Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1314: อาณาเขตคุนหวน
ตามความรู้ของฉินเลี่ย พลังระดับต้นกำเนิดคือขีดจำกัดสุดท้ายของระบบการ
ฝึกฝนเผ่าพันธุ์มนุษย์
ส่วนเผ่าพันธุ์ผู้มีระบบการฝึกฝนยึดตามระดับสายเลือด ระดับที่สิบคือขีดจำกัด
สุดท้ายพวกเขา นี่รวมถึงเผ่าพันธุ์อย่างเผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์วิญญาณ
เผ่าพันธุ์ปีศาจหุบเหวหรือเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
พลังระดับต้นกำเนิด สายเลือดระดับที่สิบ พวกมันคือตัวแทนจุดสูงสุดของสอง
ระบบการฝึกฝนที่ต่างกัน!
ไม่มีทางที่ยอดฝีมือมนุษย์จะเหนือกว่าพลังระดับต้นกำเนิดในประวัติศาสตร์ของ
เผ่าพันธุ์มนุษย์ เช่นเดียวกัน ไม่มีมังกร อสูร สัตว์ร้ายโบราณและอื่น ๆ ที่
เหนือกว่าสายเลือดระดับที่สิบและเข้าถึงระดับต่อไปของพลัง
ความจริง อย่าว่าแต่ร้อยเผ่าพันธุ์เลย ไม่มีใครทั่วดาราจักรที่พบหนทาง
เหนือกว่าพลังระดับต้นกำเนิดหรือสายเลือดระดับที่สิบ
ด้วยเหตุนี้ฉินเลี่ยตกตะลึงเมื่อเฉินหลินบอกเขาเกี่ยวกับข่าวลือเรื่องสุดยอด
ความลับที่เหนือกว่าพลังระดับต้นกำเนิดและสายเลือดระดับที่สิบอยู่ที่โลกเงา
ทมิฬ
“ไม่สงสัย ไม่สงสัยเลยที่สหายเหล่านั้นยังคงเดินทางไปโลกเงาทมิฬแม้จะรู้ว่า
เป็นสถานที่อันตรายแค่ไหน เป็นเช่นนี้เอง” ฉินเลี่ยพึมพำกับตัวเอง
ดวงตาของโหมวหยีซือทอประกาย “ข่าวลือนี้มาจากไหน?”
เฉินหลินส่ายหน้า “ไม่มีใครรู้”
“พ่อข้าเป็นเพียงยอดฝีมือคนเดียวที่กลับมาจากโลกเงาทมิฬ งั้น… ท่านคิด
เกี่ยวกับข่าวลือนั่นอย่างไร?” ฉินเลี่ยพลันถาม
จนถึงตอนนี้ ฉินเฮ่าคือยอดฝีมือคนเดียวที่หาทางกลับมาจากโลกเงาทมิฬได้
นี่หมายความว่าฉินเฮ่าจะต้องพบบางสิ่งที่ต่างจากคนก่อน ๆ บางที… เขาอาจจะ
ถึงขั้นพบความลับบางอย่างก็ได้
“ท่านน่าจะถามเรื่องนี้กับหัวหน้าเองเมื่อพบกันในอนาคต” เฉินหลินตอบอย่าง
สงบ
ฉินเลี่ยประหลาดใจกับเรื่องนี้
“พ่อท่านเพียงบอกอดีตหัวหน้าเกี่ยวกับประสบการณ์ในโลกเงาทมิฬ ไม่มีคน
อื่นรู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง” เฉินหลินอธิบาย
ฉินเลี่ยพยักหน้า “เข้าใจแล้ว”
“ไฉเหวินเหอคนนั้นเพิ่งหนีไปหรือ?” เฉินหลินพลันเปลี่ยนเรื่อง
“อืม” ฉินเลี่ยตอบก่อนขมวดคิ้ว “มันอาจจะกลับอาณาเขตคุนหวน เพราะบรรพ
บุรุษกิ้งก่าทำลายทางเข้าอาณาจักร หกกองกำลังไม่มีทางเลือกนอกจากอ้อม
ผ่านอาณาเขตคุนหวนก่อนเข้าอาณาจักรโป๋หลัว”
“ไม่ พวกมันไม่สามารถพึ่งอาณาเขตคุนหวนได้อีกแล้ว” เฉินหลินส่ายหน้า
“โห?” ฉินเลี่ยไม่เข้าใจว่าเฉินหลินหมายความว่าอะไร
เฉินหลินยิ้มเจื่อนก่อนกล่าวว่า “มากับข้า”
เส้นทางต่างมิติด้านหลังเฉินหลินพลันส่องแสงสดใสและเจิดจ้า
ชายคนนั้นนำทางขณะผ่านเส้นทางต่างมิติก่อน
ฉินเลี่ยและโหมวหยีซือสบตากัน แต่ไม่ลังเลมากนัก ไม่ช้าพวกเขาตามหลังเฉิน
หลิน
เมื่อฉินเลี่ยและโหมวหยีซือไปถึงปลายทางเส้นทางต่างมิติสุกใส พวกเขาพบว่า
กำลังยืนอยู่ในโลกที่ไม่มีดวงอาทิตย์ มีแต่ดวงดาวไม่มีสิ้นสุด
พวกมันปรากฏขึ้นในท้องฟ้า ป่ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตายื่นไปไกลจากเบื้อง
ล่าง เมื่อฉินเลี่ยมองไกลออกไป เขาพบว่ามีเมืองขนาดใหญ่อยู่ห่างจากพวก
เขาราวหลายหมื่นเมตร
แต่ว่า เมืองพังพินาศ ย่อยยับและเต็มไปด้วยเถ้าถ่าน
แท่นบูชาจิตวิญญาณเจ็ดชั้นหลากสีสันลอยเหนือเมือง คนคนหนึ่งกำลังนั่งบน
แท่นบูชาจิตวิญญาณขณะสั่งผู้ฝึกยุทธ์บนพื้นดินด้านล่าง
“พวกเรามาถึงอาณาเขตคุนหวนแล้ว!” โหมวหยีซืออุทาน
หลังจากหวาดกลัว ฉินเลี่ยชำเลืองมองเฉินหลินโดยไม่รู้ตัวก่อนถามว่า “อาเฉิน
นี่มัน…?”
เฉินหลินกล่าวอย่างสงบว่า “ใช่ พวกข้ายึดอาณาเขตคุนหวนแล้ว พวกข้า
เปลี่ยนจุดหมายของทางเข้าอาณาจักรที่นี่จากสำนักหวนคืนชาติภพเป็น
อาณาจักรโป๋หลัว ถ้าสำนักหวนคืนชาติภพและหกกองกำลังใหญ่ที่เหลืออยาก
เข้าอาณาเขตคุนหวนอีกครั้ง พวกมันจะต้องพบกับการเดินทางยาวนานผ่าน
มิติเลยล่ะ”
หลังจากนิ่งไป เขากล่าวต่อว่า “แต่… ข้าสงสัยว่าพวกมันจะมีพลังให้ทำแบบนั้น
หรือเปล่า”
แม้กระทั่งฉินเลี่ยยังประหลาดใจขณะถามว่า “หมายความว่าตอนนี้อาณาจักร
โป๋หลัวปลอดภัยแล้วหรือ?”
เฉินหลินยิ้มและหรี่ตา “อาจจะไม่นานก่อนท่านและคนของท่านจะกลับมา
เหยียบบนดินแดนแห่งความโกลาหลได้อีกครั้ง”
“อา!” ความทึ่งของฉินเลี่ยทวีคูณทันที
เฉินหลินกล่าวอย่างจริงจังว่า “ตั้งแต่นี้ไป พวกข้าอาจจะกลับอาณาจักร
วิญญาณช้า ๆ พวกข้าไม่ต้องซ่อนตัวอีกแล้ว”
โหมวหยีซือสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนพลันถามว่า “เขา… สร้างแท่นบูชาจิต
วิญญาณเก้าชั้นสำเร็จแล้วหรือ?”
“ใช่แล้ว” เฉินหลินตอบอย่างจริงจัง
ฉินเลี่ยสั่นสะท้าน บทสนทนาคร่าว ๆ ระหว่างเฉินหลินและโหมวหยีซือคือสิ่งที่
ทำให้เขารู้ว่า “เขา” ที่พวกเขากำลังพูดถึงคือพ่อของเขาและเป็นหัวหน้าคน
ปัจจุบันของตระกูลฉิน ฉินเฮ่า
“ไม่สงสัยเลย” โหมวหยีซือพยักหน้า “ถ้าเขามีแท่นบูชาจิตวิญญาณเก้าชั้น
เมื่อสามร้อยปีก่อน สวรรค์ชั้นเก้าจะถูกทำลายตั้งแต่การโจมตีครั้งแรกไปแล้ว
ตระกูลฉินอาจจะไม่แพ้สงครามกับหกกองกำลังใหญ่เช่นกัน”
“ไม่เพียงแค่เขาสร้างแท่นบูชาจิตวิญญาณที่พังทลายได้ในเวลาแค่สามร้อยปี
เท่านั้น เขาถึงขั้นหาทางสร้างชั้นที่เก้าของแท่นบูชาจิตวิญญาณได้อีกด้วย…”
โหมวหยีซือถอนหายใจก่อนกล่าวต่อว่า “ไม่สงสัยเลยว่าตระกูลฉินถึงไม่
หวาดกลัว”
เฉินหลินยิ้มเจื่อนก่อนกล่าวว่า “ช่างเรื่องไฉเหวินเหอเถอะ เป็นไปได้ที่จะ
เคลื่อนย้ายพริบตาไปบ้านเกิดของเผ่าพันธุ์กิ้งก่าโดยใช้ทางเข้าอาณาจักรของ
อาณาเขตคุนหวน เช่นนั้นมากวาดล้างบรรพบุรุษกิ้งก่าและผู้ฝึกยุทธ์ที่พยายาม
หาทางไปอาณาจักรโป๋หลัวเถอะ”
“นี่คือทางเข้าอาณาจักรแบบเดียวกับที่ไฉเหวินเหอใช้มาเยือนบ้านเกิดของ
เผ่าพันธุ์กิ้งก่า ข้าไม่คิดว่าพวกมันรู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับอาณาเขตคุนหวน”
เฉินหลินนำทางไปเมืองขณะพูด
ฉินเลี่ยและโหมวหยีซือไม่ลังเลที่จะตามเฉินหลิน ไม่กี่วินาทีต่อมา พวกเขา
มาถึงเมืองที่เสียหายจากการต่อสู้
“ท่านไปไหนมา หัวหน้าเฉิน” ยอดฝีมือที่นั่งบนแท่นบูชาจิตวิญญาณเจ็ดชั้น
ทักทายด้วยเสียงหยาบกร้านทันที “ข้ากำลังจะมุ่งหน้าไปเผ่าพันธุ์กิ้งก่าเพื่อ
สอนบทเรียนให้กิ้งก่าเฒ่าผู้โง่เขลาเองหากท่านยังมาช้ากว่านี้”
“หือ! เจ้านี่เอง เสี่ยวโหมว!”
ชายคนนั้นอุทานด้วยความประหลาดใจอีกครั้งเมื่อเห็นโหมวหยีซือ
แต่ว่า เขาไม่ตอบสนองกับฉินเลี่ยที่กำลังยืนข้างโหมวหยีซือเลย เขาไม่คล้าย
กับจำอีกฝ่ายได้
เฉินหลินมีสีหน้าจริงจังขณะชี้ไปที่ฉินเลี่ย “ตาเฒ่าตัน คนที่อยู่ตรงนี้คือนาย
น้อยพวกเรา”
ยอดฝีมือแท่นบูชาจิตวิญญาณเจ็ดชั้นหันหน้ามามองฉินเลี่ยทันที แต่ว่า เขา
ส่ายหน้าทันทีและกล่าวว่า “นี่ไม่ตลกเลยนะ หัวหน้าเฉิน เขา เขาน่ะ…”
เขาไม่สามารถหาคำพูดมาบรรยายความสับสนได้สักพัก ท้ายที่สุด เขากล่าว
ว่า “เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ไม่ใช่หรือ?”
“ออใช่ ข้าลืมบอกเจ้าไปเลย ที่อยู่ตรงนี้คือร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณของ
นายน้อยพวกเรา” เฉินหลินตบศีรษะอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง
“หา!”