Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1350: ข้อตกลง
ขณะฉินเลี่ยค่อย ๆ ต่อความทรงจำที่สับสนวุ่นวายเข้าด้วยกัน ความลึกลับที่
เคยทำให้เขาสับสนหลุดออกไปทีละน้อย
นั่นเพราะต้นไม้จิตวิญญาณของจิตวิญญาณย่อยที่กำลังมอบความจริงให้เขา
นั้นคือมรดกต้นกำเนิดจิตวิญญาณ
ในที่สุดเขาก็รู้ว่ามรดกต้นกำเนิดจิตวิญญาณคืออะไร รวมถึงวิธีก้าวข้ามสอง
รุ่นและหยั่งรากในจิตวิญญาณหลังจากการตายขององค์ชายลำดับที่หนึ่ง
น่าเสียดาย จิตวิญญาณดวงแรกของเขาไม่ได้รับมรดกต้นกำเนิดจิตวิญญาณ
ด้วยเหตุนี้ไข่มุกกำราบจิตวิญญาณจึงไม่เคยสำแดงพลัง
มันไม่สำแดงพลังจนกระทั่งจิตวิญญาณดวงแรกตาย เขาที่มีจิตวิญญาณ
เหมาะสมกับไข่มุกกำราบจิตวิญญาณอย่างแท้จริงตื่นขึ้นจากการหลับใหลได้
ปลดปล่อยพลังแท้จริงและ “ถูกชุบชีวิต” จากความตายในที่สุด
เขาค้นพบความพิเศษของตัวเองช้า ๆ ขณะกรองความทรงจำและความคิด
ขณะเดียวกัน สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณนามเหมยเอ้าในร่างต้นไม้จิต
วิญญาณยังคงจ้องมองฉินเลี่ยด้วยความประหลาดใจ
“เหอะเหอะ เจ้าไม่เชื่อข้าอย่างนั้นหรือ?” ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณของ
ฉินเลี่ยหัวเราะแปลกประหลาดก่อนดวงตาสีเขียวชอุ่มพลันส่องแสงเข้ม
แสงสว่างเข้มบิดเบี้ยวขณะรวมอยู่ด้านหน้าร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณ ก่อ
ตัวเป็นต้นไม้จิตวิญญาณเขียวชอุ่ม
นี่คือร่างเดิมของจิตวิญญาณสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ
กิ่งก้านของต้นไม้จิตวิญญาณแกว่งไกวเชื่องช้า หากมองใกล้ ๆ จะพบใบหน้า
ของเคอตี่ซือและทาสจิตวิญญาณที่เหลือของฉินเลี่ยห้อยอยู่บนกิ่งก้าน
จิตวิญญาณทุกดวงที่ฉินเลี่ยทำให้ตกเป็นทาสจะหลงเหลือความคิดจิต
วิญญาณบนต้นไม้จิตวิญญาณ ยิ่งจิตวิญญาณของทาสแข็งแกร่งเท่าไหร่ กิ่ง
ก้านยิ่งแข็งแรงมากเท่านั้น
หนึ่งในกิ่งก้านเหล่านั้นหนากว่าอันอื่น ความจริง มีหน่อขนาดเล็กจำนวนมากที่
กระจายออกกิ่งก้านที่เหลืออย่างเห็นได้ชัด
เงาจิตวิญญาณของบรรพบุรุษกิ้งก่าจะปรากฏบนกิ่งก้านหนานั่นในบางครั้ง มัน
คือภาพที่เด่นชัดกว่าอันอื่นเช่นกัน
“เจ้าทำให้ยอดฝีมือสายเลือดระดับที่สิบตกเป็นทาสอย่างนั้นหรือ!?” สมาชิก
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเหมยเอ้าเพียงชำเลืองมองก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับต้นไม้จิต
วิญญาณของฉินเลี่ย “ถ้าเช่นนั้น เจ้าอาจจะไม่ใช้เวลาไม่นานก่อนพละกำลัง
เดิมจะฟื้นคืนกลับมาใช่หรือไม่?”
“ข้าบอกเจ้าแล้วนี่ว่าข้าไม่ใช่ข่าต๋าเค่อ” ฉินเลี่ยพ่นลมออกจมูก
“อะไรที่ทำให้เจ้ามาที่นี่กันแน่?” เหมยเอ้าถาม
“ข้าอยากรู้เหตุผลที่เจ้าไปอาณาจักรวิญญาณ ข้าอยากรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับ
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณและเส้นทางแน่ชัดในการใช้ไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ”
ฉินเลี่ยไม่ปกปิดความตั้งใจจากเหมยเอ้า เขาหรี่ตาและกล่าวว่า “เดิมที ข้า
วางแผนจะขัดเกลาและดูดกลืนเศษเสี้ยวจิตวิญญาณเจ้าจากซากศพที่ตาย
แล้ว”
ขณะส่ายหน้า เขาเสริมว่า “แต่ข้ารู้เช่นกันว่าเศษเสี้ยวความคิดของสมาชิก
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณข้องเกี่ยวกับวิชาลับจิตวิญญาณเสียส่วนใหญ่ โดยทั่วไป
ประสบการณ์ชีวิตและความทรงจำของพวกเขาจึงไม่หลงเหลือเอาไว้”
“ด้วยเหตุนี้สิ่งเดียวที่ข้าได้หลังจากดูดกลืนเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของสัตว์ร้าย
จิตวิญญาณและข่าต๋าเค่อกับการขัดเกลาร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณคือ
วิชาลับและสายเลือด”
“แต่ว่า ข้าไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาไปอาณาจักรวิญญาณ ทำไมพวกเขาสู้กับหญิง
สาวเผ่าพันธุ์วิญญาณคนนั้น รวมถึงเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นด้วย”
“เป็นเรื่องดีที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่”
ฉินเลี่ยมีสีหน้าขอบคุณขณะกล่าวเช่นนี้
“เจ้าบอกว่าเจ้าจะต้องขัดเกลาเศษเสี้ยวจิตวิญญาณข้าเพื่อให้ได้รับวิชาลับที่
ข้าเรียนรู้หลังจากตายไปแล้วเท่านั้น” เหมยเอ้าเลือกคำพูดอย่างระวังก่อนถาม
ว่า “ในเมื่อข้ายังมีชีวิตอยู่และเจ้าต้องการความลับข้า ข้า… จะได้สิ่งใดเป็นการ
แลกเปลี่ยนล่ะ?”
“เจ้าต้องการอะไร?” ฉินเลี่ยถาม
“ช่วยข้าหลบหนีออกจากที่นี่และมอบพลังเลือดเนื้อกับพลังจิตวิญญาณมาก
พอที่จะฟื้นฟูร่างกายกับจิตวิญญาณให้ข้า ข้าจะออกจากอาณาจักรวิญญาณ
หลังจากนั้น” เหมยเอ้าบอกคำขอกับฉินเลี่ย
ฉินเลี่ยยิ้มและส่ายหน้า “เป็นไปไม่ได้”
“ทำไมล่ะ? เจ้าคือผู้สืบทอดมรดกต้นกำเนิดจิตวิญญาณขององค์ชายลำดับที่
หนึ่ง ดังนั้นเจ้าก็ต้องเป็นสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเหมือนกับข้า ร่างกาย
ของเจ้าเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้นไม่ใช่หรือ?” เหมยเอ้าตรวจสอบฉินเลี่ยสักพัก
ก่อนถามว่า “ร่างจำแลงของเจ้าใช้ร่างกายของข่าต๋าเค่อ อย่างน้อยเรื่องนั้นก็ไม่
ผิดแน่ แต่ร่างจริงของเจ้าคือมนุษย์อย่างนั้นหรือ? เจ้าทำอะไรลงไปกันแน่?”
“นั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าต้องกังวล” ฉินเลี่ยยิ้มกว้าง “ข้าอาจจะเป็นผู้สืบทอดมรดกต้น
กำเนิดจิตวิญญาณขององค์ชายลำดับที่หนึ่ง แต่ข้าไม่มองตัวเองเป็นสมาชิก
เผ่าพันธุ์จิตวิญญาณ เจ้าสามารถคิดว่าข้าคือบรรพบุรุษของตระกูลได้”
“เจ้าอยากให้ข้าคิดว่าเจ้าคือฉินเทียนน่าชังผู้ใช้วิชาลับของเผ่าพันธุ์ข้าไปดูแล
เผ่าพันธุ์มนุษย์งั้นหรือ?” เหมยเอ้าคำรามเสียงดัง
ฉินเลี่ยพยักหน้า “ใช่แล้ว”
“เช่นนั้นพวกเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว!” เหมยเอ้าพ่นลมออกจมูกเย็นชา
“เจ้านี่ตลกดีนะ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าไม่มีสิทธิ์โต้แย้งกับข้า? ตอนนี้เจ้าอ่อนแอ
จนร่างจำแลงต้องดูดกลืนน ้าเลือดเพื่อมีชีวิตรอด จิตวิญญาณของเจ้าไม่
สามารถทำอะไรได้นอกจากสนทนา ข้าคือคนที่ควรถามต่างหากว่าเจ้าสามารถ
หยุดข้าได้จริงหรือ” ฉินเลี่ยพ่นลมออกจมูกอย่างเย้ยหยันขณะส่งสารจิต
วิญญาณกับร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณออกไปก่อนเหมยเอ้าจะทันได้ตอบ
ราชาวานรโลหิตสีชาด ราชางูหลามอสนีบาตชั่วร้ายและราชาจิ้งจอกเก้าหาง
พลันลงมาจากเพดาน
พวกเขาประหลาดใจที่เห็นร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณของฉินเลี่ยเมื่อ
ปรากฏตัวขึ้น
ฉินเลี่ยกล่าวตามตรงว่า “ไม่มีอะไรต้องตื่นตูมเลย ดูใกล้ ๆ สิ สัตว์ร้ายจิต
วิญญาณนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากข้า”
“อะไรนะ สัตว์ร้ายจิตวิญญาณนี่คือเจ้างั้นหรือ?” ราชาจิ้งจอกเก้าหางดู
ประหลาดใจเหลือเชื่อ
แม้กระทั่งราชาวานรโลหิตสีชาดและราชางูหลามอสนีบาตชั่วร้ายดูสับสน
เล็กน้อยเมื่อร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณเปลี่ยนเป็นฉินเลี่ยขณะคำนับให้
พวกเขาพร้อมรอยยิ้ม
“ผู้ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกเจ้าคือสมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณเหมือนกับข้า
ข้าแนะนำว่าพวกเจ้าอย่าร่วมมือกับเจ้าเด็กเหลี่ยมจัดนี่ดีกว่า!” เหมยเอ้ากล่าวอ
ย่างเย็นชา
“สมาชิกเผ่าพันธุ์จิตวิญญาณหรือ?” ราชาวานรโลหิตสีชาดดูประหลาดใจ
ฉินเลี่ยหัวเราะเบา ๆ “ผู้อาวุโส สัตว์ร้ายจิตวิญญาณโลหิตตนนี้ไม่ได้เปิดเผย
ความลับเกี่ยวกับจิตวิญญาณเลยใช่หรือไม่ ฉะนั้นทำไมพวกท่านไม่ปล่อยให้
ข้าจัดการเองล่ะ? แน่นอน ข้าไม่ปล่อยให้มันเป็นอิสระหรอก ข้ารับปากว่าจะ
สร้างทางเข้าอาณาจักรที่นำไปสู่หุบเหวให้หากพวกท่านรับข้อตกลงของข้า ข้า
สามารถมอบสิทธิพิเศษการล่าในหุบเหวให้เผ่าพันธุ์สัตว์ร้ายโบราณได้”
“หุบเหว? มันคือสถานที่แบบไหนน่ะ?” ราชางูหลามอสนีบาตชั่วร้ายถามอย่าง
สงสัย
เผ่าพันธุ์สัตว์ร้ายโบราณที่อาณาจักรโป๋หลัวยังคงติดพันกับหุบเหว ตำหนักผู้
ซ่อมนภา ตระกูลฉินและตระกูลจีไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้กับคนนอกเช่นกัน
แน่นอน เผ่าพันธุ์สัตว์ร้ายโบราณที่อาศัยในอาณาจักรสัตว์ร้ายโบราณไม่รู้
เกี่ยวกับหุบเหวเลย พวกเขาไม่รู้ว่าเผ่าพันธุ์ทรงพลังทั้งหมดจากอาณาจักร
นอกมองหุบเหวเป็นโอกาสอันดีแก่การเติบโตอย่างรวดเร็ว
“หุบเหวคือดินแดนการล่าของทุกเผ่าพันธุ์ มันเต็มไปด้วยปีศาจหุบเหวจำนวนที่
ไม่สามารถฆ่าให้หมดได้ เผ่าพันธุ์เทพ เผ่าพันธุ์วิญญาณและเผ่าพันธุ์จิต
วิญญาณไปเยือนบ่อยครั้ง เลือดเนื้อของปีศาจหุบเหวเป็นประโยชน์เหลือเชื่อ
เช่นกัน…”
ฉินเลี่ยบอกราชาสัตว์ร้ายเกี่ยวกับความพิศวงของหุบเหวทั้งหมดอย่างอดทน
เขาบอกพวกเขาว่าหุบเหวคือโอกาสอันพิเศษที่มีต่อโลกภายนอกและยอมรับ
แต่เผ่าพันธุ์ทรงพลังที่มีพละกำลังแท้จริงเท่านั้น
“ในกรณีเลวร้ายที่สุดที่เผ่าพันธุ์เทพยึดอาณาจักรวิญญาณและมีลางว่าจะ
รุกรานอาณาจักรสัตว์ร้ายโบราณต่อ พวกท่านสามารถเลือกอพยพไปอยู่ใน
หุบเหวได้” ฉินเลี่ยยิ้มกว้าง “ข้าเพิ่งได้อาณาจักรส่วนตัวขนาดใหญ่เมื่อไม่นาน
มานี้ มันมากพอที่จะอำนวยความสะดวกสมาชิกสัตว์ร้ายโบราณทุกตน”
ราชาสัตว์ร้ายสามตนสบตาเป็นประกาย จากนั้นพวกเขาพยักหน้าและทิ้งเหม
ยเอ้าอย่างเด็ดขาด