นดูสับสนเช่นกัน
พวกเขำสับสนกับกำรตอบสนองของปีศำจหุบเหวระดับสูงเหล่ำนี้
“ข้ำไม่เข้ำใจว่ำเจ้ำก ำลังพูดเรื่องอะไร” หลิงอวี้ฉีพลันพูดขึ้
“เอำจริง ๆ นะ เลิกล้อเล่นได้แล้ว พี่สำว ข้ำยอมสละต ำแหน่งผู้น ำให้ได้เลยนะ…
ถ้ำนั่นคือสิ่งที่เจ้ำต้องกำร” ขณะเผยรอยยิ้มขมขื่นบนใบหน้ำ จี๋เจียอ้ำแขน
อย่ำงใสซื่อ “ข้ำไม่รู้ว่ำเจ้ำมำเหมือนกัน ข้ำคิดว่ำ… ข้ำเป็นคนเดียวที่มำจำก
แปดหุบเหวชั้นล่ำง”
ประกำยแปลกประหลำดปกคลุมดวงตำของหลิงอวี้ฉี เมื่อนำงมองปีศำจหุบเหว
ระดับสูงที่เหลือ นำงพบว่ำพวกเขำล้วนมองนำงด้วยควำมหวำดกลัวและย ำเกรง
นำงคือเด็กผู้หญิงบริสุทธิ์สูงส่งมำตั้งแต่เกิด ดังนั้นนำงเข้ำใจสิ่งที่เกิดขึ้นคร่ำว ๆ
หลังจำกคิดอย่ำงรวดเร็ว
ฉับพลัน นำงยิ้มคล้ำยกุหลำบสีม่วงน่ำตื่นตำที่เพิ่งเบ่งบำน “เจ้ำมำจำกชั้นไหน
หรือ?”
“ข้ำมำจำกหวงเฉียน” ตี๋เจียตอบอย่ำงจริงจัง “แดนช ำระหวงเฉียนอยู่เหนือแดน
ช ำระจิ่วโยวของเจ้ำ นรกจิตวิญญำณที่เจ้ำปลดปล่อยออกมำคือ…”
เขำลังเลสักพักขณะร่องรอยควำมหวำดกลัวฉำยผ่ำนดวงตำ “มันคือ
ควำมสำมำรถสำยเลือดพิเศษของรำชันแดนช ำระจิ่วโยว”
เขำตรวจสอบหลิงอวี้ฉีและพบว่ำค ำพูดของเขำไม่ได้ตอบสนองนำงเลย ตอน
นั้นเองเขำจึงกล่ำวต่อว่ำ “ข้ำได้ยินมำว่ำรำชันจำกแดนช ำระจิ่วโยวมีเพียงลูก
ชำยเจ็ดคนและลูกสำวสำมคน เขำต้องรักเจ้ำมำกแน่ถึงได้ส่งมำโลกจุดก ำเนิด
นี้ ใช่หรือไม่?”
หลิงอวี้ฉีตอบด้วยรอยยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบด้วยวำจำ
ใบหน้ำของตี๋เจียมืดมนขณะกล่ำวโดยไม่เจำะจงตัวบุคคลว่ำ “ข้ำไม่ได้โชคดี
เหมือนเจ้ำ ข้ำอำจจะเป็นลูกชำยของรำชันหวงเฉียน แต่พ่อข้ำมีลูกชำยและลูก
สำวหลำยร้อยคน ยิ่งไปกว่ำนั้น ข้ำออกจำกแดนช ำระหวงเฉียนโดยไม่ได้รับ
อนุญำต ถ้ำข้ำไม่กลับไปพร้อมบำงสิ่งที่เป็นรูปธรรม… ข้ำอำจจะพบกับควำม
ตำย”
“อ้อ ข้ำเข้ำใจ เจ้ำอยู่ต ำแหน่งเดิมไปเถอะ” หลิงอวี้ฉีครุ่นคิดสักพักก่อนยิ้มให้
เขำ “ข้ำสัญญำว่ำจะไม่แข่งกับเจ้ำ เจ้ำสำมำรถเอำทุกสิ่งที่เท่ำที่ต้องกำรจำก
ที่นี่ได้”
ตี๋เจียดูประหลำดใจสักพักก่อนก้มศีรษะให้นำง เขำยิ้มอย่ำงจริงใจออกมำ
“พี่สำว นับแต่นี้ต่อไป ข้ำจะปฏิบัติกับเจ้ำเสมือนเป็นพี่สำวคนหนึ่ง!”
ตอนที่ 1238: วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่!
ภายใต้แสงสว่างสีเหลืองหม่นของหินแสงมืด สมาชิกจากสามตระกูลเผ่าพันธุ์
เทพกำลังฝึกฝนอย่างเงียบงัน
หลิวยั่งนั่งไขว่ห้างข้างฉินเลี่ย บางครั้งชำเลืองมองเขาด้วยความคาดหวัง
“วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่…”
นาง กานชิงและหนานฉีประหลาดใจกับวิชาลับที่สามารถเพิ่มพละกำลังของ
สมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุกคนได้ไม่ต่างกัน
ภายใต้คำสั่งของกานชิง นางปกป้องฉินเลี่ยจนไม่ได้ยินสิ่งที่ชางเยี่ยกล่าวกับ
กานชิงและคนอื่น
นางไม่ได้เข้าใจตัวตนของฉินเลี่ยเป็นพิเศษ
นางรู้สึกว่ามีชั้นนอกลึกลับบนฉินเลี่ยที่ดึงดูดนาง
“เลือดผสมสามารถเข้าอาณาจักรโลหิตโกลาหลได้ สามารถได้รับวิชา
สายเลือดลับทรงพลัง คนคนนี้แข็งแกร่งมาก” นางคิด
“หวือ!”
วงเปลวเพลิงสีแดงเข้มลุกโชนอย่างเงียบงันโดยมีฉินเลี่ยอยู่ใจกลาง
เพียงไม่กี่วินาที โลกเปลวเพลิงสดใสก่อตัวขึ้นรอบฉินเลี่ย
ฉินเลี่ยลืมตาช้า ๆ
คล้ายกับมีสายโลหิตกำลังวูบไหวในดวงตาของเขา ถ้าหากมองใกล้ ๆ พวกเขา
จะพบว่ามันก่อตัวเป็นอักขระลึกลับของเผ่าพันธุ์เทพ
“เป็นอย่างไรบ้าง?” หลิวยั่งถามอย่างสงสัย
ฉินเลี่ยยิ้มกว้างและกล่าวว่า “เข้ามาใกล้ข้าสิ มาดูว่าสายเลือดเจ้าเปลี่ยนแปลง
ไหม”
เขาพยายามเรียนรู้กลของวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ เพราะผู้นำของสามตระกูล
กำลังรวมตัวกัน เขาต้องส่งวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลกับ
เข้าไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
เขาต้องเชี่ยวชาญวิชาก่อนใช้ในการต่อสู้
ในช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้นี้ เขาคุ้นชินกับวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ช้า ๆ แต่เขา
ไม่มั่นใจว่าจะส่งผลในการลองครั้งแรกหรือไม่
เพราะเหตุนี้ เขาให้หลิวยั่งเข้าโลกเปลวเพลิง
“เข้ามาใกล้…” ดวงตาของหลิวยั่งขยับ นางหัวเราะคิกคัก “ไม่มีปัญหา”
นางไม่ได้อยู่ไกลจากฉินเลี่ยตั้งแต่ต้น ครั้งนี้ นางขยับและเข้าหาอย่างเย้ายวน
นางนั่งลงจนเกือบไหล่ชนไหล่กับฉินเลี่ย
“ฟู่…” นางหายใจรดใบหน้าของฉินเลี่ยอย่างซุกซน เปลวไฟวูบไหวในดวงตา
ขณะกล่าวเสียงเบาว่า “แค่นี้ใกล้พอยัง? ถ้าไม่ใกล้พอ… ให้ข้านั่งตักเจ้าดี
หรือไม่?”
หญิงสาวเผ่าพันธุ์เทพส่วนใหญ่กล้าแสดงความรักและความเกลียดชัง พวกเขา
มักองอาจหาญกล้า หลิวยั่งก็เหมือนกัน
ขณะนางเรียนรู้เกี่ยวกับฉินเลี่ย นางรู้สึกบวกต่อเขา นางมักไม่ปกปิดเรื่องนี้
กานชิง เยี่ยนเฟิงและหนานฉีล้วนเห็นสิ่งนี้
อาจจะเพราะเหตุนี้ เยี่ยนเฟิงรู้สึกแปลก ๆ กับฉินเลี่ย จากนั้นจึงหยุดไล่ตามนาง
กานชิงรู้เรื่องนี้เช่นกันและจงใจตระเตรียมให้นางปกป้องฉินเลี่ยเพื่อมอบโอกาส
ให้อยู่กันสองต่อสอง
หลิวยั่งคิดว่านางเปิดเผยชัดเจนขณะรอให้ฉินเลี่ยเชื้อเชิญ แต่ฉินเลี่ย… ไม่
คล้ายกับเข้าใจความตั้งใจของนาง
นางรีบร้อน ครั้งนี้… นางรุกมากขึ้น
“เอ่อ ไม่จำเป็น ระยะนี้พอแล้ว” ฉินเลี่ยกล่าวติดขัด
จิตใจของเขาพลันปั่นป่วน
โลกเปลวเพลิงสีแดงเข้มสั่นไหวบ้าคลั่งคล้ายบอลลูนสีแดงที่ถูกพัดโดยสายลม
รุนแรง
เขาหยุดใช้วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่
หลิวยั่งนิ่ง จากนั้นหันมามอง “เจ้ายังปกปิดอะไรอีก?”
ฉินเลี่ยเงียบสักพักขณะลูบจมูก เขากล่าวว่า “ข้าเคยบอกเจ้าก่อนหน้านี้ว่าข้า
ต้องตามหาคนสนิทที่มาที่นี่ พวกเขาคือปีศาจหุบเหว”
“ใช่ ข้ารู้” หลิวยั่งมีสีหน้าสับสน นางไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ เขากล่าวถึงเรื่องนี้
“ในบรรดาพวกเขา หนึ่งในนั้นคือ… คู่หมั้นข้า” ฉินเลี่ยกล่าว
“คู่หมั้น?” หลิวยั่งตกตะลึง
ฉินเลี่ยพยักหน้าและครุ่นคิดสักพัก เขาเบ้ปากและกล่าวว่า “นั่นแหละ ข้ามี
ผู้หญิงคนอื่นในอาณาจักรวิญญาณแล้ว…”
หลิวยั่งมองเขาแปลกประหลาด “ทำไมถึงพูดแบบนี้กับข้า?”
เมื่อนางถามเช่นนี้ ฉินเลี่ยนิ่ง “ข้ามีปัญหามากมาย ข้าไม่คิดว่าเจ้า…”
แต่ว่า ก่อนเขาจะทันได้กล่าวจบ หลิวยั่งขัดและหัวเราะออกมา “เจ้าคิดว่าข้า
อยากอยู่กับเจ้าไปตลอดงั้นหรือ?”
ฉินเลี่ยตกตะลึง
“เผ่าพันธุ์เทพเพียงหาความสัมพันธ์ในปัจจุบันเท่านั้น” หลิวยั่งหัวเราะและกล่าว
ว่า “บางที หลังการเดินทางอาณาจักรลับนี้สิ้นสุดลง พวกเราจะไม่ได้ทำอะไร
กันอีก บางทีข้าอาจจะพบใครบางคนในภารกิจต่อไป เจ้าไม่รู้หรือว่าพวกเรา
ผ่อนคลายในพื้นที่นี้?”
“อ้อ!” ฉินเลี่ยอุทาน
“ดังนั้น ข้าไม่ต้องทำความเข้าใจในอดีตและอนาคตเจ้า ข้าไม่สน” หลิวยั่งกล่าว
อย่างง่ายดาย
ฉินเลี่ยจนคำพูด
เขาและสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนไม่ได้ติดต่อกันนานถึงขนาดนั้น ความเข้าใจ
เผ่าพันธุ์เทพของเขาไม่มากพออย่างเห็นได้ชัด
ความทรงจำที่เขาได้จากร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณไม่แตะต้องถึง
ความสัมพันธ์ในเผ่าพันธุ์เทพ
ดังนั้นเขาคิดตามหลักความจริงว่าเผ่าพันธุ์เทพและเผ่าพันธุ์มนุษย์เหมือนกัน
“ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ?” ผ่านไปสักพัก เขาถามอย่างแปลกประหลาด
รอยยิ้มของหลิวยั่งดูขมขื่นเล็กน้อย “พวกข้าไม่เหมือนกับเผ่าพันธุ์มนุษย์
ความสามารถสืบพันธุ์พวกข้าอ่อนเกินไป พวกข้าไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ง่าย”
ฉินเลี่ยประหลาดใจมากขึ้น
หลิวยั่งหน้าแดงและกล่าวอย่างเขินอายว่า “หรือก็คือ พวกข้าอาจจะประสบกับ
ชายหนุ่มจำนวนมากในเผ่าพันธุ์ก่อนตั้งครรภ์ พวกข้าไม่สามารถตั้งครรภ์ได้
หากสองคนไม่อยู่ด้วยกัน ดังนั้นพวกข้าต้อง… พยายามอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะ
ทำสำเร็จ”
ฉินเลี่ยสับสน เขาคล้ายกับเข้าใจเล็กน้อยและกล่าวว่า “เจ้าพยายามกี่ครั้ง
แล้ว?”
“ไม่ ยังเลย เดิมข้าอยากไปหาเยี่ยนเฟิง แต่ข้าเปลี่ยนใจและอยากลองกับเจ้า
ก่อน” หลิวยั่งเขินอายเล็กน้อย
ฉินเลี่ยลังเลและกล่าวว่า “พวกเรา… ลองวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ก่อนไหม?”
“ได้” หลิวยั่งยิ้ม
บรรยากาศพลันอึดอัดน้อยลง
ฉินเลี่ยผ่อนคลายมากเมื่อเผชิญหน้ากับหลิวยั่งหลังจากเข้าใจท่าทีเรียบง่ายที่
เผ่าพันธุ์เทพสร้างความสัมพันธ์ เขาสามารถเล่นตลกกับนางได้ง่าย ๆ “ครั้งนี้
อย่านั่งบนขาข้า ไม่อย่างนั้น ข้าไม่สามารถรักษาโลกเปลวเพลิงได้ แต่เจ้า
สามารถลองหลังจากข้าเชี่ยวชาญสิ่งนี้แล้ว”
“เจ้าคนลามก! พอเห็นว่าเจ้าไม่ต้องรับผิดชอบ เจ้าก็กลายเป็นพวกไร้ศีลธรรม
ทันทีงั้นหรือ?” หลิวยั่งกลอกตามองเขา
ฉินเลี่ยหัวเราะเบา ๆ และกล่าวว่า “ตั้งใจหน่อย ข้าจะกระตุ้นพลังสายเลือดและ
ปลดปล่อยวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ออกมา!”
“ได้เลย!” หลิวยั่งมีชีวิตชีวามากขึ้น
โลกเปลวเพลิงที่กำลังสั่นไหวพลันหยุดขยับ กลุ่มรูนลึกลับขนาดใหญ่ปรากฏ
บนพื้นผิวของโลกเปลวเพลิง
รูนลึกลับเหล่านั้นลอยบนพื้นผิวของโลกเปลวเพลิงคล้ายหมู่เมฆสีแดง มันเต็ม
ไปด้วยพลังที่จะทำให้สายเลือดของผู้คนเดือดพล่าน
ข้างฉินเลี่ย หลิวยั่งเงยหน้าขึ้นและเห็นกลุ่มรูนลึกลับสีแดงขนาดใหญ่เหล่านั้น
ผมสีแดงยาวของนางคล้ายกับเกิดประกายไฟ
สายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยนภายในตัวนางคล้ายกับถูกจุดชนวนโดยรูนลึกลับ
เหล่านั้นขณะปะทุขึ้นมาคล้ายภูเขาไฟ
ในเวลาเดียวกัน นางสังเกตเห็นว่าขณะสายเลือดเปลี่ยนไป พลังเปลวเพลิง
เข้มข้นในโลกเปลวเพลิงถูกดึงดูดโดยนางขณะถาโถมเข้าสู่ร่างกาย
เพียงพริบตา ดวงตาของนางพลันเป็นสีแดงชาดคล้ายแมกม่า
กลุ่มเปลวเพลิงปกคลุมเกราะศึกสีแดงชาดทันที
เกราะเริ่มเผาไหม้ จากนั้นเปลวเพลิงกระจายไปทั่วร่างกายนางอย่างรวดเร็ว
นางรู้สึกว่าโลหิตกำลังเผาไหม้
การปะทุของพลังที่เป็นของสายเลือดนางและของโลกเปลวเพลิงกระจายไปยัง
แขนขาและหัวใจ!
“การจุดชนวน! การจุดชนวนแท้จริง!”
นางพลันเห็นเส้นเลือดเหล่านั้นที่ไม่สามารถเข้าใจได้ในโลหิตขยับเป็นลวดลาย
ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
นางพลันเข้าใจว่าพวกมันเป็นตัวแทนของความสามารถซ่อนเร้น “การ
จุดชนวน”
แต่ว่า นางไม่เข้าใจวิชาพิเศษนั่น จึงไม่สามารถกระตุ้นมันด้วยพลังสายเลือดได้
รูนลับที่กำลังลอยรอบโลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ยถูกดึงดูดเข้าหานางขณะ
เปลี่ยนโลหิตให้ขยับตามความสามารถซ่อนเร้นการจุดชนวนของฉินเลี่ย
นางพลันเข้าใจว่าฉินเลี่ยสามารถได้รับวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ในอาณาจักร
โลหิตโกลาหลได้เพราะฉินเลี่ยครอบครองโลกเปลวเพลิงและยังมีความสามารถ
ซ่อนเร้นสายเลือดการจุดชนวนด้วย
วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ต้องการสองความสามารถซ่อนเร้นนี้เป็นรากฐานอย่าง
เห็นได้ชัด กานชิงผู้เพียงครอบครองโลกเปลวเพลิงไม่สามารถได้รับวิชานี้ได้
“เริ่มแล้ว!”
“ฉินเลี่ยกำลังเริ่มแล้ว!”
ตอนนี้เอง กานชิง หนานฉีและเยี่ยนเฟิงผู้อยู่ไกลออกไปสามารถสัมผัสสิ่งนี้
ขณะที่ไม่อยู่ในโลกเปลวเพลิงได้เช่นกัน
พวกเขาตื่นจากการฝึกฝนและบินเข้าหาฉินเลี่ยทันที ดวงตาพวกเขาเต็มไป
ด้วยความยินดี
พวกเขามองเห็นจากไกล ๆ ว่าหลิวยั่งผู้กำลังยืนข้างฉินเลี่ยมีเส้นผมสีแดงยาวที่
กำลังยาวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
นั่นคือสัญญาณการจุดชนวนเด่นชัด!
“เป็นไปได้จริง ๆ!”
แม้จะอยู่ไกลออกไป ชางเยี่ยยืนขึ้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความตกตะลึง
นางนำสมาชิกตระกูลเฮยอันเข้าใกล้เพื่อดูความลับของ “วิชาจุดชนวนโลหิต
หมู่”
ในเวลาเดียวกัน เสวียนลั่วและหงไข่ถูกดึงดูดเช่นกัน
วินาทีต่อมา สมาชิกจากสามตระกูลมาอยู่ข้างฉินเลี่ยและหลิวยั่ง
ชางเยี่ย เสวียนลั่วและคนอื่นมองจากนอกโลกเปลวเพลิงอย่างเงียบงัน
กานชิงและผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นที่มีสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยนไม่สามารถควบคุมได้
อีกต่อไปเมื่อเห็นหลิวยั่งเริ่มเต้นร่าอย่างมีความสุข
“ฉินเลี่ย! ข้าจะเข้าไปนะ!” อู้ชาพลันตะโกน
ขณะสายตาของฉินเลี่ยขยับมาที่นาง นางเริงร่าขณะเข้าไปคล้ายสายอัคคี
นางผ่านโลกเปลวเพลิงอย่างง่ายดายขณะปรากฏตัวข้างฉินเลี่ยและหลิวยั่ง
วินาทีต่อมา เส้นผมของนางเริ่มเผาไหม้ ร่างกายถูกกลืนกินในเปลวเพลิง
วินาทีต่อมา นางกลายเป็นแบบเดียวกับหลิวยั่งขณะสวมชุดคลุมเปลวเพลิงจน
ทั่วร่างกายเผาไหม้
ตอนที่ 1239: หนานฉีก้มศีรษะ!
ในโลกเปลวเพลิง สีหน้าของฉินเลี่ยปกติ เขาเพียงจดจ่อกับการควบคุมวิชา
จุดชนวนโลหิตหมู่เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุต่าง ๆ
แต่หลิวยั่งและอู้ชาผู้อยู่ข้างเขากำลังเผาไหม้
ผู้คนที่กำลังยืนนอกโลกเปลวเพลิงจดจ่อและพบว่าเส้นผมของหลิวยั่งและอู้ชา
ยาวขึ้นอย่างรวดเร็วคล้ายทะเลอัคคี
พวกเขาเข้าใจว่าสองสาวมีการจุดชนวนสายเลือดในโลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ย
“พี่ใหญ่ ข้า…” กานชิงหัวเราะทื่อขณะมองชางเยี่ย เขากล่าวว่า “ข้าจะลองดู”
ชางเยี่ยไม่คัดค้าน
กานชิงไม่รอความเห็นนางอีก เขาอ้าแขนขณะบินเข้าโลกเปลวเพลิงคล้ายวิหค
หนานฉี ลี่เหวยและคนอื่นล้วนมีสีหน้ากระตือรือร้น แต่เมื่อพวกเขาเห็นฉินเลี่ย
พวกเขาลังเล
“พี่หนานฉี…” ใครคนหนึ่งเรียก
ภายใต้สายตาของเขา หนานฉีส่ายหน้าและกล่าวว่า “พวกเราจะไม่เข้าร่วม”
เมื่อได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ คนคนนั้นถอนหายใจด้วยความผิดหวังเหมือนลี่เหวย
พวกเขาล้วนรู้ว่าการจุดชนวนคือหนึ่งในความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดหลัก
ของตระกูลเลี่ยเยี่ยน พวกเขารู้ว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถใช้การจุดชนวนในการ
ต่อสู้ได้จะเหนื่อยล้าหลังจากนั้น แต่ก็สามารถได้รับการเสริมสร้างพลังมหาศาล
ในเวลาอันสั้น
การเพิ่มขึ้นฉับพลันในด้านพลังสามารถจัดการศัตรูได้อย่างรวดเร็วบ่อยครั้ง
หลังจากนั้น ไม่ว่าพวกเขาพยายามแค่ไหนก็สามารถฟื้นพลังได้ช้า ๆ ผ่านการ
กินอาหารที่มีพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์มหาศาล
ในการต่อสู้ยากลำบาก การเพิ่มพลังต่อสู้ฉับพลันคือสิ่งสำคัญยิ่งกว่าเวลาการ
ฟื้นฟูยาวนานหลังจากต่อสู้
ดังนั้น ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดการจุดชนวนมักเป็นที่โปรดปรานโดย
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนและถูกมองว่าเป็นความสามารถหลัก
ตอนนี้ พวกเขาอยู่ในโลกจุดกำเนิด สามารถเข้าใจความลับของสายเลือด
ตัวเองได้อย่างง่ายดาย
โลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ยสามารถช่วยพวกเขาเข้าใจวิธีจุดชนวนสายเลือดได้
พวกเขาจะสามารถตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในโลหิตโดยตรงได้หากฉินเลี่ย
จุดชนวนให้
ถ้าพวกเขาโชคดี อาจจะถึงขั้นมีโอกาสที่พวกเขาสามารถได้รับความสามารถ
ซ่อนเร้นนี้ในโลกจุดกำเนิดเลยทีเดียว
เหมือนกับหลิวยั่งที่ปลุกความสามารถใหม่ขึ้นมาได้ก่อนหน้านี้
จากโลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ย จากการเปลี่ยนแปลงในรูปลักษณ์ของอู้ชาและ
หลิวยั่ง พวกเขาเห็นความหวังการเพิ่มพละกำลังสายเลือดและการปลุก
ความสามารถซ่อนเร้นที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลขึ้นมา!
น่าเสียดาย เพราะรอยร้าวที่คงอยู่ระหว่างกลุ่มพวกเขาและฉินเลี่ย พวกเขาไม่
กล้าเดินเข้าไปในโลกเปลวเพลิงเหมือนหลิวยั่งและอู้ชา นี่คือความทรมาน
สำหรับพวกเขา
“วิเศษ! วิเศษ!”
หลังเดินเข้าไปในโลกเปลวเพลิง กานชิงเผาไหม้โลหิตเร็วยิ่งขึ้น เขาสามารถ
มองเห็นการเปลี่ยนแปลงในสายเลือดได้ชัดเจนขณะอุทานโดยไม่รู้ตัว
เสียงตะโกนของเขาเข้าหูหนานฉี ลี่เหวยและคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ
ใบหน้าของเยี่ยนเฟิงสั่นไหวผิดธรรมชาติ เขาหันศีรษะออกมาขณะฝืนละ
สายตาจากโลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ยกับสามคนที่อยู่ข้างใน
ความผิดปกติพวกเขาดึงดูดความสนใจของชางเยี่ย สายตาสับสนของนางมอง
ที่ใบหน้าของเยี่ยนเฟิงและหนานฉี “พวกเจ้าทำอะไรอยู่?”
หนานฉีและเยี่ยนเฟิงล้วนมีสีหน้าสำนึกผิด
“ทำไมพวกเจ้าไม่เข้าไป?” คิ้วของชางเยี่ยขมวดเล็กน้อยขณะกล่าวอย่างเย็นชา
ว่า “พวกเจ้าโง่หรือไง? พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าสามารถมองเห็นความสามารถซ่อน
เร้นโดยตรงในสายเลือดที่โลกจุดกำเนิดได้? ตอนฉินเลี่ยใช้วิชาจุดชนวนโลหิต
หมู่ ถ้าโลหิตพวกเจ้าถูกจุดชนวน พวกเจ้าสามารถมองเห็นอักขระในโลหิตและ
ทำความเข้าใจการจุดชนวนได้ พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าการจุดชนวนหายากแค่
ไหน!?”
หลังจากนางต่อว่า หนานฉีและเยี่ยนเฟิงมีสีหน้าลำบากใจยิ่งขึ้น พวกเขายังคง
เงียบ
ที่ด้านข้าง เสวียนลั่วยิ้มเย็นชาและเย้ยหยัน “ดูท่าพวกเขาจะขัดแย้งกับฉินเลี่ย
อย่างรุนแรงจนไม่กล้าเข้าโลกเปลวเพลิงน่ะ”
“อย่างนั้นหรือ?” ชางเยี่ยพ่นลมออกจมูก
“ไม่ได้ขัดแย้งสักหน่อย” หนานฉีพยักหน้าและกล่าวว่า ศีรษะก้มต ่า “แค่
โต้เถียงเป็นบางครั้ง”
“โต้เถียง? เรื่องอะไร?” ชางเยี่ยถาม
หนานฉีไอ จากนั้นมองลี่เหวยและคนอื่น เขากล่าวว่า “พวกเรา พวกเราอยาก
ได้หญิงสาวเผ่าพันธุ์มีปีก…” เขาอธิบายง่าย ๆ
ชางเยี่ยฟังอย่างเย็นชา ดวงตาของนางค่อย ๆ พลันมืดมนและเย็นชา หลังจาก
หนานฉีอธิบาย นางกล่าวเหยียดหยันว่า “คนที่เสียการควบคุมภายใต้แรง
กดดันจะไม่มีทางกลายเป็นยอดฝีมือสายเลือดแท้จริง! ผู้ที่หาข้ออ้างเพื่องาน
อดิเรกเลวร้ายล้วนไม่ได้เรื่อง!”
“ด้อยกว่าแม้แต่กับเลือดผสม ขยะสิ้นดี ไม่สงสัยเลยว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนถึงได้
ตกต ่า” เสวียนลั่วจากตระกูลเสวียนปิงราดน ้ามันบนกองไฟ
“ข้าได้ยินว่าฉินเลี่ยเจอเจ้าใช่หรือไม่?” ชางเยี่ยหันมามองเขา
เมื่อนางถามเช่นนี้ สีหน้าของเสวียนลั่แข็งทื่อและพลันหยุดพูด
“จากหน่วยสิบคนของเจ้า เหลือรอดเพียงสองคน นี่คือความเก่งกาจของผู้นำ
อย่างเจ้าหรือ? เจ้าแย่ยิ่งกว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนเสียอีก” ดวงตาของชางเยี่ยกำลัง
ล้อเลียน
เสวียนลั่วกล่าวหลังจากเงียบสักพัก “เมื่อพวกเจ้าเผชิญหน้ากับหน่วยปีศาจหุบ
เหวนี้ พวกเจ้าจะรู้ว่าทักษะการรอดชีวิตจำเป็นแค่ไหน”
ดวงตาของชางเยี่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย
นางไม่ล้อเลียนเขาอีกแต่ยังมอง นางกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “พวกมันน่ากลัว
ขนาดนั้นเลยหรือ?”
นางรู้ว่าเสวียนลั่วไม่ได้กล่าวเกินจริง ถ้าเสวียนลั่วกล้าพูดเช่นนี้ นั่นหมายความ
ว่ากลุ่มปีศาจหุบเหวผู้ยึดครองทะเลจุดกำเนิดมีพลังน่าหวาดกลัว
ว
ในการเดินทางของนาง นางได้ยินมาจากศัตรูที่ตายในมือเกี่ยวกับผู้ล่าจาก
ปีศาจหุบเหว
พวกเขาทุกคนหวาดกลัวการเผชิญหน้ากับกลุ่มนั้นโดยไม่มีข้อยกเว้น
ประกอบกับท่าทีของเสวียนลั่ว ชางเยี่ยรู้สึกวิตกขณะถามอย่างจริงจังเช่นกัน
“เจ้าเห็นกลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณ กระดูกและมีปีกหรือยัง?” เสวียนลั่วพลันถาม
ชางเยี่ยพยักหน้า “เห็นแล้ว”
“เจ้ารู้สึกยังไงเมื่อสามกองกำลังร่วมมือกัน? อ้อ ข้าลืมบอกเจ้าไป ผู้นำของ
เผ่าพันธุ์กระดูกคือชาเลี่ย! ใช่ ลูกชายของหัวหน้าเผ่าพันธุ์กระดูก!” เสวียนลั่ว
เห็นความประหลาดใจในดวงตานางและรู้ว่าเป็นความเข้าใจ จากนั้นเขากล่าว
ว่า “ผู้นำของเผ่าพันธุ์มีปีกคือซือถ่านข่า! เลือดผสมจากเผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหว!
ชาเลี่ย ซือถ่านข่าและเด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณคนนั้น เจ้ารู้สึกถึงพละกำลัง
พวกเขาบ้างหรือเปล่า?”
ชางเยี่ยครุ่นคิดสักพัก นางกล่าวว่า “ถ้าเห่าเจี๋ยและหมิงซวี่มาถึง พวกเรา…
อาจจะสามารถเทียบพวกเขาได้”
“ข้าคิดเหมือนกัน” เสวียนลั่วพยักหน้า จากนั้นกล่าวว่า “แต่ในมุมมองข้า ถ้า
เผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกตอนนี้ร่วมมือกันสู้กับ
ปีศาจหุบเหวเหล่านั้น… พวกเขาจะแพ้”
ร่างกายของชางเยี่ยสั่นสะท้านภายใต้เกราะ
สีหน้าของเสวียนลั่วมืดมน สายตาของเขามองกลับไปที่โลกเปลวเพลิงและผู้คน
ที่อยู่ข้างใน เขากล่าวเสียงเบาว่า “ถ้าพวกเราพบกับเห่าเจี๋ยและหมิงซวี่ ถ้า
สมาชิกทุกคนจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนสามารถจุดชนวนสายเลือดได้ พวกเรา
อาจจะสามารถสู้พวกมันได้”
ชางเยี่ยจมสู่ความคิด
ผ่านไปสักพัก นางมองหนานฉี เยี่ยนเฟิงและคนอื่นอย่างเย็นชา นางกล่าวว่า
“พวกเจ้าได้ยินความน่าหวาดกลัวของปีศาจหุบเหวเหล่านั้นหรือยัง?”
หนานฉีและคนอื่นพยักหน้า
“เช่นนั้นทำไมพวกเจ้ายังยืนตรงนี้อีก?” ชางเยี่ยตะโกนอย่างเย็นชา
“ว่าไงนะ” ลี่เหวยตกตะลึง เขาไม่ตอบสนองและไม่เข้าใจความตั้งใจของชางเยี่ย
“ความภาคภูมิใจพวกเจ้าสำคัญกว่าหรือ? หรือว่ามันสำคัญกว่าการฆ่าปีศาจ
หุบเหวที่ยึดครองทะเลจุดกำเนิด?” ชางเยี่ยมองพวกเขาอย่างเย็นชา จากนั้น
กล่าวว่า “ต่อให้พวกเจ้าไม่สนใจจะเก็บเรื่องดี ๆ เอาไว้ แต่ความภาคภูมิใจพวก
เจ้าสำคัญกว่าโอกาสที่จะได้ความสามารถซ่อนเร้นการจุดชนวนงั้นหรือ?”
หนานฉีสูดหายใจเข้าและกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”
เขาเงยหน้าขึ้นขณะส่งสัญญาณให้ทุกคนพุ่งเข้าสู่โลกเปลวเพลิงของฉินเลี่ย
เพื่อประสบกับความลึกลับของสายเลือดการจุดชนวน
เยี่ยนเฟิงคล้ายกับตัดสินใจหลังจากนั้นได้เช่นกัน
แต่ว่า ครั้งนี้ โลกเปลวเพลิงปิดกั้นพวกเขาเมื่อเกิดการปะทะอย่างรุนแรง
ฉับพลัน
ภายในโลกเปลวเพลิง ฉินเลี่ยคล้ายกับได้ยินบทสนทนาพวกเขา เขามองมา
และกล่าวอย่างสงบว่า “ข้าต้องการพลังสายเลือดจำนวนมากเพื่อรักษาโลก
เปลวเพลิงเอาไว้ ตอนนี้ ข้าควบคุมวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ได้ไม่ดี ข้ายื้อเอาไว้
ได้ไม่นานนัก”
ขณะพูด โลกเปลวเพลิงกลายเป็นสายอัคคีที่เข้าสู่ร่างกายของเขา
แต่ข้างเขา หลิวยั่ง อู้ชาและกานชิงยังอยู่บนเปลวไฟราวกับยังอยู่ในสภาวะ
จุดชนวน พวกเขาไม่หยุดหลังจากการหายไปของโลกเปลวเพลิง
ทั้งสามคนยังเผาไหม้ขณะดวงตาหลับอยู่ พวกเขากำลังใช้สภาพแวดล้อมของ
โลกจุดกำเนิดเพื่อตรวจสอบความลึกลับของสายเลือด
หนานฉีและคนอื่นผู้เพิ่งตัดสินใจได้วิตกเมื่อเห็นฉินเลี่ยเก็บโลกเปลวเพลิง
พวกเขารู้ว่าฉินเลี่ยจงใจทำ
“อืม การใช้โลกเปลวเพลิงกินพลังสายเลือดมาก วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ยิ่งกิน
มากกว่า เป็นธรรมดาที่เขาไม่สามารถรักษาไว้ได้นาน” น ้าเสียงของชางเยี่ย
สงบอีกครั้ง “หนานฉี เจ้ามีอาหารที่เต็มไปด้วยพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์ไม่ใช่หรือ
ถ้าเจ้าอยากใช้โลกเปลวเพลิงของคนอื่นเพื่อทำความเข้าใจการจุดชนวน เจ้า
ไม่ควรเผยความจริงใจก่อนหรือ?” นางมองหนานฉีอย่างมีนัย
หนานฉีเข้าใจและหัวเราะ เขารีบหยิบแหวนต่างมิติจากเอวขึ้นมา
“ฉินเลี่ย ในเมื่อเจ้าใช้พลังสายเลือดมากเกินไป เจ้าต้องฟื้นฟูให้ไว มีเนื้อต่าง ๆ
จำนวนมากอยู่ในแหวนต่างมิติ พวกมันจะเหมาะกับการฟื้นฟูพลังสายเลือดเจ้า
มากที่สุด” หลังจากกล่าวจบ เขาโยนแหวนต่างมิติให้..
ก่อนฉินเลี่ยจะทันเอื้อมไปรับ กานชิงที่ยังอยู่ในเปลวเพลิงรับไว้แทน เขาสัมผัส
ด้วยจิตวิญญาณตระหนักรู้และพลันหัวเราะออกมา “หนานฉี ในที่สุดเจ้าก็ยอม
แบ่งปันแล้ว!”
จากนั้นเขาส่งแหวนต่างมิติให้ฉินเลี่ยและกล่าวว่า “ตาของหนานฉีคือผู้จัดการ
เนื้อมากฝีมือที่สุดของตระกูลเลี่ยเยี่ยน เนื้อที่เขาทำขึ้นอร่อยและเต็มไปด้วย
พลังเนื้อมหาศาล เจ้าเคยกินมาก่อนหรือเปล่า?”
ฉินเลี่ยพยักหน้า ขณะรับแหวนต่างมิติมา เขาตรวจสอบภายในและพบกับเนื้อ
จำนวนหนึ่งที่สามารถเทียบกับครึ่งหนึ่งของร่างกายใต้เท้าหุบเหวได้
เขามองหนานฉี
“ฮ่าฮ่า เหตุการณ์ก่อนหน้านี้… พวกข้าผิดเอง พี่ฉิน โปรดเมตตาและให้อภัย
พวกข้าด้วย” หนานฉีหัวเราะแห้ง
ฉินเลี่ยส่งเสียงยอมรับขณะมองลี่เหวยและคนอื่น
ลี่เหวยและคนอื่นก้มศีรษะภายใต้สายตาเกรี้ยวกราดของหนานฉีที่ติเตียน
ฉินเลี่ยพยักหน้า จากนั้นเก็บแหวนต่างมิติเข้าแขนเสื้อช้า ๆ
หนานฉีและคนอื่นผ่อนคลายในที่สุด
ตอนที่ 1240: ข่าว
สายพลังบริสุทธิ์ไหลเข้าสู่เลือดเนื้อของฉินเลี่ย พลังที่เขาใช้โคจรโลกเปลว
เพลิงถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็ว
ขณะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย เขาหยิบชิ้นเนื้อจำนวนมากออกมาและ
ฉีกเข้าปาก
อาหารจากหนานฉี อย่างที่กานชิงว่า มันอร่อยและเต็มไปด้วยพลังสูงผิดปกติ
เมื่อหลุมศพเลือดเนื้อหลับใหล แหวนต่างมิติของหนานฉีจึงเป็นประโยชน์ยิ่ง
เขายังคงกินเนื้อขณะครุ่นคิดเกี่ยวกับความลึกลับของวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่
ข้างเขา เปลวเพลิงบนกานชิง หลิวยั่งและอู้ชาค่อย ๆ สงบลง
ขณะการจุดชนวนที่เขากระตุ้นจางหาย ทั้งสามเงียบและสะท้อนประสบการณ์
เมื่อครู่นี้ออกมา
ฉินเลี่ยรู้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะโลกเปลวเพลิงและวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ที่เขาสร้าง
ด้วยสายเลือดขึ้นมา ทั้งสามจะไม่สามารถจุดชนวนโลหิตได้
เขาเข้าใจช้า ๆ ว่าเหตุผลที่ผู้ฝึกยุทธ์ผู้มีสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยนสามารถ
จุดชนวนสายเลือดได้นั้นเพราะพวกเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงไม่มีวันมอดดับ
หรือก็คือ เขาคือผู้จุดเปลวไฟให้พวกเขา
ถ้าเขากระตุ้นการจุดชนวนตัวเองและสำแดงอักขระลึกลับของโลกเปลวเพลิง
ออกมา เขาสามารถช่วยคนอื่นจุดชนวนโลหิตได้
มันจะช่วยให้พวกเขาเพิ่มพลังได้
“การจุดชนวน โลกเปลวเพลิง การกระทำในฐานะผู้จุดเปลวไฟ…” เขาครุ่นคิด
ความลึกลับภายใน
ฉับพลัน เขาตื่นขึ้นขณะมองชางเยี่ยอย่างตกตะลึง
ชางเยี่ยผู้สวมเกราะหนักยืนอยู่ข้างเขาเงียบงันคล้ายภูตผี
“มีเรื่องอะไรหรือ?” เขาถามอย่างไม่ใส่ใจ
ชางเยี่ยพยักหน้าช้า ๆ และกล่าวว่า “สัตว์ร้ายแปลกประหลาดที่เจ้าควบคุม
สัมผัสความผันแปรชีวิตและจิตวิญญาณที่อยู่ไกลออกไปได้หรือไม่?”
“ได้” ฉินเลี่ยกล่าว
“หมิงซวี่จากตระกูลกวงหมิงและเห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ยจะต้องมาที่นี่แน่นอน”
ชางเยี่ยกล่าวตามตรง “ข้าหวังว่าเจ้าจะให้ความสนใจกับความผันแปรจิต
วิญญาณใกล้ทะเลจุดกำเนิดผ่านสัตว์ร้ายเหล่านั้นและแจ้งข้าทันทีเมื่อเห่าเจี๋ย
และหมิงซวี่เข้ามา”
ฉินเลี่ยกล่าวขณะฉีกกินชิ้นเนื้อว่า “พวกมันต้องพักผ่อนน่ะ”
“ข้าเข้าใจ” ชางเยี่ยพยักหน้า “ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะให้ความสนใจบ้าง”
“ข้าทำแน่” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างสงบ
ชางเยี่ยลังเล จากนั้นกล่าวว่า “หมิงซวี่จากตระกูลกวงหมิงจะเริ่มคิดพยายาม
พบข้าก่อนต่อให้เขาอยู่ใกล้ทะเลจุดกำเนิด ทำให้เขาไม่ลงมือบุ่มบ่าม แต่เห่า
เจี๋ย… จะไม่ฟังใคร เขาหยิ่งทะนงเกินไปและอาจจะโจมตีปีศาจหุบเหวใกล้ทะเล
จุดกำเนิดทันทีที่เข้าใกล้”
“เช่นนั้นเขาก็รนหาที่ตายเอง” ฉินเลี่ยเย้ยหยัน
เขาทราบเกี่ยวกับกลุ่มล่าของปีศาจหุบเหวกลุ่มนั้นผ่านวิญญาณแห่งความว่าง
เปล่าและความโกลาหลขณะไล่ล่าผู้หลบหนีแล้ว
ชาเลี่ยและซือถ่านข่าล้วนอยู่ในนั้น
ก่อนเซินหลานมา สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณหลบหนีอย่างแตกตื่นเช่นกัน
ปีศาจหุบเหวระดับสูงราวหนึ่งร้อยตน หินแสงมืดขนาดมหึมาและแรงกดดันน่า
หวาดกลัวที่มาจากมันทำให้เขาเข้าใจว่าพละกำลังของศัตรูมหาศาลแค่ไหน
เพราะเหตุนี้ เมื่อมีอีนั่วซือที่สามารถตามรอยเขาผ่านสายเลือดได้ เขาทำได้
เพียงหลบซ่อนเท่านั้น
เขารู้ว่าต่อให้ร่วมมือกับสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนเพื่อเล่นงานผู้ล่าจากปีศาจหุบ
เหวเหล่านั้น เขาไม่มีหวังที่จะชนะ
เขายังคิดว่าไม่มีตระกูลเฮยอัน กวงหมิงและชี่เสวี้ยที่สามารถเอาชนะปีศาจหุบ
เหวเหล่านั้นเพียงลำพังได้
“ข้าได้ยินเสวียนลั่วพูดถึงพละกำลังของผู้ล่าจากปีศาจหุบเหวเหล่านั้น ข้ารู้ว่า
พวกมันแข็งแกร่ง ดังนั้นข้าจะรอจนกว่าเห่าเจี๋ยและหมิงซวี่มาถึงแล้วค่อยโจมตี”
ขณะน ้าเสียงของชางเยี่ยเย็นชาเมื่อพูดถึงคนอื่น แต่สายตาของนางจริงจังและ
ถึงขั้นวิงวอนเล็กน้อย
“ข้าเกรงว่าเมื่อเห่าเจี๋ยมาถึง เขาจะพุ่งเข้าไปโจมตีก่อนพวกเราจะรู้ตัว ตระกูลชี่
เสวี้ยจะพ่ายแพ้ไปพร้อมกับเขา พวกเราจะยอมสูญเสียนักสู้จำนวนมากอีก
ไม่ได้ เจ้าคิดว่าไง?”
ฉินเลี่ยลังเล จากนั้นพยักหน้า “ข้าจะส่งออกไปสองตน”
เขาเรียกวิญญาณอสนีบาตและไม้ออกมา
เมื่อได้ยินเสียงเรียกทางจิตของเขา วิญญาณอสนีบาตและไม้พุ่งออกจากชั้นที่สี่
ของไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
ลำแสงสีดำวูบไหวผ่านหน้าผากของเขา
“โห!”
ตอนนี้เอง เขารู้สึกถึงแรงกดดันจิตวิญญาณอีกแห่งที่ไม่ได้มาจากพวกมันฉาย
ผ่านศีรษะ
“อะไรน่ะ?” ชางเยี่ยถามอย่างสงสัย
สีหน้าของเขามืดมนเล็กน้อยและกล่าวว่า “แรงกดดันจิตวิญญาณจากสมาชิก
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ!”
“ทางไหน?” ชางเยี่ยถาม
ฉินเลี่ยชี้นิ้วออกไปโดยไม่ต้องมีการช่วยเหลือของวิญญาณแห่งความว่างเปล่า
และความโกลาหล เขาใช้เพียงการรับรู้ของตัวเอง
เขารู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร
“ข้าจะไปดู” ชางเยี่ยตัดสินใจทันที
ฉินเลี่ยส่ายหน้าและกล่าวว่า “ไม่ต้อง เขากำลังมาที่นี่”
ชางเยี่ยนิ่งและถามว่า “คนเดียวหรือ?”
ฉินเลี่ยพยักหน้า
“ข้ารู้ว่าเขาคือใคร” ชางเยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยและสับสน “หมอนั่นมาจากไหน
กันนะ”
“เขาคือใคร?” ฉินเลี่ยถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว
“ข้าเคยพบเขา แต่ข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นมิตรหรือศัตรู” ชางเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชา
“อ้อ” ฉินเลี่ยไม่ถามตอบ
“กานชิง อู้ชา หลิวยั่ง พวกเรามีแขกมาเยือน” ชางเยี่ยพลันตะโกน
ทั้งสามผู้ยังสะท้อนการจุดชนวนตื่นขึ้นจากเสียงตะโกนนาง
สมาชิกจากตระกูลเฮยอันและเสวียนปิงที่อยู่ไกลออกไปขมวดคิ้วและยืนขึ้น
พวกเขาเตรียมสู้
“อย่ากังวลให้มาก แค่สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนเดียวเท่านั้น” ชางเยี่ยก
ล่าว
“สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเพียงคนเดียวก็นับเป็นกองกำลังได้” เสวียนลั่วมี
สีหน้าเคร่งขรึม “ไม่มีใครรู้ว่าทาสจิตวิญญาณที่สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
หนึ่งคนครอบครองมีมากแค่ไหน อีกอย่าง ไม่มีใครรู้ว่ามีทาสจิตวิญญาณกี่คน
ที่เขาสามารถควบคุมได้!”
เมื่อกล่าวเช่นนี้ แม้แต่ชางเยี่ยก็ขมวดคิ้ว
นางรู้ว่าเสวียนลั่วพูดถูก
สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณแต่ละคนไม่ได้อยู่คนเดียว พวกเขามักครอบครอง
ทาสจิตวิญญาณจำนวนมากเสมอ
ต่อให้นี่คือสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณหนึ่งคน เขาสามารถใช้วิชาลับของ
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเพื่อทำให้ทาสจิตวิญญาณเชื่อฟังในโลกจุดกำเนิดโดยไม่
มีใครรู้
สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนั้นอาจจะมาคนเดียว แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขามีทาส
จิตวิญญาณที่มาจากกองกำลังของเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูก
เผ่าพันธุ์มีปีกหรือแม้แต่เผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหวรวมอยู่เท่าไหร่
นี่คือผลลัพธ์จากอดีต
“ทุกคน ระวังด้วย” สายตาของชางเยี่ยพลันเคร่งขรึม
เมื่อนางกล่าวเช่นนี้ ไม่มีใครคัดค้านขณะตั้งท่าป้องกัน
“เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ…”
ขณะมีสีหน้าเคร่งขรึม จิตใจของฉินเลี่ยขยับเล็กน้อยขณะสัมผัสได้ถึงร่องรอย
ความสงสัยจากสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับคนนั้นที่ตามเขามานานแล้ว
แค่สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณหนึ่งคนก็ทำให้หนุ่มสาวอัจฉริยะจากตระกูล
เฮยอัน เลี่ยเยี่ยน และเสวียนปิงเอาจริงเอาจังแล้ว
ความสำคัญนี้ทำให้ฉินเลี่ยเข้าใจว่าเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคือสี่เผ่าพันธุ์ชั้นสูงที่
โด่งดังและลึกลับมากที่สุด
พวกเขาไม่มีร่างกายจับต้องได้และเกิดมาในฐานะจิตวิญญาณ สมาชิกเผ่าพันธุ์
จิตวิญญาณที่สามารถครอบครองร่างกายภาพได้น่าหวาดกลัวจริงหรือ?
เขารู้สึกกระตือรือร้น
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปราวห้านาที สมาชิกเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำปรากฏตัวคล้ายภูตผี
สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณปกคลุมใบหน้าส่วนใหญ่ มีเพียงดวงตาที่เผย
ออกมา เขาคล้ายกับรู้ว่าทุกคนกำลังรออยู่
เมื่อเขามา เขาเริ่มหัวเราะเสียงเข้ม จากนั้นกล่าวว่า “ชางเยี่ย ข้าพูดไม่ผิดเรื่อง
นำทางใช่หรือไม่?”
“ต้องขอบคุณที่ช่วยทำให้ข้าได้พบกับตระกูลเลี่ยเยี่ยนก่อนหน้านี้” ชางเยี่ย
พยักหน้าขอบคุณ
ตอนนี้เอง ทุกคนทราบว่าชางเยี่ยเคยพบคนคนนี้มาก่อน ที่พบกลุ่มของกานชิง
ได้ก็เพราะเขา
“ข้าไม่สามารถจัดการผู้ล่าจากปีศาจหุบเหวเหล่านั้นที่ยึดครองทะเลจุดกำเนิด
ได้ เผ่าพันธุ์วิญญาณทำไม่ได้เช่นกัน มีเพียงห้าตระกูลจากเผ่าพันธุ์เทพที่
รวมตัวกันเท่านั้นที่มีพลังทัดเทียม” เขานิ่ง จากนั้นกล่าวด้วยน ้าเสียงแหบแห้ง
ว่า “ข้ามาบอกข่าวพวกเจ้า หวังว่าจะตั้งใจฟัง”
“ข่าวอะไร?” ชางเยี่ยถาม
“สมาชิกจากตระกูลกวงหมิงและชี่เสวี้ยมาถึงทะเลจุดกำเนิดแล้ว หมิงซวี่จาก
ตระกูลกวงหมิงกำลังเดินทางมาหาเจ้าด้วยการโน้มน้าวของข้า แต่ว่า…”
เมื่อสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับกล่าวเช่นนี้ ไฟภูตผีในดวงตาของเขา
เจิดจ้าและน่าหวาดกลัวราวกับภูตผีกำลังจะปะทุออกจากดวงตา
ชางเยี่ยและคนอื่นขมวดคิ้วขณะกระตุ้นพลังสายเลือดตามสัญชาตญาณ
ฉินเลี่ยประหลาดใจเช่นกัน
ตอนนี้เอง เขารู้สึกถึงความผันแปรจิตวิญญาณบ้าคลั่งและป่าเถื่อนจากศีรษะ
ของสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนี้
เขายังคิดว่าคนนี้กำลังจะโจมตี
ถึงอย่างนั้นสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับคนนั้นปรับสภาพอย่างรวดเร็ว
ขณะไฟภูตผีหมองลงช้า ๆ
เขาสงบลง จากนั้นกล่าวต่อว่า “แต่ว่า เห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ยไม่ฟังข้าและ
โจมตีข้า!”
ใบหน้าของเขาคล้ายกับชักกระตุกภายใต้ชุดคลุม “ถ้าข้าลากเขาออกจาก
สถานการณ์นั้นไม่ได้ อย่างน้อยครึ่งหนึ่งจะต้องตาย!”
เห็นได้ชัดว่าเขาและเห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ยสู้กันจนต้องถอยออกมา
สำหรับเขา นี่คือความอับอายครั้งใหญ่เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ เขาคล้ายกับเสียการ
ควบคุมอารมณ์ไป
เมื่อชางเยี่ยกำลังจะถาม เขาพ่นลมออกจมูกและชี้ออกไป เป็นการบอก
ตำแหน่งของตระกูลชี่เสวี้ย
จากนั้นเขากล่าวโดยไม่รอให้ชางเยี่ยขอบคุณว่า “บอกเห่าเจี๋ยคนนั้นว่าข้าจะ
มาคิดบัญชีกับเขาในภายหลัง!”
เขาคำราม คล้ายกับระบายความขุ่นเคืองขณะพุ่งออกไปไกล
ฉินเลี่ยและคนอื่นประหลาดใจ
ตอนที่ 1241: ความผิดปกติของไข่มุกกำราบจิต
วิญญาณ
“ท ำไม ท ำไมข้ำเสียกำรควบคุมง่ำยขนำดนี้?”
สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณถำมตัวเองหลังออกจำกฉินเลี่ยและกลุ่มของชำง
เยี่ย
แสงสว่ำงสีเขียวพุ่งเข้ำสู่ดวงตำของเขำ
ด้วยเหตุผลบำงอย่ำง ตอนเขำมำหำตระกูลเลี่ยเยี่ยนและกล่ำวถึงเห่ำเจี๋ยกับ
เหตุกำรณ์ที่ไม่ยินดี อำรมณ์ของเขำคล้ำยกับหลุดกำรควบคุม
ปกติเขำไม่เคยเป็นเช่นนี้
“มี… บำงสิ่งก ำลังส่งผลกับข้ำ!”
สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณลึกลับพลันหยุดและคล้ำยกับเข้ำใจสำเหตุ
หลังจำกนั้น ตอนเขำรักษำระยะห่ำง อำรมณ์ของเขำสงบลง ควำมผิดปกติใน
จิตวิญญำณหำยไป
“ข้ำอำจจะต้องยืนยันเรื่องนี้”
ขณะพูด สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณผู้อยู่ไกลจำกชำงเยี่ยและฉินเลี่ยลอบ
กลับไปหำตระกูลเลี่ยเยี่ยน
เมื่อเขำพยำยำมเข้ำใกล้ตระกูลเลี่ยเยี่ยน เขำรู้สึกทันทีว่ำจิตวิญญำณตื่นเต้น
มำกขึ้น
“อย่ำงที่คิดเลย!” สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณตกตะลึงและสับสนยิ่งขึ้น “มัน
เป็นใคร? มันคืออะไร?!”
เขำมั่นใจว่ำมีใครบำงคนผิดปกติในตระกูลเลี่ยเยี่ยนจำกเผ่ำพันธุ์เทพ
หลังจำกเข้ำใจเรื่องนี้ เขำหยุดอีกครั้งและไม่รีบเข้ำใกล้สำมตระกูลเผ่ำพันธุ์เทพ
“รอให้พวกเขำพบปีศำจหุบเหวก่อนแล้วกัน”
เขำค่อย ๆ สงบและไม่ค้นหำควำมผิดปกติในเผ่ำพันธุ์เทพอีก เขำออกจำก
พื้นที่ที่ท ำให้ไม่สบำยใจทันที
ในเวลำเดียวกัน
ชำงเยี่ย กำนชิง เสวียนลั่วและคนอื่นมีสีหน้ำจริงจังขณะโต้เถียงเรื่องรำวของ
สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ
“หมิงซวี่ไม่เป็นไร ตำมที่คนนั้นว่ำมำ หมิงซวี่และตระกูลกวงหมิงใกล้จะมำแล้ว”
กำนชิงมีสีหน้ำเคร่งขรึมขณะกล่ำวว่ำ “เห่ำเจี๋ยและตระกูลชี่เสวี้ย… จะเป็น
ปัญหำกับพวกเรำ ถ้ำพวกเขำใช้พลังก่อนหรือถูกฆ่ำโดยผู้ล่ำจำกปีศำจหุบเหว
พวกเรำจะเสียควำมช่วยเหลือที่มีศักยภำพไป ถ้ำพวกเรำเสียเห่ำเจี๋ยและตระกูล
ชี่เสวี้ย มันจะเป็นกำรยำกที่จะฆ่ำปีศำจหุบเหวเหล่ำนั้น”
“ใช่ พวกเรำต้องไม่สนหมิงซวี่และตระกูลกวงหมิง แต่พวกเรำต้องตำมหำ
เห่ำเจี๋ยและตระกูลชี่เสวี้ยเพื่อห้ำมไม่ให้พวกเขำโจมตีปีศำจหุบเหวระดับสูง
ก่อน!” เสวียนลั่วตะโกน
“เจ้ำมีค ำแนะน ำอะไร?” ชำงเยี่ยถำม
ขณะสนทนำ ฉินเลี่ยไม่เข้ำร่วมและจงใจรักษำระยะห่ำงจำกพวกเขำอย่ำง
ปลอดภัย
เขำมองไปที่ที่สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณหำยไป
ในควำมมืด เขำปลดปล่อยวิญญำณไม้ขณะให้ควำมสนใจกำรเคลื่อนไหวของ
สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ
ผ่ำนวิญญำณไม้ เขำสังเกตเห็นว่ำสมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณจู่ ๆ หันกลับมำ
และคล้ำยกับก ำลังค้นหำพวกเขำ
ถึงอย่ำงนั้น ผ่ำนไปสักพัก เขำตัดใจอีกครั้ง
เขำสังเกตเห็นว่ำสมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณคล้ำยกับคิดมำพักหนึ่งแล้วว่ำ
ตัดสินใจบำงอย่ำงได้ก่อนจงใจจำกไป
“แปลกจัง…”
สำยตำของเขำลุ่มลึกขณะกดหน้ำผำกด้วยนิ้วชี้ข้ำงซ้ำยโดยไม่รู้ตัว สีหน้ำของ
เขำมืดมน
เมื่อครู่ ตอนสมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณเกรี้ยวกรำด เขำรู้สึกว่ำไข่มุกก ำรำบ
จิตวิญญำณใต้ผิวหนังคล้ำยกับอยู่ไม่สุข
เขำถึงขั้นรู้สึกว่ำกำรสูญเสียกำรควบคุมของสมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณเป็น
เพรำะไข่มุกก ำรำบจิตวิญญำณ
นี่คือควำมรู้สึกแปลกประหลำด
“ไข่มุกก ำรำบจิตวิญญำณคือของของเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ หรือของชิ้นนี้…
ส่งผลต่อสมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ?” เขำประหลำดใจ
ร่ำงจ ำแลงของเขำมีควำมทรงจ ำของบรรพบุรุษจิตวิญญำณและสมำชิก
เผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณบำงส่วนที่เก็บไว้กับสัตว์ร้ำยจิตวิญญำณจำกอำณำจักร
โป๋หลัว…
เขำน่ำจะเข้ำใจเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณและไข่มุกก ำรำบจิตวิญญำณ
ถึงอย่ำงนั้นเมื่อเขำตรวจสอบและค้นหำข้อมูลเกี่ยวกับไข่มุกก ำรำบจิต
วิญญำณ…
…เขำไม่พบสิ่งใด
ด้วยเหตุผลใดไม่ทรำบ บรรพบุรุษจิตวิญญำณและสมำชิกเผ่ำพันธุ์จิต
วิญญำณผู้ยึดครองสัตว์ร้ำยจิตวิญญำณคล้ำยกับว่ำควำมทรงจ ำเกี่ยวกับ
ไข่มุกก ำรำบจิตวิญญำณถูกลบออกไป
เขำเพียงรู้ว่ำไข่มุกก ำรำบจิตวิญญำณคือของตกทอดจำกเผ่ำพันธุ์จิต
วิญญำณ
“ของตกทอดศักดิ์สิทธิ์? เหมือนกับหลุมศพเลือดเนื้อของเผ่ำพันธุ์เทพงั้นหรือ?”
เขำคิดในใจ
“ฉินเลี่ย!” ชำงเยี่ยพลันตะโกน
ข้ำพลันตอบสนองและกล่ำวว่ำ “อะไร?”
“สัตว์ร้ำยของเจ้ำมีกำรรับรู้อ่อนไหว เจ้ำไปกับข้ำเพื่อหำเห่ำเจี๋ยและสมำชิก
ตระกูลชี่เสวี้ยได้หรือไม่?” สีหน้ำของชำงเยี่ยร้อนรน “กำนชิง เสวียนลั่วและคน
อื่นจะอยู่ที่นี่และรอให้หมิงซวี่และตระกูลกวงหมิงมำ เจ้ำคิดว่ำไง?”
“ถึงแม้สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณคนนั้นจะบอกต ำแหน่งมำ แต่นี่คือโลกจุด
ก ำเนิด ทิศทำง… สำมำรถเปลี่ยนแปลงได้ง่ำย” ชำงเยี่ยอธิบำย
“ถ้ำพวกเรำเจออุบัติเหตุบำงอย่ำงเข้ำ มันจะท ำให้เสียทิศทำงในกำรต่อสู้ได้ง่ำย
ไม่ใช่ว่ำข้ำสำมำรถให้สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณมำที่นี่อีกครั้งเพื่อบอกทำง
ได้” ชำงเยี่ยกล่ำว
ฉินเลี่ยพยักหน้ำและกล่ำวว่ำ “ได้สิ”
เขำรู้ว่ำชำงเยี่ยพูดถูก สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณคนนั้นเพียงบอกทิศทำง
คร่ำว ๆ ถ้ำพวกเขำอยำกตำมหำเห่ำเจี๋ยและตระกูลชี่เสวี้ยให้เร็วที่สุดเท่ำที่จะท ำ
ได้ พวกเขำต้องกำรควำมช่วยเหลือของเขำและวิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำ
“นี่จะท ำล่ำช้ำไม่ได้ เดินทำงตอนนี้เลย!” ชำงเยี่ยร้อนรน
“ได้” เขำตอบ
ชำงเยี่ย กำนชิงและเสวียนลั่วสนทนำถึงสิ่งที่ต้องท ำเมื่อเขำก ำลังคิด เมื่อเห็น
เขำพยักหน้ำ ชำงเยี่ยเริ่มขยับ
ชำงเยี่ยในเกรำะลอยคล้ำยภูตผีในควำมมืดของโลกจุดก ำเนิด คล้ำยกับ
สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ
“ข้ำจะตำมนำง” ฉินเลี่ยกล่ำวกับกำนชิง จำกนั้นตำมชำงเยี่ยคล้ำยแสงอสนี
ระหว่ำงทำง เขำสั่งวิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำมโกลำหลทำงจิตให้
ตำมทำงที่สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณชี้เพื่อค้นหำเห่ำเจี๋ยและสมำชิกตระกูลชี่
เสวี้ยให้เร็วที่สุดเท่ำที่จะท ำได้
วิญญำณอสนีบำตและไม้บินไปยังเป้ำหมำย
ส่วนหนึ่งของจิตใจเข้ำสู่ไข่มุกก ำรำบจิตวิญญำณเพื่อติดต่อกับวิญญำณปฐพี
โลหะและวำรี
วิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำมโกลำหลที่กินวัตถุดิบวิญญำณจ ำนวน
มำกตอบรับกำรอัญเชิญของเขำทันทีขณะพุ่งออกมำ
กำรรับรู้จิตวิญญำณของเขำไม่ได้รับผลต่อโลกจุดก ำเนิดมำกเท่ำกับของซือ
ถ่ำนข่ำ
แต่มันยังด้อยกว่ำกำรรับรู้ของวิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำมโกลำหล นี่
ยังไม่รวมเรื่องที่ว่ำมีพวกมันห้ำตนที่สำมำรถเคลื่อนไหวได้อิสระ
ในควำมมืดสนิท วิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำมโกลำหลห้ำตนคล้ำย
ตะเกียง ดวงตำห้ำคู่ของพวกมันสำมำรถมองเห็นทุกสิ่งใกล้ ๆ ได้
เพียงแค่กำรรับรู้อ่อนไหวของวิญญำณแห่งควำมว่ำงเปล่ำและควำมโกลำหลห้ำ
ตน ถ้ำเขำไม่ยั่วยุปีศำจหุบเหวระดับสูงเหล่ำนั้นที่ยึดครองทะเลจุดก ำเนิด เขำมี
ควำมสำมำรถที่จะปกป้องตัวเอง
“หำพวกมัน!”
หนึ่งชั่วโมงต่อมำ ฉินเลี่ยสั่นสะท้ำนกับสำรจิตวิญญำณจำกวิญญำณอสนีบำต
เบื้องหน้ำเขำ ชำงเยี่ยหันมำและถำมว่ำ “เจ้ำพบเห่ำเจี๋ยแล้วหรือ?”
“อืม” เขำพยักหน้ำและกล่ำวว่ำ “ตำมข้ำมำ สมำชิกตระกูลชี่เสวี้ยเปลี่ยน
ต ำแหน่ง พวกเขำออกจำกต ำแหน่งที่สมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณบอกไว้”
“ได้สิ!” ชำงเยี่ยกล่ำวอย่ำงเด็ดขำด
ฉับพลัน เมื่อฉินเลี่ยอยู่ด้ำนหน้ำ เขำลังเลและเริ่มใช้สระอสนีเหลวในจุดฝังเข็ม
เขำกระตุ้นสำยฟ้ำฟำดหลบลี้ที่สำมำรถเพิ่มควำมเร็วได้!
ถึงแม้เขำจะเร็วดุจอสนีแล้ว แต่เมื่อเขำได้รับกำรเสริมสร้ำงจำกสระอสนีเหลว
เขำกลำยเป็นแสงอสนีแท้จริงขณะวูบไหวผ่ำนสำยตำของชำงเยี่ย
ชำงเยี่ยนิ่ง จำกนั้นตอบสนอง นำงใช้วิชำลับสำยเลือดตำม
“ไวมำก!”
นำงประหลำดใจและพบว่ำเลือดผสมเร็วกว่ำตอนที่เขำจดจ่อกับกำรเดินทำงเสีย
อีก
“คนคนนี้ปกปิดควำมลับมำกแค่ไหนกัน? มีสิ่งพิเศษเกี่ยวกับสำยเลือดของเขำ
งั้นหรือ?”
ดวงตำของนำงเต็มไปด้วยควำมสงสัยขณะครุ่นคิดเกี่ยวกับสำยเลือดของฉิน
เลี่ย เขำคือผลลัพธ์จำกโครงกำรบ้ำคลั่งครั้งนั้นหรือ? เขำถูกฝึกโดยหัวหน้ำ
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนคนที่แล้วงั้นหรือ?
ตอนนี้เอง นำงพบว่ำก ำลังจะตำมรอยฉินเลี่ยไม่ทัน
“วิชำลับสำยเลือด เงำหลบลี้!”
นำงกระตุ้นพลังสำยเลือด สำยแสงสว่ำงสีด ำกระจำยออกจำกเกรำะสีด ำ
ร่ำงกำยของนำงพร่ำเลือนรำวกับถูกปกคลุมในเงำ
หลังจำกนั้น นำงหำยไป
หลำยวินำทีต่อมำ นำงปรำกฏตัวด้ำนหลังร่ำงวูบไหวของฉินเลี่ย
เมื่อร่ำงของนำงปรำกฏขึ้น ก่อนจะเด่นชัด มันพร่ำเลือนและหำยไปอีกครั้ง
นำงวูบไหวครั้งแล้วครั้งเล่ำขณะใช้วิชำลับสำยเลือดเพื่อตำมฉินเลี่ยและ
หลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกทิ้ง
ตอนที่ 1242: พลังที่แท้จริงของนรกจิตวิญญาณ!
หินแสงมืดขนาดเท่าจานลอยเจิดจ้าในท้องฟ้า
ด้วยเหตุผลบางอย่าง หินแสงมืดก้อนนี้ดูเหมือนกับเต็มไปด้วยเลือด
ผู้ฝึกยุทธ์แปดคนในชุดสีแดงเลือดกำลังเดินอยู่ใต้หินแสงมืด กลิ่นเลือดหนา
อบอวลทุกที่ที่พวกเขาไป
กลุ่มแปดคนนี้ดูเหมือนกับเพิ่งโดนอุ้มออกจากสระเลือด
พวกเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยที่นำโดยเห่าเจี๋ย
หน่วยตระกูลชี่เสวี้ยเริ่มสังหารผู้คนภายใต้คำสั่งของเห่าเจี๋ยตั้งแต่เข้าโลกจุด
กำเนิด
เกือบทุกหน่วยที่เจอพวกเขาถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม น้อยคนนักที่หาทาง
หลบหนีเงื้อมมือพวกเขาได้
ท้ายที่สุด อย่างน้อยพวกเขาก็กลายเป็นศัตรูในโลกจุดกำเนิด
ผู้คนจำนวนมากจงใจหลบเลี่ยงสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยทันทีที่ได้ยินเกี่ยวกับพวก
เขา
ไม่มีใครเต็มใจปะทะกับกลุ่มคนบ้ากระหายเลือดเหล่านี้ในการต่อสู้โดยตรง
ถึงแม้สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยจะเสียสองคนในการต่อสู้ แต่แทบไม่มีใครที่พวกเขา
เผชิญหน้าแล้วจะกลายเป็นภัยคุกคามแท้จริง
กลุ่มของหลิงอวี้ฉีหาทางมาได้ไกลขนาดนี้เพราะพวกเขาหลบเลี่ยงภัยคุกคาม
ทั้งหมดที่เผชิญอย่างระมัดระวัง แต่สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยทำลายศัตรูทั้งหมดที่
พบจนไปถึงทะเลจุดกำเนิด!
นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำไมเห่าเจี๋ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยไม่นับว่ากองกำลัง
ใดในทั่วโลกจุดกำเนิดทัดเทียมกับพวกเขา
ไม่แม้แต่กับผู้ล่าจากปีศาจหุบเหวที่ยึดครองทะเลจุดกำเนิด
ตอนนี้ พวกเขามุ่งตรงไปทะเลจุดกำเนิด มันไม่เหมือนกับว่าพวกเขากำลัง
วางแผนค้นหาสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพคนอื่นแม้แต่นิดเดียว
พวกเขาค่อย ๆ ยิ่งมายิ่งเข้าใกล้จุดหมาย
ตอนนี้เอง อีนั่วซือ เหวยเซินเท่อและปีศาจหุบเหวระดับสูงตนอื่นกำลังนั่งบนหิน
แสงมืดขนาดมหึมา ขณะที่หลิงอวี้ฉีและตี๋เจียนั่งอยู่ใจกลาง
หลิงเสวียนซวน หลิงเฟิง เกาอวี้และกลุ่มที่เหลือของนางกระจัดกระจายใต้หิน
แสงมืดเหมือนกับตนอื่น
แต่ว่า ตี๋เจียปฏิบัติกับพวกเขาเป็นพิเศษเพราะเป็นสหายของหลิงอวี้ฉี
พวกเขายืนอยู่ใกล้ทะเลจุดกำเนิดมาก
ต้องขอบคุณหินแสงมืดขนาดมหึมา หลิงเฟิงเพียงต้องหันศีรษะเท่านั้นหาก
ต้องการเห็นทะเลไร้พรมแดนนั่น ทะเลจุดกำเนิดสีดำบริสุทธิ์
สองวันมานี้ พวกเขาทุ่มความพยายามเพื่อสัมผัสความลับของสายเลือดใกล้
ทะเลจุดกำเนิด พวกเขาล้วนได้ประโยชน์จากมันมาก
พวกเขาเพียงมาอยู่ที่นี่ไม่กี่วัน แต่หลิงเฟิงเลื่อนขั้นจากขั้นกลางของพลังระดับ
สำนึกไปสู่ขั้นท้ายได้แล้ว
หลิงเสวียนซวน เกาอวี้และคนอื่นประสบกับผลประโยชน์มากมายเช่นกัน พวก
เขาล้วนพัฒนาจิตใจได้มากเพียงแค่ฝึกฝนข้างทะเลจุดกำเนิด
“พี่ใหญ่สุดยอดจริง ๆ ข้าไม่อยากเชื่อว่าพวกเราถึงกับเป็นมิตรต่อผู้คนน่า
หวาดกลัวเหล่านี้ได้” หลิงเฟิงพลันอุทาน
เขาพูดเป็นภาษาเผ่าพันธุ์มนุษย์
“นี่ เจ้าคิดว่าตี๋เจียจะกินพวกเราทั้งเป็นเมื่อรู้ว่าไม่ได้มาจากแดนชำระจิ่วโยวจริง
ๆ หรือเปล่า?” หลิงเสวียนซวนเดาะลิ้นครั้งหนึ่งขณะถามอย่างกังวล
“ใครจะรู้” หลิงเฟิงตอบด้วยรอยยิ้มจนปัญญา
พักหลังมานี้พวกเขาล้วนกังวล
ชีวิตอยู่รอดยากตั้งแต่เข้าโลกจุดกำเนิด พวกเขาต้องระวังทุกฝีก้าวด้วยกลัวจะ
พรากชีวิตไป
พวกเขาทราบดีว่าอาจจะเป็นกลุ่มอ่อนแอที่สุดในบรรดาทุกคนที่อยู่ทะเลจุด
กำเนิดนี้
ถ้าการรับรู้จิตวิญญาณของหลิงอวี้ฉีใช้ไม่ได้ผลแม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมของ
ทะเลจุดกำเนิด พวกเขาคงตายไปหลายครั้งแล้ว ไม่มีใครในหมู่พวกเขาที่สงสัย
พวกเขาวิตกก่อนจะมาทะเลจุดกำเนิดแล้ว พวกเขาเตรียมถูกไล่ล่าโดยผู้ล่า
จากปีศาจหุบเหว
แต่พวกเขาไม่คิดว่าตี๋เจียจากแดนชำระหวงเฉียนจะตอบสนองเช่นนี้เมื่อเห็น
ความสามารถสายเลือดของหลิงอวี้ฉี
หลังจากนั้น หลิงอวี้ฉีถึงขั้นได้รับที่นั่งครองอำนาจสูงสุดและความเคารพของตี๋
เจีย
ทุกสิ่งเหมือนกับไม่เป็นจริงราวความฝัน มันให้ความรู้สึกว่าลอยอยู่ในอากาศ
ไม่รู้ว่าเมื่อไรพวกเขาจะตกลงพื้นอย่างรุนแรง
“ได้โปรด ได้โปรดอย่ารู้เรื่องนี้เลย ไม่เช่นนั้น… พวกเราตายกันหมดแน่” หลิง
เสวียนซวนวิงวอนในหัว
เกาอวี้และหลิงเฟิงมองหลิงอวี้ฉี
พวกเขารู้สึกวิตกกังวลเช่นกัน
บนหินแสงมืด
หลิงอวี้ฉีลืมตาช้า ๆ นัยน์ตาสีม่วงเข้มของนางเหมือนกับกำลังซ่อนทะเลจิต
วิญญาณทั้งหมดเอาไว้
ลวดลายแปลกประหลาดจำนวนมากเริ่มกระจายไปรอบ ๆ คล้ายคลื่นทะเลจิต
วิญญาณ
แรงดึงดูดที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับหลุมดำพลันปรากฏจากส่วนลึกภายในลูก
ตานาง
“หืม!” ตี๋เจียเป็นตนแรกที่ตื่นขึ้นขณะจ้องนางด้วยความตกตะลึง “พี่หลิง!”
อีนั่วซือ เหวยเซินเท่อและผู้นำปีศาจหุบเหวจำนวนมากยืนขึ้นเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ พวกเขาพยายามรับรู้ความลับของสายเลือดและปลุกความสามารถ
สายเลือดทรงพลังโดยใช้ทะเลจุดกำเนิด
แต่ว่า พวกเขาพลันรู้สึกเหมือนกับจิตวิญญาณถูกดึงเข้าสู่ดวงตาของหลิงอวี้ฉี
ความจริง พวกเขาสามารถมองเห็นชัดเจนว่าจิตวิญญาณกำลังหลุดการ
ควบคุมและถูกคุกคามขณะพุ่งออกจากรร่างกาย
ไม่ว่าพวกเขาพยายามฟื้นจิตวิญญาณด้วยพลังสายเลือดแค่ไหน พวกเขาไม่
สามารถสัมผัสการมองเห็นได้แม้แต่นิดเดียว จิตวิญญาณสีม่วงหลายเศษเสี้ยว
เริ่มเคลื่อนออกจากดวงตาและหน้าผากของผู้นำปีศาจหุบเหว
ยิ่งพวกเขาพยายามขัดขืนมากเท่าไหร่ ปริมาณที่ถูกดึงออกไปยิ่งมากขึ้
เท่านั้น
หางตาและจมูกของอีนั่วซือเริ่มหลั่งเลือดสีม่วงออกมา มันมีเศษเสี้ยวความ
หวาดกลัวบนรูปลักษณ์งดงามเดิมผสมอยู่ด้วย
พวกเขาไม่ใช่กลุ่มเดียวที่ได้รับผลจากปรากฏการณ์ดังกล่าว ปีศาจหุบเหว
เกือบร้อยตนบนพื้นดินกำลังปิดตาด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน
พวกเขาคล้ายกับคิดว่าการปิดตาจะป้องกันไม่ให้จิตวิญญาณหลุดออกจาก
ร่างกาย แต่เปลวเพลิงจิตวิญญาณพวกเขาไหลซึมผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วได้
อย่างง่ายดาย
คนเดียวที่ไม่ได้รับผลจากพลังแปลกประหลาดของหลิงอวี้ฉีที่เอ่อล้นออกมา
คือหลิงเฟิง หลิงเสวียนซวน เกาอวี้ สมาชิกปีศาจมีเขาและตี๋เจีย
“นรกจิตวิญญาณ!”
ตี๋เจียไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้ตะโกนได้ขณะจ้องมองหลิงอวี้ฉีด้วยความตกตะลึง
ชุดที่ปกคลุมหน้าอกของตี๋เจียพลันระเบิด รูขนาดเล็กเก้ารูคล้ายเส้นลมปราณ
ปรากฏรอบหน้าอกและพื้นที่หน้าท้อง
ฉับพลัน บ่อน ้าขนาดเล็กเก้าบ่อปรากฏภายในร่างกายของตี๋เจีย
“ความสามารถสายเลือด เก้าน ้าพุ!”
บ่อน ้าเก้าบ่อในร่างกายของตี๋เจียพ่นเลือดสีม่วงออกมาหลังจากนั้น
เลือดเปลี่ยนเป็นดาบปีศาจสีม่วงเก้าเล่มที่ลอยเหนือศีรษะ พวกมันคล้ายกับ
กำลังป้องกันไม่ให้จิตวิญญาณของเขาเสียการควบคุม
เขาป้องกันไม่ให้จิตวิญญาณถูกดึงเข้าสู่นรกจิตวิญญาณด้วยกำลังได้สำเร็จ
จิตวิญญาณของเขาไม่ถูกดึงออกจากร่างกายอันเนื่องมาจากหลุมดำในดวงตา
ของหลิงอวี้ฉี
“พี่หลิง! อย่า!” เขาตะโกนทันที
ในที่สุด หลิงอวี้ฉีกลับมาเป็นตัวเองด้วยอาการสั่นสะท้าน ก่อนหน้านี้ นางคล้าย
กับไม่รับรู้รอบ ๆ ถึงแม้ดวงตาจะลืมอยู่ก็ตาม
ทะเลจิตวิญญาณสีม่วงที่ปรากฏภายในดวงตานางหายไปช้า ๆ คล้ายกับไม่เคย
อยู่ที่นั่น
สติกลับคืนสู่ดวงตาในที่สุด
“อืม ข้ากำลังศึกษาความสามารถสายเลือดผ่านทะเลจุดกำเนิด ข้าไม่รู้ว่าทำไม
จู่ ๆ … ถึงเสียการควบคุม” นางกล่าวอย่างลำบากใจ
“มองรอบ ๆ สิ” ตี๋เจียยิ้มบิดเบี้ยว
หลิงอวี้ฉีทำตามที่เขากล่างอย่างสับสน
ท้ายที่สุด นางเข้าใจว่าจิตวิญญาณของผู้นำปีศาจหุบเหวทรงพลังเช่นอีนั่วซือ
เหวยเซินเท่อและตนอื่นหลุดออกจากร่างกาย
ความจริง อีนั่วซือผู้ดื้อรั้นเลือดออกที่ดวงตาและจมูกเพราะนางพยายามห้าม
ไม่ให้จิตวิญญาณออกจากร่างกาย
นางหลุบสายตาลง
คล้ายกันนั้น ทุกคนยกเว้นกลุ่มนางเสียการควบคุมจิตวิญญาณและเลือดออก
จากทุกอวัยวะภายใน จิตวิญญาณของทุกคนกำลังลอยอยู่นอกร่างกาย
“อา!”
อีนั่วซือ เหวยเซินเท่อและตนอื่นดึงจิตวิญญาณกลับเข้าร่างกายได้สำเร็จ
เพราะหลิงอวี้ฉีทำลายสภาวะผิดปกติได้
ทันทีที่จิตวิญญาณพวกเขากลับคืนสู่ร่างกาย พวกเขาเริ่มหอบหายใจและร้อง
เสียงแหลมด้วยใบหน้าซีดเผือดคล้ายกับผ่านฝันร้ายอันยาวนานมาได้
“ข้า…” หลิงอวี้ฉีตกตะลึงเกินบรรยาย
ตี๋เจียดึงบ่อน ้าเก้าบ่อรอบพื้นที่หน้าอกกลับหลังจากเห็นว่าหลิงอวี้ฉีดึงนรกจิต
วิญญาณกลับไปแล้ว
ดาบปีศาจเก้าเล่มที่มีพลังเหลือเชื่อกลับคืนเป็นเลือดสีม่วงขณะบินกลับหน้าอก
เขาเช่นกัน
ตี๋เจียคว้าชุดคลุมใหม่มาปกคลุมรอบหน้าอกเปลือยเปล่าอย่างไม่ใส่ใจ เขา
กล่าวเก้กังว่า “เจ้ากระตุ้นนรกจิตวิญญาณเมื่อครู่ และ… ดูท่าเจ้ายังไม่ช ่าชอง
ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่แยกแยะมิตรศัตรู”
“ขอโทษ” หลิงอวี้ฉีกล่าวขอโทษ
“อ่าฮะ ไม่เป็นไร” ตี๋เจียหัวเราะแห้งก่อนหันมามองอีนั่วซือและตนอื่น น ้าเสียง
ของเขาพลันเฉยชา “พวกเจ้าปลอดภัยใช่หรือไม่?”
ทุกคนจ้องมองหลิงอวี้ฉีเขม็งก่อนส่ายหน้า ไม่มีใครพูดอะไรขณะกลับไปนั่งที่
พื้นอีกครั้ง
“ช่างเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวอะไรอย่างนี้…” พวกเขาล้วนคิดในหัว
ตอนแรก พวกเขาล้วนรู้สึกไม่ยินดีเมื่อเห็นว่าตี๋เจียหลงใหลหลิงอวี้ฉีมากจน
เกือบสละตำแหน่งตัวเองให้
ต่อให้หลิงอวี้ฉีเป็นผู้อาศัยจากจิ่วโยว นางควรพิสูจน์ว่าเก่งกว่าพวกเขาก่อน
ไม่ใช่หรือ?
เหตุผลที่พวกเขาล้วนเชื่อฟังตี๋เจียเพราะไม่มีใครเทียบเขาได้หลังจากอัญเชิญ
ดาบปีศาจเก้าเล่มออกมาแล้ว
ตี๋เจียสั่งสอนปีศาจหุบเหวทุกตนที่ไม่พอใจกับกฎของเขาด้วยบทเรียน ด้วยเหตุ
นี้พวกเขาในตอนนี้ล้วนโอนอ่อน
แต่หลิงอวี้ฉีไม่ใช่ กลุ่มนางอ่อนแอเหลือเชื่อ นางไม่สำแดงพลังที่แท้จริงของ
นรกจิตวิญญาณให้พวกเขาเห็น “ความจริง” ที่นางมาจากจิ่วโยวไม่มากพอจะ
โน้มน้าวพวกเขาทุกตนได้
เหตุผลเดียวที่พวกเขายอมรับหลิงอวี้ฉีและกลุ่มนางเพราะตี๋เจียยอมรับนาง
พวกเขาล้วนหวาดกลัวตี๋เจีย
แต่เมื่อครู่ที่หลิงอวี้ฉีบังเอิญสำแดงพลังที่แท้จริงของนรกจิตวิญญาณออกมา
พวกเขา… ยอมรับว่าหลิงอวี้ฉีควรค่าในที่สุด
“ใครบางคนกำลังเข้าใกล้พวกเรา” บนหินแสงมืด หลิงอวี้ฉีมองไกลออกไป
ขณะกล่าวอย่างสงบ
ด้วยเหตุผลบางอย่าง การรับรู้จิตวิญญาณของนางคล้ายกับก้าวกระโดด
หลังจากปลดปล่อยนรกจิตวิญญาณออกมา
นางถึงกับสามารถสัมผัสเห่าเจี๋ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยที่กำลังมุ่งหน้ามาทาง
นี้ได้ถึงแม้จะอยู่ไกลกันมากก็ตาม
“เป็นใครกัน?” ตี๋เจียถามอย่างไม่ใส่ใจ
“พวกเขาปกคลุมด้วยกลิ่นเลือดเข้มข้น กลิ่นเลือดถึงกับเข้มข้นยิ่งกว่าพลังจิต
วิญญาณเสียอีก” หลิงอวี้ฉีหลับตาขณะตอบ
“อ้อ เช่นนั้นต้องเป็นเห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ยแน่” ตี๋เจียขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อน
ลูบคาง หลังจากคิดสักพัก เขากล่าวว่า “ตระกูลชี่เสวี้ยเป็นปัญหานิดหน่อย
แต่… นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะรับมือได้ยาก เจ้าไม่ต้องมาหรอก พี่หลิง
ข้าสามารถจัดการพวกมันเองได้”
“ตระกูลชี่เสวี้ย!” หลิงอวี้ฉีซีดเผือด “ข้าเคยได้ยินว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนน่า
กลัว”
นางและกลุ่มเคยได้ยินเกี่ยวกับตระกูลชี่เสวี้ยจากผู้โชคดีที่รอดชีวิตมาได้ นางรู้
ดีถึงความน่ากลัวของพวกเขา
ก่อนที่นางจะมาที่นี่ นางมองเห่าเจี๋ยและตระกูลชี่เสวี้ยเป็นศัตรูอันดับหนึ่งที่ต้อง
หลีกเลี่ยง
ด้วยเหตุนี้นางรู้สึกหวาดกลัวและตกตะลึงเมื่อได้ยินว่าเห่าเจี๋ยกำลังมาทางนี้
“น่ากลัว? ข้าว่าอยู่ที่คนตัดสินแล้วล่ะนะ” ตี๋เจียหัวเราะเบา ๆ อย่างเย้ยหยัน
“อย่าห่วงไปเลย พี่หลิง ข้าคนเดียวก็ฆ่าพวกมันได้หมดแล้ว!”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ เขาเรียกปีศาจหุบเหวบางตนมาอยู่ข้างกายและออกจาก
พื้นที่ไปอย่างสงบ
“ฝึกนรกจิตวิญญาณให้ช ่าชอง พี่หลิง เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องจิ้บจ้อยพรรค์นี้
หรอก ข้าจะนำหัวของเห่าเจี๋ยมาให้เจ้าดูเป็นขวัญตาเอง”
ตอนที่ 1243: ข้าไม่สน
“นั่นใคร?”
สายตาของเห่าเจี๋ยดูกระหายเลือดชัดเจนใต้หินแสงมืด เขาดูเหมือนกับสัตว์ร้าย
หิวโหยผู้อาจจะเสียการควบคุมได้ทุกเมื่อ
สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยข้างเขาเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินเสียงหวีดหวิวคม
กริบในอากาศกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ พวกเขายิ้มป่าเถื่อน “อาจจะเป็นปีศาจหุบ
เหวที่รนหาที่ตายหรือเปล่า?”
กลุ่มแปดคนหยุดตามรอยและรอ
“ฟิ่ว!”
แสงอสนีสีครามพลันปรากฏในความมืดไม่ไกลจากพวกเขา นั่นคือฉินเลี่ย
“เจ้า?” เห่าเจี๋ยพ่นลมออกจมูกหลังจากชำเลืองมองฉินเลี่ย “เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
“ตระกูลเลี่ยเยี่ยน” อีกคนอุทาน
“ค่ายของผู้ล่าจากปีศาจหุบเหวอยู่ข้างหน้า ชางเยี่ยอยากให้พวกเจ้าอดทนอีก
หน่อยและรอให้ตระกูลที่เหลือเข้าร่วม” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างเฉยชา
เขาเร็วกว่าชางเยี่ยเพราะปลดปล่อยสายฟ้าฟาดหลบลี้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเขา
มาถึงกลุ่มตระกูลชี่เสวี้ยก่อนนาง
เขาอยากหยุดพวกเขาก่อนปะทะผู้ล่าจากปีศาจหุบเหวในการต่อสู้จริง
“ชางเยี่ยบอกเช่นนั้นหรือ?” เห่าเจี๋ยยกคิ้วขึ้น
ฉินเลี่ยพยักหน้า “นางจะปรากฏตัวในไม่ช้า”
“เหลือแต่ผลึกจุดกำเนิดแล้ว พวกเราจะตัดสินใจได้อย่างไรว่าใครจะได้ไปหาก
ทั้งห้าตระกูลร่วมมือกัน?” เห่าเจี๋ยถามเสียงเย็นชา “ข้าไม่สนเรื่องร่วมมือกับสี่
ตระกูล ผลึกจุดกำเนิดนั่นเป็นของข้า!”
เขาส่งสัญญาณให้ฉินเลี่ยหลบไปอย่างหงุดหงิดหลังจากกล่าวเช่นนี้
ฉินเลี่ยหันหน้าไปทางทะเลจุดกำเนิดขณะบอกวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหลให้จับตาดูพื้นที่นั้นก่อน
ตอนนี้พวกเขาอยู่ใกล้ทะเลจุดกำเนิดมาก เขากังวลว่าปีศาจหุบเหวระดับสูงจะ
เคลื่อนไหว
หลังจากถ่ายทอดคำสั่ง เขาเปิดทางอย่างไม่ใส่ใจและกล่าวว่า “เชิญรนหาที่
ตายได้เลย ไม่ใช่ปัญหาข้าอยู่แล้ว”
ถ้าชางเยี่ยไม่ขอให้เขาช่วยอย่างจริงใจ ถ้ากานชิงไม่โน้มน้าวเขา เขาจะไม่
มาถึงที่นี่ก่อน
ความจริง เขาไม่สนเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าผลึกจุดกำเนิดด้วยซ ้า
เหตุผลที่เขาเข้าโลกจุดกำเนิดก็เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับพละกำลังและความลับ
สายเลือดของเผ่าพันธุ์ทรงพลังทั้งหมดในจักรวาล
เขายังอยากเสริมสร้างพละกำลังและพัฒนาทั้งพลังกับระดับสายเลือด
เขาสามารถศึกษาผังวิญญาณโบราณระดับสูงลึกลับ “ทะลวงนภา” ในชั้นที่สี่
ของไข่มุกกำราบจิตวิญญาณได้ เขาเลือกความสามารถสายเลือดใหม่นาม
วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ได้
เขาถึงขั้นรู้สึกเหมือนกับกำลังเข้าสู่ขั้นท้ายของพลังระดับนิพพานในอนาคตอัน
ใกล้
เขาได้รับผลประโยชน์ทั้งหมดที่ต้องการจากอาณาจักรลับนี้แล้ว
ถ้าเขาสามารถตามหาหลิงอวี้ฉีกับคนอื่นและนำทางพวกเขาให้ปลอดภัยจาก
อาณาจักรลับนี้ เช่นนั้นก็เป็นจุดจบการเดินทางนี้ที่สมบูรณ์แบบ
ผลึกจุดกำเนิด… ไม่ถึงกับอยู่ในรายการของเขา
“หวือ!”
เงาหนึ่งพลันปรากฏข้างเขา เป็นชางเยี่ยที่สวมเกราะหนัก
ชางเยี่ยยืนขวางทางที่เขาเปิดให้เห่าเจี๋ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ย
“เจ้าน่าจะรู้ว่าผู้นำของผู้ล่าจากปีศาจหุบเหวคือพวกจากแปดหุบเหวชั้นล่าง
ไม่ใช่หรือ?” ชางเยี่ยเข้าประเด็นทันที “เจ้าต้องเคยได้ยินถึงความโหดเหี้ยมใน
แปดหุบเหวชั้นล่าง แปดแดนชำระ หรือไม่ใช่?”
“แล้วไง?” เห่าเจี๋ยถาม
“ปีศาจหุบเหวจากแดนชำระหุบเหวตนนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าพละกำลังเจ้า มี
ปีศาจหุบเหวเกือบร้อยจนรวมตัวรอบทะเลจุดกำเนิด พวกมันทุกตนคือปีศาจ
หุบเหวระดับสูงที่มีเลือดของใต้เท้าหรือสุดยอดใต้เท้าไหลเวียนอยู่! พวกมันล้วน
แข็งแกร่งเทียบเท่าสหายรอบตัวเจ้าไม่มากก็น้อย!” ชางเยี่ยอธิบายก่อนถาม
อย่างเย็นชาว่า “เจ้าเป็นคนหยิ่งทะนงเสมอ แต่เจ้าไม่เคยทำตัวเหมือนคนโง่
อะไรที่ทำให้เจ้าคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับพวกมันทั้งหมด
เพียงลำพัง?”
ผ่านไปสักพัก ชางเยี่ยกล่าวต่อว่า “อย่าบอกข้านะว่าเจ้ากับกลุ่มของเจ้า
แข็งแกร่งพอจะจัดการปีศาจหุบเหวเหล่านั้นได้?”
“ปัญหาของข้าคือปัญหาของข้า เจ้าควรห่วงเรื่องสมาชิกตัวเองจะดีกว่า”
เห่าเจี๋ยกล่าวอย่างหงุดหงิด “เอาละ หลบไปซะ!”
ฉินเลี่ยยืนข้างชางเยี่ยขณะมองการโต้เถียงอย่างสงบ เขาตั้งใจว่าจะไม่สอดมือ
เข้าไปยุ่ง
เขาไม่สนว่าผลลัพธ์ของการโต้เถียงนี้จะเป็นเช่นไร ความจริง… เขากำลังตั้งตา
รอการต่อสู้แตกหักระหว่างชางเยี่ยและเห่าเจี๋ยอยู่
เขาอยากรู้ว่าชางเยี่ยและเห่าเจี๋ยแข็งแกร่งแค่ไหนกันแน่
ย้อนกลับไปที่กระแสมิติโกลาหลนอกอาณาจักรวิญญาณ เขาปะทะกับชางเยี่ย
ชั่วครู่ ในตอนนั้น เขาอยู่เพียงระดับที่หก
ต้องขอบคุณผังวิญญาณโบราณ เขาทำลายคุกทมิฬของชางเยี่ยและหลบหนี
พันธนาการจากความมืดของนางได้สำเร็จ
แต่ถึงแม้เขาจะหาทางหนีมาได้ เขาก็รู้ว่าต้องแพ้หากพยายามสู้กับชางเยี่ยต่อ
ชางเยี่ยทรงพลังมากแล้ว แต่ตัดสินจากท่าทีของกานชิง เสวียนลั่ว เผ่าพันธุ์
วิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีก ดูเหมือนว่าเห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่
เสวี้ยจะน่ากลัวกว่านาง
นี่หมายความว่าพละกำลังของเห่าเจี๋ยต้องเทียบเท่ากับของชางเยี่ยเป็นอย่าง
น้อย
ชางเยี่ยคือยอดฝีมือสายเลือดระดับที่เจ็ดเก่งกาจจากตระกูลเฮยอัน เห่าเจี๋ยคือ
ผู้นำในบรรดาหนุ่มสาวจากตระกูลชี่เสวี้ย… ทั้งสองอาจจะนำกองกำลังตัวเอง
เมื่อเผ่าพันธุ์เทพรุกรานอาณาจักรวิญญาณในอนาคต
เขาตั้งตารอการต่อสู้ระหว่างสองคนนี้มาก
“ยี่ย่า ยี่ย่ายี่ย่า!”
ฉับพลัน เสียงร้องจิตวิญญาณของวิญญาณไม้ปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา
เขาสร้างการเชื่อมต่อกับวิญญาณไม้ทันที
ผ่านการมองเห็นของวิญญาณไม้ เขาสามารถมองเห็นปีศาจหุบเหวใบหน้า
หล่อเหลาคล้ายผู้หญิงกำลังบึ่งมาทางพวกเขาขณะนำปีศาจหุบเหวระดับสูง
หลายสิบตน
“นั่นอะไรน่ะ?”
ปีศาจหุบเหวหล่อเหลาคล้ายกับสังเกตเห็นวิญญาณไม้กำลังสอดแนมอยู่
ดวงตาของเขาพลันลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีม่วงชั่วร้าย
วิญญาณไม้ไม่สบายใจยิ่งทันทีที่เห็นเปลวเพลิงสีม่วง มันแจ้งฉินเลี่ยเกี่ยวกับ
การมาถึงของปีศาจหุบเหวขณะวิ่งหนี
วิญญาณไม้คล้ายกับกลัวว่าเปลวเพลิงสีม่วงจะมาถูกตัว
“สหายเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณที่ลอบเข้ามา…” ตี๋เจียพึมพำกับตัวเอง แต่ไม่สนใจ
วิญญาณไม้อีก เขายังคงเร่งให้ปีศาจหุบเหวตามมาด้วยภาษาหุบเหว
พวกเขาไม่ใช้หินแสงมืดยักษ์ ดังนั้นพวกเขาส่งเสียงดังเล็กน้อย
ชางเยี่ยและเห่าเจี๋ยยังโต้เถียงกันอยู่ พวกเขาไม่รู้ว่าหายนะกำลังจะมาเยือน
“นี่ พวกเจ้าไม่คิดว่าถึงเวลาที่ควรหยุดโต้เถียงแล้วหรือ?” ฉินเลี่ยขัด
เห่าเจี๋ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยไม่สนใจฉินเลี่ยตั้งแต่ต้นจนจบ ความเห็นพวก
เขาไม่เปลี่ยนไปต่อให้เขาเปิดปากพูดก็ตาม
ไม่ใช่แค่เขาดึงดูดความสนใจของเห่าเจี๋ยไม่ได้เท่านั้น แม้กระทั่งสมาชิกตระกูล
ชี่เสวี้ยก็ไม่มองเขา
ชางเยี่ยเป็นคนเดียวที่หันมามองเขาด้วยความประหลาดใจและถามว่า “เกิด
อะไรขึ้น?”
“ปีศาจหุบเหวมากกว่าสี่สิบตนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้” ฉินเลี่ยอธิบาย “พวกเจ้า
อาจจะไม่สังเกตเห็นเพราะไม่ใช้หินแสงมืด ข้ายังสัมผัสได้ว่ากลุ่มนี้สร้างปัญหา
ได้มาก…”
สายตาของชางเยี่ยเปลี่ยนไป
ขณะความเข้าใจในตัวฉินเลี่ยเพิ่มขึ้น สถานะของเขาในใจนางก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
นางเข้าใจว่าเขาแข็งแกร่งมากแค่ไหน
ด้วยเหตุนี้นางตื่นตัวเต็มที่ทันทีหลังจากได้ยินคำเตือน ถ้าแม้แต่ฉินเลี่ยยังบอก
ว่าสร้างปัญหาได้ เช่นนั้นอีกฝ่ายก็ไม่ใช่ศัตรูธรรมดา
“เห่าเจี๋ย! ไปจากที่นี่ได้แล้ว!” นางโน้มน้าว
“ไป?” เห่าเจี๋ยหัวเราะแปลกประหลาดและป่าเถื่อนออกมา “ปีศาจแค่ครึ่งเดียวมุ่ง
หน้ามาทางนี้ นี่เป็นโอกาสเหมาะเจาะที่ข้าจะฆ่าพวกมันให้หมด ทำไมข้าต้อง
อยากไปด้วย?”
ขณะนิ่งไป ในที่สุดเขาก็ยอมชำเลืองมองฉินเลี่ยอย่างเย็นชาในที่สุด “อีกอย่าง
ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเลือดผสมพูดความจริง?”
นั่นก็เพราะเขาไม่เคยเผชิญหน้ากับใครที่มีการรับรู้จิตวิญญาณใช้ได้ในโลกจุด
กำเนิดนี้เว้นแต่สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณกับเด็กผู้หญิงนามเซินหลาน
เขาไม่คิดว่าเลือดผสมจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนจะมีความสามารถแปลกประหลาด
เช่นนั้น
เขาไม่เชื่อ
“ชางเยี่ย ข้ามานำทางให้เจ้า ไม่ได้อาสามาตาย” ฉินเลี่ยไม่แม้แต่มองเห่าเจี๋ย
ขณะยิ้มสงบให้ชางเยี่ย “ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าเลือกที่จะไปหรือไม่ ยังไงซะ ข้าก็
จะไป”
“รออีกสักหน่อยเถอะ!” ชางเยี่ยขอ
ครั้งนี้ ฉินเลี่ยไม่ไว้หน้านาง เขาส่ายหน้าขณะขยับไปทางที่พวกเขามา
เขาทิ้งเพียงวิญญาณอสนีบาตไว้จับตาดูที่นี่ ตนอื่นที่เขาอัญเชิญมาล้วน
กลับกันหมด
ความสามารถของวิญญาณอสนีบาตในการตรวจจับชีวิตด้อยกว่าของ
วิญญาณไม้เล็กน้อย แต่มันไวมากพอจะสามารถกลับมาอยู่ข้างกายเขาได้ใน
อึดใจแม้จะอยู่ไกลกันมากก็ตาม
ต่อให้ปีศาจหุบเหวระดับสูงน่าหวาดกลัวนั่นสามารถสัมผัสวิญญาณอสนีบาต
ได้ มันก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถจับได้
วิญญาณอสนีบาตคือทางเลือกที่ดีในการสังเกตการณ์ศึกและผลลัพธ์ที่กำลัง
จะมาถึง
ตอนที่ 1244: ไข่มุกวิญญาณสวรรค์ลึกล ้า
เห่าเจี๋ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยไม่เก็บคำพูดของฉินเลี่ยมาคิดจริงจังแม้เจ้าตัว
จะไปแล้ว ตรงกันข้าม พวกเขารอให้ปีศาจหุบเหวมาถึงอย่างเกียจคร้าน
แม้แต่ความพยายามของชางเยี่ยที่จะเปลี่ยนใจพวกเขายังไม่เป็นผล พวกเขา
คิดว่านางพูดมากเกินไป
“เจ้าสามารถไปก่อนได้นะถ้ากลัวน่ะ” เห่าเจี๋ยกล่าวอย่างสงบ
ชางเยี่ยพลันสงสัยเมื่อเห็นสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยไม่แสดงความหวาดกลัว
เห่าเจี๋ยโหดเหี้ยมและกระหายเลือด แต่เขาไม่ใช่คนโง่
ดังนั้น อะไรทำให้เขามั่นใจกับการบุกเข้าทะเลจุดกำเนิดแม้จะถูกคุ้มกันโดย
ปีศาจหุบเหวระดับสูงและปีศาจหุบเหวเกือบร้อยตนที่มาจากแดนชำระหุบเหวกัน
ล่ะ?
“ข้าต้องพลาดอะไรบางอย่างไปแน่ ๆ …” ชางเยี่ยคิด
ฉับพลัน นางไม่รีบไป นางผ่อนคลายและกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “ก็ไม่นี่ ข้า
อยากเห็นว่าพวกเจ้าจะกำจัดปีศาจหุบเหวเหล่านั้นได้อย่างไร”
แม้แต่ชางเยี่ยก็ไม่ไป นางนั่งลงเหมือนคนอื่นขณะพวกเขาเผยสีหน้าประหลาด
ใจออกมา
“ไม่ไปหรือ?” เห่าเจี๋ยพยักหน้าหลังจากประหลาดใจในตอนแรก “งั้นก็ไม่เป็นไร”
อีกด้าน
หลังจากฉินเลี่ยออกจากฝั่งของตระกูลชี่เสวี้ยโดยใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้ เขายืน
นิ่งขณะสร้างการเชื่อมต่อกับวิญญาณอสนีบาต
เขาสามารถมองเห็นชางเยี่ยและเห่าเจี๋ยผ่านดวงตาของวิญญาณอสนีบาตได้
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลสี่ตนที่เหลือยังคงจับตารอบร่าง
จริงของเขาเพื่อสอดแนมการเคลื่อนไหวใกล้ ๆ
ตอนนี้เขาอยู่ใกล้ทะเลจุดกำเนิดมาก อยู่ที่เวลาเท่านั้นว่าหน่วยผู้รอดจาก
อันตรายของอาณาจักรลับจะปรากฏตัวเมื่อไหร่
ผู้รอดชีวิตเหล่านั้นคือสิ่งมีชีวิตน่าหวาดกลัวและทรงพลังเช่นชาเลี่ยจาก
เผ่าพันธุ์กระดูกหรือซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีก ถ้าเขาไม่ระวัง เขาจะถูกพวก
เขาล้อม คงไม่ง่ายที่จะหลบหนีเงื้อมมือของพวกเขาเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เขาไม่ประมาทขณะสังเกตการณ์ตระกูลชี่เสวี้ย
“หืม…”
วิญญาณไม้พลันส่งสารจิตวิญญาณ มันพบสิ่งผิดปกติ
เขาเห็นสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับคนเดิมเมื่อมองผ่านดวงตาของ
วิญญาณไม้ทันที
สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับตรวจพบตัวตนของวิญญาณไม้แม้จะอยู่ใน
ความมืดเช่นกัน
“สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับคนนี้ลอบเข้ามาทางเห่าเจี๋ยและคนอื่นหลัง
แยกกับชางเยี่ยขณะวนรอบพื้นที่
เขามีพลังจิตวิญญาณมหาศาล ดังนั้นเขาทราบการเคลื่อนไหวของตี๋เจียและ
ปีศาจหุบเหวระดับสูง การเคลื่อนไหวพวกเขาทำให้เขาต้องลอบเข้ามา
แต่ว่า เมื่อเขาเข้าใกล้กลุ่มของเห่าเจี๋ย เขาพลันรู้สึกปั่นป่วนในจิตวิญญาณ
“เกิดอะไรขึ้น?”
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน เขาเริ่มจงใจขยับขณะตรวจสอบ
ความรู้สึกแปลกประหลาดในจิตวิญญาณ
ยิ่งเขาเข้าใกล้มากเท่าไหร่ เขาพลันตรวจพบจิตวิญญาณอีกคนภายในบริเวณ
ใกล้เคียง มันเป็นของฉินเลี่ย
“มีผู้ชายอีกคนอยู่ทางนั้น…”
ขณะประหลาดใจเล็กน้อย เขาพยายามขยับเข้าหาฉินเลี่ยเพื่อดูว่าจะมีอะไร
เปลี่ยนแปลงหรือไม่
เขาพบทันทีว่าความปั่นป่วนในจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดวงตาภูตผีของเขาเผาไหม้เจิดจ้าทันที
“เจ้าคือคนที่ข้ากำลังตามหามาตลอด!” ในที่สุดเขาพบเป้าหมาย
ครั้งนี้ เขาเมินวิญญาณไม้ขณะขยับตรงเข้าหาฉินเลี่ยพร้อมหัวเราะเบา ๆ
ขณะยังมองผ่านดวงตาของวิญญาณไม้ ฉินเลี่ยพลันเข้าใจว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์
จิตวิญญาณคล้ายกับหายไปในอากาศ
ไวมาก!
“เขากำลังตรงมาหาข้า!” ในที่สุดฉินเลี่ยเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ถึงจุดนี้ เขาไม่สังเกตการณ์ชางเยี่ย เห่าเจี๋ยและปีศาจหุบเหวอีกต่อไป เขารีบดึง
จิตวิญญาณตระหนักรู้ที่กระจัดกระจายกลับมา
เขาถึงขั้นหยิบเนื้อหนักห้ากิโลกรัมจากแหวนต่างมิติที่หนานฉีให้มากินจนหมด
เขาเตรียมสู้เต็มที่
สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับคนนี้ทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายจนอยากกรีด
ร้องออกมา สายเลือดของเขารู้สึกเหมือนกับจะเดือดพล่านทุกเมื่อหากสมาชิก
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนั้นยิ่งมายิ่งเข้าใกล้
เขาเข้าใจทันทีว่าผู้มาถึงคนใหม่นี้คือสิ่งมีชีวิตอันตรายที่สุดในโลกจุดกำเนิดนี้
เหมือนกับปีศาจหล่อเหลาคล้ายหญิงสาว
“เขาใกล้มาถึงแล้ว!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเข้าใกล้มากพอจนฉินเลี่ยสามารถตรวจจับการ
เคลื่อนไหวและการกระทำได้ผ่านความสามารถโลกทัศน์แท้จริง
ถึงจุดนี้ เขายังเข้าใจว่าการรับรู้จิตวิญญาณของสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
ลึกลับคนนั้นมีมากกว่าเขา
“เขาเป็นสหายที่สร้างปัญหาพอตัว” ฉินเลี่ยยิ่งมายิ่งระวัง
“หวือ!”
เปลวเพลิงภูตผีสีเขียววูบไหวในสายตาคล้ายร่างกายของปีศาจต่อหน้าฉินเลี่ย
ที่ฉินเลี่ยเห็นทั้งหมดคือร่างเลือนรางก่อนสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับ
ปรากฏตัวห่างจากเขาสิบเมตรด้วยสภาพลอยเหนือพื้นดินเล็กน้อย
ไม่มีหินแสงมืดในบริเวณใกล้เคียง แต่สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณจ้องตรงมา
ที่เขา
เขาจ้องกลับไปยังผู้มาใหม่
“จนถึงตอนนี้ เจ้าคือคนเดียวที่ข้าพบว่าการมองเห็นและการรับรู้จิตวิญญาณ
ไม่ได้รับผลจากความมืดสนิท” สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับกล่าวด้วย
น ้าเสียงแหบแห้ง
ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว “เจ้าก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ?”
ฉินเลี่ยเข้าใจชัดเจนว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณมองเห็นรอบ ๆ เมื่อดวงตา
ทอประกายคล้ายเปลวเพลิงภูตผีสีเขียวหนึ่งคู่
เหมือนกับเขา ผู้ชายคนนี้ได้เปรียบในความมืดสนิทเพราะสามารถมองเห็นและ
รับรู้รอบ ๆ ได้
ชาเลี่ยและชางเยี่ยสามารถมองเห็นในความมืดได้ ซือถ่านข่าและเด็กผู้หญิง
นามเซินหลานสามารถรับรู้รอบ ๆ ด้วยจิตวิญญาณได้ แต่ว่า พวกเขาไม่มี
ความสามารถสองอย่าง
สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนี้เป็นคนเดียวนอกจากเขาที่การมองเห็นและ
การรับรู้จิตวิญญาณไม่ได้รับผลจากสภาพแวดล้อมรอบ ๆ
“ก่อนหน้านี้ ข้าไล่ตามใครบางคนมานาน แต่ว่า เขาสามารถหลบหนีข้าโดยใช้
ความสามารถเคลื่อนย้ายพริบตาแปลกประหลาดได้” อารมณ์แปลกประหลาด
เข้าสู่ดวงตาภูตผีของสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ “นั่นคือเจ้าใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร” ฉินเลี่ยกล่าว
“เหอะเหอะ” สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับหัวเราะเบา ๆ แปลกประหลาด
สักพักก่อนกล่าวชมฉินเลี่ย “ข้าไม่รู้ว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนมีคนที่น่าหวาดกลัว
เหมือนเจ้า ก่อนหน้านี้ ข้าคิดว่าเห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ย หมิงซวี่และชางเยี่ย
คือผู้ฝึกยุทธ์เผ่าพันธุ์เทพที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรลับนี้ แต่…”
เขาส่ายหน้าช้า ๆ “แสดงว่า ในที่สุดตระกูลเลี่ยเยี่ยนก็สำแดงสัญญาณชีวิต
หลังจากตกต ่ามาสองหมื่นปี มันคือเหตุการณ์ที่ควรกับการฉลอง”
“ขอบคุณที่ชม แต่ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเจ้าพูดเรื่องอะไร” ฉินเลี่ยกล่าวอีกครั้ง
“ไม่สำคัญหรอกว่าเจ้าจะยอมรับหรือไม่ ข้ารู้แล้วเจ้าคือใคร” สมาชิกเผ่าพันธุ์
จิตวิญญาณเงียบสักพักก่อนพลันถามว่า “เจ้าครอบครองหลุมศพเลือดเนื้อที่
หายไปของตระกูลเลี่ยเยี่ยนใช่หรือไม่?”
ร่องรอยความตกตะลึงเข้าสู่ดวงตาของฉินเลี่ยในที่สุด
เขาไม่เคยบอกสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพคนไหนเกี่ยวกับหลุมศพเลือดเนื้อ เขายังคง
ปกปิดความลับนี้มิดชิดมาตั้งแต่ต้นจนจบ
เขาไม่คิดเลยว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณจะรู้ความลับนี้
“เจ้ารู้ได้อย่างไร?” น ้าเสียงของเขาพลันเย็นชา
ฉินเลี่ยเข้าใจว่าไม่มีเหตุผลที่ต้องพยายามปกปิดอีกต่อไป เพราะตอนสมาชิก
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนี้บอกว่าหลุมศพเลือดเนื้ออยู่กับเขานั้น อีกฝ่ายมั่นใจ
มาก
“หลุมศพเลือดเนื้อคืออุปกรณ์เดียวที่สามารถต่อกรกับไข่มุกวิญญาณสวรรค์
ลึกล ้าของเผ่าพันธุ์วิญญาณได้!” สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณกล่าวตามตรง
“ไข่มุกวิญญาณสวรรค์ลึกล ้า?” ฉินเลี่ยดูสับสน
“มันคือไข่มุกแสงสว่างงดงามที่เด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณนามเซินหลาน
อัญเชิญมาตอนวงแหวนตะวันร้อนแรงยักษ์ของเจ้าตกลงมาจากท้องฟ้า”
สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณอธิบาย “ไข่มุกแสงสว่างนั่นคือไข่มุกวิญญาณ
สวรรค์ลึกล ้า เหมือนกับหลุมศพเลือดเนื้อของเผ่าพันธุ์เทพ มันคืออุปกรณ์
แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์วิญญาณ”
ฉินเลี่ยอึ้งไปสักพัก “อย่างนี้นี่เอง”
ถึงแม้เขาจะอยู่ในสภาวะบ้าคลั่งและเสียการควบคุมในตอนนั้น แต่เขาทราบถึง
ความทรงพลังของวงแหวนตะวันร้อนยักษ์
ตอนเด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณอัญเชิญไข่มุกวิญญาณสวรรค์ลึกล ้าออกมา
ทำลายดวงอาทิตย์ยักษ์และกดดันให้เขาหนี เขายอมรับว่าสับสนมาก
เขาไม่รู้ว่าไข่มุกแสงสว่างนั่นน่าหวาดกลัวขนาดนี้
ต้องขอบคุณคำอธิบายของสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนี้ ในที่สุดเขา
เข้าใจว่าไข่มุกแสงสว่างนั่นคือสุดยอดสมบัติของเผ่าพันธุ์วิญญาณ เหมือนกับ
หลุมศพเลือดเนื้อของเผ่าพันธุ์เทพ
“น่าประหลาดใจจริง ๆ ข้าไม่คิดเลยว่าทั้งเผ่าพันธุ์เทพและเผ่าพันธุ์วิญญาณจะ
นำสุดยอดอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์มาในครั้งนี้ด้วย” สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณดู
ประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด “โดยเฉพาะเผ่าพันธุ์เทพ เจ้าถึงกับนำอุปกรณ์
ศักดิ์สิทธิ์มาสองชิ้น นี่มันช่างน่าประหลาดใจจริง ๆ ”
“สองชิ้น?” ฉินเลี่ยตกตะลึงอีกครั้ง
“เจ้าไม่รู้หรือ?” สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณถาม
ฉินเลี่ยส่ายหน้าแทนคำตอบ
“เห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ยนำหลุมศพเลือดเนื้อของตระกูลมา ข้า… เพิ่งทราบ
เมื่อเร็ว ๆ นี้” สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับพลันรู้สึกเหมือนจะเสียการ
ควบคุมอีกครั้ง ในที่สุด เขานึกออกว่าทำไมถึงมาตามหาฉินเลี่ยในตอนแรก
“จริงสิ! ทำไมข้ารู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้เจ้า? บางครั้งข้าถึงขั้นรู้สึก
เหมือนกับเสียการควบคุมจิตวิญญาณตัวเอง! ต้องมีบางสิ่งที่เจ้าเอามา
นอกเหนือจากหลุมศพเลือดเนื้อแน่ บางสิ่งที่มาจากเผ่าพันธุ์ข้าโดยตรง!”
เขาอุทานด้วยความมั่นใจยิ่ง
ตอนที่ 1245: หลุมศพเลือดเนื้อชิ้นที่สอง!
“หลุมศพเลือดเนื้ออีกชิ้น!”
ฉินเลี่ยอดที่จะจ้องมองทางที่ตระกูลชี่เสวี้ยด้วยแววตาใหม่ไม่ได้ ในที่สุดเขา
เข้าใจว่าทำไมเห่าเจี๋ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยถึงหาญกล้าโจมตีผู้ล่าจาก
ปีศาจหุบเหวเพียงลำพัง
ตอนหลุมศพเลือดเนื้อหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของฉินเลี่ย พลังสายเลือดของ
เขาเพิ่มขึ้นมากจนเกือบทำลายหน่วยของเผ่าพันธุ์วิญญาณจนหมดได้ด้วยตัว
คนเดียว
ถ้าเซินหลานไม่อัญเชิญไข่มุกวิญญาณสวรรค์ลึกล ้าออกมา เขามั่นใจว่า
สมาชิกหน่วยส่วนใหญ่จะตาย
เขารู้ว่าหลุมศพเลือดเนื้อทรงพลังแค่ไหนหลังจากหลอมรวมกับร่างกาย
เห่าเจี๋ยมีหลุมศพเลือดเนื้อเช่นกันเขาจะแข็งแกร่งขนาดไหนหากสามารถหลอม
รวมกับหลุมศพเลือดเนื้อได้เหมือนกัน?
เห่าเจี๋ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยสามารถยืนหยัดจัดการปีศาจหุบเหวเหล่านั้น
ได้จริงหรือ? พวกเขาจัดการอีกฝ่ายจนได้รับชัยชนะได้จริงหรือ?
ในที่สุด เขาเข้าใจว่าเห่าเจี๋ยไม่ได้หยิ่งทะนงจนมองไม่เห็นความจริง เขาถึงกับมี
เหตุผลที่ดีที่จะเชื่อว่ารับมือได้
ฉินเลี่ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขาพลันเริ่มสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ของเห่าเจี๋ย
และชางเยี่ย
“บอกข้ามา สิ่งที่เจ้า… ครอบครองอยู่มันคืออะไรกันแน่?” สมาชิกเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณลึกลับถามเสียงดังอีกครั้ง เขาไม่ให้โอกาสฉินเลี่ยเล็ดรอดสายตาไป
ไหนได้
“ข้าไม่ได้ครอบครองอะไรสักหน่อย”
หลังจากสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนี้มองออกว่าเขาครอบครองหลุมศพ
เลือดเนื้อจนสอบถาม ความระแวดระวังของฉินเลี่ยก้าวกระโดดถึงจุดสูงสุด แต่
ว่า… เขาปฏิเสธที่จะเชื่อว่าคนคนนี้สามารถคาดเดาถึงไข่มุกกำราบจิต
วิญญาณที่อยู่ข้างในหน้าผากของเขาได้เช่นกัน
“จะซ่อนก็ซ่อนไป ข้ารู้ว่าเจ้าครอบครองสมบัติของเผ่าพันธุ์ข้าไว้ มันเป็นของที่
ทรงพลังเช่นกัน” สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณยืนกราน
“เจ้ากับปีศาจของเจ้าก็พูดไปเรื่อย” ฉินเลี่ยหรี่ตา
“อ๋อเหรอ?” เมื่อเห็นว่าฉินเลี่ยกำลังปฏิเสธทุกการเชื่อมโยงจนถึงที่สุด สมาชิก
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับไม่พยายามสืบสาวไปมากกว่านี้อีก “เอาเถอะ มัน
ไม่สำคัญหรอก ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในโลกจุดกำเนิด อยู่ที่เวลาเท่านั้นก่อนพวก
เราจะได้พบกันอีก… ข้าจะทวงสิ่งที่เจ้าพรากไปจากเผ่าพันธุ์พวกข้ากลับคืนมา
ให้หมด”
“เจ้าอยากลองตอนนี้เลยไหมล่ะ?” ฉินเลี่ยเย้ยหยัน
“ย่อมไม่ เพราะเจ้ามีหลุมศพเลือดเนื้อ นั่นหมายความว่าเจ้าคือคนที่สร้างการ
โจมตีรุนแรงกับเผ่าพันธุ์วิญญาณก่อนหน้านี้ ข้ารู้ว่าไม่ง่ายที่จะทวงสิ่งที่เป็น
ของพวกข้าจากเจ้า” เขาหัวเราะเบา ๆ เสียงต ่า “ข้าไม่รีบ มี… เวลาเหลือเฟือ
ข้าจะอดทนรอจนกระทั่งมีโอกาสเหมาะเจาะมาเยือน”
“โอ้ใช่ ชื่อของข้าคือสั่วหมู่เอ่อ จำชื่อข้าไว้ด้วยล่ะ”
หลังจากโยนคำพูดเหล่านี้ทิ้งไว้ สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับจากเขาไป
ทั้งแบบนั้น
ในการรับรู้จิตวิญญาณของเขา สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณที่เรียกตัวเอง
ว่าสั่วหมู่เอ่อกำลังเคลื่อนเข้าหาตระกูลชี่เสวี้ย
เห็นได้ชัดว่าเขาสนใจการต่อสู้ของเห่าเจี๋ยและปีศาจหุบเหวระดับสูงในตอนนี้
มากกว่า
ฉินเลี่ยขมวดคิ้วและจมอยู่ในความคิดสักพัก
“ข้าถูกเปิดโปงแล้ว… หมอนั่นจะบอกความจริงกับชางเยี่ยหรือเปล่า? ถ้ากานชิง
หนานฉีและคนอื่นรู้ว่าข้าครอบครองหลุมศพเลือดเนื้อที่หายไป…”
สีหน้าของฉินเลี่ยยิ่งมายิ่งจริงจัง ฉับพลัน เขาไม่มั่นใจว่าต้องทำอย่างไร
เขารู้ดีว่าถูกผูกมัดกับหลุมศพเลือดเนื้อด้วยวิธีแปลกประหลาด ไม่มีทางที่เขา
จะคืนให้ตระกูลเลี่ยเยี่ยนได้ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม
แต่ว่า หลุมศพเลือดเนื้อไม่ได้สำคัญยิ่งกับตระกูลเลี่ยเยี่ยนเท่านั้น แต่สำคัญกับ
เผ่าพันธุ์เทพทั้งหมด!
ทันทีที่ตระกูลเลี่ยเยี่ยนทราบว่าหลุมศพเลือดเนื้ออยู่ในการครอบครองของเขา
พวกเขาจะทำทุกสิ่งสุดกำลังเพื่อแย่งมันมาจากเขา
เขาจะรับมือกับตระกูลเลี่ยเยี่ยนหลังจากนั้นอย่างไร?
กานชิง หลิวยั่งและอู้ชาจะกลายเป็นศัตรูกับเขาเหมือนกันหรือเปล่า?
ความคิดมากมายเคลื่อนผ่านจิตใจของเขาคล้ายอสนี พวกมันทำให้เขารู้สึก
ติดขัดและกังวลเกี่ยวกับอนาคต
“ตอนนี้ ข้าควรจับตาดูการต่อสู้ของเห่าเจี๋ยก่อน”
ผ่านไปสักพัก ฉินเลี่ยฝืนสงบสติขณะแช่กลุ่มจิตวิญญาณตระหนักรู้ใน
วิญญาณอสนีบาต
วิญญาณอสนีบาตกลายเป็นดวงตาของเขาหลังจากกระบวนการเสร็จสิ้น
ร่างของเห่าเจี๋ยและชางเยี่ยกับสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยปรากฏชัดเจนภายในจิตใจ
ดาบปีศาจเจิดจ้าเก้าเล่มกำลังลอยรอบปีศาจหล่อเหลาคล้ายหญิงสาว ลวดลาย
ปีศาจสีม่วงเข้มกำลังกระจายออกจากดาบเหล่านั้น
พลังปีศาจหุบเหวเอ่อล้นออกมายังพื้นที่นั้นคล้ายกับชายคนหนึ่งกำลังกลืนกิน
ปีศาจ
เห่าเจี๋ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยกับชางเยี่ยถูกล้อมโดยพลังดังกล่าว
ฉับพลัน ดวงตาน่าขนลุกเริ่มลืมขึ้นบนดาบปีศาจข้างแล้วข้างเล่า
แสงสว่างสีม่วงยิงออกมาจากดวงตาเหล่านั้นในคราวเดียว
ตอนนั้นเอง แม้แต่วิญญาณอสนีบาตผู้กำลังซ่อนตัวสูงในอากาศรู้สึกหวาดกลัว
กับการโจมตีตามสัญชาตญาณ
ปีศาจหุบเหวระดับสูงหลายสิบตนพลันดูเริงร่าเมื่อดวงตาแปลกประหลาดลืมบน
ดาบปีศาจ
พวกมันพุ่งเข้าใส่เห่าเจี๋ย ชางเยี่ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ย ทั้งอสนีสีม่วง พลัง
สายเลือดน่าหวาดกลัวและเขี้ยวเล็บป่าเถื่อน
พลังปีศาจหุบเหวพลันเข้มข้นคล้ายกับเปลี่ยนเป็นบึงชั่วร้าย มันติดพันหน่วย
ตระกูลชี่เสวี้ยและชางเยี่ยอย่างแน่นหนา
ฉินเลี่ยมองเห็นชัดเจนว่าพลังปีศาจหุบเหวกำลังติดพันรอบแขนขานางคล้าย
กาวหรือเชือก ทุกครั้งที่นางขยับ มันเหมือนกับนางใช้พละกำลังปกติมากขึ้นห้า
เท่า
ฉับพลัน พลังปีศาจหุบเหวเปลี่ยนไปอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นต้นไม้ชั่วร้ายจำนวนมาก
ต้นไม้เหี่ยวเฉาและบิดงอถาโถมใส่สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพพร้อมเผยเขี้ยวเล็บ
คล้ายปีศาจจริง ๆ
ฉินเลี่ยสังเกตเห็นว่าสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยเคลื่อนไหวอืดอาดเพราะบึงพลัง
ปีศาจหุบเหว
แม้แต่ชางเยี่ยก็ดูกังวล
ปีศาจหุบเหวระดับสูงพุ่งเข้าหาพวกเขาโดยไม่ได้รับผลจากพลังปีศาจหุบเหว
รอบข้าง ความจริง พวกเขาเหมือนกับมีชีวิตชีวาดุจปลาในน ้า
“เปรี้ยะ”
ตอนนี้เองฉินเลี่ยเห็นอักขระศักดิ์สิทธิ์กำลังคืบคลานทั่วคอ หู ใบหน้าและส่วน
อื่นของร่างกายที่เผยออกมาของเห่าเจี๋ย
เขาถึงขั้นสังเกตเห็นตุ่มขนาดเล็กกำลังผุดขึ้นที่แผ่นหลังของเห่าเจี๋ย มัน
เหมือนกับเขากำลังแบกโต๊ะมุมฉากเอาไว้
“หลุมศพเลือดเนื้อ!” ฉินเลี่ยคิด
วินาทีต่อมา ไอทำลายล้างรุนแรงปะทุออกจากร่างกายของเห่าเจี๋ย ด้วยวิธี
บางอย่าง เห่าเจี๋ยหาทางจุดชนวนพลังสายเลือดโหดเหี้ยมและกระหายเลือดได้
บอลพลังปีศาจหุบเหวและต้นไม้ป่นปี้เป็นผุยผงทันที
การโจมตีที่มุ่งมาทางเขาหายไปไม่เหลือซากเช่นกันหลังจากพลังสายเลือดของ
เขาเพิ่มขึ้นมหาศาล
บึงน่าหวาดกลัวที่ปลดปล่อยโดยดาบปีศาจเก้าเล่มถูกทำลายทันที
ตี๋เจียซีดเผือดด้วยความตกตะลึง “หลุมศพเลือดเนื้อ!”
แม้แต่เขาก็มองออกว่าพลังผิดธรรมชาติภายในร่างกายของเห่าเจี๋ยมาจากหลุม
ศพเลือดเนื้อ
“หืม!”
ในเวลาเดียวกัน ไกลออกไปจากสมรภูมิ หลุมศพเลือดเนื้อของฉินเลี่ยเริ่ม
ปั่นป่วนภายในแหวนต่างมิติของฉินเลี่ย มันเหมือนกับสามารถตรวจพบแรง
กดดันของหลุมศพอื่นภายในร่างกายของเห่าเจี๋ยได้
ตอนที่ 1246: วิชาหลอมรวมหลุมศพ
“หลุมศพเลือดเนื้อตรวจพบอีกชิ้นงั้นหรือ?”
เมื่อฉินเลี่ยสังเกตการณ์ต่อสู้ไกล ๆ ผ่านดวงตาของวิญญาณอสนีบาต เขา
พบว่าหลุมศพเลือดกำลังตอบสนองหลุมศพของเห่าเจี๋ยเล็กน้อยหลังจากดึง
พลังออกมา
น่าแปลก เขารีบยับยั้งหลุมศพเลือดเนื้อด้วยจิตใจ
ในเวลาเดียวกัน กลุ่มอักขระเผ่าพันธุ์เทพปรากฏขึ้นในจิตใจ
มันคือวิชาลับที่เขาได้จากอาณาจักรโลหิตโกลาหลของเผ่าพันธุ์เทพ มันสอน
เขาถึงการหลอมรวมกับหลุมศพเลือดเนื้อ วิชาหลอมรวมหลุมศพ!
เขาได้รับวิชาหลอมรวมหลุมศพในเวลาเดียวกับที่ได้รับวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่
เขาไม่พยายามฝึกจนช ่าชองก่อนหน้านี้เพราะอยู่ติดกับหน่วยตระกูลเลี่ยเยี่ยน
แน่นอน สภาวะหลับใหลของหลุมศพเลือดเนื้อคือเหตุผลสำคัญว่าทำไมเขาไม่
สามารถฝึกฝนวิชาหลอมรวมหลุมศพในทันทีได้
“ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด วิชาลับที่เห่าเจี๋ยปลดปล่อยในตอนนี้คือวิชาหลอมรวมหลุม
ศพ!” เขาพลันเข้าใจ
อักขระศักดิ์สิทธิ์ยังคงกระโจนออกจากความทรงจำขณะไขว้ไปมาคล้ายอสนี
ไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ อักขระศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับวิชาหลอมรวมหลุมศพยิ่งมา
ยิ่งเด่นชัดในจิตใจ
การเชื่อมต่อของเขากับหลุมศพเลือดเนื้อหนาแน่นขณะอักขระศักดิ์สิทธิ์
ปรากฏและหายไปซ ้าแล้วซ ้าเล่า
ก่อนหน้านี้ หลุมศพเลือดเนื้อปั่นป่วนเพราะหลุมศพเลือดเนื้อของเห่าเจี๋ย แต่ว่า
จู่ ๆ มันสงบหลังจากเขาเริ่มตั้งสติและจิตวิญญาณตระหนักรู้กับการศึกษาวิชา
หลอมรวมหลุมศพแทน
“เปรี้ยะ!”
แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์เจิดจ้าพุ่งออกจากแหวนต่างมิติขณะล้อมรอบไหล่ ท้อง เอว
และสะดือ พวกมันเหมือนกับสายรุ้งขนาดเล็ก
แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสายล้อมรอบฉินเลี่ย พลังเหลวหลากสีสันไหลอยู่ข้างใน
พวกมันเชื่อมต่อกับเลือดเนื้อราวกับสะพานที่สร้างข้ามที่ใดสักแห่ง
ฉินเลี่ยสั่นสะท้าน
หลังจากแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสายล้อมรอบร่างกาย เขาพลันเรียนรู้วิชาหลอม
รวมหลุมศพได้เร็วกว่าแต่ก่อนหลายเท่า
เขาฝึกความลับของวิชาหลอมรวมหลุมศพอย่างรวดเร็วในอัตราที่เพิ่มขึ้นจน
ช ่าชอง
ถึงจุดนี้ ศึกระหว่างเห่าเจี๋ยและตี๋เจีย ความปลอดภัยของชางเยี่ยและการ
เคลื่อนไหวของสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนั้นถูกโยนออกจากจิตใจของ
เขา
เขาหายไปในโลกของตัวเอง
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลห้าตนเดิมกระจัดกระจายทั่ว
พื้นที่ หลังจากสัมผัสสภาวะจิตวิญญาณตระหนักรู้ตอนนี้ของเขาได้ วิญญาณ
ทุกตนรวมถึงวิญญาณอสนีบาตกลับมาหาฉินเลี่ย
พวกมันคล้ายกับเข้าใจว่าฉินเลี่ยต้องการการปกป้องในตอนนี้
ไกลออกไป เห่าเจี๋ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยยังคงต่อสู้กับผู้นำของผู้ล่าจาก
ปีศาจหุบเหว ตี๋เจีย สั่วหมู่เอ่อจากสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณซ่อนตัวขณะ
วางแผนที่มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
ไกลออกไปอีก สามตระกูลเผ่าพันธุ์เทพกำลังรอพวกเขากลับมา
ตอนนี้ ฉินเลี่ยลืมเกี่ยวกับรอบ ๆ หมดสิ้น สิ่งเดียวที่อยู่ในใจคือความลับของ
วิชาหลอมรวมหลุมศพจำนวนมาก สิ่งอื่นถูกขจัดออกจากจิตใจของเขา
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างตี๋เจียและเห่าเจี๋ยทั้งรายละเอียดและผลลัพธ์
เวลาผ่านไปช้า ๆ
ฉับพลัน วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลห้าตนปรากฏร่างจริง
ออกมา
ผ่านไปสักพัก กลุ่มฝีเท้าแปลกประหลาดยิ่งมายิ่งเข้าใกล้ฉินเลี่ย
มันคือกองกำลังผสมระหว่างเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มี
ปีก พวกเขามาอย่างช้า ๆ ภายใต้การมองเห็นของหินแสงมืดขนาดยักษ์
การต่อสู้ของเห่าเจี๋ยและตี๋เจียดังเหลือเชื่อ พลังน่าหวาดกลัวกระจายไปทุกหน
แห่ง เป็นธรรมดาที่จะดึงดูดผู้อื่น
ขณะพวกเขาบึ่งเข้าสู่สมรภูมิ พวกเขาพลันเห็นฉินเลี่ยยังฝึกฝนวิชาหลอมรวม
หลุมศพอยู่
“สมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยน!” เซียนน่าจากเผ่าพันธุ์วิญญาณอุทาน
“ฉินเลี่ย!” ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกดูประหลาดใจ
“ฉินเลี่ย!” ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกประหลาดใจเช่นกัน
ไม่มีใครรู้ว่าฉินเลี่ยคือยอดฝีมือลุกโชนที่เกือบจัดการพวกเขาได้ด้วยตัวคน
เดียวก่อนหน้านี้
พวกเขารู้เพียงว่าเขาคือเขาก่อนหน้านี้
“นายหญิง!” ปาจี๋จากเผ่าพันธุ์วิญญาณกัดฟันก่อนตะโกนว่า “ให้ข้าฆ่าเจ้า
เด็กนี่เพื่อแก้แค้นให้ท่านสักเล็กน้อยเถอะ!”
“พวกเราควรฆ่าสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนทั้งหมดโดยไม่ปราณี!” เซียนน่า
ประกาศอย่างดุดัน
“พวกเราจะไม่ปราณีในครั้งนี้!” หน่วยเผ่าพันธุ์วิญญาณที่เหลือตะโกนอย่าง
เกรี้ยวกราดเช่นกัน
ชายลุกโชนเกือบสังหารนายหญิงด้วยวงแหวนตะวันร้อนแรงขนาดยักษ์ พวก
เขาถูกกดดันให้เสียสละพลังชีวิตบริสุทธิ์เพื่อปลดปล่อยวิชาลับและช่วยนาย
หญิง
ถึงอย่างนั้น นายหญิงพวกเขายังไม่ฟื้นตัว
ด้วยเหตุนี้พวกเขาเกลียดสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนคนนั้นไปถึงกระดูก!
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณที่รวมตัวรอบเซินหลานอยากระบายความโกรธกับ
ฉินเลี่ย
ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกและซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกลังเลอย่างเห็นได้
ชัด พวกเขาเหมือนกับอยากพูดอะไรบางอย่าง
พวกเขาทั้งสองรู้สึกว่าติดหนี้ฉินเลี่ยเพราะฉินเลี่ยตามหาและรวบรวมสมาชิก
สูญหายของพวกเขาให้มาอยู่ด้วยกัน แต่ว่า พวกเขายืนคนละข้างกันแล้วตั้งแต่
แยกจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนมาอยู่กับเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ด้วยเหตุนี้เซียนน่าและปาจี๋ถึงขั้นยอมให้หน่วยของกานชิงมีชีวิตในตอนแรก
ในตอนนั้น ยอดฝีมือลึกลับจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนคนนั้นปรากฏตัวในฉับพลัน
และสร้างการโจมตีสาหัสให้เซินหลาน…
ชาเลี่ยและซือถ่านข่าชั่งน ้าหนักคำพูดขณะตรวจสอบปาจี๋และเซียนน่าผู้ขุ่น
เคือง ท้ายที่สุด พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากลอบถอนหายใจและยังคงเงียบ
“โปรดถ่ายทอดคำสั่งด้วย นายหญิง!” ปาจี๋กล่าวอย่างร้อนรน
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณทุกคนจ้องมองเซินหลาน พวกเขาอยากฉีกแขนขา
ฉินเลี่ยทันทีที่นางพยักหน้า
เด็กผู้หญิงนามเซินหลานจ้องมองวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหลห้าตนที่ล้อมฉินเลี่ยสักพัก จากนั้น นางกล่าวว่า “ปล่อยไปเถอะ”
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณทุกคนประหลาดใจกับการตัดสินใจของนาง
“นายหญิง!” ปาจี๋และเซินหลานอุทานพร้อมกัน
“ข้าไม่อยากฆ่าเขา” เซินหลานกล่าวอย่างสงบ
“แต่ทำไมล่ะ?” เซียนน่าไม่ยอมทิ้งโอกาสนี้ “มันคือสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยน ท่าน
เกือบถูกหนึ่งในเครือญาติมันฆ่า ทำไมท่านไม่อยากฆ่ามัน?”
“ข้าไม่อยากอธิบาย” เซินหลานมองต ่าขณะตอบเสียงเบา
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณจ้องมองนางอย่างเหม่อลอย พวกเขาควรพูดอย่างไร
กับคำตอบเช่นนี้?
เซียนน่ากัดฟันขณะกระทืบพื้นหนึ่งครั้ง ท้ายที่สุด นางจ้องมองฉินเลี่ยอย่าง
โกรธเคืองก่อนกล่าวว่า “วันนี้เจ้าโชคดีอีกแล้ว เจ้าคนสารเลว!”
จากนั้น พวกเขาเดินผ่านฉินเลี่ยขณะมุ่งสู่ด้านหน้า
ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกและซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกมองฉินเลี่ยและ
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลห้าตนด้วยความประหลาดใจและ
สับสนเมื่อเดินตาม
“เดี๋ยว ไอของเขา…”
ซือถ่านข่าเดินออกจากฉินเลี่ยแล้ว แต่ฉับพลันเขามองรอบ ๆ ขณะจ้องมือที่
แหวนต่างมิติของฉินเลี่ยอยู่ เขาจ้องมองแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสายเป็นพิเศษ
“เขา เขาคือ…”
ซือถ่านข่าพลันเข้าใจก่อนหันมาจ้องมองเด็กผู้หญิง
“ถ้าแม้แต่ข้ายังรู้ว่าเขาคือใคร เช่นนั้นไม่มีทางที่นางจะไม่รู้! แต่ทำไมนางแสร้ง
ทำเป็นไม่รู้ล่ะ? เพราะนางกลัวเขาหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้!”
“ฉินเลี่ยกำลังฝึกฝนวิชาลับอยู่ ไม่งั้นดวงตาของเขาคงไม่หลับจนถึงตอนนี้
หรอก!”
“ถ้าเป็นเช่นนั้น เช่นนั้นทำไม?”
“ทำไมนางตัดสินใจปล่อยคนที่เกือบฆ่านางไปล่ะ?!”
ซือถ่านข่าจับเส้นผมอย่างหงุดหงิดขณะดวงตาสีดำสนิทปกคลุมไปด้วยความ
สับสน ทำไม ทำไมล่ะ? เขาดูเหมือนกับจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
“มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้! ไม่น่า!” เขาพึมพำกับตัวเอง
ซือถ่านข่าพลันหยุดตามรอยขณะสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขากำลังจะพูดอะไร
บางอย่าง
“ได้โปรด ได้โปรด… อย่าพูดอะไรเลย ได้โปรด”
ฉับพลัน น ้าเสียงคล้ายหญิงสาวปรากฏขึ้นในจิตใจ เห็นได้ชัดว่าน ้าเสียงกำลัง
ขอร้องและวิตก
เสียงนั้นทำให้ซือถ่านข่าตกตะลึง
เขาหันมาจ้องมองเด็กผู้หญิงจากไกล ๆ
“โปรดมุ่งหน้าต่อไป ข้าอยากสนทนากับซือถ่านข่าเพียงลำพัง พวกเจ้าไม่ต้อง
คุ้มกันข้า ข้าเกือบฟื้นตัวเสร็จแล้ว”
เด็กผู้หญิงหยุดขณะสั่งปาจี๋และเซียนน่า
“พวกข้าห่างข้างท่านไม่ได้” เซียนน่ากล่าวอย่างไม่เต็มใจ
“ถ้าพวกเจ้าคิดว่าข้าคือผู้นำจริง เช่นนั้นโปรดฟังคำสั่งข้า ข้ารับปากว่าจะไม่มี
ใครสามารถทำร้ายข้าได้อีกตราบที่ยังอยู่ในอาณาจักรลับนี้” เซินหลานกล่าว
อย่างจริงจัง
ปาจี๋และเซียนน่าดูประหลาดใจ
“ตอนพวกข้ามา… เบื้องบนบอกพวกข้าว่าให้เชื่อฟังนางไม่ว่าจะไม่
สมเหตุสมผลอย่างไรก็ตาม” สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอีกคนเสริม
ปาจี๋และเซียนน่ากัดฟันอีกครั้ง ท้ายที่สุด พวกเขาพยักหน้าอย่างเห็นด้วยขณะ
มุ่งหน้าพร้อมหน่วยที่เหลือก่อน
“พวกเราคุยกันตามลำพังได้หรือยัง ซือถ่านข่า”
“แน่นอน”
ตอนที่ 1247: ภาพเงาอันน่าจดจำ…
“เจ้ารู้ว่าเขาคือใครใช่หรือไม่?”
หลังจากหน่วยเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์มีปีกและเผ่าพันธุ์กระดูกผ่านพวก
เขาไป ซือถ่านข่าถามนางด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เขาเกือบฆ่าเจ้าในตอนนั้น
แล้วทำไมเจ้าปล่อยเขาไป?”
เซินหลานกำลังถือหินแสงมืดขนาดเล็กอยู่ ดังนั้นซือถ่านข่ามองเห็นสีหน้าหดหู่
ปรากฏบนรูปลักษณ์ละเอียดอ่อนของนาง นางก้มต ่าและกล่าวเสียงเบาว่า “เขา
และข้ามีการเชื่อมโยงบางอย่าง”
ซือถ่านข่าประหลาดใจกับคำตอบ
เมื่อเร็ว ๆ นี้เขาทราบว่าเซินหลานคือเมล็ดพันธุ์วิญญาณผู้มีชะตาให้กลายเป็น
หัวหน้าเผ่าพันธุ์วิญญาณในอนาคตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อีกด้าน ฉินเลี่ย
เป็นเพียงเลือดผสมในตระกูลเลี่ยเยี่ยนที่สำแดงพลังอันยอดเยี่ยมก่อนหน้านี้
ออกมา
เขารู้ดีว่าเลือดผสมมักมีสถานะต ่ากว่าภายในเผ่าพันธุ์เทพ ยิ่งไปกว่านั้น
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนในตอนนี้อยู่ล่างสุดของห้าตระกูล
ในสายตาของซือถ่านข่า ฉินเลี่ยและเด็กผู้หญิงตรงหน้าแยกออกจากกัน
ด้วยเหตุนี้เขาไม่สามารถจินตนาการถึงความเชื่อมโยงที่อาจจะคงอยู่ระหว่าง
พวกเขาได้
“ข้าไม่อยากอธิบายมากเกินไป ที่ข้าอยากขอเจ้าคือเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
เอาไว้ ข้าให้สัญญาว่าจะปกป้องเจ้าและคนของเจ้า และพวกเจ้าจะไม่ได้กลับไป
มือเปล่าจากการเดินทางนี้” น ้าเสียงของเซินหลานซื่อตรงและจริงใจ “ข้าจะ
พยายามปกป้องผลประโยชน์ของเผ่าพันธุ์พวกเจ้า เจ้าคิดว่าไง?”
“ข้ายังไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ซือถ่านข่าขมวดคิ้
“แค่สัญญาเรื่องนี้กับข้าพอ” เซินหลานขอร้อง
ซือถ่านข่ามองนางสักพักก่อนพยักหน้า “ได้สิ”
“โปรดรอข้าที่นี่ พวกเราจะกลับไปด้วยกันทีที่ข้ากลับมา” เซินหลานขออีกครั้ง
ขณะซือถ่านข่ายังปลุกปล ้ากับคำขอแปลกประหลาดของนาง เซินหลานพลัน
หายไปไกล
“นางกำลังมุ่งหน้าไปหาฉินเลี่ย…”
ซือถ่านข่าดูประหลาดใจขณะจ้องไปทางที่เซินหลานหายไป เขาเข้าใจว่า “การ
สนทนาส่วนตัว” ของเซินหลานกับเขาเป็นเพียงเป้าหมายรอง สิ่งที่นางอยากทำ
จริง ๆ คือไปหาฉินเลี่ย
การค้นพบนี้ทำให้เขาสับสนมากขึ้น
“ทำไมเจ้าเชื่อมโยงกับคนที่เกือบฆ่าเจ้าด้วย? ไม่เพียงเจ้าไม่แก้แค้นเขาเท่านั้น
เจ้าหาข้ออ้างทั้งหมดนี้เพียงเพื่อกลับไปหาเขางั้นหรือ? ความสัมพันธ์พวกเจ้า
มันยังไงกันแน่? และถ้าเจ้ามีความสัมพันธ์เช่นนั้นจริง ทำไม… เขาพยายามฆ่า
เจ้าเมื่อครู่ล่ะ?” ซือถ่านข่าขมวดคิ้วแน่นขณะคิด แต่เขาไม่สามารถหาคำตอบ
ได้ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม
หลังจากเซินหลานออกจากฝั่งของซือถ่านข่า นางกระตุ้นวิชาลับสายเลือดราว
กับรู้ว่าไม่เหลือเวลา
นางเพิ่งฟื้นฟูจากบาดแผลสาหัสเมื่อเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นมันไม่ดีต่อสุขภาพนางนักที่
จะใช้พลังสายเลือดในตอนนี้ แต่ว่า นางโยนคำแนะนำของเซียนน่าและปาจี๋
อย่างเห็นได้ชัดแล้วกลับมาเอาแต่ใจตัวเอง
ใบหน้าของนางยิ่งมายิ่งซีดเผือดขณะเคล็ด “วัฏจักรชีวิต” โคจรในร่างกาย แต่
ว่า การเคลื่อนไหวของนางยิ่งมายิ่งเร็วเพราะเหตุนั้น
“หวือ!”
เมื่อในที่สุดนางกลับมาหาฉินเลี่ย นางสั่นสะท้านขณะกัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว
ในเวลาเดียวกัน วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลห้าตนผู้กำลัง
คุ้มกันฉินเลี่ยพลันออกจากสภาวะภาพมายาที่จับต้องไม่ได้และเริ่มส่องแสงเจิด
จ้า
พวกมันล้วนลอยรอบฉินเลี่ยขณะตรวจสอบนางด้วยสายตาระแวดระวัง
เซินหลานยังฟื้นฟูบาดแผลสาหัสไม่เต็มที่ การฝืนกระตุ้น “วัฏจักรชีวิต” ทำให้
สภาพของนางแย่ยิ่งขึ้น นางรู้ว่าสุขภาพไม่สู้ดีนัก ดังนั้นนางไม่กล้าเข้าใกล้
ฉินเลี่ยและวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
นางจ้องมองฉินเลี่ยผู้ยังฝึกฝนวิชาหลอมรวมหลุมศพด้วยดวงตาที่หลับอยู่
กำปั้นของนางที่กำรอบมุมเสื้อยิ่งมายิ่งแน่น
นางดูประหม่าและหวาดกลัวเล็กน้อย นางดูเหมือนกับอยากเข้าใกล้เพื่อพูด
บางอย่าง แต่ไม่มั่นใจว่าจะเริ่มอย่างไร
นางก้าวไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว
พลังรอบ ๆ วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลทั้งห้าตนพลันรุนแรง
เห็นได้ชัดว่าเป็นสัญญาณเตือน
นางหยุดฝีเท้าทันที
ปริมาณพลังที่วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลปลดปล่อยออกมา
ทำให้นางกังวลเล็กน้อยเพราะยังฟื้นฟูไม่เต็มที่
ด้วยเหตุนี้นางเพียงมองฉินเลี่ยจากไกล ๆ ผ่านไปสักพัก ในที่สุดนางจำได้ว่า
เผ่าพันธุ์วิญญาณอาจจะกังวลหากยังไม่กลับไป ดังนั้นนางจากไปอย่างเงียบงัน
เหมือนกับตอนมา
นางเงียบราวกับไม่เคยมาที่นี่ตั้งแต่แรก
ทันทีที่นางหายไป วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลห้าตน
ปลดปล่อยสภาวะกายภาพออกมาและคล้ายกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โลกกลับคืนสู่ความมืดสนิท
เวลาผ่านไปช้า ๆ จนกระทั่งฉินเลี่ยพลันลืมตาขึ้น
เขามองแหวนต่างมิติบนมือและแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสายที่ไหลซึมออกมา
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสายย่อมเป็นแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์จากหลุมศพเลือดเนื้อ
ด้วยความคิด เขาส่งพวกมันกลับแหวนต่างมิติและหลุมศพเลือดเนื้อ
เขาเชื่อมต่อวิญญาณอสนีบาตเพื่ออยากถามว่าศึกระหว่างเห่าเจี๋ยและตี๋เจีย
เป็นอย่างไรบ้าง
“ยี่ย่าย่า…”
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลทั้งห้าตนพูดพร้อมกันและบอก
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นขณะกำลังฝึกฝนก่อนหน้านี้ให้ฟัง
“เผ่าพันธุ์วิญญาณอยู่ที่นี่!”
เขารวบรวมกลุ่มจิตวิญญาณตระหนักรู้เข้าสู่จิตวิญญาณของวิญญาณ
อสนีบาตหลังจากความตกตะลึงในตอนแรกหายไป
ภาพเด่นชัดจำนวนมากเริ่มฉายผ่านจิตใจ เขาเห็นเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์
กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกกำลังผ่านตำแหน่งของเขา เขาเห็นถึงความโกรธและ
จิตสังหารที่เซียนน่า ปาจี๋และสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณที่เหลือส่งมาเมื่อเห็นเขา
เขาเห็นชาเลี่ยและซือถ่านข่าดูลังเลและเด็กผู้หญิงกำลังโน้มน้าวไม่ให้พวกเขา
แก้แค้นเขาจนน่าประหลาด ท้ายที่สุด เขาเห็นนางกลับมาอยู่ด้านข้างสักพัก
ขณะมองเขาด้วยความวิตกกังวล…
หลังจากเขาเล่นความทรงจำจิตวิญญาณของวิญญาณอสนีบาตในจิตใจ เขา
ประทับพวกมันทั้งหมดเข้าสู่จิตใจของตัวเอง
“ทำไม? ทำไมนางห้ามเซียนน่าและปาจี๋? และทำไมนางถึงกลับมา?”
การกระทำผิดปกติของเซินหลานทำให้เขาสับสนมากเท่าที่ซือถ่านข่าสับสน
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมนางทำเช่นนั้นหรือทำไมนางปฏิบัติกับเขาเป็นพิเศษ
“เป็นเด็กผู้หญิงที่แปลกชะมัด…”
เขาพึมพำกับตัวเองหลังจากเวลาผ่านไปนาน สายตาที่นางมองเขาจากความ
มืด สีหน้าหดหู่ ความวิตกกังวล ทั้งหมดนั้นกลายเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันจาง
หายไปจากจิตใจของเขาไม่ว่าจะพยายามชะล้างอย่างไรก็ตาม
“ข้าไม่รู้จักนาง ข้าจำตอนพบนางไม่ได้ แม้แต่กับข้าจากเมื่อสามร้อยปีก่อนก็
ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับนางเลยไม่ใช่หรือ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ยิ่งพยายามเท่าไหร่ เขาก็ไม่พบคำตอบในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก สิ่ง
เดียวที่เขาได้จากความพยายามนี้คือภาพเงาอันน่าจดจำของเด็กผู้หญิงดู
เปราะบางที่กำลังยืนไกลออกไปเพิ่มเข้ามา
เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
“ข้าควรกลับไปดูตระกูลชี่เสวี้ย ข้าอยากรู้ว่าผลการต่อสู้เป็นอย่างไร!” เขาส่าย
หน้าแรง ๆ ราวกับจะสามารถสลัดความคิดไม่จำเป็นทั้งหมดออกจากจิตใจได้
“ไปดูดีกว่าว่าใครยังมีชีวิตอยู่และใครตายไปบ้าง”
วิญญาณที่เร็วที่สุดในหมู่พวกมัน วิญญาณอสนีบาต หายไปทันทีหลังจากได้
ยินคำสั่งของเขา
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลที่เหลือกลับเข้าไข่มุกกำราบจิต
วิญญาณเพื่อพักผ่อน พวกมันล้วนอยู่ข้างนอกมานาน พวกมันกินวัตถุดิบ
วิญญาณที่จำเป็นแล้ว
ฉินเลี่ยนั่งลงด้วยสีหน้าแปลกประหลาดเช่นกัน บางครั้ง เขาจะส่ายหน้าราวกับ
พยายามลืมบางสิ่ง
สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนั้นผู้เรียกตัวเองว่าสั่วหมู่เอ่อรู้ว่าเขามีหลุมศพ
เลือดเนื้อและสมบัติของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ เห็นได้ชัดว่ามีการเชื่อมโยง
ระหว่างหลุมศพเลือดเนื้อในร่างกายของเห่าเจี๋ยและของเขาเอง และท้ายที่สุด มี
เด็กผู้หญิงคนนั้นที่ชื่อเซินหลานทำตัวแปลกประหลาดด้วยเหตุผลบางอย่าง…
เขาได้รับภาพเด่นชัดยิ่งขึ้นจากอัจฉริยะหนุ่มสาวของเผ่าพันธุ์ขณะคาดหวัง
ระหว่างเริ่มเดินทางนี้
แต่ว่า การเคลื่อนไหวผิดปกติของสั่วหมู่เอ่อและเซินหลานทำให้เขาสับสนมาก
การเปิดเผยของหลุมศพเลือดเนื้อทำให้เขากังวลในความปลอดภัยของตัวเอง
เช่นกัน
เขาทั้งกังวลว่าสั่วหมู่เอ่อจะบอกคนอื่นเรื่องที่เขามีหลุมศพเลือดเนื้อและการใช้
หลุมศพเลือดเนื้ออย่างต่อเนื่องของเห่าเจี๋ยจะทำให้เขาถูกเปิดเผยในท้ายที่สุด
อยู่ดี อยู่ที่เวลาเท่านั้นก่อนหลุมศพเลือดเนื้อจะดิ้นรนจนเป็นอิสระจากขุมพลัง
ของเขาและถูกเผยออกมา
“อาจจะถึงเวลาต้องแยกกับตระกูลเลี่ยเยี่ยนแล้ว…” เขาคิดกับตัวเอง
“ยี่ย่า!”
ตอนนี้เองวิญญาณอสนีบาตแจ้งเขาว่ามันอยู่ในตำแหน่งแล้ว
เขารวบรวมจิตวิญญาณตระหนักรู้เพื่อตรวจสอบทุกสิ่งผ่านวิญญาณอสนีบาต
ทันที
ร่างกายจำนวนมากกองบนพื้นสมรภูมิ ซากศพส่วนใหญ่เป็นของปีศาจหุบเหว
ระดับสูง มีสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยสามคนอยู่ในนั้นเช่นกัน
เห่าเจี๋ยในตอนนี้กำลังกรีดร้องขณะโจมตีปีศาจหุบเหวระดับสูงที่เหลือคล้าย
ปีศาจกระหายเลือดบ้าคลั่ง
วิชาลับสายเลือดนับไม่ถ้วนระบายท้องฟ้ามืดของอาณาจักรลับเป็นสีแดงและสี
ม่วง สีสันปะทะกันขณะระเบิดอย่างรุนแรง ฉีกกระชากปีศาจหุบเหวดูป่าเถื่อน
เป็นชิ้น ๆ แต่ว่า เห่าเจี๋ยเพียงคล้ายกับแข็งแกร่งขึ้นเมื่อยิ่งสู้นาน เขาดู
เหมือนกับเปลี่ยนเป็นปีศาจ ร่างกายของเขาใหญ่ขึ้นทุกครั้ง
พลังชั่วร้ายเดิมมองไม่เห็น แต่วิญญาณอสนีบาตสามารถสัมผัสได้ว่าพวกมัน
ไหลซึมออกจากปีศาจหุบเหวที่ตายแล้วและซากศพตระกูลชี่เสวี้ยสามคนขณะ
เข้าสู่เนื้อของเห่าเจี๋ยเพื่อเสริมสร้างพละกำลังของเขาให้มากขึ้น
หลุมศพเลือดเนื้อคือแหล่งกำเนิดพลังที่เห่าเจี๋ยสามารถดึงออกมาได้ทุกเมื่อ ไม่
เพียงแค่เขาสามารถฟื้นพละกำลังและรักษาบาดแผลทั้งหมดได้เร็วเท่านั้น เขา
สามารถสู้ได้ต่อเนื่องขณะยังคงพุ่งเข้าใส่ด้วยพลังสายเลือดเหมือนทุกครั้ง
เช่นกัน
หลุมศพเลือดเนื้อเปลี่ยนเห่าเจี๋ยเป็นเทพสงครามผู้ไม่รู้จักคำว่าพักผ่อน
เขาคือสาเหตุที่ทำให้ซากศพปีศาจหุบเหวส่วนใหญ่อยู่บนพื้
เหตุผลที่ชางเยี่ยและสมาชิกตระกูชี่เสวี้ยที่เหลือสามารถยื้อไว้จนถึงตอนนี้ได้
ต้องขอบคุณความคลุ้มคลั่งของเห่าเจี๋ย พวกเขาสู้กับปีศาจหุบเหวโดยมีเขา
เป็นศูนย์กลาง
เสื้อของตี๋เจียถูกฉีกขาดรุ่งริ่ง เลือดสีม่วงยังคงทะลักออกมาจากบ่อน ้าบน
หน้าอก
ดวงตายังคงปรากฏขึ้นและหายไปบนดาบปีศาจเก้าเล่ม พวกมันคล้ายกับ
สามารถส่งผลต่อจิตใจของผู้คนขณะสร้างพลังปีศาจหุบเหวจำนวนมหาศาลได้
อย่างต่อเนื่อง
เลือดสีม่วงยังคงไหลซึมออกจากร่างของปีศาจหุบเหวที่ตายขณะเข้าสู่ดวงตา
บนดาบปีศาจเก้าเล่ม
มันทำให้ดวงตาปีศาจยิ่งมายิ่งทรงพลังมากขึ้น พลังเต็มพิกัดที่พวกมัน
ปลดปล่อยออกมาทำให้ปีศาจหุบเหวระดับสูงกล้าหาญมากพอจะสู้โดยไม่
หวาดกลัว
แม้แต่ชางเยี่ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยก็ไม่กล้ามองดาบปีศาจเก้าเล่มเกิน
ความจำเป็น
พวกเขาล้วนคล้ายกับเคยได้รับผลจากดวงตาปีศาจมาก่อน
“ถอย! ถอยกลับไปทะเลจุดกำเนิด! ให้ตายสิ ข้าไม่อยากเชื่อว่ามันเอาหลุมศพ
เลือดเนื้ของตระกูลชี่เสวี้ยมา! ข้าคิดว่าพวกเราไม่สามารถฆ่ามันในตอนนี้
ได้!”
ฉับพลัน ตี๋เจียตะโกยถ่ายทอดคำสั่งใหม่
ปีศาจหุบเหวคว้าเชือกเส้นสุดท้ายเอาไว้แล้ว พวกมันฝืนถอยด้วยสภาพ
มอมแมมหลังจากเสียหลายสิบตนให้กับทีมของเห่าเจี๋ย
ตอนที่ 1248: คลื่นใต้น ้ำ
เห่าเจี๋ยและสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยสี่คนที่เหลือล้วนเหลือรอดในหน่วย ที่เหลือถูก
ฉีกกระชากโดยปีศาจหุบเหว
แต่ว่า ปีศาจหุบเหวระดับสูงเสียชีวิตอย่างต ่าหลายสิบคน เพราะเหตุนั้น มันย่อม
ส่งผลต่อพละกำลังรวมของพวกเขา
เกราะสีดำสนิทของชางเยี่ยในตอนนี้เต็มไปด้วยเลือด ตอนนี้ นางมีกลิ่นเลือด
มากเท่าตระกูลชี่เสวี้ยที่เหลือ
“ไม่สงสัยเลยว่าเจ้ามั่นใจ เจ้ามีหลุมศพเลือดเนื้อของตระกูลชี่เสวี้ย…”
ในที่สุดชางเยี่ยเข้าใจแหล่งกำเนิดความมั่นใจของเห่าเจี๋ยขณะจ้องมองซากศพ
และเห่าเจี๋ย ตอนนี้ เขาดูเหมือนกับชายโชกเลือด
ต้องขอบคุณหลุมศพเลือดเนื้อ เห่าเจี๋ยมีพลังเลือดเนื้อเกือบไร้ขีดจำกัดให้ใช้
ดังนั้นแผนของเขาในการรับมือผู้ล่าจากปีศาจหุบเหวเพียงลำพังจึงไม่สิ้นหวัง
อย่างน้อยที่สุด เขาจัดการตี๋เจียและปีศาจหุบเหวระดับสูงหลายสิบตนในการ
ต่อสู้ครั้งนี้ได้สำเร็จ
ยิ่งไปกว่านั้น ตี๋เจียคือผู้บงการผู้ล่าจากปีศาจหุบเหวเหล่านั้น
เห่าเจี๋ยหอบหนักขณะยืนท่ามกลางกองเลือด เส้นเลือดใต้ผิวหนัง แม้กระทั่งบน
หน้าผากเด่นชัด
รอยแยกมองเห็นบนร่างกายหนาเด่นชัด ราวกับพวกมันปรากฏขึ้นภายใต้
ความเครียด
รอยแยกบนร่างกายของเขาโชกเลือด บ้างเผยให้เห็นเส้นเลือดภายในร่างกาย
หากมองใกล้ ๆ จะเห็นเนื้อใต้บาดแผลกำลังบิดงอราวกับมีชีวิตเป็นของตัวเอง
ตอนนี้ ความรุนแรงและความขุ่นเคืองยังเกาะกุมเห่าเจี๋ยอยู่
“ต่อให้หลุมศพเลือดเนื้อมอบพลังเกือบไร้ขีดจำกัดให้เจ้า แต่เจ้าไม่ได้ไร้เทียม
ทาน” ชางเยี่ยจ้องมองร่างกายรัดตึงของเห่าเจี๋ย “ท้ายที่สุด เจ้าก็แค่ยอดฝีมือ
สายเลือดระดับที่เจ็ด ร่างกายเจ้าต้องแบกรับมากก่อนจะพังทลายภายใต้ความ
ตึงเครียดของพลังที่เกินขีดจำกัด อีกอย่าง เจ้าต้องการพลังจิตวิญญาณเพื่อจับ
การเคลื่อนไหวและตำแหน่งของศัตรูไม่ใช่หรือ?”
หลังจากนิ่งไป ชางเยี่ยเสริมว่า “หลุมศพเลือดเนื้อไม่สามารถเติมเต็มพลังจิต
วิญญาณที่เจ้าใช้ไปได้”
พลังจิตวิญญาณไม่ใช่สิ่งที่หลุมศพเลือดเนื้อสามารถหาให้ได้ มีเพียงพลัง
สายเลือดจำนวนมากจากร่างกายของนักรบสายเลือดระดับที่เจ็ดเท่านั้นที่
สามารถหาให้ได้ ชางเยี่ยรู้สึกว่าเห่าเจี๋ยเหนื่อยล้ามากหลังจากผ่านการต่อสู้
ยาวนานมา
ถ้าตี๋เจียเลือกอยู่และสู้ เห่าเจี๋ยอาจจะหมดสติก่อนเพราะพลังจิตวิญญาณใกล้
หมด
“เจ้าก็อยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ?”
พลังเนื้อน่าหวาดกลัวที่ปลดปล่อยจากร่างกายของเห่าเจี๋ยลดลงช้า ๆ เขาหัน
มามองชางเยี่ยและกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริง”
ชางเยี่ยขมวดคิ้ว “ทำไมเจ้าต้องสู้แบบนี้? เจ้ามีหลุมศพเลือดเนื้อ เมื่อพวกเรา
พบหมิงซวี่ เสวียนลั่วและกานชิง ถ้าพวกเรารวบรวมพละกำลังของห้าตระกูล
ทั้งหมดและโจมตีปีศาจหุบเหวร่วมกัน พวกเราสามารถยึดครองทะเลจุดกำเนิด
ได้อย่างง่ายดาย”
“มีผลึกจุดกำเนิดดก้อนเดียวในโลกใบนี้!” เห่าเจี๋ยพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา
ชางเยี่ยพยักหน้าหลังจากความประหลาดใจในตอนแรกหายไป “ใช่แล้ว มีผลึก
จุดกำเนิดก้อนเดียว… แต่พวกเราสามารถหาทางอื่นทำให้สำเร็จได้”
“ทางแบบนั้นไม่มีอยู่สำหรับข้า! เพื่อให้ได้ผลึกจุดกำเนิดมา ข้าถึงขั้นนำหลุม
ศพเลือดเนื้อของตระกูลมาด้วย ดังนั้นไม่มีทางที่ข้าจะกลับไปมือเปล่าได้
หรอก!” เห่าเจี๋ยประกาศกร้าว
ชางเยี่ยดูไม่ยินดีอย่างเห็นได้ชัด
“หวือ!”
เงาหนึ่งพลันปรากฏจากความมืดไกลออกไป
เงาเปลี่ยนเป็นสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ สั่วหมู่เอ่อ เขาหัวเราะเบา ๆ ด้วย
น ้าเสียงแปลกประหลาด “เขาคือเห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ยจริง ๆ น่าประทับใจ!
น่าประทับใจอะไรอย่างนี้!”
เขามองการต่อสู้ของเห่าเจี๋ยและตี๋เจียอย่างลับ ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ
การสำแดงพลังแท้จริงที่เห่าเจี๋ยปลดปล่อยออกมาหลังจากหลอมรวมกับหลุม
ศพเลือดเนื้อเหนือกว่าแม้แต่กับตี๋เจียจากแดนชำระหวงเฉียน ผลที่ได้ ตี๋เจียไม่
สามารถได้รับชัยชนะดังที่ใครบางคนคาดเอาไว้
โชคยังดี ตี๋เจียเสียไปหลายสิบตนขณะถอยจากการต่อสู้พร้อมปีศาจหุบเหวที่
เหลือ
อีกด้าน เห่าเจี๋ยเพียงเสียสามคนเท่านั้น
ไม่ว่าเขาจะมองยังไง เห่าเจี๋ยจัดการตี๋เจียได้อย่างยุติธรรม เขาจัดการผู้ล่าจาก
ปีศาจที่ยึดครองทะเลจุดกำเนิดมานานได้
ตามความรู้ของสั่วหมู่เอ่อ ผู้ล่าจากปีศาจเหล่านี้ไม่เคยได้รับความพ่ายแพ้ตั้งแต่
มาถึงโลกจุดกำเนิดใบนี้ นี่คือครั้งแรกที่ความพ่ายแพ้เกิดกับพวกเขาเพราะ
เห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ย
ด้วยเหตุนี้สั่วหมู่เอ่อนับถือพละกำลังของเห่าเจี๋ยและตระกูลชี่เสวี้ยจากก้นบึ้ง
หัวใจ
นอกจากนับถือแล้ว เขามีบางสิ่งที่ต้องบอกพวกเขา “ปีศาจหุบเหวระดับสูงกลุ่ม
ใหม่ที่ทะเลจุดกำเนิดคล้ายกับทราบผลการต่อสู้นี้และกำลังหาทางมาที่นี่ มัน
อาจจะไม่นานนักก่อนพวกมันพบกับตี๋เจีย”
“ปีศาจหุบเหวระดับสูงกลุ่มใหม่?” ชางเยี่ยอุทาน
ดวงตาของสั่วหมู่เอ่อเจิดจ้าช้า ๆ ใต้ผ้าคลุม “เท่าที่ข้ารู้ ปีศาจหุบเหวที่น่ากลัว
กว่าตี๋เจียได้มาถึงแล้ว เป็นหญิงสาวจากแดนชำระจิ่วโยว ความสามารถ
สายเลือดนางไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอกจากนรกจิตวิญญาณอันโด่งดัง!”
“นรกจิตวิญญาณ?!” ชางเยี่ยตกตะลึง
แม้แต่เห่าเจี๋ยและคนของเขาก็มีสีหน้ามืดมนหลังจากได้ยินเช่นนี้
“เจ้าแน่ใจหรือว่าเป็นนรกจิตวิญญาณ?” เห่าเจี๋ยตะโกน
“ข้าไม่แน่ใจ…” สั่วหมู่เอ่อหัวเราะเบา ๆ แปลกประหลาด “แต่ข้ามั่นใจว่านาง
กำลังมุ่งหน้ามาหาตี๋เจียพร้อมปีศาจหุบเหวระดับสูงกลุ่มใหม่”
“เจ้ายังวางแผนจะอยู่อีกหรือ เห่าเจี๋ย ข้าต้องกล่าวลาแล้วล่ะหากนั่นคือแผน
ของเจ้า” ชางเยี่ยกล่าว
“ข้าเพียงมาส่งข่าว ฉะนั้นโปรดปล่อยข้าไปเถอะ การรับรู้จิตวิญญาณของหญิง
สาวคนนั้น… ยิ่งมายิ่งแข็งแกร่ง” ดวงตาของสั่วหมู่เอ่อขยับราวกับตรวจพบบาง
สิ่ง “โปรดตัดสินใจเองว่าตอนนี้จะทำอย่างไร”
เขาจากไปหลังจากกล่าวเช่นนั้น
“ข้าต้องไปแล้วเช่นกัน” ชางเยี่ยชำเลืองมองเห่าเจี๋ยขณะเดินออกไปหลังจาก
นั้น ครั้งนี้ นางไม่พยายามเปลี่ยนใจของเห่าเจี๋ยอีก
สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยที่เหลือมองเห่าเจี๋ยเพื่อรอดคำสั่ง
“รอเดี๋ยว!” เห่าเจี๋ยเรียก
ชางเยี่ยหันมามองเขาอย่างสงบ “อะไร?”
“ข้าจะไปกับเจ้า” เห่าเจี๋ยกล่าว
“ได้” ชางเยี่ยพยักหน้า
…………
ในเวลาเดียวกัน
เซินหลานกลับมาหาหน่วยเผ่าพันธุ์วิญญาณ ขณะพวกเขากำลังเดิน นางพลัน
ชี้ไปอีกทางและกล่าวว่า “พวกเราจะตั้งค่ายที่นี่”
“ทำไมล่ะ?” เซียนน่าอุทาน “ข้าคิดว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อตรวจสอบการต่อสู้
ระหว่างตระกูลชี่เสวี้ยและปีศาจหุบเหวเสียอีก”
“การต่อสู้จบลงแล้ว สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยกำลังไปพบกับตระกูลเผ่าพันธุ์เทพที่
เหลือ อีกอย่าง ปีศาจหุบเหวรวบรวมกองกำลังเพื่อมาที่นี่ คงฉลาดกว่าหากไม่
เสี่ยงเผชิญหน้า” เซินหลานกล่าว
“ใครชนะหรือ?” ปาจี๋ถามอย่างร้อนรน
ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกและซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกขยับเข้ามาใกล้
เช่นกัน พวกเขาล้วนสงสัยเกี่ยวกับผลลัพธ์
“เห่าเจี๋ยชนะ เขามีหลุมศพเลือดเนื้อ” เซินหลานกล่าว
“หลุมศพเลือดเนื้ออีกชิ้น!” ปาจี๋พลันซีดเผือด
“เกิดอะไรขึ้นกับเผ่าพันธุ์เทพกันแน่?” เซียนน่าตะโกนเช่นกัน
ไม่นานก่อนหน้านี้ ชายลุกโชนผู้เกือบสร้างความเสียหายอย่างหนักกับหน่วย
พวกเขามีหลุมศพเลือดเนื้อ
พวกเขารู้เรื่องนี้หลังจากเซินหลานอธิบายทุกสิ่งแล้ว
พวกเขาในตอนนี้รู้ว่าหลุมศพเลือดเนื้อของเผ่าพันธุ์เทพเทียบเท่าไข่มุก
วิญญาณสวรรค์ลึกล ้า มันคือหนึ่งในอุปกรณ์ที่วิเศษที่สุดในทั่วจักรวาล
ในที่สุดพวกเขาเข้าใจว่าทำไมเซินหลานได้รับบาดแผลสาหัสจากการ
เผชิญหน้าครั้งนั้น
ด้วยเหตุนี้พวกเขาตกตะลึงเมื่อได้ยินว่าเห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ยครอบครอง
หลุมศพเลือดเนื้อเช่นกัน
“หลุมศพเลือดเนื้อสองชิ้นหรือ…”
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกจำนวนมากดูกังวลเมื่อได้ยินคำตอบ
หนักแน่นของเซินหลาน
“หญิงสาวน่าหวาดกลัวเข้าร่วมกับปีศาจหุบเหว ดังนั้นเผ่าพันธุ์เทพอาจจะไม่
เหนือกว่าหากปะทะกัน” เซินหลานเสริม
“หญิงสาวน่าหวาดกลัว? นางน่ากลัวเท่าตี๋เจียหรือ?” เซียนน่าดูตกตะลึง
เซินหลานพยักหน้าเล็กน้อย “นางอาจจะถึงขั้นรับมือยากกว่าตี๋เจีย…”
ทั้งสามหน่วยรู้สึกเหมือนกับความหวังกำลังหลุดลอยเมื่อได้ยินเช่นนี้
“ไม่เป็นไร ข้ากำลัง… จะเลื่อนขั้นแล้ว” เซินหลานมองกลุ่มนางและยิ้มอ่อนโยน
นางกล่าวด้วยความมั่นใจว่า “ทันทีที่สายเลือดข้าเลื่อนขั้นสู่ระดับต่อไป ไม่มี
ใครจะคุกคามข้าได้อีก”
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณสั่นสะท้านเมื่อได้ยินข่าวนี้
พวกเขาล้วนมั่นใจในพลังของเซินหลาน
…………
“พวกเรามาช้าไป สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยไปแล้ว”
ตี๋เจียกล่าวอย่างเสียดายหลังกลับไปสมรภูมินองเลือดและไม่พบใคร
“เป็นความผิดข้า พี่หลิง… ข้าไม่คิดว่าเห่าเจี๋ยจะเอาหลุมศพเลือดเนื้อมาที่โลก
จุดกำเนิดใบนี้ด้วย”
หลิงอวี้ฉี อีนั่วซือ เหวยเซินเท่อและผู้นำปีศาจหุบเหวที่เหลือล้วนรวมตัวอยู่ที่
เดียว
พวกเขาจ้องมองสหายที่ตายแล้วอย่างมืดมนราวกับกำลังพลุ่งพล่านด้วยความ
โกรธ
“พวกมันไปไกลมากพอจนข้าไม่สามารถสัมผัสได้ พวกเราควรไล่ตามหรือไม่?”
หลิงอวี้ฉีถามอย่างสงบ
“เช่นนั้นช่างมันเถอะ พวกมันจะต้องกลับมาทะเลจุดกำเนิดแน่นอน ที่พวกเรา
ต้องทำคืออยู่ที่นั่นและรอ” ตี๋เจียไอสักพักขณะกระอักเลือดทุกครั้งที่ไอ “อีก
อย่าง ตอนนี้ข้าบาดเจ็บสาหัสมาก ข้าต้องการเวลารักษา”
“ได้” หลิงอวี้ฉีตอบอย่างไม่ใส่ใจ
ปีศาจหุบเหวระดับสูงผู้บึ่งมาจากทะเลจุดกำเนิดไม่มีทางเลือกนอกจากกลับไป
ทางที่มาเมื่อพบว่าเป้าหมายหลบหนีไปแล้ว
ตอนที่ 1249: แยกทาง
หลังจากชัยชนะถูกตัดสินระหว่างเห่าเจี๋ยและตี๋เจีย ฉินเลี่ยดึงวิญญาณอสนีบาต
อย่างเหนื่อยล้าและจากไป เขาไม่รอจนกระทั่งตี๋เจียกลับมาพร้อมกำลังเสริม
เพราะวิญญาณอสนีบาตไม่อยู่จับตาดูต่อ เขาไม่รู้ว่าหลิงอวี้ฉีคือส่วนหนึ่งของ
กำลังเสริมตี๋เจีย
ครั้งนี้ เขาตัดสินใจจะไปจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนจริง ๆ
เขากังวลมากว่ากานชิงและคนอื่นจะต้องการหลุมศพเลือดเนื้อและหมายหัวเขา
หากทราบว่ามันอยู่ในการครอบครองของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น หน่วยเผ่าพันธุ์เทพทรงพลังเกินไปเมื่อรวมเห่าเจี๋ยเข้าไปด้วย เขา
ไม่มั่นใจว่าจะสามารถหลบหนีได้หากพวกเขาพยายามโจมตีจริง ๆ
อีกอย่าง เขาย่อมถูกเปิดโปงหากเห่าเจี๋ยใช้หลุมศพเลือดเนื้อข้าง ๆ
ในที่สุดเขาตัดสินแยกกับกลุ่มของกานชิงขณะฝึกฝนเพียงลำพังในโลกจุด
กำเนิด
เขาเลือกจุดที่ไม่ไกลจากทะเลจุดกำเนิด แต่เป็นการยากที่จะรับรู้ได้ต่อให้เป็น
เซินหลานจากเผ่าพันธุ์วิญญาณและสั่วหมู่เอ่อจากเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณก็ตาม
หลายวันผ่านไป เขาจดจ่อกับผังวิญญาณโบราณทะลวงนภา
เขาช ่าชองวิชาหลอมรวมหลุมศพและวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่จนสามารถใช้
เมื่อใดก็ได้ตามที่ต้องการ
ขณะฝึกฝน เขาเหลือวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลอย่างน้อย
หนึ่งตนเพื่อระวังหลังให้
นั่นหมายความว่าเขาสามารถสังเกตเห็นเหตุการณ์ผิดปกติทั้งหมดทันทีที่เข้าสู่
ระยะจิตวิญญาณของวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล
เขาจะสามารถเตรียมการได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หากเป็นเช่นนี้
แก่นโลหิตชีวิตโปร่งแสงแหวกว่ายผ่านท้องฟ้ามืดมิดขณะวาดเส้นโลหิตภายใต้
การควบคุมจิตวิญญาณของเขา
มันคือผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาอีกผัง
เขาให้ความสนใจกับผังวิญญาณโบราณระดับสูงที่เรียนรู้จากไข่มุกกำราบจิต
วิญญาณอย่างสมบูรณ์
“หนึ่งพันเส้น สามพันเส้น ห้าพันเส้น เจ็ดพันเส้น…”
ผังวิญญาณโบราณยิ่งมายิ่งซับซ้อนขณะเลือดของเขาวาดบนท้องฟ้ามืดสนิท
ความมืดไม่ส่งผลต่อเขาเลยเพราะความสามารถสายเลือดโลกทัศน์แท้จริง เขา
สามารถมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวได้อย่างชัดเจน
เขากำลังสังเกตเส้นโลหิตโดยตรง เมื่อเวลาผ่านไป เขาถึงขั้นรู้สึกว่าเส้นตรง
กำลังแหวกว่ายแม้จะเคลื่อนที่ช้าเหลือเชื่อก็ตาม
เขาไม่รู้ว่าเห่าเจี๋ย ชางเยี่ยและกานชิงได้พบกันแล้วขณะกำลังฝึกฝนอยู่
ความจริง เห่าเจี๋ยไม่ใช่คนเดียวที่กลับเผ่าพันธุ์เทพพร้อมสมาชิกที่เหลือ
หมิงซวี่จากตระกูลกวงหมิงก็อยู่ที่นั่นตอนเห่าเจี๋ยปรากฏตัว
น่าแปลก สมาชิกตระกูลกวงหมิงเก้าคนรอดจากสภาพแวดล้อมโหดร้ายของ
โลกจุดกำเนิดได้ ความจริง พวกเขาดูเริงร่าและสะอาด ราวกับพวกเขาไม่ผ่าน
การต่อสู้แม้แต่ครั้งเดียว
ทั้งชางเยี่ยและเห่าเจี๋ยรู้สึกแปลกเมื่อเห็นว่าสมาชิกตระกูลกวงหมิงเก้าคนนั้น
รอดชีวิต
เห่าเจี๋ยย่อมมั่นใจในพละกำลังของหน่วยเขา แต่เขายังเสียสหายสองคนก่อนจะ
สู้กับตี๋เจียเสียอีก
ถึงแม้เหตุผลที่เขาเสียสหายในตอนนั้นจะเพราะไม่ได้ใช้หลุมศพเลือดเนื้อ แต่
เขายังคิดว่าหน่วยของตนแข็งแกร่งกว่าของตระกูลกวงหมิง
แต่ว่า ไม่เพียงแค่หมิงซวี่และสมาชิกตระกูลกวงหมิงเก้าคนรอดเท่านั้น มัน
เหมือนกับว่าพวกเขาไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว
ผลลัพธ์นี้ทำให้แม้แต่เห่าเจี๋ยสับสน
“พี่ใหญ่ ฉินเลี่ยล่ะ?”
กานชิงถามทันทีที่เห็นว่านางและหน่วยตระกูลชี่เสวี้ยคือกลุ่มเดียวที่กลับมา
“เขาไม่ได้กลับมาก่อนแล้วหรือ?” ชางเยี่ยดูประหลาดใจ
“ไม่เลย” กานชิงกล่าว
“แปลกจัง…” ชางเยี่ยขมวดคิ้ว “เขาออกไปก่อนพวกเราสู้กับปีศาจหุบเหว พูด
กันตามตรง เขาน่าจะกลับมาถึงที่นี่นานแล้ว”
“ใครจะไปสนเลือดผสมขี้ขลาดไร้ประโยชน์กันล่ะ? เจ้าไม่คิดว่าความกังวลนั่น
มันเกินจำเป็นไปหน่อยหรือ?” เห่าเจี๋ยพ่นลมออกจมูกเย็นชา
สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยที่เหลือมีสีหน้าหมองหม่นเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่
สนใจฉินเลี่ยแม้แต่นิดเดียว
แต่ว่า พวกเขาพบว่าเสวียนลั่ว กานชิงและแม้แต่หมิงซวี่มีสีหน้าจริงจัง
ชางเยี่ยถึงขั้นขมวดคิ้วแน่น
“เกิดอะไรขึ้น? เขาก็แค่เลือดผสม ทำไมพวกเจ้าห่วงกันนัก?” เห่าเจี๋ยถามอย่าง
สับสน “ข้าเสียพี่น้องไปสามคน แม้แต่ข้าก็ไม่ทำตัวเหมือนพวกเจ้า พวกเจ้า
กำลังคิดบ้าอะไรกันอยู่?”
“ฉินเลี่ยต่างจากเลือดผสมทั่วไป” กานชิงกล่าว
“โห?” เห่าเจี๋ยยกคิ้วขึ้น
“เขาสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวใกล้ ๆ ได้แม้จะเป็นความมืดสนิทแบบนี้ เขายัง
สามารถจุดชนวนสายเลือดพวกเราด้วยวิชาลับที่ชื่อว่าวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่
ได้” กานชิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนกล่าวต่อว่า “อีกอย่าง พละกำลังของเขา
เหลือเชื่อ เขาช่วยหน่วยพวกข้าได้มาก”
“พละกำลังของเขาก็เรื่องหนึ่ง แต่ความสามารถแปลกประหลาดในการรับรู้การ
เคลื่อนไหวจิตวิญญาณใกล้ ๆ นี่สิที่ดี” หมิงซวี่เสริมอย่างเฉยชา
เพราะเขาได้พบกับกานชิงก่อนหน้านี้ เขาทราบเรื่องฉินเลี่ยผ่านกานชิง เสวียน
ลั่วและสมาชิกตระกูลเฮยอัน
เขายังคงสงสัยตอนกานชิงและเสวียนลั่วบอกว่าฉินเลี่ยครอบครองทักษะ
เหลือเชื่อ เขาไม่เชื่อว่าฉินเลี่ยจะทรงพลังเช่นกัน
แต่เขาคิดเรื่องวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลห้าตนที่อยู่ในการ
ครอบครองของฉินเลี่ยมาก เขารู้ดีว่าความสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวจิต
วิญญาณในโลกจุดกำเนิดนี้สำคัญแค่ไหน
ด้วยเหตุนี้เขากังวลเกี่ยวกับการหายไปของฉินเลี่ยมากขึ้น
“เขา… อาจจะทิ้งพวกเราแล้ว” ฉับพลัน หนานฉียิ้มขมขื่นและกล่าวว่า “เขา
บอกกับพวกเราว่าอยากไปตั้งนานแล้ว ข้าว่าเขาเลือกจะทิ้งพวกเราในท้ายที่สุด
อยู่ดี”
“ทำไมไม่คิดว่าเขาตกอยู่ในอันตรายล่ะ?” หลิวยั่งถามอย่างเกรี้ยวกราด
“อันตราย?” หนานฉียิ้มให้นางก่อนตอบว่า “เขามีสัตว์ร้ายแปลกประหลาดห้า
ตนที่สามารถรับรู้การเคลื่อนไหวจิตวิญญาณใกล้ ๆ ได้ เขาจะตกอยู่ใน
อันตรายที่ตัวเองเห็นอยู่แล้วได้อย่างไร?”
หลิวยั่งอับจนคำพูด เมื่อนางคิดตามคำอธิบายของหนานฉีอย่างจริงจัง นางไม่มี
คำโต้แย้ง มันคือความจริงที่หนักแน่น
“ตอนพวกเราไปหาเห่าเจี๋ย เขา… เร็วกว่าข้าแม้ข้าจะใช้เงาหลบลี้ก็ตาม ข้าไม่
คิดว่าจะมีใครสามารถหยุดเขาได้หากต้องการไปจริง ๆ” ชางเยี่ยพลันกล่าว
“เขาไวกว่าแม้แต่ตอนเจ้าใช้เงาหลบลี้งั้นหรือ?” หมิงซวี่ดูประหลาดใจ
ชางเยี่ยพยักหน้าช้า ๆ ด้วยสีหน้าซับซ้อน “ข้าว่าเขาไปแล้วจริง ๆ ”
แม้แต่ผู้สนับสนุนหนักแน่นของฉินเลี่ย กานชิงและหลิวยั่งยังไม่อาจพูดอะไร
ออกมาได้
นั่นเพราะลึก ๆ ในใจพวกเขารู้คำตอบอยู่แล้ว ฉินเลี่ยทิ้งพวกเขาแล้ว
“พี่หนานฉี! เจ้าถึงขั้นยกแหวนต่างมิติที่เต็มไปด้วยอาหารเนื้อให้!” ลี่เหวยดูขุ่น
เคือง “ถึงอย่างนั้น เขากลับทิ้งพวกเราไป! ข้าถึงกับยอมเชื่อเขาก่อนหน้านี้แท้
ๆ!”
ใบหน้าของหนานฉีมืดมน “อย่าห่วงไปเลย พวกเราจะได้พบเขาอีก” น ้าเสียง
ของเขาสงบแต่ขุ่นเคืองเมื่อกล่าวเช่นนี้
“เลือดผสมเชื่อใจไม่ได้จริง ๆ” เสวียนลั่วจากตระกูลเสวียนปิงแทรกเช่นกัน
น ้าเสียงของเขาสงบ แต่สายตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง
“พวกเจ้าตกต ่ากันจังนะ ถึงกับคาดหวังแค่เลือดผสมคนเดียว!” เห่าเจี๋ยเย้ยหยัน
พวกเขา
กานชิงและคนอื่นเงียบขณะก้มต ่า
“ช่างเถอะ โชคดีแล้วที่เห่าเจี๋ยนำหลุมศพเลือดเนื้อของตระกูลชี่เสวี้ยมาด้วย
พวกเราน่าจะสามารถจัดการปีศาจหุบเหวได้ต่อให้ไม่มีฉินเลี่ยก็ตาม” ชางเยี่ยก
ล่าว
“หลุมศพเลือดเนื้อ!”
สายตาของสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพทุกคนทอประกาย ราวกับเปลวเพลิงแห่ง
ความหวังกลับมาปรากฏลึกภายในลูกตาพวกเขา
ตอนที่ 1250: พบทิศทาง!
“พรวด!”
ฉับพลัน ผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาอันลึกลับซับซ้อนพังทลายราวกับ
ได้รับผลจากพลังที่ไม่รู้จัก
เส้นโลหิตไร้พลังตกลงจากท้องฟ้าลงบนฉินเลี่ยคล้ายสายฝน ทำให้เขาดูแปลก
ประหลาดเล็กน้อย
“มันล้มเหลวอีกแล้ว” เขามองขึ้นท้องฟ้าตรงที่ผังวิญญาณโบราณเคยอยู่ขณะ
ขมวดคิ้ว “ข้าทำตรงไหนผิด?”
สิ่งเดียวกันเกิดขึ้นเมื่อคราวก่อนที่เขาพยายามสลักผังวิญญาณโบราณ เขา
กำลังทำสำเร็จไปได้หนึ่งในสามส่วนเมื่อทะลวงนภาพลันพังทลายลงมา
ครั้งนี้ เขาทำได้ราวสองในสามส่วนและใกล้จะทำสำเร็จ แต่ความพยายามของ
เขาล้มเหลวในท้ายที่สุด
เป็นเวลาเนิ่นนาน เขารู้สึกว่าบางสิ่งที่ผิดปกติจะเกิดขึ้นหากเขาสลักผัง
วิญญาณโบราณทะลวงนภาในโลกจุดกำเนิดได้สำเร็จ
ด้วยเหตุนี้เขาจดจ่อกับการศึกษาผังวิญญาณโบราณแม้จะรู้ว่าสามารถใช้
ช่วงเวลานี้ศึกษาสายเลือดหรือพัฒนาการฝึกฝนได้ก็ตาม
เขามั่นใจว่าสามารถได้รับรางวัลใหญ่ในอาณาจักรลับนี้ได้หากสามารถสร้าง
ผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาที่นี่ได้
ด้วยเหตุนี้เขารวบรวมความพยายามทั้งหมดในการศึกษาความลับของผัง
วิญญาณโบราณหลังจากแยกกับตระกูลเลี่ยเยี่ยน
น่าเสียดาย เขาพบกับความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า
ในความมืด เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดขณะพยายามหาข้อผิดพลาดในแผนการ
“ยี่ย่า…”
ฉับพลัน วิญญาณไม้ที่กำลังเตร็ดเตร่ส่งความคิดจิตวิญญาณมา
“เจ้าว่าไงนะ” ใบหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย “การพังทลายของผัง
วิญญาณโบราณอาจจะส่งผลกับทะเลจุดกำเนิดงั้นหรือ? เจ้าสัมผัสถึงพลัง
แปลกประหลาดจากทะเลจุดกำเนิดตอนผังวิญญาณโบราณพังทลายได้งั้น
หรือ?”
คำใบ้ของวิญญาณไม้ทำให้เขาได้ทิศทางขณะจมสู่ความคิดลึกล ้า
เขาทำสำเร็จหนึ่งในสามส่วนตอนแรกและทำสำเร็จสองในสามส่วนตอนสองครั้ง
ที่แล้วที่พยายามสร้างผังวิญญาณโบราณทะลวงนภา
การซ้อมสองครั้งไม่ได้สร้างความเข้าใจในผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาเชิง
ลึก เขาไม่เปลี่ยนเส้นทางการสร้างผังวิญญาณโบราณเช่นกัน
แต่ว่า เขาคืบหน้าเป็นเท่าตัวตอนพยายามครั้งล่าสุดเมื่อเทียบกับความพยายาม
เมื่อสองครั้งที่แล้ว
เขาพยายามค้นหาว่าทำไมถึงได้แตกต่างกัน
“ทะเลจุดกำเนิดเต็มไปด้วยแก่นของอาณาจักรลับนี้ ยิ่งผู้ฝึกยุทธ์เข้าใกล้ทะเล
จุดกำเนิดเท่าไหร่ ความลึกล ้าต่อความเข้าใจความลับสายเลือดและพลังจะมาก
ขึ้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เผ่าพันธุ์ปีศาจระดับสูง เผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์
กระดูกและแม้แต่เผ่าพันธุ์มีปีกรวมตัวรอบทะเลจุดกำเนิดในท้ายที่สุด…”
ดวงตาของเขาค่อย ๆ ทอประกาย เขาคล้ายกับพบกุญแจของคำถาม
“ระยะห่าง! สิ่งเดียวที่แตกต่างระหว่างความพยายามสองครั้งที่แล้วคือระยะห่าง
จากทะเลจุดกำเนิด!” เขาสั่นสะท้านขณะความเข้าใจปรากฏขึ้น
เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐาน เขาพลันลุกขึ้นยืนขณะเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิดและใช้
ทั้งสัมผัสของวิญญาณไม้และความสามารถการรับรู้จิตวิญญาณของตัวเอง
หลังจากเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิดมากขึ้น เขาพยายามสร้างผังวิญญาณโบราณ
ทะลวงนภาอีกครั้ง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาสำเร็จสี่ในห้าส่วนเมื่อพลันพังทลายอีกครั้ง
“ระยะห่างคือปัญหาจริง ๆ !”
ครั้งนี้ เขาไม่หดหู่เพราะความพยายามล้มเหลวอีกครั้ง ตรงกันข้าม เขากำลัง
ตื่นเต้น
นั่นเพราะในที่สุดเขาพบทิศทางที่ถูกต้องแล้ว
ขณะได้ข้อสรุป ความเข้าใจเรื่องผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาของเขาได้รับ
การเติมเต็มแล้ว ที่เขาต้องทำคือเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิด โอกาสในการทำสำเร็จ
ของเขาย่อมเพิ่มขึ้น
เขามั่นใจว่าจะสลักผังวิญญาณสำเร็จหากยืนอยู่บนทะเลจุดกำเนิด ไม่ใช่ที่นี่
“สุดท้ายแล้ว… ข้าต้องเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิด” เขายิ้มบิดเบี้ยวให้ตัวเอง
เขาไม่ได้วางแผนจะเข้าร่วมในการแข่งขันโหดร้ายระหว่างเผ่าพันธุ์ ที่เขาต้อง
ทำคือฝึกฝนผังวิญญาณโบราณทะลวงนภา พัฒนาพลังและสายเลือดขณะ
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลปกป้องอยู่
เขาถึงขั้นจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนด้วยตัวเองและฝึกฝนเพียงลำพังเพื่อไม่ให้เรื่อง
หลุมศพเลือดเนื้อถูกเปิดโปงออกมา
ในท้ายที่สุด เขาไม่มีทางเลือกนอกจากมุ่งหน้าไปทะเลจุดกำเนิด
แต่ว่า ทะเลจุดกำเนิดถูกยึดครองโดยปีศาจหุบเหวระดับสูงทรงพลัง เขาไม่มีการ
สนับสนุนจากหน่วยเผ่าพันธุ์เทพแล้ว ไม่มีทางที่เขาสามารถสู้กับปีศาจหุบเหว
จำนวนมากขนาดนั้นเพียงลำพังได้
เขาสามารถเลือกกลับหน่วยเผ่าพันธุ์เทพได้ แต่เขาจะเสี่ยงถูกเปิดโปงหลุมศพ
เลือดเนื้อ
ทางเลือกที่สามคือรอโอกาสให้มาถึงหลังจากเผ่าพันธุ์เริ่มปะทะกันเอง
“สั่วหมู่เอ่อจากเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณวางแผนเหมือนกันไม่ใช่หรือ? เขาไม่
สามารถจัดการปีศาจหุบเหวระดับสูงทั้งหมดเพียงลำพังได้ ดังนั้นเขาเลยล่อห้า
ตระกูลเผ่าพันธุ์เทพสู้กับปีศาจหุบเหวจนตัวตาย หลังจากนั้น…”
เขาเข้าใจทันที
ตอนนี้เขาเข้าใจว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาตราบที่
ไม่ไปถึงทะเลจุดกำเนิด เขาตัดสินใจไม่สนใจเรื่องนี้
เขาตัดสินใจศึกษาความลับของพลังระดับนิพพานขณะรอการต่อสู้ในท้ายที่สุด
ระหว่างเผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์วิญญาณ และผู้ล่าจากปีศาจหุบเหวให้ปะทุ
ยอดฝีมือทุกคนที่เขาเผชิญในอาณาจักรลับแห่งนี้มีพื้นฐานสายเลือดเกินกว่าที่
คิดเอาไว้
ชางเยี่ย เห่าเจี๋ยและแม้แต่เซินหลานจากเผ่าพันธุ์วิญญาณเก่งกาจเพราะ
สายเลือดทรงพลัง
ระบบการฝึกฝนของพลังสายเลือดและระบบการฝึกฝนของพลังวิญญาณโลก
คือสองสิ่งที่แยกจากกันชัดเจน ด้วยเหตุนี้เขาละเลยจุดสูงสุดของพลังวิญญาณ
และความเข้าใจในพลังระดับนิพพานเมื่อเร็ว ๆ นี้
ครั้งนี้ เขาให้ความสนใจทั้งหมดกับการฝึกฝนพลังวิญญาณโลก หลังจากส่ง
จิตใจเข้าสู่ทะเลวิญญาณของจุดตันเถียนและสังเกตการณ์วิชาวิญญาณ
ทั้งหมด เขาพบว่าทะเลจุดกำเนิดขยายการฝึกฝนพลังวิญญาณได้มากกว่า
พลังสายเลือด
“อสนีบาตทลายสวรรค์ วิชาเยือกแข็ง วิชาวิญญาณโลหิต บันทึกศูนย์กลาง
แม่เหล็ก…”
เขาใช้เวลาหลายวันฝึกฝนวิชาวิญญาณและทะเลวิญญาณของจุดตันเถียน
“มีคนกล่าวว่ายอดฝีมือพลังระดับนิพพานสามารถท่องกระแสมิติโกลาหลด้วย
จิตวิญญาณอย่างเดียวและถึงขั้นใช้สภาพแวดล้อมพิเศษเพื่อเสริมสร้างจิต
วิญญาณได้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าข้าทิ้งร่างกายและท่องทะเลจุดกำเนิดด้วยจิต
วิญญาณเพียงอย่างเดียว?”
วันหนึ่ง ขณะฝึกฝนอสนีบาตทลายสวรรค์และเสริมสร้างจิตวิญญาณด้วย
อสนีบาตกับอสนี ความคิดหนึ่งพลันเข้าสู่จิตใจของฉินเลี่ย
เขาพยายามดึงจิตวิญญาณแท้จริงออกจากทะเลสาบจิตวิญญาณ
ผ่านไปสักพัก จิตวิญญาณแท้จริงของเขาบิดงอไม่คงที่จนออกมาจากดวงตา
ข้างซ้าย
“เปรี้ยะ!”
จิตวิญญาณแท้จริงของเขาส่งเสียงหึ่งด้วยอสนี มันเกือบดูเหมือนประกายอสนี
ท่ามกลางความมืด
ทันทีที่จิตวิญญาณออกจากร่างกาย การรับรู้จิตวิญญาณของเขาพลัน
แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า
“สองกิโลเมตรครึ่ง สามกิโลเมตรครึ่ง ห้ากิโลเมตร…”
ความคิดจิตวิญญาณของเขากระจายออกคล้ายคลื่นไปไกล
เขาสามารถมองเห็นทุกสิ่งที่อยู่ภายในระยะความคิดจิตวิญญาณได้ พวกมันดู
เด่นชัดราวกับกำลังจ้องมองจากท้องฟ้า
“ไปตรวจสอบทะเลจุดกำเนิดกันดีกว่า…”
เขารวบรวมความคิดจิตวิญญาณขณะเริ่มให้ความสนใจที่ทะเลจุดกำเนิด
ตอนที่ 1251: แยกจิตวิญญาณ
ความสามารถการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยจิตวิญญาณคล้ายกับแข็งแกร่งขึ้นหลังจาก
จิตวิญญาณแท้จริงแหวกว่ายออกจากร่างกาย
เขาถึงขั้นรู้สึกเลือนลางว่าระยะจิตวิญญาณสูงกว่าวิญญาณแห่งความว่างเปล่า
และความโกลาหล
ด้วยเหตุนี้เขาไม่ลังเลขณะส่งจิตวิญญาณวูบไหวไปยังทะเลจุดกำเนิดด้วย
ความเร็วอันน่าทึ่ง
“หือ!”
ฉับพลัน พลังจิตวิญญาณแปลกประหลาดจับเขาทันทีคล้ายผู้ล่ากำลังล่าใน
ทะเลลึก
เปลวเพลิงสีเขียวเข้มน่ากลัวปรากฏต่อหน้าเขาก่อนจะสามารถตอบสนองได้
“เหอะเหอะ! ข้าจับตาดูเจ้ามานานมากแล้ว การที่เจ้าแยกจิตวิญญาณออกจาก
ร่างกายคือโอกาสที่ข้ารออยู่พอดี!”
คลื่นพลังจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อกระจายออกขณะโอบล้อมทั่วโลกทันที
เดิมที ฉินเลี่ยแค่วางแผนตรวจสอบทะเลจุดกำเนิดด้วยเจตจำนงจิตวิญญาณ
เท่านั้น แต่ว่า การปรากฏตัวฉับพลันของสั่วหมู่เอ่อทำให้เขาดึงกลับมาทันที
เขายังเข้าใจว่าถูกสั่วหมู่เอ่อตีตราเป็นเป้าหมายตั้งแต่ได้สนทนาในตอนนั้น
สั่วหมู่เอ่ออาจจะซ่อนอยู่ในความมืดและสังเกตการณ์ทุกการเคลื่อนไหวของ
เขาจนถึงตอนนี้
ในฐานะสมาชิกของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ สั่วหมู่เอ่อเกิดมาในฐานะจิต
วิญญาณไม่มีร่างกาย เขาต้องซ่อนจิตแรงกดดันวิญญาณโดยใช้วิธีพิเศษแน่
ด้วยเหตุนี้ทั้งวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลหรือเขาเองไม่
สามารถตรวจจับสั่วหมู่เอ่อได้เลย
หลายวันมานี้ ฉินเลี่ยใช้เวลาส่วนใหญ่ฝึกฝนผังวิญญาณโบราณทะลวงนภา
แต่ว่า เขาไม่เคยพยายามลงมือบุ่มบ่ามหรือแยกจิตวิญญาณออกจากร่างกาย
สั่วหมู่เอ่อรู้ว่าฉินเลี่ยมีหลุมศพเลือดเนื้อ เขายังรู้ว่าฉินเลี่ยทรงพลังขนาดไหน
หากหลอมรวมกับอุปกรณ์
แม้กระทั่งเซินหลานจากเผ่าพันธุ์วิญญาณยังได้รับบาดเจ็บสาหัสแม้จะอยู่
ภายใต้การปกป้องของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้สั่วหมู่
เอ่อไม่กล้าลงมือบุ่มบ่าม
แต่ว่า หลุมศพเลือดเนื้อกลับเปล่าประโยชน์ต่อจิตวิญญาณแท้จริงที่ออกจาก
ร่างกายภาพ
ด้วยเหตุนี้สั่วหมู่เอ่อหมดความอดทนและโจมตีฉินเลี่ย!
ตอนแรก สั่วหมู่เอ่อดูเหมือนกับเปลวเพลิงสีเขียวเข้ม เมื่อฉินเลี่ยพยายามดึงจิต
วิญญาณแท้จริงกลับร่างกาย เปลวเพลิงพลันแยกออกเป็นหลายส่วน
เปลวเพลิงแยกออกเป็นสองส่วนในตอนแรก จากนั้น สองเป็นสี่ สี่เป็นแปด…
เพียงพริบตา เปลวเพลิงล้อมทั้งร่างกายภาพและจิตวิญญาณแท้จริงเอาไว้
ไม่เพียงแค่เปลวเพลิงน่ากลัวมีขนาดเท่ากันเท่านั้น เขาสามารถสัมผัสแรง
กดดันจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อจากพวกมันทั้งหมดได้
เสียงหัวเราะแปลกประหลาดของสั่วหมู่เอ่อดังออกจากลิ้นเปลวเพลิงชั่วร้ายแต่
ละดวงได้
“ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่เจ้าไม่ควรทำในโลกจุดกำเนิดนี้ นั่นก็คือการแยกจิตวิญญาณ
ออกจากร่างกายภาพ เจ้าแค่เลือดผสมที่เพิ่งสำเร็จวิชาจิตวิญญาณเช่นกัน
พลังสายเลือดและหลุมศพเลือดเนื้อของเจ้าจะมีประโยชน์อะไรหากไม่มีร่างกาย
ภาพ?”
“เหอะเหอะ ข้าสังเกตการณ์เจ้าและหาโอกาสมาโดยตลอด”
“มีช่วงเวลาที่ข้าถึงขั้นคิดว่าความพยายามนั้นสูญเปล่าด้วย”
“ใครจะรู้กันว่าเจ้าจะส่งมันมาถึงมือข้าเอง!”
จิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อส่งเสียงคำรามแปลกประหลาดขณะคลื่นแปลก
ประหลาดรวมตัวรอบฉินเลี่ย
คลื่นคล้ายกับขัดขวางหรือตัดขาดการเชื่อมต่อระหว่างจิตวิญญาณและ
ร่างกายภาพของฉินเลี่ย
พวกมันยังคงกันจิตวิญญาณของเขาออกจากการหลอมรวมอย่างลงตัวด้วย
ร่างกายไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ตาม
ผลที่ได้ จิตวิญญาณของเขายังคงท่องอยู่นอกร่างกายภาพต่อไป
“ข้าได้ตัดขาดการเชื่อมต่อระหว่างจิตวิญญาณและร่างกายของเจ้าด้วยคำสา
ปลับขัดขวางจิตวิญญาณแล้ว มันไม่ง่ายหรอกหากเจ้าจะหลอมรวมกับ
ร่างกาย”
เปลวเพลิงจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อยังคงปลดปล่อยพลังขณะลอยอยู่ใน
ท้องฟ้า
เปลวเพลิงสีเขียวเข้มจำนวนมากขึ้นทอประกายจากความมืดไกลออกไป
ขณะสวมชุดคลุมสีดำตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า สั่วหมู่เอ่อปรากฏแก่สายตาช้า ๆ
ขณะเดินเข้าหาฉินเลี่ย เปลวเพลิงชั่วร้ายกำลังลอยเหนือศีรษะของฉินเลี่ยจนดู
เหมือนกับกำลังเริงร่ากับการมาถึงของจิตวิญญาณแท้จริง
ความคิดจิตวิญญาณผิดปกติจำนวนมากพลันปกคลุมสนามแม่เหล็กจิต
วิญญาณ แต่ละความคิดเต็มไปด้วยอารมณ์ด้านลบ
ฉินเลี่ยรู้สึกเหมือนกับได้ยินเสียงร้องของเด็กทารก เสียงตะโกนของคนหาบเร่
เสียงโต้เถียงระหว่างสามีภรรยา เสียงสมรภูมิ เสียงมีเพศสัมพันธ์…
เสียงอึกทึกนับพันระเบิดออกขณะคำสาปจิตวิญญาณแปลกประหลาดถูก
กระตุ้น
ฉับพลัน เขารู้สึกเหมือนกับจิตวิญญาณถูกรุกรานโดยเสียงรบกวน เค้าโครง
เด่นชัดของจิตวิญญาณพลันพร่าเลือนช้า ๆ
ราวกับเสียงรบกวนเหล่านั้นกำลังประทับพลังจิตวิญญาณต่างแดนจำนวนมาก
เข้าสู่จิตวิญญาณของเขา
ไม่เพียงแค่จิตวิญญาณของเขาพลันพร่าเลือนเพราะเหตุนั้นเท่านั้น แม้กระทั่ง
เจตจำนงจิตวิญญาณก็อยู่ภายใต้การควบคุมของสั่วหมู่เอ่อ
“ข้าจะลบพลังจิตวิญญาณของเจ้าช้า ๆ เพื่อให้ความตระหนักรู้อ่อนแอและพร่า
เลือน จากนั้น ข้าจะเปลี่ยนเจ้าให้กลายเป็นทาสจิตวิญญาณของข้าด้วยวิชาลับ
ของเผ่าพันธุ์” ดวงตาของสั่วหมู่เอ่อทอประกายอย่างตื่นเต้นจากใต้ผ้าคลุม “ข้า
จะเปลี่ยนเจ้าให้กลายเป็นทาสจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ข้าพบใน
อาณาจักรลับนี้! ข้าจะส่งเจ้ากลับเผ่าพันธุ์เทพเพื่อให้สู้กับเห่าเจี๋ยผู้มีหลุมศพ
เลือดเนื้อเช่นกันเมื่อเวลามาถึง! ทันทีที่เห่าเจี๋ยตาย จะไม่มีใครในเผ่าพันธุ์เทพ
ที่สามารถคุกคามข้าได้!”
“แน่นอน ต้องเป็นตอนที่เผ่าพันธุ์เทพรับมือกับปีศาจหุบเหวบัดซบพวกนั้นอยู่!”
“ตี๋เจีย ชางเยี่ย เห่าเจี๋ย หมิงซวี่ เซินหลานจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ ชาเลี่ย ซือ
ถ่านข่า ข้าจะกลืนกินจิตวิญญาณทั้งหมดเพื่อขัดเกลาพวกเขาตามที่
ต้องการ!”
“ข้าจะสังหารหนุ่มสาวของปีศาจหุบเหว เผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์วิญญาณ
เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกทั้งหมดในโลกจุดกำเนิดนี้!”
“ข้าจะได้รับทุกสิ่งที่คงอยู่ในอาณาจักรลับนี้!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า!”
สั่วหมู่เอ่อหัวเราะบ้าคลั่งขณะเปิดเผยความคิดและความตั้งใจแท้จริง เขาคล้าย
กับมั่นใจว่าฉินเลี่ยจะหลบหนีเงื้อมมือของเขาไม่ได้
“คำสาปลับขัดขวางจิตวิญญาณของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเหรอ…”
ฉินเลี่ยพึมพำกับตัวเองขณะฟังเสียงนับพัน มองดูจิตวิญญาณพลันพร่าเลือน
และรู้สึกว่าความตระหนักรู้กำลังหลุดการควบคุมช้า ๆ
“ปัง!”
ฉับพลัน จิตวิญญาณของเขาระเบิดเป็นประกายอสนีนับไม่ถ้วนคล้ายดอกไม้
ไฟ
จิตวิญญาณครบถ้วนพลันแยกออกเป็นกิ่งก้านนับหมื่นทันที
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณกระหน ่าบนร่างกายภาพของฉินเลี่ย มันดูดซึมทั้งหมด
คล้ายฟองน ้า
กิ่งก้านจิตวิญญาณไหลกลับลงทะเลสาบจิตวิญญาณคล้ายสายธาร
ด้วยการแยกจิตวิญญาณเพื่อดูดซับกลับไปใหม่ ฉินเลี่ยดึงจิตวิญญาณแท้จริง
กลับทะเลสาบจิตวิญญาณได้สำเร็จ
ที่ดีไปกว่านั้น พลังจิตวิญญาณต่างแดนทั้งหมดที่ไหลซึมเข้าสู่จิตวิญญาณของ
เขาถูกบดขยี้จนไม่เหลือซากเพราะกระบวนการดังกล่าว
“แยกจิตวิญญาณ! หลอมรวมจิตวิญญาณ!” สั่วหมู่เอ่อกรีดร้อง “นั่น นั่นมัน
วิชาลับของเผ่าพันธุ์ข้า! เจ้าใช้พวกมันได้อย่างไร?!”
“อย่าลืมสิว่าข้าคือเลือดผสม ข้ายังเป็นมนุษย์จากเผ่าพันธุ์วิญญาณ” ฉินเลี่ย
กลับมามีพลังเต็มเปี่ยมทันทีหลังจากจิตวิญญาณหลอมรวมกับร่างกาย
“สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเคยมาเยือนเผ่าพันธุ์มนุษย์ เขามีชื่อว่าบรรพ
บุรุษจิตวิญญาณ บรรพบุรุษจิตวิญญาณสอนพวกข้าเกี่ยวกับวิชาลับของ
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณมากมาย ข้าคือหนึ่งในผู้โชคดีพอที่ได้รับมรดกของเขา”
เขาผสมทั้งคำโกหกและความจริงในคำพูด เขาใช้บรรพบุรุษจิตวิญญาณมาทำ
ให้สั่วหมู่เอ่อสับสนและปกปิดความเข้าใจอันน่าทึ่งเรื่องจิตวิญญาณ
“เขาปรากฏตัวที่อาณาจักรเจ้าเมื่อสามหมื่นปีก่อนหรือ?” สั่วหมู่เอ่อดูตกตะลึง
ฉินเลี่ยตอบหลังจากความประหลาดใจในตอนแรกหายไป “ใช่แล้ว”
“เป็นเขา! เขา… เขาไปอาณาจักรเจ้าหรือ!?” สั่วหมู่เอ่ออุทาน
ตอนที่ 1252: องค์ชายลำดับที่หนึ่งของเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณ
“เขาคือใคร?” ฉินเลี่ยถาม
มันคือสิ่งที่เขาอยากรู้มาตลอด
จนถึงตอนนี้ จากที่เขารวบรวมมา ชื่อที่แท้จริงของบรรพบุรุษจิตวิญญาณคือ
ฉินเทียน เขายังเป็นบรรพบุรุษของตระกูลฉินด้วย
ในอดีต ฉินเทียนถูกยึดครองโดยสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ แต่พลังใจของ
เขาเหลือเชื่อจนต่อสู้กับการควบคุมเป็นเวลาเท่าใดไม่ทราบได้ ท้ายที่สุด คล้าย
กับว่าเขาขับไล่จิตวิญญาณของสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณไม่ให้หลอมรวม
กับตัวเองได้สำเร็จ
หลังจากเปลี่ยนความทรงจำและจิตวิญญาณของสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
ให้เป็นความรู้ของตัวเอง เขากลายเป็นหนึ่งในห้าบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์มนุษย์
บรรพบุรุษจิตวิญญาณ
ฉินเลี่ยเกิดมาพร้อมจิตวิญญาณสองดวง เขายังสามารถฝึกฝนจิตวิญญาณ
ย่อยเหมือนเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและสามารถดูดซับทั้งเศษเสี้ยวจิตวิญญาณ
ของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณทมิฬและของบรรพบุรุษจิตวิญญาณได้ ทั้งหมดเป็น
เพราะจิตวิญญาณของฉินเลี่ยแตกต่างจากคนอื่น เหตุผลที่แตกต่างต้องมอง
ย้อนกลับไปถึงสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณผู้ปรากฏตัวจากช่องทางหุบเหวที่
ใต้ทะเลดินแดนแห่งความโกลาหล
สามหมื่นปีก่อน ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเข้าสู่ช่องทางหุบเหวที่นำมาสู่
อาณาจักรวิญญาณขณะตามมาด้วยผู้ใต้บังคับบัญชาสามคน ที่นั่นเองที่เขา
และผู้ใต้บังคับบัญชาสู้กับหญิงสาวเผ่าพันธุ์วิญญาณผู้กำลังขี่วิญญาณปีศาจ
แปดตาจนถึงตาย
ท้ายที่สุด หญิงสาวเผ่าพันธุ์วิญญาณผู้ตั้งท้องตายในการต่อสู้ วิญญาณปีศาจ
แปดตาหลบหนีและนำเด็กที่ยังไม่เกิดมาอาณาจักรวิญญาณ ซ่อนอยู่ในทะเลที่
คนป่าตะวันออกอาศัยอยู่ในภายหลัง
หลังจากศึกครั้งนั้น ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณแยกจากผู้ใต้บังคับบัญชา
สามคน ขณะได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาเลือกยึดครองร่างกายของฉินเทียน
ตรงกันข้ามกับความคาดหมายของยอดฝีมือเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ ฉินเทียนคือ
คนที่ชนะสงครามระหว่างจิตวิญญาณสองดวงและเข้ามาดูดซับเขาแทน อาจจะ
เพราะเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสที่เป็นสาเหตุว่าทำไมจึงกวาดล้างรอยประทับจิต
วิญญาณของฉินเทียนออกไปไม่ได้
ผู้ใต้บังคับบัญชาสามคนของเขามาถึงอาณาจักรใต้พิภพ อาณาจักรสัตว์ร้าย
โบราณและอาณาจักรอสูร พวกเขาเป็นที่รู้จักในชื่อสัตว์ร้ายกลืนกินจิต
วิญญาณ สัตว์ร้ายจิตวิญญาณโลหิตและสัตว์ร้ายจิตวิญญาณทมิฬ
สัตว์ร้ายจิตวิญญาณสามตนนี้ทำให้เกิดความปั่นป่วนในอาณาจักรที่พวกมัน
ลงไป ไม่มีเผ่าพันธุ์พื้นเมืองไหนสามารถทำอะไรพวกมันได้
พวกมันถูกกำจัดจนสิ้นหลังจากเผ่าพันธุ์เทพรุกรานอาณาจักรวิญญาณและมา
พบเข้า
บรรพบุรุษจิตวิญญาณถูกเผ่าพันธุ์เทพจับและถูกสังหารในตอนนั้น จากนั้น
ร่างกายของเขาถูกตั้งไว้ภายในสุสานเทพ
ยิ่งฉินเลี่ยเรียนรู้เกี่ยวบรรพบุรุษจิตวิญญาณมากเท่าไหร่ เขายิ่งมั่นใจว่าไข่มุก
กำราบจิตวิญญาณ สิ่งของที่คุณปู่ของเขามอบให้ในฐานะสุดยอดสมบัติของ
ตระกูลฉินเคยเป็นของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณมาก่อน
เขารู้ดีถึงความวิเศษที่ไข่มุกกำราบจิตวิญญาณมี ด้วยเหตุนี้เขาสงสัยยิ่ง
เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงและสถานะของสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณภายใน
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
ด้วยเหตุนี้เขาตั้งใจหยิบยกบรรพบุรุษจิตวิญญาณมากล่าวอ้างว่าทักษะดังกล่าว
เดิมมาจากอีกฝ่าย เขาหวังจะทราบเกี่ยวกับบรรพบุรุษจิตวิญญาณจากสั่วหมู่
เอ่อมากขึ้น
“สามหมื่นปีก่อน!” สั่วหมู่เอ่อดูตกตะลึงอย่างถึงที่สุดขณะตะโกนว่า “เขาคือ
องค์ชายลำดับที่หนึ่งของพวกข้า!”
“องค์ชายลำดับที่หนึ่ง?” ฉินเลี่ยดูประหลาดใจ
ทั้งความทรงจำของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณหรือบรรพบุรุษจิตวิญญาณไม่มีสิ่งที่
ข้องเกี่ยวกับโครงสร้างพลังของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ ดังนั้นเขาไม่รู้อะไร
เกี่ยวกับพวกมัน เขาไม่รู้ว่าบทบาทที่องค์ชายลำดับที่หนึ่งรับในเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณนั้นเป็นแบบไหน
“ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว! องค์ชายลำดับที่หนึ่งไปอาณาจักรเจ้า!” สายตาของสั่ว
หมู่เอ่อทอประกายด้วยความตื่นเต้นฉับพลัน แทนที่จะหาคำตอบมาคลายข้อ
สงสัยของฉินเลี่ย เขากล่าวว่า “วิเศษ! วิเศษอะไรอย่างนี้! ในที่สุดข้าก็รู้ว่าองค์
ชายลำดับที่หนึ่งตกไปอยู่ที่ไหน! เผ่าพันธุ์มนุษย์และอาณาจักรวิญญาณสินะ
ข้าจะจำเอาไว้!”
สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไป
ฉับพลัน เขารู้สึกแย่เกี่ยวกับเรื่องนี้
ความสงสงสัยของเขาถูกต้อง…
“ข้าได้ยินว่าช่วงนี้ทั้งห้าตระกูลจากเผ่าพันธุ์เทพวางแผนจะรุกรานอาณาจักร
วิญญาณ นั่นน่าจะเป็นที่ที่เจ้ากล่าวถึงสินะ” สั่วหมู่เอ่อหัวเราะเบา ๆ แปลก
ประหลาด “ในเมื่อองค์ชายลำดับที่หนึ่งไปที่อาณาจักรวิญญาณและสอนผู้
อาศัยเกี่ยวกับความลับของจิตวิญญาณ เช่นนั้นอาณาจักรวิญญาณก็ต้อง
นับเป็นอาณาเขตพวกข้าไม่ใช่หรือ? นั่นหมายความว่าพวกข้ามีข้ออ้างที่ดีใน
การเข้าอาณาจักรวิญญาณ!… เดี๋ยวก่อนนะ!”
ฉับพลัน เขาพลันเข้าใจขึ้นมา “องค์ชายลำดับที่หนึ่งตายในอาณาจักร
วิญญาณตั้งแต่แรกหรือ? ผู้อาศัยไม่น่ามีพลังฆ่าเขาได้นี่!”
“สามหมื่นปีก่อน สามหมื่นปีก่อน นั่นมันตอนตระกูลเลี่ยเยี่ยนและตระกูลเฮยอัน
ร่วมมือกันรุกรานอาณาจักรวิญญาณไม่ใช่หรือ?”
ก่อนฉินเลี่ยจะทันตอบ ความเกรี้ยวกราดฉับพลันเกาะกุมสั่วหมู่เอ่อ “ตระกูล
เลี่ยเยี่ยนและตระกูลเฮยอันต้องเป็นคนฆ่าองค์ชายลำดับที่หนึ่งแน่!”
ฉินเลี่ยจ้องมองเขาอย่างตกตะลึง
“ข้าจะรายงานเรื่องนี้กับเบื้องบนทันทีที่การเดินทางนี้สิ้นสุดเพื่อหาทางรับมือ!
พวกข้าจะไม่ปล่อยฆาตกรที่สังหารองค์ชายลำดับที่หนึ่งไปง่าย ๆ!” สั่วหมู่เอ่อ
พ่นลมออกจมูกเย็นชา “ตระกูลเฮยอันและตระกูลเลี่ยเยี่ยนจะต้องชดใช้! พวก
ข้าจะต่อสู้เพื่อยึดครองอาณาจักรวิญญาณเช่นกัน!”
ฉินเลี่ยพลันรู้สึกโลหิตพุ่งขึ้นศีรษะขณะตะโกนว่า “เจ้าหนีรอดจากที่นี่ไม่ได้
หรอก!”
ก่อนจะทันกล่าวจบ ฉินเลี่ยกระตุ้นสายเลือดขณะอัญเชิญโลกเปลวเพลิงทันที
โดยไม่ให้พักหายใจ เขากระตุ้นการจุดชนวนขณะอัญเชิญวงแหวนตะวัน
ร้อนแรงเจ็ดวง ก่อเกิดเป็นเจ็ดวงแหวนโคจรด้วยการเคลื่อนไหวราบรื่นหนึ่งครั้ง
เขาขว้างค่ายกลใส่สั่วหมู่เอ่อ
“ตาย!”
วงแหวนอัคคียักษ์ก่อตัวขึ้นขณะคุกคามสั่วหมู่เอ่อในทะเลอัคคี
“เจ้าอยากฆ่าข้าหรือ? มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก…”
สั่วหมู่เอ่อหัวเราะเบา ๆ น่าขนลุก เสียงหัวเราะเบา ๆ ของเขาดังก้องทุกลิ้นเปลว
เพลิงสีเขียวที่กำลังลอยทั่วพื้นที่
ดวงตาของเขาพลันทอประกายคล้ายตะเกียงสีเขียวเจิดจ้าหนึ่งคู่จากใต้ผ้าคลุม
เปลวเพลิงชั่วร้ายระเบิดเป็นกิ่งก้านจิตวิญญาณสีเขียวเข้มจำนวนมาก
กิ่งก้านจิตวิญญาณปกคลุมท้องฟ้าคล้ายต้นหลิวกำลังลอย ทำให้ฉินเลี่ยรู้สึก
เหมือนกับสั่วหมู่เอ่ออยู่ทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน
“ตูม!”
ร่างกายใต้ผ้าคลุมของสั่วหมู่เอ่อถูกจู่โจมโดยวงแหวนตะวันร้อนแรงเจ็ดวง
ร่างกายดำเป็นตอตะโกของปีศาจหุบเหวระดับสูงล้มลงกับพื้นอย่างรุนแรง
แต่ว่า จิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อหลบหนีออกจากร่างกายและคล้ายกับไปที่อื่น
แล้ว
“เจ้ายึดครองร่างกายเขา!” สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไป
เขารู้ว่าไม่เหมือนกับเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์เทพหรือปีศาจหุบเหว
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเกิดมาแค่จิตวิญญาณ ตามทฤษฎี พวกเขาไม่ต้องการ
ร่างกายเพื่อประคับประคองแม้แต่นิดเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณสามารถช่วงชิงร่างกายของสิ่งมีชีวิต
คนอื่นเมื่อใดก็ได้เท่าที่ต้องการ การโจมตีส่วนใหญ่ของพวกเขาปลดปล่อย
ผ่านจิตวิญญาณแทนที่จะเป็นร่างกายภาพ
เห็นได้ชัดว่าสั่วหมู่เอ่ออาศัยอยู่ภายในร่างกายของปีศาจหุบเหวตนนี้มาโดย
ตลอด เห็นได้ชัดว่าเขาสามารถทิ้งเมื่อใดก็ได้หากต้องการ
ความจริง เขาอาจจะแข็งแกร่งกว่าหากไม่มีร่างกาย
ยังไงซะ ปีศาจหุบเหวก็ไม่ใช่ร่างในอุดมคติของจิตใจสั่วหมู่เอ่ออยู่แล้ว
“พูดตามตรง ข้าน่าจะทิ้งร่างกายนี้ไปนานแล้ว มันเทียบกับจิตวิญญาณข้า
ไม่ได้เลย” สั่วหมู่เอ่อคล้ายกับกำลังพูดจากเปลวเพลิงชั่วร้ายหลายสิบดวงที่
กระจัดกระจายทั่วพื้นที่
“ปีศาจหุบเหวเพศหญิงจากจิ่วโยวคนนั้น นางคือร่างสมบูรณ์แบบสำหรับจิต
วิญญาณข้า เหอะ ทันทีที่เห่าเจี๋ยและสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพที่เหลือฆ่าพวกมันที่
ทะเลจุดกำเนิด ข้าจะสามารถครอบครองนางเมื่อใดก็ได้เท่าที่ต้องการ ถึงตอน
นั้น…”
เปลวเพลิงสีเขียวเข้มจ้องมองฉินเลี่ยก่อนกล่าวว่า “ข้าจะเล่นกับเจ้าช้า ๆ”
ฉินเลี่ยไขว้เขวเพราะคำพูดของเขาชั่วคราว
ในเวลาเดียวกัน เปลวเพลิงสีเขียวเข้มหลายสิบดวงพุ่งไปยังทิศทางต่างกันขณะ
หลบหนี
จิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อคล้ายกับอาศัยในเปลวเพลิงทุกดวง ผลที่ได้ ฉินเลี่ย
ไม่รู้ว่าเปลวเพลิงไหนที่เขาควรไล่ล่า
เปลวเพลิงชั่วร้ายไปไกลจากเขาขณะที่ยังลังเล
เมื่อในที่สุดพวกมันหายไปจากสายตา เขาพบว่าไม่สามารถตรวจจับด้วยจิต
วิญญาณได้เช่นกัน
นี่พิสูจน์ว่าสั่วหมู่เอ่อมีหนทางปกปิดแรงกดดันจิตวิญญาณ มันส่งผลจนแม้แต่
เขา คนที่การรับรู้จิตวิญญาณไม่ได้รับผลจากสภาพแวดล้อมของโลกจุด
กำเนิดก็ไม่สามารถตรวจจับสั่วหมู่เอ่อได้
“เจ้ามีหลุมศพเลือดเนื้อ ข้าต้องยอมรับว่าตอนนี้เทียบเจ้าไม่ได้ แต่ทันทีที่ชัย
ชนะถูกตัดสินระหว่างเผ่าพันธุ์ ข้าจะมาหาเจ้าอีกครั้ง… จากนั้นก็พรากชีวิตเจ้า
ซะ!”
คำพูดสุดท้ายของสั่วหมู่เอ่อมาถึงหูของเขาก่อนเปลวเพลิงชั่วร้ายดวงสุดท้ายจะ
หายไปจากสายตา
สีหน้าของฉินเลี่ยมืดมน สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนี้ทำให้เขารู้สึกถึงแรง
กดดันมหาศาล
“เขามีร่างกายของปีศาจหุบเหว เขาอยากเปลี่ยนข้าให้กลายเป็นทาสจิต
วิญญาณ เขายังรู้ทุกการเคลื่อนไหวของปีศาจหุบเหวด้วย…”
หลังจากครุ่นคิดอย่างหนักสักพัก เขาพลันเข้าใจว่าสั่วหมู่เอ่อต้องมีทาสจิต
วิญญาณหรือตัวล่อสองคนอยู่ในผู้ล่าจากปีศาจหุบเหวแน่ ๆ
นั่นคือวิธีที่สั่วหมู่เอ่อรู้ทุกการเคลื่อนไหวของปีศาจหุบเหว เขาอาจจะถึงขั้น
หลอกล่อปีศาจหุบเหวด้วยการใช้ทาสจิตวิญญาณ
“มีทาสจิตวิญญาณอยู่ในเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์มีปีกและ
เผ่าพันธุ์กระดูกด้วยหรือเปล่า?”
เมื่อความคิดนี้แล่นเข้ามา หัวใจของเขายิ่งมายิ่งหนักอึ้ง ความขัดแย้งที่กำลังจะ
เกิดขึ้นใกล้ทะเลจุดกำเนิดกลายเป็นภาระขนาดใหญ่ที่กดทับไหล่ของเขาเอาไว้
เขารู้สึกว่าปีศาจหุบเหวระดับสูง เผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์
กระดูกและแม้แต่เผ่าพันธุ์มีปีกลอบถูกควบคุมโดยสั่วหมู่เอ่อ
ฉับพลัน เขาสามารถมองเห็นเงาของสั่วหมู่เอ่อจากด้านหลังการกระทำของ
เผ่าพันธุ์และความขัดแย้งนองเลือดที่กำลังจะเกิดขึ้นรอบทะเลจุดกำเนิด
ตอนที่ 1253: อีกเส้นทาง
“สั่วหมู่เอ่อ!”
ในความมืด สีหน้าของฉินเลี่ยเคร่งขรึม เขาคิดว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
ลึกลับคนนี้คือศัตรูน่าหวาดกลัวที่สุดในโลกจุดกำเนิด
ปีศาจหุบเหวมีตี๋เจียจากแปดชั้นล่าง เผ่าพันธุ์เทพมีเห่าเจี๋ย หมิงซวี่และชางเยี่ย
เผ่าพันธุ์วิญญาณมีเซินหลานผู้มีสี่คุณลักษณะสายเลือดและแม้กระทั่งเผ่าพันธุ์
กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกก็มีชาเลี่ยและซือถ่านข่า…
ยอดฝีมือระดับที่เจ็ดแต่ละเผ่าพันธุ์ทรงพลังจนเทียบเขาได้
และถ้าเขาอยากสลักผังทะลวงนภา เขาต้องไปถึงทะเลจุดกำเนิด
ศึกน่าหวาดกลัวมีชะตาให้เกิดขึ้นที่นี่!
เขากังวลเกี่ยวกับตระกูลหลิงผู้ยังไม่รู้สถานะ ทำให้อารมณ์ของเขาตกต ่ายิ่งขึ้น
“ข้าต้องเพิ่มพละกำลังให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!” เขาตัดสินใจ
เมื่อเร็ว ๆ นี้เขาให้ความสนใจกับผังโบราณทะลวงนภาและฝึกฝนอสนีบาต
ทลายสวรรค์ วิชาเยือกแข็งและวิชาวิญญาณโลหิต เขาพยายามไปถึงขั้นท้าย
ของพลังระดับนิพพาน
เพราะหลุมศพเลือดเนื้อ เขาสามารถเติมเต็มพลังเนื้อได้อย่างรวดเร็ว
ถึงอย่างนั้นเส้นทางการฝึกฝนเมื่อเร็ว ๆ นี้เน้นทั้งพลังจิตวิญญาณและวิญญาณ
อย่างเต็มที่
เขาพึ่งการเติมเต็มพลังจิตวิญญาณโดยใช้ยาเม็ดจากอาณาจักรวิญญาณ
พลังฟื้นฟูของยาเม็ด… ช้าเกินไป
เขาต้องคิดหาทางอื่น
“ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ! ถ้าร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณและจิต
วิญญาณหลักสามารถสร้างการเชื่อมโยงได้ ข้าสามารถได้รับพลังจิตวิญญาณ
จากร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณได้ การฝึกฝนของข้าจะราบรื่น เมื่อข้า
เข้าใจได้มากพอ ข้าย่อมไปถึงขั้นท้ายของพลังระดับนิพพาน!”
“สัตว์ร้ายจิตวิญญาณ สัตว์ร้ายจิตวิญญาณ…”
จิตวิญญาณของเขาลอยขณะพยายามคิดหาทาง
เขาพลันคิดถึงเซ่อหลินจากตระกูลข่าหลุน
หญิงสาวเผ่าพันธุ์อสูรคนนี้ครอบครองหัวกะโหลกสัตว์ร้ายจิตวิญญาณทมิฬ
ระดับที่สิบตั้งแต่เด็ก ด้วยการฝึกฝนกับหัวกะโหลกสัตว์ร้ายจิตวิญญาณทมิฬ
นางคล้ายกับได้รับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณทมิฬระดับที่
สิบ
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณนั่นมีความทรงจำปั่นป่วนที่สร้างปัญหาให้นาง ทำให้การ
รับรู้สับสน
ตอนนี้ ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณของเขามีสายเลือดสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
ระดับที่เก้า สัตว์ร้ายจิตวิญญาณระดับที่เก้าแยกออกจากสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
ทมิฬระดับที่สิบ
เพราะเหตุนี้ ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณไม่ได้ครอบครองความทรงจำของ
สัตว์ร้ายจิตวิญญาณระดับที่สิบ
เขาไม่ได้เปิดเผยทุกสิ่งเกี่ยวกับวิชาลับของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและ
ความสามารถจำนวนมากของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
“ถึงเวลาแล้ว!”
หุบเหวร้างเยือกแข็ง
ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณของฉินเลี่ยพลันปรากฏท่ามกลางเสาน ้าแข็ง
ภายในเสาน ้าแข็งเหล่านั้นมีร่างแช่แข็งของปีศาจหุบเหวระดับที่เจ็ดและแปดอยู่
หลังจากเหมียวเฟิงเทียนหลอมรวมร่างของบรรพบุรุษซากศพ ทักษะการขัด
เกลาซากศพค่อย ๆ เพิ่มขึ้นขณะเปิดเผยเส้นทางแท้จริงของการขัดเกลา
ซากศพ
เขาสามารถใช้แท่นบูชาจิตวิญญาณของบรรพบุรุษซากศพได้สามในสิบส่วน
แล้ว
“นายท่าน!”
เคอตี่ซือ เหมียวเฟิงเทียนและทาสจิตวิญญาณเผ่าพันธุ์อสูรคำนับอย่างนอบ
น้อมเมื่อเห็นเขามาถึง
สัตว์ร้ายจิตวิญญาณผู้เปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ของฉินเลี่ยขยายอย่างรวดเร็วเมื่อ
มาถึงสถานที่ลับแห่งนี้
ไม่ช้า ร่างจำแลงนี้เปลี่ยนกลับเป็นสัตว์ร้ายจิตวิญญาณขนาดมหึมา เป็นภูเขา
เนื้อ
“สิ่งมีชีวิตมนต์ดำตนแรก!” เหมียวเฟิงเทียนตกตะลึง
คางคกโลหิตครามปรากฏบนแขนของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ เขาจดจำสิ่งมีชีวิต
มนต์ดำตนแรกจากนิกายเฮยวูได้ทันที
สิ่งมีชีวิตมนต์ดำตนแรกนี้กำลังหมอบบนไหล่ของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณอย่าง
เงียบงัน เห็นได้ชัดว่าไม่มีวิญญาณและเบื่อหน่าย
เหมียวเฟิงเทียนมองและเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตมนต์ดำตนแรกถูกขัดเกลาโดยสัตว์
ร้ายจิตวิญญาณ
จากสิ่งมีชีวิตมนต์ดำตนแรก เขาสามารถสัมผัสแรงกดดันของสัตว์ร้ายจิต
วิญญาณ แบบเดียวกับที่มาจากเคอตี่ซือและคนอื่นได้
“เคอตี่ซือ ไปหาตระกูลข่าหลุน นำเซ่อหลินมา” ฉินเลี่ยสั่งผ่านร่างจำแลงสัตว์
ร้ายจิตวิญญาณ
“ทราบแล้ว” เคอตี่ซือไปทันที
“สถานการณ์ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” ฉินเลี่ยมองเหมียวเฟิงเทียน
เหมียวเฟิงเทียนเงยหน้าขึ้นและเห็นฉินเลี่ยผู้กำลังถามในรูปลักษณ์ของสัตว์
ร้ายจิตวิญญาณ ขณะสัมผัสแรงกดดันน่าหวาดกลัวของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
เขารู้สึกถึงแรงกดดันยิ่งใหญ่ “ทุกสิ่งที่นี่ราบรื่นดี”
“พื้นที่อื่นล่ะ? กองกำลังเหล่านั้นที่กำลังสู้ในหุบเหวร้างเยือกแข็งเป็นอย่างไร
บ้าง?” เขาถาม
“เผ่าพันธุ์จากอาณาจักรโป๋หลัว ตำหนักผู้ซ่อมนภา ตระกูลจีและฉินทำสำเร็จ
ในหุบเหวร้างเยือกแข็ง เผ่าพันธุ์อสูรปรับตัวตามสภาพแวดล้อมได้ดีขึ้น มีบาง
คนจากเผ่าพันธุ์พวกเขาที่เลื่อนขั้นได้สำเร็จมากขึ้น” เหมียวเฟิงเทียนคิด
จากนั้นตอบตามจริงว่า “สองกองกำลังจากสำนักอสูรโลหิตไม่มีปัญหา แต่ว่า
กองกำลังระดับเงินจากดินแดนแห่งความโกลาหล เพราะพวกเขาอ่อนแอเกินไป
พวกเขาต้องพึ่งระเบิดเพลิงลึกลับมาก และ…”
เขาสรุปเหตุการณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้บนหุบเหวร้างเยือกแข็งให้ฉินเลี่ยฟัง
ฉินเลี่ยฟัง ผ่านไปสักพัก เขากล่าวว่า “หลังจากเจ้าหลอมรวมกับบรรพบุรุษ
ซากศพ เจ้าได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์กระดูกจากความทรงจำของบรรพ
บุรุษซากศพหรือเปล่า?”
“เผ่าพันธุ์กระดูก?” เหมียวเฟิงเทียนเผยสีหน้าจนคำพูด เขาส่ายหน้าและกล่าว
ว่า “ไม่ บรรพบุรุษซากศพตายแล้ว เขาเพียงประทับความสำเร็จในซากศพ
เท่านั้น เขาไม่สามารถหลงเหลือความทรงจำอื่นได้”
ขณะนิ่งไป เขาถามอย่างสงสัยว่า “เผ่าพันธุ์กระดูกเป็นเผ่าพันธุ์แบบไหนหรือ?”
“เป็นเผ่าพันธุ์ทรงพลังยิ่งที่ร่างกายไม่ได้เกิดจากเนื้อ มีเพียงกระดูกสีขาว”
ฉินเลี่ยอธิบาย
“เป็นเผ่าพันธุ์ที่แปลกประหลาดจริง!” เหมียวเฟิงเทียนกล่าวอย่างสั่นสะท้าน
ฉินเลี่ยหรี่ตาและครุ่นคิดสักพัก เขาพลันกล่าวว่า “เคล็ดขัดเกลาซากศพของ
เจ้าอาจจะได้มาจากเผ่าพันธุ์กระดูก!”
“เป็นแบบนั้นได้อย่างไร?” เหมียวเฟิงเทียนซีดเผือด “บรรพบุรุษซากศพคือคนที่
สร้างทักษะขัดเกลาซากศพไม่ใช่หรือ?”
“ฮัวจ้างและเผ่าพันธุ์กระดูกติดต่อกัน ความสามารถในการขัดเกลาซากศพ
ของเขาอาจจะ… มีต้นกำเนิดจากเผ่าพันธุ์กระดูก” ฉินเลี่ยถอนหายใจ
“เผ่าพันธุ์กระดูก!” เหมียวเฟิงเทียนประหลาดใจ
“ร่างหลักข้าตอนนี้อยู่ในอาณาจักรลับที่หุบเหวและได้ติดต่อกับเผ่าพันธุ์กระดูก
ในตอนนั้น… ฮัวจ้างและเผ่าพันธุ์กระดูกคล้ายกับมีข้อตกลงกัน ถ้าฮัวจ้างไม่ถูก
เผ่าพันธุ์เทพฆ่า ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ เผ่าพันธุ์กระดุกอาจจะมาถึงอาณาจักร
วิญญาณผ่านเขา” ฉินเลี่ยกล่าว
“เผ่าพันธุ์เทพกำลังจะรุกราน ประกอบกับเผ่าพันธุ์กระดูก…” เหมียวเฟิงเทียน
รู้สึกปวดหัว
ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพักและไม่บอกว่าเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเองก็เล็งอาณาจักร
วิญญาณเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เหมียวเฟิงเทียนเครียดไปกว่านี้
ดวงตาของเขาจับจ้องสิ่งมีชีวิตมนต์ดำตนแรกที่คล้ายกับว่านอนสอนง่าย เขา
คิดและกล่าวว่า “ถ้าข้าปล่อยเจ้าให้เป็นอิสระต่อไป เจ้าจะทำให้ข้าประหลาดใจ
ระคนยินดีหรือเปล่า?”
“นายท่าน! ท่านต้องการอะไรจากข้า?” สิ่งมีชีวิตมนต์ดำตนแรกตื่นเต้นทันที
“ข้ายังไม่ได้คิด” ฉินเลี่ยกล่าว
“ตราบใดที่มีเลือดเนื้อมากพอ ข้าสามารถเปลี่ยนสภาพต่อได้และ… พวกข้า
แมลงมนต์ดำมีความสามารถสืบพันธุ์แข็งแกร่งที่สุด! เทียบกับเผ่าพันธุ์มนุษย์
และสิ่งที่เรียกว่าปีศาจหุบเหว พวกข้าจะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น!” สิ่งมีชีวิตมนต์ดำ
ตนแรกตะโกน
“เลือดเนื้อ…” เขาจมสู่ความคิดสักพักก่อนกล่าวว่า “ข้าจะคิดหาทางไปหุบเหว
ชั้นใหม่ ข้าอยากเห็นว่าเจ้าสามารถพัฒนาสิ่งที่เรียกว่าเผ่าพันธุ์แมลงมนต์ดำที่
นั่นได้หรือเปล่า”
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!” สิ่งมีชีวิตมนต์ดำตนแรกกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ข้าหวังงั้นนะ”
“เซ่อหลินมาถึงแล้ว”
ตอนนี้เอง เคอตี่ซือนำเซ่อหลินจากตระกูลข่าหลุนจากหลังเสาน ้าแข็งขนาด
มหึมา
เซ่อหลินผู้งดงามกับชื่อเล่น “ทิวลิปสีดำ” สวมเกราะศึก นางมาถึง คิ้วขมวด
แน่นคล้ายกับกังวล
เมื่อนางเข้าใกล้ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณของฉินเลี่ย ภาพจำนวนมากจะ
ปรากฏขึ้นในจิตใจของนาง
ความทรงจำปั่นป่วนจำนวนมากที่ไม่ได้เป็นของนางจะพลันเกิดขึ้นในจิตใจของ
นาง
ภาพแปลกประหลาดจะวูบไหวเพื่อทำให้จิตใจของนางสับสน
นางไม่ใช่สัตว์ร้ายจิตวิญญาณ นางไม่มีจิตวิญญาณผิดปกติของเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณ นางไม่สามารถทราบความจริงเบื้องหลังความทรงจำและภาพปั่นป่วน
เหล่านั้นได้
นางไม่สามารถได้ประโยชน์จากพวกมันได้ สิ่งเหล่านั้นที่ไม่ได้เป็นของนางสร้าง
ปัญหาและส่งผลต่อการฝึกฝนและสายเลือด
นางทรมานมาเนิ่นนาน
ตอนนี้ ขณะร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณขนาดมหึมาของฉินเลี่ยปรากฏด้วย
สภาพรุ่งโรจน์เต็มที่ เมื่อความทรงจำปั่นป่วนไหลอยู่ในจิตใจ นางรู้สึก
เหมือนกับกำลังถูกปลดปล่อย
นางเดินเข้าหาสัตว์ร้ายจิตวิญญาณเอง
“ข้ารู้ว่ามีสิ่งที่ไม่ได้เป็นของเจ้าซ่อนอยู่ในจิตใจ เจ้าไม่สามารถเข้าใจสิ่ง
เหล่านั้นหรือหลอมรวมกับจิตวิญญาณได้ใช่หรือไม่?” ฉินเลี่ยกล่าวด้วยเสียง
ของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
เซ่อหลินมองสัตว์ร้ายจิตวิญญาณน่าหวาดกลัวและคุกเข่าลงกับพื้นดิน นาง
กล่าวด้วยศีรษะก้มต ่าว่า “ข้าหวัง ข้าหวังว่าท่านจะสามารถช่วยข้าปลดปล่อย
จากความทรมานนี้ได้…”
“ข้าจะให้ทางเลือกเจ้า ข้าสามารถดึงสิ่งเหล่านั้นที่ไม่ใช่ของเจ้าออกมาได้ แต่
ข้าจะให้โอกาสเจ้าเรียนรู้ อีกอย่าง ข้าจะสอนความลับจิตวิญญาณที่เจ้า
ต้องการให้…” เขามองเซ่อหลินและกล่าวว่า “สิ่งแลกเปลี่ยนคือเจ้าต้องสาบาน
ว่าจะจงรักภักดีต่อข้า ฟังคำสั่งข้าและกลายเป็นทาสจิตวิญญาณข้า”
ตอนที่ 1254: ดึงจิตวิญญาณ
เซ่อหลินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
เสาน ้าแข็งขนาดมหึมารอบนางเต็มไปด้วยปีศาจหุบเหวผู้ถูกแช่แข็งจนตาย
ซากศพยังคงปลดปล่อยพลังเย็นเยือกเข้มข้นที่คล้ายกับไหลซึมเข้าสู่กระดูก
นาง
นางรู้สึกทั้งเย็นเยือกและจนใจ
นางมองเคอตี่ซือโดยไม่รู้ตัว ดวงตาที่มักสดใสและมีเสน่ห์เผยร่องรอยวิงวอน
ออกมา
นางหวังว่าเคอตี่ซือจะให้คำแนะนำและความช่วยเหลือ
สถานการณ์ของตระกูลข่าหลุนในช่วงนี้ไม่สู้ดี พ่อของนางเป็นยอดฝีมือพลัง
ระดับว่างเปล่าเพียงคนเดียวที่เหลือในตระกูลข่าหลุน
หลังออกจากเผ่าพันธุ์อสูร ตระกูลข่าหลุนที่เผ่าพันธุ์อสูรหมายหัวต้องการเพิ่ม
พละกำลังอย่างแรงกล้า
ถึงอย่างนั้นปีศาจหุบเหวทรงพลัง ในหุบเหวร้างเยือกแข็งที่โหดร้ายและโชก
เลือดจัดการได้ไม่ง่าย
พวกเขาเกือบพินาศหลายครั้ง
โชคยังดี สมาชิกเผ่าพันธุ์อสูรคนอื่น ทาสจิตวิญญาณที่นำโดยเคอตี่ซือให้การ
ดูแลตระกูลข่าหลุนมากในช่วงนี้
เคอตี่ซือดึงตระกูลข่าหลุนออกจากหุบเหวความตายสองครั้ง
เพราะเหตุนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับทางเลือกที่ฉินเลี่ยมอบให้ นางมองเคอตี่ซือเพื่อ
ขอความช่วยเหลือ
นางรู้ว่าผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์อสูรเหล่านี้ที่นำโดยเคอตี่ซือล้วนเป็นทาสจิตวิญญาณ
ของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ นางรู้ว่าผู้อาวุโสเหล่านี้ทรงพลังแค่ไหนและเคยได้ยิน
เคอตี่ซือพูดถึงพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์กับวิชาจิตวิญญาณลับจำนวนมากที่ได้
ตอนกลายเป็นทาสจิตวิญญาณ
แน่นอน สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนมา… คือการเสียอิสรภาพ
ภายใต้สายตานาง สีหน้าของเคอตี่ซือเฉยชาและไม่มีคำตอบ
เหมียวเฟิงเทียนและทาสจิตวิญญาณคนอื่นล้วนมีสีหน้าเย็นชา
“ข้า ข้า…”
เซ่อหลินกัดริมฝีปากล่าง จากนั้นกล่าวพลางเงยหน้าขึ้นว่า “ฉินเลี่ยคนนั้น
สาบานว่าจะจงรักภักดีและยังกลายเป็นหนึ่งในทาสจิตวิญญาณของท่านใช่
หรือไม่?”
เมื่อนางกล่าวเช่นนี้ เหมียวเฟิงเทียน เคอตี่ซือและคนอื่นผู้รู้ความลับมีสีหน้า
แปลกประหลาด
สิ่งมีชีวิตมนต์ดำตนแรกแผดเสียงหัวเราะแปลกประหลาดออกมาเช่นกัน
“เรื่องนี้สำคัญขนาดนั้นเลยหรือ?” ฉินเลี่ยถามด้วยเสียงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณดัง
สนั่น
“สำคัญมาก!” เซ่อหลินพยักหน้า “ข้าสังเกตเห็นว่าการฝึกฝนของเขาเพิ่มขึ้น
มาก รวมถึงสายเลือดด้วย อีกอย่าง เขาไม่เสียการเป็นตัวของตัวเอง เขายังช่วย
เกาะตะวันเพลิงและคนเหล่านั้นจากดินแดนแห่งความโกลาหล ถ้าข้ายัง
สามารถเพิ่มการฝึกฝนและสายเลือดได้หลังจากสาบานว่าจะจงรักภักดีกับท่าน
จนสามารถช่วยตระกูลข่าหลุนได้ ข้าจะยอมรับเช่นกัน”
โดยไม่เข้าใจ นางคิดว่าตัวจริงของฉินเลี่ยคือตัวอย่างสำคัญ นางรู้สึกว่าถ้า
สามารถเป็นแบบฉินเลี่ยได้ การเป็นทาสจิตวิญญาณก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
นางถึงกับตรวจพบแรงกดดันของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณจากร่างหลักของฉินเลี่ย
และคาดเดาถึงความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์ร้ายจิตวิญญาณและฉินเลี่ย
แต่นางไม่คิดว่าฉินเลี่ยและสัตว์ร้ายจิตวิญญาณคือคนเดียวกัน
นางเข้าใจผิดคิดว่าฉินเลี่ยถูกควบคุมโดยสัตว์ร้ายจิตวิญญาณอย่างสมบูรณ์
“ข้าจะไม่ปกปิดเจ้า ฉินเลี่ยไม่ใช่ทาสจิตวิญญาณข้า ต่อให้เจ้ามอบจิต
วิญญาณแท้จริงและกลายเป็นทาสจิตวิญญาณข้า เจ้าไม่สามารถครอบครอง
สถานะและตัวตนอย่างของฉินเลี่ยได้” เขากล่าวอย่างเฉยชา
“เป็นไปไม่ได้! เขามีแรงกดดันจิตวิญญาณของท่าน! เขาและท่านต้องมีการ
เชื่อมโยงใกล้ชิดกันสิ!” เซ่อหลินไม่เชื่อ
“ข้าไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรกับเจ้า” ฉินเลี่ยเริ่มหงุดหงิดและกล่าวว่า “เจ้าต้อง
เข้าใจ ข้าสามารถเอาทุกสิ่งที่ข้าต้องการจากจิตใจเจ้าได้!”
“ถ้าข้าไม่ยอมกลายเป็นทาสจิตวิญญาณท่าน ท่านจะ… ฆ่าข้าหรือไม่?” เซ่อ
หลินถามอย่างวิตก
“ไม่” ฉินเลี่ยกล่าว
“เช่นนั้นไม่เป็นไร เอาสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดที่ทำให้จิตใจของข้าสับสนออกเถอะ
ถึงจะแค่ชั่วคราว… แต่ข้าไม่อยากเสียความเป็นตัวของตัวเอง” เซ่อหลิน
ประกาศ
“ได้สิ” ฉินเลี่ยตอบ
เมื่อเขากล่าวจบ สายจิตวิญญาณที่มองไม่เห็นพุ่งออกจากดวงตาของร่าง
จำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
สายจิตวิญญาณไปถึงดวงตาของเซ่อหลินจากดวงตาของร่างจำแลงสัตว์ร้าย
จิตวิญญาณ
เพียงพริบตา เขารุกรานทะเลความตระหนักรู้ของเซ่อหลินขณะใช้วิชาลับ
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเพื่อค้นหาเศษเสี้ยวความทรงจำที่น่าจะเป็นของเขา
เศษเสี้ยวความทรงจำจำนวนมากที่ทำให้จิตวิญญาณของเซ่อหลินรู้สึกวิตก
อย่างต่อเนื่องและจะปลุกนางจากการหลับใหลทุกคืนปรากฏขึ้นเมื่อฉินเลี่ยใช้
วิชาลับ
ความทรงจำสดใสเจิดจ้าคล้ายกับดวงดาวขนาดเล็กที่หลอมรวมเข้าสู่จิต
วิญญาณที่กำลังรุกรานของฉินเลี่ย
ขณะเผชิญหน้ากับภาพและอักขระที่ไม่สมบูรณ์และไม่มีความหมาย ทันทีที่
พวกมันเข้าสู่จิตวิญญาณย่อยของฉินเลี่ย พวกมันได้รับการจัดระเบียบและ
กลับมามีความหมายทันที
ในสิบห้านาที ฉินเลี่ยดึงสายจิตวิญญาณทั้งหมดที่รุกรานในจิตใจของเซ่อหลิน
ออกจากจิตวิญญาณ
ตอนนี้เอง เซ่อหลินรู้สึกว่าการรับรู้สัตว์ร้ายจิตวิญญาณหายไปในที่สุด
การเชื่อมโยงกับสัตว์ร้ายจิตวิญญาณของนางคล้ายกับถูกตัดขาดเพราะเหตุนี้
อย่างสมบูรณ์
นางพลันรู้สึกเหมือนกับได้ปลดวางภาระ
นางนั่งลงอย่างเงียบงัน รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในจิตใจ นางผ่อนคลายขณะ
เข้าสู่สภาวะอันพิศวง
“นายท่าน นางต้องเลื่อนขั้น” เคอตี่ซือมีสีหน้าชื่นชมขณะร้องขอว่า “พวกเรา
ยอมให้นางอยู่ที่นี่อีกสักหน่อยได้หรือไม่?”
“ได้สิ ข้ายังต้องหลอมรวมสิ่งที่ดูดซับมาจากจิตใจนาง” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างสงบ
“ขอบคุณ นายท่าน” เคอตี่ซือกล่าว
เมื่อร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณกำลังหลอมรวมกับเศษเสี้ยวความทรงจำ
จากเซ่อหลิน ร่างหลักของเขาในโลกจุดกำเนิดพลันรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของ
วิญญาณอัคคีจากไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
เขาพลันตื่นขึ้น
ในเวลาเดียวกัน วิญญาณอสนีบาตและไม้ที่เขาปล่อยออกมาข้างนอกรีบ
กลับมา
เมื่อวิญญาณอสนีบาตและไม้กลับมา พวกมันติดต่อกับเขาคร่าว ๆ จากนั้นรีบ
กลับไปชั้นที่สี่ของไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
เขาดูข้างในด้วยจิตวิญญาณตระหนักรู้
ในชั้นที่สี่ วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลหกตนรวมตัวกัน
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลอีกห้าตนถูกล้อมโดยฟองห้า
ฟองที่อยู่ข้างวิญญาณอัคคี
วิญญาณอัคคีในรูปทรงของกิเลนอัคคีคล้ายกับตื่นจากการหลับใหล ฟองที่
ล้อมรอบมันอยู่แตกร้าวคล้ายเปลือกไข่
สายแสงสว่างผลึกกระจายออกจากฟองนั้น
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลอีกห้าตนเริงร่ายิ่งขณะจับแสง
สว่างวูบไหวเหล่านั้นและคล้ายกับกำลังดูดซับพลังที่หล่อเลี้ยงพวกมันเข้าไป
วิญญาณอัคคีส่องประกายระหว่างจับต้องไม่ได้และจับต้องได้ แสงสว่างลึกลับ
จำนวนมากปรากฏในร่างกายโปร่งแสง
แสงสว่างเหล่านั้นรวมตัวกันใหม่และคล้ายกับสร้างความสามารถซ่อนเร้น
สายเลือดใหม่ขึ้นมา
“โห!”
ฉินเลี่ยพลันตอบสนอง หลังจากวิญญาณอัคคีกลืนกินผลึกเปลวเพลิงจำนวน
มากและกินดวงตาหนึ่งข้างของอาเท่อจินซือ ในที่สุดมันก็เปลี่ยนเป็นระดับที่
แปดหลังจากหลับใหลยาวนาน
ความก้าวหน้าของวิญญาณอัคคีคล้ายกับเร็วกว่าของสายเลือดตระกูล
เลี่ยเยี่ยน
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลอีกห้าตนคล้ายกับมีความสุข
รอบวิญญาณอัคคีและคล้ายกับกำลังดูดซับสารอาหารผ่านวิธีแปลกประหลาด
เขาสังเกตเห็นว่าวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลอีกห้าตนคล้าย
กับหลับใหลยาวนานหลังจากดูดซับประกายแสงสว่างเข้าไป
“ดูท่าทั้งห้าตนมีโอกาสจะเลื่อนขั้น!” เขาพลันเข้าใจ
ตอนที่ 1255: เปลี่ยนใจ
ไม่ช้า วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลห้าตนที่เหลือจมดิ่งสู่กับ
หลับใหล
สายแสงสว่างคล้ายแถบผ้าที่ล้อมรอบพวกมันเอาไว้
แสงสว่างทรงพลังคล้ายกับสารอาหารลึกลับที่เร่งการวิวัฒนาการพวกมัน
ฉินเลี่ยรู้ว่าวิญญาณอัคคีโชคดีที่ได้รับผลประโยชน์ที่ดีที่สุดจากเขา
วิญญาณอัคคีผู้ดูดซับวัตถุดิบวิญญาณธาตุอัคคีจำนวนมากคือตนแรกที่ไปถึง
ระดับที่เจ็ดและกำลังก้าวหน้าสู่ระดับที่แปด
การเลื่อนขั้นของวิญญาณอัคคีคล้ายกับช่วยวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหลห้าตนที่เหลือ
“เร็วมากจริง ๆ” ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพัก จากนั้นพลันเข้าใจ “หรือสภาพแวดล้อม
ของโลกจุดกำเนิดช่วยในการเติบโตวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหล? ไม่เช่นนั้น พวกมันจะเลื่อนขั้นอีกครั้งในความสำเร็จที่รวดเร็วเช่นนี้
ได้อย่างไร?”
ในอาณาจักรวิญญาณและอาณาจักรโป๋หลัว เขาไม่สามารถเข้าใจความลึกลับ
ของผังโบราณในชั้นที่สี่ของไข่มุกกำราบจิตวิญญาณได้ เขาคิดว่าเส้น
วิญญาณลึกลับซับซ้อนเหล่านั้นทำความเข้าใจไม่ได้
ถึงอย่างนั้น เมื่อเขามาโลกจุดกำเนิดและเมื่อจิตวิญญาณเข้าสู่มิติที่สี่ของไข่มุก
กำราบจิตวิญญาณ เขาพลันสามารถเข้าใจผังโบราณได้
ในเวลาเดียวกัน ความเข้าใจของสายเลือดและพลังระดับนิพพานก็ลึกล ้าขึ้น
หลิวยั่งและสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนคนอื่นล้วนมีความเข้าใจใหม่ในสายเลือดที่
โลกจุดกำเนิดอย่างสมบูรณ์
นี่พิสูจน์ว่าโลกจุดกำเนิดเป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝนทุกเผ่าพันธุ์
เห็นได้ชัดว่า… วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลไม่ใช่ข้อยกเว้น
“เลื่อนขั้นสู่ระดับที่แปด… ข้าไม่รู้เลยว่าความสามารถพิเศษแบบไหนที่จะตื่นรู้
จากความสำเร็จ” เขาพึมพำ
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลห้าตนกลับไข่มุกกำราบจิต
วิญญาณเพื่อนอนหลับและเปลี่ยนเป็นระดับที่เจ็ด วิญญาณอัคคีนำหน้าและ
กำลังก้าวเข้าสู่ระดับที่แปด
ในช่วงเวลาสั้น ๆ เขาจะไม่มีการช่วยเหลือจากพวกมัน
สายจิตวิญญาณอยู่ในไข่มุกกำราบจิตวิญญาณพบว่าการเลื่อนขั้นของ
วิญญาณอัคคีจะไม่สำเร็จในตอนนี้ เขาทำได้เพียงออกมาเท่านั้น
“หากไม่มีวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลเตือนข้าก่อนหน้านี้
ข้าจะตกอยู่ในอันตรายของการโจมตีจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ สั่วหมู่เอ่อหรือ
ปีศาจหุบเหวเมื่อพยายามทำความเข้าใจความลึกลับของสายเลือด”
ขณะนั่งในความมืดสนิท เขาครุ่นคิดสักพักและตัดสินใจในที่สุดว่าคงไม่ฉลาด
ที่จะฝึกฝนพลังวิญญาณตอนอยู่ใกล้ทะเลจุดกำเนิด
“บางทีข้าอาจจะต้องอยู่ไกลจากทะเลจุดกำเนิดมากกว่า ถ้าเช่นนั้น… การจะ
สลักทะลวงนภาให้สำเร็จนั้นทำได้ยาก”
ขณะคิดเช่นนี้ เขาปลดปล่อยจิตวิญญาณตระหนักรู้ สัมผัสการเคลื่อนไหวใกล้
ๆ ขณะเคลื่อนที่ช้า ๆ
“โห!”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เขาพลันสัมผัสถึงแรงกดดันของเผ่าพันธุ์วิญญาณได้และรู้ว่า
พวกเขาอยู่ใกล้ ๆ
“เด็กผู้หญิงที่ชื่อเซินหลานคนนั้น…”
เขาอดที่จะคิดถึงตอนเซินหลานพลันกลับมาจ้องมองเขาอย่างเงียบงันในความ
มืดไม่ได้
นี่คือเด็กผู้หญิงที่เขาเกือบสังหารตอนหลอมรวมกับหลุมศพเลือดเนื้อจนคลุ้ม
คลั่ง นางห้ามเซียนน่าและปาจี๋ไม่ให้สังหารเขา
ภายหลัง นางกลับมาคนเดียวและจ้องมองเขาจากความมืด
“นางรู้จักข้าหรือ? ไม่เช่นนั้น ทำไมนางทำเช่นนี้ล่ะ?” ฉินเลี่ยสับสน
ขณะคิดเช่นนี้ เขาเข้าใกล้เผ่าพันธุ์วิญญาณโดยไม่รู้ตัว
เขารู้ว่าเผ่าพันธุ์วิญญาณมีเพียงสองคนในกลุ่มที่สามารถเมินความมืดสนิท
ของโลกจุดกำเนิดและใช้การรับรู้จิตวิญญาณได้
หนึ่งในนั้นคือซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีก อีกคนคือเซินหลาน
ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกมีขีดจำกัดการรับรู้จิตวิญญาณด้วยระยะที่ด้อย
กว่าเขา
มีเพียงเซินหลานที่มีระยะการรับรู้จิตวิญญาณกว้างใหญ่ที่เทียบกับเขาได้
เมื่อเขาเข้าใกล้เผ่าพันธุ์วิญญาณ เขาลอบปลดปล่อยจิตวิญญาณตระหนักรู้
เพื่อเปิดทางและพยายามใช้แรงกดดันจิตวิญญาณเพื่อดึงดูดความสนใจของ
เซินหลาน
เขาเชื่อว่าเซินหลานจะตามหาแรงกดดันจิตวิญญาณของเขาก่อนซือถ่านข่า
ถ้าเซินหลานต้องการ นางจะ… มาหาเขา
เขาวางแผน
สถานที่ที่เผ่าพันธุ์วิญญาณกระดูกและมีปีกรวมตัวกัน
ก้อนหินแสงมืดขนาดต่าง ๆ ลอยในท้องฟ้าขณะส่องแสง
ตอนนี้เอง สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณที่นำโดยปาจี๋และเซียนน่ามีสีหน้าจริงจัง
ขณะจ้องมองเด็กผู้หญิงที่อยู่ท่ามกลางพวกเขา เซินหลาน
เซินหลานผู้กำลังนั่งไขว่ห้างบนหินน ้าแข็งมีผิวโปร่งแสงขณะเลือดสีน ้าเงินใน
เส้นเลือดไหลเวียนช้า ๆ
แรงกดดันสงบสุขชั่วนิรันดร์ปกคลุมนางเอาไว้
สมาชิกนางมีสีหน้าวิตกขณะลมหายใจถี่เร็วขึ้น
“ได้โปรด ได้โปรดเลื่อนขั้นให้สำเร็จด้วยเถอะ…” เซียนน่าภาวนา
“ไม่มีปัญหา ต้องไม่มีปัญหาสิ!” ปาจี๋โน้มน้าวตัวเอง
พวกเขาถึงกับไม่รู้เรื่องเซินหลานมากนัก เมล็ดพันธุ์วิญญาณนี้ที่มีสายเลือดสี่
คุณลักษณะปรากฏตัวขึ้นเร็วเกินไป
เมื่อนางปรากฏตัวขึ้น นางได้รับความสนใจและได้รับการยอมรับจากผู้นำ
เผ่าพันธุ์วิญญาณกับยอดฝีมือสายเลือดระดับที่สิบแล้ว
นางพลันเปลี่ยนจากบุคคลไร้นามสู่ไข่มุกเม็ดงามที่สุดของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ปี
ปาจี๋ เซียนน่าและคนอื่นเพียงรู้จักกับเซินหลานตอนก้าวเข้าสู่โลกจุดกำเนิด
เท่านั้น
ในฐานะอัจฉริยะสายเลือดระดับที่เจ็ดมือดีที่สุดของเผ่าพันธุ์วิญญาณ พวกเขา
ได้รับคำสั่งเดียวกัน คือปกป้องความปลอดภัยของเซินหลานด้วยพลังทั้งหมดที่
มี
ในโลกจุดกำเนิด เซินหลานผู้มีชะตาให้เป็นผู้นำคนต่อไปของเผ่าพันธุ์
วิญญาณไม่ปล่อยตัวปล่อยใจหรือยโสโอหังแต่อย่างใด นางเป็นมิตรและสันติ
กับทุกคน ให้ความสำคัญกับทุกชีวิตและพยายามปกป้องพวกเขาเอาไว้
พวกเขาทุกคนชอบเด็กผู้หญิงใสซื่อคนนี้ ต่อให้นางไม่ใช่เมล็ดพันธุ์วิญญาณ
จากเผ่าพันธุ์วิญญาณ พวกเขาจะเต็มใจปกป้องนางและดูแลความปลอดภัยให้
เมื่อเร็ว ๆ นี้ เซินหลานพบว่าปีศาจหุบเหวมีตี๋เจียจากหุบเหวแดนชำระและ
เผ่าพันธุ์เทพมีเห่าเจี๋ยกับหลุมศพเลือดเนื้อ รวมถึงยอดฝีมือตระกูลเลี่ยเยี่ยน
ลึกลับคนนั้นด้วย นางรู้ว่าเผ่าพันธุ์วิญญาณจะเผชิญหน้ากับแรงกดดัน
มหาศาล ทำให้นางพยายามเลื่อนขั้นให้สำเร็จ
เซียนน่า ปาจี๋และคนอื่นรู้ว่าเซินหลานไปถึงสายเลือดระดับที่หกเมื่อไม่นานมานี้
เหตุผลที่การเลื่อนขั้นของนางเร็วนั้นล้วนเป็นเพราะใช้สมบัติหายากและล ้าค่า
ของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
คล้ายกับว่าเซินหลานเพียงย่นระยะเวลาหลายปีเพื่อไปถึงพละกำลังในตอนนี้
เท่านั้น
นี่คือความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
แต่ว่า การฝืนเพิ่มระดับสายเลือดโดยใช้สมบัติของเผ่าพันธุ์วิญญาณอาจจะเร่ง
การเพิ่มพลังได้ แต่ในทางกลับกันจะทำให้ความเข้าใจเรื่องสายเลือดและ
ความสามารถนางตกต ่า
เพราะเหตุนี้ เพื่อแก้ไขทางลัดซ่อนเร้นนี้ เผ่าพันธุ์วิญญาณพยายามส่งนางไป
โลกจุดกำเนิด
นี่คือวิธีที่เซินหลานสามารถใช้โลกจุดกำเนิดเพื่อเข้าใจความลึกลับของ
ความสามารถสายเลือดในสายเลือดและฝึกฝนจนเชี่ยวชาญได้
นั่นล้วนเป็นการหลีกเลี่ยงความบ้าคลั่งของนางในอนาคต
เซียนน่า ปาจี๋และสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นรู้ว่าเซินหลานจะไม่เลื่อนขั้น
ในเร็ว ๆ นี้
แต่เซินหลานขัดขืน
“เลือดกำลังไหลเวียนช้าลง มี… มีปัญหาหรือเปล่า?” เซียนน่าพึมพำ
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณรอบ ๆ ล้วนมีสีหน้าเคร่งขรึม ไม่มีใครพูดจา
ทุกคนอารมณ์ไม่สู้ดี
ในเวลาเดียวกัน
ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกพลันยืนขึ้นและบอกสมาชิกสหายว่า “ข้าจะไปเดิน
เล่นเสียหน่อย”
โดยไม่รอคำตอบ เขาออกไปเพียงลำพัง
หลายนาทีต่อมา เขาหยิบก้อนหินแสงมืดออกมาและเห็นร่างหนึ่งในแสงสว่าง
นั่น
“ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะสัมผัสแรงกดดันข้าได้ก่อนเด็กผู้หญิงคนนั้น” ฉินเลี่ยกล่าว
อย่างตกตะลึง
เขาเข้าใกล้เผ่าพันธุ์วิญญาณช้า ๆ ด้วยจิตวิญญาณตระหนักรู้และไม่พบการ
ตอบรับจากเด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณคนนั้น
แต่ซือถ่านข่าได้กลิ่นแรงกดดันเขาขณะเข้าใกล้
ดังนั้น เขาจึงออกมา
“สายเลือดนางกำลังเปลี่ยนแปลง จิตวิญญาณนางอยู่ในสายเลือด ทำให้ไม่
สามารถสัมผัสสิ่งใดจากภายนอกได้” ซือถ่านข่ากล่าวอย่างสงบ
“เลื่อนขั้นสายเลือด…” ฉินเลี่ยเข้าใจ
“ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าและนางเป็นยังไงกันแน่?” ซือถ่านข่าพลันถาม
“ไม่มี” ฉินเลี่ยส่ายหน้า
“เจ้าเกือบฆ่านางอย่างเห็นได้ชัด แต่ก่อนหน้านี้ นางห้ามสมาชิกเผ่าพันธุ์
วิญญาณไม่ให้สู้กับเจ้าและขอข้าอย่าบอกใครว่าเจ้าคือยอดฝีมือตระกูล
เลี่ยเยี่ยนลุกโชนคนนั้นที่โจมตีพวกข้า อีกอย่าง หลังจากนางคุยกับข้า นาง
กลับไปยังสถานที่ฝึกฝน…” ซือถ่านข่าแจ้งสถานการณ์ที่เขารู้
สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย “งั้นเจ้าก็รู้แล้วสิ”
“ตอนเจ้าฝึกฝน แรงกดดันจิตวิญญาณที่เจ้าแผ่ออกมาคล้ายกับตอนพยายาม
ฆ่าเผ่าพันธุ์วิญญาณ การรับรู้จิตวิญญาณข้าไม่หายไปจึงสามารถตรวจจับได้”
ซือถ่านข่าอธิบาย
“ข้าถึงกับสับสนตัวเองเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ข้าจึงมาถาม” ฉินเลี่ยขมวดคิ้วและ
กล่าว
“สถานการณ์ของนางไม่สู้ดี” ซือถ่านข่าถอนหายใจ
“ไม่สู้ดี? เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ฉินเลี่ยตกตะลึง
“นางรีบร้อนเกินไป นางกังวลว่าเผ่าพันธุ์วิญญาณและพวกข้าที่เหลือจะถูกฆ่า
โดยปีศาจหุบเหวและเผ่าพันธุ์เทพ ดังนั้นนางรีบเลื่อนขั้นให้สำเร็จ” ซือถ่านข่า
คิดสักพักและกล่าวว่า “เพราะข้ายังมีการรับรู้จิตวิญญาณ ข้ารู้สถานการณ์
นางเด่นชัดกว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านั้น”
“มีหนทางที่ข้าสามารถช่วยนางได้หรือไม่?” ฉินเลี่ยถามตามสัญชาตญาณ
แม้แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกวิตกและไม่สบายใจเมื่อทราบว่าเด็กผู้หญิงคนนั้น
อยู่ในอันตราย
ตอนที่ 1256 เข้าใกล้ช้า ๆ
“เจ้าแปลกคนจริง คราวที่แล้วเห็นได้ชัดว่าเจ้าอยากฆ่านาง ทำไมจู่ ๆ ถึง
พยายามช่วยนางล่ะ?”
ซือถ่านข่าสับสน แต่ถึงอย่างนั้น เขาสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฉินเลี่ย
และเซินหลาน เขาคิดว่าเซินหลานมีการพูดคุยกับฉินเลี่ยก่อนจากมา
“เลือดผสมเผ่าพันธุ์เทพและเมล็ดพันธุ์วิญญาณจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ พวก
เจ้าสองคนพบกันได้อย่างไร?” เขาถาม
“ข้าคิดว่านางมีคำตอบ” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างเฉยชา
“นางรู้จักเจ้าหรือ?” ซือถ่านข่าตกตะลึง
ฉินเลี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย “บอกข้าเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันที”
ซือถ่านข่าเงียบสักพักและกล่าวว่า “เจ้าไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ เจ้าจะช่วย
นางได้อย่างไร? สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเกลียดเผ่าพันธุ์เทพ ถ้าเจ้ากล้า
ปรากฏตัวตอนนี้ พวกเขาจะฆ่าเจ้าทันที”
ฉินเลี่ยมีสีหน้ามืดมน เขากล่าวว่า “ข้าสามารถเปลี่ยนตัวตนได้”
ซือถ่านข่าตกตะลึง
ฉินเลี่ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ ขณะเริ่มปรับสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยนในร่างกาย
และทำให้มันสงบลง
ภายใต้สายตาของซือถ่านข่า สีของดวงตาและเส้นผมเปลี่ยนจากสีแดงชาดเป็น
สีดำสนิท
เขาหยิบชุดคลุมจากแหวนต่างมิติออกมาขณะเก็บชุดคลุมผู้ฝึกยุทธ์ที่เป็น
สัญลักษณ์ของตระกูลเลี่ยเยี่ยนกลับเข้าไป
“ทีนี้ยังไงต่อ?” เขาถาม
ซือถ่านข่าพยักหน้าและตอบสนอง “ข้าเกือบลืมว่าเจ้าเป็นเลือดผสม เจ้าไม่
เหมือนสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนในตอนนี้ แต่รูปลักษณ์ของเจ้า… เปลี่ยนไปไม่
มากนัก”
“ข้าต้องรู้ว่าสามารถช่วยนางได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าสามารถเปลี่ยนได้มากกว่า
นี้” ฉินเลี่ยกล่าว
เขาสวมหน้ากากที่มั่วไห่และคนอื่นที่สร้างเอาไว้ในแหวนต่างมิติ ถ้าเขาต้องการ
เขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างสมบูรณ์
สิ่งสำคัญคือเขาต้องรู้ว่าสามารถช่วยเซินหลานได้หรือไม่
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ตอนเขาได้ยินว่าเซินหลานมีปัญหาจากซือถ่านข่า เขา
รู้สึกไม่สบายใจ
ภาพเซินหลานกำลังมองเขาจากความมืดยังคงปรากฏในจิตใจจนไม่สามารถ
ขจัดออกไปได้
เขาคล้ายกับรู้สึกว่ามีการเชื่อมโยงนะหว่างเขาและเซินหลาน
แต่ว่า จนถึงตอนนี้ เขาไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเป็นเช่นไร
“นางอาจจะให้คำตอบข้าได้” เขาคิดอยู่ข้างใน
“เจ้าสามารถช่วยนางได้ ข้ามั่นใจเรื่องนี้ แต่ว่า นางทำได้เพียงบอกเจ้าว่าต้อง
ทำอย่างไรทันทีที่เข้าใกล้” ซือถ่านข่ากล่าว
ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพักและกล่าวว่า “นำทางไปเลย”
ซือถ่านข่าตกตะลึงเล็กน้อยและถามว่า “เจ้ามั่นใจหรือว่าจะไป? เจ้าไม่กลัวว่าข้า
จะโกหกและทรยศเจ้างั้นหรือ?”
ฉินเลี่ยมองเขาและกล่าวว่า “ถ้าเจ้าทรยศข้า ข้าจะฆ่าสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีก
ทั้งหมดในโลกจุดกำเนิด!”
สีหน้าของซือถ่านข่ามืดมนขณะกล่าวอย่างเกรี้ยวกราดว่า “เจ้าคิดว่าทำได้งั้น
หรือ?”
“ถ้าข้าโจมตีเจ้าด้วยสภาพคราวที่แล้ว เจ้ามั่นใจหรือว่าจะสามารถหยุดข้าได้?”
ฉินเลี่ยถามอย่างช้า ๆ
“หลังจากหลอมรวมกับหลุมศพเลือดเนื้อน่ะหรือ?” สายตาของซือถ่านข่าพลัน
ล่อกแล่ก
“ดูท่าเจ้าจะรู้ทุกอย่างสินะ” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างสงบ
“นางบอกพวกข้า ข้าไม่คิดว่าเผ่าพันธุ์เทพจะเอาหลุมศพเลือดเนื้อมาสองชิ้น”
“อีกอย่าง หลุมศพเลือดเนื้อของตระกูลเลี่ยเยี่ยนหายไปนานแล้วไม่ใช่หรือ?
ทำไมจู่ ๆ ถึงมาอยู่กับเจ้าได้ล่ะ?” ซือถ่านข่าสงสัยมากยิ่งขึ้น
“เจ้าสงสัยขนาดนั้นเลยหรือ?” ฉินเลี่ยหยอกล้อ
ซือถ่านข่าไม่ตอบทันที เขาครุ่นคิดอย่างจริงจังสักพัก จากนั้นถอนหายใจ “ถ้า
เจ้าสู้กับข้าในสภาพนั้น ข้าเทียบเจ้าไม่ได้”
ขณะกล่าวเช่นนี้ เขาคล้ายกับยอมรับความพ่ายแพ้และเดินจากไป
ฉินเลี่ยนิ่งและตอบสนอง จากนั้นเขาหยิบหน้ากากมาปิดหน้าจากแหวนต่างมิติ
และเปลี่ยนตัวตน
“ตอนนี้เจ้าอยู่เผ่าพันธุ์อะไร?” ซือถ่านข่าถามเขาขณะหันหลังให้ฉินเลี่ย
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ฉินเลี่ยถามอย่างสับสน
“ข้าต้องบอกเผ่าพันธุ์วิญญาณเรื่องตัวตนเจ้า” ซือถ่านข่าอธิบาย
“อ้อ” ฉินเลี่ยตอบสนองและกล่าวว่า “เผ่าพันธุ์มนุษย์”
“เผ่าพันธุ์มนุษย์…” ซือถ่านข่าพึมพำเสียงต ่า “ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเผ่าพันธุ์นี้มา
ก่อน”
เขาไม่พูดอะไรอีกขณะยังคงเดินไปข้างหน้า มุ่งสู่จุดรวมตัวเผ่าพันธุ์วิญญาณ
ฉินเลี่ยตามเขาจากด้านหลังอย่างเงียบงัน
คนที่เขาหวาดกลัวมากที่สุดจากเผ่าพันธุ์วิญญาณบังเอิญเป็นเด็กผู้หญิงเซิน
หลาน เขาไม่คิดมากเรื่องสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นทั้งหมด
ต่อให้ตัวตนของเขาถูกเปิดโปง เขาสามารถใช้วิชาหลอมรวมหลุมศพเพื่อ
หลอมรวมหลุมศพเลือดเนื้อเพื่อเสริมสร้างพละกำลังชั่วคราว
เขาเชื่อว่าไม่ต้องหวาดกลัวการโจมตีจากเผ่าพันธุ์วิญญาณด้วยระดับพลัง
ตอนนี้
โดยเฉพาะตอนเซินหลานมีปัญหา
เพราะเหตุนี้ เขาไม่กังวลว่าซือถ่านข่าจะทรยศหรือใครบางคนในอาณาจักร
วิญญาณจะจำได้
ผ่านไปไม่นาน
เขาปรากฏตัวพร้อมซือถ่านข่าจากความมืดขณะเดินมาที่ที่เผ่าพันธุ์วิญญาณ
กระดูกและมีปีกรวมตัวอยู่
“ซือถ่านข่า เขาคือใคร?”
ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกอดที่จะถามไม่ได้เมื่อเห็นซือถ่านข่าพลันปรากฏตัว
พร้อมชายหนุ่มแปลกประหลาดหลังจากออกไปได้ไม่นาน
เพียงพริบตา สมาชิกจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ กระดูกและมีปีกมองซือถ่านข่า
ซือถ่านข่ามีสีหน้าสงบและกล่าวว่า “สมาชิกจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ ตอนเขาเข้า
ใกล้ทะเลจุดกำเนิด เขาถูกขับไล่โดยปีศาจหุบเหว ข้าตรวจพบความผันแปรจิต
วิญญาณผิดปกติเลยไปดู เลยบังเอิญเจอเขาน่ะ”
“เผ่าพันธุ์มนุษย์…” สีหน้าของชาเลี่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย สายตาของเขาทอ
ประกายแปลกประหลาดขณะตรวจสอบการปลอมแปลงของฉินเลี่ยอย่างสงสัย
เขาเคยพบฉินเลี่ยมาก่อนและคุยกับฉินเลี่ยเรื่องฮัวจ้าง เขาย่อมรู้ว่าฉินเลี่ยคือ
เลือดผสมจากเผ่าพันธุ์นั้นและเผ่าพันธุ์เทพ
ตอนซือถ่านข่าพลันนำสมาชิกจากเผ่าพันธุ์มนุษย์มา เขาย่อมให้ความสนใจ
“เผ่าพันธุ์มนุษย์? ไม่เคยได้ยินชื่อเผ่าพันธุ์นี้มาก่อนเลย”
“ทำไมเจ้าพาเขามาที่นี่ล่ะ?”
“ซือถ่านข่า ทำไมเจ้าห่วงความเป็นความตายของเขานัก?”
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณสับสนหลังจากซือถ่านข่าอธิบายจนไม่รู้ว่าเขากำลัง
คิดอะไรอยู่
“หมอนี่สามารถช่วยนายหญิงพวกเจ้าได้ ด้วยเหตุนี้ข้าเลยพาเขามาที่นี่” ซือ
ถ่านข่ากล่าว
“เหลวไหล! เขาจะช่วยนายหญิงได้อย่างไร?” ปาจี๋ตะโกน
สีหน้าของเซียนน่าเปลี่ยนไปเช่นกันขณะถามว่า “ซือถ่านข่า เจ้าหมายความ
ว่าอย่างไร? เจ้าคิดว่าเผ่าพันธุ์มีปีกสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการเมื่อนาย
หญิงพวกข้ามีปัญหานิดหน่อยหรือ?”
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นมีสีหน้าเคร่งขรึม ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น
พวกเขาล้วนเข้าใจสถานการณ์ผิด คิดว่าซือถ่านข่านำใครบางคนมาโจมตี
พวกเขาตอนที่นายหญิงไม่สามารถสู้ได้
สมาชิกจากเผ่าพันธุ์กระดูกจำนวนมากรวมตัวรอบชาเลี่ยตามสัญชาตญาณ
ขณะมองเขาอย่างสับสน
ชาเลี่ยส่ายหน้าขณะส่งสัญญาณให้พวกเขาไม่ขยับและจับตาดู
“ก่อนหน้านี้ นายหญิงของเจ้าและข้าคุยกันตามลำพัง ข้าเลยเชื่อว่านาง
ต้องการความช่วยเหลือ ชายหนุ่มจากเผ่าพันธุ์มนุษย์คนนี้ที่ข้าพบสามารถ
ช่วยนางได้” ซือถ่านข่าเริ่มปลอบสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกเพื่อให้พวกเขาสงบลง
จากนั้น เขากล่าวอย่างจริงจังว่า “โปรดรอสักครู่ ข้าสามารถติดต่อทางจิตกับ
นายหญิงของเจ้าเพื่อให้นางอธิบาย”
ดังนั้น ภายใต้สายตาตกตะลึงของสมาชิกสามเผ่าพันธุ์ ซือถ่านข่าหลับตาขณะ
ติดต่อกับเซินหลานทางจิต
“เขามาแล้ว เขาจะช่วยเจ้า ข้าไม่รู้ว่าเชื่อใจเขาได้หรือไม่ คุยกับสมาชิกของเจ้า
ดู” ซือถ่านข่าส่งความคิดผ่านวิชาลับสายเลือดไปยังเซินหลานผู้อยู่ในสภาพ
ไม่สู้ดี
ขนตายาวของเซินหลานขยับราวกับกำลังจะลืมตา แต่ว่า ผ่านไปสักพัก นางยัง
ไม่สามารถลืมได้
นางกล่าวด้วยน ้าเสียงเล็กอ่อนแรงกับปาจี๋และเซียนน่าว่า “ให้เขาเข้ามาคน
เดียว อย่าให้ซือถ่านข่าเข้าใกล้ ข้าไม่เชื่อใจซือถ่านข่า”
ปาจี๋และเซียนน่าอยากโน้มน้าวนางใจจะขาด
ตอนนี้เอง สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอาวุโสสูดหายใจเข้าลึก ๆ และกล่าวว่า
“พวกเราจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของนายหญิงไม่มีเงื่อนไข!”
ปาจี๋และเซียนน่าปิดปากทันที
“ให้เขาเข้ามา” คนคนนี้เดินออกจากฝูงชนขณะชี้ไปที่ฉินเลี่ย จากนั้นเขา
กล่าวกับซือถ่านข่าว่า “เจ้าอยู่ตรงที่เขาเคยอยู่”
“โอ้ ข้าไม่วางแผนจะไปไหนหรอก” ซือถ่านข่าแตะปากและกล่าวอย่างสงบ
ฉินเลี่ยพยักหน้าขณะเดินเข้าหาเผ่าพันธุ์วิญญาณอย่างไร้อารมณ์
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณทุกคนจ้องมองเขาอย่างวิตกด้วยเกรงว่าจะทำอะไรกับ
ผู้นำ
ตอนที่ 1257: ความลึกลับของเซินหลาน
สายตาของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณจำนวนมากจับจ้องมาที่เขา พวกเขาทุก
คนคล้ายกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูร้ายกาจ
ซือถ่านข่าผู้นำเขามาที่นี่อยู่ด้านนอก
สมาชิกจากสองเผ่าพันธุ์อ่อนแอกว่าดูวิตกเช่นกัน พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมซือถ่าน
ข่านำมนุษย์มาที่นี่
พวกเขาสงสัยว่าซือถ่านข่ามีแรงจูงใจอื่น
ภายใต้สายตาของสามเผ่าพันธุ์ ฉินเลี่ยผู้เปลี่ยนรูปลักษณ์และตัวตนเข้าหาเซิน
หลานช้า ๆ
เขามองเซินหลานอย่างลึกล ้า
เซินหลานผู้อยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงสายเลือดไม่สามารถลืมตาได้ เลือดสีน ้า
เงินไหลเวียนในเนื้อโปร่งแสงช้า ๆ
ถ้าเขาไม่มองนาน ๆ เขาจะคิดว่าเลือดในเส้นเลือดของเซินหลานหยุดไหลเวียน
ไปแล้ว
เขารู้ว่าตอนสายเลือดเลื่อนขั้น เลือดมักจะไหลเวียนเร็วมาก
ตอนนี้ เซินหลานอยู่ในช่วงเวลาสำคัญสำหรับการเลื่อนขั้นสายเลือด เลือดนาง
ไม่น่าจะไหลเวียนช้า
ฉินเลี่ยขมวดคิ้วขณะมองสักพัก เขาอยากติดต่อทางจิตกับเซินหลานเพื่อทราบ
ว่าต้องทำอย่างไร
“ให้เขาอยู่ที่นี่ คนอื่น… ออกไปกระจายอยู่รอบ ๆ ” เซินหลานกล่าวเสียงต ่า
ขณะหลับตา
เซียนน่าและปาจี๋ทำหน้าบูดบึ้งคล้ายกับไม่เต็มใจ
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอาวุโสลังเลและตะโกนว่า “ฟังนายหญิง!”
เขาคือคนแรกที่ไปและโน้มน้าวคนอื่นด้วยสายตา
“ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา…” ปาจี๋ตะโกน
“ข้าจะรับผิดชอบเอง!” คนคนนี้ตะโกน
ปาจี๋สูดหายใจเข้าลึก ๆ ขณะชำเลืองมองเขาอย่างเกรี้ยวกราดสักพัก จากนั้น
เขา เซียนน่าและสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นออกห่างจากข้างเซินหลาน
“เอาหินแสงมืดออกไป” เซินหลานสั่ง
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอาวุโสพยักหน้าขณะใช้พลังสายเลือดจัดการหินแสง
มืดให้ออกห่างจากเซินหลาน
เมื่อหินแสงมืดอยู่ห่างสามสิบเมตร เซินหลานและฉินเลี่ยถูกกลืนกินโดยความ
มืดสนิทของโลกจุดกำเนิด
ไม่มีใครสามารถมองเห็นพวกเขาได้
ในเวลาเดียวกัน ฉินเลี่ยใช้วิชาเยือกแข็งสร้างโล่มาล้อมรอบเขาและเซินหลาน
เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นได้ยิน
หลังจากมั่นใจว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณไม่ได้ยินพวกเขาแล้ว เขาถามว่า
“ข้าจะช่วยเจ้าได้อย่างไร?”
“เจ้ามอบเลือดให้ข้าได้หรือไม่?” เซินหลานถามอย่างขลาดกลัวขณะหลับตา
“เลือดข้า…” ฉินเลี่ยเต็มไปด้วยความสับสน “แก่นโลหิตชีวิต?”
“ไม่ ไม่ใช่โลหิตชีวิต แค่… เลือดธรรมดาจากร่างกายเจ้า” เสียงของเซินหลาน
อ่อนแรงยิ่งขึ้น
สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไป เขาลังเลสักพัก จากนั้นใช้เล็บเฉือนฝ่ามือ
ฝ่ามือของเขาเต็มไปด้วยเลือด
“พอแล้ว” เซินหลานเม้มริมฝีปากเข้าด้วยกันและกล่าวเสียงเบาว่า “ป้อนมันให้
ข้า”
ฉินเลี่ยขยับมือที่เต็มไปด้วยเลือดเข้าหาปากของเซินหลานขณะมองนางดื่ม
เลือด
น่าแปลก เลือดสีน ้าเงินภายในร่างกายของเซินหลานที่เกือบหยุดไหลเวียนเริ่ม
ขยับอีกครั้ง
ผิวซีดเผือดของเซินหลานเริ่มฟื้นฟูหลังจากดื่มเลือดของเขาเข้าไป
“ข้าจะปรับสายเลือดก่อน จากนั้น… เจ้าสามารถถามข้าได้” เซินหลานกล่าว
เสียงเบา
ครั้งนี้ เสียงนางแผ่วเบา แต่ไม่อ่อนแรงและบอบบางเหมือนก่อนหน้า
ฉินเลี่ยเข้าใจว่าสภาพร่างกายนางกำลังดีขึ้น
ไกลออกไปหลายสิบเมตร
สมาชิกจากสามเผ่าพันธุ์กำลังมองไปยังความมืดที่ฉินเลี่ยและเซินหลานอยู่
อย่างสงสัย
ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกหรี่ตาและสัมผัสสักพัก เขาบอกสมาชิกเผ่าพันธุ์
วิญญาณอาวุโสว่า “ต๋านั่ว นายหญิงของเจ้าน่าจะไม่เป็นไรแล้ว”
“ว่าไงนะ” เซียนน่าตกตะลึง
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณนามต๋านั่วถามหลังจากฟื้นคืนจากความตกตะลึงว่า
“เจ้าแน่ใจหรือ?”
ซือถ่านข่าพยักหน้า “ข้ารู้สึกว่าไอของนางฟื้นกลับมาเป็นปกติแล้ว”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณล้วนมีสีหน้าตื่นเต้น สายตาพวก
เขาเป็นมิตรมากขึ้นเมื่อมองซือถ่านข่า
ท่ามกลางทุกคน มีเพียงซือถ่านข่าที่ไม่เสียการรับรู้จิตวิญญาณ ถ้าเขามั่นใจ
ว่าเซินหลานกลับมามั่นคงแล้ว เขาก็พูดไม่ผิด
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณผู้วิตกไม่สบายใจผ่อนคลายในที่สุดหลังจากทราบ
คำตอบอันมั่นใจของซือถ่านข่า
ในเวลาเดียวกัน สมาชิกจากเผ่าพันธุ์มีปีกค่อย ๆ เข้าใจว่าซือถ่านข่าไม่ได้
คิดร้ายกับเซินหลาน
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาสามารถช่วยนายหญิงได้?” ต๋านั่วถามอย่างสงสัย
ซือถ่านข่ามีสีหน้าเฉยชาและไม่ให้คำตอบแน่ชัด เขาเพียงกล่าวว่า “แค่
ความรู้สึกน่ะ”
สมาชิกจากเผ่าพันธุ์วิญญาณสับสน
ในเวลาเดียวกัน ฉินเลี่ยสงสัยเช่นกันว่าทำไมเซินหลานคล้ายกับมั่นคงหลังจาก
ดื่นเลือดสด ๆ ของเขาเข้าไป
นอกเหนือจากนี้ เขาสงสัยมากว่าทำไมซือถ่านข่ามั่นใจว่าเขาสามารถช่วยเซิน
หลานได้
“ซือถ่านข่าพบบางสิ่งจากข้างั้นหรือ?” เขาคิด
ขณะเข้าครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง เลือดสีน ้าเงินในร่างกายของเซินหลานไหลเวียน
เร็วยิ่งขึ้น
อย่างช้า ๆ วงแสงสีน ้าเงินเจิดจ้ากระจายออกจากร่างกายของเซินหลาน
พลังสายเลือดแปลกประหลาดค่อย ๆ กระจายออกจากร่างกายของเซินหลาน
ร่างกายโปร่งแสงครึ่งหนึ่งของนางคล้ายกับออกจากน ้าแข็งขณะแผ่แสงสว่าง
เจิดจ้า
ฉินเลี่ยสัมผัสถึงพลังสายเลือดที่เพิ่มขึ้นได้อย่างชัดเจน
ขณะสายเลือดก้าวหน้า เขาสามารถสัมผัสสี่คุณลักษณะ อวกาศ เวลา
โชคชะตาและชีวิตได้
สิ่งที่ทำให้ฉินเลี่ยตกตะลึงยิ่งกว่าคือหลังจากเซินหลานมั่นคงแล้ว ไอของนาง
คล้ายกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล!
“ไอคล้ายกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล…” เขามีสีหน้าตก
ตะลึง “นั่นเพราะนางกินเลือดของข้าเข้าไปหรือเปล่า? ไม่น่าเป็นไปได้ มันไม่น่า
เร็วขนาดนี้!”
เขาไม่อยากเชื่อ
ไม่ปกติที่เซินหลานจะครอบครองไอที่คล้ายกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหลเพียงแค่ดื่มเลือดไม่กี่คำ
“ถ้าไม่ใช่ แล้วเหตุผลคืออะไรล่ะ?” เขาสับสน..
ขณะเขาอยู่ท่ามกลางความตกตะลึง เซินหลานลืมตาในที่สุด ดวงตาสดใสของ
นางจับจ้องมาที่เขา
“ข้าไม่เข้าใจ ข้าไม่เข้าใจเลย ทำไมเลือดข้าช่วยฟื้นตัวให้เจ้าได้?” เขาถาม
ทันที
เซินหลานครุ่นคิด เม้มริมฝีปากเข้าหากันและพลันกล่าวว่า “เจ้ายังจำไซน่าได้
หรือไม่?”
“ไซน่า!” ฉินเลี่ยตกตะลึง
ผู้นำของเจ็ดยอดฝีมือซ่อนเร้นยิ่งใหญ่ ไซน่า ผู้หายไปในอาณาจักรลึกลับที่ถูก
เปิดโดยวิญญาณปีศาจแปดตาพร้อมกับทารกตอนอยู่ที่ดินแดนคนป่า
ตะวันออก
“เจ้า เจ้าคือ?” เขาซีดเผือด
เซินหลานพยักหน้าเบา ๆ และกล่าวว่า “ข้าคือทารกคนนั้น”
ตอนที่ 1258: ความภาคภูมิใจแท้จริงของสวรรค์!
ฉินเลี่ยตกตะลึงเกินกว่าจะเชื่อได้
เขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่าเซินหลาน ลูกหลานหาที่เปรียบไม่ได้ของ
เผ่าพันธุ์วิญญาณจะเป็นเด็กผู้หญิงทารกที่ไซน่าอุ้มเอาไว้ในตอนนั้น
มันเหลวไหลสิ้นดีที่เขาเพียงจ้องมองนางและลืมวิธีพูดอยู่เนิ่นนาน
“เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ?” เซินหลานถามเสียงเบา
ขณะยังมีสีหน้าตกตะลึง ฉินเลี่ยส่ายหน้าและตอบว่า “ข้าเชื่อเจ้า ทำไมข้าจะไม่
เชื่อล่ะในเมื่อเจ้ารู้จักไซน่าและสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น”
“เช่นนั้นมีอะไรที่เจ้าอยากถามหรือไม่?” เซินหลานถาม
“อะไรที่อยากถาม…” ฉินเลี่ยขมวดคิ้วและครุ่นคิดสักพัก “ต่อให้เจ้าคือ
เด็กผู้หญิงทารกจากตอนนั้น แล้วมันเกี่ยวยังไงกับข้า? ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้า
ห้ามสมาชิกไม่ให้โจมตีข้าก่อนหน้านี้”
เขาอดที่จะนึกถึงศึกนองเลือดระหว่างวิญญาณปีศาจแปดตาที่เกาะคนป่า
ตะวันออกในตอนนั้นไม่ได้ ในตอนนั้น วิญญาณปีศาจแปดตาสูบเลือดเขาไป
มาก ด้วยความบ้าคลั่ง เขาตอบรับด้วยการสูบเลือดกลับ
หลังจากนั้น วิญญาณปีศาจแปดตาตายสนิท ไซน่าคือคนที่อุ้มเซินหลาน ผู้
เป็นเพียงทารกในตอนนั้น เข้าสู่อาณาจักรสีน ้าเงินอ่อนนั่น
ต้องขอบคุณเลือดของวิญญาณปีศาจแปดตา ฉินเลี่ยได้รับความสามารถซ่อน
เร้น “ประตูดารา” และเริ่มเดินทางสายวิชาอวกาศ
แน่นอน วิญญาณปีศาจแปดตาคือกุญแจสู่ความอยู่รอดของเซินหลาน
ตามทฤษฎี ผู้ฝึกยุทธ์ดินแดนแห่งความโกลาหลและเขาที่มารุกรานคือศัตรูของ
วิญญาณปีศาจแปดตา ดังนั้นเขาต้องนับเซินหลานเป็นศัตรูเช่นกัน
เพราะพวกเขาคือศัตรู มันจึงไม่มีเหตุผลที่เซินหลานจะห้ามสมาชิกไม่ให้พราก
ชีวิตของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น เซินหลานรู้ว่าเขาคือใครชัดเจนตอนพบในสภาพฝึกฝนวิชา
หลอมรวมหลุมศพ
เขาเกือบสังหารนางในสภาพคลุ้มคลั่ง แต่ไม่เพียงแค่นางไม่แก้แค้นเขาเท่านั้น
นางถึงขั้นสั่งห้ามสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณไม่ให้ทำร้ายเขาเช่นกัน มันเป็นสิ่งที่
ไม่สมเหตุสมผล
“เจ้าจำตอนวิญญาณปีศาจแปดตาสูบเลือดเจ้าไปมากตอนนั้นได้หรือไม่?” เซิน
หลานพลันถาม
“ได้สิ” ฉินเลี่ยตอบ
“เลือดของเจ้าคือเหตุผลที่ข้ามาที่นี่ เลือดของเจ้าคือเหตุผลที่แท้จริงที่ข้าอยู่
รอดมาได้” เซินหลานจริงจังยิ่งเมื่อกล่าวเช่นนี้ “เลือดของเจ้าแตกต่างจากคน
อื่น ต้องขอบคุณเลือดของเจ้าที่ทำให้ข้าปลุกคุณลักษณะอวกาศ เวลา ชีวิต
และโชคชะตาได้ในคราวเดียวหลังจากกลับมาเผ่าพันธุ์วิญญาณ ในตอนนี้
เลือดของเจ้ากลับมาเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าสามารถปลอบประโลมสายเลือดได้
ข้าสามารถสัมผัสจากสายเลือดของเจ้าได้ว่าเจ้าครอบครองสัตว์ร้ายแปลก
ประหลาดห้าตน ข้าพูดถูกหรือไม่?”
“นั่นล้วนเป็นเพราะเลือดของข้าหรือ?” ฉินเลี่ยประหลาดใจก่อนความเข้าใจจู่
โจมเข้ามา
เลือดของเข้าคือสิ่งที่เรียกว่าเลือดสมบูรณ์แบบ มันสามารถดูดซับสายเลือด
เกือบทั้งหมดที่มีเข้าไปได้
วิญญาณปีศาจแปดตาอยากดูดซับเลือดของเขาเพราะเขาคือเลือดผสมจาก
เผ่าพันธุ์เทพ แต่มันไม่รู้ว่าเลือดของเขาแตกต่างจากสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพคน
อื่นทั้งหมด!
เห็นได้ชัดว่าวิญญาณปีศาจแปดตาถ่ายเลือดทั้งหมดที่ดูดซับมาเข้าสู่ร่างกาย
ของเซินหลาน
มันอาจจะไม่รู้ถึงปาฏิหาริย์ของเลือดที่ดูดซับเข้ามาให้เซินหลานจนกระทั่งตัว
มันตาย
“หลังกลับบ้านเกิด ข้าค่อย ๆ เข้าใจว่าเหตุผลที่ข้าสามารถปลุกสี่คุณลักษณะ
ทั้งหมดได้ก็เพราะเจ้า” เซินหลานนิ่งสักพักก่อนกล่าวอย่างขาดกลัวต่อว่า “ข้า
รู้ว่ามันแปลกนิดหน่อย แต่พูดตามตรงแล้ว… เจ้าเหมือนเป็นพ่อข้าครึ่งหนึ่งหรือ
เปล่า?”
“พะ… พ่อ” ฉินเลี่ยพึมพำอย่างตกตะลึง
“อืม” เซินหลานพยักหน้าเล็กน้อย “ส่วนใหญ่ของเลือดที่ไหลเวียนภายในตัว
ข้าคือของเจ้า ดังนั้นเจ้าและข้าข้องเกี่ยวทางสายเลือด”
ฉินเลี่ยตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
ชั่วชีวิตมานี้เขาไม่เคยจินตนาการว่าเซินหลานจะเกิดจากเลือดของเขา
ใครจะรู้ล่ะว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพจะคิดยังไงหากทราบว่าเลือดของเขาคือ
เหตุผลที่ลูกหลานหาที่เปรียบไม่ได้ของเผ่าพันธุ์วิญญาณเกิดขึ้นมา
ตอนที่เขายังอยู่กับกานชิง เสวียนลั่วและหนานฉี เขารู้แล้วว่าเผ่าพันธุ์เทพและ
เผ่าพันธุ์วิญญาณก่อสงครามบ่อยครั้ง ภาพอันน่าตกตะลึงและหวาดกลัวตอน
ได้ยินว่าเซินหลานปลุกสี่คุณลักษณะทั้งหมดได้นั้นยังตราตรึงในใจของเขา
สหายเหล่านั้นอาจจะอยากฉีกเขาเป็นชิ้น ๆ หากทราบว่าเขาคือ “พ่อ” ของเซิน
หลานหรือเปล่า?
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเป็นข้า?” เขาพลันถาม
“ไม่นานหลังจากเจ้าทำให้ข้าบาดเจ็บสาหัส ข้าสัมผัสแรงกดดันพิเศษขณะที่ยัง
เปี่ยมไปด้วยพลังสายเลือดจากร่างกาย” เซินหลานเม้มริมฝีปากเมื่อกล่าวเช่นนี้
จากนั้น ขณะฉินเลี่ยตกตะลึง ดวงตาของนางเริ่มแดงก ่า “ตอนข้ารู้ว่าเจ้าคือคน
ที่พยายามฆ่าข้า ข้า ข้าคิดว่าข้าไม่อยากมีชีวิตอีกแล้ว…”
ด้วยเหตุผลบางอย่าง การตอบสนองของนางทำให้ฉินเลี่ยวิตก “ข้าไม่รู้ว่าเป็น
เจ้า! อีกอย่าง ข้าไม่ทราบเรื่องวิชาหลอมรวมหลุมศพในตอนนั้น หลุมศพเลือด
เนื้อควบคุมข้าในตอนนั้น ข้าไม่รู้ว่าข้าทำอะไรลงไป!”
เซินหลานมองเขาอย่างน่าสงสารและถามว่า “เจ้ายังพยายามฆ่าข้าอีกหรือเปล่า
หากรู้ว่ามันคือข้า?”
ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพักก่อนตอบว่า “ไม่”
เซินหลานผุดยิ้มและกล่าวอย่างมีความสุขว่า “ถ้างั้น ขอยกโทษให้เจ้า”
ฉินเลี่ยจนคำพูดอีกครั้งกับการเปลี่ยนท่าทีของนางในฉับพลัน
ผ่านไปสักพัก เขาได้สติและถามอย่างสงสัยว่า “เจ้าอยู่ระดับที่หกก่อนเข้า
อาณาจักรลับได้อย่างไร? การเติบโตของเจ้าเหลือเชื่อมาก”
“ข้ามีจิตวิญญาณตระหนักรู้เสมอน่ะ” เซินหลานกล่าว
“ว่าไงนะ เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ฉินเลี่ยดูสับสน
“สิ่งที่ข้ากำลังจะบอกก็คือ… ข้ามีจิตวิญญาณตอนยังอยู่ภายในร่างกายของ
วิญญาณปีศาจแปดตาแล้ว” เซินหลานอธิบาย “หลังจากไซน่านำข้ากลับบ้าน
เกิดของเผ่าพันธุ์วิญญาณ สมาชิกข้าใช้สมบัติล ้าค่าจำนวนมากเพื่อเสริมสร้าง
พลังสายเลือดข้า สายเลือดข้าจึงเลื่อนขั้นทุกปี”
นางหัวเราะเบา ๆ ก่อนกล่าวต่อว่า “ความเข้าใจเรื่องสายเลือดของข้ายังไม่
เต็มที่ แต่สมบัติที่พวกเขาใช้กับข้าจะผลักดันสายเลือดจนไปถึงระดับที่แปด”
ฉินเลี่ยดูประหลาดใจ
ตอนนี้เองเขาเข้าใจถึงความแตกต่างจากเซินหลานในด้านการปรนนิบัติ
เขาตื่นขึ้นที่ชานเมืองหลิง กองกำลังที่ไม่ถูกนับว่าเป็นกองกำลังระดับหินปูน ใน
ตอนนั้น คุณปู่ทิ้งเขาให้เผชิญหน้ากับโลกโหดร้ายนี้เพียงลำพัง
ไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยว่าพลัง สายเลือดและอำนาจในตอนนี้ของเขาล้วน
เกิดขึ้นได้ด้วยความพยายามของตัวเอง
เขาคือคนเดียวที่รู้ถึงความยากลำบากบนเส้นทางที่เดิน
อีกด้าน เซินหลานถูกปรนนิบัติในฐานะของขวัญจากสวรรค์ทันทีที่ถูกส่งมาสู่
บ้านเกิดของเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์วิญญาณทำทุกสิ่งเท่าที่ทำได้เพื่อชุบ
เลี้ยงนางด้วยหวังจะให้กลายเป็นหัวหน้าในอนาคตของเผ่าพันธุ์ตั้งแต่แรก
ในฐานะหนึ่งในเผ่าพันธุ์ทรงพลังที่สุดในดาราจักร คุณภาพและปริมาณวัตถุดิบ
วิญญาณที่เผ่าพันธุ์วิญญาณครอบครองย่อมเกินกว่าจินตนาการ
ด้วยเหตุนี้เซินหลานเติบโตอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น
ตอนนี้ สิ่งเดียวที่นางขาดคือความเข้าใจเรื่องสายเลือด
ด้วยเหตุนี้เผ่าพันธุ์วิญญาณจึงส่งนางเข้าโลกจุดกำเนิด เพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง
สุดท้ายของนาง
ฉับพลัน ฉินเลี่ยเข้าใจว่าเซินหลานอาจจะเป็นความภาคภูมิใจของสวรรค์ที่
โชคดีที่สุดในดาราจักรกว้างใหญ่…
ตอนที่ 1259: ป้องกันไว้ก่อน
“เจ้าฟื้นฟูเต็มที่แล้วใช่หรือไม่?” ฉินเลี่ยพลันถาม
“อืม” เซินหลานตอบ นางคล้ายกับรู้ความคิดของเขา “เจ้าจะไปแล้วหรือ?”
“ข้าไม่ใช่สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอยู่แล้ว มันจะ… ไม่สะดวกสบายสำหรับข้า
หากอยู่ใกล้คนของเจ้า” ฉินเลี่ยตอบ
“ข้ารู้” เซินหลานดูเศร้าสร้อย “เจ้าจะกลับไปหาเผ่าพันธุ์เทพใช่หรือไม่?”
“ไม่ ข้าไม่กลับ” ฉินเลี่ยส่ายหน้า “ตอนนี้ พวกเราแยกทางกันแล้ว”
“ทำไมล่ะ?” เซินหลานถามอย่างสงสัย
“หลุมศพเลือดเนื้อที่ข้าครอบครองคือสุดยอดสมบัติของตระกูลเลี่ยเยี่ยน… ที่
น่าจะหายไปก่อนหน้านี้” ฉินเลี่ยตอบ
“ข้าเข้าใจล่ะ” เซินหลานเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร “พวกข้าจะตั้งค่ายที่นี่เป็น
เวลาสักพัก ดังนั้นฝึกฝนใกล้ ๆ ได้เลยหากเจ้าต้องการ ไม่มีใครสังเกตเห็นเจ้า
เว้นแต่ข้าและซือถ่านข่า ข้าจะบอกให้ซือถ่านข่าเงียบปากไว้”
ฉินเลี่ยขมวดคิ้วในความเงียบ
เซินหลานเป็นคนเดียวภายในเผ่าพันธุ์วิญญาณที่ไม่มองเขาเป็นศัตรู ดังนั้นจึง
ไม่ฉลาดที่จะฝึกฝนใกล้ ๆ เป็นเวลานาน โดยเฉพาะกรณีที่ตอนนี้วิญญาณแห่ง
ความว่างเปล่าและความโกลาหลทั้งห้าตนกำลังหลับใหลภายในมิติที่สี่ของ
ไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ วิญญาณอัคคียังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการ
วิวัฒนาการ
ถ้าเขาซึมซับการฝึกฝน วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลจะไม่
สามารถเตือนเขาในครั้งนี้ได้
มันเสี่ยงมาก
“ข้าสามารถสัมผัสได้ว่าสหายเผ่าพันธุ์เทพของเจ้ากำลังจะโจมตีทะเลจุดกำเนิด
ในไม่ช้า” เซินหลานกล่าว
“หืม” ฉินเลี่ยดูประหลาดใจ “เจ้ากำลังรอให้เผ่าพันธุ์เทพลงมือเช่นกันหรือ?”
“ใช่” เซินหลานพยักหน้า “เผ่าพันธุ์เทพและกองกำลังที่พวกเขารวบรวมมาคือ
กลุ่มเดียวที่สามารถสู้กับปีศาจหุบเหวที่กำลังยึดครองทะเลจุดกำเนิดได้อย่าง
แท้จริง พวกข้าที่เหลือทำได้เพียงพยายามเข้าใกล้หลังจากพวกเขาปะทะกัน
แล้วเท่านั้น”
“นั่นไม่ใช่ความจริงเสียทีเดียว” ฉินเลี่ยกล่าว
“ว่าไงนะ” เซินหลานดูประหลาดใจ
“มีสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณนามสั่วหมู่เอ่อผู้คล้ายกับเปลี่ยนปีศาจหุบเหว
บางส่วนให้กลายเป็นทาสจิตวิญญาณ เขากำลังโน้มน้าวให้ตระกูลเผ่าพันธุ์
เทพมาพบกันเพื่อให้กลายเป็นภัยคุกคามแท้จริงต่อปีศาจหุบเหวที่กำลังยึด
ครองทะเลจุดกำเนิด เขาทำเช่นนี้เพื่อให้สามารถรับบทเป็นคนจับปลาได้”
ฉินเลี่ยกล่าวอย่างจริงจัง
ฉินเลี่ยรู้สึกกังวลทันทีที่คิดถึงสั่วหมู่เอ่อ เขาอดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่าถูกจับตามอง
โดยอสรพิษที่กำลังรออยู่ในความมืดอย่างอดทน
เขารู้สึกว่าสั่วหมู่เอ่อจะเป็นหนึ่งในศัตรูร้ายกาจที่สุดที่ต้องเผชิญในโลกจุด
กำเนิด
“ข้ารู้จักเขา เขาน่ากลัวอย่างที่เจ้าว่ามา มีหลายครั้งที่ข้ารู้สึกว่าจิตวิญญาณ
ของเขากำลังเตร็ดเตร่และจับตาดูพวกข้าจากใกล้ ๆ” เซินหลานแสดง
ความรู้สึกออกมา
“เจ้ารู้เรื่องเขาหรือ?” ฉินเลี่ยดูประหลาดใจ
“อืม แต่ว่า เขาไม่เคยติดต่อกับพวกข้ามาก่อน เขาอาจจะแค่กำลังประเมิน
พละกำลังพวกข้าเท่านั้น” เซินหลานตอบ
ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพักก่อนกล่าวว่า “ถ้าเป็นไปได้ เจ้าน่าจะลองตรวจสอบหน่วย
ตัวเอง เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกถึงความผิดปกติดู ข้าสงสัยว่าใครบาง
คนถูกสั่วหมู่เอ่อยึดครองไปแล้ว…”
สีหน้าของเซินหลานเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“โปรดรอสักครู่” นางพลันกล่าว
ฉินเลี่ยดูประหลาดใจ “เจ้ายืนยันเรื่องนี้ได้หรือ?”
“ข้าจะลองดู” เซินหลานตอบ
เซินหลานนั่งลงภายในอาคมน ้าแข็งที่ฉินเลี่ยสร้างขึ้น แสงดาราพลันปะทุออก
จากดวงตาสีน ้าเงินเข้มของนาง
ฉินเลี่ยมองเห็นแสงดาราขนาดเท่านิ้วมือกำลังพุ่งออกจากมือ
แสงดาราหายไปจนไม่เหลืออย่างรวดเร็วทันทีที่พวกมันออกจากอาคมน ้าแข็ง
เขาเพียงเข้าใจว่าแสงดาราเปลี่ยนเป็นสายจิตวิญญาณรูปทรงแปลกประหลาด
หลังจากตรวจสอบรอบ ๆ ด้วยการรับรู้จิตวิญญาณ สายดังกล่าวไหลซึมเข้าสู่
สมาชิกของสามเผ่าพันธุ์
แสงดาราพุ่งออกไปตรวจสอบร่างกายขณะขยับเข้าสู่เป้าหมายต่อไปหากไม่พบ
สิ่งใด ตอนนี้เองแสงสว่างสีดำสนิทพลันฉายจากใจกลางหน้าผากของสมาชิก
เผ่าพันธุ์วิญญาณคนหนึ่ง
“ปัง!”
แสงสว่างสีดำสนิทคล้ายกับระเบิดในฉับพลัน แต่แสงดาราคว้าเอาไว้อย่าง
รวดเร็ว
ฉินเลี่ยอุทานเมื่อเห็นสิ่งนี้ “มีทาสจิตวิญญาณอยู่ในกลุ่มพวกเจ้าจริง ๆ!”
เซินหลานเคลื่อนออกจากอาคมน ้าแข็งทันทีขณะมาถึงข้างสมาชิกเผ่าพันธุ์
วิญญาณคนนั้น
แทบจะในเวลาเดียวกัน แสงสว่างสีดำสนิทฉายจากหน้าผากของสมาชิก
เผ่าพันธุ์มีปีกและเผ่าพันธุ์กระดูกอีกสามคน
แสงดาราของเซินหลานแหวกว่ายผ่านคนที่ถูกยึดครองทันทีคล้ายปลาฉลามที่
ได้กลิ่นเลือดจากทุกทิศทาง
“ท่านทำอะไรน่ะ นายหญิง”
ปาจี๋จากเผ่าพันธุ์วิญญาณอุทานเมื่อเห็นเซินหลานพลันพุ่งออกจากความมืด
นางโบกมือขณะจับสมาชิกสหายคนหนึ่งไว้ด้วยแสงดารา
“ท่านกำลังทำอะไรน่ะ?!”
ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกและซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกตกตะลึงเช่นกัน
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกหนึ่งคนและสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกสองคนดูเจ็บปวดทันที
ที่หน้าผากเริ่มส่องแสงสีดำ พวกเขากรีดร้องขอความช่วยเหลือจากเครือญาติ
ทันที
“เผ่าพันธุ์วิญญาณกำลังโจมตีพวกเรา! พวกมันกำลังฆ่าพวกเรา!”
“พวกเราจะปล่อยให้พวกมันฆ่าโดยที่ไม่ทำอะไรเลยไม่ได้!”
สามคนที่หน้าผากถูกตรึงโดยกลุ่มแสงดารากรีดร้องเสียงดังขณะโน้มน้าว
ชาเลี่ยและซือถ่านข่าให้ลงมือ
กลุ่มคนตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง
สถานการณ์ดูเหมือนกับจะหลุดการควบคุมทุกเมื่อ
“ระวัง! พวกเขาตายไปแล้วไม่ก็กลายเป็นทาสจิตวิญญาณของสมาชิกเผ่าพันธุ์
จิตวิญญาณ!” เซินหลานอุทาน
ทั้งสามหน่วยจ้องมองชายผู้ถูกตรึงด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนี้
เผ่าพันธุ์วิญญาณเชื่อเซินหลานเต็มที่ ดังนั้นพวกเขาล้อมเครือญาติที่ถูกตรึง
ทันทีเมื่อได้ยินคำอธิบายของนาง
เผ่าพันธุ์กระดุกและเผ่าพันธุ์มีปีกไม่แน่ใจว่าควรเชื่อนางหรือไม่
“ฟังนาง!” ซือถ่านข่าตะโกน
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกรีบล้อมเครือญาติสองคนผู้มีแสงสว่างสีดำส่องจาก
หน้าผากเมื่อได้ยินเสียงร้องของเขา
ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกชำเลืองมองเซินหลานก่อน จากนั้นมองซือถ่านข่าผู้
ดูเหมือนกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูร้ายกาจ หลังจากลังเลสักพัก เขาตะโกน
เช่นกันว่า “ตอนนี้เชื่อพวกเขาก่อน!”
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกรับคำสั่งขณะหยุดเครือญาติที่กำลังตะโกนให้อยู่ในการ
ควบคุม
“ท่านปลอดภัยแล้วหรือ นายหญิง” เซียนน่าดูมีความสุขกับการฟื้นตัวของ
เจ้านาย “นั่นเพราะสายเลือดท่านเลื่อนขั้นสู่ระดับที่จ็ดแล้วหรือ? นั่นคือวิธีทำ
ให้ท่านพบแผนการชั่วร้ายของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณงั้นหรือ?”
“ที่ระดับที่เจ็ด ไม่มีใครแข็งแกร่งกว่านายหญิงอีกแล้ว! พวกเราจะต้องฆ่า
สมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนสารเลวนั่นได้อย่างแน่นอน!” ปาจี๋กล่าว
พวกเขาไม่ถึงขั้นคิดถึงความเป็นไปได้ว่าเซินหลานอาจจะทำผิดพลาด พวก
เขาล้วนเชื่อว่าคนที่เซินหลานจับมานั้นคือหุ่นเชิดของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
“ไม่ใช่ข้า เขาคือคนบอกข้าน่ะ” เซินหลานจ้องมองในความมืดขณะร่องรอย
ความเศร้าสร้อยพลันฉายผ่านดวงตา
นางสามารถรับรู้ได้ว่าฉินเลี่ยจากไปแล้ว
ตอนที่ 1260: ย้อนเวลา
“ซือถ่านข่า เจ้าจัดการกับเครือญาติตัวเองได้เลย” จากนั้นเซินหลานหันมา
มองชาเลี่ย “เจ้าด้วย ชาเลี่ย”
หลังจากนั้น นางกดมือซ้ายละเอียดอ่อนบนหน้าอกของสมาชิกเผ่าพันธุ์
วิญญาณ
ม่านสีน ้าเงินลึกลับกระจายผ่านหน้าอกของชายหนุ่มทันที
แสงดาราพลันคมปลาบและมีชีวิตชีวาขณะแทงเข้าสู่หน้าผากของสมาชิก
เผ่าพันธุ์วิญญาณ
“เปรี้ยะ!”
แสงสว่างสีดำสนิทที่หน้าผากหมุนอย่างรวดเร็วจนกระทั่งก่อตัวเป็นเงาจิต
วิญญาณช้า ๆ
เงาจิตวิญญาณพร่าเลือนพลันกรีดร้องโหยหวน
“เจ้ากล้ากำราบหนึ่งในสัญลักษณ์จิตวิญญาณข้าได้อย่างไร รอก่อนเถอะ ข้า
จะสังหารพวกเจ้าทั้งหมดในทะเลจุดกำเนิดเพื่อเป็นการแก้แค้นให้ได้!”
“เจ้าสอดแนมพวกข้าหลายครั้งด้วยจิตวิญญาณ เจ้าถึงขั้นฆ่าหนึ่งในพวกของ
ข้า ข้าไม่ได้วางแผนจะปล่อยให้เจ้าหนีไปได้เช่นกัน” เซินหลานกล่าวอย่างเย็น
ชา
ฉับพลัน มือซ้ายของนางพลันโปร่งแสงขณะสายเลือดสีน ้าเงินไหลซึมเข้าสู่เนื้อ
ของชายหนุ่มจากฝ่ามือ
สายเลือดสีน ้าเงินกระจายออกคล้ายใยแมงมุม
พวกมันปกคลุมทั่วร่างกายของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเพียงเวลาสั้น ๆ
จากนั้นสายเลือดสีน ้าเงินเคลื่อนเข้าสู่หน้าผากขณะล้อมเงาจิตวิญญาณที่ฝัง
รากลึกอยู่
“เจ้าถึงกับพยายามดึงจิตวิญญาณข้างั้นหรือ? เจ้าอยากช่วยคนคนนี้งั้นหรือ?
ฝันไปเถอะ!”
เงาจิตวิญญาณหัวเราะแหบห้าวก่อนระเบิดดังปัง
ฉับพลัน ไม่มีแรงกดดันจิตวิญญาณสักนิดที่สามารถตรวจจับได้จากสมาชิก
เผ่าพันธุ์วิญญาณอีกต่อไป
เซินหลานเม้มริมฝีปากขณะจ้องมองสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณที่ตายแล้วสักพัก
ท้ายที่สุด นางดึงสายเลือดสีน ้าเงินขณะพูดกับเซียนน่าในสภาพคอตกว่า “ข้า
ช่วยเขาไม่ได้”
“ท่านทำดีที่สุดแล้ว” เซียนน่าปลอบนาง
“เขายังมีร่องรอยของรอยประทับจิตวิญญาณเหลืออยู่ข้างใน ถ้าข้าสามารถ
ยับยั้งผู้รุกรานคนนั้นและฉวยเอาเศษเสี้ยวรอยประทับจิตวิญญาณนั่นมาได้ ข้า
สามารถคืนชีวิตเขาโดยใช้ย้อนเวลาเพื่อสละพลังชีวิตส่วนหนึ่งของข้าได้” เซิน
หลานถอนหายใจแผ่วเบา
“ย้อนเวลา!” ต๋านั่วจากเผ่าพันธุ์วิญญาณพลันสั่นไหว “นายหญิง ท่าน… ปลุก
ความสามารถซ่อนเร้นย้อนเวลาได้แล้วหรือ?”
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณที่เหลือดูตื่นเต้นเช่นกัน
ย้อนเวลาคือความสามารถสายเลือดปาฏิหาริย์ที่สุดที่ครอบครองโดยยอดฝีมือ
เผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านั้นด้วยคุณลักษณะเวลา ไม่เพียงแค่ทรงพลังเหลือเชื่อ
ในการต่อสู้เท่านั้น กล่าวได้ว่ามันสามารถชุบชีวิตได้แม้กระทั่งคนตาย
แต่ว่า ไม่ใช่ทุกคนที่มีคุณลักษณะเวลาที่โชคดีพอจะปลุกความสามารถซ่อน
เร้นทรงพลังแบบนั้นได้
ความจริง มีเพียงเมล็ดพันธุ์วิญญาณผู้ครอบครองคุณลักษณะสายเลือดอย่าง
ต ่าสามประเภทที่รวมคุณลักษณะเวลาเท่านั้นที่สามารถปลุกความสามารถ
สายเลือดนามย้อนเวลาได้
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีเมล็ดพันธุ์วิญญาณที่ปลุกความสามารถนี้ได้ก่อนไปถึงระดับ
ที่แปด
แต่สายเลือดของเซินหลานเพิ่งไปถึงระดับที่เจ็ด
“อืม ย้อนเวลาคือสิ่งที่ข้าได้ตอนไปถึงระดับที่เจ็ด” เซินหลานอธิบาย
“ท่านคือเมล็ดพันธุ์วิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์พวกข้าจริง ๆ!”
ต๋านั่วอดที่จะสะกดกลั้นความยินดีเอาไว้ไม่ได้
เทียบกับการเปิดเผยนี้แล้ว ความตายของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนนี้แทบ
ไม่มีค่าให้เทียบเลย
ขณะเดียวกัน ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกและชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกกำลัง
เดินเข้าหาสมาชิกที่ถูกยึดครองตามลำดับ
พวกเขาล้วนเชื่อเซินหลานหลังจากเห็นวิธีของนางและได้ยินเสียงกรีดร้องอย่าง
ไม่เต็มใจของสั่วหมู่เอ่อ
พวกเขาตอนนี้มั่นใจว่าสมาชิกตัวเองถูกยึดครองโดยสมาชิกเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณ
“ปัง! ปัง ปัง!”
จุดสีดำบนหน้าผากของสมาชิกที่ถูกยึดครองสามคนพลันระเบิด
เสียงร้องบ่นพวกเขาพลันหยุดลงขณะคอตก พวกเขาพลันเสียสัญญาณจิต
วิญญาณทั้งหมด
สั่วหมู่เอ่อคล้ายกับเข้าใจว่าไม่มีเหตุผลต้องครองร่างเหล่านี้อีกต่อไป ดังนั้นเขา
ทิ้งเบี้ยอย่างไม่ลังเล
ภัยคุกคามซ่อนเร้นที่เขาปลูกเอาไว้ในสามเผ่าพันธุ์จบลงอย่างเป็นทางการด้วย
ความล้มเหลวก็เพราะคำเตือนของฉินเลี่ยและความเข้าใจคมปลาบของเซิน
หลาน
“หมอนั่นไปไหนแล้ว?” ซือถ่านข่าถามเซินหลาน
“นายหญิง มนุษย์คนนั้นช่วยท่านจริงหรือ?” ต๋านั่วถามอย่างสงสัย
ทั้งเซียนน่าและปาจี๋จ้องมองในความมืดด้วยความสับสนเช่นกัน
“ใช่ เขาทำ” เซินหลานกล่าว
“พวกเราควรขอบคุณเขาและตบรางวัลกับคุณงามความดีนี้!” ต๋านั่วกล่าว
“เขาไปแล้ว” เซินหลานตอบเสียงเบา
“เขาไปแล้ว? เขามาถึงนี่เพียงเพื่อช่วยให้สายเลือดท่านมั่นคงงั้นหรือ? เขาไม่ขอ
สิ่งอื่นเลยหรือ?” ต๋านั่วดูประหลาดใจ
“อืม เขาเพียงมาช่วยข้า” เซินหลานพลักหน้าช้า ๆ
ทุกคนในหน่วยเผ่าพันธุ์วิญญาณประหลาดใจกับเรื่องนี้
ไม่ไกลกันนัก ซือถ่านข่าหยุดถามเมื่อได้ยินว่าฉินเลี่ยออกจากพื้นที่ไปแล้ว เขา
คล้ายกับทราบว่าฉินเลี่ยจะจากพวกเขาไปหลังจากช่วยเซินหลานแล้วเช่นกัน
ตอนนี้ เขาเพียงสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฉินเลี่ยและเซินหลาน
ตอนเขาพบฉินเลี่ยและบอกเกี่ยวกับสถานการณ์ของเซินหลาน เห็นได้ชัดว่า
ฉินเลี่ยยอมยื่นมือช่วยนาง
ฉินเลี่ยไปหาเซินหลานดังที่เขาคาดเอาไว้
“สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพที่มีหลุมศพเลือดเนื้อ สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณผู้เป็น
ไข่มุกเจิดจรัสที่สุด ถ้าพวกเขาเป็นพันธมิตรกันจริง เช่นนั้นการต่อสู้เพื่อผลึก
จิตวิญญาณ…” ซือถ่านข่าคิดกับตัวเอง
อีกด้าน
ฉินเลี่ยลอบออกมาตอนเซินหลานออกจากอาคมน ้าแข็งเพื่อกำจัดหุ่นเชิด
ของสั่วหมู่เอ่อ ตอนนี้เขากำลังคิดไปหาเผ่าพันธุ์เทพ
เขายืนยันแล้วว่าสั่วหมู่เอ่อมีหุ่นเชิดในหมู่เผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูก
และเผ่าพันธุ์มีปีกแล้ว
สั่วหมู่เอ่อกำลังควบคุมกระแสการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วอาณาจักรลับ
นี้จริง ๆ
ถึงจุดนี้ เขามั่นใจว่าทาสจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่ออยู่กับปีศาจหุบเหวและ
เผ่าพันธุ์เทพด้วยเช่นกัน
เขาไม่มีอำนาจต่อรองกับปีศาจหุบเหว ดังนั้นเขาไม่รนหาที่ แต่เขาสามารถ
แนะนำเผ่าพันธุ์เทพเกี่ยวกับภัยคุกคามนี้ได้
อีกอย่าง คล้ายกับไม่มีใครในห้าตระกูลใหญ่ที่ช ่าชองในความลับของจิต
วิญญาณ
ถ้าสั่วหมู่เอ่อสร้างทาสจิตวิญญาณภายในเผ่าพันธุ์เทพจริง เสวียนลั่ว ชางเยี่ย
และคนอื่นอาจจะไม่สามารถตรวจจับพวกมันได้
เพราะวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลหกตนกำลังหลับใหล
ภายในไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ มันจึงยากที่จะระบุตำแหน่งหน่วยเผ่าพันธุ์
เทพได้
หลังออกจากฝั่งของเผ่าพันธุ์วิญญาณ เขาท่องเที่ยวใกล้ทะเลจุดกำเนิดขณะ
รอการมาถึงของเผ่าพันธุ์เทพ
ถ้าสิ่งที่เซินหลานกล่าวเป็นความจริง เช่นนั้นเผ่าพันธุ์เทพจะโจมตีปีศาจหุบเหว
ในเร็ว ๆ นี้
ที่เขาต้องทำคือรอ
ดังคาด เขาสัมผัสถึงเผ่าพันธุ์เทพหลังจากรอไปสักพักได้
“ข้าสามารถไปหลังจากแจ้งพวกเขาได้ ตราบใดที่เห่าเจี๋ยไม่หยิบหลุมศพเลือด
เนื้อออกมาหลอมรวมกับร่างกาย หลุมศพเลือดเนื้อข้าน่าจะไม่สามารถถูก
ตรวจจับและตอบสนองได้”
หลังจากตัดสินใจ ฉินเลี่ยเดินเข้าหาเผ่าพันธุ์เทพเพื่อเตือนเกี่ยวกับสั่วหมู่เอ่อ
และความเป็นไปได้ว่ามีใครบางคนกลายเป็นทาสจิตวิญญาณ
ตอนที่ 1261: ภัยคุกคามซ่อนเร้น
ห้าตระกูลเผ่าพันธุ์เทพเดินทัพอย่างภาคภูมิใต้หินแสงมืดจำนวนมากขนาด
แตกต่างกัน
ระหว่างทาง หน่วยต่างแดนจำนวนมากผู้โชคดีพอจะอยู่รอดได้ระหว่างมาทะเล
จุดกำเนิดเร่งหลบทางเมื่อเห็นพวกเขา
แม้กระทั่งปีศาจหุบเหวผู้กำลังตรวจตราใกล้ ๆ ยังต้องรักษาระยะห่างเมื่อพบ
พวกเขา ไม่เพียงแค่เป็นการฆ่าตัวตายเท่านั้น พวกเขาไม่กล้าปะทะกับจำนวน
มากขนาดนี้เพียงลำพังเช่นกัน
ตอนนี้ เผ่าพันธุ์เทพเป็นกองกำลังเดียวในทะเลจุดกำเนิดที่กล้าปะทะกับผู้ล่า
จากปีศาจหุบเหวในการต่อสู้
ยิ่งไปกว่านั้น คนจำนวนน้อยยิ่งที่ได้ยินว่าเห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ยคือคนที่
สร้างบาดแผลสาหัสกับตี๋เจียแดนชำระหวงเฉียน คนที่เป็นเหยื่อของตี๋เจียมอง
เห่าเจี๋ยเป็นผู้นำขณะจ้องหาทางล้มผู้ล่าจากปีศาจหุบเหว
หน่วยจำนวนมากเริ่มปฏิบัติการในอาณาจักรลับหลังจากทราบว่าเผ่าพันธุ์เทพ
เริ่มเดินทัพสู่ทะเลจุดกำเนิด
“เจ้าฟื้นตัวแล้วจริงหรือ?”
ชางเยี่ยหันมาชำเลืองมองเห่าเจี๋ยด้วยความกังวลก่อนถามว่า “บาดแผลของเจ้า
จะแย่ขึ้นหาก… หลอมรวมกับหลุมศพเลือดเนื้ออีกครั้งหรือเปล่า?”
“ไม่เป็นไร ข้ามั่นใจว่าสามารถปลดปล่อยพลังของหลุมศพเลือดเนื้อได้อีกครั้ง”
เห่าเจี๋ยกล่วอย่างหยิ่งทะนง
“เจ้าจำบุคคลลึกลับกับหลุมศพเลือดเนื้อที่ข้าบอกก่อนหน้านี้ได้หรือเปล่า?”
ชางเยี่ยถาม
“เจ้าหมายถึงสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนไร้นามน่ะหรือ?” เห่าเจี๋ยพ่นลมออกจมูก
เล็กน้อยอย่างเย้ยหยันก่อนตอบว่า “ข้าไม่เชื่อว่าเขาช ่าชองวิชาหลอมรวมหลุม
ศพ ข้าไม่เชื่อว่าเขาสามารถปลดปล่อยพลังหลุมศพเลือดเนื้อได้เช่นกัน”
ชางเยี่ยครุ่นคิดสักพักก่อนถามอีกครั้งว่า “เจ้าสามารถหาเขาได้หรือไม่?”
“หาเขา?” เห่าเจี๋ยดูประหลาดใจ
“อืม ถ้าเจ้าสามารถหาเขาและโน้มน้าวให้มาเข้าร่วมกับพวกเราได้ เช่นนั้น
ความสำเร็จของพวกเราจะมีหลักประกัน” ชางเยี่ยกล่าวอย่างจริงจัง “ตาม
ข้อมูลของสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนั้น ตี๋เจียไม่ใช่ผู้นำคนเดียวที่
ครอบครองทะเลจุดกำเนิดในตอนนี้ ยังมีหญิงสาวผู้มาจากแดนชำระจิ่วโยว
ถ้าตี๋เจียทรงพลังมากแล้ว ข้ามองไม่ออกเลยว่าพวกเราจะรับมือกับทั้งมันและ
หญิงสาวคนนั้นอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนพวกเรายังน้อยเมื่อเทียบกับปีศาจ
หุบเหวระดับสูงเหล่านี้”
เห่าเจี๋ยขมวดคิ้วก่อนตอบว่า “ข้าสัมผัสได้หากเขาอยู่ใกล้ข้ามากและก็ตอนที่
หลอมรวมหลุมศพเลือดเนื้อ”
ชางเยี่ยรู้ว่าแผนของนางเปล่าประโยชน์เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางอดที่จะถอนหายใจ
ไม่ได้ “น่าเสียดาย ถ้าฉินเลี่ยอยู่กับพวกเรา โอกาสพวกเราคงมากกว่านี้ แต่…”
ฉินเลี่ยเรียนรู้วิชาจุดชนวนโลหิตหมู่ ดังนั้นเขามอบความสามารถจุดชนวน
สายเลือดและเสริมสร้างพละกำลังเป็นเวลาสั้นให้สมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุกคน
ได้
ตอนนี้ หน่วยตระกูลเลี่ยเยี่ยนมีสมาชิกมากที่สุด ถ้าสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนทุก
คนสามารถจุดชนวนสายเลือดได้ นางมั่นใจว่าพลังโดยรวมจะเพิ่มขึ้นมาก
“เขาก็แค่เลือดผสม ข้าปฏิเสธที่จะเชื่อว่าเขาเป็นประโยชน์ขนาดนั้น” เห่าเจี๋ย
กล่าวอย่างเย็นชา
ชางเยี่ยเงียบ
ด้านหลังพวกเขา กานชิง หลิวยั่งและอู้ชาอดที่จะคิดถึงฉินเลี่ยไม่ได้ขณะฟังบท
สนทนา
ร่องรอยความขมขื่นระบายผ่านริมฝีปาก
ฉินเลี่ยจากพวกเขาโดยไม่กล่าวลาสักคำ พวกเขาต้องยอมรับว่านั่นทำให้
ผิดหวัง แม้กระทั่งพวกเขาก็เริ่มสงสัยว่าการเชื่อใจฉินเลี่ยเป็นการกระทำที่
บุ่มบ่ามไปหน่อยหรือเปล่า
“ใครบางคนกำลังมาทางพวกเรา!”
ฉับพลัน หมิงซวี่จากตระกูลกวงหมิงตะโกนเตือนด้วยความประหลาดใจ
สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพจ้องไปด้านหน้าด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
ตอนนี้ พวกเขาเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิดมาก ปีศาจหุบเหวคือกลุ่มเดียวที่อยู่ใกล้
พวกเขามากที่สุด มีคนจำนวนมากกำลังรอการปะทะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ทุกหน่วยที่รู้เส้นทางตอนนี้ของพวกเขาหลบทางให้นานแล้ว แม้กระทั่งสมาชิก
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณลึกลับคนนั้นก็ไม่ปรากฏตัวในพักหลังมานี้เช่นกัน
ดังนั้น ไม่มีเหตุผลที่จะมีใครบางคนปรากฏตัวใกล้ทะเลจุดกำเนิด
พวกเขาจับจ้องสายตาไปด้านหน้าทันที
ร่างโอ่อ่าปรากฏตัวช้า ๆ ใต้หินแสงมืด
“ฉินเลี่ย!”
ทันทีที่กานชิงและคนอื่นเห็นว่าเป็นใคร พวกเขาส่งเสียงร้องด้วยความยินดีทันที
ความผิดหวังยิ่งในใจพวกเขาหายไปทันทีที่เห็นเขา
แม้กระทั่งชางเยี่ยก็ดูมีความสุข
นางรู้ดีว่าฉินเลี่ยมีพลังเสริมสร้างพละกำลังของตระกูลเลี่ยเยี่ยนทั้งหมด การ
ต่อสู้ของพวกเขากับปีศาจหุบเหวหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการมาถึงของฉินเลี่ยจึง
ช่วยเสริมสร้างพละกำลังโดยรวมของพวกเขาอย่างแน่นอน
“เขาปรากฏตัวในเวลาแบบนี้งั้นหรือ? หึ…” เสวียนลั่วจากตระกูลเสวียนปิงจ้อง
มองเขาอย่างเย็นชา เขาลอบคิดเช่นนี้อยู่ในใจ ตอนนี้ ทุกคนประหลาดใจกับ
การมาถึงฉับพลันของฉินเลี่ย
กานชิงและหลิวยั่งเดินเข้าไปพบฉินเลี่ยอย่างไม่ลังเล
“สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณที่ชื่อสั่วหมู่เอ่อปลูกฝังทาสจิตวิญญาณในทุก
หน่วย” ฉินเลี่ยเข้าประเด็นทันที “เผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูกและ
เผ่าพันธุ์มีปีกล้วนพบทาสจิตวิญญาณในหมู่พวกเขาแล้ว ข้าหวังว่าพวกเจ้า
ล้วนสามารถมองเรื่องนี้อย่างจริงจังและตรวจสอบดูว่ามีคนรอบข้าง… ที่เป็นดัง
ว่าหรือเปล่า”
“เจ้ามาที่นี่เพื่อโต้เถียงงั้นหรือ?” เห่าเจี๋ยถามอย่างเย็นชา
เสวียนลั่วหันมามองหงไข่ “คำพูดของเขาย่อมไม่มีประโยชน์กับหน่วยพวกเรา”
กานชิงตอบหลังจากประหลาดใจสักพัก “พวกข้าไม่เคยแยกจากกัน เจ้าก็รู้ ไม่
มีทางที่สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคนนั้นจะฉวยโอกาสปลูกทาสจิตวิญญาณ
ในหมู่พวกเราหรอก”
“ก่อนหน้านี้เจ้าออกจากข้างหน่วยหรือเปล่า?” ฉินเลี่ยมองชางเยี่ย
“ข้าออก” ชางเยี่ยตอบ
ขณะนางกล่าวเช่นนี้ นางมองสมาชิกหน่วยตัวเองอย่างสงสัย
“พี่ใหญ่ชางเยี่ย! พวกเราไม่ได้ถูกผูกมัดนะ!”
“อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระของเขา!”
“เขามาที่นี่เพื่อสร้างปัญหาให้พวกเรา!”
สมาชิกตระกูลเฮยอันล้วนบ่นอย่างเกรี้ยวกราด
ดวงตาของหมิงซวี่พลันเจิดจ้าด้วยแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์หลังจากได้ยินเหตุผลการ
มาของฉินเลี่ย
เขาจ้องมองสมาชิก สายตาพวกเขาพลันส่องแสงสีขาวเช่นกัน
เขาจ้องมองสมาชิกสักพักก่อนแสงสว่างในดวงตาหมองหม่น จากนั้น เขากล่าว
ว่า “ข้ารับปากว่าสิ่งที่เจ้าพูดจะไม่เกิดกับหน่วยของข้า”
“ข้าแนะนำว่าตระกูลชี่เสวี้ยและตระกูลเฮยอันต้องได้รับการตรวจสอบเช่นกัน”
ฉินเลี่ยกล่าวอย่างสงบ
“เป็นเจ้าเองหรือเปล่าที่เป็นทาสจิตวิญญาณเพื่อมาปั่นหัวพวกข้า?” สมาชิก
ตระกูลชี่เสวี้ยคนหนึ่งตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
“ข้าคิดว่าเขาน่าสงสัยกว่าพวกเราอีก!” สมาชิกตระกูลเฮยอันอีกคนประกาศ
ลั่น “เขาคือคนเดียวที่ยังคงหายไปในช่วงสำคัญ! ข้าคิดว่าเขาต้องมีแรงจูงใจ
บางอย่างแน่! พี่ใหญ่ชางเยี่ย พวกเราควรจับเขาเพื่อดูว่ามีความลับอะไรซ่อนไว้
ด้วยวิชาลับค้นหาจิตวิญญาณ!”
“ข้าก็ขอร้องเช่นกัน!” สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยเห็นด้วย
ฉินเลี่ยหัวเราะเบา ๆ ขณะจ้องมองทั้งสอง “พวกเขาน่าสงสัยที่สุด ข้าแนะนำว่า
พวกเจ้าตรวจสอบกันเองก่อนเลย”
“ข้าเชื่อพี่น้องตัวเอง แต่ข้าไม่เชื่อเจ้า!” เห่าเจี๋ยกล่าวอย่างเย็นเยือก “ข้าคิดว่า
เจ้าน่าสงสัยที่สุดแล้ว!”
ตอนที่ 1262: ปะทะสั้น ๆ
เห่าเจี๋ยโบกมือทันทีหลังจากพูดจบขณะส่งสัญญาณให้สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ย
ล้อมฉินเลี่ยเอาไว้
ตอนนี้ หน่วยตระกูลชี่เสวี้ยเล็กเป็นอันดับสองในบรรดาห้าตระกูล
หน่วยของตระกูลเลี่ยเยี่ยนยังมีสมาชิกแปดคนรวมฉินเลี่ย หน่วยของตระกูลเฮย
อันมีสมาชิกรอดชีวิตเจ็ดคนเช่นกัน หน่วยของหมิงซวี่ถึงขั้นน่าแปลก ไม่เสีย
ใครเลยสักคนเดียว
แต่หน่วยของตระกูลชี่เสวี้ยเพียงเหลือห้าคนรวมเห่าเจี๋ย ตอนนี้ฉินเลี่ยกำลัง
บอกว่าหนึ่งในพวกเขาถูกเปลี่ยนเป็นทาสจิตวิญญาณ
เขาไม่อาจยอมรับได้!
สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยสี่คนเข้าใกล้ฉินเลี่ยอย่างเงียบงันหลังจากได้รับคำสั่ง
คนที่ฉินเลี่ยสงสัยพูดแหบห้าวขณะเข้าใกล้ด้วยสีหน้าเย็นเยือก “เจ้ามันคนขี้
ขลาดตอนพวกข้าสู้กับปีศาจหุบเหวก่อนหน้านี้ แค่นั้นก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเจ้า
เป็นคนชั่! หลังจากนั้น เจ้าหายไปอีกครั้งและไม่กลับมายังจุดรวมพล นั่นก็
พิสูจน์แล้วว่าเจ้ากำลังวางแผนบางอย่างอยู่! ตอนนี้ ตอนพวกเรากำลังจะโจมตี
ครั้งสุดท้ายใส่ปีศาจหุบเหว จู่ ๆ เจ้าปรากฏตัวและพยายามคัดค้านระหว่างกลุ่ม
พวกข้า! ไม่ว่าจะมองมุมไหน เจ้าก็น่าสงสัยที่สุดในหมู่พวกข้าอยู่ดี! เจ้าไม่มี
สิทธิ์สงสัยคนอื่นด้วยซ ้า!”
สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยไม่ใช่กลุ่มเดียวที่เห็นเช่นนี้เท่านั้น ทุกคนคิดว่าคำพูดของ
เขามีเหตุผล
ฉินเลี่ยทำตัวผิดปกติน่าสงสัย พวกเขาอดที่จะสงสัยเขาไม่ได้
ชางเยี่ยผู้กำลังคิดตรวจสอบสมาชิกต้องสงสัยในกลุ่มลังเลเช่นกัน นางตัดสิน
ชะลอการกระทำเอาไว้ก่อน
นางไม่ได้ติดต่อกับฉินเลี่ยมากนัก จุดยืนของนางเกี่ยวกับฉินเลี่ยเป็นกลางค่อน
ไปทางไม่เชื่อ
นางยังกลัวว่าฉินเลี่ยอาจจะมีแรงจูงใจอื่น นางกังวลว่าอาจจะติดกับของฉินเลี่ย
จนเสียความเชื่อใจของสมาชิกหน่วยไป
“ฉินเลี่ยไม่เคยพูดไร้เหลวไหลนะ!”
หลิวยั่งเป็นคนเดียวที่พูดในสถานการณ์เช่นนี้ นางเชื่อหนักแน่นว่าฉินเลี่ยจะไม่
จงใจทำร้ายพวกเขา
หนานฉี ลี่เหวยและคนอื่นเงียบ พวกเขาไม่พูดอะไรตั้งแต่ต้นจนจบ
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเสียความเชื่อใจฉินเลี่ยไปแล้ว
ขณะเผยรอยยิ้มขมขื่นบนใบหน้า กานชิงกำลังจะพูดบางอย่างเมื่อพบว่าทุกคน
ยกเว้นเขา หลิวยั่งและอู้ชากำลังสงสัยฉินเลี่ย
แม้กระทั่งเยี่ยนเฟิงก็สงสัย
ตอนนี้ สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยสี่คนปลดปล่อยไอชั่วร้ายที่เปลี่ยนเป็นงูหลามดูน่า
กลัวจำนวนมากออกมาช้า ๆ
ใบหน้าของกานชิงมืดมนขณะกล่าวอย่างร้อนรนว่า “พวกเจ้าจะทำอะไรน่ะ?”
ฉินเลี่ยหรี่ตาขณะจ้องมองงูหลามสีดำสี่ตัวที่ล้อมรอบคอของชายหนุ่มสี่คน
เอาไว้ งูจ้องมองเขาด้วยสายตาชั่วร้าย
“ข้าว่าข้าไม่เคยได้ยินความเชื่อใจจากพวกเจ้าอยู่แล้ว” ฉับพลัน เขายิ้มเย้ย
หยันตัวเอง
ถ้าเขาไม่ปกป้องหน่วยตระกูลเลี่ยเยี่ยน พวกเขาจะเสียคนไปมากกว่าหนึ่ง
ถ้าเขาไม่พยายามช่วย หน่วยของกานชิงและหนานฉีจะเสียสมาชิกครึ่งหนึ่ง
ตอนเผชิญหน้ากับเหวยเซินเท่อ
หลังจากเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิด เขาคือคนที่ทำให้หงไข่และเสวียนลั่วมารวมตัว
เขาทำทุกสิ่งเท่าที่จะสามารถทำได้
แต่เมื่อถึงตอนที่เขาต้องการความเชื่อใจ พวกเขาคล้ายกับไม่เชื่อเขาโดย
ตัดสินจากความจริงว่าเขาเป็นเลือดผสม
เสวียนลั่ว หมิงซวี่และแม้แต่ชางเยี่ยไม่ได้ช่วยเขาเลยแม้สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยสี่
คนกำลังเข้าใกล้ก็ตาม
กานชิง หลิวยั่งและอู้ชาเป็นกลุ่มเดียวที่ยังดูเหมือนเป็นห่วงเขา
“ไม่ใช่ว่าพวกข้าไม่อยากเชื่อใจเจ้า เจ้าแค่… น่าสงสัยเกินไป มันก็แค่นั้น” ชาง
เยี่ยถอนหายใจ
“ข้าว่าข้าไม่ควรมาเลยจริง ๆ” ฉินเลี่ยส่ายหน้าบิดเบี้ยว “ช่างเถอะ อย่างน้อยข้า
ก็รู้ว่าตอนนี้จุดยืนของเจ้าคืออะไร”
อสนีสีน ้าเงินล้อมร่างกายของเขาทันที
“เขากำลังจะหนี!”
สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยสี่คนผนึกเส้นทางหลบหนีของฉินเลี่ยด้วยงูหลามสีแดง
งูหลามขนาดมหึมาแหวกว่ายในอากาศขณะอัญเชิญม่านสีแดงมาปกคลุมมิติ
รอบฉินเลี่ยเพื่อกักขังเอาไว้
“เก้าอสนีบาตกัมปนาท!”
ฉับพลัน บอลอสนีบาตยักษ์ส่องแสงจนเกิดตัวตนขึ้นมา
“ครืน!”
บอลอสนีบาตยักษ์เก้าลูกระเบิดพร้อมกันนเป็นทะเลอสนี
งูหลามดูน่ากลัวสี่ตัวกระจายเป็นหมอกโลหิตจากการโจมตีดังกล่าว
ในเวลาเดียวกัน ฉินเลี่ยพุ่งออกไปทางที่เขามาคล้ายอสนี
“จะไปแล้วหรือ? มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอก!” เห่าเจี๋ยพ่นลมออกจมูกเย็นชา
ภาพนองเลือดชั่วร้ายพลันปรากฏเหนือเส้นทางหลบหนีของฉินเลี่ย ภาพบิด
เบี้ยวและแปรเปลี่ยนขณะสร้างงูบิดงอจำนวนมากขึ้นมา
ไอความตายชั่วร้าย เข้มข้นและหนาแน่นพ่นออกจากภาพนองเลือดนั่น
ฟองโลหิตเริ่มผุดขึ้นจากพื้นผิวภาพนองเลือดคล้ายกลุ่มฟอง
ทุกฟองคล้ายกับเต็มไปด้วยใบหน้าพร่าเลือนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความ
กลัวและความสิ้นหวัง บางใบหน้าเป็นของปีศาจหุบเหว บ้างก็เป็นของสมาชิก
เผ่าพันธุ์วิญญาณ ฉินเลี่ยสามารถแยกแยะเผ่าพันธุ์มีปีก เผ่าพันธุ์กระดูกและ
เผ่าพันธุ์แปลกประหลาดอื่นจำนวนมากที่ไม่รู้จักได้เช่นกัน
ใบหน้าพร่าเลือนโชกเลือดเหล่านี้คล้ายกับเป็นเหยื่อของเห่าเจี๋ย พวกเขาเริ่ม
กรีดร้องไร้เสียงทันทีหลังจากปรากฏขึ้น
ถึงแม้หูของเขาจะไม่ได้ยินสิ่งใด แต่เสียงพวกเขาคล้ายกับเข้าตรงสู่จิตใจ
“ตูม!”
การโจมตีทำให้ฉินเลี่ยสะดุดกลางอากาศคล้ายใครบางคนโจมตีใส่
ในเวลาเดียวกัน ภาพนองเลือดพลันลงมาคล้ายตาข่าย
“เจ้าคิดว่าไร้เทียมทานหรือ?”
ฉินเลี่ยหันไปมองด้วยสายตาที่เหมือนกับสระลาวาขณะเส้นผมสีแดงยาวไม่
หยุด
“วิชาโลหิต ระเบิด!”
บอลแสงสว่างโลหิตเร่าร้อนปรากฏในฝ่ามือ มันถูกล้อมด้วยสิ่งที่คล้ายกับไอ
โลหิตชั่วร้ายไม่มีสิ้นสุดขณะยังคงโป่งพองคล้ายหัวใจกำลังเต้น
“ปัง!”
แสงสว่างโลหิตระเบิดขณะส่งคลื่นกระแทกจากไอโลหิตกลับไปยังภาพนอง
เลือด
“ฟิ่ว!”
ในเวลาเดียวกัน ประกายแสงจันทราแวววาว หยาดน ้าตาจันทราจากเผ่าพันธุ์
จันทราสงบนิ่ง พลันปรากฏขึ้นในท้องฟ้าขณะสับภาพนองเลือดเป็นชิ้น ๆ
เห่าเจี๋ยกำลังจะตามฉินเลี่ยเมื่ออีกฝ่ายพลันหยุดลง สายตาของเขาพลันทอ
ประกายแปลกประหลาด
เขาคล้ายกับกำลังสะกดกลั้นหลุมศพเลือดเนื้อในหน้าอกเอาไว้
“เจ้าควรเก็บพลังไว้สำหรับปีศาจหุบเหวที่ทะเลจุดกำเนิด” ฉินเลี่ยยกมุมปาก
และเย้ยหยัน “ข้าสงสัยจริงว่าเจ้าทรงพลังแค่ไหน แต่ข้าว่าข้าประเมินเจ้าสูง
เกินไป”
“ตูม!”
บอลแสงสว่างโลหิตยักษ์อีกลูกระเบิดจากภาพแตกสลาย ประกายอสนีขนาด
เล็กมากออกมาเช่นกัน
ภาพนองเลือดแห่งความตายและใบหน้าชุ่มเลือดจำนวนมากกลายเป็นเถ้าถ่าน
ทันที
เห่าเจี๋ยส่งเสียงครางต ่าขณะคลื่นสีแดงผิดธรรมชาติไหลบ่าเข้าที่หน้า เขากุม
หน้าอกด้วยมือข้างหนึ่งขณะสายตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ฉินเลี่ย!” กานชิงตะโกน
“ลาก่อน” ฉินเลี่ยไม่ถึงขั้นชำเลืองมองทางของตระกูลเผ่าพันธุ์เทพ เขาหันหลัง
และจากไป
ครั้งนี้ ไม่มีใครพยายามหยุดเขา
ประกายโลหิตฉายผ่านดวงตาของเห่าเจี๋ย ฉับพลันเขาฟาดสมาชิกตระกูลชี่
เสวี้ยคนหนึ่งที่ร้องขอเลือดของฉินเลี่ยใส่หลังศีรษะ
“พรวด!”
เลือดไหลออกจากดวงตา จมูกและหูของคนคนนั้น เขาดูน่ากลัวเหลือเชื่อ
“เจ้า!” เขากรีดร้อง
เห่าเจี๋ยพ่นลมออกจมูกก่อนแทงนิ้วกลางตรงไปที่สมองของคนคนนั้น
เลือดไหลออกทุกหนแห่ง
สายควันจิตวิญญาณสีดำไหลออกจากอวัยวะของชายคนนั้น พวกมันรวมตัว
เป็นเงาจิตวิญญาณที่ใบหน้าถูกปกปิดช้า ๆ
ขณะใบหน้าเปลี่ยนไป ชางเยี่ยหันมาจ้องมองสมาชิกตระกูลเฮยอันที่ฉินเลี่ยชี้
ก่อนหน้านี้
สมาชิกตระกูลเฮยอันเริ่มหัวเราะน่าขนลุกเมื่อเห็นสายตาของชางเยี่ย “เผ่าพันธุ์
พวกเจ้ามันเป็นพวกเนรคุณจริง ๆ”
เงาจิตวิญญาณไร้พิษภัยลอยออกจากศีรษะขณะจากไปก่อนชางเยี่ยจะทัน
ตอบสนอง
เงาจิตวิญญาณทั้งสองรวมตัวและหายไปในความมืดก่อนสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพ
จะทันตอบสนอง
“ฉินเลี่ยพูดถูก! พวกเขาถูกยึดครองโดยสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ!”
หลิวยั่งตะโกนก่อนจ้องมองไปทางที่ฉินเลี่ยจากไป
กานชิงและอู้ชารีบตามนางไปหลังจากประหลาดใจสักพัก
ทุกคนยืนขึ้นอย่างสับสนขณะจ้องมองเห่าเจี๋ยด้วยความมึนงงและประหลาดใจ
พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ เห่าเจี๋ยถึงเลือกที่จะเชื่อฉินเลี่ย
ตอนที่ 1263: จัดวางเป้าหมายใหม่
“เห่าเจี๋ย ทำไมจู่ ๆ … เจ้าเลือกที่จะเชื่อฉินเลี่ยล่ะ?”
ชางเยี่ยมองเห่าเจี๋ยอย่างสงสัยหลังจากเห็นเงาจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อหลอม
รวมกลับและหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
กานชิงและหลิวยั่งไล่ตามฉินเลี่ยเพื่อโน้มน้าวให้เขากลับมา
สมาชิกที่เหลือรู้ว่าความสัมพันธ์พวกเขากับฉินเลี่ยอย่างมากก็ไม่ได้ดีเลิศ
ดังนั้นพวกเขาไม่คิดที่จะตามไป
พวกเขาล้วนสับสนกับการตัดสินใจฉับพลันของเห่าเจี๋ยที่หันมาโจมตีสหายร่วม
หน่วยตัวเอง
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ความสงสัยของเห่าเจี๋ยพลันหายไปหลังจากปะทะกับ
ฉินเลี่ยสั้น ๆ ความจริง เขาหันมาโจมตีสมาชิกเสียงดังที่สุดของหน่วยทันทีโดย
ไม่มีการกล่าวเตือน
ขณะไม่ทันตั้งตัว สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยคนนั้นถูกกำราบโดยเห่าเจี๋ยทันทีก่อน
ควันของแรงกดดันจิตวิญญาณเริ่มออกจากดวงตาและจมูก มันพิสูจน์แล้วว่า
คำหักล้างของฉินเลี่ยถูกต้อง สั่วหมู่เอ่อปลูกทาสจิตวิญญาณบางส่วนในกลุ่ม
พวกเขา
“ข้ารู้สึกถึงอะไรบางอย่าง มันก็แค่นั้น” เห่าเจี๋ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เห็นได้ชัดว่าเห่าเจี๋ยไม่อยากสนทนาหัวข้อนี้อีก ไม่มีทางที่จะได้ข้อมูลเป็น
ประโยชน์จากเขาอีก
“ดูท่าพวกเราจะตัดสินใจผิดแล้ว” หมิงซวี่จากตระกูลกวงหมิงขมวดคิ้ว
ชางเยี่ยถอนหายใจแผ่วเบา “ข้าหวังว่ากานชิงและหลิวยั่งจะโน้มน้าวให้เขา
กลับมาได้”
หมิงซวี่ส่ายหน้าและกล่าวว่า “ถ้าข้าเป็นเขา ยังไงก็ไม่กลับมาหรอก”
ความเสียดายเข้าสู่ดวงตาของชางเยี่ย
………
กานชิงและหลิวยั่งไล่ตามฉินเลี่ยสักพัก
แต่ว่า พวกเขาไม่สามารถมองเห็นฉินเลี่ยหรือสัมผัสแรงกดดันได้แม้จะไล่
ตามมานาน พวกเขากำลังจะตัดใจตอนที่ฉินเลี่ยพลันปรากฏตัวขึ้นเอง
“พวกเขาเพิ่งยืนยันว่าเจ้าพูดถูก!” ขณะถือหินแสงมืดในมือ หลิวยั่งกล่าวอย่าง
ตื่นเต้นทันทีที่เห็นเขา “ชางเยี่ยและเห่าเจี๋ยเพิ่งกดดันให้ทาสจิตวิญญาณสอง
คนเปิดเผยตัวเอง! ตระกูลจะเชื่อเจ้าแล้ว ฉินเลี่ย เจ้าไม่ต้องไปแล้ว!”
กานชิงพยักหน้าเช่นกัน “พวกเราต้องการเจ้าจริง ๆ ฉินเลี่ย”
“ต่อให้พวกเขาไม่สงสัยข้าตอนนี้ ข้ายังต้องจากพวกเจ้าไปอยู่ดี” ฉินเลี่ยกล่าว
ขอโทษ “พูดตามตรง ข้าไม่ได้ซื่อตรงกับพวกเจ้าทั้งหมด… แต่ข้าไม่ได้มีเจตนา
จะทำร้ายพวกเจ้า”
“ข้าเชื่อเจ้า” หลิวยั่งกล่าวอย่างจริงจัง
“ข้าเชื่อเจ้าเช่นกัน” กานชิงกล่าว
ฉินเลี่ยยิ้มให้พวกเขาและอธิบายว่า “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเชื่อข้า แต่กับคนอื่นคงพูด
ได้ไม่เต็มปากใช่ไหมล่ะ? อีกอย่าง ข้ารับปากไม่ได้ว่าเรื่องที่เลวร้ายกว่าจะ
เกิดขึ้นหากความลับบางส่วนของข้าถูกเปิดเผย ด้วยเหตุนี้ข้าจึงไม่อยากสร้าง
ความแตกแยกและออกจากตระกูลเพื่อให้สู้กับปีศาจหุบเหวในฐานะกองกำลัง
สามัคคีหนึ่งเดียว”
“อะไรที่เจ้าบอกพวกข้าไม่ได้?” กานชิงถาม
ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพักก่อนยิ้มบิดเบี้ยว “ข้าขอโทษจริง ๆ แต่ข้าไม่สามารถพูด
อะไรได้ในตอนนี้”
“เช่นนั้นตอนนี้เจ้าวางแผนจะทำยังไง?” กานชิงดูประหลาดใจ
“ข้าอาจจะมุ่งหน้าไปทะเลจุดกำเนิดเพื่อช่วยพวกเจ้าทุกคนด้วยวิชาจุดชนวน
โลหิตหมู่หลังจากเริ่มสู้กับปีศาจหุบเหวเหล่านั้น” ฉินเลี่ยยิ้มก่อนกล่าวต่อว่า
“แต่ตอนนี้ ข้าอยากอยู่คนเดียว”
ดวงตาของกานชิงทอประกายเล็กน้อย ความจริงที่ฉินเลี่ยให้สัญญาจะช่วยพวก
เขาในช่วงสำคัญย่อมหมายความว่าฉินเลี่ยไม่ได้วางแผนจะตัดขาดกับพวกเขา
อย่างสมบูรณ์
นั่นหมายความว่าฉินเลี่ยยังอยู่ข้างพวกเขา
“ถ้างั้นก็ดี ข้าไม่บังคับให้เจ้ากลับไปหากไม่ต้องการ แค่รักษาตัวด้วย เข้าใจ
ไหม?” กานชิงครุ่นคิดสักพักก่อนกล่าวต่อว่า “ไม่ว่าความลับที่เจ้าปกปิดจาก
พวกข้าจะเป็นอะไร แต่ข้ามั่นใจว่าพวกข้าสามารถคิดหาหนทางคลี่คลายได้”
“ขอบคุณ” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างจริงใจ
“เจ้าและข้าไม่ต้องพูดสุภาพกันแบบนี้หรอก” กานชิงยิ้มเช่นกัน
“จำเอาไว้ว่าให้ระวังสั่วหมู่เอ่อ!” ฉินเลี่ยมอบคำแนะนำสุดท้ายให้พวกเขาขณะ
เมินสีหน้าขอร้องของหลิวยั่งและเดินกลับเข้าไปในความมืด
เมื่อกานชิงและหลิวยั่งหายไปจากสายตาของฉินเลี่ยแล้ว พวกเขาลอบถอน
หายใจขณะกลับหน่วยเผ่าพันธุ์เทพ
………
ที่หุบเหวร้างเยือกแข็ง
ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณของฉินเลี่ยขดตัวภายในวงแหวนเสาน ้าแข็ง
ยักษ์ ดวงตาขนาดใหญ่ของมันเต็มไปด้วยแสงสว่างเข้มที่ถูกถักทอ
เขาวิเคราะห์เศษเสี้ยวจิตวิญญาณและความทรงจำกระจัดกระจายที่ดึงออกจาก
เซ่อหลินได้เกือบทั้งหมด
วิชาลับเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณจำนวนมากที่เขาคิดว่าไม่สามารถค้นหาได้ใน
อดีตพลันเด่นชัดและเข้าใจง่ายได้เพราะความทรงจำใหม่เหล่านี้
น่าเสียดาย เขายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับองค์ชายลำดับที่หนึ่งของเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณ ไข่มุกกำราบจิตวิญญาณและความลับของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
ทุกสิ่งที่เขาทราบจากความทรงจำข้องเกี่ยวกับมรดกของและวิชาลับของ
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
ความพยายามที่จะค้นพบโครงสร้างพลังของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและบุคคล
สำคัญในเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณล้มเหลวเพราะเหตุนี้
“ดูกันว่าข้าสามารถส่งพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์เข้าจิตวิญญาณเดิมได้หรือ
เปล่า” ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณเริ่มทำงาน
สายแสงสว่างจิตวิญญาณเด่นชัดปะทุออกจากลูกตาของร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิต
วิญญาณขณะพลันหายไปจากหุบเหวร้างเยือกแข็ง
คลื่นต่างมิติสามารถมองเห็นในที่ที่แสงสว่างจิตวิญญาณหายไปได้ มัน
เหมือนกับพวกมันเคลื่อนเข้าสู่มิติที่ไม่รู้จัก
ในเวลาเดียวกัน
หลังแยกกับกานชิงและหลิวยั่ง ฝีเท้าของฉินเลี่นพลันหยุดลง
ดวงตาของเขาส่องแสงผิดธรรมชาติ
ในเวลาเดียวกัน ทะเลสาบจิตวิญญาณของเขาเริ่มกระเพื่อมช้า ๆ
ด้วยวิธีบางอย่าง ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณหาทางฝ่าอาคมมิติและส่งสาย
พลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์เข้าสู่ทะเลสาบจิตวิญญาณของเขาได้
พลังจิตวิญญาณที่เขาใช้ขณะสู้กับเห่าเจี๋ยและทำสิ่งอื่นได้รับการเติมเต็มอย่าง
รวดเร็วเพราะเหตุนี้
เพียงแค่ไม่กี่สิบวินาที วิญญาณของฉินเลี่ยได้รับการรักษาเต็มที่
“ในที่สุด! ในที่สุด ข้าก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับพลังจิตวิญญาณอีกแล้ว!”
ต้องใช้พลังจิตวิญญาณมากเพื่อศึกษาผังวิญญาณโบราณในมิติที่สี่ของไข่มุก
กำราบจิตวิญญาณ
ต้องใช้พลังจิตวิญญาณจำนวนมากเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงกายภาพที่มา
กับพลังและวิชาใหม่ของเขาเช่นกัน
แม้กระทั่งการสอดแนมสิ่งมีชีวิตอื่นในโลกจุดกำเนิดนี้ด้วยจิตวิญญาณตระหนัก
รู้ก็ต้องใช้พลังจิตวิญญาณ ยิ่งการต่อสู้กับศัตรูแล้วยิ่งแล้วใหญ่
เขาไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสุขภาพและพลังเลือดเนื้อเพราะมีหลุมศพเลือดเนื้อ
พลังจิตวิญญาณสำรองของเขาคือสิ่งเดียวที่ต้องกังวล
ตอนนี้เขาสามารถฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณผ่านร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
เมื่อใดก็ได้เท่าที่ต้องการ พละกำลังต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
“เผ่าพันธุ์เทพด้อยกว่าเมื่อเจอกับเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ ต่อให้เห่าเจี๋ยมีพลัง
เลือดเนื้อไม่มีสิ้นสุดที่เขาสามารถได้จากหลุมศพเลือดเนื้อ แต่ไม่มีทางที่เขา
สามารถเติมเต็มพลังจิตวิญญาณในเวลาอันสั้นได้” ฉินเลี่ยคิดกับตัวเอง
ตอนนี้เขาและร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณเชื่อมต่อกันอีกครั้ง ตอนนี้เขา
สามารถใช้หลุมศพเลือดเนื้อได้อย่างไม่จำกัด ไม่มีใครที่เขาต้องหวาดกลัวใน
โลกจุดกำเนิดนี้อีกแล้ว!
ฉับพลัน เขารู้สึกถึงความปรารถนาแรงกล้ากับผลึกจุดกำเนิด
“ดูท่าข้าสามารถเปลี่ยนผลึกจุดกำเนิดนั่นให้กลายเป็นแท่นบูชาจิตวิญญาณ
ได้!”
เมื่อเขาทราบเรื่องผลึกจุดกำเนิดและการทำงานใหม่ของโลกจุดกำเนิดจาก
ความทรงจำจิตวิญญาณปั่นป่วนของเซ่อหลิน ดวงตาของเขาพลันทอประกาย
ด้วยความละโมบ
ตอนที่ 1264 แท่นบูชาจิตวิญญาณธรรมชาติ!
เมื่อมนุษย์จากเผ่าพันธุ์วิญญาณเข้าสู่พลังระดับอมตะ พวกเขาจะเริ่มหลอม
แท่นบูชาจิตวิญญาณและให้ความสำคัญกับการฝึกฝนจิตวิญญาณมากขึ้น
หลังจากนั้น มันคือสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ฝึกฝนพลังระดับอมตะที่ต้องเสริมชั้นใหม่
เพื่อรักษาแท่นบูชาจิตวิญญาณทุกครั้งที่เลื่อนขั้นย่อยสำเร็จ
บรรพบุรุษจิตวิญญาณคือหนึ่งในผู้มอบแรงบันดาลใจจากระบบการฝึกฝน
ประเภทนี้
หากไม่มีบรรพบุรุษจิตวิญญาณ เผ่าพันธุ์มนุษย์จะไม่เข้าใจความลับของจิต
วิญญาณ ทำการสำรวจและพบวิธีสร้างแท่นบูชาจิตวิญญาณ
ในด้านการฝึกฝนจิตวิญญาณ กล่าวได้ว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์เลียนแบบเผ่าพันธุ์
จิตวิญญาณตั้งแต่เริ่มพลังระดับอมตะ
ตอนนี้ มนุษย์อาณาจักรวิญญาณจะรวบรวมวัตถุดิบวิญญาณจำเป็นทั้งหมดที่
ต้องการก่อนเข้าสู่พลังระดับอมตะอย่างเป็นทางการ บ้างก็เริ่มเตรียมให้เร็วที่สุด
เท่าที่จะทำได้เมื่อเข้าสู่ขั้นท้ายของพลังระดับนิพพาน
วัตถุดิบวิญญาณที่จำเป็นต่อการหลอมแท่นบูชาจิตวิญญาณล ้าค่าและหายาก
เหลือเชื่อ มันยังเป็นเหตุผลหลักที่ยอดฝีมือแท่นบูชาจิตวิญญาณจากดินแดน
แห่งความโกลาหลสู้กันในตอนนั้น
ทรัพยากรเหล่านี้จำเป็นต่อการสร้างแท่นบูชาจิตวิญญาณ
ถ้าพวกเขาอยากเลื่อนขั้นสูงขึ้นและเพิ่มพละกำลังมากขึ้น พวกเขาต้อง
รวบรวมวัตถุดิบวิญญาณของโลกทั้งหมดที่ต้องการ
หลังจากได้รับเศษเสี้ยวความทรงจำของเซ่อหลิน ฉินเลี่ยทราบเกี่ยวกับโลกจุด
กำเนิด ผลึกจุดกำเนิดและทะเลจุดกำเนิดมากขึ้น เขาทราบว่าผลึกจุดกำเนิด
คือแท่นบูชาจิตวิญญาณธรรมชาติที่เกิดมาจากโลกเอง!
ถ้าเขาสามารถได้รับผลึกจุดกำเนิดนี้ หลังจากเขาเข้าสู่พลังระดับอมตะ เขา
สามารถประทับความรู้ของพลัง ความเข้าใจของบรรทัดฐานและอื่น ๆ ได้
เขาสามารถขัดเกลามันเพื่อสร้างแท่นบูชาจิตวิญญาณได้!
แท่นบูชาจิตวิญญาณธรรมชาตินี้มีทะเลจุดกำเนิดกว้างใหญ่และเป็นกุญแจสู่
การควบคุมโลกจุดกำเนิดทั้งหมด!
ถ้าเขาได้รับผลึกจุดกำเนิด ปริมาณความช่วยเหลือที่ตระเตรียมสู่การฝึกฝน
ของเขาจะประมาณค่าไม่ได้!
ผลึกจุดกำเนิดนี้สามารถสร้างรากฐานที่จำเป็นต่อการเข้าสู่พลังระดับต้น
กำเนิดและพลังแท้จริงที่เขาต้องใช้ปกครองอาณาจักรวิญญาณทั้งหมด!
“ผลึกจุดกำเนิด! ข้าต้องได้มัน!” เขาตัดสินใจ
…………
ใกล้ทะเลจุดกำเนิด
ปีศาจหุบเหวระดับสูงจำนวนมากกำลังนั่งบนหินแสงมืดขณะกลั้นหายใจ พวก
เขากำลังศึกษาความลับสายเลือดตัวเองผ่านทะเลจุดกำเนิด
ช่วงนี้อีนั่วซือ เหวยเซินเท่อและปีศาจหุบเหวระดับสูงที่เหลือพัฒนาไปมาก
พวกเขาหลายคนปลุกความสามารถสายเลือดใหม่เช่นกัน
ใต้หินแสงมืด
หลิงอวี้ฉีและสมาชิกตระกูลหลิงจ้องมองทะเลสีดำสนิทข้างพวกเขา
ตี๋เจียจากแดนชำระหวงเฉียนทำแบบเดียวกัน แต่ว่า เขามีสีหน้าขมขื่น
ทะเลสีดำสนิทกว้างใหญ่และเงียบสงัด ปีศาจหุบเหวระดับสูงเมินเสียงตะโกนของ
เขาขณะก้าวเข้าสู่ทะเลจุดกำเนิด
ปีศาจหุบเหวระดับสูงจำนวนมากจ้องมองพวกนอกรีต
ปีศาจมีเขาแปลกประหลาดบนศีรษะร่างสูงเกือบห้าเมตร เขากระโจนเข้าสู่ทะเล
จุดกำเนิดทันทีขณะคำราม
น ้าทะเลสีดำสนิทกลืนกินเขาทันทีขณะเข้าสู่ร่างกายทุกรูขุมขน
เพียงพริบตา ปีศาจหุบเหวทุกตนสัมผัสได้ว่าพลังปีศาจหุบเหวภายในร่างกาย
ของเขากำลังไต่เต้าในอัตราที่เกินจินตนาการ!
ปีศาจหุบเหวระดับสูงสูงห้าเมตรโป่งพองขึ้นอย่างรวดเร็วในพริบตา
พลังน่าหวาดกลัวภายในร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นเช่นกัน
“ฮ่าฮ่าฮ่า! นี่มันบ้าไปแล้ว ข้าไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว! ไม่มีจุดจบของการเพิ่ม
พลัง!” เขาคุยโว
บนหินแสงมืด อีนั่วซือ เหวยเซินเท่อและปีศาจหุบเหวระดับสูงที่หลือจ้องมองตี๋
เจียด้วยความสงสัย
ตอนเขามาถึงทะเลจุดกำเนิดครั้งแรก ตี๋เจียเตือนพวกเขาว่าอย่านำร่างกาย
ภาพเข้าสู่ทะเลจุดกำเนิดไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม พวกเขาเพียงค้นหาผลึกจุด
กำเนิดด้วยจิตวิญญาณหรือศึกษาความลับของสายเลือดโดยใช้ความใกล้ของ
ทะเลจุดกำเนิด
ทุกคนฟังคำเตือนของเขาแม้จะสัมผัสได้ถึงพลังปีศาจหุบเหวมหาศาลที่อยู่
ภายในของเหลวจากทะเลจุดกำเนิดก็ตาม จนกระทั่ตอนนี้
ปีศาจหุบเหวระดับสูงร่างกำยำตนนั้นเมินคำเตือนของตี๋เจียขณะก้าวเข้าสู่ทะเล
จุดกำเนิด ผลที่ได้ เขาได้รับพลังปีศาจหุบเหวปริมาณไร้ขีดจำกัด ภาพ
ดังกล่าวเย้ายวนจนทำให้พวกเขาทุกตนจ้องมองตี๋เจียด้วยความสงสัย
ง
ตี๋เจียเย้ยหยันก่อนกล่าวว่า “ถ้าอยากตายตามเขานักก็ตามใจ!”
เหวยเซินเท่อและอีนั่วซือประหลาดใจที่ได้ยินคำตอบของเขา
ตอนนี้เองปีศาจหุบเหวทรงพลังผู้กำลังอาบไล้ในพลังปีศาจหุบเหวเหลวไร้
ขีดจำกัดพลันระเบิดคล้ายลูกโป่งที่มีอากาศอยู่ข้างในมากเกินไป
ศพของเขาถูกกลืนกินโดยทะเลจุดกำเนิดทันที แม้แต่เศษกระดูกก็ไม่เหลือซาก
ปีศาจหุบเหวระดับสูงที่ดูกระตือรือร้นรู้สึกเหมือนกับใครบางคนฟาดเข้าใส่ศีรษะ
พวกเขาล้วนตกตะลึงกับผลลัพธ์ฉับพลันนี้
“เป็นความจริงที่ของเหลวนี้สร้างพลังปีศาจหุบเหวได้มากกว่าแก๊สที่สร้างพลัง
ปีศาจหุบเหวที่มักคงอยู่ในตัวปีศาจหุบเหวได้หลายพันเท่า เป็นความจริง
เช่นกันที่พวกเจ้าสามารถได้รับพลังสายเลือดเกินกว่าจินตนาการหากแช่ตัวเอง
และยอมให้พลังงานเหลวทั้งหมดนี้เข้าสู่ร่างกาย!”
ตี๋เจียจ้องมองปีศาจหุบเหวระดับสูงตรงหน้าอย่างเย็นชาและเหยียดหยัน “แต่
พวกเจ้าแน่ใจหรือว่าสายเลือดระดับที่เจ็ดสามารถทนทานพลังปีศาจหุบเหว
ปริมาณมหาศาลได้? พวกเจ้าไม่รู้หรือว่าปริมาณพลังงานในทะเลจุดกำเนิด
เทียบเท่ากับชั้นหุบเหวหนึ่งน่ะ?”
“ชั้นหุบเหวหนึ่งชั้นเต็มไปด้วยพลังมากพอที่จะสร้างสุดยอดใต้เท้าหุบเหวระดับ
ที่สิบได้สองตน ใต้เท้าหุบเหวระดับที่เก้าหลายสิบตน ปีศาจหุบเหวระดับที่แปด
หลายล้านตนและปีศาจหุบเหวระดับต ่าหลายพันล้านตน!”
ตี๋เจียนิ่งสักพักก่อนกล่าวต่อว่า “ถึงกับมีคนโง่พอจะแช่ของเหลวในทะเลจุด
กำเนิดด้วยร่างกายตัวเอง! ช่างโง่เขลาสิ้นดี!”
ปีศาจหุบเหวระดับสูงอ่อนลงหลังจากถูกเขาต่อว่า
“ทางเดียวที่จะหาผลึกจุดกำเนิดภายในทะเลจุดกำเนิดได้คือหาผ่านจิต
วิญญาณ หลังจากผลึกจุดกำเนิดถูกพบ ถึงตอนนั้นพวกเจ้าสามารถประทับ
บรรทัดฐานของสายเลือดลงไปได้” ตี๋เจียพ่นลมออกจมูกเย็นชา “นี่คือทางเดียว
ที่จะได้รับผลึกจุดกำเนิด! ถ้ามีความเป็นไปได้ที่จะเข้าทะเลจุดกำเนิดด้วย
ร่างกายภาพ เช่นนั้นทำไมข้ายังอยู่ที่นี่อีกล่ะ? ข้าคือคนแรกที่พบทะเลจุด
กำเนิด! เจ้าคิดว่าข้าโง่กว่าพวกเจ้ามากนักหรือ?”
ปีศาจหุบเหวระดับสูงทุกตนผู้สงสัยเขาก่อนหน้านี้ก้มศีรษะอย่างว่าง่ายและยังคง
เงียบ
“พี่หลิง เจ้า… สัมผัสถึงผลึกจุดกำเนิดได้หรือยัง?” ตี๋เจียพลันเปลี่ยนเรื่องขณะ
มองหลิงอวี้ฉีผู้คล้ายกับวิตก “จิตวิญญาณของเจ้าแข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวก
เรา… ในหมู่พวกเรา เจ้าและข้าคือคนเดียวที่สามารถตามหามันได้”
“ยังเลย” หลิงอวี้ฉีตอบอย่างสงบ
ตี๋เจียยิ้มขมขื่นขณะถอนหายใจอย่างผิดหวัง “ข้าว่าพวกเราต้องสู้กับเผ่าพันธุ์
เทพก่อนถึงจะทำการค้นหาต่อได้”
ถ้าเขาสามารถตามหาผลึกจุดกำเนิดก่อนเผ่าพันธุ์เทพมาถึงได้ เขาสามารถ
ประทับสายเลือด จิตวิญญาณและความลับที่เรียนรู้มาลงไปได้ เช่นนั้น เขา
สามารถหลอมรวมกับผลึกจุดกำเนิดและยึดครองโลกจุดกำเนิดนี้ได้อย่าง
สมบูรณ์
ถึงตอนนั้น เขาสามารถสังหารทุกคนที่ต้องการภายในโลกจุดกำเนิดได้เพียง
แค่ความคิด!
เขาจะไม่ต้องสู้กับเผ่าพันธุ์เทพจนตัวตาย
“พี่หลิง เมินข้าและหลอมรวมกับผลึกจุดกำเนิดได้เลยถ้าหาพบแล้ว” ตี๋เจีย
ครุ่นคิดสักพักก่อนถอนหายใจ “ข้าคือคนแรกที่มาถึง ข้าพยายามทุกสิ่งเท่าที่
ทำได้เพื่อติดต่อกับผลึกจุดกำเนิด น่าเสียดาย ข้าไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ ดู
ท่าจะไม่มีหวังสำหรับข้าแล้วล่ะ ตอนแรก ข้าคิดว่าสามารถเปลี่ยนโชคชะตา
ด้วยผลึกจุดกำเนิดนี้ได้ แต่…”
เขาส่ายหน้า “ถึงอย่างนั้น ไม่มีเหตุผลที่จะต้องยกสิ่งนั้นให้คนนอก! พี่หลิง แค่
รับผลึกจุดกำเนิดนั่นเอาไว้หากสามารถระบุตำแหน่งได้ก็พอ!”
หลิงอวี้ฉีครุ่นคิดสักพักก่อนพยักหน้าช้า ๆ นางกล่าวว่า “ข้าจะแจ้งเจ้าหากพบ
ผลึก”
ตี๋เจียกล่าวอย่างจริงจังว่า “ขอบคุณ”
ตอนนี้เองหลิงอวี้ฉีมองไกลออกไปและกล่าวว่า “ในที่สุดพวกเขาก็มา”
ใบหน้าของตี๋เจียมืดมนขณะพ่นลมออกจมูก “พอดีเลย มาดูกันว่าเห่าเจี๋ยไร้
เทียมทานไหมหลังจากหลอมรวมกับหลุมศพเลือดเนื้อแล้ว!”
“พวกเราไม่ควรสู้กับพวกเขาตรง ๆ ” หลิงอวี้ฉีพลันกล่าวขึ้น
คำพูดของนางทำให้ตี๋เจียประหลาดใจ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ข้าสัมผัสคนในหมู่เผ่าพันธุ์เทพที่ช ่าชองวิชาจิตวิญญาณไม่ได้เลย นั่น
หมายความว่าไม่มีใครสามารถสัมผัสผลึกจุดกำเนิดได้ต่อให้มาที่นี่ก็ตาม”
หลิงอวี้ฉีกล่าวอย่างสงบก่อนมองไปอีกทาง “มีเพียงสองคนที่เป็นความหวัง
แท้จริงกำลังตรวจจับผลึกจุดกำเนิดอยู่ หนึ่งในนั้นคือสมาชิกเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณคนนั้น อีกคนอาจจะเป็นเด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณคนนั้นที่เจ้าพูด
ถึง… ไม่มีหวังสำหรับเผ่าพันธุ์เทพที่จะตามหาผลึกจุดกำเนิด อย่าว่าแต่จะ
ควบคุมเลย ต่อให้พวกเขาหาทางมาที่นี่ได้ก็ไม่มีอะไรที่พวกเขาสามารถทำได้
เว้นแต่ศึกษาสายเลือดผ่านทะเลจุดกำเนิดให้มากขึ้นเท่านั้น”
คำตอบของนางทำให้ตี๋เจียประหลาดใจ
หลายสิบนาทีต่อมา
กองกำลังหนึ่งเดียวของเผ่าพันธุ์เทพที่นำโดยเห่าเจี๋ย หมิงซวี่และชางเยี่ยมาถึง
ในที่สุด
ตอนที่ 1265 กลุ่มที่สองของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณ!
ขณะห้าตระกูลจากเผ่าพันธุ์เทพมุ่งหน้าสู่ทะเลจุดกำเนิด ฉินเลี่ยเริ่มเคลื่อนไหว
เช่นกัน
เขาตั้งใจกระตุ้นวิชาจุดชนวนโลหิตหมู่เพื่อจุดชนวนสายเลือดของสมาชิก
ตระกูลเลี่ยเยี่ยนตอนปะทะกับปีศาจหุบเหว ทั้งหมดก็เพื่อช่วยเสริมสร้างพลังการ
ต่อสู้ของเผ่าพันธุ์เทพ
จากมุมมองของเขา เขาสามารถฉวยผลึกจุดกำเนิดที่ซ่อนภายในทะเลจุด
กำเนิดได้ก็ต่อเมื่อเผ่าพันธุ์เทพจัดการกลุ่มปีศาจหุบเหวที่ยึดครองทะเลจุด
กำเนิดได้แล้วเท่านั้น
ความพ่ายแพ้ของปีศาจหุบเหวสอดรับกับผลประโยชน์ของเขา
แต่ว่า เขาพลันสัมผัสแรงกดดันอีกคนได้ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ทะเลจุดกำเนิด
หลังจากสามารถได้รับพลังจิตวิญญาณจากร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ
ขีดจำกัดของการรับรู้จิตวิญญาณของเขาเลื่อนขั้นอีกครั้ง
ระยะของการรับรู้จิตวิญญาณตอนนี้เหนือกว่าวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหล ครอบคลุมรัศมีห้ากิโลเมตร
เขาสัมผัสแรงกดดันของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอีกกลุ่มได้ที่สุดขอบระยะ
การรับรู้จิตวิญญาณ!
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านั้นไม่ได้อยู่กับกลุ่มของเซินหลานอย่างเห็นได้
ชัด ไม่เพียงแค่พวกเขามีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยคนเท่านั้น ยังสามารถสัมผัส
ไอของสั่วหมู่เอ่อท่ามกลางกลุ่มนั้นได้เช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ากลุ่มสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณนี้กำลัง
มุ่งไปทางเซินหลานอย่างรวดเร็ว
“สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณสองกลุ่ม…” เขาคิดอย่างสับสน
เซินหลานมีเผ่าพันธุ์มีปีกและกระดูก รวมเป็นสามกองกำลังแตกต่างกันที่ไม่ได้
ด้อยไปกว่าห้าตระกูลใหญ่ของเผ่าพันธุ์เทพ
แต่ว่า กลุ่มใหม่ของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณถึงกับเหนือกว่าชัดเจน จำนวน
มากกว่าปีศาจหุบเหวที่กำลังยึดครองทะเลจุดกำเนิด!
กองกำลังนี้พลันปรากฏเมื่อตระกูลเผ่าพันธุ์เทพกำลังจะปะทะกับปีศาจหุบเหว
ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครทราบว่ากองกำลังนี้ีตัวตน
นี่มันช่างขัดกับสามัญสำนึก
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากที่สุดคือสั่วหมู่เอ่อจากเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคน
นั้นซ่อนอยู่ภายในกลุ่มของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณนั่น
”ไม่ดีแน่!” เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
ทันทีที่เขาเข้าใจเรื่องนี้ หลังจากลังเลสักพัก เขาไม่พุ่งเข้าสู่ศึกนองเลือดจาก
ทะเลจุดกำเนิดที่กำลังจะปะทุระหว่างเผ่าพันธุ์เทพและปีศาจหุบเหว กลับกัน เขา
รีบวิ่งไปหากลุ่มของเซินหลานโดยใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้
ในเวลาเดียวกัน
ขณะนำโดยเซินหลาน เผ่าพันธุ์วิญญาณ กระดูกและมีปีกกำลังมุ่งหน้าไปทะเล
จุดกำเนิด
พวกเขารู้ว่าการต่อสู้กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างเผ่าพันธุ์เทพและปีศาจหุบเหว
ภายในระดับของกลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณ คิ้วของเซินหลานขมวดขณะพลันยก
มือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณหยุด
ทั้งกลุ่มหยุด
“เกิดอะไรขึ้น?” ต๋านั่วถาม
ปาจี๋และเซียนน่ามองนางด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
“นอกจากพวกเราแล้ว มีสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอีกกลุ่มมาที่นี่หรือเปล่า?”
เซินหลานถาม
ต๋านั่วครุ่นคิดสักพัก จากนั้นส่ายหน้า “ไม่”
เซียนน่าประหลาดใจ “นายหญิง ท่านตรวจพบบางสิ่งหรือ?”
“มีปัญหาอะไรหรือ?” ปาจี๋ถามด้วยความสงสัย
“ถ้าไม่มีใครเข้ามา เช่นนั้นทำไมข้าสัมผัสได้ถึงไอชีวิตของเผ่าพันธุ์พวกเรา
ล่ะ?” เซินหลานถามพลางขมวดคิ้ว
สีหน้าของปาจี๋ผ่อนคลาย เขาหัวเราะเบา ๆ “ข้าเดาว่ามีสมาชิกที่โชคดีจนรอด
ชีวิตมาได้”
“นั่นอาจจะเป็นไปได้ ตอนพวกเราเข้ามา พวกเราล้วนกระจัดกระจายเพราะ
สภาพแวดล้อมของอาณาจักรลับจนกระทั่งตอนเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิดเท่านั้นที่
ปาจี๋และข้าพบกับท่าน นายหญิง” เซียนน่ากล่าวพร้อมหัวเราะ
สีหน้าของสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นวางใจเช่นกัน
แต่เซินหลานส่ายหน้าพลางขมวดคิ้วแน่น “ไม่น่าใช่”
“ว่าไงนะ” ในที่สุดต๋านั่วไม่วางใจ
“พวกเขามีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยคน มากกว่าปีศาจหุบเหวเสียอีก” เซิน
หลานกล่าว
“ว่าไงนะ?!”
ต๋านั่ว เซียนน่าและปาจี๋ล้วนซีดเผือดกับคำตอบนี้
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นตะโกนด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
“ปะ-เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง? ท่าน… มองผิดไปหรือเปล่า?” เซียนน่าถามอย่างวิตก
“ไม่” เซินหลานส่ายหน้า
ตอนนี้เอง ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกสัมผัสถึงความผิดปกติได้เช่นกัน
เขาเดินออกจากกลุ่มสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกขณะมาถึงกลุ่มของเผ่าพันธุ์
วิญญาณอย่างรวดเร็ว “กลุ่มขนาดใหญ่กำลังใกล้เข้ามา! พวกเขาล้วนคล้าย
กับเป็นเผ่าพันธุ์วิญญาณ!”
ทันทีที่พวกเขาเข้าสู่ระยะการรับรู้จิตวิญญาณของซือถ่านข่า เขาสามารถ
ตรวจจับสัญญาณชีวิตเหล่านั้นได้เช่นกัน
ทันทีที่สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านั้นทราบสิ่งที่ซือถ่านข่ากล่าว พวกเขา
ล้วนเผยสีหน้าแปลกประหลาดออกมา
พวกเขารู้ว่าซือถ่านข่าสามารถใช้การรับรู้จิตวิญญาณได้เช่นกัน ต่อให้เซิน
หลานมองผิด แต่ซือถ่านข่าจะมองผิดไปด้วยได้อย่างไร?
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงมีกลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณอีกกลุ่มได้ล่ะ? พวกเราไม่
เคยได้รับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย” ต๋านั่วพึมพำพลางขมวดคิ้ว สับสนอย่าง
เห็นได้ชัด
“ในเมื่อพวกเราเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน มันน่าจะเป็นเรื่องดีสิ” ปาจี๋ปลอบกลุ่ม
แต่ว่า เขาเห็นสีหน้าหนักอึ้งของต๋านั่วและเซียนน่าชัดเจน
“พวกเขาเป็นใคร?” ซือถ่านข่าถาม
“ข้าไม่รู้เหมือนกัน” เซินหลานตอบ
สีหน้าของซือถ่านข่าเปลี่ยนไปขณะถามด้วยน ้าเสียงตกตะลึงว่า “เจ้าจะไม่รู้ได้
อย่างไร?”
เขาพลันสังหรณ์ใจไม่ดี
เวลาผ่านไป
สมาชิกจากสามเผ่าพันธุ์ตึงเครียดทันทีที่รู้ว่ามีความผิดปกติ
พวกเขาล้วนรออย่างเงียบงัน
ผ่านไปสักพัก กลุ่มหินแสงมืดขนาดใหญ่ปรากฏในท้องฟ้าไม่ไกลกันนัก
ทั้งขนาดและคุณภาพของหินแสงมืดเหล่านั้นถึงกับเหนือกว่าของปีศาจหุบเหว
ที่กำลังยึดครองทะเลจุดกำเนิด!
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณมากกว่าหนึ่งร้อยคนสวมชุดที่มีกระจกสีเงินอยู่
ตรงหน้าอกขณะยืนใต้หินแสงมืด
เห็นได้ชัดว่าเป็นลวดลายพิเศษของกลุ่มโบราณ
พวกเขานำโดยชายหนุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณที่มีผิวและดวงตาสีน ้าเงิน เขาหล่อ
เหลา ถึงอย่างนั้นใบหน้ากลับดูชั่วร้าย
กระจกสีเงินเจิดจ้าขนาดเล็กจำนวนมากที่คล้ายกับผลึกต่างมิติลอยอยู่ข้างเขา
คล้ายมีดคมปลาบเย็นเยือก
การปรากฏตัวฉับพลันของเขาทำให้สีหน้าตื่นเต้นของต๋านั่ว ปาจี๋และเซียนน่า
แย่ยิ่งขึ้น พวกเขาตะโกนพร้อมกันว่า “เอ้าเค่อถ่าน!”
“ปาจี๋ เซียนน่า ไม่ได้เจอกันตั้งนาน” เอ้าเค่อถ่านจากเผ่าพันธุ์วิญญาณยิ้ม
กว้างพร้อมกับความเย็นเยือกยากจะบรรยาย “ข้าจำได้ว่าพวกเรายังเป็นสหาย
เมื่อครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน”
“ชะ-ใช่” ปาจี๋ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวเมื่อเห็นเอ้าเค่อ
ถ่าน มันมากพอจะทำให้เขาพูดติดอ่าง
ใบหน้าของต๋านั่วมืดมน “เอ้าเค่อถ่าน! ทำไมเจ้าอยู่ที่นี่?”
“ในเมื่อพวกเจ้ามาที่นี่ได้ ทำไมข้าจะมาที่นี่ไม่ได้ล่ะ?” เอ้าเค่อถ่านถามด้วย
ความประหลาดใจ
“เจ้าน่าจะรู้ว่าการสำรวจอาณาจักรลับแห่งนี้ถูกเตรียมไว้เพื่อนายหญิง
โดยเฉพาะ!” ต๋านั่วตะโกน
“นายหญิง?” เอ้าเค่อถ่านหัวเราะเบา ๆ ขณะส่ายหน้า “นางไม่ใช่นายหญิงข้า”
“หัวหน้ากลุ่ม! ยอดฝีมือระดับสิบทุกคนจากตระกูลใหญ่มากมาย รวมถึงตาและ
ตระกูลของเจ้า! พวกเขาทุกคนสาบานและยอมรับนางเป็นหัวหน้ากลุ่มคนต่อไป
ของพวกเราแล้ว!” ต๋านั่วตะโกนอย่างขุ่นเคือง
“โห จริงหรือ? ถ้าเช่นนั้น ทำไมข้ามาอยู่ที่นี่ล่ะ?” แสงสว่างคมปลาบฉายผ่าน
ดวงตาของเอ้าเค่อถ่าน โดยไม่รอคำตอบของต๋านั่ว เขาพลันกล่าวต่อว่า “ข้ารู้
ว่าเจ้าจงรักภักดีต่อเด็กผู้หญิงคนนี้ ในเมื่อข้าโน้มน้าวเจ้าไม่ได้… เจ้าตายก่อน
ได้เลย”
ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณใกล้ต๋านั่วที่สุดยกมือซ้ายขึ้น
ขณะแทงหน้าอกของต๋านั่ว
มือของเขาทะลวงหัวใจของต๋านั่วจนถึงแผ่นหลัง
“พี่ใหญ่ต๋านั่ว!” เซินหลานตะโกน
ปาจี๋และเซียนน่าซีดเผือดเช่นกัน
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณผู้สังหารต๋านั่วทันทีอยู่กับเขามาตลอด ต๋านั่วสนทนา
กับเขาบ่อยครั้ง
ตอนนี้เอง ทันทีที่เขาสังหารต๋านั่ว เขาถอยกลับไปอยู่ข้างของเอ้าเค่อถ่าน หลัง
จากเซินหลาน เซียนน่าและปาจี๋กุมแขนต๋านั่วเอาไว้ เขาพูดอย่างเฉยชาว่า
“ข้ามาจากตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ สำหรับพวกข้า นายน้อยเอ้าเค่อถ่านคือหัวหน้า
กลุ่มในอนาคต”
”เอ้าเค่อถ่าน! เจ้ารู้ไหมว่าหายนะจากการกระทำจะตกกับตระกูลเจ้าอย่างไร?”
เซียนน่าตะโกน
รอยยิ้มของเอ้าเค่อถ่านพลันชั่วร้าย “ใครเล่าจะรู้? พวกตาแก่ในกลุ่มพวกเราไม่
สามารถทะลวงโลกจุดกำเนิดนี้ด้วยจิตวิญญาณตระหนักรู้ได้ด้วยซ ้า ที่พวกเขา
จะเชื่อคือพวกเจ้าถูกฆ่าโดยเผ่าพันธุ์ที่มาที่นี่ต่างหาก”
ถึงจุดนี้ สายตาของเขาย้ายมาที่ชาเลี่ยและซือถ่านข่าอย่างรวดเร็ว เขากล่าว
พร้อมรอยยิ้มว่า “ดูสิ เผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีก พวกเขาเหมาะเป็นแพะรับบาป
มากเลยใช่ไหมล่ะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา สีหน้าของชาเลี่ยและซือถ่านข่าพลันเคร่งเครียด
ในฐานะกลุ่มข้องเกี่ยว พวกเขาพลันเข้าใจว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะหลบหนี
เอ้าเค่อถ่านย่อมไม่ยอมให้พวกเขารอดออกจากอาณาจักรลับได้!
“เจ้ากล้าดียังไง!” เซียนน่าตะโกนอย่างขุ่นเคือง
เอ้าเค่อถ่านหงุดหงิดเล็กน้อย “ปาจี๋ เซียนน่า ในฐานะอดีตสหายร่วมกันมา
ตราบใดที่พวกเจ้าสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อข้าและยอมยกสัญลักษณ์จิต
วิญญาณให้ ข้าจะยอมไว้ชีวิตพวกเจ้า”
จากนั้นเขานิ่งก่อนกล่าวต่อว่า “แต่นี่จำกัดเฉพาะพวกเจ้าสองคนนะ”
คนที่ปกคลุมในชุดคลุมสีดำสนิทออกมาจากด้านหลังเอ้าเค่อถ่าน เขายิ้มหยัน
ออกมา “ข้าจะเปลี่ยนจิตวิญญาณพวกเจ้าให้เชื่อมโยงกับเอ้าเค่อถ่านตลอด
กาล ข้ารับปากว่าเอ้าเค่อถ่านจะรู้ทันทีที่มีความคิดขบถปรากฏในใจพวกเจ้า
และสามารถแยกจิตวิญญาณออกได้ในทันที”
เขาหัวเราะอีกครั้งหลังจากก้มศีรษะให้เซินหลานเล็กน้อย “พวกเราได้พบกันอีก
แล้ว”
“เจ้าคือสั่วหมู่เอ่อหรือ?” เซินหลานถาม
“ถูกต้องแล้ว”
ตอนที่ 1266: ผู้ท ำลำยล้ำง!
เซินหลานจ้องมองสั่วหมู่เอ่อในชุดคลุมสีดำและเอ้าเค่อถ่านผู้กำลังคำราม คิ้ว
ของนางขมวด
นางไม่เคยติดต่อกับเอ้าเค่อถ่านมาก่อน แต่นางเคยได้ยินชื่อและชื่อเสียงของ
คนคนนี้
ความจริง ถ้าไม่ใช่เพราะการมาถึงของนาง เอ้าเค่อถ่านมีความเป็นไปได้สูงที่จะ
กลายเป็นหัวหน้าคนต่อไปของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
เพราะเอ้าเค่อถ่านถูกเรียกว่า “เมล็ดพันธุ์วิญญาณ” เช่นกัน
เอ้าเค่อถ่านผู้มีคุณลักษณะอวกาศ เวลาและชีวิตคืออัจฉริยะของรุ่นนี้จาก
เผ่าพันธุ์วิญญาณเหมือนหนุ่มสาวเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่น
นี่คือยุคทองของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
เมล็ดพันธุ์วิญญาณสองคนครอบครองสามคุณลักษณะสายเลือดที่มักจะ
เกิดขึ้ทุก ๆ หนึ่งหมื่นปีปรากฏขึ้นในยุคนี้
เอ้าเค่อถ่านคือหนึ่งในนั้น
เดิมเขาคือหนึ่งในชนชั้นสูงของเผ่าพันธุ์วิญญาณผู้เกิดในตระกูลไซ่ตัวลี่ซืออัน
ทรงพลัง เขาเป็นที่รู้จักในหมู่หนุ่มสาวและสำแดงพลังการต่อสู้อันแก่กล้าก่อน
วัย
เขาเข้าร่วมการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์วิญญาณและเผ่าพันธุ์เทพเพื่อแสดงฝีมือ
อันยอดเยี่ยมทุกครั้ง
แสงสว่างเลือนรางของเขาบดบังเมล็ดพันธุ์วิญญาณคนอื่น ทำให้เขาแทบได้รับ
การยืนยันในฐานะหัวหน้าคนต่อไป
แต่จากนั้นนางก็ปรากฏตัวขึ้น
จู่ ๆ นางปรากฏตัวขึ้นพร้อมสี่คุณลักษณะสายเลือดที่ไม่เคยมีมาก่อนใน
ประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์วิญญาณ แสงสว่างของนางพลันบดบังเอ้าเค่อถ่าน
เมื่อย้อนรอยกลับไปหาที่มา คุณตาของนางบังเอิญเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์
วิญญาณคนปัจจุบัน
ขณะถูกผลักดันโดยหัวหน้าเผ่าพันธุ์วิญญาณคนปัจจุบัน นักรบสายเลือด
ระดับที่สิบและผู้นำตระกูลทุกคนยอมรับว่านางคืออนาคตของเผ่าพันธุ์
วิญญาณ
เอ้าเค่อถ่านผู้เคยเป็นดวงดาวเจิดจรัสแทบกลายเป็นเถ้าถ่านชั่วข้ามคืน
เห็นได้ชัดว่าเอ้าเค่อถ่านและตระกูลของเขาไม่ได้ตัดใจจริง ๆ
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณรอบเอ้าเค่อถ่านล้วนสวมชุดคลุมของตระกูลไซ่ตัวลี่
ซือ พวกเขาปรากฏตัวพร้อมกันในโลกจุดกำเนิดเพื่ออยากเปลี่ยนโชคชะตา
อย่างเห็นได้ชัด
ถ้านางตายในโลกจุดกำเนิด ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือสามารถผลักดันเอ้าเค่อถ่าน
กลับไปยังตำแหน่งหัวหน้าเผ่าพันธุ์วิญญาณในอนาคตได้อย่างง่ายดาย
ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ ตระกูลโบราณของเผ่าพันธุ์วิญญาณจะกลายเป็นตระกูล
แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าพันธุ์วิญญาณในหนึ่งหมื่นปีต่อมา
เซินหลานเข้าใจจุดประสงค์ของเอ้าเค่อถ่านอย่างรวดเร็ว
“เจ้าอยากฆ่าข้าหรือ?” นางถามเสียงเบา
“แน่นอน” เอ้าเค่อถ่านไม่ปฏิเสธและยิ้มขัน เขากล่าวว่า “ถ้าเจ้าตาย ข้า
สามารถทวงทุกสิ่งที่เคยเป็นของข้ากลับมาได้! ตระกูลข้าจะขึ้นสู่จุดสูงสุดเพราะ
ข้า!”
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนา
ไม่มีใครรู้ว่าแรงกดดันที่เขาอดกลั้นหลังจากเซินหลานปรากฏตัวนั้นมีมากแค่
ไหน เขาผู้คิดว่าตัวเองคืออันดับหนึ่งเหนือใครเคยถูกยกยอให้เป็นผู้แข็งแกร่ง
ที่สุดของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
เพราะการเกิดมาของเขา ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือได้รับความจงรักภักดีจากตระกูล
เผ่าพันธุ์วิญญาณย่อยจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือโบราณมีพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทุกคนคิดว่าเขาจะเป็นผู้นำคนต่อไปของเผ่าพันธุ์วิญญาณเป็นเวลาหนึ่งหมื่นปี
พวกเขาย่อมเลือกผูกมัดกับตระกูลไซ่ตัวลี่ซือก่อน
แต่ว่า การปรากฏตัวฉับพลันของเซินหลานพรากทุกสิ่งที่เป็นของเขาอย่าง
โหดเหี้ยม
กองกำลังย่อยเหล่านั้นที่เคยสาบานกับตระกูลไซ่ตัวลี่ซือตัดขาดกับพวกเขา
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป
ในเวลาอันสั้น กองกำลังครึ่งหนึ่งที่เคยจงรักภักดีต่อพวกเขาจากไป
ความรู้สึกอับอายที่กระหน ่าลงมาไม่ใช่สิ่งที่เอ้าเค่อถ่านและตระกูลไซ่ตัวลี่ซือสา
มารถยอมรับได้
ในที่สุดพวกเขาคิดแผนโต้กลับนี้ขึ้นมา นั่นก็คือสังหารเซินหลาน!
“ข้าคิดว่าพวกเราสามารถพูดคุยอย่างสันติได้เสียอีก” เซินหลานกล่าวเสียงเบา
“เจ้าอ่อนหัดเกินไป!” เอ้าเค่อถ่านหัวเราะเสียงดังพลางกล่าวว่า “ตราบใดที่เจ้า
ยังมีชีวิตอยู่ พวกตาแก่ในเผ่าพันธุ์จะไม่ยอมรับข้า! บอกข้าสิ ข้าจะมีชีวิตอยู่
ต่อไปได้อย่างไร? ฮ่าฮ่า ข้าไม่กลัวที่จะบอกเจ้าว่าเป็นสมาชิกจากตระกูลไซ่ตัวลี่
ซือผู้ได้รับข่าวเรื่องโลกจุดกำเนิดนี้ในหุบเหวก่อน พวกข้าปล่อยข่าวให้ตาเจ้า
ทราบเพื่อล่อให้เจ้ามาที่นี่ พวกข้าจะจากไปโดยไม่ทิ้งเบาะแสเมื่อฆ่าเจ้าในโลก
จุดกำเนิดแล้ว!”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ เขานิ่งไป จากนั้นกล่าวเสียงแหบว่า “เพื่อไม่ให้เหลือ
หลักฐาน นอกเหนือจากพวกข้า ทุกคนในโลกจุดกำเนิดนี้ต้องตาย! ข้าจะไม่
ยอมให้ใครรอดเพื่อปล่อยข่าวออกไป!”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกและชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูก
รู้ว่าพวกเขาไม่สามารถหนีได้
“หวือ!”
แสงสว่างสีครามพลันปรากฏไกล ๆ จากนั้นก่อตัวขึ้นระหว่างซือถ่านข่าและ
เผ่าพันธุ์วิญญาณ
“เป็นเจ้าหรือ?” เซียนน่านิ่ง
“ทำไมเจ้ากลับมา?” ซือถ่านข่าประหลาดใจ
ฉินเลี่ยสวมหน้ากากของมั่วไห่ขณะซ่อนสายเลือดตระกูลเลี่ยเยี่ยนเพื่อกลับมา
เป็นมนุษย์อีกครั้ง
เซียนน่า ปาจี๋และสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นล้วนจดจำมนุษย์แปลก
ประหลาดคนนี้ได้
ดวงตาของเซินหลานอบอุ่นเมื่อเห็นฉินเลี่ยพลันปรากฏตัวขึ้น นางกล่าวเสียง
เบาว่า “ขอบคุณ”
ขณะฉินเลี่ยไม่พูดอะไร นางรู้ว่าฉินเลี่ยออกมาเพราะเป็นห่วงนาง
“หมอนี่เป็นใคร?” เอ้าเค่อถ่านนิ่งขณะมองสั่วหมู่เอ่อ “เจ้าอยู่รอบทะเลจุดกำเนิด
เจ้ารู้ไหมว่าเขาคือใคร?”
ขณะปกคลุมในชุดคลุมสีดำ ดวงตาสีเขียวของสั่วหมู่เอ่อพลันจริงจัง เขากล่าว
ว่า “คนที่สร้างปัญหามาก”
“สร้างปัญหา?” เอ้าเค่อถ่านมีสีหน้าเหยียดหยัน “สั่วหมู่เอ่อ เจ้าคิดว่าการมาถึง
ของหมอนี่จะสร้างปัญหาครั้งใหญ่กับพวกข้าหรือ?”
น่าแปลก สั่วหมู่เอ่อพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ เอ้าเค่อถ่านเก็บความโอหังและจริงจังในที่สุด เขาถามว่า
“คนคนนี้คือใคร?”
เขารู้ว่าสั่วหมู่เอ่อทรงพลัง เขาจึงเชื่อคำตัดสินของสั่วหมู่เอ่อ เพราะสั่วหมู่เอ่อ
ยืนกรานว่าคนคนนี้สร้างปัญหาได้ เขาเข้าใจว่าคนคนนี้เอาชนะไม่ง่าย
แต่ในมุมมองของเขา ฉินเลี่ยไม่ใช่เผ่าพันธุ์เทพ ไม่ใช่ปีศาจหุบเหวระดับสูงและ
ไม่ได้มาจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ เขาสับสน
“เขาคือฉินเลี่ย เลือดผสมจากเผ่าพันธุ์มนุษย์และตระกูลเลี่ยเยี่ยน เขามีหลุม
ศพเลือดเนื้อของตระกูลเลี่ยเยี่ยนที่หายสาบสูญไป” สั่วหมู่เอ่อกล่าว
“หลุมศพเลือดเนื้อ!” เอ้าเค่อถ่านตกตะลึง
ดวงตาของชาเลี่ยทอประกาย เขามองฉินเลี่ยและถามว่า “เป็นเจ้าจริงหรือ?”
เซียนน่าและปาจี๋ซีดเผือดเมื่อได้ยินสั่วหมู่เอ่อกล่าวเช่นนี้ขณะรวมตัวรอบเซิน
หลานโดยไม่รู้ตัว
พวกเขามองฉินเลี่ยด้วยสายตาระแวดระวัง
ก่อนหน้านี้ ผู้บ้าคลั่งตระกูลเลี่ยเยี่ยนซึ่งลุกโชนครั้งใหญ่เกือบสังหารพวกเขา
ทุกคนด้วยวงแหวนตะวันร้อนแรงขนาดมหึมา!
ถ้าเซินหลานไม่หยิบไข่มุกวิญญาณสวรรค์ลึกล ้าออกมา พวกเขาคงตายไป
หมดแล้ว
“อย่าห่วงไปเลย เขาไม่ใช่ศัตรูพวกเรา ลืมสิ่งที่เขาช่วยข้าไปแล้วหรือ?” เซิน
หลานโน้มน้าว
“แต่ แต่ก่อนหน้านั้นเขาเกือบฆ่าท่านนะ!” เซียนน่ากรีดร้อง
“นั่นเป็นแค่อุบัติเหตุ” เซินหลานอธิบาย จากนั้นกล่าวเสียงเบาว่า “ข้ามั่นใจ ใน
อนาคต… เขาจะไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน”
“แต่…” เซียนน่ายังอยากพูดบางอย่าง
ฉินเลี่ยเห็นสั่วหมู่เอ่อเปิดโปงตัวตนของเขา เขาหยุดซ่อนตัวขณะถอดหน้ากาก
เขาเผยใบหน้าจริงออกมา
“เป็นเจ้าจริง ๆ!” ชาเลี่ยกรีดร้อง
ซือถ่านข่าและเซินหลานรู้ตัวตนของฉินเลี่ยก่อนหน้านี้แล้ว แต่พวกเขาไม่รู้ว่าผู้
บ้าคลั่งซึ่งลุกโชนจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนคือฉินเลี่ย
เมื่อเห็นฉินเลี่ยปรากฏตัวขึ้น เขาคือคนที่ทำให้ตกตะลึงมากที่สุด
ฉินเลี่ยยิ้มและพยักหน้าให้ชาเลี่ยเล็กน้อย เขากล่าวว่า “คราวที่แล้ว ข้าสร้าง
ปัญหาตอนฝึกฝนจนเสียสติไป โปรดอย่าถือสาข้าเลยนะ”
นี่ยืนยันตัวตนของเขาได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ชาเลี่ยซีดเผือด
“เป็นคนสร้างปัญหานิดหน่อยจริง ๆ” สั่วหมู่เอ่อถอนหายใจและกล่าวว่า “ใน
แผนข้า เขาน่าจะอยู่ทะเลจุดกำเนิดเพื่อช่วยเผ่าพันธุ์เทพสู้กับปีศาจหุบเหวแล้ว
ในแผนข้า พวกเราจัดการคนเหล่านี้และเผ่าพันธุ์เทพกับปีศาจหุบเหวน่าจะ
สูญเสียกันไปมากแล้ว จากนั้นพวกเราจะเก็บกวาดสถานการณ์ทั้งหมด ข้าไม่
คิดเลยว่าเขาจะมาที่นี่”
สั่วหมู่เอ่อปวดหัวอย่างเห็นได้ชัด
ขณะนิ่งไป เขากล่าวอย่างจนใจว่า “เอ้าเค่อถ่าน ดูท่าหนึ่งในพวกเราจะต้อง
จัดการเขา”
“คนคนนี้สร้างปัญหาได้จริงหรือ?” เอ้าเค่อถ่านมีสีหน้าตกตะลึง
“จริง ๆ” สั่วหมู่เอ่อถอนหายใจ
ตอนที่ 1267: การดวลของเมล็ดพันธุ์วิญญาณ!
เอ้าเค่อถ่านมองฉินเลี่ย ครุ่นคิดสักพักและกล่าวว่า “ให้ข้าจัดการเขาเอง”
“เพราะเลือดผสมของเขา ทำให้เขาไม่เหมือนสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพคนอื่น เขา
ช ่าชองวิชาจิตวิญญาณด้วย” สั่วหมู่เอ่อเตือน
“ช ่าชองวิชาจิตวิญญาณ…” สีหน้าของเอ้าเค่อถ่านจริงจังขึ้
“แต่ข้าคิดว่าด้วยความสามารถของเจ้า ไม่น่ามีปัญหาตอนสู้กับเขาเท่าไหร่”
สั่วหมู่เอ่อยิ้มและกล่าวว่า “เจ้าทำให้ชางเยี่ยจากตระกูลเฮยอันเสียโฉมมาแล้ว
เลือดผสมที่มีหลุมศพเลือดเนื้อจะเทียบเจ้าได้อย่างไร?”
“ถ้าไม่หินเท่าชางเยี่ยล่ะก็นะ” เอ้าเค่อถ่านกล่าวอย่างเย็นชา
พวกเขาสองคนไม่สนทนากันอย่างลับ ๆ ทำให้ฉินเลี่ยได้รับชิ้นส่วนข่าวสำคัญ
เอ้าเค่อถ่านทำให้ชางเยี่ยบาดเจ็บ
ตอนพวกเขาเข้าอาณาจักรลับ เขาถามเกี่ยวกับหน้ากากของชางเยี่ย เขา
ทราบว่าชางเยี่ยได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณ
เขาไม่คิดว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนนั้นจะเป็นเอ้าเค่อถ่าน
“เดิมก็จะกลายเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์วิญญาณ สามคุณลักษณะสายเลือด
สามารถทำให้ชางเยี่ยบาดเจ็บสาหัสได้…”
ฉินเลี่ยครุ่นคิดขณะสีหน้าเคร่งขรึม เขาเข้าใจว่าเอ้าเค่อถ่านจะสร้างปัญหาได้
มาก
เขามองสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณรอบเอ้าเค่อถ่านโดยไม่รู้ตัว
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณมากกว่าร้อยคนล้วนมีสายเลือดระดับที่เจ็ด พวกเขา
ล้วนสวมชุดเดียวกันและจงรักภักดีต่อเอ้าเค่อถ่านยิ่ง
กองกำลังทรงพลังนี้เหนือกว่ากองกำลังผสมของเซินหลานและชาเลี่ย จึงมี
ความได้เปรียบกว่า
ต่อให้เขาสามารถเทียบเอ้าเค่อถ่านได้ เซินหลานและคนอื่นจะเทียบศัตรูจำนวน
มากได้หรือ?
ยังมีสั่วหมู่เอ่อผู้ลึกลับอีก
การต่อสู้ครั้งนี้พวกเขาเสียเปรียบ ความแตกต่างด้านพลังมากเกินไป
“เซียนน่า! ปาจี๋! ข้าขอถามอีกครั้ง พวกเจ้าจะตายไปพร้อมเด็กผู้หญิงคนนั้น
หรือไม่?” เอ้าเค่อถ่านตะโกน
ดวงตาสีน ้าเงินของเซินหลานเผยร่องรอยความวิตก นางมองทั้งสองอย่างกังวล
ฉินเลี่ยมองเช่นกัน
ตอนนี้ สถานการณ์ไม่ดีต่อพวกเขา เซียนน่าและปาจี๋เคยสู้เคียงข้างเอ้าเค่อ
ถ่านมาก่อน
พวกเขาหวาดกลัวพละกำลังของเอ้าเค่อถ่าน
ตอนนี้เอง ฝั่งของเอ้าเค่อถ่านและสั่วหมู่เอ่อเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ถ้าพวก
เขาปฏิเสธ พวกเขาอาจจะตาย
“ไม่ว่าพวกเจ้าจะตัดสินใจเช่นไร ข้าจะไม่โทษพวกเจ้า” เซินหลานก้มศีรษะแล้ว
กล่าว
ปาจี๋และเซียนน่าผู้กำลังลังเลคล้ายกับตัดสินใจได้หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้
ทั้งสองสบตากัน สายตาพวกเขาเปี่ยมด้วยปณิธานขณะกล่าวว่า “พวกข้าเต็ม
ใจตายพร้อมนาง!”
“ดี! ดีมาก!” เอ้าเค่อถ่านยิ้มกว้างและพยักหน้า “ในฐานะนักรบที่เคยสู้กับข้ามา
ก่อน พวกเจ้ารู้ว่าความตายรออยู่ตรงหน้า แต่พวกเจ้ายังจะเดินไปหาใน
ท้ายที่สุดอยู่ดี!”
สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือรอบเขาหัวเราะ เสียงหัวเราะพวกเขาเต็มไปด้วยความ
เหยียดหยันและความชั่วร้าย
เอ้าเค่อถ่านหยุดหัวเราะขณะโบกมือ เขาสั่งอย่างเย็นชาว่า “โจมตี! ฆ่าพวกมัน
ให้หมด!”
สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือมากกว่าร้อยคนคำรามขณะพุ่งเข้าใส่
“ปกป้องนายหญิง!” ปาจี๋ตะโกน
“สร้างค่ายกล!” เซียนน่าตะโกน
“พวกมันตายหรือพวกเราตาย ไม่มีผลลัพธ์อื่นแล้ว ทุกคนเข้าใจหรือไม่?”
ชาเลี่ยโน้มน้าวสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูก
สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกเผยกำลังใจต่อสู้ในดวงตา กระดูกส่องแสงพวกเขาแผ่
แสงสว่างแปลกประหลาดออกมา
ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขาปกคลุมด้วยพลังปีศาจหุบ
เหวสีม่วงเข้ม
ปีกคู่สีขาวกลายเป็นสีดำดุจหมึกทันที
ดวงตาของซือถ่านข่าทอประกายเช่นกัน “เจ้าอยากฆ่าพวกข้าหรือ?! ดูกันว่ามี
ความสามารถหรือเปล่า!”
ฉินเลี่ยไม่มองสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือที่กำลังพุ่งเข้ามา เขาควบคุมพลัง
วิญญาณขณะลอยในท้องฟ้า
“เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”
แสงอสนีหนาเท่าแขนของทารกก่อตัวขึ้นจากร่างกายคล้ายงูในความมืด
ไม่ช้า เสียงฟ้าผ่าดังก้องทั่วท้องฟ้า
“อสนีบาตฟาดฟัน!”
วินาทีต่อมา ฉินเลี่ยตะโกน อสนีและอสนีบาตรอบตัวเขาฟาดลงไป
“ตูม ตูม ตูม! เปรี้ยง เปรี้ยง!”
ในท้องฟ้า อสนีบาตและอสนีน่าหวาดกลัวบิดเบี้ยวและก่อตัวเป็นใยแมงมุม
ใยแมงมุมอสนีเต็มไปด้วยแรงกดดันที่สามารถทำลายจิตวิญญาณทั้งหมดที่มี
บรรทัดฐานลึกลับของจักรวาลได้
ดวงตาของสั่วหมู่เอ่อทอประกายขณะกำลังจะโจมตีเซินหลานด้วยวิชาเผ่าพันธุ์
จิตวิญญาณ
เขาหยุดร่ายวิชาลับชั่วคราว
สั่วหมู่เอ่อพลันเข้าใจว่าพลังอสนีและอสนีบาตของฉินเลี่ยในท้องฟ้าเล็งมาที่เขา
“เอ้าเค่อถ่าน!” สั่วหมู่เอ่อตะโกน
“ข้ารู้” เอ้าเค่อถ่านจากตระกูลไซ่ตัวลี่ซือมองขึ้นไป จากนั้นหายไป
สายแสงสว่างสีขาวลุกโชนวูบไหว
“หวือ!”
ผลึกสีเงินสดใสฟันใส่คอของฉินเลี่ยคล้ายดาบน ้าแข็ง
ผลึกนั่นเร็วเหลือเชื่อ!
เมื่อฉินเลี่ยเห็นเส้นทางของผลึก เขาไม่สามารถหยุดยั้งและทำได้เพียงป้องกัน
“โล่น ้าแข็ง! เกราะทองคำ!”
ชั้นน ้าแข็งล้อมรอบเขาก่อน ผิวหนังปลดปล่อยแสงสว่างทองคำภายใต้น ้าแข็ง
ขึ้นมา
“แคร้ก!”
ผลึกสีเงินที่เอ้าเค่อถ่านปลดปล่อยออกมาแทงใส่คอของฉินเลี่ยขณะสลายชั้น
น ้าแข็ง
“ปัง!”
จากนั้นเสียงโลหะปะทะดังขึ้นที่คอของฉินเลี่ย
ประกายกระเด็นไปทั่ว
“หืม!”
เอ้าเค่อถ่านอุทานด้วยความประหลาดใจ เขาปรากฏตัวด้านหน้าฉินเลี่ย
ผลึกหกเหลี่ยมคล้ายกระจกสีเงินปรากฏตัวรอบเขา ผลึกหกเหลี่ยมแต่ละก้อน
เต็มไปด้วยพลังสายเลือดปริมาณเหลือเชื่อ พวกมันคล้ายกับดาบต่างมิติคม
ปลาบ
“พังไปซะ!”
ก้อนหกเหลี่ยมพุ่งเข้าใส่จากทุกทิศทาง
“ข้าอยากรู้นักว่าเจ้ามีปัญญาหยุดพวกมันหรือเปล่า” เอ้าเค่อถ่านเย้ยหยัน
“เขามีคุณลักษณะสายเลือดอวกาศ เวลาและชีวิต โปรดระวังด้วย!” เซินหลาน
ตะโกนจากด้านล่าง
สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ตอนนี้เอง เขาเห็นความผันแปรแปลกประหลาดกระจายออกมา เมื่อความผัน
แปรเหล่านั้นโดนตัวเขา เขารู้สึกถึงเวลาย้อนกลับ
ก้อนหกเหลี่ยมที่เคยฟันมาที่คอของเขาปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เวลาคล้ายกับย้อนกลับ
ถึงอย่างนั้นโล่น ้าแข็งที่เขาเพิ่งใช้ป้องกันไปกลับพังทลาย
ตอนนี้เอง เขาไม่สามารถแยกแยะความจริงจากภาพมายาได้ เขาไม่รู้ว่านี่คือ
ปัจจุบันหรืออดีต
ตอนที่ 1268: โกง
“อวกาศ เวลา…”
สีหน้าของฉินเลี่ยสับสนเล็กน้อย เขาคล้ายกับอยู่ในภาพมายา ไม่สามารถ
ออกมาได้
ถึงอย่างนั้นก้อนหกเหลี่ยมที่เอ้าเค่อถ่านปลดปล่อยออกมาไม่หยุดตอนเขา
สับสน
“หวือ หวือ หวือ!”
ก้อนหกเหลี่ยมยังพยายามฟันเขาเป็นชิ้น ๆ
ภาพมายาสะท้อนออกจากพื้นผิวหกเหลี่ยมเหล่านั้นจนทำให้เขารู้สึกเหมือนกับ
เวลากำลังย้อนกลับ
“ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือด โลกทัศน์แท้จริง!”
ดวงตาของเขาพลันทอประกายด้วยเปลวไฟอันเจิดจ้า
ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดจากวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหลได้รับการเสริมสร้างเมื่อเขาใช้พลังสายเลือดที่ได้รับจากวิญญาณแห่ง
ความว่างเปล่าและความโกลาหล
ตอนนี้เอง ภาพมายาที่เขาเห็นหายไป
ความรู้สึกที่เวลากำลังย้อนกลับหายไปจากจิตใจ
“หวือ!”
ร่างกายของเขากลายเป็นลำแสงสีเงินที่ออกจากจุดเดิม
ก้อนหกเหลี่ยมปะทะเข้าหากันจนเกิดเสียงแสบแก้วหู
“ไวมาก!”
เอ้าเค่อถ่านตกตะลึงเล็กน้อย เขารู้สึกแบบนั้นสักพักและพบว่าวิชาหลบหนีของ
ฉินเลี่ยเต็มไปด้วยพลังอวกาศเช่นกัน
สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพส่วนใหญ่ไม่รู้เกี่ยวกับพลังต่างมิติ
เขาพลันเข้าใจว่าทำไมสั่วหมู่เอ่อให้ความสนใจฉินเลี่ยมาก
“เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”
เสียงแปลกประหลาดพลันดังรอบตัวเขา สายจิตวิญญาณกำลังทะลวงเข้าสู่
จิตใจ
เอ้าเค่อถ่านอดที่จะสั่นสะท้านไม่ได้
จากนั้น เขาเห็นเกลียวอสนีสีครามกำลังเข้าสู่จิตใจ
เกลียวอสนีเหล่านั้นเป็นการโจมตีจิตวิญญาณของฉินเลี่ยที่เปี่ยมด้วยพลัง
ทำลายล้างจิตวิญญาณเด่นชัด
“อย่างที่คิด ช ่าชองวิชาลับจิตวิญญาณจริงด้วย!”
เอ้าเค่อถ่านโคจรพลังสายเลือดหลังจากตกตะลึงขณะสร้างโลกต่างมิติชั้นใน
จิตใจ
มิติที่เชื่อมต่อเป็นชั้นคล้ายโครงสร้างของหุบเหว
แต่ละชั้นของมิติมีอักขระเผ่าพันธุ์วิญญาณจำนวนมากประทับพร้อมกับ
ความหมายที่มีเพียงเอ้าเค่อถ่านเท่านั้นที่เข้าใจ
ชั้นพลังพันธนาการสร้างขึ้นในจิตใจขณะพุ่งเข้าหาอสนีบาตและอสนี
“ตูม ตูม ตูม!”
อสนีบาตคำรามขณะอสนีวูบไหวภายในจิตใจของเอ้าเค่อถ่าน
ดวงตาของเขายิงโค้งอสนีเช่นกัน
ถึงอย่างนั้นอสนีบาตและอสนีที่ฉินเลี่ยส่งเข้าไปด้วยสายจิตวิญญาณไม่
สามารถทะลวงการป้องกันหลายชั้นได้
ดังนั้น เขาไม่สามารถทำร้ายจิตวิญญาณของเอ้าเค่อถ่านได้
“ช ่าชองอวกาศ เวลาและชีวิต สิ่งที่เรียกว่าเมล็ดพันธุ์วิญญาณเป็นปัญหาจริง ๆ
…”
สีหน้าของฉินเลี่ยพลันจริงจัง ความคิดจิตวิญญาณของเขาขยับขณะก่อตัวเป็น
บอลอสนีขนาดมหึมาในจิตใจของเอ้าเค่อถ่าน
บอลอสนีเริ่มขยายและระเบิด
เอ้าเค่อถ่านยังคงใช้พลังสายเลือดและพลังจิตวิญญาณเพื่อป้องกันความ
ผิดปกติในจิตใจ เขาไม่ได้มีเวลามาสนใจโลกภายนอก
ฉินเลี่ยที่พึ่งวิชาลับจากอสนีบาตทลายสวรรค์ใช้สายจิตวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อ
ควบคุมพลังอสนีบาตและอสนีมาโจมตีจิตใจของเอ้าเค่อถ่าน
หลังจากเชื่อมต่อกับร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณในที่สุด เขาสามารถเติม
เต็มพลังจิตวิญญาณได้อย่างรวดเร็ว
นี่หมายความว่าเขาสามารถได้รับพลังจิตวิญญาณไม่มีสิ้นสุดจากสัตว์ร้ายจิต
วิญญาณระดับที่เก้าได้
พลังจิตวิญญาณของสัตว์ร้ายจิตวิญญาณระดับที่เก้าเหนือกว่ายอดฝีมือ
สายเลือดระดับที่เจ็ดทุกคนในอาณาจักรลับนี้ รวมถึงเซินหลาน สั่วหมู่เอ่อ
และซือถ่านข่า
ด้วยการสนับสนุนนี้ ฉินเลี่ยย่อมรู้ว่าจะใช้ประโยชน์นี้จัดการศัตรูอย่างไร
บอลอสนีขนาดมหึมายังคงก่อตัวขึ้นขณะระเบิดในโลกต่างมิติภายในจิตใจของ
เอ้าเค่อถ่าน
เขาทำได้เพียงป้องกันด้วยจิตวิญญาณและสายเลือดเท่านั้น
“หนึ่ง สอง… สิบ… เจ็ดสิบ…”
เอ้าเค่อถ่านนับในใจ
เขารู้สึกว่าหลังจากนี้ ฉินเลี่ยจะไม่เหลือพลังจิตวิญญาณและถอยออกไป
ผู้ฝึกยุทธ์สายเลือดระดับที่เจ็ด แม้แต่กับสั่วหมู่เอ่อผู้ช ่าชองจิตวิญญาณมาก
ที่สุดไม่สามารถครอบครองพลังจิตวิญญาณไม่มีสิ้นสุดได้
เขาเชื่อว่าฉินเลี่ยจะใช้พลังจิตวิญญาณอย่างรวดเร็ว
ถึงตอนนั้น เขาสามารถสังหารฉินเลี่ยได้อย่างง่ายดาย
เพราะเหตุนี้ ขณะรับการโจมตี เขานับต่อไป
“อีกไม่นาน”
“เขาน่าจะถึงขีดจำกัดแล้ว!”
“เขาต้องผ่านขีดจำกัดไปแล้วสิ!”
“เป็นไปไม่ได้! นักสู้ระดับที่เจ็ด แม้แต่สั่วหมู่เอ่อก็ไม่สามารถมีพลังจิตวิญญาณ
มหาศาลขนาดนี้ได้!”
“ยังมีอีก!”
เวลาพลันยาวนานไม่มีสิ้นสุด เมื่อเห็นพลังจิตวิญญาณไม่มีสิ้นสุดยังดำเนิน
ต่อไป เอ้าเค่อถ่านหวาดกลัวในที่สุด
เขาหวาดกลัวพลังจิตวิญญาณไม่มีสิ้นสุดของศัตรู
ความจริง มันก็เป็นเช่นนั้น…
ตอนนี้เอง เอ้าเค่อถ่านมองฉินเลี่ยเป็นศัตรูน่าหวาดกลัวที่สุด
แต่ในสายตาของฉินเลี่ย เอ้าเค่อถ่าน… ไม่ใช่ภัยคุกคามมากนัก
เขาสามารถได้รับพลังจิตวิญญาณจากร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณและเติม
เต็มเข้าสู่จิตวิญญาณของร่างหลักได้อย่างง่ายดายขณะกินพลังจิตวิญญาณ
ของเอ้าเค่อถ่าน นี่คือการโกงอย่างไม่ต้องสงสัย
เอ้าเค่อถ่านสายเลือดระดับที่เจ็ดไม่ใช่สั่วหมู่เอ่อผู้ช ่าชองจิตวิญญาณ การ
พยายามวัดกับเขาในด้านพลังจิตวิญญาณช่างเปล่าประโยชน์และโง่เขลายิ่ง
แต่เอ้าเค่อถ่านไม่รู้เรื่องนี้
เขายังฝืนต่อไป
ฉินเลี่ยที่ยังอยู่ในอากาศสามารถหันมาสนใจศึกด้านล่างได้
เผ่าพันธุ์วิญญาณกำลังสู้กันขณะสังหารเผ่าพันธุ์มีปีกและกระดูก
สีหน้าผ่อนคลายของเขาค่อย ๆ จริงจังขณะมอง
เพราะความได้เปรียบเรื่องจำนวน สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณของตระกูลไซ่ตัวลี่
ซือย่อมเหนือกว่า
เผ่าพันธุ์กระดูกที่นำโดยชาเลี่ย เซียนน่า ปาจี๋และสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณ
กำลังเต็มไปด้วยบาดแผลที่พิสูจน์ให้เห็นว่าสาหัสมากแค่ไหน
สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกอ่อนแอและสาหัสยิ่งกว่า
เซินหลานผู้ที่สายเลือดเชื่อมต่อกับเขาไม่สามารถช่วยเซียนน่าและปาจี๋ได้ นาง
อยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงกว่าเช่นกัน
สั่วหมู่เอ่อจากเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเล็งนางมาตั้งแต่แรกขณะใช้วิชาลับจิต
วิญญาณกัดกร่อนจิตใจของเซินหลาน
กลของสั่วหมู่เอ่อเหมือนกับที่เขาเล่นงานเอ้าเค่อถ่าน!
เซินหลานมีคุณลักษณะอวกาศ เวลา ชีวิตและโชคชะตา แต่นางเด็กเกินไป
สมาชิกเก่าแก่ของเผ่าพันธุ์วิญญาณกดดันการเติบโตของนางและผลักดันเข้า
สู่สายเลือดระดับที่เจ็ดอย่างรวดเร็วโดยใช้สมบัติ
เห็นได้ชัดว่านางไม่มีความรู้เรื่องสี่คุณลักษณะสายเลือดมากพอ
สั่วหมู่เอ่อมีประสบการณ์จนรู้ว่านางต้องใช้พลังจิตวิญญาณไปมากในฐานะ
สายเลือดระดับที่เจ็ด
เขาพบจุดอ่อนของเซินหลานขณะโจมตีจิตวิญญาณของเซินหลานมาตั้งแต่
ต้น
เซินหลานดิ้นรนภายใต้การโจมตีจิตวิญญาณของเขาจนไม่สามารถช่วยเซียน
น่าและปาจี๋ได้
ฉินเลี่ยสังเกตการณ์จากด้านบนและพลันแยกส่วนจิตวิญญาณมาหาสั่วหมู่เอ่อ
และเซินหลาน
ตอนที่ 1269: สองสิ่งกับหนึ่งจิต
สั่วหมู่เอ่อในชุดคลุมสีด ำกระหน ่ำโจมตีแนวป้องกันจิตวิญญำณของเซินหลำน
ด้วยวิชำลับเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ
สำยแสงสว่ำงสีเขียวพุ่งออกจำกดวงตำและหน้ำผำกของเซินหลำน
รอบเซินหลำน สนำมจิตวิญญำณทรงพลังคล้ำยกับพำยุที่มองไม่เห็น
ปำจี๋ เซียนน่ำและสมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือรอบนำงไม่สำมำรถทำนทนได้
ทุกคนใกล้นำงสัมผัสได้ว่ำจิตวิญญำณถูกควบคุมโดยแรงที่ไม่รู้จักและให้
ควำมรู้สึกเหมือนก ำลังจะตำย
ซือถ่ำนข่ำจำกเผ่ำพันธุ์มีปีกพยำยำมตรวจสอบสถำนกำรณ์นำงขณะ
ปลดปล่อยสำยจิตวิญญำณ
ถึงอย่ำงนั้นเมื่อจิตวิญญำณของเขำเข้ำมำ คล้ำยกับจมลงไปในบึงจนแทบ
หลบหนีออกมำไม่ได้
ซือถ่ำนข่ำเข้ำใจอย่ำงรวดเร็วว่ำพลังจิตวิญญำณของเขำอ่อนแอกว่ำของเซิน
หลำนและสั่วหมู่เอ่อ
หลังจำกเข้ำใจเรื่องนี้ เขำไม่กล้ำสังเกตกำรณ์ด้วยจิตวิญญำณบุ่มบ่ำมขณะจด
จ่อกับสมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ
“เจ้ำจะพ่ำยแพ้ในพำยุจิตวิญญำณของข้ำ!”
ดวงตำของสั่วหมู่เอ่อพลันก่อตัวเป็นน ้ำวนแปลกประหลำดสองลูกที่หมุนวน
อย่ำงบ้ำคลั่ง
มีเพียงเซินหลำนที่รู้ว่ำตอนนี้ น ้ำวนจิตวิญญำณน่ำหวำดกลัวสองลูกก ำลัง
พันธนำกำรนำง
หนึ่งในน ้ำวนจิตวิญญำณผ่ำนจิตใจนำงขณะก ำลังคุกคำม
น ้ำวนจิตวิญญำณอีกลูกกินร่ำงกำยขนำดเล็กของนำง
สำยพลังจิตวิญญำณเย็นเยือกหมุนวนอย่ำงรวดเร็วขณะห้ำมนำงไม่ให้ใช้พลัง
สำยเลือดได้อย่ำงง่ำยดำย
นำงไม่สำมำรถปลดปล่อยไข่มุกวิญญำณสวรรค์ลึกล ้ำได้
นำงใช้พลังจิตวิญญำณจ ำนวนมำกเพื่อไปถึงระดับที่เจ็ด นำงยังไม่ฟื้นตัว
สั่วหมู่เอ่อคือสมำชิกเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณและพบจุดอ่อนนำงโดยใช้วิชำลับ
ของเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ
นำงอยู่ในสภำพไม่สู้ดี
“โห!”
ฉับพลัน นำงรู้สึกถึงแรงกดดันจิตวิญญำณของฉินเลี่ยจนดวงตำทอประกำย
นำงมองท้องฟ้ำ
ในอำกำศ ฉินเลี่ยและเอ้ำเค่อถ่ำนห่ำงจำกกันหลำยร้อยเมตรขณะปกคลุมใน
แสงสว่ำง
สองคนนั้นคล้ำยดวงดำวในโลกจุดก ำเนิด
นำงรู้สึกว่ำฉินเลี่ยผู้ก ำลังสู้กับเอ้ำเค่อถ่ำนแยกส่วนหนึ่งของพลังจิตวิญญำณ
ลงมำ
“เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”
ล ำแสงพลังจิตวิญญำณนั่นกลำยเป็นจับต้องได้ในอำกำศและเต็มไปด้วยอสนี
แรงกล้ำ
กำรปะทุของพลังจิตวิญญำณนั่นกลำยเป็นกระบี่อสนีเจิดจ้ำที่ฟันลงมำ
“เจ้ำสำมำรถท ำสองสิ่งด้วยหนึ่งจิตได้!” สั่วหมู่เอ่อตะโกน
“แคร้ก!”
อสนีเจิดจ้ำฟำดใส่มิติตรงหน้ำเซินหลำนด้วยสำยกระแสไฟฟ้ำทรงพลัง
หนึ่งในน ้ำวนจิตวิญญำณรอบร่ำงกำยของเซินหลำนพลันระเบิดเมื่อถูกฟันโดย
กระบี่อสนีเล่มนี้
แรงกดดันบนเซินหลำนหำยไปครึ่งหนึ่งทันที
สั่วหมู่เอ่อครำงและตะโกนว่ำ “เอ้ำเค่อถ่ำน! เจ้ำท ำอะไรอยู่?!”
ในสำยตำของเขำ ด้วยพลังของเอ้ำเค่อถ่ำน เขำสำมำรถขังฉินเลี่ยได้อย่ำง
ง่ำยดำย
โดยเฉพำะตอนฉินเลี่ยไม่ได้หลอมรวมกับหลุมศพเลือดเนื้อ
ถึงอย่ำงนั้นตอนนี้ ฉินเลี่ยผู้สู้กับเอ้ำเค่อถ่ำนสำมำรถแบ่งควำมสนใจมำขัดกำร
โจมตีของเขำบนตัวเซินหลำน เขำสับสนกับเรื่องนี้
“กักขังชีวิต!”
เอ้ำเค่อถ่ำนพลันตะโกนหลังจำกเสียงร้องของสั่วหมู่เอ่อดังขึ้นขณะส ำแดง
ควำมสำมำรถสำยเลือด
ล ำแสงพลังสำยเลือดสีครำมปรำกฏใต้ฉินเลี่ยขณะล้อมรอบเขำเอำไว้คล้ำยกิ่ง
ก้ำนต้นไม้โบรำณ
มีจุดแสงสว่ำงสำยเลือดเผ่ำพันธุ์วิญญำณสีครำมจ ำนวนมำกอยู่ภำยในพลัง
สำยเลือดสีครำม
ถึงอย่ำงนั้นพลังกำยภำพของฉินเลี่ยเริ่มหลุดลอยไป
“ก ำแพงอวกำศเวลำ!”
ในเวลำเดียวกัน เอ้ำเค่อถ่ำนหลอมรวมพลังอวกำศและเวลำเพื่อสร้ำงแนว
ป้องกันใหม่ขึ้นมำ
โล่แสงสว่ำงนั่นปรำกฏขึ้นระหว่ำงเขำและฉินเลี่ยเพื่อท ำให้จิตวิญญำณ
ตระหนักรู้ของฉินเลี่ยไม่สำมำรถรุกรำนได้อีกต่อไป
แผนของฉินเลี่ยที่จะผลำญพลังจิตวิญญำณของเขำล้มเหลว
“ข้ำไม่รู้ว่ำเจ้ำคืออะไร แต่ข้ำรู้ว่ำพลังจิตวิญญำณของเจ้ำเหนือกว่ำพวกข้ำทุก
คน!” เอ้ำเค่อถ่ำนกล่ำวเสียงแหบ
ในที่สุดเขำเข้ำใจว่ำกำรใช้พลังจิตวิญญำณกับฉินเลี่ยเปล่ำประโยชน์และไม่
อำจเอำชนะได้
เขำมั่นใจว่ำพลังจิตวิญญำณของฉินเลี่ยบริสุทธิ์และเหนือกว่ำของสั่วหมู่เอ่อ!
หลังจำกเข้ำใจเรื่องนี้ เขำไม่เต็มใจเสียเวลำใช้พลังจิตวิญญำณกับฉินเลี่ยอีก
ต่อไป เขำใช้วิชำลับสำยเลือดเพื่อปิดกั้นพลังจิตวิญญำณของฉินเลี่ยอย่ำง
เด็ดขำด
เมื่อเห็นล ำแสงพลังสำยเลือดสีครำมกระจำยออกคล้ำยเถำวัลย์ปีศำจ ฉินเลี่ย
ยังคงขยับในท้องฟ้ำ
บอลอสนีสีครำมนั่นบินขึ้นขณะตำมเขำ
“วิชำดึงชีวิต!” เอ้ำเค่อถ่ำนยิ้มหยัน
ฉับพลัน แรงดึงดูดน่ำหวำดกลัวปรำกฏจำกใต้บอล
พลังชีวิตจ ำนวนมำกที่ร่ำงกำยภำพของฉินเลี่ยครอบครองถูกดึงออกไปอย่ำง
รวดเร็ว
ร่ำงกำยของเขำสั่นไหว อวัยวะเจ็บปวดจนเกือบล้มลง
“สำยฟ้ำฟำดหลบลี้!”
เขำกลำยเป็นอสนีและก ำลังจะใช้สระอสนีเหลวกับพลังสำยเลือดของวิญญำณ
ปีศำจแปดตำเพื่อเคลื่อนย้ำยพริบตำ
“กักขังมิติ!” เอ้ำเค่อถ่ำนพ่นลมออกจมูก
ม่ำนแสงสว่ำงสีครำมปรำกฏขึ้นด้ำนหลังคล้ำยหมู่เมฆสีด ำขณะล้อมฉินเลี่ย
เอำไว้
ควำมผันแปรต่ำงมิติในพื้นที่นั่นปั่นป่วน
ล ำแสงอสนีสีครำมวูบไหว แต่ร่ำงกำยของฉินเลี่ยไม่เคลื่อนย้ำยพริบตำ
เขำยังอยู่ที่เดิม
“เจ้ำไม่สำมำรถใช้พลังต่ำงมิติต่อหน้ำข้ำได้ง่ำย ๆ หรอก” เอ้ำเค่อถ่ำนยิ้มกว้ำง
ขณะเข้ำใกล้ช้ำ ๆ “ข้ำสงสัยจริงว่ำเลือดผสมเผ่ำพันธุ์เทพเรียนรู้วิชำต่ำงมิติได้
อย่ำงไร? อีกอย่ำง พลังจิตวิญญำณของเจ้ำบริสุทธิ์ผิดปกติ ข้ำไม่เคยเห็นพลัง
จิตวิญญำณทรงพลังจำกสมำชิกเผ่ำพันธุ์เทพระดับเจ้ำมำก่อน! แม้กระทั่งเห่ำ
เจี๋ย ชำงเยี่ยและหมิงซวี่ก็ไม่มีจิตวิญญำณทรงพลังเช่นเจ้ำ!”
เขำคิด จำกนั้นกล่ำวอย่ำงสงสัยว่ำ “เจ้ำคือเลือดผสมของเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ
งั้นหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้! เจ้ำก็รู้สภำพของเผ่ำพันธุ์จิตวิญญำณ พวกข้ำไม่สำมำรถผสม
เลือดกับเผ่ำพันธุ์อื่นได้! มรดกพวกข้ำมำจำกจิตวิญญำณ!” สั่วหมู่เอ่อคัดค้ำน
จำกด้ำนล่ำง
“ก็พูดไป” เอ้ำเค่อถ่ำนยักไหล่ขณะมีสีหน้ำผ่อนคลำย
ตอนนี้เอง เขำใช้วิชำลับต่ำงมิติเพื่อไม่ให้ฉินเลี่ยหลบหนี
เถำวัลย์แปลกประหลำดก่อตัวขึ้นจำกวิชำดึงชีวิตก ำลังดึงพลังงำนจำกร่ำงกำย
ของฉินเลี่ย เขำรู้สึกชัดเจนว่ำชัยชนะอยู่ในก ำมือ
“มันยังไม่ได้หลอมรวมกับหลุมศพเลือดเนื้อ ระวังด้วย อย่ำพลำด” สั่วหมู่เอ่อ
เตือน
“หลุมศพเลือดเนื้อที่ตระกูลเลี่ยเยี่ยนท ำหำยไปน่ะหรือ?” ดวงตำของเอ้ำเค่อถ่ำน
ทอประกำยขณะหัวเรำะ “ถ้ำข้ำสำมำรถช่วงชิงอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้มำได้ มัน
จะเป็นคุณงำมควำมดีครั้งใหญ่กับข้ำ!”
ตอนที่ 1270: เรียนรู้ที่จะสู้
หลุมศพเลือดเนื้อห้าชิ้นของเผ่าพันธุ์เทพลึกลับมาตั้งแต่ต้นกำเนิด พวกมัน
สามารถใช้พร้อมกันด้วยวิธีอันทรงพลังได้
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและวิญญาณสูญเสียครั้งใหญ่เพราะหลุมศพเลือดเนื้อ
ตอนสู้กับเผ่าพันธุ์เทพ
สองเผ่าพันธุ์พยายามสุดความสามารถเพื่อแยกหลุมศพเลือดเนื้อห้าชิ้นออก
จากกัน
แต่ตอนเผ่าพันธุ์สู้กับเผ่าพันธุ์เทพ พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ท้ายที่สุด เผ่าพันธุ์เทพเสียหลุมศพเลือดเนื้อไปหนึ่งชิ้น
ตอนเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและวิญญาณทราบว่าตระกูลเลี่ยเยี่ยนเสียหลุมศพ
เลือดเนื้อไป พวกเขาฉลองครั้งใหญ่ นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาหวาดกลัวการ
ผสานของหลุมศพเลือดเนื้อห้าชิ้นมากแค่ไหน
เอ้าเค่อถ่านตื่นเต้นเมื่อพบโอกาสที่จะได้หลุมศพเลือดเนื้อของตระกูลเลี่ยเยี่ยน
เขารู้ว่าผู้สร้างของเผ่าพันธุ์วิญญาณบางคนปรารถนาหลุมศพเลือดเนื้อห้าชิ้น
ของเผ่าพันธุ์เทพ พวกเขาอยากได้รับหลุมศพเลือดเนื้อเพื่อศึกษาความลับของ
เผ่าพันธุ์เทพ
ผู้สร้างเก่าแก่เหล่านั้นมีชื่อเสียงโด่งดังในเผ่าพันธุ์วิญญาณและมีอำนาจในการ
ตัดสินใจเลือกหัวหน้าเผ่าพันธุ์วิญญาณคนต่อไป
“ถ้าข้าสามารถมอบหลุมศพเลือดเนื้อให้พวกเขาได้ พวกเขาจะยืนข้างข้าตอน
เลือกหัวหน้าคนต่อไป” เอ้าเค่อถ่านคิด
“หวือ หวือ หวือ!”
อสนีสีครามใต้ฉินเลี่ยบิดงออย่างรุนแรงขณะยังคงขยายในท้องฟ้า
อสนีสีครามที่กระจัดกระจายจำนวนมากขยับรอบแถบสายเลือดสีครามเหล่านั้น
คล้ายดวงดาว
พลังชีวิตของฉินเลี่ยไหลออกอย่างรวดเร็วภายใต้ความสามารถสายเลือดลึกลับ
ฉับพลัน แรงดูดแรงกล้ายิ่งกว่ามาจากใต้เขา
ร่างของฉินเลี่ยพลันนิ่ง
เพียงพริบตา อสนีสีครามนับพันลงมาจากด้านบนและกลืนกินเขาเข้าไป
มันเหมือนกับดอกไม้ขนาดมหึมาที่ปกคลุมทั่วเขาจนสิ้น
เส้นสายเลือดไขว้ผ่านขณะสร้างกลีบดอกไม้งดงาม พวกมันส่องแสงดาราจน
ทำให้ท้องฟ้ามืดมิดว่างดุจกลางวัน
ดอกไม้ปีศาจที่ก่อตัวจากสายเลือดของเอ้าเค่อถ่านปลดปล่อยแสงสว่างเจิดจ้าที่
เมินความมืดสนิทของโลกจุดกำเนิด
“โดยทั่วไปแล้ว หลุมศพเลือดเนื้อแต่ละชิ้นเต็มไปด้วยพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์
เกือบไม่มีสิ้นสุด พลังนี้… บังเอิญเป็นหนึ่งในพลังชีวิตที่สำคัญที่สุด” รอยยิ้ม
ของเอ้าเค่อถ่านเจิดจ้าขณะฉินเลี่ยถูกกินโดยดอกไม้ปีศาจ เขาคล้ายกับไม่
กังวล เขากล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “ข้าไม่รู้ว่าวิชาดึงชีวิตของข้าสามารถดึง
พลังเลือดเนื้อของทั้งเจ้าและหลุมศพได้หรือไม่ ฮ่า ข้าอยากเห็นนักว่าตอนเจ้า
ไม่มีพลังสายเลือด จิตวิญญาณของเจ้า… ยังสามารถสู้ได้อยู่หรือเปล่า”
ในโลกแสงสว่างสีคราม เวลาและอวกาศปั่นป่วน ฉินเลี่ยไม่สามารถหลบหนี
จากโลกแปลกประหลาดนี้โดยใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้ได้
ในโลกสีครามใบนี้ที่พลังสายเลือดของเอ้าเค่อถ่านสร้างขึ้นมา เขารู้สึกยิ่งมายิ่ง
อ่อนแอราวกับพลังกำลังไหลออกไป
วิชาดึงชีวิตคือหนึ่งในวิชาลับน่าหวาดกลัวที่สุดของเผ่าพันธุ์วิญญาณ เอ้าเค่อ
ถ่านผู้ช ่าชองคุณลักษณะชีวิตเชี่ยวชาญวิชาลับนี้
ในโลกใบนี้ นอกเหนือจากเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณผู้มีร่างจิตวิญญาณบริสุทธิ์
พละกำลังของเผ่าพันธุ์กายภาพทั้งหมดมาจากพลังชีวิตพวกเขา
พลังสายเลือด พลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์ พลังวิญญาณ พวกมันล้วนก่อเกิดมาจาก
พลังชีวิต
วิชาดึงชีวิตของเผ่าพันธุ์วิญญาณสามารถพรากพลังผสมทั้งหมดเว้นเพียงพลัง
จิตวิญญาณได้
วิชาลับแปลกประหลาดนี้สามารถเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตให้กลายเป็นกองกระดูกเน่า
ได้
มันจะไม่หลงเหลือพลังไว้แม้แต่นิดเดียว
ความจริง เผ่าพันธุ์และสัตว์ร้ายส่วนใหญ่ที่ถูกโจมตีโดยวิชาดึงชีวิตจะไร้ค่า
หลังจากตาย
กระดูกพวกเขาไม่มีพลังให้ใช้ แม้กระทั่งสมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกก็ไม่สามารถ
หลอมเป็นปีศาจซากศพได้
ผู้สร้างไม่สามารถใช้พวกมันหลอมเป็นอุปกรณ์มีค่าได้
“มิติพิเศษคล้ายกับโลกเปลวเพลิงและคุกทมิฬ…”
ขณะมองโลกสีครามแปลกประหลาด ฉินเลี่ยค่อย ๆ เข้าใจหลังจากพยายามใช้
พลังวิญญาณและพลังสายเลือดจนไร้ผล
เขาคิดถึงตอนติดอยู่ใน “คุกทมิฬ” ของชางเยี่ยเมื่อสู้อยู่ในกระแสมิติโกลาหล
นอกอาณาจักรวิญญาณ
ในความมืดที่เขาไม่สามารถมองเห็นได้ เขาไม่สามารถเป็นอิสระได้
ท้ายที่สุด…
จิตใจของเขาขยับ หยุดแก่นโลหิตชีวิตพุ่งออกจากร่างกาย
หยดโลหิตสลักบางสิ่งตรงหน้าเขาอย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมา ผังโบราณโลหิตซับซ้อนปรากฏขึ้
“ผังโบราณระดับกลาง ทะลายพรมแดน!”
ผังโบราณที่เขาสลักด้วยแก่นโลหิตชีวิตบิดงอและขยายออก
ในเวลาเดียวกัน พลังของบรรทัดฐานจักรวาลที่สามารถฉีกกระชากทุกสิ่งได้
ระเบิดจากผังโบราณนั่น
“หวือ หวือ หวือ!”
ฉับพลัน ดอกไม้สีครามขนาดมหึมาที่กลืนกินฉินเลี่ยคล้ายกับระเบิดด้วย
ลำแสงโลหิต
“พรึ่บ!”
ดอกไม้ปีศาจที่สร้างจากพลังสายเลือดของเอ้าเค่อถ่านพลันระเบิดเป็นลำแสงสี
คราม
“หลุมศพเลือดเนื้อ!”
ขณะฉินเลี่ยตะโกน หลุมศพว่างเปล่าปรากฏขึ้นขณะปลดปล่อยแสงสว่างเจ็ดสี
ออกมา
แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสายคล้ายหนวดที่ขยับเข้าหาลำแสงสีครามขณะกลืนกิน
แสงสว่างสีครามเจิดจ้า
พลังชีวิตที่เป็นของฉินเลี่ยลอยในอากาศเมื่อดอกไม้สีครามระเบิด
ฉินเลี่ยใช้หลุมศพเลือดเนื้อเพื่อดึงพลังที่ถูกช่วงชิงไปจากเขากลับคืนมา
ในเวลาเดียวกัน เซินหลานใช้พลังสายเลือดเพื่อสร้างโล่แสงสว่างขึ้นมา
“โล่กาลอวกาศ!”
โล่สีครามสร้างอาคมผิดปกติที่แยกนางและสั่วหมู่เอ่อออกจากกัน
สั่วหมู่เอ่อพลันพบว่าเขาไม่สามารถรุกรานจิตใจของเซินหลานด้วยพลังจิต
วิญญาณเพื่อเพิ่มพลังให้น ้าวนในจิตวิญญาณของเซินหลานได้อีกต่อไป
เขาเข้าใจทันทีว่าเซินหลานพบทางเล่นงานเขาจากตอนเอ้าเค่อถ่านสู้กับการ
โจมตีจิตวิญญาณของฉินเลี่ย
นางใช้โล่และอาคมที่คล้ายกับเผ่าพันธุ์วิญญาณเพื่อปิดกั้นการโจมตีจิต
วิญญาณของเขาจนยุติการต่อสู้ในจิตวิญญาณ
“วิชาดึงชีวิต!”
ดอกไม้ปีศาจปรากฏเหนือสั่วหมู่เอ่อขณะกลืนกินร่างกายที่สั่วหมู่เอ่อกำลัง
ครอบครอง
เซินหลานเริ่มเรียนรู้จากกลของเอ้าเค่อถ่านขณะมองสั่วหมู่เอ่อเป็นฉินเลี่ย
ดอกไม้สีครามปีศาจนั่นที่นางสร้างขึ้นมาล้อมรอบร่างกายที่ถูกยึดครองของสั่ว
หมู่เอ่อทันที
สั่วหมู่เอ่อสัมผัสได้ชัดเจนว่าพลังชีวิตของเขากำลังไหลออกไปอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของเขาตกตะลึง
ตอนที่ 1271: ยึดครอง
สั่วหมู่เอ่อเข้าใจในตัวเซินหลานมากขึ้น
เขารู้ว่าเซินหลานปรากฏตัวขึ้นเมื่อสิบปีก่อนในดินแดนบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์
วิญญาณ เขารู้ว่าเซินหลานเป็นเด็กทารกในตอนนั้น
จากเด็กทารกผู้มีสายเลือดเผ่าพันธุ์วิญญาณระดับที่หนึ่งจนมีสายเลือดระดับที่
เจ็ดอย่างทุกวันนี้ เซินหลานคล้ายกับเพียงใช้เวลาสั้น ๆ ไม่กี่ปี
ยิ่งเผ่าพันธุ์วิญญาณใช้วัตถุดิบวิญญาณล ้าค่าจำนวนนับไม่ถ้วนกับนาง
ความเร็วการเลื่อนขั้นของเซินหลานยิ่งน่าทึ่งเท่านั้น
เมล็ดพันธุ์วิญญาณทั้งหมดก่อนหน้านี้ รวมถึงเอ้าเค่อถ่านจะถูกเลี้ยงดูโดย
เผ่าพันธุ์วิญญาณทันทีที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นเมล็ดพันธุ์วิญญาณ
เผ่าพันธุ์วิญญาณใช้สมบัติจำนวนมากกับเอ้าเค่อถ่าน
แต่การเลื่อนขั้นสายเลือดของเอ้าเค่อถ่านไม่เร็วเท่ากับของเซินหลาน
ความจริง เซินหลานมีอัตราการเปลี่ยนสภาพสายเลือดเร็วที่สุดใน
ประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์วิญญาณ
การเติบโตสายเลือดอย่างรวดเร็วทำให้เมล็ดพันธุ์วิญญาณไม่มีความรู้มากพอ
เกี่ยวกับพลังสายเลือด ความสามารถในการต่อสู้ก็ไม่สามารถเทียบกับผู้ที่
พยายามเลื่อนขั้นได้
ประสบการณ์การต่อสู้ของเซินหลานอ่อนแอกว่าเมล็ดพันธุ์วิญญาณคนอื่น
ทั้งหมดก็เพราะการเลื่อนขั้นของนางเร็วเกินไป เพราะผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์
วิญญาณเหล่านั้นรอไม่ได้ นี่ทำให้นางไม่เคยประสบกับการต่อสู้จนตัวตายกับ
คนอื่นมาก่อน
นางถูกปกป้องโดยยอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์ราวกับสมบัติมาโดยตลอด
ผู้ที่ไม่ประสบกับความน่ากลัวของความตายมักจะสูญเสียใหญ่หลวงในการต่อสู้
อย่างหนัก
สั่วหมู่เอ่อรู้สึกว่าสามารถจัดการเซินหลานได้ง่ายเสมอ
ตอนนี้เอง เมื่อเซินหลานโจมตีเขาคล้ายกับที่เอ้าเค่อถ่านโจมตีฉินเลี่ย เขา
พบว่าเซินหลานกำลังเรียนรู้วิธีต่อสู้ผ่านเอ้าเค่อถ่าน
“หวือ!”
ร่างยึดครองของเขาถูกห่อหุ้มในดอกไม้ปีศาจสีครามขณะพลังชีวิตไหลออกไป
อย่างรวดเร็ว
ไม่เหมือนกับฉินเลี่ย เขาไม่มีหลุมศพเลือดเนื้อ ร่างกายนี้ถูกช่วงชิงชีวิตทั้งหมด
อย่างรวดเร็ว
ผ่านไปสักพัก เขาไม่สามารถสัมผัสพลังจากร่างยึดครองนี้ได้
ร่างกายนี้เป็นเพียงศพคล้ายถุงแห้งที่ดูเหมือนกับกำลังเน่าเปื่อยมาหลายพันปี
สั่วหมู่เอ่อเข้าใจว่าเขาไม่สามารถสู้ในร่างกายนี้ได้ จิตวิญญาณของเขากำลัง
พุ่งออกไป
จิตวิญญาณคล้ายไฟภูตผีพุ่งออกจากดอกไม้สีครามและพลันตกเข้าใส่ปาจี๋
ปาจี๋ผู้กำลังสู้กับสมาชิกจากตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ เมื่อเห็นไฟภูตผีเข้ามา ตอนเขา
อยากหลบ เขาพบว่าจิตวิญญาณถูกเล็งเอาไว้
เพียงชั่วความตกตะลึงสั้น ๆ จิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อเข้าสู่ร่างกายของปาจี๋
“อ้าก!”
ปาจี๋กุมศีรษะขณะคำรามและใช้ทุกวิถีทางเพื่อสู้กับสั่วหมู่เอ่อด้วยร่างกาย
“พรวด!”
สมาชิกจากตระกูลไซ่ตัวลี่ซือแทงหอกเงินใส่เอวของปาจี๋
ปาจี๋เสียการควบคุมความเจ็บปวด ร่างกายของเขาพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง
ขณะสั่นไหว จิตวิญญาณที่เป็นของปาจี๋หายไปจากดวงตา
สิ่งที่แทนที่คือจิตวิญญาณตระหนักรู้ของสั่วหมู่เอ่อ สายไฟภูตผีปรากฏใน
ดวงตาของปาจี๋
“เหอะเหอะเหอะ!”
เขาหัวเราะ เห็นได้ชัดว่าแทนที่ปาจี๋ในฐานะเจ้าของร่างกายคนใหม่
“ปาจี๋!” เซินหลานตะโกน
“เขายังไม่ตาย ข้าแค่จองจำจิตวิญญาณของเขาเท่านั้น ถ้าเจ้าทำลายร่างกาย
ของเขา เขาก็ไม่อาจกลับมามีชีวิตได้” สั่วหมู่เอ่อด้วยขยับแขนขาขณะปรับ
สภาพกับร่างกายใหม่และเดินเข้าหาเซินหลาน
ศัตรูของปาจี๋และสมาชิกจากตระกูลไซ่ตัวลี่ซือคนอื่นไม่โจมตีสั่วหมู่เอ่อ
หลังจากยึดร่างกายของปาจี๋แล้ว
เซียนน่าผู้สู้เคียงข้างปาจี๋มาหลายปีมองเขาที่เดินเข้าหาเซินหลานอย่างตก
ตะลึง
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณผู้สาบานว่าจะปกป้องเซินหลานมีสีหน้าซับซ้อนและ
ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร
“ปาจี๋ตายแล้ว! อย่าฝันกลางวัน! ฆ่ามัน!” ซือถ่านข่าตะโกน “สั่วหมู่เอ่อจงใจ
ยึดครองปาจี๋เพื่อให้เจ้ากลัวการโจมตีเขา! อย่าติดกับเรื่องนี้!”
ในท้องฟ้า ฉินเลี่ยยืนบนหลุมศพเลือดเนื้อขณะสาดแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสาย
เพื่อฟื้นพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์ที่เสียไปกลับคืนมา
ดอกไม้ปีศาจสีครามที่สร้างจากสายเลือดของเอ้าเค่อถ่านพังทลาย เอ้าเค่อถ่าน
คล้ายกับได้รับผลย้อนกลับ สีหน้าของเขาซีดเผือด
เขาไม่รีบโจมตีฉินเลี่ยอีก
เพราะเหตุนี้ ฉินเลี่ยหันมาสนใจการต่อสู้ด้านล่าง เขาสังเกตเห็นว่าสั่วหมู่เอ่อยึด
ครองปาจี๋จนทำให้กลุ่มของเซินหลานสับสน
เขาสัมผัสด้วยจิตวิญญาณ
จากร่างกายของปาจี๋ เขาสัมผัสได้เพียงแรงกดดันของสั่วหมู่เอ่อ จิตวิญญาณ
ของปาจี๋… หายไปสิ้นแล้ว
“สั่วหมู่เอ่อโกหก! ปาจี๋ตายแล้ว ต่อให้ร่างกายของเขายังหลงเหลือ เขาก็ไม่
สามารถกลับมามีชีวิตได้อีก” ฉินเลี่ยเตือนจากท้องฟ้า “เมื่อเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณยึดครองร่างกายภาพอีกร่าง มันจะใช้พลังจิตวิญญาณจำนวนมาก
สั่วหมู่เอ่อต้องใช้พลังจิตวิญญาณจำนวนมากหลังจากยึดครองปาจี๋ ถ้าเจ้าฆ่า
เขาเพื่อบังคับให้ออกจากร่างกายของปาจี๋ เขาจะใช้พลังจิตวิญญาณทั้งหมด
หากพยายามยึดครองคนอื่นอีก!”
หลังจากดูดซับเศษเสี้ยวจิตวิญญาณจากเซ่อหลิน เขามีความรู้เรื่องวิชาลับของ
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณมากขึ้น
การยึดครองด้วยจิตวิญญาณไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้พลังจิตวิญญาณจำนวน
มาก
สั่วหมู่เอ่อมีสีหน้าผ่อนคลาย แต่ฉินเลี่ยรู้หลังจากเซินหลานทำลายหุ่นเชิดตัว
แรกด้วยวิชาดึงชีวิต เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
การยึดครองปาจี๋ ทำลายวิญญาณของปาจี๋และทำลายจิตวิญญาณของปาจี๋ทำ
ให้ต้องใช้พลังจิตวิญญาณมากยิ่งขึ้น
ตราบใดที่สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณสามารถโจมตีโดยไม่ลังเลเพื่อบังคับให้เขา
ออกจากร่างกายของปาจี๋หรือทำลายร่างกายของปาจี๋ สั่วหมู่เอ่ออาจจะเสีย
ความสามารถการต่อสู้
“เจ้า! เจ้ารู้ความลับการยึดครองของเผ่าพันธุ์ข้าได้อย่างไร?!” สั่วหมู่เอ่อตก
ตะลึง
เขารู้ว่าฉินเลี่ยพูดถูก
เรื่องการยึดครองที่ใช้พลังจิตวิญญาณจำนวนมากคือความลับของเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณ มีเพียงสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณแท้จริงเท่านั้นที่จะรู้เรื่องนี้
คนนอกไม่มีทางเข้าใจเรื่องนี้!
“ข้าบอกเจ้าก่อนหน้านี้ว่าบรรพบุรุษจิตวิญญาณเปิดเผยความลับของเผ่าพันธุ์
จิตวิญญาณให้เผ่าพันธุ์มนุษย์จากอาณาจักรวิญญาณ” ฉินเลี่ยพ่นลมออก
จมูก
“เป็นไปไม่ได้! ในฐานะสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ เขาย่อมไม่บอกความลับ
การยึดครองให้เผ่าพันธุ์อื่นรู้แน่! นี่เป็นไปไม่ได้!” สั่วหมู่เอ่อกล่าวอย่างเกรี้ยว
กราด
“นั่นมันก็จริง เจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างสงบ
“ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!” เซียนน่าตะโกน
ตอนนี้เอง สั่วหมู่เอ่อผู้ยึดครองปาจี๋อยู่ใกล้เซินหลานมาก
เขากำลังคุกคามชีวิตของเซินหลาน
เซียนน่ารู้ว่าเซินหลานเป็นคนอ่อนโยน นางรู้ว่าเซินหลานไม่สามารถสังหาร
อดีตสหายจนเกิดกังวลว่าสั่วหมู่เอ่อจะใช้โอกาสนี้สังหารอีกฝ่าย
นางวิตกกังวลมาก
ตอนที่ 1272: ศัตรูถอย
“ตราบใดที่ร่างของปาจี๋ยังอยู่ เขามีโอกาสรอดชีวิต ถ้าเจ้าทำลายร่างของเขา
ต่อให้เจ้าช่วยจิตวิญญาณได้ เขาก็ไม่มีโอกาสฟื้นคืนชีพ”
สั่วหมู่เอ่อเมินฉินเลี่ยและหัวเราะขณะเข้าใกล้เซินหลาน เขากล่าวว่า “ข้ารู้ว่า
เจ้าคล้ายกับเข้าใจวิชาลับย้อนเวลา ถ้าเจ้าเต็มใจใช้พลังชีวิต เจ้ามีโอกาสสูงที่
จะชุบชีวิตปาจี๋ ใช่ไหมล่ะ?”
ตอนนี้ บาดแผลในท้องของปาจี๋ยังเลือดไหลอยู่
แน่นอน สั่วหมู่เอ่อผู้ไม่ใช่เจ้าของร่างไม่สนว่าร่างของปาจี๋จะบาดเจ็บสาหัสแค่
ไหน
หลังจากเขายึดครองปาจี๋ เขายังคงบอกว่าปาจี๋มีความเป็นไปได้ที่จะรอดชีวิต
เพื่อให้สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเกิดการขัดขืน
ตราบใดที่เซินหลาน เซียนน่าและคนอื่นห่วงชีวิตของปาจี๋และไม่พยายาม
สังหาร เขาย่อมได้เปรียบ
ตอนนี้คล้ายกับว่าเขาบรรลุเป้าหมายไปแล้ว เซินหลานและสมาชิกเผ่าพันธุ์
วิญญาณไม่กล้าลงมือบุ่มบ่าม
มีเพียงเซียนน่าที่ตะโกนและโน้มน้าวสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณคนอื่นให้สังหาร
ปาจี๋
แต่ว่า สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือได้เปรียบเรื่องจำนวน
สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณแต่ละคนผู้น่าจะกำลังปกป้องเซินหลานมีศัตรูอย่างต ่า
หนึ่งคน แม้แต่เซียนน่าก็ไม่ได้รับการละเว้น
หากเซินหลานไม่เต็มใจสังหาร ไม่มีใครสามารถช่วยนางได้
ไม่แม้แต่กับฉินเลี่ย
เพราะตอนนี้ เอ้าเค่อถ่านจากตระกูลไซ่ตัวลี่ซือสะกดกลั้นความปั่นป่วนของ
สายเลือดขณะเริ่มกดดันฉินเลี่ย
“ข้าคือศัตรูเจ้า เจ้าหันไปสนใจที่อื่นแบบนี้มันเสียมารยาทกับข้านะ” เอ้าเค่อ
ถ่านพลันสงบและคล้ายกับสะกดกลั้นความปั่นป่วนได้แล้ว
เขาไม่รีบสังหารฉินเลี่ย เขาไม่มองฉินเลี่ยเป็นคนที่จัดการได้ง่าย
เขามองฉินเลี่ยเป็นยอดฝีมือระดับเดียวกับเห่าเจี๋ยและชางเยี่ย!
“พลังสายเลือดบริสุทธิ์ไม่สามารถชนะเจ้าได้ ถึงเวลาใช้อุปกรณ์บางอย่างแล้ว”
เอ้าเค่อถ่านกล่าวอย่างสงบ
ลูกตาของฉินเลี่ยจับจ้อง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปขณะมองส่วนหนึ่งของท้องฟ้า
อย่างตกตะลึง
ทันทีที่เอ้าเค่อถ่านพูดจบ เขาพบว่ามิติรอบเขากำลังพังทลายและหดตัว!
พื้นที่มิตินี้คล้ายกับบอลลูนที่ถูกดูดอากาศออกไป มันหดตัวเข้าหาฉินเลี่ยที่อยู่
ใจกลางขณะกลายเป็นจุดสีดำ
สีหน้าของฉินเลี่ยจริงจังผิดปกติ
เขารู้เกี่ยวกับพลังต่างมิติเช่นกัน เขารู้ว่าทันทีที่มิติหดตัวนี้สร้างจุดสีดำ มีความ
เป็นไปได้สูงที่จะกลายเป็นหลุมดำ
ตอนนี้ คล้ายกับว่าจุดสีดำนั่น… จะก่อตัวขึ้นในร่างกายของเขา
ถึงตอนนั้น ร่างกายและจิตวิญญาณของเขาจะกลายเป็นอุปกรณ์ชั่วร้ายสำหรับ
หลุมดำ
จิตวิญญาณของเขาจะหายไป
“อุปกรณ์…”
เขามองเอ้าเค่อถ่านและพบว่าบอลผลึกวูบไหวกำลังหมุนที่หน้าอกของเอ้าเค่อ
ถ่าน
บอลผลึกนั่น เมื่อฉินเลี่ยมองใกล้ ๆ มันคล้ายกับไข่มุกวิญญาณสวรรค์ลึกล ้าที่
เซินหลานปลดปล่อยออกมาก่อนหน้านี้
บอลผลึกส่องแสงเป็นสีครามมหาสมุทร ลำแสงหมุนอยู่ภายในคล้ายหมู่เมฆสี
คราม
ม่านแส่งสว่างเอ่อล้นเหล่านั้นคล้ายกับปิดกั้นมิติรอบตัวเขาขณะกดมิตินี้ให้
พังทลาย
เห็นได้ชัดว่าความผิดปกติของมิตินี้มีสาเหตุมาจากบอลผลึก!
“หยาดน ้าตาจันทรา!”
หลังจากตกตะลึง เขาอัญเชิญเทวภัณฑ์ของเผ่าพันธุ์จันทราสงบนิ่งทางจิตเพื่อ
ยับยั้งการโจมตี
จุดแสงจันทราปลดปล่อยจากสัญลักษณ์จันทราสีเงินบนร่างกายขณะลอยเหนือ
ศีรษะ
จุดแสงจันทรากลายเป็นจันทร์เสี้ยว จันทร์เสี้ยวเก้าดวงคล้ายมีดที่พุ่งออกจาก
มิติพังทลาย
พลังต่างมิติของเอ้าเค่อถ่านส่งผลต่อพื้นที่นี้ของโลกขณะพันธนาการร่างกาย
และจิตวิญญาณของฉินเลี่ยเอาไว้
ถึงอย่างนั้นมันไม่ส่งผลต่ออุปกรณ์ชิ้นนี้
เพียงพริบตา แสงสว่างจันทร์เสี้ยวเก้าสายออกจากที่ที่ฉินเลี่ยอยู่
จันทร์เสี้ยวเก้าดวงวูบไหวและพลันเปลี่ยนเป็นดวงจันทร์เจิดจ้าเก้าดวง
ดวงจันทร์เก้าดวงปลดปล่อยแสงสว่างสีครามเย็นเยือกที่ก่อตัวเป็นม่านแสงสว่าง
ขนาดใหญ่มากพอที่จะปกคลุมท้องฟ้า
แรงกดดันน่าหวาดกลัวของอุปกร์ระดับศักดิ์สิทธิ์พลันปกคลุมพื้นที่ที่เอ้าเค่อ
ถ่านอยู่
“ตูม!”
เอ้าเค่อถ่านคล้ายกับได้รับการโจมตีอย่างหนักขณะตกจากท้องฟ้าคล้ายระเบิด
“อุปกรณ์ระดับศักดิ์สิทธิ์! อุปกรณ์ระดับศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้น!”
ขณะตกลงมา เขาอดที่จะกรีดร้องด้วยความประหลาดใจไม่ได้
เขาเสียการควบคุมบอลผลึกที่กักขังฉินเลี่ยหลังจากถูกโจมตี
ฉินเลี่ยฉวยโอกาสเป็นอิสระจากการกักขังต่างมิติแปลกประหลาด
เขาผู้กำลังลอยในอากาศพลันตกลงไปอย่างแรงคล้ายอุกกาบาต
เขากลายเป็นแสงอสนีหนา
เขาดิ่งลงไปหาเอ้าเค่อถ่าน
“โล่ผลึก!” เอ้าเค่อถ่านตะโกน
ชิ้นส่วนผลึกคล้ายกระจกพลันปรากฏระหว่างเขาและฉินเลี่ย
“ตูม ตูม ตูม! เพี้ยะ เพี้ยะ เพี้ยะ!”
อสนี อสนีบาตและเศษเสี้ยวแสงสว่างที่กระจัดกระจายพุ่งออกมา
ก้อนหกเหลี่ยมเหล่านั้นที่กำลังลอยรอบเอ้าเค่อถ่านพังทลาย เศษเสี้ยวแทงเข้า
หาฉินเลี่ย
เอ้าเค่อถ่านตะโกน กล้ามเนื้อในหน้าอกปะทุขณะกระอักเลือด
“หวือ!”
หลังผ่านไปอีกสักพัก เขาเคลื่อนย้ายพริบตาออกมาจนฉินเลี่ยไม่สามารถโจมตี
ได้อีก
ฉินเลี่ยลงพื้นขณะเมินบาดแผลบนร่างกายและเตรียมจะโจมตีอีกครั้ง
“เจ้ากล้าดียังไง!”
ฉับพลัน เขาได้ยินเสียงตะโกนของสั่วหมู่เอ่อขณะมองไปตามสัญชาตญาณ
ไกลออกไป สั่วหมู่เอ่อผู้ยึดครองร่างของปาจี๋มองรูเลือดในหน้าอกอย่างไม่
อยากเชื่อ
รูหลั่งเลือด มันไปถึงหัวใจของปาจี๋จนเขาไม่สามารถใช้พลังสายเลือดของร่างนี้
ได้
ดาบต่างมิติเจิดจ้าปรากฏตรงแผ่นหลังขณะทำลายร่างนี้
สั่วหมู่เอ่อมีสีหน้าไม่อยากเชื่อขณะมองเซินหลาน เขากล่าวว่า “เจ้าถึงกับกล้า
โจมตี!”
เซินหลานเม้มริมฝีปากล่าง ร่างกายสั่นไหวเบา ๆ
“ปาจี๋… ปาจี๋ตายแล้ว ข้าสัมผัสแรงกดดันจิตวิญญาณของเขาไม่ได้” เซิน
หลานคล้ายกับไม่กล้าสบตาหรือร่างของปาจี๋ที่นางทำลาย นางกล่าวว่า “ข้ารู้
ว่าเจ้าทำลายจิตวิญญาณเขาไปแล้ว ข้าไม่สามารถร่ายย้อนเวลาในสภาพ
ตอนนี้ได้ ข้ารู้ว่าข้าไม่สามารถช่วยเขาได้ ถ้าข้าช่วยเขาไม่ได้ ข้าทำได้เพียง
แก้แค้นให้เขาเท่านั้น ถ้าข้าฆ่าเจ้าได้ ปาจี๋จะไม่ตายเปล่า”
สั่วหมู่เอ่อชำเลืองมองนางและกล่าวว่า “ข้าต้องยอมรับว่าเจ้าเติบโตเร็วมาก ถ้า
ข้าปล่อยเจ้าออกจากโลกจุดกำเนิดไป ไม่ช้าเจ้าจะกลายเป็นศัตรูน่าหวาดกลัว
ที่สุดของเผ่าพันธุ์ข้า”
ขณะพูด จิตวิญญาณของเขาออกจากร่างของปาจี๋อย่างรวดเร็ว
ครั้งนี้ แสงสว่างจิตวิญญาณของเขาหมองลงอย่างเห็นได้ชัด
“เอ้าเค่อถ่าน!” เขาตะโกน
“ข้าได้รับบาดเจ็บเช่นกัน” เอ้าเค่อถ่านถูกล้อมโดยสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือห
ลายสิบคนขณะพยายามเช็ดเลือดที่ปาก ใบหน้าซีดเผือด
สั่วหมู่เอ่อมองเขา จากนั้นมองสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ เขาพบว่าด้วยการขัด
ขืนของเผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีก สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือผู้ได้เปรียบเรื่อง
จำนวนไม่อาจหาทางบดขยี้ศัตรูได้
ตอนนี้ ยังมีสมาชิกสองเผ่าพันธุ์อ่อนแอกว่าจำนวนมากที่ยังมีชีวิตอยู่ กลุ่มของ
เซียนน่ายังมีสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก แต่พวกเขา
ยังยืนหยัดอย่างภาคภูมิ
เขาใช้พลังจิตวิญญาณหลังจากเสียร่างกายภาพไปสองครั้งจนไม่มั่นใจว่าจะ
สามารถสังหารเซินหลานได้
และเอ้าเค่อถ่าน… ไม่คล้ายกับชนะฉินเลี่ย
“ถอยก่อนเถอะ” สั่วหมู่เอ่อพลันกล่าวขึ้น
เอ้าเค่อถ่านนิ่ง ร่องรอยความอับอายปรากฏในดวงตา แต่ตอนนั้นเอง เขาได้สติ
และกล่าวว่า “ถอย!”
สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือทุกคนที่กำลังไล่สมาชิกจากเผ่าพันธุ์กระดูกและมีปีก
ถอยอย่างจนใจหลังจากได้ยินคำสั่ง
“นายหญิง! พวกมันฆ่าปาจี๋และต๋านั่ว!” เซียนน่าตะโกน
“พวกเราไล่ตามไม่ได้ พวกเรา… ไม่มีความสามารถที่จะฆ่าพวกมัน” เซินหลาน
กล่าว
เซียนน่านิ่ง จากนั้นมองคนรอบนางขณะสงบสติลง
ตอนที่ 1273: คาดไม่ถึง
เพียงสั้น ๆ เหลือเพียงหลายสิบคนในเผ่าพันธุ์นาง
ผู้รอดชีวิตล้วนเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือด เห็นได้ชัดว่าใกล้หมดสติลงทุกที
ใกล้กันนั้น สมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกเหลือเพียงหกคนที่รอดชีวิต
สองพี่น้องที่ฉินเลี่ยเคยช่วยเอาไว้ตายในการต่อสู้ครั้งนี้ ร่างพวกเขาโชกเลือด
และเต็มไปด้วยบาดแผล
แม้กระทั่งเผ่าพันธุ์กระดูกเหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังยืนหยัดอยู่
เกือบสองในสามส่วนของเผ่าพันธุ์ที่ตายจาก…
ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือสาหัสยิ่งกว่า แต่พวกเขามีเกือบหนึ่งร้อยคน!
เซียนน่าดูสถานการณ์และเงียบ นางหยุดตะโกนให้ไล่ตาม
ซือถ่านข่าและชาเลี่ยรู้สถานการณ์และเลือกที่จะเงียบเช่นกัน
พวกเขามองขณะเอ้าเค่อถ่านและสั่วหมู่เอ่อนำสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือถอยไป
ช้า ๆ
ไม่มีใครบ้าพอที่จะไล่ตาม
เผ่าพันธุ์วิญญาณ กระดูกและมีปีกไม่ขยับ ฉินเลี่ยย่อมไม่โง่ที่จะไปหาสมาชิก
ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือเพื่อสู้จนตัวตาย เอ้าเค่อถ่านและสั่วหมู่เอ่อยังมีชีวิตและกลุ่ม
พวกเขาใหญ่ ถ้าเขาบุ่มบ่ามโจมตีไป เขามีแต่จะทำร้ายตัวเอง
“ทำไมพวกมันไป? ถ้าพวกมันสู้ต่อ พวกมันสามารถฆ่าพวกเราทุกคนได้”
เซียนน่านั่งลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดราวกับใช้พลังสายเลือดจนหมด
ดวงตาของนางหมองหม่น
การตายของต๋านั่ว การตายอันน่าเวทนาของปาจี๋และการตายของสมาชิก
สหายสร้างบาดแผลทางจิตใจให้กับนาง
ทั้งหมดนี้มาจากอดีตสหายของนาง เอ้าเค่อถ่าน
ในฐานะสมาชิกของเผ่าพันธุ์วิญญาณ ในฐานะอดีตเมล็ดพันธุ์วิญญาณ ทันที
ที่เอ้าเค่อถ่านเข้าสู่โลกจุดกำเนิด เขาไม่ช่วยเผ่าพันธุ์วิญญาณช่วงชิงสมบัติ
ชิ้นนี้และปรารถนาเพียงสังหารเซินหลาน
ศึกภายในเผ่าพันธุ์ทำให้นางสิ้นหวังยิ่ง
“เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” ตอนนี้เอง ฉินเลี่ยเข้ามาหาช้า ๆ ขณะมองเซินหลาน
เขาถามอย่างกังวลว่า “สั่วหมู่เอ่อทำร้ายจิตวิญญาณเจ้าหรือเปล่า?”
เซินหลานส่ายหน้า “ไม่”
ตอนนี้เอง ชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกและซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกรวบรวม
วกองกำลังที่เหลือ
หลังศึกนองเลือดนี้ ความสัมพันธ์พวกเขากับสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณพลัน
แน่นแฟ้นขึ้น
เซียนน่าไม่ระแวดระวังพวกเขาอีกต่อไป
อีกอย่าง เมื่อนางคิดว่าฉินเลี่ยคือศัตรูตัวฉกาจอันดับหนึ่งก่อนหน้านี้ นาง
ในตอนนี้ไม่รู้สึกแข็งขืนเมื่อฉินเลี่ยเดินผ่านไป
นางรู้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะแรงกดดันของฉินเลี่ย เอ้าเค่อถ่านย่อมไม่รีบจากไป
นางผู้เคยสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเอ้าเค่อถ่านมาก่อนรู้ว่าเอ้าเค่อถ่านทรงพลังแค่
ไหน นางถึงกับหวาดกลัวเอ้าเค่อถ่านเล็กน้อย
นางประหลาดใจที่ฉินเลี่ยสามารถกดดันเอ้าเค่อถ่านจนถึงจุดที่ไม่สามารถหัน
มาสนใจได้ นางจึงยอมรับพลังต่อสู้ของฉินเลี่ย
“ตอนนี้ ห้าตระกูลเผ่าพันธุ์เทพกำลังสู้ใกล้ทะเลจุดกำเนิดกับปีศาจหุบเหว
ระดับสูง” ฉินเลี่ยมีสีหน้าเคร่งขรึมขณะกล่าวว่า “ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด เอ้าเค่อ
ถ่านและสั่วหมู่เอ่อถอยเพราะไม่อยากใช้พลังงานกับพวกเจ้ามากเกินไป พวก
มันต้องรักษาจำนวนมากพอเพื่อจัดการผู้ชนะในการต่อสู้นั้น พวกมันจะเริ่ม
ควบคุมทะเลจุดกำเนิดเพื่อให้ได้ผลึกจุดกำเนิดจากที่นั่นมา”
ขณะนิ่งไป เขากล่าวว่า “ทันทีที่สั่วหมู่เอ่อได้รับผลึกจุดกำเนิด พวกเจ้า… ไม่
สามารถหลบหนีจากมันได้”
ยึดตามพละกำลังของสั่วหมู่เอ่อและเอ้าเค่อถ่านกับจำนวนของสมาชิก
ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ ย่อมไม่ใช่เรื่องยากที่จะสังหารทุกคนที่นี่
แต่ว่า สั่วหมู่เอ่อ เอ้าเค่อถ่านและตระกูลไซ่ตัวลี่ซือจะต้องสูญเสียครั้งใหญ่
พวกเขาเลือกที่จะไปตอนนี้เพราะทั้งสองมีเป้าหมายที่ใหญ่ยิ่งกว่า นั่นก็คือยึด
ครองโลกจุดกำเนิด
หลังจากสั่วหมู่เอ่อได้รับผลึกจุดกำเนิด เขาจะควบคุมอาณาจักรลับนี้ ถึงตอน
นั้น สามเผ่าพันธุ์จะถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม
สั่วหมู่เอ่อวางแผนมานานแล้ว เขาล่อห้าตระกูลเผ่าพันธุ์เทพมารวมกันและโน้ม
น้าวให้พวกเขาไปทะเลจุดกำเนิดเพราะอยากให้สู้กับปีศาจหุบเหวจนตัวตาย
ไม่ว่าฝั่งไหนจะชนะ สิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือสั่วหมู่เอ่อ เอ้าเค่อถ่านและสมาชิก
ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือจำนวนมาก!
เหตุผลที่พวกเขาโจมตีเซินหลานและคนอื่นก็เพราะรู้สึกว่ามีกำลังคนมากพอจะ
จัดการสามกองกำลังนี้โดยไม่สูญเสียมากนัก
แต่เพราะการมาถึงของเขา ความสงบของเซินหลานที่ถึงจุดสูงสุด การต่อสู้
อย่างสิ้นหวังของซือถ่านข่าและชาเลี่ย พวกเขาไม่อาจทำได้สำเร็จ
สั่วหมู่เอ่อใช้พลังจิตวิญญาณมากเกินไป เอ้าเค่อถ่านใช้พลังมากเกินไป
เช่นกัน นี่ส่งผลต่อภารกิจหลักอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาจึงเปลี่ยนแผน
“ถ้าสั่วหมู่เอ่อควบคุมโลกจุดกำเนิด พวกเราทุกคนจะไม่รอด” เซินหลานเม้มริม
ฝีปากพลางกล่าว
ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพักและกล่าวว่า “ข้าจะไปทะเลจุดกำเนิดก่อน”
ร่องรอยความกังวลฉายผ่านดวงตาของเซินหลาน นางกล่าวอย่างจริงจังว่า
“โปรดระวังด้วย”
ฉินเลี่ยพยักหน้า เขาไม่พูดอะไรมาก ไม่อธิบายซือถ่านข่าและชาเลี่ยก่อนหัน
หลังและจากไป
“นายหญิง ทำไมจู่ ๆ เขาช่วยท่าน?” เซียนน่าถามด้วยความประหลาดใจ
ชาเลี่ยและซือถ่านข่ามองอย่างสับสน
“ขอโทษด้วย ข้าไม่สามารถตอบเจ้าได้” เซินหลานกล่าว
เซียนน่านิ่งและกล่าวว่า “ในอนาคต เขาจะเป็นศัตรูพวกเราหรือเปล่า?”
“ไม่” เซินหลานส่ายหน้า
“ถ้างั้นก็ดี” เซียนน่าถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ขณะสนทนา ฉินเลี่ยยังคงใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้ขณะเดินทางไปทะเลจุดกำเนิด
ด้วยความเร็วสูงสุด
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทันทีที่จากเซินหลานมา เขารู้สึกกังวลยิ่ง
“กานชิงและคนอื่นถูกฆ่าหมดหรือยัง?”
คิ้วของเขาขมวดแน่น เขายิ่งมายิ่งรู้สึกไม่สบายใจ เขาไม่รู้ว่าสถานการณ์การ
ต่อสู้ใกล้ทะเลจุดกำเนิดเป็นเช่นไร
เขาไม่รู้ว่าใช้สายฟ้าฟาดหลบลี้ไปกี่ครั้ง เมื่อเขารู้สึกว่าไม่เหลือพลังอสนีบาต
และอสนีให้ใช้ในร่างกาย ในที่สุดเขาเห็นท้องฟ้าสดใส
มีหินแสงมืดก้อนใหญ่ของเผ่าพันธุ์และปีศาจหุบเหว
หญิงสาวงดงามผมสีม่วงยาวกำลังบินไปมาอยู่บนท้องฟ้าขณะโอบล้อมด้วย
พลังปีศาจหุบเหวและปลดปล่อยความผันแปรจิตวิญญาณสะเทือนปฐพีออกมา
ไกลออกไปหนึ่งพันเมตร เขาเพียงเห็นแวบเดียว แต่จิตวิญญาณของเขาเกือบ
ถูกดึงออกจากร่างกาย
“อวี้ฉี!”
เขาพลันกรีดร้อง เขาแทบไม่อยากเชื่อตาตัวเอง
ตี๋เจียผู้ถูกมองว่าเป็นศัตรูอยู่ใกล้หลิงอวี้ฉีขณะพยายามปกป้องนางสุด
ความสามารถ
เห่าเจี๋ย ชางเยี่ย กานชิงและคนอื่นกำลังหลั่งเลือดจากอวัยวะภายในขณะ
พยายามป้องกันจิตวิญญาณไม่ให้ออกจากร่างกายสุดความสามารถเพื่อ
พยายามสังหารนาง
ภาพนี้แปลกประหลาดและคาดไม่ถึงจนเขาตกตะลึง
“ทำไมเป็นแบบนี้?”
ตอนที่ 1274: กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ตั้งแต่เขาทราบผ่านร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณว่าหลิงอวี้ฉีและหลิงเสวียน
ซวนมาโลกจุดกำเนิดเช่นกัน เขาเกิดความกังวล
เขารู้ว่าพละกำลังของตระกูลหลิงไม่มากพอจะอยู่รอดในโลกจุดกำเนิดโหดร้าย
ได้ เขาปรารถนาที่จะไปจากตระกูลเลี่ยเยี่ยนหลายครั้งด้วยหวังว่าจะสามารถ
ตามหาตระกูลหลิงได้
ตั้งแต่ต้น เขาคิดว่าหลิงอวี้ฉีและคนอื่นจะลำบากยากแค้น
ถึงอย่างนั้น ในท้องฟ้าใกล้ทะเลจุดกำเนิด กลุ่มเผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหวที่เขาคิด
ว่าเป็นศัตรูยิ่งใหญ่นำโดยหลิงอวี้ฉีชัดเจน!
ตี๋เจียผู้สู้กับเห่าเจี๋ยก่อนหน้านี้มาจากแดนชำระหวงเฉียนและเป็นปีศาจระดับสูง
น่าหวาดกลัวที่สุดของโลกจุดกำเนิด
อีนั่วซือ เหวยเซินเท่อและตนอื่นฟังตี๋เจียและคิดว่าเขาคือผู้นำ
แต่ตอนนี้ เขาพยายามสุดความสามารถเพื่อปกป้องหลิงอวี้ฉีเพื่อไม่ให้เห่าเจี๋ย
ชางเยี่ยและหมิงซวี่เข้ามาทำร้ายนาง
ภาพตรงหน้าเขาแปลกประหลาดและคาดไม่ถึงเกินไป
เขามองหลิงอวี้ฉีผู้กำลังส่องแสงในท้องฟ้าอย่างสับสย สีหน้าของเขาตกตะลึง
จนไม่อยากเชื่อตาตัวเอง
จากนั้นเขามองสภาพการต่อสู้ใต้หลิงอวี้ฉีขณะพยายามใช้รายละเอียดอื่น
ตัดสินว่านี่คือเรื่องจริงหรือไม่
รอบ ๆ ทะเลจุดกำเนิดอยู่ภายใต้การต่อสู้รุนแรงอย่างเห็นได้ชัด เผ่าพันธุ์ปีศาจ
หุบเหวและเทพจำนวนมากเสียความผันแปรจิตวิญญาณ
ลี่เหวยและสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยนคนอื่นที่สงสัยในตัวเขา รวมถึงหงไข่จาก
ตระกูลเสวียนปิงกลายเป็นซากศพ
เยี่ยนเฟิงถูกตรึงกับพื้นด้วยดาบกระดูก เห็นได้ชัดว่าเขาตายไปนานแล้ว
เกราะศึกของอู้ชาและหลิวยั่งแตกร้าวและเต็มไปด้วยเลือด แต่ว่า พวกนางยังสู้
พร้อมกับกานชิงและหนานฉีเพื่อเล่นงานปีศาจหุบเหวระดับสูงตนอื่น
สายตาของเขาย้ายมาใกล้ทะเลจุดกำเนิด
หลิงเสวียนซวน หลิงเฟิง เกาอวี้และคนอื่นอยู่ภายในกลุ่มปีศาจหุบเหวและได้รับ
บาดเจ็บเช่นกัน
ด้านหลังภาพนองเลือดแต่ละชุด คนคุ้นเคยปรากฏในสายตา
เขาพลันกรีดร้อง สายเลือดเผาไหม้ขณะพุ่งออกไป
เปลวเพลิงพวยพุ่งจากร่างกายขณะปรากฏบนสมรภูมิคล้ายดวงอาทิตย์ร้อนแรง
“ฉินเลี่ย!”
กานชิง อู้ชา หลิวยั่งและคนอื่นเห็นเปลวเพลิงลุกไหม้และร่างของเขา พวกเขา
ยินดี
ชางเยี่ยหันมามองและมีกำลังใจเมื่อเห็นเขามาถึง
“ฉินเลี่ย! ช่วยพวกข้าฆ่าหญิงสาวคนนี้จากแดนชำระจิ่วโยวที!” ชางเยี่ยกล่าวอ
ย่างร้อนรน
“ฉินเลี่ย! ช่วยจุดชนวนสายเลือดพวกข้าที!” กานชิงตะโกน
อีกด้าน หลิงเสวียนซวนและหลิงเฟิงผู้อยู่ใกล้ทะเลจุดกำเนิดตกตะลึงเช่นกัน
“ฉินเลี่ย!”
“พี่ใหญ่ฉิน!”
พวกเขาตะโกนพร้อมกัน
ในอากาศ หลิงอวี้ฉียังใช้ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือด “นรกจิตวิญญาณ”
เพื่อดึงจิตวิญญาณของทุกคนออกมา เส้นผมสีม่วงของนางปลิวไสวในสายลม
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของหลิงเฟิงและหลิงเสวียนซวน ดวงตาสีม่วงของนาง
พลันทอประกาย
นางมองฉินเลี่ย ริมฝีปากสั่นไหวจนเกือบเสียการควบคุมพลังจิตวิญญาณ
พลังปีศาจหุบเหวเข้มข้นและหนาแน่นบ้าคลั่งและถาโถมเข้าใส่คล้ายคลื่น
“หวือ!”
คล้ายเปลวเพลิงสีแดง ร่างกายของฉินเลี่ยหยุดในท้องฟ้าใกล้หลิงอวี้ฉีและคน
อื่น
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เขาคำราม
“หวือ หวือ หวือ!”
บอลเพลิงก่อตัวขึ้นจากโลกเปลวเพลิงของเขาขณะเปลี่ยนโลกเปลวเพลิงให้
กลายเป็นมหาสมุทรอัคคี
ภายในทะเลเพลิง หลุมศพเลือดเนื้อของตระกูลเลี่ยเยี่ยนส่องแสงศักดิ์สิทธิ์เจ็ด
สาย
“หลุมศพเลือดเนื้อของตระกูลที่หายไป!” หนานฉีซีดเผือด
“เจ้า เจ้าคือคนที่ทำร้ายเผ่าพันธุ์วิญญาณก่อนหน้านี้!” สมาชิกตระกูลเฮยอัน
ตะโกน
“เจ้ามีหลุมศพเลือดเนื้อจริงด้วย!” เห่าเจี๋ยพ่นลมออกจมูก
คราวที่แล้ว เขาไม่ได้ตามติดฉินเลี่ยและพลันเชื่อฉินเลี่ยจนสังหารทาสจิต
วิญญาณที่สั่วหมู่เอ่อวางเอาไว้เพราะตอนเตรียมจะใช้หลุมศพเลือดเนื้อของ
ตระกูลชี่เสวี้ย เขารู้สึกถึงความผันแปรผิดปกติจากร่างกายของฉินเลี่ย
เขามั่นใจว่าฉินเลี่ยมีหลุมศพเลือดเนื้ออยู่ในร่างกาย
เขาเชื่อว่าคนที่ครอบครองหลุมศพเลือดเนื้อไม่สามารถถูกยึดครองโดยสั่วหมู่
เอ่อจนกลายเป็นทาสจิตวิญญาณได้!
หลังจากเข้าใจว่าฉินเลี่ยปลอดภัย เขาเชื่อการตัดสินของฉินเลี่ยทันทีขณะ
สังหารทาสจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อ
ตอนนี้ เมื่อเห็นฉินเลี่ยเปิดเผยหลุมศพเลือดเนื้อหลังจากสร้างโลกเปลวเพลิง
เขารู้ว่าการตัดสินนั้นถูกต้อง
แต่ว่า เสียงตะโกนจากหลิงอวี้ฉีและปีศาจหุบเหวตนอื่นทำให้เขาลังเล
เห็นได้ชัดว่าปีศาจหุบเหวจำนวนมากจำฉินเลี่ยได้
“จะ-เจ้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” สายตาของหลิงอวี้ฉีเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ฉินเลี่ยทราบผ่านร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณในหุบเหวร้างเยือกแข็งว่าพวก
นางถูกส่งมาโลกจุดกำเนิดโดยราชันปีศาจจากแดนชำระจิ่วโยว
แต่หลิงอวี้ฉีและคนอื่นไม่รู้ว่าเขามาก่อนพร้อมสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยน
เมื่อเห็นฉินเลี่ยมาถึง สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพตื่นเต้น หลิงอวี้ฉีตกตะลึง
นางไม่เข้าใจสถานการณ์
“อย่าสู้กันอีกเลย!” ฉินเลี่ยตะโกน
“พี่หลิง! นี่คือสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยน เมินมัน เริ่มใช้นรกจิตวิญญาณดึงจิต
วิญญาณของสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพทั้งหมดออกมาก่อน!” ตี๋เจียตะโกน
“ฉินเลี่ย! เจ้าไปอยู่ข้างปีศาจหุบเหวได้อย่างไร?” ชางเยี่ยตะโกน
กานชิง หลิวยั่งและคนอื่นมองท้องฟ้าอย่างไม่อยากเชื่อ นอกเหนือจากความตก
ตะลึงที่หลุมศพเลือดเนื้อของตระกูลที่หายสาบสูญไปปรากฏขึ้นอีกครั้งเท่านั้น
พวกเขายังตกตะลึงที่ฉินเลี่ยรู้จักปีศาจหุบเหวเพศหญิงจากแดนชำระจิ่วโยว
ด้วย
พวกเขางุนงงและรู้สึกว่าสถานการณ์เกินการควบคุมเช่นกัน
“การต่อสู้ของเจ้าไร้ความหมาย!” ฉินเลี่ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ ขณะมองทุกคนที่
อยู่ที่นี่ ทั้งปีศาจหุบเหวและสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพที่ยังรอดชีวิต เขากล่าวว่า
“สมาชิกจากเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณนามสั่วหมู่เอ่อจะจัดการผู้ชนะของศึกนี้! เอ้า
เค่อถ่าน เขามีสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณมากกว่าหนึ่งร้อยคน มากกว่าพวกเจ้า
รวมกันเสียอีก!”
“เอ้าเค่อถ่าน!” ชางเยี่ยตะโกน “มันอยู่ไหน? มันอยู่ในโลกจุดกำเนิดจริงหรือ
เปล่า?!”
ขณะนางตะโกน นางสัมผัสหน้ากากตามสัญชาตญาณราวกับอยากสัมผัส
ใบหน้าข้างใต้
เอ้าเค่อถ่านทำลายความงามที่นางเคยภาคภูมิใจ คนที่นางเกลียดมากที่สุดคือ
เอ้าเค่อถ่านจากตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ!
เมื่อได้ยินว่าเอ้าเค่อถ่านอยู่ในโลกจุดกำเนิด ชางเยี่ยลืมแม้กระทั่งเป้าหมาย
ที่มาอาณาจักรลับนี้ นางเพียงอยากตามหาเอ้าเค่อถ่านเพื่อสับเขาเป็นชิ้น ๆ
ทันที!
“เขาไม่ใช่แค่อยู่ในโลกจุดกำเนิดเท่านั้น แต่อยู่ใกล้ที่นี่มาก ข้าเพิ่งสู้กับเขามา”
ฉินเลี่ยตะโกน
“สั่วหมู่เอ่อจากเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ เอ้าเค่อถ่านจากเผ่าพันธุ์วิญญาณ
สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือมากกว่าหนึ่งร้อยคน?” สีหน้าของตี๋เจียเปลี่ยนไปขณะ
ถามว่า “เจ้าหนู! เจ้าพูดจริงหรือ?”
“สั่วหมู่เอ่อ เอ้าเค่อถ่าน…” สีหน้าของหมิงซวี่จริงจังเช่นกัน
“เอ้าเค่อถ่านและสั่วหมู่เอ่อสมคบคิดกันมานานแล้ว เขามาพร้อมสมาชิก
ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือเพื่อฆ่าเมล็ดพันธุ์วิญญาณของเผ่าพันธุ์วิญญาณที่แย่ง
สถานะการเป็นหัวหน้าคนต่อไปของเผ่าพันธุ์วิญญาณไป!” ฉินเลี่ยสูดหายใจ
เข้าลึก ๆ และกล่าวว่า “ทันทีที่เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือจะถูก
ตีตราว่าเป็นคนทรยศ เขาและตระกูลจะถูกเผ่าพันธุ์วิญญาณฆ่า เพื่อหยุดไม่ให้
เรื่องนี้แพร่งพราย เขาจะฆ่าทุกคนที่ไม่ใช่ตระกูลของเขาเว้นเพียงสั่วหมู่เอ่อ!”
ขณะนิ่งไป เขากล่าวว่า “พวกเจ้ากำลังทำตามแผนของสั่วหมู่เอ่อและเอ้าเค่อ
ถ่าน พวกเขากำลังรอให้พวกเจ้าทำให้เสร็จ จากนั้นพวกเขาสามารถจัดการผู้
ชนะได้โดยง่าย!”
“ตี๋เจีย ให้พวกเขาหยุดโจมตีสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพก่อน” หลิงอวี้ฉีพลันกล่าวขึ้น
ขณะพูด พลังปีศาจหุบเหวหนาแน่นรอบนางและสนามจิตวิญญาณที่กำลังเอ่อ
ล้นค่อย ๆ หายไป
ตี๋เจียมองชางเยี่ย เห่าเจี๋ยและคนอื่นอย่างระแวดระวัง
พวกเขาคล้ายกับกำลังขมวดคิ้วและลังเล
ผ่านไปสักพัก ความผันแปรพลังน่าหวาดกลัวที่ออกมาจากพวกเขาลดลงช้า ๆ
ตี๋เจียจ้องมองพวกเขาอยู่นานก่อนสั่งปีศาจหุบเหวระดับสูงตนอื่นให้หยุด
ชั่วคราว
“หยุดก่อน!” หมิงซวี่สั่งตระกูลกวงหมิง
ตอนที่ 1275: ซื่อตรง
สมาชิกเผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหวและเทพผู้กำลังสู้อยู่นั้นหยุดชั่วคราวเพราะการ
มาถึงของฉินเลี่ยและการเปิดเผยแผนของเอ้าเค่อถ่านกับสั่วหมู่เอ่อ
หลิงอวี้ฉี ตี๋เจีย ชางเยี่ย หมิงซวี่และคนอื่นผู้กำลังลอยในท้องฟ้าบินลงมา
มีเพียงก้อนหินแสงมืดที่ยังลอยและส่องแสงพื้นที่นี้คล้ายกลางวัน
ฉินเลี่ยลงพื้นขณะยืนระหว่างเผ่าพันธุ์เทพและปีศาจหุบเหวเช่นกันขณะใช้
ตัวเองเป็นที่กั้นเพื่อห้ามไม่ให้พวกเขาสู้กันอีก
“เป็นเจ้า!”
ท่ามกลางปีศาจหุบเหว อีนั่วซือจากหุบเหวร้างเยือกแข็งมีสีหน้าตกตะลึงขณะ
อุทาน
นางจำฉินเลี่ยได้ ถึงอย่างนั้นเพราะหลิงอวี้ฉีเข้าสู่โลกจุดกำเนิดในภายหลัง
นางไม่ได้รับข่าวจากพ่อเกี่ยวกับหลิงอวี้ฉี
เพราะเหตุนี้ จนถึงตอนนี้ นางไม่รู้ว่าหลิงอวี้ฉีและสมาชิกตระกูลหลิงออกจาก
หุบเหวร้างเยือกแข็ง
หลังจากฉินเลี่ยหาทางเรียนรู้วิชาหลอมรวมหลุมศพได้ สัญลักษณ์ของพ่อนาง
ที่เหลืออยู่ในร่างกายของฉินเลี่ยระเหยออกไป
ดังนั้น เมื่อฉินเลี่ยเข้าใกล้ นางหาทางตรวจจับฉินเลี่ยผ่านแรงกดดันสายเลือด
ของพ่อไม่ได้
“อีนั่วซือ อย่าบุ่มบ่าม” ตี๋เจียกล่าวอย่างสงบ
หลิงอวี้ฉีชำเลืองมองนาง
อีนั่วซือผู้อยากพูดบางอย่างเปลี่ยนสีหน้าภายใต้คำเตือนของตี๋เจียและหลิงอวี้ฉี
ขณะห้ามตัวเอง
ตอนนี้เอง สมาชิกตระกูลหลิงผู้อยู่ใกล้ทะเลจุดกำเนิดและอยู่ไกลจากพื้นที่ต่อสู้
ลอบเข้ามา
“พี่ใหญ่ฉิน เป็นเจ้าจริงหรือ?” หลิงเสวียนซวนตรวจสอบฉินเลี่ยผู้ปกคลุม
ภายในโลกเปลวเพลิงอย่างระวังและสงสัย นางถามว่า “ทำไมเจ้าอยู่ที่นี่? อีก
อย่าง… เจ้าอยู่กับเผ่าพันธุ์เทพหรือ?”
หลิงเฟิงและเกาอวี้มองเขาแปลกประหลาดแต่ไม่ถามอะไรเช่นกัน
“ความสัมพันธ์ของพวกเจ้ามันยังไงกันแน่?” กานชิงถามตามสัญชาตญาณ
จากนั้นดวงตาของเขาทอประกายขณะตะโกนว่า “หรือว่า…”
เขาพลันจำสิ่งที่ฉินเลี่ยพูดเรื่องคู่หมั้นได้
กานชิงมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ เขามองหลิงอวี้ฉี จากนั้นมองฉินเลี่ย คล้ายกับ
เข้าใจขึ้นมา
ภายใต้สายตาตกตะลึงของเขา ฉินเลี่ยพยักหน้าเบา ๆ และกล่าวตามตรงว่า
“ใช่ อย่างที่เจ้าคิด นางคือคู่หมั้นข้า”
เมื่อเขากล่าวเช่นนี้ ปีศาจหุบเหวระดับสูงและสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพล้วนตกตะลึง
ชั่วขณะ
สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพบอกว่าปีศาจหุบเหวระดับสูงจากแดนชำระจิ่วโยวเป็น
คู่หมั้น พวกเขาไม่อาจเชื่อเรื่องนี้ได้
พวกเขามองหลิงอวี้ฉีอย่างตกตะลึง
หลิงอวี้ฉีเขินอายเล็กน้อย ใบหน้าแดงก ่า ดวงตาเจิดจ้า
ภายใต้สายตาของทุกคน ฉินเลี่ยผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเผ่าพันธุ์เทพ
ยอมรับการหมั้นหมายกับนางอย่างไม่หวาดกลัว นี่ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นใน
สถานการณ์ตึงเครียดยิ่ง
นางเชื่อว่าฉินเลี่ยจะไม่เป็นศัตรู
หลิงเสวียนซวน หลิงเฟิง เกาอวี้และคนอื่นเห็นฉินเลี่ยยอมรับความสัมพันธ์กับห
ลิงอวี้และถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“พี่หลิง! เขา เขา…” ตี๋เจียพูดติดอ่าง สีหน้าตกตะลึงราวกับไม่อยากเชื่อทุกสิ่งที่
เขาเห็น
เขาไม่อยากเชื่อว่าหลิงอวี้ฉีผู้มาจากแดนชำระจิ่วโยวและเป็นลูกหลานของ
ราชันปีศาจจิ่วโยวจะข้องเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์เทพ
ยิ่งเรื่องหมั้นหมายกับสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง!
“ใช่” หลิงอวี้ฉีพยักหน้าและยอมรับความสัมพันธ์กับฉินเลี่ย ปีศาจหุบเหวตก
ตะลึง
“ปีศาจหุบเหวจากแดนชำระจิ่วโยวทำข้อตกลงกับตระกูลเลี่ยเยี่ยน? ปะ…
เป็นไปได้ยังไง?” ตี๋เจียกรีดร้อง
ปีศาจหุบเหวตนอื่นไม่อยากเชื่อเช่นกัน
สมาชิกเผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหวและเทพจากห้าตระกูลที่ยังเหลือรอดล้วนจับจ้อง
ฉินเลี่ยกับหลิงอวี้ฉี
“เอ้าเค่อถ่านอยู่ไหน?!” ชางเยี่ยถามอย่างหงุดหงิด
นางเกลียดเอ้าเค่อถ่านและอยากถลกหนัง เมื่อได้ยินว่าเอ้าเค่อถ่านอยู่ใกล้ ๆ
นางไม่อยากเสียเวลาอีก
“เอ้าเค่อถ่านอยู่ใกล้ ๆ ” คิ้วของฉินเลี่ยขมวด “แต่ข้าไม่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของ
เขา สั่วหมู่เอ่อจากเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณมีความสามารถซ่อนจากการรับรู้จิต
วิญญาณของข้า อีกอย่าง ต่อให้เจ้าหาเขาพบ เจ้าจะทำอะไรได้?”
ต่อให้รวมชางเยี่ย ตระกูลเฮยอันก็เหลือเพียงสามคน
ถ้านางอยากสู้กับสั่วหมู่เอ่อและเอ้าเค่อถ่านด้วยคนสามคน นั่นเท่ากับรนหาที่
ตาย
สีหน้าของชางเยี่ยนิ่ง
“อย่าว่าแต่พวกเจ้าสามคนเลย” ฉินเลี่ยถอนหายใจและกล่าวว่า “ต่อให้
พันธมิตรห้าตระกูลร่วมมือกัน พวกเจ้าก็เทียบเอ้าเค่อถ่านตอนนี้ไม่ได้หรอก…”
ขณะนิ่งไป เขามองปีศาจหุบเหวบนฝั่งของหลิงอวี้ฉีและกล่าวว่า “ความจริง
แม้กระทั่งรวมปีศาจหุบเหวที่นี่ พวกเจ้าอาจจะฆ่าเขาไม่ได้”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ เขาเก็บโลกเปลวเพลิง เก็บหลุมศพเลือดเนื้อและพลันนั่ง
ลงระหว่างสมาชิกเผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหวและเทพ
“ข้ารับปากว่าถ้าศึกนี้จบลง เอ้าเค่อถ่านและสั่วหมู่เอ่อจะนำสมาชิกตระกูลไซ่ตัว
ลี่ซือมาที่นี่ทันที!” เขาพ่นลมออกจมูกขณะมองท้องฟ้าและกล่าวว่า “บางที
ทาสจิตวิญญาณของตระกูลไซ่ตัวลี่ซืออาจจะลอบสังเกตการณ์ทุกสิ่งตอนนี้ก็
ได้!”
“ทาสจิตวิญญาณ? เจ้าหมายความว่ายังไง? ทำไมเจ้ามองพวกข้า?” ตี๋เจียถาม
อย่างไม่ยินดี
ขณะฉินเลี่ยพูด สายตาเหยียดหยันของเขาย้ายมาที่ปีศาจหุบเหวชัดเจน
“มีทาสจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่ออยู่ในหมู่พวกเรางั้นหรือ?” หลิงอวี้ฉีถามด้วย
ความประหลาดใจ
“ในบรรดาทุกเผ่าพันธุ์ มีทาสจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่ออยู่” น ้าเสียงของ
ฉินเลี่ยอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นหน้านาง เขาอธิบายว่า “สั่วหมู่เอ่อรู้จัก
พวกเจ้า เขาบอกสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพก่อนหน้านี้ว่าบุคคลทรงพลังปรากฏตัว
ในหมู่ปีศาจหุบเหว คนที่เขาพูดถึงคล้ายกับเป็นเจ้า แต่ตอนนั้นข้าไม่อาจรับรู้
ได้”
“พวกข้ามีสายลับของสั่วหมู่เอ่ออยู่ด้วย” หมิงซวี่กล่าวสนับสนุน
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาคือสมาชิกจากเผ่าพันธุ์เทพที่สงบที่สุดขณะบอกให้
ตระกูลกวงหมิงเป็นฝ่ายหยุดก่อน
ก่อนหน้านี้ ตอนฉินเลี่ยมาถึงและบอกว่าทาสจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่ออยู่ใน
หมู่พวกเขา เขาตรวจสอบสมาชิกตระกูลทันที
เมื่อเห็นหมิงซวี่ยอมรับเช่นนี้ ตี๋เจียและปีศาจหุบเหวระดับสูงขมวดคิ้ว
หลิงอวี้ฉีไม่สงสัยคำพูดของฉินเลี่ย ก่อนหมิงซวี่จะพูด นางหันไปรอบ ๆ
ดวงตาสีม่วงของนางทอประกายเจิดจ้า
สายจิตวิญญาณสีม่วงที่มองเห็นด้วยตาเปล่าพุ่งออกจากดวงตาสีม่วงขณะพุ่ง
เข้าหาปีศาจหุบเหวทุกตนนอกจากตี๋เจียคล้ายอสนี
รวมถึงอีนั่วซือและเหวยเซินเท่อด้วย!
ปีศาจหุบเหวสามตนหลบตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นสายจิตวิญญาณสีม่วง
หลิงอวี้ฉีสัมผัสพวกเขาได้ จากนั้นสายจิตวิญญาณที่นางปลดปล่อยออกไป
รวมตัวและเล็งปีศาจหุบเหวผิดปกติสามตนนี้
ปีศาจหุบเหวสามตนขมวดคิ้วเมื่อเห็นสายจิตวิญญาณสีม่วงกำลังมุ่งหน้ามา
ทางพวกเขาขณะพลันหลบหนี
โดยไม่ต้องพูด อีนั่วซือและคนอื่นรู้ทันทีว่าฉินเลี่ยพูดถูก
สายลับของสั่วหมู่เอ่ออยู่ในหมู่พวกเขาและบอกทุกการเคลื่อนไหว รวมถึงบท
สนทนาให้สั่วหมู่เอ่อฟังด้วย
ในที่สุดพวกเขาเชื่อคำพูดของฉินเลี่ย
ตอนที่ 1276: ไม่ใช่หนึ่งในพวกข้าอีกต่อไป…
ล ำแสงสำยจิตวิญญำณสีม่วงวูบไหวเข้ำหำปีศำจที่ก ำลังหลบหนีสำมตน
“เหวยเซินเท่อ! อย่ำปล่อยให้พวกมันหนีไปได้!” ตี๋เจียตะโกน
ปีศำจหุบเหวระดับสูงสำมตนอยู่ใกล้เหวยเซินเท่อที่สุด สองตนคือ
ผู้ใต้บังคับบัญชำของเขำอย่ำงเห็นได้ชัด
“เขำไม่จ ำเป็นต้องลงมือหรอก” หลิงอวี้ฉีกล่ำวอย่ำงสงบ
สำยจิตวิญญำณภำยใต้กำรควบคุมนำงเร่งควำมเร็ว กลำยเป็นเข็มที่ทิ่มแทง
หลังศีรษะ
“แคร้ก!”
กลุ่มเปลวเพลิงสีม่วงอ่อนปลดปล่อยจำกหัวกะโหลกของทั้งสำม จิตวิญญำณ
พวกเขำคล้ำยกับถูกเผำไหม้ขณะกรีดร้อง
บอลไฟภูตผีสีเขียวสำมลูกที่ใหญ่เพียงนิ้วหัวแม่มือบินออกมำที่แจ้ง
เมื่อจุดไฟภูตผีสำมจุดปรำกฏขึ้น แรงกดดันจิตวิญญำณของสั่วหมู่เอ่อปรำกฏ
ขึ้นทันที
“ฉินเลี่ย! ข้ำจะไม่ยกโทษให้เจ้ำ!”
ไฟภูตผีสีเขียวเข้มส่งควำมคิดจิตวิญญำณอ่อนแรงที่เต็มไปด้วยควำมเกรี้ยว
กรำดและควำมไม่ยินดีออกมำ
ถึงอย่ำงนั้นสำยจิตวิญญำณสีม่วงของหลิงอวี้ฉีคว้ำพวกมันและโอบล้อมเศษ
เสี้ยวจิตวิญญำณของสั่วหมู่เอ่อเอำไว้
เศษเสี้ยวจิตวิญญำณสำมดวงถูกเผำไหม้โดยไฟสีม่วง
เศษเสี้ยวจิตวิญญำณของสั่วหมู่เอ่อค ำรำมในไฟสีม่วงเข้ม จำกนั้นเงียบสนิท
ปีศำจหุบเหวสำมตนผู้ก ำลังหลบหนีพลันเงียบ
ทุกคนมองเห็นว่ำปีศำจสำมตนไร้จิตวิญญำณไปนำนแล้ว พวกเขำถูกควบคุม
โดยสำยจิตวิญญำณของสั่วหมู่เอ่อเพื่อเคลื่อนไหวและลงมือ
นี่หมำยควำมว่ำสั่วหมู่เอ่อซ่อนอยู่ในเงำคล้ำยงูเพื่อใช้หุ่นเชิดปีศำจหุบเหวสำม
ตนสังเกตกำรณ์พวกเขำ
กำรต่อสู้ บทสนทนำ แผนกำรและพละก ำลังแต่ละคนล้วนอยู่ในสำยตำของสั่ว
หมู่เอ่อ
ปีศำจหุบเหวผู้สงสัยฉินเลี่ยเงียบ
อีนั่วซือและเหวยเซินเท่อก ำลังขมวดคิ้วเช่นกัน
ฉินเลี่ยมองหลิงอวี้ฉีอย่ำงตกตะลึงและถำมว่ำ “จู่ ๆ … เจ้ำทรงพลังได้อย่ำงไร?”
“พี่ใหญ่ปลุกควำมสำมำรถซ่อนเร้นสำยเลือดทรงพลังในโลกจุดก ำเนิดได้ หนึ่ง
ในควำมเข้ำใจของจิตวิญญำณลึกล ้ำขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ทะเลจุดก ำเนิด” หลิง
เสวียนซวนเข้ำมำขณะยืนข้ำงตี๋เจีย นำงกล่ำวว่ำ “พวกข้ำทุกคนฝึกฝนใกล้
ทะเลจุดก ำเนิด มันช่วยในกำรฝึกฝนมำกเลยล่ะ”
หลิงอวี้ฉียิ้มเล็กน้อย “กำรเข้ำอำณำจักรลับนี้เป็นโชคดีส ำหรับพวกข้ำ”
“ขณะพวกข้ำเผชิญกับควำมยำกล ำบำก ทุกวันพวกข้ำอยู่ในอำณำจักรลับนี้
พวกข้ำหำทำงเลื่อนขั้นใหม่” หลิงเฟิงกล่ำวพร้อมรอยยิ้ม
ด้วยเหตุผลบำงอย่ำง เมื่อเห็นฉินเลี่ยมำถึง สมำชิกตระกูลหลิงผ่อนคลำย
ไม่นำนก่อนหน้ำนี้ พวกเขำเต็มไปด้วยควำมหวำดกลัวและควำมวิตกขณะสู้กับ
เผ่ำพันธุ์เทพ
พวกเขำไม่มีควำมมั่นใจว่ำสำมำรถรอดจำกกองก ำลังผสำนของห้ำตระกูลได้
เห่ำเจี๋ยผู้หลอมรวมกับหลุมศพเลือดเนื้อมีพลังสำยเลือดแทบไม่มีสิ้นสุด เขำ
เพียงคนเดียวก็สังหำรปีศำจหุบเหวระดับสูงหลำยสิบตนแล้ว
ชำงเยี่ยจำกตระกูลเฮยอัน หมิงซวี่จำกตระกูลกวงหมิงและเสวียนลั่วล้วน
ครอบครองพลังต่อสู้ยอดเยี่ยม
พวกเขำเห็นปีศำจหุบเหวระดับสูงจ ำนวนมำกตำยเพรำะยอดฝีมือเผ่ำพันธุ์เทพ
เหล่ำนี้
ถ้ำตี๋เจียไม่ดูแลพวกเขำและตระเตรียมให้อยู่ห่ำงจำกแนวหน้ำ พวกเขำไม่มีทำง
อยู่รอดจนถึงจุดนั้นได้
พวกเขำรู้สึกว่ำถ้ำกำรต่อสู้ยังด ำเนินต่อไป พวกเขำจะไม่สำมำรถหลบหนีได้
จนกระทั่งฉินเลี่ยมำ พวกเขำรู้สึกว่ำทุกสิ่งสำมำรถเปลี่ยนได้ พวกเขำเชื่อ
ฉินเลี่ยสนิทใจ!
โดยเฉพำะหลิงเสวียนซวน
หลำยปีมำนี้ ทุกครั้งที่ตระกูลหลิงตกอยู่ในอันตรำยร้ำยแรง ถ้ำฉินเลี่ยปรำกฏตัว
ขึ้น แม้กระทั่งควำมยำกล ำบำกที่สุดก็จะถูกคลี่คลำย
ปำฏิหำริย์ทุกครั้งท ำให้หลิงเสวียนซวนเชื่อว่ำฉินเลี่ยมีควำมสำมำรถคลี่คลำย
สถำนกำรณ์ทั้งหมดได้อย่ำงน่ำอัศจรรย์
ตอนนี้เอง ฉินเลี่ยหันมำกล่ำวกับชำงเยี่ย หมิงซวี่และคนอื่นว่ำ “เอ้ำเค่อถ่ำน
และสั่วหมู่เอ่อสู้กับเผ่ำพันธุ์วิญญำณ กระดูกและมีปีกก่อนหน้ำนี้ พวกเขำน่ำจะ
ต้องใช้เวลำรักษำตัว ทันทีที่เสร็จ พวกเขำจะมำทะเลจุดก ำเนิดเพื่อสู้กับพวก
เจ้ำ!”
หลังจำกนิ่งไปสักพัก เขำกล่ำวต่อว่ำ “ข้ำแนะน ำว่ำพวกเจ้ำทุกคนนั่งฟื้นพลัง
สำยเลือดเพื่อเตรียมรับกับกำรมำถึงของเอ้ำเค่อถ่ำนและสั่วหมู่เอ่อจะดีกว่ำ”
“โอ้ นี่คงเป็นทำงที่ดีที่สุดแล้วล่ะ” หมิงซวี่จำกตระกูลกวงหมิงนั่งลงด้วยสีหน้ำ
เหินห่ำงขณะสั่งผู้ใต้บังคับบัญชำ “อย่ำสู้จนตัวตำย ฟื้นพลังสำยเลือด ไม่ช้ำ
พวกเรำจะสู้กับศัตรูกลุ่มใหม่…”
เมื่อกล่ำวเช่นนี้ หมิงซวี่ครุ่นคิดสักพัก
ดวงตำของเขำพลันทอประกำย
เขำมองไปทำงปีศำจหุบเหวที่น ำโดยหลิงอวี้ฉีและตี๋เจียพลำงกล่ำวอย่ำงเย็นชำ
ว่ำ “หลังจำกจัดกำรเอ้ำเค่อถ่ำนและสั่วหมู่เอ่อแล้ว พวกข้ำจะเริ่มต่อสู้ต่อ”
สีหน้ำของฉินเลี่ยเปลี่ยนไปเพรำะเหตุนี้
หลิงอวี้ฉีขมวดคิ้วเช่นกัน
ตี๋เจียหัวเรำะเช่นกันและกล่ำวว่ำ “ใช่ ต่อให้สั่วหมู่เอ่อและเอ้ำเค่อถ่ำนตำย พวก
ข้ำก็เลี่ยงกำรต่อสู้ไม่ได้”
ฉินเลี่ยพลันยืนขึ้นและกล่ำวด้วยสีหน้ำมืดมนว่ำ “พวกเจ้ำต้องสู้กันให้ตำยเลย
หรือ?”
เขำช ำเลืองมองหมิงซวี่
เขำรู้สึกเสมอว่ำผู้น ำของตระกูลกวงหมิงสงบที่สุดในบรรดำผู้น ำของห้ำตระกูล
หลำยครั้ง หมิงซวี่เห็นด้วยกับเขำและเลือกทำงที่ฉลำดที่สุด
เขำคิดว่ำหลังจำกเปิดโปงสั่วหมู่เอ่อและเอ้ำเค่อถ่ำน สมำชิกเผ่ำพันธุ์เทพแหล่ำ
นี้จะหยุดสู้กับปีศำจหุบเหว
เขำคิดว่ำหมิงซวี่จะเป็นคนโน้มน้ำวเผ่ำพันธุ์เทพ
เขำไม่คิดว่ำหมิงซวี่ผู้ที่เขำคิดว่ำเป็นคนสงบที่สุดจะประกำศว่ำจะไม่หยุดสู้กับ
ปีศำจหุบเหวหลังจำกสังหำรสั่วหมู่เอ่อและเอ้ำเค่อถ่ำนแล้ว
“อย่ำคิดว่ำเจ้ำเข้ำใจข้ำจริง ๆ” หมิงซวี่ส่งยิ้มแปลกประหลำดให้และกล่ำวว่ำ
“สมำชิกจ ำนวนมำกเกินจำกห้ำตระกูลตำยด้วยมือของปีศำจหุบเหวเหล่ำนี้ หง
ไข่ ลี่เหวย เยี่ยนเฟิงและสมำชิกตระกูลเสวียนปิงจ ำนวนมำกก่อนหน้ำนี้ ควำม
ตำยเหล่ำนี้หมำยควำมว่ำพวกข้ำไม่สำมำรถฉลองร่วมกับปีศำจหุบเหวเหล่ำนี้
ได้ เจ้ำคงไม่คิดว่ำกำรมำถึงของตัวเองสำมำรถเปลี่ยนเรื่องทั้งหมดนี้ได้หรอกใช่
ไหม? อีกอย่ำง มีผลึกจุดก ำเนิดเพียงก้อนเดียวในทะเลจุดก ำเนิด ใครที่ได้รับ
ผลึกนั่นจะสำมำรถสังหำรทุกคนได้”
เขำส่ำยหน้ำและกล่ำวอย่ำงจริงจังว่ำ “ถ้ำเช่นนั้น ข้ำจะไม่ยอมให้ผลึกจุด
ก ำเนิดนั่นอยู่ในมือของเผ่ำพันธุ์ต่ำงแดน”
ขณะนิ่งไป เขำมองฉินเลี่ยและกล่ำวว่ำ “ข้ำเชื่อแต่คนของข้ำเท่ำนั้น และเจ้ำ
ตั้งแต่นี้ไป ไม่ใช่หนึ่งในพวกข้ำอีกต่อไป”
“หมิงซวี่พูดถูก” สีหน้ำของหนำนฉีเย็นชำขณะกล่ำวว่ำ “เขำมีคู่หมั้นเป็นปีศำจ
หุบเหว เขำไม่ใช่หนึ่งในพวกเรำ!”
ชำงเยี่ยจำกตระกูลเฮยอันขมวดคิ้วและเงียบ
เห่ำเจี๋ยจำกตระกูลชี่เสวี้ยพยักหน้ำช้ำ ๆ
สมำชิกเผ่ำพันธุ์เทพจ ำนวนมำกได้ยินค ำพูดของหมิงซวี่และพยักหน้ำ
ฉับพลัน เพรำะหมิงซวี่ ฉินเลี่ยถูกขับไล่ออกจำกกลุ่ม
ตอนที่ 1277: ความขัดแย้งที่ไม่สามารถคลี่คลายได้
“บางสิ่งเกิดขึ้นและพวกข้าไม่สามารถป้องกันได้”
ชางเยี่ยมองกลับไปที่ตระกูลเฮยอัน ซากศพของลี่เหวยและคนอื่น นางกล่าว
อย่างครุ่นคิดว่า “สมาชิกพวกข้าตาย…”
สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพมีสีหน้ามืดมนและยังคงเงียบ
สีหน้าพวกเขาเผยความคิดข้างใน พวกเขาจะไม่นิ่งเฉย
ตระกูลเลี่ยเยี่ยน กานชิง อู้ชาและหลิวยั่งมองซากศพของเยี่ยนเฟิงและยังคง
เงียบ
“ถ้านี่คือการสมคบคิดของสั่วหมู่เอ่อ ข้าบอกได้เพียงว่า… มันทำสำเร็จทันทีที่
พวกเราเริ่มสู้กัน” หมิงซวี่กล่าวอย่างสงบ
“ฟื้นพลังสายเลือด!” เห่าเจี๋ยสูดหายใจเข้าและกล่าวว่า “ทุกคนอยู่กับข้า!”
หลุมศพเลือดเนื้อจากตระกูลชี่เสวี้ยพุ่งออกจากร่างกายขณะลอยเหนือเขา
แสงสว่างโลหิตทอประกายออกมาจากหลุมศพเลือดเนื้อ
ประกายแสงสว่างโลหิตแต่ละสายเต็มไปด้วยสายพลังเนื้อบริสุทธิ์ขณะก่อตัวเป็น
พลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์
“ฟังเห่าเจี๋ย!” ดวงตาของชางเยี่ยทอประกาย
กานชิง หลิวยั่งและคนอื่นรวมตัวรอบเห่าเจี๋ย
หมิงซวี่ เสวียนลั่วและคนอื่นไม่ลังเลขณะเข้าหาเห่าเจี๋ย
สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพที่ยังมีชีวิตทุกคนนั่งลงกับเห่าเจี๋ยที่อยู่ใจกลางขณะใช้วิชา
ลับสายเลือดเพื่อกินพลังโลหิตเข้มข้น
ความเหนื่อยล้าพวกเขาหายไปช้า ๆ หลังจากถูกเติมเต็มโดยพลังโลหิต
ดวงตาพวกเขาเจิดจ้าและมีชีวิตชีวา
“สมกับเป็นหลุมศพเลือดเนื้อ” ตี๋เจียพึมพำ
ปีศาจหุบเหวระดับสูงจำนวนมากประทับใจ พวกเขารู้ว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพ
เหล่านี้จะกลับมามีพละกำลังเต็มที่ในไม่ช้า
หลุมศพเลือดเนื้อแต่ละชิ้นเต็มไปด้วยพลังเนื้อน่าทึ่งที่สามารถดูดซับเพื่อฟื้นฟู
พลังสายเลือดได้
ไม่นานก่อนหน้านี้ ตระกูลชี่เสวี้ย เสวียนปิงและกวงหมิงออกล่าเพื่อเติมเต็มหลุม
ศพเลือดเนื้อด้วยพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์จำนวนมาก
หลุมศพเลือดเนื้อของเห่าเจี๋ยเต็มไปด้วยพลังมากพอที่จะให้ตระกูลเติมเต็ม
นักรบระดับที่เก้าและสิบขณะพิชิตอาณาจักรวิญญาณได้
หมิงซวี่ ชางเยี่ยและหนุ่มสาวสายเลือดระดับที่เจ็ดคนอื่นสามารถใช้เวลาหนึ่ง
หมื่นปีเพื่อดูดซับพลังภายในอย่างต่อเนื่องได้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถทำให้มัน
หมดได้
เห่าเจี๋ยปลดปล่อยหลุมศพเลือดเนื้อหลังจากทราบว่ามีศัตรูร้ายกาจอีกกลุ่มเพื่อ
เติมเต็มพลังสายเลือดของหมิงซวี่และชางเยี่ย
นี่คือการคว้าชัยชนะในท้ายที่สุดของอาณาจักรลับ
วิธีของเขาช่างเมตตานัก
แต่ว่า สำหรับปีศาจหุบเหวระดับสูงเหล่านั้น มันไม่ใช่ข่าวดีที่เผ่าพันธุ์เทพ
สามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
เหตุผลเรื่องนั้นก็เพราะหมิงซวี่ต่อสู้กับพวกเขาไม่หยุดอย่างเห็นได้ชัด นี่เป็น
เพียงการหยุดชั่วคราว ถ้าพวกเขารอดการต่อสู้กับสั่วหมู่เอ่อ พวกเขาจะสู้อีก
ครั้ง
“พี่หลิง…” ตี๋เจียมีสีหน้าบึ้งตึง “คู่หมั้นของเจ้าตั้งใจทำร้ายพวกเราหรือเปล่า?”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” หลิงอวี้ฉีขมวดคิ้ว
“ดูสิ เพราะสั่วหมู่เอ่อและคนอื่นกำลังจะมา พวกเราเลยต้องพักชั่วคราว พวกเรา
ไม่มีหลุมศพเลือดเนื้อ พวกเราไม่สามารถฟื้นฟูพลังสายเลือดได้อย่างรวดเร็ว
พวกเขาใช้อุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์นั่นและจะฟื้นตัวในไม่ช้า” ตี๋เจียครุ่นคิดสักพักและ
ถอนหายใจ “ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ต่อให้พวกเราสามารถจัดการสั่วหมู่เอ่อ
และเอ้าเค่อถ่านได้ พวกเราจะหนีเผ่าพันธุ์เทพไม่ได้ ไม่ว่าจะยังไง สถานการณ์
ฝั่งพวกเราเป็นอันตราย พวกเราจะต้องถูกฆ่า”
หลิงอวี้ฉีตกตะลึง
“หมิงซวี่คนนั้นพูดถูก พวกเราฆ่าสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพจำนวนมาก พวกเขาฆ่า
ปีศาจหุบเหวจำนวนมาก พวกเราไม่สามารถแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
พวกเรา… ต้องสู้” ตี๋เจียกล่าว
ขณะเขาและหลิงอวี้ฉีสนทนา น ้าเสียงของเขาเบาจนแม้แต่ฉินเลี่ยก็ไม่ได้ยิน
หลังจากตี๋เจียพูดเช่นนี้ หลิงอวี้ฉีเงียบราวกับกำลังคิดบางอย่าง
ผ่านไปสักพัก นางพลันมองฉินเลี่ยด้วยความกังวล
ตอนนี้เอง ฉินเลี่ยยืนอยู่ระหว่างเผ่าพันธุ์เทพและปีศาจหุบเหว ห่างจากทั้งสอง
ฝั่งหลายสิบเมตร
สีหน้าของเขาไม่เคยจริงจังเช่นนี้มาก่อน
ด้านหนึ่งคือสหายของเขา อีกด้านคือคู่หมั้นและเพื่อนสมัยเด็กของเขา…
เขาพยายามหยุดพวกเขา แต่อย่างที่หมิงซวี่กล่าว เขาอ่อนหัดเกินไป
เพราะความตายของใครบางคน สองฝั่งนี้ไม่สามารถอยู่ร่วมกันในฐานะมิตรได้
อีกอย่าง… มีผลึกจุดกำเนิดเพียงก้อนเดียวเท่านั้น
“ผลึกจุดกำเนิด!”
ฉับพลัน ดวงตาของเขาทอประกายขณะบินขึ้น
ระหว่างเผ่าพันธุ์เทพและปีศาจหุบเหว สองฝั่งล้วนให้ความสนใจเขาขณะมอง
เมื่อเห็นการกระทำผิดปกติ
“ทะเลจุดกำเนิด!” สีหน้าของเห่าเจี๋ยมืดมน
“อ้อ เขาไม่หวาดกลัวจริง ๆ” ตี๋เจียกล่าวเสียดสี
อีนั่วซือ เหวยเซินเท่อและคนอื่นมีสีหน้าประหลาดใจแต่ไม่ตอบสนอง
หลิงอวี้ฉีนิ่งและกล่าวอย่างร้อนรนว่า “ฉินเลี่ย! อย่าพยายามเข้าทะเลจุดกำเนิด
แม้กระทั่งปีศาจหุบเหวก็ไม่สามารถทานทนพลังปีศาจหุบเหวในนั้นได้ หลายตน
ได้ตายไปแล้ว!”
“พี่ใหญ่ฉิน! มีเพียงจิตวิญญาณที่สามารถสำรวจทะเลจุดกำเนิดอย่างปลอดภัย
ได้! อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม!” หลิงเสวียนซวนตะโกน
หลิงเฟิงและเกาอวี้ไม่พูดเมื่อได้ยินคำเตือนของน้องสาวขณะมองฉินเลี่ย
พวกเขากังวลเช่นกันว่าความไม่รู้เรื่องทะเลจุดกำเนิดจนพุ่งเข้าไปอย่างบุ่มบ่าม
จะทำให้เจอจุดจบแบบเดียวกับปีศาจหุบเหวโง่เขลา
“แสดงว่าทะเลจุดกำเนิดไม่สามารถเข้าด้วยร่างกายภาพได้!” ดวงตาของห
มิงซวี่ทอประกายขณะหันไปมองสมาชิกกวงหมิงที่เหลือเพื่อให้จดจำเรื่องนี้
“ทุกคน ระวังด้วย!” ชางเยี่ยกล่าว
“ฮ่าฮ่า พูดตามตรง ต่อให้พวกเรายกเลิกการจำกัดที่ทะเลจุดกำเนิด สมาชิก
เผ่าพันธุ์เทพก็ไม่สามารถหาผลึกจุดกำเนิดได้” ตี๋เจียมีสีหน้าเหยียดหยันขณะ
กล่าวว่า “ตามความรู้ของข้า ทั้งห้าตระกูลไม่มีคนที่ช ่าชองวิชาจิตวิญญาณ”
ขณะเขากล่าวเช่นนี้ การเอ่อล้นแรงกล้าของความผันแปรจิตวิญญาณมาจาก
ฉินเลี่ย
สีหน้าของตี๋เจียแข็งทื่อขณะยิ้มอ่อน เขากล่าวว่า “เลือดผสมคนนี้ไม่นับ”
หยดเลือดสีแดงส่องแสงเจิดจ้าคล้ายทับทิมขณะเต้นร่ารอบร่างกายของฉินเลี่ย
เลือดแต่ละหยดมีอักขระเผ่าพันธุ์เทพนับไม่ถ้วนส่องแสงขณะหมุนจนคล้ายกับ
บรรยายความลึกลับของสายเลือดเผ่าพันธุ์เทพแบบย่อ
“แก่นโลหิต!” สีหน้าของหมิงซวี่เปลี่ยนไป
“เขาอยู่ระดับที่เจ็ด เขาสร้างแก่นโลหิตชีวิตได้อย่างไร?!” เสวียนลั่วกล่าวอย่าง
ตกตะลึง
ตี๋เจียและปีศาจหุบเหวระดับสูงตนอื่นมองเลือดที่กำลังลอยในอากาศและขมวด
คิ้ว
ตอนที่ 1278: เปลี่ยน
แก่นของโลหิตถูกเรียกว่าแก่นโลหิตชีวิต แก่นโลหิตชีวิตทุกหยดเต็มไปด้วย
ความลับของเผ่าพันธุ์และบรรทัดฐานพลัง
ดังนั้น ผู้ฝึกยุทธ์มักสามารถปลดปล่อยพลังจำนวนมหาศาลได้เมื่อใช้แก่น
โลหิตชีวิตและความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดหรือวิชาลับสายเลือดพร้อมกัน
สมาชิกของสี่เผ่าพันธุ์สายเลือดชั้นสูงทุกคนสามารถขัดเกลาแก่นโลหิตชีวิตได้
เมื่อสายเลือดไปถึงระดับหนึ่ง
แต่ว่า เผ่าพันธุ์เทพและเผ่าพันธุ์วิญญาณต้องไปถึงระดับที่แปดก่อนจึงสามารถ
ขัดเกลาแก่นโลหิตชีวิตได้
สิ่งจำเป็นในการขัดเกลาแก่นโลหิตชีวิตเข้มงวดกว่าสำหรับปีศาจหุบเหว พวก
เขาต้องไปถึงระดับที่เก้าและกลายเป็นใต้เท้าหุบเหวก่อนจึงสามารถทำแบบ
เดียวกันได้
เมื่อผู้ฝึกยุทธ์ไปถึงระดับที่สามารถขัดเกลาแก่นโลหิตชีวิตได้ มันยังหมายความ
ว่าศักยภาพของสายเลือดถูกคลายอย่างสมบูรณ์ สายเลือดเต็มไปด้วยความ
ลึกลับแท้จริงของพลัง
ตอนนี้ ฉินเลี่ยกำลังบินเหนือทะเลจุดกำเนิดขณะหยดเลือดโปร่งแสงล้อมรอบ
ความจริงที่มีอักขระศักดิ์สิทธิ์เลี่ยเยี่ยนกำลังบิดงอภายในหยดเลือดเป็น
สัญญาณชัดเจนว่าพวกมันคือแก่นโลหิตชีวิต
แต่ไม่มีระดับที่แปดขึ้นไปได้รับสิทธิ์ให้เข้าโลกจุดกำเนิด!
ถึงอย่างไร ฉินเลี่ยผู้เป็นเลือดผสมขัดเกลาแก่นโลหิตชีวิตขณะสายเลือดยังอยู่
ระดับที่เจ็ด
มันขัดกับสามัญสำนึกอย่างสิ้นเชิง
สมาชิกปีศาจหุบเหวและเผ่าพันธุ์เทพล้วนจ้องมองฉินเลี่ยด้วยสีหน้าแปลก
ประหลาด
“เขาพยายามจะทำอะไรน่ะ?” ตี๋เจียสับสนอย่างเห็นได้ชัด
สายจิตวิญญาณเต้นร่าภายในดวงตาของหลิงอวี้ฉีขณะให้ความสนใจฉินเลี่ย
ผ่านไปสักพัก นางอุทานว่า “เขาคล้ายกับกำลังสลักผังวิญญาณโบราณอยู่…”
“อะไรนะ” ตี๋เจียยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
หลิงอวี้ฉีเมินตี๋เจียในที่สุดขณะขยับไปสุดขอบของทะเลจุดกำเนิด
ร่างอรชรของนางสูงตระหง่านขณะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า
ความคิดจิตวิญญาณหลุดออกจากร่างกายขณะบินขึ้นในอากาศ
“ผลึกจุดกำเนิดนั่นแช่อยู่ในทะเลจุดกำเนิด มันใช้เวลานานหน่อย แต่ในที่สุด
ข้ามีเบาะแสเรื่องสถานที่ที่อาจจะซ่อนมันแล้ว ฟังข้าและไปทางที่ข้าชี้…”
แน่นอน หลิงอวี้ฉีคิดว่าเหตุผลที่ฉินเลี่ยบินเหนือทะเลจุดกำเนิดอย่างร้อนรน
เพราะเขาวางแผนจะเก็บผลึกจุดกำเนิดไว้กับตัว
นางคิดว่าฉินเลี่ยอยากดึงมันด้วยจิตวิญญาณตัวเอง
ทั้งนาง ตี๋เจียและปีศาจหุบเหวระดับสูงพยายามทุกทางเท่าที่ทำได้เพื่อตามหา
ผลึกจุดกำเนิดนั่นที่แช่ในทะเลจุดกำเนิดกว้างใหญ่
แต่ตี๋เจีย อีนั่วซือและปีศาจหุบเหวระดับสูงตนอื่นย ่าแย่กว่านางเมื่อมาในรูปจิต
วิญญาณ ถึงวันนี้ พวกเขาไม่คืบหน้าแต่อย่างใด
ถึงแม้นางจะมาทีหลัง แต่นางคือคนที่มีสัมผัสตำแหน่งผลึกจุดกำเนิดได้คร่าว ๆ
เพราะช่วงหลังจิตวิญญาณเลื่อนขั้นไปมาก
เพราะนางคิดว่าฉินเลี่ยอยากเก็บผลึกจุดกำเนิดไว้กับตัว สัญญาทั้งหมดที่ให้ไว้
กับตี๋เจียพลันถูกโยนกลับเข้าจิตใจ
นางชี้ฉินเลี่ยไปยังทางหนึ่งด้วยความคิดจิตวิญญาณด้วยหวังว่าฉินเลี่ยจะ
สามารถหาผลึกจุดกำเนิดได้
“จิตวิญญาณทรงพลัง แก่นโลหิตชีวิต ฉินเลี่ยอาจจะวางแผนเก็บผลึกจุด
กำเนิดเป็นของตัวเอง!” หมิงซวี่พลันตอบสนองด้วยสีหน้าจริงจังหลังจากหาย
ตกตะลึง “เขาไม่ใช่หนึ่งในพวกเรา ดังนั้นมันไม่ปลอดภัยที่จะปล่อยให้เขาเก็บ
ผลึกจุดกำเนิด!”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” เห่าเจี๋ยดูประหลาดใจ
“พวกเราควรเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิดมากขึ้นและพยายามค้นหาผลึกจุดกำเนิด
นั่นด้วยจิตวิญญาณเช่นกัน! จากนั้น พวกเราต้องพยายามหามันอย่างสุด
ความสามารถ!” หมิงซวี่ยกริมฝีปากเป็นรอยยิ้มแปลกประหลาดก่อนกล่าวต่อ
ว่า “ข้ามั่นใจว่าพวกเจ้าทุกคนเตรียมตัวก่อนมาที่นี่ใช่หรือไม่? ปีศาจหุบเหว
เหล่านั้นคิดว่าพวกเรายังไม่ได้ขัดเกลาจิตวิญญาณ ทำให้ไม่มีทางได้ผลึกจุด
กำเนิดนั่นต่อให้เข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิดก็ตาม แต่ข้ารู้ว่านั่นไม่ใช่ความจริง
พวกเจ้าทุกคนต้องพบหนทางในการแก้ไขจุดอ่อนหลังจากเข้าใจถึงความวิเศษ
ของทะเลจุดกำเนิด หรือไม่ใช่?”
ทั้งเห่าเจี๋ยและชางเยี่ยมองคำพูดของหมิงซวี่อย่างประหลาดใจ
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกข้าเตรียมตัวมา?” ชางเยี่ยถามอย่างสับสน
“ตระกูลเฮยอันคือคนพบอาณาจักรลับนี้ก่อน ในหุบเหวทมิฬยิ่งแล้วใหญ่ ต่อให้
ข้าเดาว่าเจ้าไม่มีความรู้เรื่องโลกจุดกำเนิด ผู้อาวุโสตระกูลเจ้าน่าจะรู้เกี่ยวกับ
เรื่องนี้ใช่หรือไม่?” หมิงซวี่ยิ้มเล็กน้อย
“อืม เจ้าเป็นคนเจ้าเล่ห์ที่สุดในหมู่พวกเราทุกคนจริง ๆ” ชางเยี่ยพ่นลมออก
จมูกเย็นชา “คนเจ้าเล่ห์มักเชื่อถือไม่ได้”
สีหน้าของหมิงซวี่พลันทุกข์ยากทันที “ข้าแค่คิดเพื่อพวกเรา เจ้าก็รู้”
“ไปเถอะ! เข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิดกัน!” เห่าเจี๋ยตะโกน
อากาศรอบเขาเหมือนกับทะเลเลือดเพราะกำลังควบคุมหลุมศพเลือดเนื้อ เขา
ไปยังสุดขอบทะเลจุดกำเนิดช้า ๆ
หน่วยเผ่าพันธุ์เทพทำแบบเดียวกันขณะตามหลังหลุมศพเลือดเนื้อ
การกระทำพวกเขาดึงดูดความสนใจของปีศาจหุบเหวทันที หลังจากประหลาด
ใจ ตี๋เจียถามว่า “พี่หลิง พวกเราควร…”
“ช่างพวกเขา พวกเขาตามหาผลึกจุดกำเนิดนั่นไม่เจอหรอก” หลิงอวี้ฉีตอบ
อย่างสงบด้วยจิตวิญญาณ “เจ้ารู้ดีกว่าใครว่าต้องใช้พลังจิตวิญญาณจำนวน
มหาศาลในการตามหาผลึกจุดกำเนิดนั่น ถ้าพวกเขายืนกรานที่จะเสียพลัง
จำนวนมาก เช่นนั้นทำไมพวกเราควรห้ามพวกเขาด้วย? ถ้าพวกเขาพลังจิต
วิญญาณที่สำรองเอาไว้ ถ้าพวกเราปะทะกันในศึกอนาคต พวกเราสามารถชิง
ความได้เปรียบจากจุดอ่อนนั่นได้ มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถฟื้นฟูได้แม้จะมี
หลุมศพเลือดเนื้อก็ตาม นี่คือข่าวดีสำหรับพวกเราด้วยซ ้า”
“เจ้าพูดถูก” ตี๋เจียตอบ
เขาคือคนแรกที่มาถึงทะเลจุดกำเนิด แต่เขายังไม่รู้ว่าผลึกจุดกำเนิดอยู่ที่ไหน
เขาเชื่อเช่นกันว่าพลังจิตวิญญาณตัวเองแข็งแกร่งกว่าใคร ๆ ในหน่วยเผ่าพันธุ์
เทพ
อย่างที่หลิงอวี้ฉีกล่าว เขาคิดว่าสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพกำลังเสียพลัง
ด้วยเหตุนี้เขาส่งสัญญาณให้อีนั่วซือ เหวยเซินเท่อและคนอื่นอยู่กับที่ด้วยการ
โบกมือ
“ฟิ่ว!”
ตอนนี้เองแสงสว่างโลหิตพลันไขว้เหนือศีรษะของฉินเลี่ยคล้ายสายรุ้งขนาดเล็ก
สายโลหิตทุกเส้นแช่ด้วยจิตวิญญาณและอักขระศักดิ์สิทธิ์เลี่ยเยี่ยนของฉินเลี่ย
เหนือทะเลจุดกำเนิด ฉินเลี่ยพยายามสลักผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาที่
สร้างล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าอีกครั้ง
สมาชิกปีศาจหุบเหวระดับสูงและตระกูลหลิงประหลาดใจเมื่อเห็นฉินเลี่ยกำลัง
วาดผังวิญญาณโบราณด้วยแก่นโลหิตชีวิต ไม่ได้ค้นหาผลึกจุดกำเนิดใต้ทะเล
จุดกำเนิดด้วยจิตวิญญาณ
ตี๋เจียส่ายหน้าและกล่าวว่า “ข้าไม่รู้ว่าหมอนี่ทำอะไร”
สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพผู้กำลังเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิดช้า ๆ มองเขาอย่าง
ประหลาดใจและสับสนเช่นกัน
พวกเขาไม่รู้ว่าฉินเลี่ยกำลังวางแผนทำอะไร
ฉับพลัน สั่วหมู่เอ่อแผดเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจสถานที่มืดมิดที่ไกล
จากทะเลจุดกำเนิด
“นี่มัน…”
ดวงตาสีเขียวของสั่วหมู่เอ่อทอประกายท่ามกลางความมืดสนิทขณะส่องแสงใส่
เอ้าเค่อถ่านที่กำลังฟื้นตัว
“เกิดอะไรขึ้น?” เอ้าเค่อถ่านถาม
“เลือดผสมเผ่าพันธุ์เทพนามฉินเลี่ยอาจจะถึงกับความรับการยอมรับจากผลึก
จุดกำเนิดก่อนข้า!” สั่วหมู่เอ่อตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
“เป็นแบบนั้นได้อย่างไร? เจ้าบอกไม่ใช่หรือว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหวและเทพไม่รู้
เกี่ยวกับผลึกจุดกำเนิด พวกมันไม่มีทางควบคุมได้ไม่ว่าจะอยู่รอบทะเลจุด
กำเนิดเท่าไหร่ก็ตาม”
“ฉินเลี่ยคนนั้นต่างออกไป! เขา เขา…”สั่วหมู่เอ่อสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนกล่าว
ต่อว่า “ไม่มีเวลาอธิบายละเอียดแล้ว ข้าต้องไปเดี๋ยวนี้!”
“แล้วพวกข้าล่ะ?” เอ้าเค่อถ่านยืนขึ้นขณะขมวดคิ้ว “พวกข้ายังฟื้นตัวไม่เสร็จ
เลย”
“พวกเราเสียเวลามากกว่านี้ไม่ได้ เห่าเจี๋ยกำลังช่วยคนฟื้นฟูด้วยหลุมศพเลือด
เนื้ออยู่! ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหวและเทพจะไม่สู้กันเองอีก
ต่อไป!” สั่วหมู่เอ่ออุทาน
เอ้าเค่อถ่านลังเลสักพักก่อนเห็นด้วย “ข้าจะถ่ายทอดคำสั่งเดี๋ยวนี้”
“นำคนของเจ้าไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!” สั่วหมู่เอ่อกล่าวอย่างหงุดหงิด
จากนั้น เขาหายเข้าไปในเพลิงภูตผีทันที
ตอนที่ 1279: ยาเม็ดจิตวิญญาณเหิง
การตัดสินใจของฉินเลี่ยเพื่อวาดผังวิญญาณโบราณเหนือทะเลจุดกำเนิดสร้าง
ความประหลาดใจให้ทุกคน แต่มันก็แค่นั้น
ไม่มีใครคิดว่ามันจะช่วยในการเก็บผลึกจุดกำเนิดให้เขา
ด้วยเหตุนี้เห่าเจี๋ย หมิงซวี่และผู้นำเผ่าพันธุ์เทพที่เหลือเริ่มค้นหาผลึกจุดกำเนิด
หลังจากความประหลาดใจในตอนแรกหายไป
พวกเขาล้วนรวมตัวที่ทะเลจุดกำเนิดในตอนนี้
ทะเลสีดำสนิทเต็มไปด้วยพลังปีศาจหุบเหวเหลว ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้ทะเลจุด
กำเนิดมากเท่าไหร่ จิตวิญญาณพวกเขารู้สึกสงบมากเท่านั้น ความเข้าใจเรื่อง
ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดพวกเขายิ่งมายิ่งลึกล ้าเช่นกัน
แต่แน่นอน พวกเขาไม่พึงพอใจแค่นั้น
ชางเยี่ยหยิบยาเม็ดขนาดเท่ากำปั้นหลังจากนั่งลง ยาเม็ดเป็นสีเทาและเต็มไป
ด้วยเส้น เมื่อมองครั้งแรก มันดูแปลกประหลาดราวกับศีรษะของเด็ก
ชางเยี่ยลังเลสักพักขณะจ้องมองยาเม็ด แต่นางยังฝืนกลืนมันลงไปจนหมด
ยาเม็ดเข้าสู่ท้องช้า ๆ
“พี่ใหญ่ นั่นมัน…” กานชิงดูประหลาดใจเล็กน้อย
ชางเยี่ยไม่ให้คำตอบ กลับกัน นางหลับตาขณะฝืนขัดเกลายาเม็ด
ไม่นานหลังจากนั้น ร่องรอยของพลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์เริ่มไหลออกจาก
ร่างกาย
ผ่านไปสั้น ๆ แต่จิตวิญญาณของชางเยี่ยแข็งแกร่งมากกว่าก่อนหน้าสามถึงห้า
เท่า!
ทุกคนยกเว้นสมาชิกตระกูลเฮยอันตกตะลึงกับเรื่องนี้
“นั่นมันยาเม็ดจิตวิญญาณเหิง!” ดวงตาของหมิงซวี่ทอประกายด้วยความ
ประหลาดใจ
“ยาเม็ดจิตวิญญาณเหิง!” สีหน้าของตี๋เจียเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว “แบบนี้แย่แน่
พี่ใหญ่หลิง!”
หลังจากเปิดเผยตำแหน่งคร่าว ๆ ของผลึกจุดกำเนิดให้ฉินเลี่ยทราบ หลิงอวี้ฉี
ชำเลืองมองตี๋เจียจากไกล ๆ ก่อนถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
ตี๋เจียออกจากข้างอีนั่วซือและเหวยเซินเท่อและหยุดข้างหลิงอวี้ฉีแล้วกระซิบ
บอก “ชางเยี่ยจากตระกูลเฮยอันคนนั้นเพิ่งกลืนยาเม็ดจิตวิญญาณเหิงเข้าไป!”
“ยาเม็ดจิตวิญญาณเหิง?” หลิงอวี้ฉีไม่รู้เกี่ยวกับยาเม็ดอย่างเห็นได้ชัด
“มันคือยาเม็ดปาฏิหาริย์ที่สามารถเสริมสร้างพลังจิตวิญญาณ การรับรู้จิต
วิญญาณและพละกำลังจิตวิญญาณได้มาก!” ตี๋เจียกล่าวอย่างจริงจัง “ยาเม็ด
จิตวิญญาณเหิงคือยาเม็ดล ้าค่ายิ่ง สำหรับผู้ที่จิตวิญญาณได้รับความเสียหาย
หนัก มันคือของที่สามารถชุบแม้กระทั่งคนตายได้! ไม่ว่าจิตวิญญาณจะได้รับ
บาดเจ็บสาหัสแค่ไหน มีข่าวลือว่ายาเม็ดจิตวิญญาณเหิงสามารถฟื้นสภาพได้
ตราบที่สายเลือดต ่ากว่าระดับที่สิบ สัญลักษณ์จิตวิญญาณพวกเขาจะไม่ป่นปี้
อย่างสมบูรณ์! ด้วยเหตุนั้นยาเม็ดนี้มีค่าเทียบเท่าอุปกรณ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ขั้น
ต ่า!”
หลิงอวี้ฉีชำเลืองมองชางเยี่ยด้วยความประหลาดใจโดยไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินเช่นนี้
ขณะตี๋เจียกล่าว พลังจิตวิญญาณของชางเยี่ยเริ่มทะยานขึ้น
เพราะพละกำลังจิตวิญญาณของชางเยี่ยมีขีดจำกัด ร่างกายของนางถึงกับมี
พลังจิตวิญญาณส่วนเกินไหลซึมออกมา
เห็นได้ชัดว่ายาเม็ดจิตวิญญาณเหิงเพิ่มพลังจิตวิญญาณนางอย่างก้าวกระโดด
เผ่าพันธุ์เทพไม่ใช่เผ่าพันธุ์ผู้ช ่าชองวิชาจิตวิญญาณ ดังนั้นพวกเขาน่าจะ
เสียเปรียบเมื่อสู้กับเผ่าพันธุ์อื่นเพื่อค้นหาผลึกจุดกำเนิด
แต่ว่า หลังจากพลังจิตวิญญาณ การรับรู้จิตวิญญาณและพละกำลังจิต
วิญญาณของชางเยี่ยแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า ตรรกะนี้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป
ตอนนี้ จิตวิญญาณของชางเยี่ยไม่ด้อยกว่าของทุกคนที่นี่ ตราบที่ยาเม็ดจิต
วิญญาณเหิงยังส่งผล ย่อมมีโอกาสที่นางสามารถได้รับการยินยอมของผลึกจุด
กำเนิดและได้รับสิทธิ์ควบคุมอาณาจักรลับ
ถ้านั่นเป็นความจริง อย่าว่าแต่ปีศาจหุบเหวเลย แม้แต่สั่วหมู่เอ่อและเอ้าเค่อถ่าน
ก็ไม่สามารถหลบหนีเงื้อมมือของนางได้ถ้าพวกเขามา
ตอนแรก ตี๋เจียและปีศาจหุบเหวระดับสูงไม่กังวลเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์เทพที่เข้าใกล้
ทะเลจุดกำเนิด พวกเขาไม่คิดว่าเผ่าพันธุ์เทพจะสามารถได้รับสิ่งที่เป็นรูปธรรม
ได้
แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มวิตก
“พี่หลิง! เจ้าได้ยินสิ่งที่หมิงซวี่กล่าวก่อนหน้านี้แล้ว พวกมันไม่ปล่อยพวกเราไป
ง่าย ๆ! ทันทีที่เผ่าพันธุ์เทพได้ผลึกจุดกำเนิดมา ชะตากรรมของพวกเราจะ
เหมือนกับของสั่วหมู่เอ่อและเอ้าเค่อถ่าน!” ตี๋เจียแนะนำอย่างเย็นชา
หลิงอวี้ฉีขมวดคิ้ว “เจ้าอยากให้ข้าหยุดนางเดี๋ยวนี้หรือ?”
ตี๋เจียพยักหน้าหนักแน่น
“แต่พวกเราเพิ่งหยุดสู้กันนะ ศึกครั้งที่สองนี้จะแย่ยิ่งกว่าครั้งแรก” หลิงอวี้ฉีก
ล่าว
“พวกเราไม่กลัวพวกมัน!” ตี๋เจียพ่นลมออกจมูกเย็นชา
หลิงอวี้ฉีครุ่นคิดสักพักก่อนมองฉินเลี่ย “โปรดรออีกสักหน่อยเถอะ”
ตี๋เจียยิ้มบิดเบี้ยว “แต่ว่า…”
“อย่าห่วงไปเลย ข้าจะจับตาดูนางเอาไว้ ข้าจะจัดการนางเมื่อได้ตำแหน่งผลึก
จุดกำเนิดจริง ๆ” หลิงอวี้ฉีกล่าวอย่างสงบ
ตี๋เจียประหลาดใจกับคำพูดอันมั่นใจของนาง เขาพลันเข้าใจและอุทานอย่าง
ยินดีว่า “พี่หลิง เจ้า… เจ้ารู้ว่าผลึกจุดกำเนิดอยู่ที่ไหนงั้นหรือ?”
“ถ้าคร่าว ๆ ก็ใช่” หลิงอวี้ฉีตอบอย่างเฉยชา
แต่ตี๋เจียพยักหน้าอย่างมีกำลังใจ “เยี่ยม! นั่นเยี่ยมไปเลย!”
หลิงอวี้ฉีส่งยิ้มให้เขา
ตี๋เจียครุ่นคิดสักพักก่อนพลันกล่าวว่า “เจ้าไม่ต้องห่วงข้าหรอก พี่หลิง เจ้าควร
พยายามหลอมรวมกับผลึกจุดกำเนิดอย่างสุดความสามารถถ้าทำได้ ข้ายอม
ให้เจ้าได้ผลึกจุดกำเนิดดีกว่ายกให้เผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
หรือเผ่าพันธุ์เทพ อย่างน้อยที่สุด… พวกเราจะรอดถ้าเจ้าคือคนที่ได้ผลึกจุด
กำเนิด”
“ข้าเพียงรู้ตำแหน่งคร่าว ๆ เท่านั้น การยอมรับใครบางคนในฐานะเจ้าของไม่
ง่ายอย่างที่เจ้าคิด” หลิงอวี้ฉีถอนหายใจ
“นั่นก็จริง เรื่องคงไม่ลากยาวจนถึงตอนนี้หากมันง่ายขนาดนั้น” ตี๋เจียดูขมขื่น
ขณะกล่าวเช่นนี้ จากนั้น เขามองฉินเลี่ยในท้องฟ้าผู้ยังจดจ่อกับการสลักผัง
วิญญาณโบราณด้วยสีหน้าแปลกประหลาด “พี่หลิง คู่หมั้นของเจ้ากำลังทำ
อะไรอยู่กันแน่? เขากำลังใช้ทะเลจุดกำเนิดเพื่อศึกษาผังวิญญาณหรือ? นั่นมัน
ออกจะ…”
เขาไม่มั่นใจว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้กับฉินเลี่ยดี ยังไงซะ การกระทำตอนนี้
ของฉินเลี่ยดูน่าขบขันสำหรับเขา
“ข้าเชื่อว่าเขามีความคิดบางอย่างแน่” หลิงอวี้ฉีหาข้ออ้าง
ฉินเลี่ยไม่ตอบนางแม้จะได้ฟังทุกสิ่งเกี่ยวกับทะเลจุดกำเนิดแล้วก็ตาม
นั่นทำให้นางรู้ว่าฉินเลี่ยในตอนนี้หมกมุ่นกับงานอยู่
ไม่เหมือนตี๋เจีย เห่าเจี๋ย หมิงซวี่และคนอื่น นางรู้จักฉินเลี่ยดี
นางรู้ว่าฉินเลี่ยต้องมีเหตุผลในการลงมือทำแน่ นางรู้ว่าเขาไม่เคยลงมือโดยไม่
มีคิดไตร่ตรองก่อน
“หือ?”
ฉับพลัน นางหันศีรษะมองลงไปยังทิศทางอีกด้าน
“เกิดอะไรขึ้น?” ตี๋เจียถาม
“มีคนกำลังมา” หลิงอวี้ฉีกล่าว
“สั่วหมู่เอ่อและเอ้าเค่อถ่านหรือเปล่า?” ใบหน้าของตี๋เจียมืดมน
“ไม่” หลิงอวี้ฉีส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนหรี่ตา ผ่านไปสักพัก นางตอบว่า “เป็น
กลุ่มสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอีกกลุ่ม ข้าคิดว่านะ”
“อีกกลุ่ม? อ้อ ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว” ตี๋เจียหัวเราะคิกคัก “ไม่ต้องไปกลัวกลุ่ม
เผ่าพันธุ์วิญญาณหรอก ผู้นำพวกมันก็แค่เด็กผู้หญิงธรรมดาไร้พิษภัย”
“เด็กผู้หญิงคนนั้นมีพลังเก็บผลึกจุดกำเนิดนะ” หลิงอวี้ฉีกล่าว
ตี๋เจียดูตกตะลึง “เป็นแบบนั้นได้อย่างไร?”
“พลังจิตวิญญาณนางไม่ด้อยไปกว่าชางเยี่ยตอนนี้ นางสังเกตเห็นข้าในเวลา
เดียวกับที่ข้าสังเกตเห็นนาง” หลิงอวี้ฉีขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้ารู้สึกว่านางจะ
กลายเป็นศัตรูที่น่าหวาดกลัวมาก”
ตี๋เจียหยุดดูถูกกลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณขณะจริงจัง “เผ่าพันธุ์เทพอยู่ที่นี่ เอ้าเค่อ
ถ่านและสั่วหมู่เอ่อยังไม่โผล่หัวมา ตอนนี้มีคู่แข่งมาเพิ่มอีก”
“มีคนกำลังใกล้เข้ามา!” ในเวลาเดียวกัน ชางเยี่ยเตือนหน่วยเผ่าพันธุ์เทพ
การรับรู้จิตวิญญาณของนางเพิ่มขึ้นมหาศาลหลังจากกินยาเม็ดจิตวิญญาณ
เหิงเข้าไป นางถึงกับสามารถตรวจพบการมาถึงของเซินหลาน
สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพที่กำลังฟื้นตัวทราบคำเตือนขณะมองด้านหลังอย่าง
ระแวดระวัง
พวกเขาเข้าใจผิดคิดว่านางกำลังเตือนพวกเขาเกี่ยวกับสั่วหมู่เอ่อและเอ้าเค่อ
ถ่าน
ผ่านไปสักพัก เซินหลาน ชาเลี่ยและซือถ่านข่าเข้าสู่สายตาพวกเขา
พวกเขาผ่านการต่อสู้ไม่นานมานี้อย่างเห็นได้ชัดเพราะชุดมีคราบเลือดไม่มาก
ก็น้อย แต่ว่า กำลังใจต่อสู้ยังเอ่อล้นในดวงตาเหนื่อยล้าของพวกเขา
“นั่น… ฉินเลี่ยหรือ?”
ชาเลี่ยอดที่จะอุทานไม่ได้เมื่อเขาเข้าใกล้และเห็นฉินเลี่ยกำลังบินเหนือทะเลจุด
กำเนิด
ทุกคนมองขึ้นท้องฟ้าเมื่อได้ยินคำอุทานของเขา
“เป็นเขาจริง ๆ!” เซียนน่าอุทาน
“เขากำลังทำอะไรน่ะ?” ซือถ่านข่าดูสับสน
“เอ่อ…” ขณะเดียวกัน ตี๋เจียถามหลิงอวี้ฉีด้วยสีหน้าแปลกประหลาดเหลือเชื่อ
ว่า “ดูท่าคนเหล่านั้นกำลังจ้องมองคู่หมั้นเจ้า ความจริง พวกเขาคล้ายกับ…
รู้จักเขาหรือเปล่า? คู่หมั้นของเจ้าเป็นใครกันแน่? เผ่าพันธุ์เทพรู้จักเขา แต่
ทำไมเผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกคล้ายกับรู้จักเขา
ด้วย?”
“ข้า…” หลิงอวี้ฉีประหลาดใจเช่นกัน
ตอนที่ 1280: ซับซ้อน
ไม่เพียงสมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณเหล่านี้จำฉินเลี่ยได้เท่านั้น พวกเขาคล้ายกับ
สนใจในตัวเขามาก
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กผู้หญิง ศัตรูตัวฉกาจผู้ที่มีการรับรู้จิตวิญญาณเฉียบคมจน
ดึงดูดความสนใจนางน่าประหลาดใจยิ่งกว่า
นั่นเพราะเด็กผู้หญิงกำลังจ้องมองฉินเลี่ยคล้ายเด็กที่ต้องพึ่งพาครอบครัว
ฉับพลัน หลิงอวี้ฉีรู้สึกเหมือนกับนางไม่ได้รู้เรื่องฉินเลี่ยอย่างที่คิด อย่างน้อย
ที่สุด นางไม่รู้ว่าฉินเลี่ยรับบทบาทอะไรในโลกจุดกำเนิดนี้
“เผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์กระดูก เผ่าพันธุ์มีปีก เผ่าพันธุ์วิญญาณ…”
นางส่ายหน้าขณะใบหน้าแปลกประหลาด นางรู้สึกอยากลากฉินเลี่ยลงมาจากที่
ที่ลอยอยู่เพื่อสอบถามรายละเอียดให้ครบถ้วน
“ช่างเป็นสหายที่แปลกประหลาดจริง ๆ” ตี๋เจียออกความเห็น
ขณะปีศาจหุบเหวระดับสูงกำลังสนทนาอย่างเงียบงันอยู่นั้น กลุ่มที่นำโดยเซิน
หลาน ชาเลี่ยและซือถ่านข่าเข้าใกล้พวกเขาช้า ๆ
“พวกเราควรทำอย่างไรกับพวกเขาดี พี่หลิง” ตี๋เจียถาม
“แค่เมินพวกเขาก็พอ” หลิงอวี้ฉีตอบอย่างเฉยชา
“เข้าใจแล้ว” ตี๋เจียพยักหน้าก่อนส่งคำตอบให้อีนั่วซือและเหวยเซินเท่อด้วย
ความคิดจิตวิญญาณ
อีนั่วซือและเหวยเซินเท่อถ่ายทอดคำสั่งกับปีศาจหุบเหวระดับต ่าให้นิ่งเฉยและ
ตื่นตัวเอาไว้
ปีศาจหุบเหวระดับสูงที่เหลือไม่ทำอะไรนอกจากจ้องมองผู้มาใหม่อย่างเย็นชา
พวกเขามองขณะกลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณหาทางเข้าใกล้ทะเลจุดกำเนิด
“ฉินเลี่ยกำลังทำอะไรน่ะ?” ชาเลี่ยถามอย่างสงสัย
“ข้าไม่รู้” ซือถ่านข่าสงสัยเช่นกัน “อาจจะเป็นวิธีพิเศษในการเก็บผลึกต้น
กำเนิดหรือเปล่า?”
“นายหญิง พวกเราควรทำอย่างไรดี?” เซียนน่าถามเสียงเบา
“ทุกคนลองตรวจจับผลึกจุดกำเนิดก่อน” เซินหลานกล่าว
“อืม” เซียนน่าพยักหน้า
หลังจากนั่งห่างจากกลุ่มเผ่าพันธุ์เทพราวหนึ่งร้อยเมตร พวกเขาพยายาม
ตรวจจับผลึกจุดกำเนิดด้วยวิธีของตัวเองเช่นกัน
กลุ่มเผ่าพันธุ์จับตามองทุกการเคลื่อนไหวของกลุ่มเผ่าพันธุ์วิญญาณตั้งแต่
มาถึง
เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นว่าปีศาจหุบเหวระดับสูงไม่ลงมือ หมิงซวี่บอกคนของเขา
ให้หยุดมือเช่นกัน
พวกเขาเพียงมองเซินหลานและคนของนางโดยไม่ทำอะไร
“ฉินเลี่ยเคยทำร้ายจนสาหัสไม่ใช่หรือ? เขาเกือบฆ่าเมล็ดพันธุ์วิญญาณได้
สำเร็จไม่ใช่หรือ?” หมิงซวี่มองสมาชิกตระกูลเฮยอัน
คนที่เขากำลังพูดถึงพยักหน้าทันที “ฉินเลี่ยคล้ายหลอมรวมกับหลุมศพเลือด
เนื้อของตระกูลเลี่ยเยี่ยนที่หายไปในตอนนั้น…”
เขาอธิบายทุกสิ่งที่เห็นในวันนั้นอย่างละเอียด
“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง” หมิงซวี่ส่ายหน้าหลังจากฟังเรื่องราวจบ “ข้าไม่เห็น
ความเกลียดชังในดวงตาพวกเขาเมื่อมองฉินเลี่ยเลย ความจริง… มีร่องรอย
ความนับถือด้วยซ ้า”
ก่อนหน้านี้ ฉินเลี่ยเล่าเรื่องเซินหลานและกลุ่มนางตอนพูดถึงสั่วหมู่เอ่อและเอ้า
เค่อถ่าน
แต่ว่า เขาไม่ได้เล่าละเอียด
เขาไม่ได้กล่าวถึงเหตุผลที่สู้กับเอ้าเค่อถ่านว่าเป็นเพราะต้องช่วยเซินหลาน
ด้วยเหตุนี้หมิงซวี่ไม่รู้ว่าเผ่าพันธุ์วิญญาณยกโทษให้ฉินเลี่ยแล้ว
“นับถือ? นับถืออะไร?” สมาชิกตระกูลเฮยอันดูสับสน
“ใครจะรู้? แต่ข้ามั่นใจว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้นระหว่างเผ่าพันธุ์วิญญาณและเขาหลัง
แยกทางกันแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ต่างออกไปแบบนี้” ขณะนิ่งไป หมิงซวี่จ้อง
มองฉินเลี่ยผู้กำลังทำงานด้วยสายตาแปลกประหลาดก่อนพึมพำกับตัวเองว่า
“ช่างเป็นผู้ชายที่ซับซ้อนอะไรอย่างนี้”
“พวกเราควรปะทะกับผู้มาใหม่เหล่านี้หรือเปล่า?” หนานฉีถาม
“แค่เมินพวกเขาก็พอ” หมิงซวี่ส่ายหน้าพร้อมยิ้มก่อนมองเห่าเจี๋ยผู้เงียบมาโดย
ตลอด “เจ้าไม่คิดจะเป็นคนเปิดหน่อยหรือ?”
“เจ้าไม่เปิดเองล่ะ?” เห่าเจี๋ยพ่นลมออกจมูก
“ข้าก็กำลังจะเปิดนี่ไง” รอยยิ้มของหมิงซวี่ค่อย ๆ หายไป
ทันทีที่กล่าวเช่นนี้ จุดแสงสว่างขนาดเท่าเมล็ดข้าวพลันปรากฏบนแสกหน้า
ของหมิงซวี่
จุดดังกล่าวโป่งพอช้า ๆ จนกระทั่งดูเหมือนกับดวงที่สามเพียงไม่กี่สิบวินาที
แสงสว่างปลดปล่อยออกมาพร้อมกับพลังจิตวิญญาณ มันกระจายเข้าสู่ทะเลจุด
กำเนิดช้า ๆ คล้ายสายฝน
“ทุกคนปกป้องข้า!”
หมิงซวี่หลับตาจริงหลังจากเรียกสมาชิก เหลือเพียงดวงที่สามส่องแสงที่กำลัง
ลืมอยู่
เสวียนลั่ว กานชิงและคนอื่นมองเขาอย่างตกตะลึง
ขณะเดียวกัน เห่าเจี๋ยจากตระกูลชี่เสวี้ยเคลื่อนไหวในที่สุด
เขาโยนหัวกะโหลกสีชาดที่เบ้าตาพลันลุกโชนคล้ายเปลวเพลิงจิตวิญญาณเจิด
จ้าสองดวงออกไป
น่าแปลก แรงกดดันจิตวิญญาณของเห่าเจี๋ยพลันปลดปล่อยออกจากหัว
กะโหลก
หัวกะโหลกแปลกประหลาดเข้าสู่ทะเลจุดกำเนิดอย่างง่ายดาย จากนั้น มัน
หายไปในพริบตา
เห่าเจี๋ยหลับตาเช่นกันขณะนั่งบนพื้น เขาเหมือนกับพยายามตรวจจับบางสิ่ง
ปากของเสวียนลั่วและกานชิงเปิดออก พวกเขาคล้ายกับตกตะลึงกับการกระทำ
ของหมิงซวี่และเห่าเจี๋ย
“ข้าเข้าใจล่ะ พวกเราคือกลุ่มเดียวที่ไม่ได้เตรียมตัว…”
ผ่านไปสักพัก ทั้งสองสบตากัน พวกเขาเห็นความขมขื่นในดวงตาของอีกฝ่าย
“พี่หลิง!” ตี๋เจียกรีดร้อง
การเคลื่อนไหวผิดปกติของหมิงซวี่และเห่าเจี๋ยทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ นั่น
เพราะจิตวิญญาณพวกเขาพลันเกิดการเคลื่อนไหว
ฉับพลัน ตี๋เจียเข้าใจว่าเผ่าพันธุ์เทพศึกษาอาณาจักรลับนี้ตั้งแต่ตระกูลเฮยอัน
ค้นพบแล้ว
เผ่าพันธุ์เทพไม่เก่งเรื่องวิชาจิตวิญญาณ ดังนั้นพวกเขาเตรียมทุกสิ่งก่อน
หาทางมาอาณาจักรลับ
ตระกูลเฮยอัน ตระกูลกวงหมิงและตระกูชี่เสวี้ยทราบจุดอ่อนและแก้ไข
ตามลำดับ!
ยาเม็ดจิตวิญญาณเหิงของชางเยี่ย ดวงตาที่สามของหมิงซวี่และหัวกะโหลกเผา
ไหม้ของเห่าเจี๋ยคือการเตรียมพร้อมที่ใช้เก็บผลึกจุดกำเนิดอย่างเห็นได้ชัด!
“ไม่เป็นไร ปล่อยพวกเขาไป” หลิงอวี้ฉียังคงสงบ
“แต่ แต่พวกมัน…” ตี๋เจียกล่าวอย่างวิตก
“ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” หลิงอวี้ฉีกล่าวอย่างเฉยชา
ในเวลาเดียวกัน
เซินหลานและซือถ่านข่าขยายกลุ่มจิตวิญญาณเข้าสู่ทะเลจุดกำเนิดทันทีที่
มาถึง
หลิงอวี้ฉีให้ความสนใจกับเซินหลานทันทีที่นางขยับ ไม่เพียงแค่นางหยุด
สนทนากับตี๋เจียทันทีเท่านั้น สายจิตวิญญาณสีม่วงเริ่มไหลซึมออกจากดวงตา
ด้วย
ในความเห็นนาง เด็กผู้หญิงเผ่าพันธุ์วิญญาณคือภัยคุกคามใหญ่ที่สุดของทุก
คนที่นี่
“สั่วหมู่เอ่ออยู่ที่นี่!”
สีหน้าของเซินหลานพลันเปลี่ยนไป นางหยุดสิ่งที่กำลังทำขณะมองท้องฟ้า
สีหน้าของหลิงอวี้ฉีเปลี่ยนไปในเวลาเดียวกันเช่นกัน
ทั้งนางและเซินหลานสบตากัน จากนั้น พวกนางมองฉินเลี่ยอย่างพร้อมเพรียง
พวกนางสังเกตเห็นว่าสั่วหมู่เอ่อเล็งฉินเลี่ยทันทีที่ปรากฏตัวขึ้น
ดังคาด บอลจิตวิญญาณส่องแสงพุ่งเข้าหาฉินเลี่ยทันทีที่ขยับ
จิตวิญญาณไม่ใช่ใครอื่นนอกจากสั่วหมู่เอ่อ
ตอนที่ 1281: จุดยืน
สั่วหมู่เอ่อทิ้งหุ่นเชิดเลือดเนื้อและตรงเข้าหาฉินเลี่ย จิตวิญญาณของเขาแยก
เป็นไฟภูตผีสีเขียวจำนวนมากที่พลันล้อมฉินเลี่ยเอาไว้
เปลวเพลิงยังคงเปลี่ยนแปลงและสำแดงใบหน้ากับร่างพร่าเลือนต่าง ๆ พวกมัน
คล้ายกับสร้างค่ายกลควบคุมจิตวิญญาณแปลกประหลาดขึ้นมา
ขณะเดียวกัน ฉินเลี่ยมาถึงจุดสำคัญของการสลัก
แต่การมาถึงฉับพลันและการโจมตีจิตวิญญาณอันรุนแรงของสั่วหมู่เอ่อทำให้
เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เขาไม่สามารถหยุดสลักผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาจนกว่าจะเสร็จได้ ถ้า
เขาทำ ผังวิญญาณจะพังทลาย ความพยายามทั้งหมดจะสูญเปล่า
แก่นโลหิตชีวิตและพลังจิตวิญญาณทั้งหมดที่เขาใช้จะสูญค่า
แต่ว่า นี่หมายความว่าเขาไม่สามารถรับมือกับการโจมตีจิตวิญญาณของสั่วหมู่
เอ่อได้
ฉับพลัน สองร่างอยู่ในอากาศขณะเขายังลังเล
ทันทีที่เขาชำเลืองมองไปทางพวกเขาและสังเกตเห็นว่าเป็นใคร เขาผ่อนคลาย
ทันทีและกลับมาจดจ่อกับผังวิญญาณโบราณที่ยังไม่เสร็จอีกครั้ง
เขาไม่สงสัยเลยว่าหลิงอวี้ฉีจะปกป้องเขาจากสั่วหมู่เอ่อ
ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขามั่นใจเช่นกันว่าเซินหลานมาที่นี่เพื่อช่วยเขาเช่นกัน
ความเข้าใจเรื่องจิตวิญญาณของหลิงอวี้ฉีเกินกว่าจินตนาการของเขาไปแล้ว
ในฐานะเมล็ดพันธุ์วิญญาณผู้ที่สายเลือดครอบครองคุณลักษณะอวกาศ เวลา
ชีวิตและโชคชะตา ในเวลาเดียวกันนั้น เซินหลานช ่าชองวิชาจิตวิญญาณ
เช่นกัน
เขามั่นใจว่าสั่วหมู่เอ่อไม่สามารถคุกคามเขาได้ตราบที่หลิงอวี้ฉีและเซินหลาน
ร่วมมือกันปกป้องเขา!
ด้วยเหตุนี้เขาเลือกสลักผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาแทนที่จะปกป้องตัวเอง
“ไปให้พ้น! ข้าไม่อยากเสียเวลากับพวกเจ้าสองคน!”
เสียงกรีดร้องของสั่วหมู่เอ่อคล้ายกับดังก้องจากลิ้นเพลิงทุกดวง เปลวเพลิงสี
เขียวภูตผีที่มีจำนวนเกือบหนึ่งร้อยดวงบิดไปมาราวกับกำลังขยายขนาด
คลื่นจิตวิญญาณจำนวนน่าตกตะลึงกระจายไปรอบ ๆ
เสียงคำรามโหยหวนของสั่วหมู่เอ่อคล้ายกับส่งผลเพียงจิตวิญญาณเท่านั้น
พวกมันกระจายข้ามดินแดนไปทุกทิศทางขณะคุกคามทั้งโลก
ฉับพลัน ฉินเลี่ยพบว่าความคิดจิตวิญญาณที่เขาแช่ภายในสายโลหิตกำลัง
แตกราวกับถูกฟันโดยเสียงคำรามของสั่วหมู่เอ่อ
สายจิตวิญญาณของเขาถูกฟันเป็นชิ้น ๆ เช่นกัน
ฉินเลี่ยไม่มีทางเลือกนอกจากหยุดสลักผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาที่เสร็จ
ไปเกือบครึ่ง
เขาหยุดผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาจากการพังทลายทันทีด้วยจิตวิญญาณ
ตระหนักรู้ส่วนหนึ่ง
ในเวลาเดียวกัน เขาส่งความคิดจิตวิญญาณไปหาหลิงอวี้ฉีเพื่อบอกให้นางสู้
กับสั่วหมู่เอ่อ
“ตรึงกำลังมันเอาไว้!” เขาตะโกน
“เปรี้ยะ!”
แสงอสนีสีม่วงพุ่งออกจากดวงตาของหลิงอวี้ฉีขณะแหวกว่ายทั่วท้องฟ้า
สนามแม่เหล็กจิตวิญญาณที่เป็นของนางพลันปกคลุมส่วนหนึ่งของโลก
แสงอสนีสีม่วงนับไม่ถ้วนประสานเข้าด้วยกันจนก่อตัวเป็นอาณาเขตสีม่วง
อาณาเขตดูปั่นป่วนและไม่ชัดเจน มันเหมือนกับแดนชำระน่าหวาดกลัวที่
พันธนาการจิตวิญญาณเอาไว้
น่าแปลก จิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อที่แยกออกมาเป็นเปลวไฟภูตผีเริ่มถูกดูด
เข้าสู่สนามแม่เหล็กจิตวิญญาณของหลิงอวี้ฉีอย่างควบคุมไม่ได้
“แดนชำระจิตวิญญาณของราชันจิ่วโยว!?” สั่วหมู่เอ่ออุทาน
“ใช่แล้ว” หลิงอวี้ฉีกล่าวอย่างสงบ
ลูกตาสีม่วงของนางคล้ายกับซ่อนทะเลจิตวิญญาณสองแห่งเอาไว้ ความจริง
พวกมันดูเหมือนกับ “เก้านรกจิตวิญญาณ” ของอาณาจักรใต้พิภพ พวกมัน
คล้ายกับสามารถกลืนกินจิตวิญญาณของผู้คนได้
ฉับพลัน คลื่นยักษ์ปรากฏบนทะเลจิตวิญญาณในดวงตาของหลิงอวี้ฉี
ลวดลายสีม่วงพลันปกคลุมมิติสีม่วงที่สร้างจากอสนีสีม่วง มันเหมือนกับสะพาน
สู่โลกอีกใบที่สร้างขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ เปลวเพลิงจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อคิดจะกลืนกินฉินเลี่ย ตอนนี้
พวกมันถูกดึงเข้าสู่อาณาเขตแปลกประหลาดของหลิงอวี้ฉีคล้ายเหล็กเข้าหา
แม่เหล็ก
เสียงคำรามแปลกประหลาดที่ตัดสายจิตวิญญาณของฉินเลี่ยเป็นชิ้น ๆ พลัน
หยุดลง
ฉินเลี่ยเป็นอิสระจากอำนาจของสั่วหมู่เอ่อ
เขาถึงขั้นสังเกตการณ์รอบ ๆ อย่างเกียจคร้าน
เขาสังเกตเห็นว่าเซินหลานกำลังลังเลและสงสัยว่าควรเข้าร่วมการกระทำครั้งนี้
หรือไม
ดวงตาคล้ายอัญมณีกระจ่างหันมามองหลิงอวี้ฉีและเขาเป็นครั้งคราว นางคล้าย
กับกลัวว่าหลิงอวี้ฉีอาจจะเข้าใจบางสิ่งผิด
ฉินเลี่ยลังเลสักพักก่อนส่งสารจิตวิญญาณหาเซินหลาน “นางคือคู่หมั้นข้า…”
“อืม” เซินหลานพยักหน้าจากไกล ๆ ราวกับเข้าใจความหมาย
แต่ว่า นางไม่รีบโจมตีสั่วหมู่เอ่อ กลับกัน นางขยับห่างจากฉินเลี่ยและทิ้งความ
รับผิดชอบใหญ่หลวงในการปกป้องฉินเลี่ยให้หลิงอวี้ฉี
เหตุผลที่นางทำเช่นนี้เพราะสังเกตเห็นว่าหลิงอวี้ฉีกำลังสู้กับสั่วหมู่เอ่ออย่าง
ทัดเทียม
ถ้าหลิงอวี้ฉีคนเดียวมากพอจะปกป้องฉินเลี่ย เช่นนั้นไม่จำเป็นที่นางจะต้องก้าว
ก่าย นางไม่อยากลงมือบุ่มบ่ามจนทำให้หลิงอวี้ฉีเข้าใจความตั้งใจของนางผิด
ไปเพราะเหตุนั้น
กล่าวได้ว่า นางยังสนใจฉินเลี่ยแม้จะออกห่างจากเขาก็ตาม
ทันทีที่หลิงอวี้ฉีเผยสัญญาณพ่ายแพ้ออกมา นางจะลงมืออย่างไม่ลังเลเพื่อ
ไม่ให้สั่วหมู่เอ่อทำร้ายฉินเลี่ย
“สั่วหมู่เอ่อคล้ายกับเล็งฉินเลี่ยคนเดียว…”
ขณะเดียวกัน เสวียนลั่วจากตระกูลเสวียนปิงกล่าวอย่างไม่มั่นใจใกล้ทะเลจุด
กำเนิด
“นั่นไม่เกี่ยวกับพวกเรา!” หนานฉีพ่นลมออกจมูกเย็นชา “นี่สิดี หมิงซวี่ ชาง
เยี่ยและเห่าเจี๋ยสามารถเก็บผลึกจุดกำเนิดขณะพวกเขาสู้กันอยู่ได้!”
ดวงตาของสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพทอประกาย
โชคดีสำหรับพวกเขา สี่ภัยคุกคามผู้ช ่าชองวิชาจิตวิญญาณและมีพลังเก็บ
ผลึกจุดกำเนิดกำลังยุ่งอยู่
สั่วหมู่เอ่อ ฉินเลี่ย หลิงอวี้ฉีและเซินหลาน ไม่มีใครในพวกเขาสามารถจดจ่อกับ
ทะเลจุดกำเนิดตอนนี้ได้
ท้ายที่สุด หมิงซวี่ เห่าเจี๋ยและชางเยี่ยมีอิสระในการสำรวจทะเลจุดกำเนิดโดยไม่
มีสิ่งรบกวน
เพราะสถานการณ์ได้เปรียบ เผ่าพันธุ์เทพยังไม่คิดมากที่จะปล่อยให้มันเป็น
เช่นนี้
ความจริง หนานฉีและคนอื่นอดใจรอให้หลิงอวี้ฉีและเซินหลานสู้กับสั่วหมู่เอ่อ
จนตัวตายหรือไม่ก็เกิดบาดแผลไม่ได้
กานชิง หลิวยั่งและอู้ชาคือกลุ่มเดียวที่ดูกังวล
พวกเขาอยากช่วยฉินเลี่ยทันทีที่เห็นฉินเลี่ยถูกโจมตี
แต่เมื่อพวกเขาจำได้ว่าเยี่ยนเฟิงตายด้วยมือของปีศาจหุบเหว เมื่อพวกเขาจำ
ได้ว่าฉินเลี่ยและหลิงอวี้ฉีเป็นคู่หมั้นกัน พวกเขาอดที่จะลังเลไม่ได้
พวกเขาค่อย ๆ เข้าใจว่าความตายของเครือญาติพวกเขาและการปกป้องหลิ
งอวี้ฉีอย่างชัดเจนของฉินเลี่ยถูกแบ่งแยกออกจากกัน
“มีบางสิ่งที่ไม่สามารถเมินเฉยได้หลังจากเกิดขึ้นไปแล้ว” กานชิงลอบถอน
หายใจ
“กานชิง… จะเป็นศัตรูกับฉินเลี่ยในอนาคตหรือ?” หลิวยั่งพลันถาม
กานชิงลังเลสักพักก่อนยิ้มขมขื่น “นั่นขึ้นอยู่กับเขา”
ตอนที่ 1282: ด้วยก ำลังทั้งหมดที่มี
เผ่าพันธุ์เทพ ปีศาจหุบเหว เผ่าพันธุ์วิญญาณและเผ่าพันธุ์อื่นทั้งหมด ทุกคน
ใกล้ทะเลจุดกำเนิดกำลังวางแผนและเตรียมการสำหรับการปะทะที่ใกล้เข้ามา
ในเวลาเดียวกัน ผังวิญญาณโบราณสีแดงเลือดขนาดมหึมากำลังลอยเหนือ
ทะเลสีดำสนิท ผังวิญญาณโบราณใกล้เสร็จสิ้นขณะฉินเลี่ยยังคงวาดด้วยแก่น
โลหิตชีวิต
แต่ว่า ทั้งผู้นำของปีศาจหุบเหวระดับสูง ตี๋เจียหรือผู้นำของตระกูลเผ่าพันธุ์เทพ
เสวียนลั่ว หนานฉีและคนอื่นไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร
สั่วหมู่เอ่อจากเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเป็นคนเดียวที่พยายามหยุดฉินเลี่ยจากการ
สร้างผังโบราณทะลวงนภาด้วยกำลังทั้งหมดที่มีอย่างร้อนรน
น่าเสียดายสำหรับสั่วหมู่เอ่อ ทั้งปีศาจหุบเหวและสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพคิดว่า
เหตุผลที่เขาพุ่งเข้าหาฉินเลี่ยราวกับคนบ้าเพราะต้องการชำระความขัดแย้งอัน
ยาวนานกับฉินเลี่ย
ยังไงซะ ฉินเลี่ยขัดแผนการของสั่วหมู่เอ่อหลายครั้งนับตั้งแต่อยู่ในโลกจุด
กำเนิด
ความจริง ความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างฉินเลี่ยและสั่วหมู่เอ่อลึกล ้าจนแม้แต่หลิ
งอวี้ฉีและเซินหลานต้องร่วมศึกเพื่อสนับสนุนฉินเลี่ย
ในสายตาของสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพ ไม่มีผลลัพธ์ที่ดีไปกว่านี้แล้ว
ศัตรูทั้งสี่คน ศัตรูที่มีโอกาสได้ผลึกจุดกำเนิดมากสุดสำหรับพวกเขาพลันปะทะ
กันเองในศึกดังกล่าวขณะเห่าเจี๋ย หมิงซวี่และชางเยี่ยกำลังสำรวจทะเลจุด
กำเนิด
ฉับพลัน พวกเขาไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้พวกเขามีความสุขที่ได้ดูจากด้านข้างโดยไม่ทำอะไร
แต่ว่า ปีศาจหุบเหวเริ่มวิตก พวกเขาล้วนกังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของตัวเอง
พวกเขากังวลว่าสามผู้นำเผ่าพันธุ์เทพจะพบผลึกจุดกำเนิดและได้รับการ
ยอมรับขณะหลิงอวี้ฉียังสู้กับสั่วหมู่เอ่อ
ถ้าเผ่าพันธุ์เทพได้สิทธิ์ควบคุมโลกจุดกำเนิด เช่นนั้นพวกเขา เผ่าพันธุ์
วิญญาณ เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและเผ่าพันธุ์อื่นทั้งหมดคงมีแต่ความตาย
“พี่หลิง!” ตี๋เจียอดที่จะตะโกนไม่ได้
“หมิงซวี่ เห่าเจี๋ยและชางเยี่ยกำลังสำรวจทะเลจุดกำเนิดอยู่ พวกเรา… ฉวย
โอกาสฆ่าพวกมันที่เหลือเถอะ!” เหวยเซินเท่อแนะนำ
ปีศาจหุบเหวจำนวนมากตอบรับคำพูดดังกล่าวอย่างแข็งขัน
“สถานการณ์ของพวกเราเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด!”
“เอ้าเค่อถ่านคือศัตรู แต่มันยังไม่ปรากฏตัวใช่ไหมล่ะ? อีกอย่าง ไม่ใช่ว่ามันจะ
ปรากฏตัวแน่นอนเสียหน่อย! แต่ห้าตระกูลเผ่าพันธุ์เทพทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว
สหายสามคนนั้นกำลังค้นหาผลึกจุดกำเนิดด้วย!”
“ถ้ามีใครได้ผลึกจุดกำเนิดไป เช่นนั้นพวกเราทุกคนจะตาย!”
“ชะตากรรมพวกเราไม่ต่างกันไม่ว่าใครจะได้ผลึกนั่นไปก็ตาม!”
ปีศาจหุบเหวยังคงตะโกนขณะโน้มน้าวให้ตี๋เจียถ่ายทอดคำสั่ง พวกเขากำลังมุ่ง
หน้าโจมตีสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพแล้ว
หมิงซวี่ ชางเยี่ยและเห่าเจี๋ยกำลังจดจ่อกับการหาผลึกจุดกำเนิด ดังนั้น
พละกำลังของหน่วยเผ่าพันธุ์เทพจึงอ่อนแอที่สุด
พวกเขามั่นใจว่าสามารถจัดการสมาชิกเผ่าพันธุ์ที่เหลือได้โดยไม่มีปัญหา
ต่อให้พวกเขาทำไม่ได้ อย่างน้อยพวกเขาก็กดดันให้หมิงซวี่ ชางเยี่ยและ
เห่าเจี๋ยหยุดความพยายามสำรวจเพื่อป้องกันตัวเองได้ พวกเขาไม่สามารถมี
เวลาได้รับการยอมรับจากผลึกจุดกำเนิดได้
ตี๋เจียมองหลิงอวี้ฉี นางกำลังใช้ความสามารถสายเลือดเพื่อรับมือสั่วหมู่เอ่อด้วย
เก้านรกจิตวิญญาณอย่างเต็มกำลัง
เส้นผมสีม่วงยาวของนางเหมือนกับน ้าตกกำลังไหลลงบ่า ดวงตาสีม่วงของนาง
ลุ่มลึกราวกับทะเล พลังจิตวิญญาณไหลออกจากร่างกายคล้ายคลื่นยักษ์
ไฟภูตผีสีเขียวเข้มของสั่วหมู่เอ่อถูกถาโถมโดยคลื่นยักษ์ มันเหมือนกับเขาอยู่
ในสภาพไม่สู้ดี
ตี๋เจียพยายามติดต่อกับหลิงอวี้ฉีด้วยความคิดจิตวิญญาณ แต่เขาพบว่ามันถูก
กลืนกินโดยเก้านรกจิตวิญญาณของหลิงอวี้ฉีเพียงพริบตา
เขาไม่มั่นใจว่าหลิงอวี้ฉีได้รับสารหรือยัง
เขามองเผ่าพันธุ์เทพอีกครั้ง
เขามองออกว่าตระกูลเฮยอันและตระกูลกวงหมิงพึงพอใจและยินดีกับ
สถานการณ์เช่นนี้
ตี๋เจียครุ่นคิดอีกครั้งก่อนพยักหน้าในที่สุด “โจมตีพวกมันได้!”
อีนั่วซือ เหวยเซินเท่อและปีศาจหุบเหวถ่ายทอดคำสั่งกับผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย
ประกายเย็นเยือกในดวงตา “ฆ่าเผ่าพันธุ์เทพด้วยทุกสิ่งที่พวกเรามี!”
“เจ้าอยู่ที่นี่เพื่อจับตาดูพี่สาวไว้!” ตี๋เจียสั่งหลิงเสวียนซวนอย่างเฉยชา “เจ้าและ
คนของเจ้าอ่อนแอเกินไป พวกเจ้าจะตายหากเข้าร่วมศึกพวกข้า แค่อยู่ที่นี่เพื่อ
เฝ้าระวังพี่สาวเจ้าก็พอ”
“ได้” หลิงเสวียนซวนตอบโดยไม่ออกความเห็น
อย่างน้อยที่สุด นางทราบดีว่าหลิงเฟิง เกาอวี้และพวกเขาที่เหลือด้อยกว่า
เผ่าพันธุ์เทพและปีศาจหุบเหวมาก
นางไม่สนใจที่จะทิ้งชีวิตอย่างไร้ความหมาย
“พวกมันมาแล้ว!” หนานฉีตะโกน
ภายในอาคมสีเลือด กานชิงยืนขึ้นช้า ๆ ขณะโคจรโลกเปลวเพลิงด้วยพลัง
สายเลือด มันปกคลุมอู้ชา หลิวยั่งและหนานฉี
มีเพียงสมาชิกสี่คนที่เหลืออยู่ในตระกูลเลี่ยเยี่ยน
พวกเขาฟื้นฟูพละกำลังบางส่วนโดยใช้หลุมศพเลือดเนื้อของเห่าเจี๋ย พวกเขา
คล้ายกับรู้ว่าปีศาจหุบเหวจะไม่ปล่อยพวกเขาไปในครั้งนี้
“ถ่วงเวลาให้หมิงซวี่ เห่าเจี๋ยและชางเยี่ยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เถอะ” เสวียน
ลั่วสามารถรักษาความสงบได้แม้จะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็ตาม “ถ้าหนึ่งใน
พวกเขาได้รับผลึกจุดกำเนิด เช่นนั้นการเดินทางนี้ก็เท่ากับเผ่าพันธุ์เทพชนะ
แล้ว”
สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพที่เหลือพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ตอนนี้ สถานการณ์ฝั่งพวกเราได้เปรียบ” กานชิงกล่าวเช่นกัน “พวกเขาคือ
กลุ่มเดียวที่กำลังสู้เพื่อผลึกจุดกำเนิด พวกเราคือกลุ่มที่มีโอกาสทำสำเร็จที่สุด
ในตอนนี้!”
“พวกเราแค่ต้องปกป้องพวกเขาจนกว่าจะทำสำเร็จ!” หนานฉีตะโกนทันที
เปลวไฟเริ่มเผาไหม้บนลำตัวของสมาชิกตระกูลเลี่ยเยี่ยน ผู้ที่มีความสามารถ
สายเลือดจิตวิญญาณอัคคีเริ่มอัญเชิญสหายออกมา
เสวียนลั่วจากตระกูลเสวียนปิงดึงดาบใหญ่น ้าแข็งออกมาจากด้านหลัง เขา
เตรียมสู้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มีเช่นกัน
สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพทุกคนยืนขึ้นภายใต้อาคมเลือดขณะรอปีศาจหุบเหวให้
เข้ามา พวกเขาคล้ายกับรู้ว่าสามารถดูดซับพลังเลือดเนื้อจากหลุมศพเลือดเนื้อ
เพื่อฟื้นฟูพละกำลังได้อย่างต่อเนื่องหากไม่ออกจากอาคม
ขณะเดียวกัน ปีศาจหุบเหวบางส่วนที่นำโดยตี๋เจีย เหวยเซินเท่อและอีนั่วซือเข้า
ใกล้สมาชิกเผ่าพันธุ์เทพด้วยสายตารุนแรงและโหดเหี้ยม
ศึกใหญ่จะปะทุได้ทุกเมื่อ
แต่ฉับพลัน เสียงคำรามโหยหวนจำนวนมากฉีกกระชากผ่านอากาศเย็นเยือก
เสียงคำรามแปลกประหลาดและฝีเท้าอย่างเร็วรี่มากขึ้นดังก้องมาจากไกล ๆ
ปีศาจหุบเหวและสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพผู้กำลังจะห ้าหั่นกันเองในการต่อสู้มอง
ท้องฟ้า ฉับพลัน สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไป
เอ้าเค่อถ่านและสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือห้าสิบถึงหกสิบคนนำกองกำลังมาถึง
ในที่สุด
สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือกำลังคำรามสุดปอดขณะพุ่งเข้าหาสองกองกำลังด้วย
ค่ายกลรูปลิ่ม
แต่ว่า สิ่งที่สองกองกำลังหวาดกลัวมากที่สุดคือแสงสว่างสายรุ้งเจิดจ้าที่ก่อตัว
ตรงหน้าค่ายกล มันสร้างชั้นพลังต่างมิติขึ้นมาหลายสิบชั้น
แสงสว่างสายรุ้งนี้เต็มไปด้วยบรรทัดฐานมิติที่ยากจะทำลาย!
แสงสว่างสายรุ้งพุ่งเข้าหาพวกเขาด้วยความเร็วสูงคล้ายกับจะฉีกกระชาก
ท้องฟ้า!
เหนือแสงสว่างสายรุ้ง ดวงตาของเอ้าเค่อถ่านพลันทอประกายเจิดจ้าขณะเล็ง
ปีศาจหุบเหว
“หลบเร็ว!” ตี๋เจียตะโกน
“พรวด!”
แสงสว่างสายรุ้งเจิดจ้าเคลื่อนผ่านกลุ่มปีศาจหุบเหวระดับสูงหลายสิบตนที่มา
จากชั้นหุบเหวต่าง ๆ ทุกตนพลันกลายเป็นเลือดเนื้อจนแยกไม่ออก
แม้แต่เหวยเซินเท่อและปีศาจหุบเหวระดับสูงสามตนที่อยู่ในนั้นยังระเบิดเป็น
ก้อนเนื้อลงกับพื้นเช่นกัน
แสงสว่างสายรุ้งยังคงเดินทางเป็นเส้นตรง
“หนี! มันคือหอกต่างมิติที่สร้างจากการผสานของพลังสายเลือด!” เซียนน่า
กรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
เผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์มีปีกกระตุ้นวิชาลับสายเลือด
ขณะหนีจากเส้นทางอันตรายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“พรวด!”
แต่ว่า แสงสว่างสายรุ้งยังไปถึงพวกเขาและส่งผลต่อมิติที่ได้รับผลด้วยความตาย
เพียงพริบตา
เสียงเนื้อระเบิด กระดูกถูกบดขยี้และเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นสั้น ๆ ในคราว
เดียว
แสงสว่างสายรุ้งเจิดจ้าพุ่งไปทั่วทะเลจุดกำเนิดและหายไปหลังจากทำหน้าที่
เสร็จ
ฉับพลัน สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือหลายสิบคนล้มลงกับพื้นขณะอาเจียนเป็น
เลือดออกมามาก พวกเขาทุกคนคือผู้ใช้วิชาสายเลือดต่างมิติ
แสงสว่างสายรุ้งดูดซับพลังสายเลือดทั้งหมดไป ดังนั้นพวกเขาหมดพละกำลัง
จนไม่สามารถลงมือได้อีกครั้ง
แต่ว่า การโจมตีดังกล่าวสังหารปีศาจหุบเหวระดับสูงหลายสิบตน สมาชิก
เผ่าพันธุ์วิญญาณ สมาชิกเผ่าพันธุ์กระดูกและสมาชิกเผ่าพันธุ์มีปีกได้สำเร็จ
“ฆ่าทุกคนที่ไม่ใช่สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ!” เอ้าเค่อถ่านสั่ง
สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือสี่สิบกว่าคนที่เหลือพลันเริ่มใช้ยาเม็ดที่ดูเหมือนแก่น
หัวใจ
พลังสายเลือดพวกเขาพลันเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายพวกเขาทนทาน
และแข็งแกร่งเหลือเชื่อเช่นกัน
“พวกเจ้าทุกคนจะต้องตายเมื่อการต่อสู้นี้จบลง แต่ชื่อของพวกเจ้าจะถูกจดจำ
ในหนังสือประวัติศาสตร์ของตระกูลไซ่ตัวลี่ซือไปตลอดกาล!” เอ้าเค่อถ่าน
ประกาศด้วยเสียงชวนดึงดูด
สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือสี่สิบกว่าคนกุมหน้าอก กระทืบเท้าและทะยานออกไป
คล้ายสัตว์ร้ายที่ใกล้ตายเมื่อได้ยินคำประกาศของเขา
พวกเขาล้วนเตรียมสละชีวิตเพื่อเอ้าเค่อถ่าน
พวกเขารู้ดีว่าแผนการสังหารเซินหลานจะถูกเปิดเผยหากสังหารทุกคนในโลก
จุดกำเนิดไม่ได้ ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือจะถูกเหยียดหยามโดยทั้งเผ่าพันธุ์วิญญาณ
หากทำล้มเหลว
นี่หมายความว่าตระกูลพวกเขาจะถูกทำลายในที่สุด
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจัดการศัตรูด้วยกำลังทั้งหมดที่มีในที่สุด
ตอนที่ 1283: รุนแรง
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่าพวกมันให้หมด!”
เอ้าเค่อถ่านคำรามสุดปอดขณะกระตุ้นสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือล้างบาง
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดด้วยการฆาตกรรมและหลั่งเลือด
สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือผู้กินยาเม็ดพิเศษรู้ว่าจะต้องตายในสองชั่วโมงต่อให้
ไม่ทำอะไรก็ตาม
การกำจัดศัตรูของตระกูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้คือเศษเสี้ยวคุณค่าสุดท้าย
ที่พวกเขาสามารถเค้นออกมาได้สุดชีวิต
พวกเขาพุ่งเข้าหาปีศาจหุบเหว เผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์กระดูก เผ่าพันธุ์มีปีกและ
เผ่าพันธุ์วิญญาณที่นำโดยเซียนน่าคล้ายคนบ้า
“ตึกตัก ตึกตัก!”
เสียงหัวใจเต้นพวกเขาดังก้องขณะวิ่ง ชุดที่ปกคลุมหน้าอกดังเป็นจังหวะราวกับ
หัวใจจะหลุดออกจากหน้าอกได้ทุกเมื่อ
พลังชีวิตพวกเขาแข็งแกร่งกว่าเดิมเกือบสามเท่า พลังสายเลือดพวกเขา
เพิ่มขึ้นมหาศาลเช่นกัน
ตี๋เจียสบถเสียงดังขณะเช็ดเลือดที่เปื้อนหน้า “ยาเม็ดที่เจ้าพวกบ้าสมาชิก
ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือกลืนเข้าไปมีชื่อว่า “ยาเม็ดย่อยโลหิต”! พวกมันบ้ากันไป
หมดแล้ว!”
ปีศาจหุบเหวระดับสูงที่ยังรอดชีวิตพลันซีดเผือดเมื่อได้ยินคำว่า “ยาเม็ดย่อย
โลหิต”
พวกเขาทราบเรื่องยาเม็ดย่อยโลหิตของเผ่าพันธุ์วิญญาณเป็นอย่างดี พวกเขา
รู้ว่ามันโหดร้ายและย ่าแย่แค่ไหน
อีกด้านของสมรภูมิ สีหน้าของกานชิงพลันเปลี่ยนไปเช่นกัน “ข้าคิดว่าพวกเรา
ต้องปลุกเห่าเจี๋ยและคนอื่นแล้วล่ะ!”
เสวียนลั่ว หนานฉีและคนอื่นมีสีหน้าจริงจังยิ่งเช่นกัน
“พี่สาว!” กานชิงตะโกน
เขาถึงขั้นพยายามเรียกชางเยี่ยโดยใช้กลุ่มความคิดจิตวิญญาณ
ตระกูลชี่เสวี้ยและตระกูลกวงหมิงทำแบบเดียวกันขณะตะโกนหรือส่งสารจิต
วิญญาณไปหาเห่าเจี๋ยและหมิงซวี่
การมาถึงเอ้าเค่อถ่านและคนของเขา การโจมตีสาหัสที่พวกเขามอบให้ปีศาจ
หุบเหว เผ่าพันธุ์กระดูก เผ่าพันธุ์วิญญาณและเผ่าพันธุ์มีปีก การกระทำบ้าคลั่ง
อย่างการกลืนยาเม็ดย่อยโลหิต ทั้งหมดนี้ทำให้พวกเขาเข้าใจว่าทุกสิ่งจะพลัน
เข้าสู่นรก
เอ้าเค่อถ่านและสั่วหมู่เอ่อยังไม่ใช้พละกำลังเต็มที่อย่างเห็นได้ชัดตอนโจมตีเซิน
หลาน ชาเลี่ยและซือถ่านข่าก่อนหน้านี้
ยังไงซะ พวกเขายังไม่ใช้หอกต่างมิติหรือยาเม็ดย่อยโลหิตก่อนหน้านี้
แต่ครั้งนี้ เอ้าเค่อถ่านและสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือล้วนจัดเต็มทันทีที่มาถึง
พวกเขาทราบอย่างชัดเจนว่านี่คือช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย
สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือล้วนเตรียมตายเพื่อเป้าหมาย ไม่เพียงแค่พวกเขา
ได้เปรียบพละกำลังเท่านั้น พวกเขามีจำนวนมากกว่าเมื่อเทียบกับเผ่าพันธุ์ที่
เหลือรวมกัน
ถ้าหมิงซวี่ เห่าเจี๋ยและชางเยี่ยไม่เข้าร่วมการต่อสู้นี้ ไม่มีโอกาสที่พวกเขาจะ
ชนะในศึกนี้
พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากปลุกทั้งสาม
“พี่สาว! ตื่นเร็ว! พวกเราต้านไม่ได้จริง ๆ ถ้าไม่มีเจ้า!” กานชิงเรียกชางเยี่ย
น ้าเสียงของเขาดังขึ้นทุกขณะ
“เห่าเจี๋ย! เห่าเจี๋ย!”
“พี่ใหญ่หมิงซวี่!”
สมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยและกวงหมิงเรียกผู้นำพวกเขาเช่นกัน
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทั้งหมิงซวี่ ชางเยี่ยหรือเห่าเจี๋ยไม่ตอบสนองคำเรียก
พวกเขาเลย
ราวกับจิตวิญญาณพวกเขาติดอยู่ภายในทะเลจุดกำเนิด ราวกับพวกเขาไม่
สามารถได้ยินเสียงร้องและสารจิตวิญญาณแม้แต่นิดเดียว
ขณะเดียวกัน สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือที่เปลี่ยนสภาพมาถึงพวกเขาในที่สุด
พลังสายเลือดถูกปลดปล่อยโดนพวกคลุ้มคลั่งเหล่านี้ที่คล้ายกับจะบิดเบือน
แม้กระทั่งมิติได้ ราวกับโลกกำลังถูกกดทับภายใต้แรงกดดัน
สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือไม่ถึงขั้นเข้าปะทะ โลกเปลวเพลิงของกานชิงถูกกด
ทับภายใต้พลังต่างมิติที่มองไม่เห็นแล้ว
“อย่าปล่อยให้พวกมันเข้าใกล้!” เสวียนลั่วพลันตะโกน
เขายกดาบน ้าแข็งยักษ์ขึ้นขณะพุ่งเข้าหาศัตรู เขาสร้างพายุหมุนน ้าแข็งเย็น
เยือกด้วยสายเลือดเสวียนปิงเพื่อหยุดสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือที่กำลังรุกราน
ตอนนี้ หมิงซวี่ ชางเยี่ยและเห่าเจี๋ยติดกับอย่างเห็นได้ชัด ย่อมไม่มีโอกาสหาก
ร่างกายถูกทำลายโดยคนของเอ้าเค่อถ่าน
“ปกป้องสามคนนั้น!” กานชิงตะโกนเช่นกัน
“ฆ่าพวกมันให้หมด!” อีกด้าน ตี๋เจียตะโกน
“ฆ่า!” ซือถ่านข่าตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
ฉับพลัน ปีศาจหุบเหวและสี่เผ่าพันธุ์ที่เหลือได้ข้อตกลงกันขณะร่วมแรงจัดการ
ศัตรูคนเดียวกัน
พวกเขาล้วนเล็งเอ้าเค่อถ่านและสมาชิกของเขาทันที
ศึกนองเลือดในโลกจุดกำเนิดเริ่มขึ้นในที่สุด!
ลำแสงสายเลือดหลากสีสัน อุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ ดาบน ้าแข็งโปร่งแสง เปลวเพลิง
แรงกล้า ม่านแสงสว่างเจิดจ้าและอื่น ๆ ปกคลุมท้องฟ้าและปฐพีทันที
“ถอย! ถอยไปทะเลจุดกำเนิด! พวกเราต้องเข้าใกล้พี่ใหญ่!” หลิงเฟิงตะโกน
นั่นเพราะสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือพลันเล็งพวกเขา
สีหน้าของหลิงเสวียนซวนเปลี่ยนไปขณะรีบทำตามคำสั่งของหลิงเฟิง นางหวัง
จะเข้าใกล้พี่สาวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากเอ้าเค่อถ่านถ่ายทอดคำสั่งเสร็จ เขาขึ้นท้องฟ้าและบินเข้าหาเซินหลาน
“เจ้าคือเป้าหมายหลักของข้า!” เอ้าเค่อถ่านกล่าวอย่างเย็นชา
“ตระกูลเจ้าจะถูกทำลายเพราะการตัดสินใจอันโง่เขลาของเจ้า” เซินหลาน
กล่าวอย่างจริงจัง
ลำแสงสีน ้าเงินอ่อนนับพันกระจายออกจากร่างกายขณะแหวกว่ายคล้ายฝูงปลา
ขณะถูกล้อมด้วยแสงสว่างสีครามชั้นแล้วชั้นเล่า ร่างกายเล็กละเอียดอ่อนของ
เซินหลานดูโปร่งแสงแปลกประหลาด
เส้นเลือดของนางยิ่งมายิ่งใสในทุกวินาทีที่ผ่านไป
แม้กระทั่งสายสีครามเด่นสง่าใต้ผิวหนังที่มองไม่เห็นของนาง พวกมันเต็มไป
ด้วยความลับของอวกาศ เวลา ชีวิตและโชคชะตาอย่างเห็นได้ชัด
“ข้ารู้ว่ามันอยู่ที่เวลาก่อนเจ้าจะเหนือกว่าพวกข้า” เอ้าเค่อถ่านจ้องมองร่างกาย
ที่กำลังเปลี่ยนไปของนางและกล่าวว่า “ด้วยเหตุนี้ข้าจะไม่ให้เวลาเจ้าอีกแล้ว”
บอลผลึกที่เขาใช้เล่นงานฉินเลี่ยพลันปรากฏในฝ่ามือและหมุนไปมา
มิติที่เซินหลานอยู่พลันเข้าปะทะและพังทลายอย่างรวดเร็ว ราวกับพวกมันถูก
ปิดกั้นด้วยพลังสายเลือดของเอ้าเค่อถ่าน
ในเวลาเดียวกัน จุดสีดำขนาดเมล็ดข้าวพลันปรากฏตรงหัวใจของเซินหลาน
มันคล้ายกับกำลังกลืนกินพลังต่างมิติในอัตราที่เหลือเชื่อ
จุดสีดำค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นคล้ายขากรรไกรของสัตว์ประหลาด มันเหมือนกับจะ
กลืนกินเซินหลานทั้งหมด
“หลุมดำแห่งความตาย…”
เซินหลานเม้มปากเน่นขณะความตกตะลึงปกคลุมดวงตาคล้ายอัญมณีสีคราม
ทุกการเคลื่อนไหวที่นางสร้างยากลำบากเพราะมิติรอบตัวถูกปิดกั้น ในเวลา
เดียวกัน สายสีครามล้อมรอบเข้าปะทะกับพลังต่างมิติของเอ้าเค่อถ่านครั้งแล้ว
ครั้งเล่า ทำให้เกิดประกายไฟในทุกการปะทะ
ถึงแม้นางจะไม่หยุดขยับ นางไม่สามารถหลบหนีมิติที่เอ้าเค่อถ่านปิดกั้นด้วย
บอลผลึกได้ในที่สุด แต่ว่า หลุมดำแห่งความตายกำลังใหญ่ขึ้นขณะออกแรงดึง
มากขึ้นในทุกวินาทีที่ผ่านไป
ความเร็วการเคลื่อนไหวของนางได้รับผลจากหลุมดำขณะค่อย ๆ ช้าลงอย่าง
ไม่เต็มใจ ทุกการเคลื่อนไหวอันน้อยนิดคล้ายกับใช้พลังสายเลือดจำนวนมาก
ในการทำงาน
ในเวลาเดียวกัน ศึกของสั่วหมู่เอ่อและหลิงอวี้ฉีมาถึงช่วงสำคัญ
ไฟภูตผีสีเขียวของสั่วหมู่เอ่อยังคงกระจายอยู่ภายในเก้านรกจิตวิญญาณของห
ลิงอวี้ฉี
ทุกครั้งที่พวกมันแยกกัน สายสีเขียวที่แยกออกจากไฟภูตผีถูกดูดซับเข้าสู่เก้า
นรกจิตวิญญาณ
แรงกดดันของสั่วหมู่เอ่อหายไปทีละน้อยขณะจิตวิญญาณแยกออกเป็นสายนับ
ไม่ถ้วนและเข้าสู่เก้านรกจิตวิญญาณ
แต่ว่า ประกายไฟสีเขียวเริ่มวูบไหวออกจากลูกตาของหลิงอวี้ฉีก่อนนางจะรู้ตัว
ไฟภูตผีเริ่มปรากฏภายในลูกตาของนางเช่นกัน
ด้วยวิธีบางอย่าง จิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อกำลังก่อตัวขึ้นทีละน้อยภายใน
จิตใจของนาง
“สมรภูมิที่แท้จริงระหว่างเจ้าและข้าอยู่ในหัวเจ้า! เจ้าคือหุ่นเชิดที่ข้าต้องการ
มากที่สุดในโลกใบนี้!”
จิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อคำรามภายในหัวของหลิงอวี้ฉี
ประกายไฟภูตผีผสานเข้าด้วยกันขณะก่อตัวเป็นของแข็งภายในหัวของนาง
“ข้าคือสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ ไม่มีใครเก่งกว่าข้าเมื่อใช้จิตวิญญาณ
เจ้ากลืนกินจิตวิญญาณของข้าด้วยนรกจิตวิญญาณไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอก
เจ้าอาจจะขัดเกลาจิตวิญญาณและสร้างนรกจิตวิญญาณขึ้นมาได้ แต่ความ
มุ่งมั่นของข้าอยู่ในหัวของเจ้าแล้ว”
“เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณสามารถแยกจิตวิญญาณเป็นสายนับไม่ถ้วนแล้วก่อตัว
ในภายหลังได้!”
“เจ้าไม่สามารถฆ่าข้าได้หรอกหากไม่ขัดเกลากลุ่มจิตวิญญาณทั้งหมดของ
ข้า!”
เปลวเพลิงสีเขียวรวมตัวเป็นกลุ่มไฟภูตผีใหญ่ขึ้นอีกครั้ง
สิ่งเดียวที่ต่างออกไปในตอนนี้คือเปลวเพลิงเผาไหม้ภายในหัวของหลิงอวี้ฉี
ตอนที่ 1284: สร้างการเชื่อมต่อ
ฉินเลี่ยไม่ได้รับผลจากการต่อสู้
ขณะเซินหลานกำลังสู้กับเอ้าเค่อถ่าน หลิงอวี้ฉีกำลังสู้กับสั่วหมู่เอ่อ เผ่าพันธุ์
อื่นกำลังสู้กับสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือจนตัวตาย ฉินเลี่ยซึมซับเข้าสู่ขั้นตอน
สุดท้ายของการสร้างผังวิญญาณโบราณทะลวงนภา
เหมือนกับสายจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อ เขาแยกจิตวิญญาณตระหนักรู้ขนาด
ใหญ่เป็นกลุ่มนับไม่ถ้วนขณะแช่เข้าไปในสายโลหิต
ผังวิญญาณโบราณซับซ้อนเหลือเชื่อที่สร้างจากเลือดบริสุทธิ์และความคิดจิต
วิญญาณของเขาเป็นรูปร่างเหนือทะเลจุดกำเนิดช้า ๆ
แรงดึงดูดแปลกประหลาดเริ่มกระจายออกจากผังวิญญาณโบราณขณะใกล้
สมบูรณ์
มันคือแรงแปลกประหลาดที่ผสานกับเลือดและจิตวิญญาณ
อาจจะเพราะแรงแปลกประหลาดหรืออาจจะเพราะความปั่นป่วนที่มาจากจิต
วิญญาณเห่าเจี๋ย ชางเยี่ยและหมิงซวี่ เพราะเหตุนี้เอง ทะเลจุดกำเนิดสูญสิ้น
ความสงบและขยับเล็กน้อยในที่สุด
ตอนแรก คลื่นขนาดเล็กเริ่มปรากฏบนทะเลจุดกำเนิดสีดำสนิทอันกว้างใหญ่
และลึกลับ
พลังปีศาจหุบเหวในรูปของเหลวเริ่มระเหยอย่างเงียบงันก่อนจะมีใครรู้ตัวเช่นกัน
กลุ่มหมอกสีม่วงเบาบางผุดขึ้นจากทะเลจุดกำเนิดขณะกระจายทั่วโลก
พลังปีศาจหุบเหวสีม่วงอ่อนเบาบางยากที่จะตรวจพบในตอนแรก เพราะทุกคน
ยุ่งกับการต่อสู้กับอีกฝ่ายตรงหน้า จึงไม่มีใครสังเกตเห็นคลื่นขนาดเล็กที่
กระจายผ่านพื้นผิวทะเลจุดกำเนิด
แม้กระทั่งกลุ่มของหลิงเสวียนซวนที่กำลังสู้กับสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือบาง
ส่วนผู้ตัดสินใจเล็งพวกเขาก็เช่นกัน
ฉินเลี่ย เห่าเจี๋ย ชางเยี่ยและหมิงซวี่คือกลุ่มคนรอบทะเลจุดกำเนิดเท่านั้นที่ไม่ได้
สู้ พวกเขาคล้ายกับติดอยู่ในสภาพแปลกประหลาด
เห่าเจี๋ย หมิงซวี่และชางเยี่ยไม่ได้ยินเสียงร้องหรือเสียงเรียกจิตวิญญาณของ
สหาย จิตวิญญาณพวกเขาคล้ายกับติดอยู่ภายในทะเลจุดกำเนิด
ฉินเลี่ยยังคงเพิ่มเส้นผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาด้วยจิตวิญญาณและโลหิต
ฉับพลัน ทะเลสาบจิตวิญญาณของเขาเริ่มกระเพื่อมเล็กน้อย
ขณะไขว้เขว ฉินเลี่ยกระจายสมาธิส่วนหนึ่งไปที่ทะเลสาบจิตวิญญาณ เขา
ประหลาดใจที่พบว่ามันตอบสนองคล้ายกับที่ทะเลจุดกำเนิดเล็กน้อย…
ความจริง เขารู้สึกว่าทะเลสาบจิตวิญญาณพยายามสร้างการเชื่อมต่อกับทะเล
จุดกำเนิด
เขาสังเกตเห็นว่าคลื่นขนาดเล็กบนทะเลสาบจิตวิญญาณเหมือนกับคลื่นบน
ทะเลจุดกำเนิด
หมอกสีม่วงที่เริ่มพวยพุ่งจากทะเลจุดกำเนิดยากที่จะมองเห็นด้วยตาเปล่า
เหลือเชื่อ
แต่เขาสามารถมองเห็นหมอกที่กำลังม้วนเข้ามาอย่างชัดเจน
การค้นพบนี้ทำให้เขาประหลาดใจมากขึ้น
เมื่อหมอกสีม่วงหายเข้าไปในผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาแทนที่จะเข้าสู่
ร่างกาย เขาเข้าใจในที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้น
เขาไม่ใช่คนเดียวที่กำลังดึงดูดพลังปีศาจหุบเหว… ผังวิญญาณโบราณก็
เช่นกัน
ผังวิญญาณโบราณทะลวงนภายังไม่สมบูรณ์
หลังจากพลังปีศาจหุบเหวเข้าสู่ผังวิญญาณโบราณ เขาพบว่าสายโลหิต
บางส่วนถูกย้อมกลายเป็นสีม่วงเข้ม
เขาลังเลสักพัก แต่ก็ไม่นานนัก เขาจดจ่อกับการทำให้ผังวิญญาณโบราณ
ทะลวงนภาที่เหลือให้เสร็จอย่างรวดเร็ว
เขาหยุดสนใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดทั่วทะเลจุดกำเนิด
เขาเมินคลื่นในทะเลสาบจิตวิญญาณที่กำลังกระเพื่อมคล้ายกับทะเลจุดกำเนิด
เช่นกัน
เขาไม่รู้ว่าหมอกสีม่วงที่พวยพุ่งจากทะเลจุดกำเนิดยิ่งมายิ่งหนาและเข้าใกล้เข้า
ที่กำลังทำให้ผังวิญญาณโบราณสมบูรณ์
ปีศาจหุบเหวคือกลุ่มแรกที่เข้าใจว่าบางสิ่งผิดปกติเมื่อกลุ่มพลังปีศาจหุบเหวสี
ม่วงเข้มจำนวนมากยังคงลอยเข้าหาฉินเลี่ย
พวกเขาอุทานด้วยความประหลาดใจขณะพยายามดูดซับพลังปีศาจหุบเหว
มหาศาลนั่นเข้าสู่ร่างกายเพื่อเติมเต็มพลังสายเลือด
น่าเสียดายสำหรับพวกเขา ไม่มีความพยายามใดที่หาทางขัดขวางพลังปีศาจ
หุบเหวที่กำลังระเหยเข้าหาฉินเลี่ย
พวกเขาทำได้เพียงมองพลังปีศาจหุบเหวจำนวนมากพวยพุ่งขึ้นอากาศขณะ
เข้าสู่ผังวิญญาณโบราณขนาดใหญ่ของฉินเลี่ย
ในตอนนั้น อีกกลุ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงผิดปกติ เผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์
กระดูก เผ่าพันธุ์มีปีกและสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือสังเกตเห็นเช่นกัน
ยอดฝีมือผู้รู้เกี่ยวกับทะเลจุดกำเนิดเล็กน้อยซีดเผือดในที่สุดเมื่อเห็นทะเลจุด
กำเนิดกำลังระเหยและเข้าสู่ผังวิญญาณโบราณแปลกประหลาดในรูปแก๊ส
ความเข้าใจคล้ายกับจู่โจมพวกเขาราวอสนี
ถึงแม้พวกเขายังไม่รู้เกี่ยวกับผังวิญญาณโบราณของฉินเลี่ย พวกเขายิ่งมายิ่ง
มั่นใจว่าการเชื่อมต่อลึกลับยากจะบรรยายก่อตัวขึ้นระหว่างทะเลจุดกำเนิดและ
ฉินเลี่ย
การเชื่อมต่อนี้คล้ายกับยืนยันว่าฉินเลี่ยพบผลึกจุดกำเนิดและกำลังเข้าสู่การ
เก็บมาเป็นของตัวเอง!
“แยกกัน! ฆ่ามัน!” เอ้าเค่อถ่านถ่ายทอดคำสั่ง
บางคนที่กำลังโจมตีการชิงและเสวียนลั่วบินขึ้นท้องฟ้าคล้ายกระบี่คมกริบ
พวกเขาพยายามสังหารฉินเลี่ยในขณะที่เขายังยุ่งอยู่
แต่ว่า หมอกสีม่วงเข้มที่กำลังบินเข้าหาผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาพลัน
เปลี่ยนทิศทาง
งูพลังปีศาจหุบเหวสีม่วงเลื้อยผ่านสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ
การโจมตีใส่สมาชิกเผ่าพันธุ์วิญญาณอย่างฉับพลันทำให้ร่างกายพวกเขาโป่ง
พองคล้ายลูกโป่งและระเบิดในท้ายที่สุด
ไม่มีใครหาทางเข้าไปหาฉินเลี่ยในระยะหนึ่งร้อยเมตรได้
“เอ้าเค่อถ่าน! มันคือคนเดียวที่สามารถได้ผลึกจุดกำเนิด!”
ตอนนี้เองความคิดจิตวิญญาณของสั่วหมู่เอ่อพลันดังก้องในหัวของเอ้าเค่อ
ถ่าน
เอ้าเค่อถ่านพลันซีดเผือดด้วยความตกตะลึง
“ถ้าพวกเราเข้าใกล้มันไม่ได้ เช่นนั้นโจมตีด้วยอุปกรณ์วิญญาณ!” เขา
ถ่ายทอดคำสั่งอีกครั้ง
ครั้งนี้ สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือบางส่วนที่กำลังโจมตีเผ่าพันธุ์กระดูกและ
เผ่าพันธุ์มีปีกแยกออกจากสมรภูมิ ดวงตาสีครามล้วนเต็มไปด้วยโลหิต
อุปกรณ์วิญญาณแปลกประหลาดหลายสิบชิ้น กระสวย หอก กระบี่ ลอยขึ้นใน
อากาศ
อุปกรณ์วิญญาณส่องแสงเจิดจ้าด้วยพลังอวกาศ เวลาและชีวิต พวกมันเต็มไป
ด้วยพลังสายเลือดของตัวเอง
อุปกรณ์วิญญาณดูเหมือนกับอุกกาบาตกำลังตกลงมา
แต่ขณะผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาของฉินเลี่ยดูดซับพลังปีศาจหุบเหวเข้า
ไปมาก การเคลื่อนไหวของแม่เหล็กเพิ่มขึ้นแปลกประหลาดเช่นกัน
แรงสีแดงม่วงกระจายออกจากผังวิญญาณโบราณทะลวงนภาขณะสร้างม่าน
พลังกระเพื่อมออกมา
อุปกรณ์วิญญาณที่กำลังบินเข้าหาฉินเลี่ยถึงกับแตกสลายทันทีที่ปะทะกับม่าน
สีแดงม่วง
สายจิตวิญญาณที่สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือใส่เข้าไปในอุปกรณ์วิญญาณถูก
ทำลายเช่นกัน
ตอนที่ 1285: ค่อย ๆ กัดกร่อน
ทะเลจุดก ำเนิดที่เดิมเคยสงบค่อย ๆ รุนแรงและปั่นป่วนขณะพลังปีศำจหุบเหวสี
ม่วงหนำถำโถมเข้ำใส่ฉินเลี่ย
ผังวิญญำณลึกลับนั่นก ำลังเพิ่มขนำดจนกลำยเป็นฟองน ้ำที่ดูดซับพลังปีศำจ
หุบเหวเข้ำไปในอัตรำที่บ้ำคลั่ง
ทะเลจุดก ำเนิดค่อย ๆ พลันตื้นเขินรำวกับต้องควำมร้อนของดวงอำทิตย์มำ
หลำยสิบปี
โดยมีฉินเลี่ยเป็นศูนย์กลำง ประกำยแสงสว่ำงสีแดงม่วงแปลกประหลำดจำกผัง
โบรำณยังคงกระจำยออก
พวกมันสร้ำงม่ำนแสงสว่ำงสีม่วงที่คล้ำยกับปกปิดพลังน่ำหวำดกลัว คล้ำยกับ
สำมำรถลบล้ำงตัวตนทั้งหมด จับต้องได้หรือจับต้องไม่ได้
หลิงอวี้ฉีและสั่วหมู่เอ่อผู้อยู่ใกล้ฉินเลี่ยและก ำลังสู้โดยใช้จิตวิญญำณรู้สึกถึง
อันตรำยที่อยู่ข้ำงใน
เปลวไฟภูตผีสีเขียวในดวงตำสีม่วงของหลิงอวี้ฉีวูบไหวอย่ำงรวดเร็ว
นำงพบว่ำจิตวิญญำณตระหนักรู้ของสั่วหมู่เอ่อในตอนนี้คล้ำยกับอ่อนแรงลง
อย่ำงต่อเนื่อง
นำงพลันมองฉินเลี่ย
วงแสงสว่ำงสีแดงม่วงก ำลังพุ่งออกไปคล้ำยพำยุหมุนเพื่อบดขยี้สิ่งมีชีวิตทั้งหมด
นำงรู้สึกหวำดกลัวตำมสัญชำตญำณ
นำงไม่โจมตีไข่มุกจิตวิญญำณของสั่วหมู่เอ่อตอนผ่อนคลำย นำงจงใจ
เปลี่ยนเป็นล ำแสงสีม่วงที่หลบหนีออกจำกม่ำนน่ำหวำดกลัว
ทันทีที่นำงพ้นจำกระยะ จิตวิญญำณของสั่วหมู่เอ่อพลันคมปลำบและกลับมำ
ทรงพลังอีกครั้ง
นำงเข้ำใจทันที สั่วหมู่เอ่อ… หวำดกลัวแสงสว่ำงสีแดงม่วงนั่นเช่นกัน
อีกด้ำน เอ้ำเค่อถ่ำนผู้ก ำลังค ำรำมอย่ำงเกรี้ยวกรำดหยุดสู้กับเซินหลำน
แสงสว่ำงสีม่วงจำกผังโบรำณทะลวงนภำกระจำยออกจำกสมรภูมิเช่นกัน ควำม
ผันแปรแปลกประหลำดที่ปล่อยออกมำสำมำรถบดขยี้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดได้
เอ้ำเค่อถ่ำนรู้สึกถึงแรงกดดันแห่งควำมตำยเช่นกัน
เขำหยุดสู้กับเซินหลำนขณะใช้พลังสำยเลือดต่ำงมิติเพื่อเคลื่อนย้ำยพริบตำ
เซินหลำนนิ่งและพบว่ำหลุมด ำแห่งควำมตำยที่เอ้ำเค่อถ่ำนหำทำงสร้ำงขึ้นมำ
พังทลำย
“โห!”
หลังจำกประหลำดใจในตอนแรก นำงขมวดคิ้วขณะใช้พลังต่ำงมิติเพื่อหำยไป
เช่นกัน
สมำชิกจำกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือผู้ได้รับค ำสั่งของเอ้ำเค่อถ่ำนให้โจมตีฉินเลี่ยด้วย
อุปกรณ์วิญญำณนำนำชนิดก ำลังคุกเข่ำกับพื้นดินและกระอักเลือด
ข้ำงพวกเขำคืออุปกรณ์วิญญำณที่กระจัดกระจำยทุกหนแห่ง ควำมคิดจิต
วิญญำณและสำยเลือดที่พวกเขำถ่ำยเข้ำวัตถุถูกท ำลำยสิ้น
พวกเขำล้วนประสบกับผลย้อนกลับ
พวกเขำมองท้องฟ้ำอย่ำงตกตะลึง
ตอนนี้เอง เอ้ำเค่อถ่ำนอยู่ไกลจำกฉินเลี่ยและไม่กล้ำอยู่บนท้องฟ้ำ
เขำลงมำคล้ำยอุกกำบำต
“นำยน้อย!” สมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือตะโกน
สีหน้ำของเอ้ำเค่อถ่ำนบึ้งตึงขณะย้ำยสำยตำจำกเซินหลำนไปฉินเลี่ยและผัง
โบรำณขขนำดมหึมำนั่น
“อย่ำโจมตีมันต่อ” เอ้ำเค่อถ่ำนกล่ำวอย่ำงสิ้นหวัง
สมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือตกตะลึง
ตอนนี้เอง หลิงอวี้ฉีบินลงมำจำกท้องฟ้ำ นำงลงมำอยู่ข้ำงตี๋เจียและคนอื่น
เปลวไฟภูตผีสีเขียวยังวูบไหวในดวงตำ เปลวเพลิงเหล่ำนั้นคือเศษเสี้ยวที่ไม่เต็ม
ใจของจิตวิญญำณสั่วหมู่เอ่อ
เซินหลำนร่ำงเล็กกลำยเป็นล ำแสงขณะลงมำอยู่ข้ำงชำเลี่ยและซือถ่ำนข่ำ
เช่นกัน
นำงมองท้องฟ้ำเช่นกัน
ฉับพลัน นักรบที่ก ำลังล้อมทะเลจุดก ำเนิดเห็นม่ำนแสงสว่ำงสีแดงม่วงปกคลุม
ท้องฟ้ำเช่นกัน
แสงสว่ำงที่กระจำยออกจำกทะลวงนภำปกคลุมทั่วดินแดนและไม่เผยสัญญำณ
กำรลดลง
ตรงกันข้ำม ม่ำนแสงสว่ำงจ ำนวนมำกยังคงออกมำจำกผังโบรำณ
ท้องฟ้ำเหนือทะเลจุดก ำเนิดสร้ำงแสงสว่ำงสีแดงม่วงที่ดูเหมือนหมู่เมฆหลำยชั้น
เป็นพรมแดนของโลก
เซินหลำน เอ้ำเค่อถ่ำนและหลิงอวี้ฉีรู้สึกถึงธรรมชำติอันน่ำหวำดกลัวของแสง
สว่ำงสีม่วงเมื่ออยู่ในท้องฟ้ำ มันท ำให้พวกเขำลงมำพื้นดินทันที
ดังนั้น นอกเหนือจำกฉินเลี่ย ไม่มีใครอยู่บนท้องฟ้ำเหนือทะเลจุดก ำเนิดอีก
ที่น่ำประหลำดใจยิ่งกว่ำคือม่ำนแสงสว่ำงสีม่วงเหล่ำนั้นปกคลุมท้องฟ้ำ ยอด
ฝีมือจำกเผ่ำพันธุ์ต่ำง ๆ ผู้ก ำลังส ำรวจทะเลจุดก ำเนิดด้วยจิตวิญญำณพบว่ำไม่
สำมำรถขยับเข้ำไปลึกได้
ซือถ่ำนข่ำจำกเผ่ำพันธุ์มีปีกมองทะเลจุดก ำเนิดขณะถอนหำยใจอย่ำงจนใจและ
ส่ำยหน้ำ
เขำคล้ำยกับตัดใจที่จะเก็บผลึกจุดก ำเนิด
เพรำะสั่วหมู่เอ่อขอให้สมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือโจมตีฉินเลี่ย พวกเขำจึงถูก
สังหำรอย่ำงรวดเร็ว นี่ท ำให้ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือเสียควำมได้เปรียบกับเผ่ำพันธุ์อื่น
อย่ำงสมบูรณ์
เมื่อพวกเขำสังเกตเห็นควำมผิดปกติในท้องฟ้ำและเปลี่ยนเป็นทะเลจุดก ำเนิด
จนเข้ำใจว่ำฉินเลี่ยสร้ำงกำรเชื่อมต่อกับผลึกจุดก ำเนิดด้วยวิธีใดไม่ทรำบ พวก
เขำตัดใจที่จะไล่ตำมเผ่ำพันธุ์อื่น
ควำมสนใจพวกเขำจับจ้องฉินเลี่ยในท้องฟ้ำและผังโบรำณแปลกประหลำดนั่น
เอ้ำเค่อถ่ำนไม่สั่งอีกต่อไป
สมำชิกเผ่ำพันธุ์ต่ำง ๆ ที่กระจำยรอบทะเลจุดก ำเนิดมองน ้ำที่ก ำลังถำโถม พลัง
ปีศำจหุบเหวที่ก ำลังระเหยและผังโบรำณที่ก ำลังดูดซับด้วยสีหน้ำเคร่งขรึม
“อ๊ำก!”
เห่ำเจี๋ยจำกตระกูลชี่เสวี้ยพลันตะโกนอย่ำงรุนแรง หลุมศพเลือดเนื้อเหนือศีรษะ
แผ่พลังกำยภำพสะเทือนท้องฟ้ำออกมำ
หัวกะโหลกสีชำดที่เขำปลดปล่อยออกมำพลันพุ่งออกจำกทะเลจุดก ำเนิด เบ้ำ
ตำของหัวกะโหลกกระโจนออกพร้อมเปลวเพลิงจิตวิญญำณที่น่ำหวำดกลัว
หัวกะโหลกพุ่งออกจำกทะเลจุดก ำเนิดแต่ปะทะเข้ำกับชั้นม่ำนสีแดงเข้ม มันท ำ
ให้เพียงกระดอนไปซ้ำยขวำเพื่ออยำกเป็นอิสระ
“ปัง! ปัง!”
ขณะหัวกะโหลกกระแทกครั้งแล้วครั้งเล่ำ พื้นผิวหัวกะโหลกคล้ำยหยกเผยรอย
ร้ำวอย่ำงเห็นได้ชัด
ในเวลำเดียวกัน ควำมผันแปรจิตวิญญำณที่เป็นของหมิงซวี่และชำงเยี่ยพุ่งออก
จำกทะเลจุดก ำเนิด
จิตวิญญำณของหมิงซวี่และชำงเยี่ยคล้ำยกับได้รับควำมน่ำกลัวขณะพยำยำม
เป็นอิสระจำกพื้นผิวทะเลจุดก ำเนิด
ร่ำงกำยพวกเขำสั่นไหวอย่ำงรุนแรงขณะเลือดไหลออกจำกปำก
พวกเขำคล้ำยกับอยำกหลบหนีออกจำกทะเลจุดก ำเนิด ไม่อยำกเต็มใจอยู่อีก
เหมือนกับหัวกะโหลกของเห่ำเจี๋ย
สำมอัจฉริยะของเผ่ำพันธุ์เทพเหล่ำนี้ เพื่อให้ได้ผลึกจุดก ำเนิด จึงปลดปล่อย
สมบัติหำยำกและวิชำลับเพื่อเสริมสร้ำงจิตวิญญำณและส ำรวจทะเลจุดก ำเนิด
ตอนเผ่ำพันธุ์อื่นก ำลังสู้กัน
ที่ด้ำนหลังมีควำมหวังของกำนชิง เสวียนลั่วและสมำชิกคนอื่นอยู่ พวกเขำเชื่อ
ว่ำจะมีหนึ่งคนที่มีโอกำสท ำส ำเร็จ
ถึงอย่ำงนั้นเมื่อม่ำนแสงสว่ำงสีม่วงเหล่ำนั้นปกคลุมท้องฟ้ำเหนือทะเลจุดก ำเนิด
พวกเขำรีบพยำยำมหลบหนีด้วยควำมหวำดกลัว แต่ว่ำ จิตวิญญำณพวกเขำ
ไม่สำมำรถหลบหนีและหลอมรวมกับร่ำงกำยได้
ร่ำงกำยพวกเขำสั่นไหวด้วยควำมหวำดกลัว จิตวิญญำณพวกเขำดิ้นรนอย่ำง
บ้ำคลั่งภำยใต้ม่ำนแสงสว่ำงสีม่วง แต่ทุกครั้งที่ผ่ำนไป ผลลัพธ์ก็เด่นชัด นั่นท ำ
ให้พวกเขำรู้สึกยิ่งมำยิ่งจนใจ
หัวกะโหลกที่เห่ำเจี๋ยปลดปล่อยออกเผยรอยร้ำวมำกขึ้นขณะปะทะกับม่ำนแสง
สว่ำง เห็นได้ว่ำใกล้จะพังทลำยแล้ว
หน้ำผำกและดวงตำของเห่ำเจี๋ยเริ่มมีเลือดหยด
ตอนนี้เอง อัจฉริยะจำกตระกูลชี่เสวี้ยดูย ่ำแย่น่ำหวำดกลัว
ในสำยตำของเสวียนลั่ว กำนชิงและคนอื่น ศีรษะของเห่ำเจี๋ยดูเหมือนกับจะ
ระเบิดได้ทุกเมื่อเหมือนหัวกะโหลกสีแดง
เมื่อเห็นสภำพของคนที่พวกเขำฝำกควำมหวังเอำไว้ พวกเขำหวำดกลัว
จำกนั้น พวกเขำสังเกตเห็นว่ำควำมคิดจิตวิญญำณของหมิงซวี่และชำงเยี่ยก
ลำยเป็นเงำจิตวิญญำณภำยใต้ม่ำนแสงสว่ำงสีม่วง
เงำจิตวิญญำณของหมิงซวี่และชำงเยี่ยบิดเบี้ยวและขยับขณะตะโกนแต่คนอื่น
ไม่อำจได้ยิน
เป้ำหมำยของจิตวิญญำณคือฉินเลี่ยภำยในผังโบรำณโลหิต
แม้กระทั่งหลิงอวี้ฉีผู้ช ่ำชองวิชำจิตวิญญำณ เซินหลำนและซือถ่ำนข่ำไม่
สำมำรถยินเสียงตะโกนจิตวิญญำณ
แต่พวกเขำไม่จ ำเป็นต้องรู้ว่ำอีกฝ่ำยพยำยำมพูดอะไร ใครที่เห็นภำพแปลก
ประหลำดดังกล่ำวก็ย่อมมองออก
พวกเขำคล้ำยกับก ำลังขอร้องให้ฉินเลี่ยเมตตำ…
เงำจิตวิญญำณของหมิงซวี่และชำงเยี่ยก ำลังตะโกนและวิงวอนให้ลดม่ำนแสง
สว่ำงสีม่วงเพื่อปล่อยพวกเขำออกจำกทะเลจุดก ำเนิด
พวกเขำตัดใจที่จะเก็บผลึกจุดก ำเนิดอย่ำงเห็นได้ชัด
“พวกเขำ… พวกเขำก ำลังขอร้องให้ฉินเลี่ยไว้ชีวิต” กำนชิงมีสีหน้ำแปลก
ประหลำด
ตอนที่ 1286: หมดสติ
หัวกะโหลกสีชาดที่เห่าเจี๋ยปลดปล่อยออกไปกระแทกกับม่านแสงสว่างสีม่วง
ครั้งแล้วครั้งเล่า รอยร้าวในกระดูกเด่นชัดมากยิ่งขึ้น
ร่างกายภาพของเห่าเจี๋ยที่นั่งข้างทะเลจุดกำเนิดสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงขณะ
ปลดปล่อยแรงกดดันโลหิตหนาออกมา
แรงกดดันชั่วร้ายสีแดงชาดผุดขึ้นจากเห่าเจี๋ยขึ้นสู่ท้องฟ้าคล้ายเสาแสงสว่าง
โลหิต
เห่าเจี๋ยคล้ายกับกำลังดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตาย
น่าเสียดาย เขาเพียงใส่พลังจิตวิญญาณบนหัวกะโหลกสีชาด ม่านแสงสว่างสี
ม่วงนั่นปิดกั้นการเชื่อมต่อกับร่างกายภาพของเขา
แรงกดดันโลหิตจากร่างกายหลักของเขาและความผิดปกติอื่นไม่สามารถช่วย
หัวกะโหลกสีชาดนั่นได้เลย
ยิ่งเขาดิ้นรนมากเท่าไหร่ ความเร็วที่หัวกะโหลกคล้ายแตกสลายยิ่งมากขึ้น
เท่านั้น
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทุกคนรู้สึกว่าทันทีที่หัวกะโหลกแตกสลาย หัวกะโหลก
ของร่างกายหลักเห่าเจี๋ย… จะแตกสลายเช่นกัน
ภายใต้แสงสว่างสีม่วง เงาจิตวิญญาณของหมิงซวี่และชางเยี่ยกำลังวิงวอนต่อ
ฉินเลี่ยให้เมตตาขณะคล้ายกับโน้มน้าวให้เห่าเจี๋ยหยุดการกระทำบ้าบิ่น
ยอดฝีมือสายเลือดของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทะเลจุด
กำเนิดและขมวดคิ้ว
เห่าเจี๋ย หมิงซวี่และชางเยี่ยผู้ใช้จิตวิญญาณสำรวจทะเลจุดกำเนิดไม่ได้สิ่งใด
จิตวิญญาณพวกเขาไม่สามารถกลับมาได้
ม่านแสงสว่างสีม่วงเหนือทะเลจุดกำเนิดกลายเป็นอาคมปิดกั้นพลังจิตวิญญาณ
และสายเลือดทั้งหมดขณะแยกสมาชิกในและนอกทะเลจุดกำเนิดออกจากกัน
“ทะ-ทำไมเป็นแบบนี้?”
ตี๋เจียพึมพำขณะมองท้องฟ้าและฉินเลี่ยอย่างหวาดกลัวภายใต้ผังโบราณโลหิต
ขนาดมหึมา
เขาจินตนาการไม่ออกว่าจู่ ๆ ฉินเลี่ยสร้างการเชื่อมต่อกับผลึกจุดกำเนิดได้
อย่างไร ผังนี้มีความลึกลับยังไงกันแน่?
“ฉินเลี่ย!”
ในกลุ่มเผ่าพันธุ์เทพ กานชิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ขณะตะโกนสุดเสียงเท่าที่ทำ
ได้
เขายืนข้างชางเยี่ย ศีรษะของเขาเงยขณะมองฉินเลี่ย เปลวไฟพุ่งออกจาก
ดวงตา “เจ้าไม่เห็นแก่อดีตเลยงั้นหรือ?!”
หลิวยั่งและอู้ชานิ่ง จากนั้นตอบสนอง
พวกนางมองท้องฟ้าเช่นกัน สายตากำลังวิงวอน
พวกนางขอร้องให้ฉินเลี่ยเมตตาและปล่อยจิตวิญญาณแท้จริงของเห่าเจี๋ย
หมิงซวี่และชางเยี่ยให้ผ่านม่านแสงสว่างสีม่วงจนกลับคืนสู่ร่างกายเช่นกัน
“ออกไป!”
ในเวลาเดียวกัน หลิงอวี้ฉีพ่นลมออกจมูก เปลวเพลิงสีม่วงเผาไหม้ในดวงตา
แรงกดดันจิตวิญญาณของนางคล้ายกับจุดชนวนทันทีที่เปลวเพลิงสีม่วง
เหล่านั้นปรากฏขึ้น
สั่วหมู่เอ่อผู้ซ่อนในจิตวิญญาณตระหนักรู้ของนางเพื่อพยายามยึดครองจิต
วิญญาณพบเปลวไฟสีม่วงที่พลันชะล้างจิตใจ
เขาอดที่จะซีดเผือดไม่ได้
เขาพลันเข้าใจว่าหลิงอวี้ฉีเต็มใจใช้เปลวเพลิงสีม่วงเพื่อทำลายความคิดจิต
วิญญาณนางและขับไล่เขา
นี่เป็นครั้งแรกที่สั่วหมู่เอ่อหวาดกลัว
“กล้าเผาแม้กระทั่งจิตวิญญาณตัวเอง! ร้ายอะไรอย่างนี้!”
จุดเปลวไฟภูตผีสีเขียวพุ่งออกจากหางตาของหลิงอวี้ฉี
แสงสว่างสีเขียววูบไหวเข้าหาเอ้าเค่อถ่านทันทีที่พุ่งออกจากดวงตาของหลิงอวี้
ฉี
จุดสีเขียวหลอมรวมระหว่างทางขณะสร้างจิตวิญญาณแท้จริงของสั่วหมู่เอ่อ
ทันที
สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเห็นจิตวิญญาณสีเขียวของสั่ว
หมู่เอ่อเข้ามาขณะหลับตาอย่างหมดหวัง
เปลวไฟภูตผีสีเขียวนั่นหลอมรวมกับร่างกายของเขาทันที เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีก
ครั้ง ลูกตาเป็นสีเขียวแปลกประหลาด
สั่วหมู่เอ่อยึดครองอย่างเห็นได้ชัด
“สั่วหมู่เอ่อ! เกิดอะไรขึ้น?”
เอ้าเค่อถ่านไม่ให้ความสำคัญกับการทำลายจิตวิญญาณของสมาชิกสหาย
เขาก้าวมาข้างหน้าและถามเกี่ยวกับฉินเลี่ยด้วยสีหน้าตกตะลึง
สั่วหมู่เอ่อผู้ยึดครองร่างกายอย่างง่ายดายกล่าวว่า “ฉินเลี่ยคนนี้คือเลือดผสม
ของเผ่าพันธุ์เทพและเผ่าพันธุ์มนุษย์ มันได้สุดยอดสมบัติขององค์ชายลำดับที่
หนึ่งของเผ่าพันธุ์ข้า สิ่งนั้น… คือเทวภัณฑ์ของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ!”
เอ้าเค่อถ่านยังไม่เข้าใจ
สั่วหมู่เอ่อครุ่นคิดสักพักและกล่าวว่า “เทวภัณฑ์ของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณถูก
ประทับด้วยความรู้แจ้งของบรรทัดฐานจักรวาลต่าง ๆ! เจ้าเพียงรู้ว่าผังโบราณที่
มันกำลังสลักอยู่มีความสามารถเชื่อมต่อกับผลึกจุดกำเนิดก็พอ!”
สีหน้าของเอ้าเค่อถ่านมืดมน “มันเชื่อมต่อกับทะเลจุดกำเนิดได้จริงหรือ?”
“มันทำเช่นนั้นจริง” สั่วหมู่เอ่อกล่าวอ่ยางจนใจ
“เช่นนั้นพวกเรา…” ใบหน้าของเอ้าเค่อถ่านซีดเผือด
ถ้าฉินเลี่ยได้ผลึกจุดกำเนิดและได้สิทธิ์ควบคุมโลกจุดกำเนิดนี้ เขากลัวว่าจะไม่
มีพวกเขาสักคนรอดออกไปได้
หลังจากพวกเขาตายกันหมด ฉินเลี่ยจะส่งเซินหลานออกไปอย่างปลอดภัย
ถึงตอนนั้น ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือทั้งหมดจะเผชิญหน้ากับการสูญสิ้น
“ไม่มีทางอื่นแล้ว” สั่วหมู่เอ่ออารมณ์ไม่ดี “หลังจากวางแผนทั้งหมดนี้ ข้าไม่คิด
ว่าจะมีอุปสรรคใด ๆ มันมีเทวภัณฑ์ของเผ่าพันธุ์ข้า ในทะเลจุดกำเนิด มันมี
โอกาสสูงสุดที่จะได้ผลึกจุดกำเนิด ไม่มีใครสามารถคาดเดาผลลัพธ์นี้ได้”
“ตอนนี้พวกเราทำยังไงดี?” เอ้าเค่อถ่านถามอย่างไม่สบายใจ
“พวกเราทำได้เพียงรอให้มันทำพลาด ทันทีที่เชื่อมต่อกับทะเลจุดกำเนิดเสร็จ
แม้จะเป็นวิชาลับของเผ่าพันธุ์ข้า ข้าก็ทำอะไรมันไม่ได้” สั่วหมู่เอ่อกล่าว
เอ้าเค่อถ่านนิ่ง “รอให้มันทำพลาด…”
“ไม่ง่ายเลยที่จะดูดซึมผลึกจุดกำเนิด ถ้ามันไม่ระวัง จิตวิญญาณมันจะถูก
ทำลาย” สั่วหมู่เอ่อพ่นลมออกจมูก
เมื่อได้ยินเขากล่าวเช่นนี้ ความหวังถูกจุดในหัวใจของเอ้าเค่อถ่านอีกครั้ง
ในท้องฟ้า
จิตใจและความพยายามของฉินเลี่ยจดจ่อกับการรักษาผังทะลวงนภา เขาไม่รู้
ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านล่าง
ขณะผังโบราณทะลวงนภาดูดซับพลังปีศาจหุบเหวจำนวนมาก มันยิ่งมายิ่ง
หนักอึ้ง
เขาค่อย ๆ ใช้พลังสายเลือดเพื่อทำให้มันลอยในท้องฟ้าของโลกจุดกำเนิด
ตอนนี้ เขาพยายามสุดกำลังเพื่อควบคุมผังโบราณด้วยสายเลือดและจิต
วิญญาณเพื่อทำให้มันจมลงช้า ๆ
เขาต้องจมผังโบราณลงทะเลจุดกำเนิด เขารู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะไม่ต้องให้ผัง
โบราณลอยในอากาศอีก
พลังงานทั้งหมดของเขาถูกใช้กับเรื่องนี้
เพราะม่านแสงสว่างสีม่วงอยู่ระหว่างเขาและทะเลจุดกำเนิด มันแยกความคิดจิต
วิญญาณและเสียงจนเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเหนือทะเลจุดกำเนิด
เขาไม่รู้ว่าจิตวิญญาณของเห่าเจี๋ย หมิงซวี่และชางเยี่ยติดอยู่ในทะเลจุดกำเนิด
และไม่สามารถออกมาได้
เขาไม่ได้ยินเสียงตะโกนของกานชิง
ชั้นแสงสว่างสีแดงม่วงไม่โปร่งแสงจนไม่เผยสิ่งที่อยู่ด้านล่าง
ถึงอย่างนั้นเขานำผังโบราณแช่ลงไปช้า ๆ ม่านแสงสว่างสีม่วงหลอมรวมกลับ
เข้าสู่ผังโบราณ
เงาจิตวิญญาณของชางเยี่ยและหมิงซวี่กับหัวกะโหลกสีชาดของเห่าเจี๋ยเด่นชัด
ในที่สุด
เขามองลงไปด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
เขามองเห็นความร้อนรนและความวิงวอนจากเงาจิตวิญญาณของชางเยี่ยและห
มิงซวี่
หัวกะโหลกที่เห่าเจี๋ยใส่จิตวิญญาณเข้าไปเกิดรอยร้าวและดูเหมือนกำลังจะแตก
สลาย
เขานิ่ง มองม่านแสงสว่างสีม่วง จากนั้นมองผังโบราณโลหิตที่กำลังควบคุม
จิตใจของเขาขยับเล็กน้อย
น่าอัศจรรย์ ตรงหน้าเงาจิตวิญญาณของหมิงซวี่และชางเยี่ย รูขนาดเท่ากำปั้น
ปรากฏในม่านแสงสว่าง
รูนั่นผ่านชั้นแสงสว่างสีม่วงและเชื่อมต่อกับโลกภายนอก
เงาจิตวิญญาณของชางเยี่ยและหมิงซวี่ยินดี พวกเขารีบผ่านรูนั่นพร้อมกับหัว
กะโหลกสีชาด
เพียงพริบตา เงาจิตวิญญาณของชางเยี่ยและหมิงซวี่หลอมรวมกับร่างกาย
เปลวไฟจิตวิญญาณอ่อนล้าที่วูบไหวภายในหัวกะโหลกสีชาดหลอมรวมเข้าสู่
ร่างกายของเห่าเจี๋ย
เห่าเจี๋ยล้มลงกับพื้นด้วยสภาพสับสน
ไม่ว่าสมาชิกตระกูลชี่เสวี้ยจะตะโกนแค่ไหน เห่าเจี๋ยก็ไม่ตอบสนองราวกับอยู่ใน
สภาพหลับลึก
หลังจากจิตวิญญาณของหมิงซวี่กลับคืนมา ดวงตาที่สามบนหน้าผากเริ่มหลั่ง
เลือด
เขาปิดตาด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างป้องปากขณะกระอักเลือด
เลือดไหลซึมผ่านนิ้วและย้อมพื้นดินข้างใต้ให้เป็นสีแดง
“พี่สาว! เจ้า เจ้าเป็นยังไงบ้าง?” กานชิงถามอย่างร้อนรน
ชางเยี่ยเกือบล้มในแขนของกานชิงขณะเลือดไหลออกจากจมูกและหู นาง
กล่าวด้วยน ้าเสียงเบาหวิวว่า “ข้าใช้พลังจิตวิญญาณหมดแล้ว ข้าสู้ไม่ไหวแล้ว”
“เกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นกบัเจ้าในทะเลจุดกำเนิด?” กานชิงถาม
ชุดเกราะหนักของชางเยี่ยสั่นเทิ้มเล็กน้อย นางลังเลและฝืนบอกว่า “พวกข้าพบ
ผลึกจุดกำเนิดนั่นแล้ว แต่ว่า สิ่งที่ทำให้ผลึกนั่นลอยออกไปคือผังโบราณแปลก
ประหลาดที่ฉินเลี่ยสลัก”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ นางคล้ายกับใช้สายพลังสุดท้าย
นางหมดสติเหมือนเห่าเจี๋ย
ตอนที่ 1287: ศูนย์กลางความสนใจ
เห่าเจี๋ยและชางเยี่ยใช้พลังจิตวิญญาณไปมาก ไม่สามารถรักษาสติได้ พวกเขา
ถูกกดดันให้หลับลึกเพื่อฟื้นตัว
ทั้งสองไม่สามารถสู้เพื่อเผ่าพันธุ์เทพได้ในตอนนี้
มีเพียงหมิงซวี่จากตระกูลกวงหมิงที่นั่งอยู่สักพัก ดวงที่สามบนหน้าผากของเขา
หลับลงช้า ๆ ขณะสองข้างที่เหลือลืมขึ้น
ใบหน้าของเขาซีดเผือด เขาใช้พลังจิตวิญญาณไปมากเช่นกัน
กานชิง เสวียนลั่วและสมาชิกเผ่าพันธุ์เทพคนอื่นมองทันทีที่เขาลืมตาขึ้น
“ผังโบราณที่ฉินเลี่ยสลักในท้องฟ้าคือสิ่งที่ทำให้ผลึกจุดกำเนิดปรากฏขึ้นงั้น
หรือ?” เสวียนลั่วถามอย่างตกตะลึง
หมิงซวี่ไม่ตอบทันทีขณะมองท้องฟ้าที่ฉินเลี่ยกำลังแช่ผังโบราณทะลวงนภาใน
ทะเลจุดกำเนิด
เขานึกถึงภาพแปลกประหลาดที่เห็นใต้ทะเลจุดกำเนิด
จิตวิญญาณของเขา ชางเยี่ยและเห่าเจี๋ยถูกแยกไปพื้นที่อื่นเพื่อค้นหาผลึกจุด
กำเนิดมาตั้งแต่แรก
ทั้งสามใช้อุปกรณ์และยาเม็ดเพื่อขยายพลังจิตวิญญาณ เมื่อจิตวิญญาณเข้าสู่
ทะเลจุดกำเนิด พวกเขาร่วมมือกัน แต่ละคนสำรวจพื้นที่ตัวเองลึกเข้าไป
ทั้งสามร่วมมือกันและมีการวางแผนล่วงหน้า พวกเขาหาผลึกวิเศษพบที่ก้น
ทะเลจุดกำเนิด
หมิงซวี่คือคนแรกที่สัมผัสผลึกจุดกำเนิดก่อนบอกเห่าเจี๋ยและหมิงซวี่
จิตวิญญาณของทั้งสามมาถึงผลึกจุดกำเนิดและพบว่าผลึกขนาดมหึมาคล้าย
กระจกที่สะท้อนผังแปลกประหลาดของฉินเลี่ย
สายสีแดงม่วงคล้ายกับถูกประทับด้วยบรรทัดฐานของจักรวาลขณะขยับรอบ
ผลึกจุดกำเนิด
ในเวลาเดียวกัน แรงกดดันที่เป็นของฉินเลี่ยปรากฏออกจากผลึกนั่นเช่นกัน
หลังจากตกตะลึง ทั้งสามพยายามเข้าสู่ผลึกจุดกำเนิดโดยใช้จิตวิญญาณเพื่อ
ควบคุม
แต่เมื่อจิตวิญญาณพวกเขาเข้าใกล้ แสงสว่างที่ปลดปล่อยโดยผลึกจุดกำเนิด
จะดูดซับพลังจิตวิญญาณจำนวนมากเข้าไป
เพียงพริบตา พลังจิตวิญญาณมากกว่าครึ่งถูกดึงออกไป
พวกเขาหวาดกลัว พวกเขาอยากหนี แต่ตอนนั้นเอง ทะเลจุดกำเนิดที่สงบ
เคลื่อนไหวในที่สุด
ไม่ว่าจิตวิญญาณพวกเขาจะหลบหนีออกจากทะเลจุดกำเนิดแค่ไหน พวกเขาก็
ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียพลังจิตวิญญาณได้
พวกเขาตัดสินสถานการณ์และรีบหลบหนีออกจากทะเลจุดกำเนิด พวกเขา
พยายามกลับร่างกายภาพแต่ถูกปิดกั้นโดยม่านแสงสว่างสีม่วง
พวกเขาเกือบถูกฆ่าในทะเลจุดกำเนิด
หมิงซวี่ครุ่นคิดสักพักและกล่าวด้วยสีหน้าซับซ้อนว่า “ฉินเลี่ยกำลังดูดซับผลึก
จุดกำเนิดนั่นอยู่ ถ้าเขาไม่ได้ยินเสียงตะโกนในตอนนั้นจนแยกพวกข้าออกมา
พวกข้า… คงตายอยู่ที่นั่น”
สีหน้าของเสวียนลั่วเปลี่ยนไป
กานชิงประหลาดใจเล็กน้อยและพึมพำว่า “ดูท่า… เขาไม่ได้อยู่ข้างปีศาจหุบ
เหวเพศหญิงตนนั้น”
หมิงซวี่ขมวดคิ้ว เขาถอนหายใจแต่ไม่พูดอะไร
“เสวียนซวน ฉินเลี่ยคนนั้น… ตอนนี้จะเล็งพวกเราหรือเปล่า?” อีกด้าน ตี๋เจีย
ย่องมาอยู่ข้างหลิงเสวียนซวนและถามอย่างกังวลว่า “เขาคือเลือดผสมจาก
เผ่าพันธุ์เทพและเพิ่งแยกชางเยี่ยกับคนอื่นเมื่อครู่ นี่หมายความว่าเขาสนิทกับ
เผ่าพันธุ์เทพ”
ตอนนี้เอง หลิงอวี้ฉีที่กำลังยืนเพียงลำพังเหนือทะเลจุดกำเนิดจ้องมองฉินเลี่ยที่
กำลังอยู่ใกล้เคียง
นางเมินทุกคน นางยืนห่างจากสมาชิกตระกูลหลิง
ตี๋เจียมองออกว่านางไม่อยากให้ใครเข้าใกล้และรู้ว่านางกำลังใช้วิชาลับเพื่อ
ฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณที่ใช้ในการต่อสู้กับสั่วหมู่เอ่อ ดังนั้น เขาเข้าใกล้หลิง
เสวียนซวนแทน
“ไม่ว่าอย่างไร พี่ใหญ่ฉินจะไม่ทำร้ายพวกข้า” หลิงเสวียนซวนยิ้ม
ตี๋เจียประหลาดใจและเบ้ปาก “เช่นนั้น… แล้วกลุ่มปีศาจหุบเหวพวกข้าล่ะ?”
“ข้าไม่รู้เรื่องนั้น” หลิงเสวียนซวนส่ายหน้า
เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ รอยยิ้มของตี๋เจียขมขื่นขึ้น
ตอนนี้เอง ตี๋เจียมองออกว่าฉินเลี่ยและทะเลจุดกำเนิดสร้างการเชื่อมต่อ ฉินเลี่ย
น่าจะพบผลึกจุดกำเนิดและกำลังดูดซับอยู่
ทันทีที่ฉินเลี่ยดูดซับผลึกจุดกำเนิดได้ เขาสามารถควบคุมโลกจุดกำเนิดได้
เขาจะมีพลังตัดสินความเป็นความตายของทุกคนในโลกจุดกำเนิดได้
ถ้าฉินเลี่ยต้องการ เขาสามารถสังหารทุกคนได้
เพราะเหตุนี้ สั่วหมู่เอ่อและเอ้าเค่อถ่านที่รู้อยู่แล้วไม่สั่งให้สมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่
ซือไล่ตามและสังหารคนอื่น
นั่นเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์
ถ้าฉินเลี่ยไม่ตาย ถ้าฉินเลี่ยดูดซับผลึกจุดกำเนิด ทั้งหมดจะสูญค่า
ถ้าพวกเขาไม่สามารถออกจากโลกจุดกำเนิดและได้รับความเมตตาจากฉินเลี่ย
ความพยายามของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้?
ดังนั้น พวกเขาเพียงแค่ยืน
“นายหญิง เขา…” ขณะเต็มไปด้วยเลือด เซียนน่ามองฉินเลี่ยอย่างกังวลและ
ถามเซินหลานว่า “เขากำลังดูดซับผลึกจุดกำเนิดงั้นหรือ?”
ซือถ่านข่าจากเผ่าพันธุ์มีปีกและชาเลี่ยจากเผ่าพันธุ์กระดูกล้วนสนใจคำตอบ
ของเซินหลาน
“ใช่” เซินหลานพยักหน้า
“ถ้าเขาดูดซับผลึกนั่น เขาจะโจมตีพวกเราหรือไม่?” เซียนน่าถามอย่างร้อนรน
ดวงตาของซือถ่านข่าและชาเลี่ยทอประกาย
พวกเขากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ชัดเจน
ภายใต้สายตาพวกเขา เซินหลานครุ่นคิดอย่างจริงจังและกล่าวว่า “พวกเรา
น่าจะรอด”
เมื่อนางกล่าวเช่นนี้ เซียนน่า ชาเลี่ยและซือถ่านข่าล้วนถอนหายใจด้วยความ
โล่งอก
ตอนนี้เอง ฉินเลี่ยควบคุมผังขนาดมหึมาเพื่อหลอมรวมกับทะเลจุดกำเนิด
ฉินเลี่ยลอยเหนือทะเลจุดกำเนิดและไม่แช่ในทันที
ผังโบราณโลหิตขนาดมหึมาสร้างคลื่นขณะจมลงน ้า
พลังปีศาจหุบเหวหนาแน่นกระจายออก
ปีศาจหุบเหวที่นำโดยตี๋เจีย รวมถึงหลิงเสวียนซวนและหลิงเฟิงหลบอย่าง
หวาดกลัวเมื่อเห็นพลังปีศาจหุบเหวกำลังถาโถมเข้ามา
คลื่นพลังปีศาจหุบเหวถาโถมใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว
พวกเขาคิดว่าจะต้องตายเหมือนกับพวกที่ดำลงไปในทะเลจุดกำเนิดก่อนหน้านี้
ถึงอย่างนั้นพวกเขาพบว่าพลังปีศาจหุบเหวที่เข้ามาอยู่ในสภาพแก๊สที่สามารถ
ทานทนได้
พวกเขาดูดซับตามสัญชาตญาณและพบว่าพลังสายเลือดกำลังฟื้นฟูอย่าง
รวดเร็ว
ปีศาจหุบเหวที่สามารถฟื้นฟูผ่านพลังปีศาจหุบเหวได้ยินดี จากนั้นหัวเราะขณะ
ใช้พลังปีศาจที่กระจายอยู่ขัดเกลาพลังสายเลือด
อีกด้าน เผ่าพันธุ์วิญญาณ เผ่าพันธุ์มีปีก เผ่าพันธุ์กระดูกและเผ่าพันธุ์เทพล้วน
มีสีหน้ามืดมนขณะเห็นพลังปีศาจหุบเหวหนาแน่นกำลังเข้ามา
พวกเขาสู้อยู่ในหุบเหวนานจนคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมของชั้นหุบเหว แต่ว่า
พวกเขายังรู้สึกไม่สบายใจกับพลังปีศาจหุบเหวเข้มข้นเช่นนี้
พวกเขาปิดรูขุมขนและหยุดหายใจเพื่อหลีกเลี่ยงการนำพลังปีศาจหุบเหวเข้าสู่
ร่างกายมากเกินไปจนส่งผลต่อพลังสายเลือด
ตอนที่ 1288: การเปลี่ยนแปลงในโลก
พลังปีศาจหุบเหวที่กำลังระเหยจากทะเลจุดกำเนิดกระจายอย่างรวดเร็วขณะปก
คลุมทั่วโลก
ทุกคนไม่ว่าจะเผ่าพันธุ์ไหนถูกถาโถมโดยพลังปีศาจหุบเหวหนาแน่น ไม่มีใคร
ได้รับข้อยกเว้น
สำหรับปีศาจหุบเหวอย่างตี๋เจีย พลังปีศาจหุบเหวแก๊สคือระดับที่ร่างกาย
สามารถดูดซับได้ มันทำให้พวกเขาตื่นเต้นกับเรื่องนี้
นี่หมายความว่าพลังสายเลือดพวกเขาสามารถฟื้นฟูได้เร็วขึ้น
ถึงอย่างนั้นกับเผ่าพันธุ์อื่น พลังปีศาจหุบเหวหนาแน่นไม่ใช่ข่าวดี
พวกเขาไม่สามารถเพิ่มพลังสายเลือดผ่านพลังปีศาจหุบเหวได้ กลับกัน พวก
เขาใช้พลังไปแล้วจึงไม่อาจให้พลังนี้เข้าสู่ร่างกายได้
เผ่าพันธุ์จากนอกหุบเหวไม่สามารถใช้พลังปีศาจหุบเหวเพื่อเติมเต็มพลัง
สายเลือดได้
เป็นเวลาหลายหมื่นปี ตอนพวกเขาสู้ในชั้นหุบเหว พวกเขาใช้เนื้อของปีศาจหุบ
เหวธรรมดาเพื่อเติมเต็มพลังสายเลือดโดยตรง
“ไม่ดีแน่…”
กานชิง เอ้าเค่อถ่าน เซียนน่าและสมาชิกคนอื่นกังวล
พวกเขาปรารถนาจะไปจากที่นี่ เมื่อพวกเขามองกลับไป พวกเขาพบพลังปีศาจ
หุบเหวถาโถมใส่บริเวณใกล้เคียง
คล้ายกับพวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงพลังปีศาจหุบเหวได้หากออกจากทะเลจุด
กำเนิด
ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
พวกเขาลังเลสักพักและคล้ายกับยอมรับเรื่องนี้ พวกเขานั่งลงรอบทะเลจุด
กำเนิดขณะหยิบเนื้อมาเติมเต็มพลังสายเลือดและหินวิญญาณมาฟื้นฟูขณะ
ควบคุมพลังสายเลือด พวกเขาสร้างเยื่อบุแสงสว่างบนผิวหนังเพื่อไม่ให้พลัง
ปีศาจหุบเหวรุกรานโลหิต
มีเพียงตี๋เจียและปีศาจหุบเหวตนอื่น รวมถึงสมาชิกตระกูลหลิงเท่านั้นที่อาบไล้
ในพลังปีศาจหุบเหวเพื่อฝึกฝนอย่างกระหาย
ฉับพลัน สมาชิกของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ที่กำลังสู้อยู่นั้นสงบลง
สายตาพวกเขาเหลือบมองฉินเลี่ยเป็นครั้งคราวขณะให้ความสนใจทุกการ
เคลื่อนไหวของเขา
ภายใต้สายตาอันเงียบงัน ฉินเลี่ยลอยเหนือทะเลจุดกำเนิดขณะมองลงไปที่
พื้นผิวพร้อมคลื่นขนาดใหญ่
ผังโบราณกับพลังสายเลือดและจิตวิญญาณของเขาแช่ในทะเลจุดกำเนิด
ฉินเลี่ยหลับตา ด้วยสายแก่นโลหิตชีวิตในผังโบราณ เขารู้สึกถึงการ
เปลี่ยนแปลงของผังในน ้า
เขาสามารถสัมผัสผังโบราณที่กำลังแช่ได้
คล้ายกับมีบางสิ่งในทะเลจุดกำเนิด คล้ายกับเสียงที่กำลังอัญเชิญผังโบราณ
ทะลวงนภา
ผังโบราณทะลวงนภาโลหิตให้ความร่วมมือภายใต้เสียงเรียกของพลังและเสียง
นั่น
เขาตรวจสอบด้วยจิตใจ
ผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบ ฉับพลัน ในจิตวิญญาณตระหนักรู้ของเขา ในการ
รับรู้ของเขา คล้ายกับมีคลื่นแสงสว่างเจิดจ้า
เขาพบผลึกขนาดมหึมาที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกทะเลจุดกำเนิดสีม่วง
ผังโบราณทะลวงนภาที่เขาสร้างด้วยแก่นโลหิตชีวิตและพลังจิตวิญญาณลงมา
ช้า ๆ
“ผลึกจุดกำเนิด!”
ตอนนี้เอง โดยไม่ต้องคิด เขารู้ว่าผลึกนั่นคือผลึกจุดกำเนิดที่ทุกคนกำลัง
ค้นหา!
น่าแปลก ผังทะลวงนภาขนาดมหึมาและซับซ้อนหลอมรวมกับผลึกจุดกำเนิด
นั้น
“ตูม!”
ฉับพลัน จิตวิญญาณของฉินเลี่ยสั่นไหว คลื่นผุดขึ้นบนทะเลสาบจิตวิญญาณ
ขณะขยายอย่างรุนแรง!
ตอนนี้เอง พลังจิตวิญญาณบริสุทธิ์จากร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณโคจรใน
ตัวเขา
ทะเลสาบจิตวิญญาณของเขาเริ่มขยายและเกินขีดจำกัดอย่างเห็นได้ชัด
เพียงไม่กี่สิบวินาที เขาพลันเข้าใจว่าถูกผลักโดยพลังหนึ่งไปสู่ขั้นท้ายของพลัง
ระดับนิพพาน
ในเวลาเดียวกัน พลังวิญญาณอสนีและอสนีบาตของเขารุนแรงและเกรี้ยวกราด
ลำแสงอสนีสีครามปกคลุมร่างกายขณะไขว้ในร่างกายและจุดฝังเข็ม
“ฟู่!”
จุดฝังเข็มที่ถูกผนึกก่อนหน้านี้ฝืนเปิดออกภายใต้การโน้มน้าวของจิต
วิญญาณ
พลังอสนีและอสนีบาตรุนแรงเปิดจุดฝังเข็มมากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมให้สระอสนี
เหลว
ภายในทะเลวิญญาณ พลังเยือกแข็ง พลังปฐพีและพลังวิญญาณโลหิตในโลหิต
บ้าคลั่งในเวลาเดียวกัน
ตอนนี้เอง เขาคล้ายกับเห็นอสนีสีครามบนผลึกจุดกำเนิดขนาดมหึมาที่กำลัง
สลักพลังอสนีบาตที่เขาเข้าใจ
“หวือ!”
ผังมโนทัศน์เยือกแข็งกับมโนทัศน์เยือกแข็งของจักรพรรดิน ้าแข็งในไข่มุก
กำราบจิตวิญญาณหายไป
เมื่อเขาเข้าใจว่าผังมโนทัศน์เยือกแข็งหายไป เขาพบว่าผังมโนทัศน์เยือกแข็ง
ปรากฏบนผลึกจุดกำเนิด
มันคล้ายกับหลอมรวมเข้าสู่ผลึกจุดกำเนิด
ก่อนเขาจะตอบสนอง คัมภีร์โลหิตคล้ายกับถูกคัดลอกและสลักบนผลึกจุด
กำเนิด
เขาสามารถสัมผัสสายแสงสว่างโลหิตอันคุ้นเคยจากผลึกได้
ผังและลวดลายแปลกประหลาดปรากฏบนพื้นผิว จากนั้นแช่ในผลึกจุดกำเนิด
อีกอย่าง ความลับของบันทึกศูนย์กลางแม่เหล็กคล้ายกับถูกประทับบนผลึกจุด
กำเนิดด้วยวิธีที่เขาไม่เข้าใจเช่นกัน
ขณะตกตะลึง ทะเลสาบจิตวิญญาณในจิตและพลังจิตวิญญาณที่กำลังผุดขึ้น
คล้ายกับหายไปช้า ๆ
คล้ายกับว่าผลึกจุดกำเนิดกำลังดูดซับพลังจิตวิญญาณของเขาเช่นกัน
อสนีบาตทลายสวรรค์ วิชาเยือกแข็ง บันทึกศูนย์กลางแม่เหล็ก วิชาวิญญาณ
โลหิต ทุกสิ่งที่เขาเข้าใจถูกประทับบนผลึกจุดกำเนิด
วิชาทรงพลังเหล่านี้มาจากอาณาจักรวิญญาณ มันคือเส้นทางไขว่คว้าพลัง
ของเขา
ความสามารถซ่อนเร้นสายเลือดและพลังสายเลือดในร่างกายของเขาสงบจน
ผิดปกติ
“ตูม ตูม ตูม!”
“หวือ หวือ หวือ!”
โลกจุดกำเนิดค่อย ๆ เริ่มแผ่เสียงคำรามแสบแก้วหูออกมา
อสนีบาตและอสนีคล้ายกับสร้างหมู่เมฆขณะสายลมเย็นเยือกพัดผ่านทะเลจุด
กำเนิด
ความผันแปรแปลกประหลาดเริ่มมาจากปฐพีที่ทุกคนกำลังนั่งอยู่
แม้กระทั่งพลังปีศาจหุบเหวที่ระเหยจากทะเลจุดกำเนิดคล้ายกับมีกลิ่นเลือด
เหม็นฉุน
วิชาทั้งหมดของฉินเลี่ยประทับบนผลึกจุดกำเนิดจนทำให้โลกจุดกำเนิด
เปลี่ยนแปลง
อาณาจักรลับนี้ ภายใต้อำนาจของผลึกจุดกำเนิดเปลี่ยนช้า ๆ เป็นสิ่งที่เหมาะ
กับวิชาวิญญาณของฉินเลี่ยจนควบคุมได้
โลกกว้างใหญ่และพลังปีศาจหุบเหวหนาแน่นเปลี่ยนไปช้า ๆ เช่นกัน โลกจุด
กำเนิดเริ่มสำแดงอสนีบาตและอสนี สายธารเย็นเยือกและสนามพลังแรงโน้ม
ถ่วงทรงพลัง
โลกจุดกำเนิดขนาดมหึมาเปลี่ยนไปเพราะการหลอมรวมของผังโบราณทะลวง
นภาและผลึกนั่น
และผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือฉินเลี่ย
คล้ายกับว่าโลกแปลกประหลาดนี้กำลังเปลี่ยนไปทุกนาทีตามพลัง สายเลือด
และวิชาวิญญาณของฉินเลี่ย
ทุกสิ่งปรับตัวเข้ากับร่างกายและจิตวิญญาณของฉินเลี่ยให้ดีขึ้น
ตอนที่ 1289: แท่นบูชาจิตวิญญาณชั้นที่หนึ่ง!
พลังวิญญาณจากอาณาจักรวิญญาณ พลังปีศาจหุบเหวจากหุบเหวและพลัง
ปีศาจใต้พิภพจากอาณาจักรใต้พิภพล้วนเป็นการปรากฏของพลังจักรวาล
พลังทั้งหมดต่างกันเพียงประเภทพลัง
บางครั้ง พลังต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนเป็นประเภทอื่นผ่านวิธีพิเศษได้
ในอดีต ตอนเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขาและเผ่าพันธุ์นัยน์ตาผีเคลื่อนไหวใน
อาณาจักรวิญญาณ พวกเขาสามารถเปลี่ยนพลังวิญญาณจากอาณาจักร
วิญญาณเป็นพลังปีศาจใต้พิภพผ่านแมลงเกราะปีศาจได้
คล้ายกันนั้น กล้วยไม้ชะล้างปีศาจสามารถเปลี่ยนพลังปีศาจใต้พิภพเป็นพลัง
วิญญาณได้
นี่หมายความว่าพลังต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนเป็นประเภทอื่นได้
สิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นในโลกจุดกำเนิดที่กำลังวิวัฒนาการ
พลังปีศาจหุบเหวหนาแน่นที่กำลังออกจากทะเลจุดกำเนิดเปลี่ยนไปช้า ๆ ขณะ
ส่วนใหญ่พุ่งขึ้นท้องฟ้าและให้กำเนิดอสนีบาตกับอสนี
พายุเย็นเยือกคล้ายกับถูกสร้างจากพลังปีศาจหุบเหว
ภายในปฐพี การเปลี่ยนแปลงพลังแรงโน้มถ่วงคล้ายกับเกิดขึ้นเพราะพลังปีศาจ
หุบเหวเช่นกัน
พลังปีศาจหุบเหวเหลวจากทะเลจุดกำเนิดกลายเป็นหมอกหนา จากนั้นเริ่ม
เปลี่ยนไปขณะถูกชี้นำโดยผลึกจุดกำเนิด
อสนีวูบไหวผ่านท้องฟ้า อสนีบาตคำราม สายลมเย็นเยือกดุจน ้าแข็งพัดผ่าน…
พวกชั้นสูงที่กำลังฟื้นตัวยืนอยู่ข้างทะเลจุดกำเนิดล้วนตรวจพบการ
เปลี่ยนแปลงในอาณาจักรลับ
พวกที่รู้เกี่ยวกับโลกจุดกำเนิดมากรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นเพราะ
อำนาจของฉินเลี่ยที่มีต่อผลึกนั่น
พวกเขารู้ว่าฉินเลี่ยเริ่มดูดซับผลึกจุดกำเนิด
พวกเขามองฉินเลี่ยผู้ที่ร่างกายปกคลุมไปด้วยพลังอสนี อสนีบาตและน ้าแข็ง
ขณะปลดปล่อยกลิ่นเลือดเหม็นฉุนแรงกล้าตามสัญชาตญาณ
ผังโบราณทะลวงนภาโลหิตขนาดมหึมาไม่ใช่สาเหตุของความปั่นป่วนหลังจาก
แช่สู่ก้นทะเลจุดกำเนิด
“สั่วหมู่เอ่อ เจ้าบอกว่ามันจะเผชิญกับความยากลำบากในการดูดซับผลึกจุด
กำเนิดใช่หรือไม่?” เอ้าเค่อถ่านขมวดคิ้วและถาม
“ใช่” สั่วหมู่เอ่อพยักหน้า
“ทำไมข้าไม่เห็นสัญญาณอันตรายแบบนั้นเลยล่ะ?” เอ้าเค่อถ่านมีสีหน้ามืดมน
“อาจจะเพราะ… ยังไม่ถึงเวลา” สั่วหมู่เอ่อตอบ
ดวงตาของเอ้าเค่อถ่านทอประกาย “สิ่งที่มันได้จากองค์ชายลำดับที่หนึ่งของ
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณคืออะไร? อีกอย่าง พวกเราไม่มีทางป้องกันมันไม่ให้ดูดซับ
ผลึกจุดกำเนิดเลยหรือ?”
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่ามันคือวัตถุของเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ ข้าไม่สามารถบอกเจ้า
ไปมากกว่านี้ได้” ดวงตาสีเขียวของสั่วหมู่เอ่อเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย “ระหว่าง
อยู่ขั้นตอนการดูดซับ การโจมตีใส่มันจะย้อนกลับคืนหลายเท่า เป็นระบบการ
ป้องกันธรรมชาติของโลกจุดกำเนิด คนนอกอย่างพวกเราไม่สามารถทำอะไร
ได้ ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้า เจ้าสามารถลองได้ ข้าไม่ห้ามเจ้าหรอก”
“ข้าเชื่อน่า ข้าลองแล้ว สมาชิกข้าหลายคนตาย ข้าแค่ แค่…” เอ้าเค่อถ่านกัด
ฟันและคำราม “ข้าแค่ยอมรับไม่ได้!”
“ข้าไม่คิดเลยว่าเทวภัณฑ์ของเผ่าพันธุ์พวกข้าจะอยู่ในมือมัน” สั่วหมู่เอ่อถอน
หายใจ
“ถ้ามันหลอมรวมกับผลึกจุดกำเนิด พวกเรามีหวังจะหนีรอดหรือเปล่า?” เอ้าเค่อ
ถ่านถามอย่างเคร่งขรึม
สั่วหมู่เอ่อไม่ตอบทันที เขาเงียบราวกับกำลังคิดหาทุกวิถีทางในการรอดชีวิต
ผ่านไปเนิ่นนาน สั่วหมู่เอ่อกล่าวว่า “ถ้าเจ้าและข้ายอมแต่ตอนนี้แล้วออกก่อน
มันจะหลอมรวมผลึกจุดกำเนิดเสร็จ ยังพอมีโอกาส”
ขณะนิ่งไป เขาเสริมว่า “นี่คือโอกาสเดียวของพวกเรา ส่วนสิ่งที่ต้องจ่ายคือ…”
“คืออะไร!?” เอ้าเค่อถ่านตะโกน
สายตามืดมนของสั่วหมู่เอ่อจับจ้องสมาชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ เขากุมศีรษะและ
กล่าวว่า “ข้าต้องการจิตวิญญาณมีชีวิตเป็นเครื่องสังเวยเพื่อหาตำแหน่ง
หลังจากเข้าไปในหลุมดำแห่งความตายที่เจ้าสร้างด้วยพลังสายเลือด”
“ความตายสมาชิกตระกูลข้าคือสิ่งที่ต้องจ่ายหรือ?!” เอ้าเค่อถ่านถามเสียงดัง
สั่วหมู่เอ่อพยักหน้าช้า ๆ “นี่คือวิธีเดียวที่ข้าสามารถคิดออกได้ อีกอย่าง พวก
เราต้องออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทันทีที่มันทำสำเร็จและบรรทัดฐานต่าง
มิติของอาณาจักรนี้เปลี่ยนไปเหมาะกับความเข้าใจของมัน วิธีนี้จะเป็นไปไม่ได้
อีกต่อไป”
“เจ้าบอกว่ามันจะเผชิญกับอันตรายในขั้นตอนการดูดซึมไม่ใช่หรือ?” เอ้าเค่อ
ถ่านข่มความโกรธและกล่าว
“มีความเป็นไปได้ แต่อาณาจักรนี้กำลังเปลี่ยนไปตามที่มันต้องการแล้ว ข้า
สงสัยว่า… มันผ่านขั้นตอนอันตรายไปแล้ว” สั่วหมู่เอ่อถอนหายใจและกล่าวว่า
“เทวภัณฑ์ของเผ่าพันธุ์พวกข้าชิ้นนั้นน่าจะหลอมรวมกับมันไปแล้ว ถ้าเป็น
เช่นนั้น มันจะช่วยให้รอดพ้นจากอันตรายของโลกจุดกำเนิดนี้ มันจะต้องข้าม
ผ่านไปได้แน่นอน…”
“แสดงว่าความหวังพวกข้าริบหรี่งั้นหรือ?” เอ้าเค่อถ่านสูดหายใจเข้าลึก ๆ
สั่วหมู่เอ่อพยักหน้าอีกครั้งและกล่าวว่า “ถ้าเจ้าสามารถกลับไปก่อนได้
ตระกูลไซ่ตัวลี่ซือสามารถเตรียมตัวและไปจากอาณาจักรของเผ่าพันธุ์
วิญญาณก่อนสมาชิกผู้จงรักภักดีต่อเซินหลานจะโจมตีเจ้า ตระกูลเจ้าอาจจะ
รอดไปได้”
เอ้าเค่อถ่านสั่นเทิ้ม
ตอนนี้เอง ผลึกขนาดมหึมาลอยออกจากทะเลจุดกำเนิดช้า ๆ
ผลึกใหญ่หลายพันเมตร มันโปร่งแสงและวูบไหวด้วยแสงสว่างบริสุทธิ์
ภายในผลึก ผังโบราณทะลวงนภาคล้ายกับหายไป
ลวดลายอสนี เส้นสายธารเย็นเยือกและลวดลายของปฐพีจำนวนมากปรากฏ
จากผลึกนั่นเป็นครั้งคราว
“ผลึกจุดกำเนิด!”
เหล่าอัจฉริยะล้วนซีดเผือดและกรีดร้อง
สายตาของทุกคนจับจ้องที่ผลึกขนาดมหึมานั่น
มันลอยเข้าใกล้ฉินเลี่ยช้า ๆ
จากนั้น มันเริ่มหดลงอย่างรุนแรงจนกระทั่งเหลือขนาดเท่าเสื่อภาวนา
ฉินเลี่ยนั่งลง พลังวิญญาณอสนี อสนีบาต น ้าแข็ง ปฐพีและโลหิต รวมถึงสาย
จิตวิญญาณถูกดูดเข้าสู่ผลึกจุดกำเนิด
ฉินเลี่ยเหมือนกับต้นไม้ ผลึกจุดกำเนิดคือรากของเขา
“เขา… กำลังสร้างแท่นบูชาจิตวิญญาณงั้นหรือ?”
หลิงเฟิงพึมพำใต้จมูกโดยไม่รู้ตัว
หลิงเสวียนซวน เกาอวี้และคนอื่นสั่นเทิ้ม
ผลึกขนาดมหึมาสนับสนุนฉินเลี่ยคล้ายแท่นดอกบัว นี่มันเหมือนกับสิ่งที่ยอด
ฝีมือแท่นบูชาจิตวิญญาณจากอาณาจักรวิญญาณมีไม่ใช่หรือ?
ภาพนี้คือการที่ฉินเลี่ยใช้วิชาลับหลอมรวมผลึกจุดกำเนิดเป็นแท่นบูชาจิต
วิญญาณชั้นที่หนึ่ง
หลังเสร็จสิ้น ฉินเลี่ยจะเข้าสู่ขั้นต้นของพลังระดับอมตะ เป็นยอดฝีมือแท่นบูชา
จิตวิญญาณหนึ่งชั้น
ตอนที่ 1290: จุดจบปลายทาง
ฉินเลี่ยนั่งบนผลึกจุดก ำเนิดด้วยหัวใจสะอำดและสีหน้ำสงบสุข
กลุ่มพลังจิตวิญญำณลอยลงทะเลสำบจิตวิญญำณขณะเข้ำสู่ผลึกด้ำนล่ำง
ทะเลสำบจิตวิญญำณค่อย ๆ เหือดแห้งหลำยเท่ำ…
แต่ไม่เพียงแค่เขำดูไม่หวำดกลัวเท่ำนั้น ดวงตำของเขำทอประกำยเจิดจ้ำ
รอยยิ้มเล็ก ๆ ขับเน้นรูปลักษณ์ให้ดูเด่นสง่ำ
ยังไงซะ กำรเปลี่ยนแปลงรำกฐำนใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นเมื่อผู้ฝึกยุทธ์เลื่อนขั้นจำก
พลังระดับนิพพำนสู่พลังระดับอมตะคือกำรแทนที่ทะเลสำบจิตวิญญำณด้วย
แท่นบูชำจิตวิญญำณ!
ควำมจริงที่พลังจิตวิญญำณของทะเลสำบจิตวิญญำณของเขำก ำลังหลอมรวม
กับผลึกจุดก ำเนิดเบื้องล่ำงคือสัญญำณว่ำแท่นบูชำจิตวิญญำณของเขำก ำลัง
ก่อตัว
กำรยอมรับพลังและพลังวิญญำณอสนี ปฐพี โลหิตและอื่น ๆ ของเขำคล้ำยกับ
เปลี่ยนเครือข่ำยโลกที่มองไม่เห็นให้ฉำยบนผลึกจุดก ำเนิด
ฉินเลี่ยรู้สึกว่ำเขำก ำลังกลำยเป็นหนึ่งเดียวกับผลึกจุดก ำเนิดเบื้องล่ำง ในเวลำ
เดียวกัน ควำมคิดฉับพลันค่อย ๆ เข้ำสู่จิตใจ
“หวือ!”
ผลึกโปร่งแสงพลันพุ่งออกจำกใต้เท้ำขณะหดตัวตรงหน้ำอกอย่ำงต่อเนื่อง
หลำยวินำทีต่อมำ ผลึกที่มีขนำดเท่ำแท่นดอกบัวก่อนหน้ำนี้มีขนำดเล็กเท่ำเล็บ
มือ
มีผลึกจุดก ำเนิดขนำดเล็กสะท้อนแสงสีขำวร้อนผ่ำนเนื้อและเข้ำสู่จิตใจ
หลังจำกนั้น ผลึกจุดก ำเนิดปรำกฏภำยในจิตวิญญำณตระหนักรู้
“แคร้ก!”
ผลึกจุดก ำเนิดโป่งพองในอัตรำรวดเร็วหลังจำกเกิดเสียงร้ำวของอสนี
ผลึกจุดก ำเนิดขนำดเท่ำเล็บมือขยำยใหญ่เท่ำสนำมหนึ่งพันเอเคอร์ภำยในจิต
วิญญำณตระหนักรู้เพียงพริบตำ
กำรตอบสนองแปลกประหลำดนับไม่ถ้วนทอประกำยภำยในผลึกจุดก ำเนิด
ขนำดมหึมำ
ก่อนฉินเลี่ยจะทันตอบสนอง จิตวิญญำณแท้จริงของเขำถูกดึงออกจำก
ทะเลสำบจิตวิญญำณและเข้ำสู่ผลึก
พลังและพลังจิตวิญญำณที่ไหลเข้ำสู่ผลึกก่อนหน้ำนี้สร้ำงกำรเชื่อมต่อด้วยจิต
วิญญำณแท้จริงทันที
ฉับพลัน เขำรู้สึกเหมือนกับจิตวิญญำณแท้จริงยังกองอยู่ภำยในทะเลสำบจิต
วิญญำณอย่ำงสะดวกสบำยและสงบสุข
อสนีวูบไหวภำยในจิตวิญญำณตระหนักรู้กว้ำงใหญ่เป็นครั้งครำว เมื่อจิต
วิญญำณแท้จริงของฉินเลี่ยเข้ำสู่ผลึกจุดก ำเนิด กำรเปลี่ยนแปลงของผลึกเป็น
แท่นบูชำจิตวิญญำณเริ่มขึ้นอย่ำงเป็นทำงกำร
ด้วยผลึกจุดก ำเนิดเป็นรำกฐำน แท่นบูชำจิตวิญญำณที่สร้ำงจำกผังวิญญำณ
โบรำณทะลวงนภำ พลัง วิชำวิญญำณ พลังจิตวิญญำณและจิตวิญญำณ
แท้จริงก ำลังก่อตัวขึ้นช้ำ ๆ
เขำยังรู้สึกเหมือนกับจิตวิญญำณแท้จริงก ำลังเป็นหนึ่งเดียวกับโลกจุดก ำเนิด
ควำมจริง โลกจุดก ำเนิดรู้สึกเหมือนกับเป็นภำพโลกเปลวเพลิงขนำดใหญ่ไม่มี
สิ้นสุด
มันเกือบเหมือนกับเขำกลำยเป็นหนึ่งเดียวและเป็นเทพของโลกจุดก ำเนิดหำก
สร้ำงแท่นบูชำจิตวิญญำณส ำเร็จ!
สำยเลือดวิญญำณปีศำจแปดตำหมุนวนไม่อยู่สุข คล้ำยกับว่ำเขำสำมำรถสร้ำง
กำรเชื่อมต่อกับโลกภำยนอกได้แล้ว
ไม่มีอุปสรรคระหว่ำงจิตวิญญำณหลักและร่ำงจ ำแลงสัตว์ร้ำยจิตวิญญำณอีก
แล้ว
เมื่อเวลำผ่ำนไป ควำมรู้สึกที่ทั่วโลกอยู่ภำยในเงื้อมมือของเขำปรำกฏจำก
ภำยในจิตวิญญำณแท้จริงช้ำ ๆ
“เปรี้ยะ! เปรี้ยะ!”
อสนีและพลังต่ำงมิติแยกออกจำกเหนือศีรษะเป็นครั้งครำว
ประตูต่ำงมิติก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะตำมที่เขำต้องกำร
สมำชิกเผ่ำพันธุ์เทพ ปีศำจหุบเหว เผ่ำพันธุ์วิญญำณ เผ่ำพันธุ์กระดูกและ
เผ่ำพันธุ์มีปีกล้วนจ้องมองเขำด้วยควำมประหลำดใจ
ตอนนี้เองสมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือพลันค ำรำมด้วยควำมเจ็บปวด
ควำมปั่นป่วนที่พวกเขำก่อขึ้นดึงดูดทุกคน
ฉับพลัน เปลวไฟภูตผีปรำกฏภำยในดวงตำพวกเขำ
พวกเขำล้วนก ำลังตำยคนแล้วคนเล่ำ แต่ตอนนั้นเอง สั่วหมู่เอ่อก ำลังดึงจิต
วิญญำณพวกเขำด้วยสำยจิตวิญญำณสีเขียวที่ดูเหมือนอสรพิษชื้นแชะ
แสงสว่ำงหำยไปจำกดวงตำที่หดลงของสมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือคนแล้วคนเล่ำ
พวกเขำกุมศีรษะและกรีดร้องอย่ำงเจ็บปวด แต่ไม่มีสิ่งใดที่พวกเขำสำมำรถ
หยุดขั้นตอนดังกล่ำวได้
พวกเขำล้วนจ้องมองเอ้ำเค่อถ่ำน
เอ้ำเค่อถ่ำนหันกลับไปมองพวกเขำขณะปลดปล่อยพลังต่ำงมิติจำกหน้ำอก
ออกมำเพื่อกดดันพวกเขำอย่ำงรุนแรง
จุดสีด ำขนำดเท่ำเมล็ดข้ำวก่อตัวขึ้นขณะถ่ำยพลังสำยเลือดเข้ำไป
มิติรอบเขำคล้ำยกับก ำลังก่อตัวและพังทลำยอย่ำงรวดเร็ว จุดสีด ำคล้ำยกับ
สำมำรถดึงพลังได้ทั้งหมด
“หลุมด ำแห่งควำมตำย!” เซียนน่ำอุทำน
“หวือ!”
จิตวิญญำณของสั่วหมู่เอ่อพุ่งออกจำกร่ำงกำยขณะยึดครองและสร้ำงเปลว
เพลิงจิตวิญญำณสีเขียว
จิตวิญญำณบริสุทธิ์ที่เขำฝืนดึงออกจำกร่ำงของสมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือไหล
เข้ำสู่หลุมด ำแห่งควำมตำยที่เอ้ำเค่อถ่ำนสร้ำงขึ้นมำ
เอ้ำเค่อถ่ำนมองขึ้นไปขณะจ้องมองเซินหลำนทันที จำกนั้น เขำจ้องมองฉินเลี่ย
อย่ำงเกลียดชังก่อนเปลี่ยนเป็นล ำแสงเข้ำสู่หลุมด ำที่ก ำลังก่อตัว
เปลวเพลิงจิตวิญญำณสีเขียวของสั่วหมู่เอ่ออยู่ด้ำนหลังเขำ
หลุมด ำแปลกประหลำดยังคงบิดเบี้ยวและดูดพลังต่ำง ๆ เข้ำไปแม้ผู้สร้ำงจะ
หำยไปแล้ว จำกนั้น แรงระเบิดน่ำหวำดกลัวดังก้องจำกภำยในหลุมด ำ
ก่อนหลุมด ำแห่งควำมตำยจะหำยไป เสียงกรีดร้องโหยหวนที่เป็นของเอ้ำเค่อ
ถ่ำนและเสียงร้องจิตวิญญำณอันเจ็บปวดที่เป็นของสั่วหมู่เอ่อดังขึ้น
เสียงเหมือนกับพวกเขำได้รับบำดแผลสำหัสจ ำนวนมำกหลังจำกถูกกินโดย
หลุมด ำ
“ปัง!”
หลุมด ำพลันหำยไปจนไม่เหลืออะไร
“มันเพิ่ง… ฆ่ำตัวตำยหรือ?” ซือถ่ำนข่ำจำกเผ่ำพันธุ์มีปีกถำมอย่ำงประหลำดใจ
และตกตะลึง “หลุมด ำที่ขยำยตัวและระเบิดออกสำมำรถก ำจัดสิ่งมีชีวิตทั้งหมด
ได้ อย่ำว่ำแต่พวกมันเลย แม้แต่นักรบสำยเลือดระดับที่เก้ำหรือสิบก็ไม่สำมำรถ
รอดจำกแรงระเบิดนั่นได้หรอก”
“เอ้ำเค่อถ่ำนต้องบ้ำไปแล้วแน่ ๆ” เซียนน่ำเสริมอย่ำงเห็นด้วย
“ดูท่ำมันอยำกฆ่ำตัวตำยจริง ๆ” ชำเลี่ยเย้ยหยัน
“นั่นไม่ถูกต้องนะ” เซินหลำนส่ำยหน้ำเล็กน้อยก่อนอธิบำยว่ำ “ดูท่ำสั่วหมู่เอ่อ
สร้ำงประตูไปรอยแยกต่ำงมิติที่ไม่รู้จักเพื่อน ำเอ้ำเค่อถ่ำนออกไปก่อนหลุมด ำ
ระเบิด ด้วยเหตุนี้มันต้องใช้จิตวิญญำณบริสุทธิ์ของสมำชิกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือ
พวกมันอำจจะท่องอยู่ในกระแสมิติโกลำหลที่ใดสักแห่งสักพัก แต่… มีโอกำสที่
พวกมันอำจจะรอดสถำนกำรณ์นี้ไปได้”
ทุกคนตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนี้
“ว่ำไงนะ พวกมันเจอขนำดนี้อำจจะรอดอีกหรือ?” ซือถ่ำนข่ำถำมเสียงหนัก
“มีควำมเป็นไปได้แน่นอน” เซินหลำนกล่ำว
ชำเลี่ยพ่นลมออกจมูกเย็นชำ “มันพยำยำมฆ่ำเจ้ำไม่ใช่หรือ? ถ้ำเจ้ำปล่อยให้
มันรอดไปได้ มันจะถูกล่ำทั่วเผ่ำพันธุ์วิญญำณต่อให้หนีไปที่ใดสักแห่งใช่ไหม
ล่ะ?”
“ควำมพยำยำมสังหำรนำยหญิงของพวกมันไม่ต่ำงกับกำรทรยศทั้งเผ่ำพันธุ์
วิญญำณ! พวกเรำจะก ำจัดตระกูลไซ่ตัวลี่ซือให้สิ้น!” เซียนน่ำประกำศเสียง
แหบ
“จะไม่มีสมำชิกจำกตระกูลไซ่ตัวลี่ซือสักคนที่รอดชีวิตไปได้!” กลุ่มเผ่ำพันธุ์
วิญญำณที่เหลือตะโกน
“เปรี้ยะ!”
แสงอสนีเริ่มบรรจบกันที่จุดหนึ่ง
พวกมันกลำยเป็นประตูดำรำส่องแสงข้ำงกำนชิงช้ำ ๆ
กำนชิงประหลำดใจกับประตู เมื่อเขำหันไปมองฉินเลี่ยโดยไม่รู้ตัว เขำพบว่ำ
ดวงตำอีกฝ่ำยยังหลับอยู่
“นั่นมันหุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์!” หลิวยั่งยินดี
กำนชิงช ำเลืองมองประตูดำรำอีกครั้ง ท้ำยที่สุดเข้ำใจว่ำเกิดอะไรขึ้น เขำกล่ำว
ด้วยสีหน้ำซับซ้อนว่ำ “ฉินเลี่ยก ำลังบอกให้พวกเรำไป”
“ข้ำเข้ำใจ” หลิวยั่งถอนหำยใจอย่ำงเงียบงัน
“ไปเถอะ ไม่มีเหตุผลต้องอยู่ที่นี่อีกแล้ว” หมิงซวี่กล่ำวอย่ำงเฉยชำ
สมำชิกเผ่ำพันธุ์เทพที่เหลือยืนขึ้นขณะยื่นมือช่วยชำงเยี่ยและเห่ำเจี๋ย จำกนั้น
พวกเขำก้ำวเข้ำไปในประตูดำรำที่น ำโดยหมิงซวี่และกำนชิง
ไม่นำนนักก่อนสมำชิกเผ่ำพันธุ์เทพจะหำยไป
ภำยในประตูดำรำเปลี่ยนไปก่อนจะขยับเข้ำหำตี๋เจียปละสมำชิกตระกูลหลิงด้วย
ตัวเอง
อีนั่วซือช ำเลืองมองประตูดำรำก่อนอุทำนว่ำ “หุบเหวร้ำงเยือกแข็ง!”
ในเวลำเดียวกัน หลิงอวี้ฉีเดินออกจำกสุดขอบทะเลจุดก ำเนิดขณะช ำเลืองมอง
ประตูดำรำเช่นกัน นำงเข้ำใจเหมือนกันเมื่อเห็นเสำน ้ำแข็งที่อีกฝั่งของประตู
นำงครุ่นคิดสักพักก่อนกล่ำวว่ำ “ถ้ำเจ้ำอยำกรอดออกจำกที่นี่ เจ้ำควรไปหุบ
เหวร้ำงเยือกแข็งก่อนย้ำยไปชั้นหุบเหวที่เลือกสินะ”
“ข้ำว่ำทำงเลือกพวกเรำเหลือแค่นั้นแล้วล่ะ” ตี๋เจียยิ้มบิดเบี้ยว
ปีศำจหุบเหวที่รอดชีวิตออกจำกโลกจุดก ำเนิดผ่ำนประตูที่ฉินเลี่ยจงใจเปิดให้
พวกเขำภำยใต้ค ำสั่งของหลิงอวี้ฉีและตี๋เจีย
ไม่นำนนัก ปีศำจหุบเหวระดับสูงหำยไปหมดเช่นกัน
“แล้วพวกเรำล่ะ พี่สำว” หลิงเสวียนซวนถำม
“พวกเรำควรไปเช่นกัน อีกนำนกว่ำฉินเลี่ยจะขัดเกลำผลึกจุดก ำเนิดให้เป็น
แท่นบูชำจิตวิญญำณเสร็จ บอกไม่ได้หรอกว่ำอำจจะเกิดอะไรขึ้นในโลกจุด
ก ำเนิดตอนนี้” หลิงอวี้ฉีกล่ำว
“อำ ได้” หลิงเสวียนพยักหน้ำ
“พวกเจ้ำที่เหลือควรไปหุบเหวร้ำงเยือกแข็งเช่นกัน” หลิงอวี้ฉีพลันมองเซิน
หลำนก่อนกล่ำวว่ำ “เขำท ำได้เพียงเชื่อมต่อหุบเหวร้ำงเยือกแข็งและหุบเหว
เพลิงบรรลัยกัลป์เท่ำนั้น เขำไม่สำมำรถส่งพวกเจ้ำไปอำณำจักรอื่นได้”
“ไม่ พวกข้ำไม่ไปหุบเหวร้ำงเยือกแข็ง” เซินหลำนส่งยิ้มให้หลิงอวี้ฉีก่อนกล่ำว
ต่อว่ำ “ข้ำรู้ว่ำมีอีกที่ที่เขำสำมำรถส่งพวกข้ำไปได้”
“ที่ไหน?” หลิงอวี้ฉีถำมด้วยควำมประหลำดใจ
“อำณำจักรวิญญำณ” เซินหลำนตอบ
หลิงอวี้ฉีสั่นเทิ้มก่อนถำมว่ำ “เจ้ำเป็นใครกันแน่?!”
“ลองถำมเขำเมื่อเป็นอิสระในอนำคตแล้ว”
เซินหลำนครุ่นคิดสักพักก่อนเสริมอย่ำงจริงจังว่ำ “ตัวตนของข้ำซับซ้อน
เล็กน้อย ดังนั้นข้ำกังวลว่ำสุดยอดใต้เท้ำทั้งหุบเหวเพลิงบรรลัยกัลป์หรือหุบเหว
ร้ำงเยือกแข็งอำจจะสร้ำงปัญหำได้หำกข้ำไป”
นำงคือเมล็ดพันธุ์วิญญำณที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ำพันธุ์วิญญำณ ถ้ำนำง
ปรำกฏตัวที่หุบเหวร้ำงเยือกแข็งอย่ำงบุ่มบ่ำม ถ้ำอีนั่วซือเปิดเผยตัวตนของนำง
สุดยอดใต้เท้ำหุบเหวร้ำงเยือกแข็งอำจจะลงมือจัดกำรนำงทันที
นำงจะไม่สำมำรถกลับเผ่ำพันธุ์วิญญำณผ่ำนเส้นทำงหุบเหวได้หำกเป็นเช่นนั้น
นำงไม่มีทำงเลือกนอกจำกลงมือด้วยควำมระมัดระวังยิ่ง