Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 1376: เตรียมการต่อสู้
มีสมาชิกจากเผ่าพันธุ์ต่างแดนหลายสิบกลุ่มถูกจองจำอยู่ใต้ดินที่มีสายเลือดระดับ
ที่แปดขั้นสูงสุด
แต่หลังจากถูกจองจำมาหลายปีจนกินไม่พอ สายเลือดพวกเขามีระดับพลัง
เทียบเท่าระดับที่เจ็ดทั่วไป
ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณโลหิตของฉินเลี่ยเต็มไปด้วยพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์
มากกว่าเผ่าพันธุ์ต่างแดนระดับที่แปดตนอื่นที่อยู่ที่นี่
หลังจากตรวจสอบคร่าว ๆ เขารู้ว่าเผ่าพันธุ์ต่างแดนที่นี่มากพอสำหรับการฟ้ื นฟู
สายเลือดระดับที่แปดของร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณโลหิตอย่างฉิวเฉียด ถ้า
เขาอยากก้าวหน้ากว่าน้ี เขาต้องคิดหาทางอื่น
“กินพวกมันก่อน เมื่อเจ้าฟื้นฟูสายเลือดระดับที่แปดแล้ว ข้าจะตระเตรียมให้
ใหม่” ฉินเย่กล่าวอย่างสงบ
ดวงตาของฉินเลี่ยทอประกาย เขาหัวเราะเบา ๆ และกล่าวว่า “อาสอง นี่ให้ท่าน”
บอลจิตวิญญาณพร่าเลือนและหมองหม่นบินออกจากดวงตาของร่างจำแลงสัตว์
ร้ายจิตวิญญาณโลหิต รอยประทับจิตวิญญาณของจู่ฮั่นแทบมองไม่เห็น
ถึงอย่างนั้นเมื่อมันถูกพ่นออกมาโดยสัตว์ร้ายจิตวิญญาณโลหิต จู่ฮั่นพบว่า
สถานการณ์ไม่สู้ดี จึงพยายามขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง
“ฉินเย่! ต่อให้เจ้าชนะตอนนี้ ตระกูลฉินก็ไม่สามารถหลบหนีจากหายนะของหก
กองกำลังได้หรอก! ตระกูลจู่จะแก้แค้นให้ข้า!” เสียงจิตวิญญาณของจู่ฮั่นแหบ
“แค่ก แค่ก…” ฉินเย่ไอ ร่องรอยความกระปรี้กระเปร่าปรากฏบนใบหน้าซีดเผือด
เขากล่าวว่า “จู่ฮั่น จู่ฮั่นเอ๋ย ข้าแปดเปื้อนด้วยพลังหวนคืนชาติภพ ทำให้ไม่
สามารถขจัดทิ้งได้เว้นแต่จะเข้าสู่วัฏจักรการเกิดใหม่ แล้วเจ้าเล่า? ฮ่าฮ่า ข้าเกรง
ว่าเจ้าจะไม่สามารถแม้แต่เข้าสู่การเกิดใหม่ได้! ข้าจะทำลายจิตวิญญาณเจ้าและลบ
ล้างรอยประทับจิตวิญญาณทั้งหมดซะ!”
ขณะพูด เขาสะบัดแขนเสื้อ เงาจิตวิญญาณของจู่ฮั่นหลบซ่อนเข้าไปในแขนเสื้อ
ของเขา
เขาหยิบยาเม็ดแล้วกลืนเข้าไป สีหน้าของเขาสงบอีกครั้งและกล่าวว่า “ข้าดิ้นรนที่
จะมีชีวิตตลอดหลายปีมานี้เพราะอยากเห็นจู่ฮั่นตายต่อหน้าต่อตา ตอนนี้มันอยู่ใน
มือข้าแล้ว กำแพงจิตใจของข้าถูกทำลาย เมื่อพวกเราคลี่คลายการรุกรานของ
เผ่าพันธุ์เทพได้ ข้าจะไปเกิดใหม่”
“ถ้าท่านไปเกิดใหม่ ความทรงจำของท่านจะถูกลบด้วยหรือไม่?” ฉินเลี่ยถาม
พลางขมวดคิ้ว
ฉินเย่ส่ายหน้า “ด้วยปู่ของเจ้า ไม่มีปัญหาหรอก แต่ว่า ข้าต้องเปลี่ยนร่างกายและ
จิตวิญญาณเพื่อเริ่มใช้ชีวิตอีกครั้งตั้งแต่เด็กทารก”
“ถ้านี่สามารถลบล้างพลังหวนคืนชาติภพได้ เช่นนั้นพวกเราก็ไม่มีทางเลือกอื่น
อีก” ฉินเลี่ยกล่าว
“การต่อสู้กำลังจะเริ่มแล้ว ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณสองตนของเจ้าจะเป็ น
สิ่งสำคัญที่ใช้ในอนาคต เผ่าพันธุ์ต่างแดนที่นี่สมควรตายอยู่แล้ว ข้าจะฝากพวก
มันไว้กับเจ้า” ฉินเย่ยิ้ม “หลังจากเจ้าจัดการพวกมันแล้ว ข้าจะตระเตรียมให้ใหม่
แล้วค่อยไปพบกันที่อื่น”
ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพักและส่ายหน้า “ไม่จำเป็น”
“โห?” ฉินเย่ตกตะลึง
“ทันทีที่สัตว์ร้ายจิตวิญญาณโลหิตไปถึงสายเลือดระดับที่แปด ข้าจะสั่งเขาให้ไป
หุบเหว สัตว์ร้ายจิตวิญญาณโลหิตสามารถสร้างตัวเองในหุบเหวได้หลังจากไปถึง
ระดับที่แปด เลือดเนื้อของปีศาจหุบเหวที่นั่นเต็มไปด้วยพลังกายภาพมหาศาลที่
จะจะเขาให้ฟื้นฟูได้เร็วขึ้น” ฉินเลี่ยมองเผ่าพันธุ์ต่างแดนและยิ้มเหยียดหยัน เขา
กล่าวว่า “พวกมันอ่อนแอกว่าปีศาจหุบเหว เป็นเพียงอาหารว่างสำหรับสัตว์ร้าย
จิตวิญญาณโลหิตเท่านั้น”
“ก็ได้ เจ้าจัดการเองได้เลย” ฉินเย่กล่าว
“อู!”
ร่างจำแลงสัตว์ร้ายจิตวิญญาณโลหิตของฉินเลี่ยเริ่มพายุเลือดในที่สุดหลังสิ้น
คำพูดของฉินเย่
สมาชิกของเผ่าพันธุ์ต่างแดนที่ถูกจองจำไม่มีเวลาตอบสนองเมื่อเห็นสัตว์ร้ายจิต
วิญญาณโลหิตคำราม พวกเขารู้สึกเพียงจิตวิญญาณจมสู่ความมืด
ถึงตอนนั้น พวกเขาเข้าใจว่าจิตวิญญาณถูกดึงออกจากร่างกายไปแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ร่างหลักของฉินเลี่ยและฉินเย่ออกจากอาณาจักรอั้นเยวียนไปแล้ว
ฉินเย่กลับอาณาจักรกู่ซวี่ขณะฉินเลี่ยมุ่งหน้าสู่อาณาจักรโป๋หลัวเพื่อเชื่อมต่อประตู
อาณาจักรของอาณาจักรโป๋หลัวกับเมืองฉินเทียน
จากนั้นเขามุ่งหน้าสู่หุบเหวร้างเยือกแข็ง
ในดินแดนภายใต้นามของข่าต๋าเค่อ ยอดฝีมือจากกองกำลังระดับเงินของดินแดน
แห่งความโกลาหลยังต่อสู้กับปีศาจหุบเหวอย่างไม่ลดละ
การมาถึงของเขาเพียงดึงดูดความสนใจได้ไม่กี่คนเท่านั้น
หลี่มู่และเยี่ยนไป๋อีจากขุนเขาดาบสวรรค์ เฝิงยี่และคนอื่นจากสำนักเทียนชี่เพิ่งจบ
ศึกขณะรวมตัวอยู่ด้านข้างเพื่อพักผ่อน
“ทำไมจู่ ๆ เจ้ามาที่นี่ล่ะ?” หลี่มู่หัวเราะและถาม
“เพื่อบอกว่าพวกท่านสามารถกลับบ้านได้แล้ว” ฉินเลี่ยยิ้มกว้างและกล่าวว่า
“ไม่กี่ปีก่อน พวกท่านถูกบังคับให้มาอาณาจักรโป๋หลัว จากนั้นมาหุบเหวร้าง
เยือกแข็งเพื่อหลีกเลี่ยงการไล่ล่าของหกกองกำลัง นี่ก็ผ่านมานานแล้วที่ควรจะ
กลับดินแดนแห่งความโกลาหล ตอนนี้สถานการณ์ชัดเจน คนเหล่านั้นที่ยึดครอง
บ้านพวกเราในดินแดนแห่งความโกลาหลถูกบังคับให้ออกไป ตั้งแต่วันนี้ไป ทุก
คนสามารถกลับดินแดนแห่งความโกลาหลได้แล้ว”
หลี่มู่ประหลาดใจและกล่าวว่า “หกกองกำลังถูกบังคับให้ออกไปงั้นหรือ?”
“ใช่” ฉินเลี่ยพยักหน้าและกล่าวว่า “ข่าวดีคือพวกเราสามารถกลับได้แล้ว ข่าวร้าย
คือต่อให้กลับไปได้ พวกเราไม่สามารถอยู่ในดินแดนแห่งความโกลาหลได้นาน”
“ทำไมล่ะ?” เฝิงยี่ถาม
“เผ่าพันธุ์เทพเริ่มรุกรานแล้ว สมาชิกของตระกูลเสวียนปิงมาถึงอาณาจักรมังกร
หกกองกำลังและเผ่าพันธุ์อื่นกำลังมุ่งหน้าไปอาณาจักรมังกร ไม่ช้า สงคราม
ขนาดใหญ่จะเกิดขึ้น ถึงตอนนั้น ตระกูลอื่นของเผ่าพันธุ์เทพจะมา”
ขณะถอนหายใจ ฉินเลี่ยอธิบายต่อว่า “ทันทีที่พวกเขาเข้าอาณาจักรวิญญาณ จะไม่
มีที่ไหนปลอดภัย ดินแดนแห่งความโกลาหลก็ไม่ได้รับการยกเว้น อาณาจักรโป๋
หลัวอยู่ไกลจากอาณาจักรวิญญาณและอาจจะปลอดภัยสักพัก ภายหลัง… มันพูด
ยากน่ะ บางที หุบเหวร้างเยือกแข็งอาจจะปลอดภัยที่สุดในอนาคต”
ทุกคนซีดเผือด
ทุกคนหวาดกลัวกับการมาถึงของเผ่าพันธุ์เทพ พวกเขาพลันเข้าใจว่าคืนวันอัน
สงบสุขที่อาณาจักรวิญญาณมาถึงจุดจบแล้ว
“พวกเราถึงกับโชคดี อย่างน้อย ข้าสามารถตระเตรียมให้พวกท่านลี้ภัยไปหุบเหว
ร้างเยือกแข็งได้” ฉินเลี่ยมีสีหน้าขมขื่น “มนุษย์ในพื้นที่อื่นของอาณาจักร
วิญญาณอาจจะโชคไม่ดี ผู้อาศัยจากอาณาจักรมังกร อาณาจักรอสูรและดินแดน
เผ่าพันธุ์ทะเลจะพบกับเผ่าพันธุ์เทพก่อน”
“ข้ามาในครั้งนี้ด้วยหวังว่าทุกท่านจะพยายามแข็งแกร่งขึ้นเพื่อเตรียมรับสงคราม
ที่กำลังจะมาถึง”
“ถ้ามีใครต้องการความช่วยเหลือของข้า เกาะตะวันเพลิงหรือตระกูลฉินในการ
สร้างแท่นบูชาจิตวิญญาณ บอกข้าได้เลย”
“ข้าจะพยายามสุดความสามารถเพื่อตอบสนองความต้องการให้”
จากนั้น เขาเมินความตกตะลึงของทุกคนและออกจากสถานที่รวมตัว (630)
เขารู้ว่าพวกเขาต้องการเวลาย่อยข่าวอันน่าตกตะลึงนี้
เขาพบลาผู่ขณะหยิบเลือดที่สุดยอดปรมาจารย์เทียนชี่มอบให้ เขาส่งให้ลาผู่และ
กล่าวว่า “สมาชิกของเผ่าพันธุ์วิญญาณมอบสิ่งน้ีให้ข้า เขาบอกว่าไม่ได้คิดร้ายและ
สิ่งน้ีจะช่วยพัฒนาสายเลือดให้ข้า แต่ข้าไม่กล้าเชื่อเขา ช่วยข้าดูว่าเลือดน้ีเป็ นของ
เผ่าพันธุ์ไหนและเป็ นอันตรายหรือเปล่า ถ้าไม่ ข้าจะดูดกลืนมันทันที”
“ไม่ใช่ว่าตระกูลฉินกำลังจะสู้กับหกกองกำลังหรือ?” ลาผู่ถามอย่างสงสัย
“แผนเปลี่ยนแล้ว เผ่าพันธุ์เทพกำลังมา ศึกของพวกเรากับเผ่าพันธุ์สายเลือด
ชั้นสูงแท้จริงมาถึงก่อนกำหนด ข้าต้องเพิ่มพละกำลังให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพื่อเตรียมสำหรับศึกในอนาคต” ฉินเลี่ยกล่าว
สีหน้าของลาผู่เปลี่ยนไปมาก
ตอนนี้ เงาขนาดมหึมาพลันปรากฏในท้องฟ้าเหนือฉินเลี่ยและลาผู่ “สหายตัวน้อย
ข้าอยากคุยกับเจ้า”
วินาทีต่อมา ฉินเลี่ยรู้สึกว่าโลกหมุนจนไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
••••••••••••••••••••