Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 148: เจ้าเข้าใจผิดแล้ว!
ใบหน้าของเหลียงเฉ่าหยางมืดมน เขาพยายามขยับแขนขวา
ก่อนจะพบว่ากระดูกของเขาถูกแช่แข็ง มโนทัศน์เยือกแข็ง
รวมตัวกันและไม่หายไปไหน
เขาพยักหน้าก่อนจะไม่พูดอะไรแล้วให้ถังซือฉีเดินผ่านไป
จากนั้นเขาออกจากที่นี่แล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
เขาต้องคลายพลังเย็นที่อยู่ภายในร่างกายออกไปให้เร็วที่สุด
“เจ้าฝืนกำลังทำให้เขาถอยงั้นเหรอ?” ดวงตาสดใสของถังซือ
ฉีลุกวาบ ริมฝีปากของนางโค้งขึ้นอย่างงดงาม “เขาสร้างตำหนัก
ก่อเกิดได้ถึงเก้าหลัง ตอนนี้เจ้าน่าจะสร้างได้เพียงสามหลัง
เท่านั้น เจ้าสามารถเอาชนะเขาได้ยังไง?” นางสนใจเป็นอย่างยิ่ง
“เขาได้เปรียบตอนโจมตีในครั้งแรก อีกอย่าง ร่างกายของเขา…
แข็งแกร่งกว่าของเหลียงเฉ่าหยางมากนัก” แม่บ้านผู้งดงามกล่าว
ด้วยรอยยิ้มเจื่อน
ถังซือฉีมองฉินเลี่ยด้วยความตกตะลึงที่มากกว่าเดิม นางหยุดพูด
ก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าหาเรื่องกับเหลียงเฉ่าหยางเร็วเกินไปแล้ว
เขาไม่ยอมรามือแน่”
re* https://www.novelgu.com
ฉินเลี่ยไม่ตอบกลับ เขามองร่างของเหลียงเฉ่าหยาง เหลียงเฉ่า
หยางจากไปพร้อมกับสีหน้าเย็นชา
เขารู้ว่าเหลียงเฉ่าหยางไม่ยอมรามือแน่ เหตุผลที่เขาทุ่มทุกอย่าง
ที่มีและใช้พลังเยือกแข็งประกอบกับอสนีบาตทลายสวรรค์ใน
การเล่นงานเหลียงเฉ่าหยางก็เพื่อฝืนให้อีกฝ่ายใช้บางสิ่งที่ทรง
พลังเพื่อสวนกลับมา
เขาไม่คาดคิดว่าเหลียงเฉ่าหยางจะยอมรับความเจ็บปวดเอาไว้
ส่วนหนึ่งก่อนจะถอยกลับไปหลังจากพบว่าร่างกายครึ่งหนึ่งของ
เขากลายเป็นอัมพาต
ฉินเลี่ยยิ่งมายิ่งระวัง ความเห็นของเขาที่มีต่อเหลียงเฉ่าหยางก
ลับเพิ่มพูน เขาตระหนักได้ว่าเหลียงเฉ่าหยางแตกต่างจากศัตรู
คนอื่นอย่างเว่ยลี่และตู่เหิง อีกฝ่ายไม่ใช่คนโง่อย่างแน่นอน
เห็นได้ชัดว่าเขาได้เปรียบเรื่องการฝึกฝน ตำหนักก่อเกิดทั้งเก้า
หลังก็ล้วนเปี่ยมไปด้วยพลัง ที่เหลียงเฉ่าหยางไม่โจมตีก็พราะร่าง
กายครึ่งหนึ่งถูกมโนทัศน์เยือกแข็งควบคุมเอาไว้ เขาจึงเลือกที่จะ
ถอย… คนคนนี้ไม่กระทำการบุ่มบ่าม
ฉินเลี่ยตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าเหลียงเฉ่าหยางคนนี้เป็นศัตรูที่
แข็งแกร่งที่สุดของเขา
“ไปกันเถอะ อาไห่รออยู่ข้างในแล้ว” แม่บ้านกล่าวพร้อมกับส่ง
ยิ้มอยู่ในสวนสมุนไพร
re* https://www.novelgu.com
ดังนั้น ถังซือฉีและฉินเลี่ยจึงเดินเข้าไปในหอคอยไผ่
ภายในหอคอยไผ่ มีชายวัยกลางคนสูงผอมสวมเสื้อคลุมหลวม ๆ
เส้นผมของเขามัดรวมกัน เขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเก้าอี้ไผ่
ราวกับไม่สนใจความขัดแย้งระหว่างฉินเลี่ยและเหลียงเฉ่าหยาง
เมื่อเห็นว่าถังซือฉีเข้ามา เขาวางหนังสือในมือลงและเงยหน้าขึ้น
จากนั้นเขาเริ่มสนทนาด้วยคำพูดสงบนิ่งว่า “นานแล้วนะที่เจ้าไม่
ได้มาหาข้า”
“ขอคารวะ ผู้อาวุโสใหญ่” ถังซือฉีคำนับด้วยความเคารพ
“ขอคารวะ ผู้อาวุโสใหญ่” ฉินเลี่ยเองก็คำนับก่อนจะลอบสำรวจ
มั่วไห่
ใบหน้าของมั่วไห่ทั้งยาวและผอม การเคลื่อนไหวของเขาเป็น
แบบแผน เขาเหมือนกับศิษย์เก่าที่ให้ความรู้สึกล้าสมัยและไร้
ความผ่อนปรน
“เจ้าเกิดเจอกับกำแพงระหว่างทำการหลอมอุปกรณ์งั้นหรือ?”
คิ้วของมั่วไห่ขมวดเข้าหากัน เขาจับจ้องไปที่มือของถังซือฉีก่อน
จะพยักหน้าเล็กน้อย “ช่วงนี้เจ้าขยันมากจนถึงขั้นไม่หยุดพัก เจ้า
ทำในสิ่งที่ข้าสั่งเอาไว้เสร็จหรือยัง?”
ถังซือฉีเผยรอยยิ้มสดใสออกมา “ศิษย์ทำเสร็จแล้วและก็ไม่ได้อู้
ด้วย ผู้อาวุโสใหญ่เชิญตรวจสอบได้ทุกเมื่อ”
re* https://www.novelgu.com
คิ้วของมั่วไห่คลายออกในที่สุด สายตาของเขาจับจ้องไปที่
ฉินเลี่ยแทน “บอกมาสิ ทำไมเจ้าถึงพาเด็กหนุ่มคนนี้มาหาข้า”
“ฉินปิง!” ถังซือฉีเรียกเสียงเบา
สีหน้าของฉินเลี่ยแน่วแน่ ด้วยมือทั้งสองข้าง เขายื่นกระบี่ หอก
เงินและค้อนทองแดงที่เขาหลอมไปให้มั่วไห่ “นี่คืออุปกรณ์ที่
ศิษย์คนนี้หลอมขึ้นมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้อาวุโสใหญ่ โปรดดูด้วย”
มั่วไห่ไม่ยื่นมือออกไปรับ เขาเพียงแค่มองด้วยดวงตาหรี่เล็กก่อน
จะโบกมือเพื่อให้ฉินเลี่ยวางลง
ฉินเลี่ยวางของสามชิ้นนี้ลงอย่างเชื่อฟัง
“สิ่งของที่ไม่มีผังวิญญาณย่อมไม่นับเป็นอุปกรณ์วิญญาณ
สิ่งของตายไปแล้ว มีเพียงผังวิญญารที่จะทำให้มันกลับมามีชีวิต
มีเพียงผังวิญญาณที่มอบวิญญาณให้กับสิ่งของได้” มั่วไห่มอง
ฉินเลี่ยแล้วกล่าวอย่างเย็นชาว่า “สิ่งของที่เจ้าหลอมขึ้นมาล้วน
เป็นของดีและเกือบทัดเทียมกับระดับของศิษย์สำนักใน แต่แค่นี้
ยังไม่มากพอจะเป็นศิษย์สำนักในได้”
“ผู้อาวุโสใหญ่ โปรดชี้แนะข้าด้วย” ฉินเลี่ยขอร้องด้วยน ้าเสียง
นุ่มลึก
มั่วไห่พยักหน้า เขาหยิบหนังสือบนโต๊ะขึ้นมาแล้วสุ่มฉีกออกมา
หนึ่งหน้าก่อนจะยื่นให้ฉินเลี่ย “นี่คือส่วนเล็ก ๆ ของผังวิญญาณ
re* https://www.novelgu.com
ทำให้เป็นจริง นำไปศึกษาซะ ข้าให้เวลาเจ้าหกชั่วโมง หกชั่วโมง
ต่อจากนี้ พยายามสลักมันลงบนแผ่นวิญญาณให้ข้า”
“ได้” ฉินเลี่ยรับกระดาษแล้วจดจ่อกับมันทันที ไม่มีความสงสัย
หรือคำพูดที่เสียเปล่าหลุดออกมาแม้แต่นิดเดียว
ถังซือฉีเผยแววตาตกตะลึงออกมา นางเปิดปากราวกับต้องการ
พูดอะไรบางอย่าง แต่ผลสุดท้าย นางก็ไม่ได้กล่าวอะไรสักคำ
มั่วไห่ยืนขึ้นและเริ่มเดินออกไปนอกหอคอยไผ่ “ซือฉี มากับข้า
ข้าจะทดสอบความก้าวหน้าในการหลอมของเจ้า มาดูกันว่าเจ้า
ทำงานที่ข้ามอบหมายไว้เสร็จจริงหรือเปล่า”
ถังซือฉีเดินตามไปพร้อมกับก้มหัวให้
ทันทีที่พวกเขาอยู่ข้างนอก ถังซือฉีสอบถามเสียงเบาว่า “ผู้อาวุโส
ใหญ่ คือ ท่านไม่ควรสอนวิธีสลักผังวิญญาณให้หรอกหรือ
บทเรียนของผู้อาวุโสไม่ได้กล่าวถึงผังวิญญาณ ข้าก็ยังไม่ได้กล่าว
อะไรเกี่ยวกับผังวิญญาณเลยด้วยซ ้า มันจะไม่ยากเกินไปหน่อย
หรือที่ให้เขาสลักผังวิญญาณในตอนนี้”
มั่วไห่ไม่ตอบ เขาเดินจนกระทั่งทิ้งระยะห่างจากหอคอยไผ่จนมา
หยุดอยู่ข้างแม่บ้าน
“ซือฉี เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ไม่เพียงแค่เขาเข้าใจผังวิญญาณ เขายัง
รู้วิธีสลักพวกมันด้วย” ฉับพลันมั่วไห่ก็ตอบเช่นนั้น
re* https://www.novelgu.com
ถังซือฉีตกตะลึงจนถึงกับตะโกนออกมา “เป็นไปได้ยังไง?” นาง
รีบหุบปากทันทีด้วยความกลัวว่านางจะไปรบกวนฉินเลี่ยที่อยู่ใน
หอคอย
“ไม่ต้องห่วง เขาไม่ได้ยินที่เจ้าพูดหรอก” แม่บ้านยิ้ม
ถังซือฉีมองดูรอบ ๆ ก่อนจะพบว่าวงแสงสว่างสีส้มแดงจาง ๆ
นับไม่ถ้วนโอบล้อมนาง มั่วไห่และแม่บ้านเอาไว้
แสงสว่างสีส้มแดงช่วยป้องกันไม่ให้เสียงรั่วไหลออกไป ยามที่
นางพูด นางสามารถมองเห็นแสงสว่างกระเพื่อมอันเป็นผลจาก
การที่เสียงถูกกันเอาไว้
“นิ้วชี้และนิ้วกลางของเขาด้าน การที่มันด้านตรงสองนิ้วนี้เป็น
ผลมาจากการสลักผังวิญญาณบ่อยครั้ง นิ้วพวกนั้นคงสัมผัสแผ่น
วิญญาณและสิ่งของมานับหมื่นครั้งแล้ว” สีหน้าของมั่วไห่กลับ
สงบนิ่ง “การที่มือของเจ้าไม่ด้านก็เพราะเจ้าใช้น ้ายาพิเศษของ
สำนักยุทธภัณฑ์ทาบนนิ้วของเจ้าหลังจากสลักผังวิญญาณแล้ว
ศิษย์ของสำนักล้วนมีน ้ายาดังกล่าว แถมเจ้ายังเอามาชโลมมือ
ตัวเองหลังจากสลักผังวิญญาณอีก”
เขาจับจ้องไปที่หอคอยไผ่ “ใช่ว่าทุกที่จะมีเงื่อนไขเช่นนี้ ใช่ว่า
ผู้สร้างทุกคนจะใส่ใจกับเรื่องพวกนี้ ผู้สร้างต่างแดนโดยส่วนมาก
ไม่ห่วงเรื่องนิ้วของตัวเองหรอก ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ มือของ
re* https://www.novelgu.com
พวกเขาจะด้านมากเท่านั้น นั่นเป็นผลจากการสัมผัสแผ่น
วิญญาณและสิ่งของนั่นแหละ”
เขาหยุดพูดก่อนจะกล่าวว่า “เด็กหนุ่มคนนั้นสลักผังวิญญารอ
ย่างต ่าก็หมื่นครั้ง ไม่อย่างนั้น รอยด้านบนนิ้วของเขาคงไม่มาก
เช่นนี้”
ถังซือฉีตกตะลึงกับบทสรุปดังกล่าว “ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านกำลังจะ
บอกว่าเขา เขาคือผู้สร้างงั้นเหรอ?”
“ข้าไม่มั่นใจว่าเขาเป็นผู้สร้างหรือเปล่า แต่เขาต้องเข้าใจวิธีการ
สลักผังวิญญาณอย่างแน่นอน เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้หรอก” ดวงตา
ของมั่วไห่หรี่เล็ก “ด้วยเหตุนี้ข้าจึงให้ส่วนหนึ่งของผังวิญญาณทำ
ให้เป็นจริงแก่เขาเพื่อเป็นบททดสอบ ผังวิญญาณทำให้เป็นจริง
นี้ไม่ใช่สิ่งที่ผู้สร้างจะพบเห็นได้โดยง่าย เขาเองก็น่าจะไม่เคยเห็น
มาก่อน มันเป็นการง่ายที่สุดที่จะใช้วัดพรสวรรค์การหลอม
อุปกรณ์ของคนคนหนึ่งด้วยการดูว่าพวกเขาเรียนรู้การสลักผัง
วิญญาณใหม่ได้แค่ไหนนี่แหละ”
“อาไห่ ร่างกายของเด็กคนนี้แข็งแกร่งนัก เขาต้องพยายาม
ฝึกฝนวรยุทธมามากพอตัวแน่” แม่บ้านกล่าวเสียงเบา
มั่วไห่ยืนนิ่งและมองแม่บ้านด้วยสีหน้าอบอุ่น เขากล่าวว่า “หยง
เอ๋อ เจ้ากำลังจะบอกว่าเขาก็ใช้เวลาในการฝึกฝนวรยุทธด้วยงั้น
เหรอ?”
re* https://www.novelgu.com
“ในด้านพละกำลัง ไม่มีศิษย์สำนักในและนอกที่แข็งแกร่งไปกว่า
เขา” น ้าเสียงของเฝิงหยงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ “แม้แต่ผางเฟิง
จากภูผานภาเมฆา ถ้าเขาไม่ใช้พลังในตำหนักก่อเกิด เขาจะต้อง
พ่ายแพ้อย่างแน่นอนแม้จะฝึกฝนวิชาศิลาทองคำก็ตาม”
มั่วไห่และถังซือฉีล้วนหวาดกลัว พวกเขามองเฝิงหยงราวกับไม่
เชื่อก่อนจะพบว่ามันยากที่จะเชื่อคำพูดของนางเมื่อครู่ได้
“วิชาศิลาทองคำเป็นวิญญาณที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนา
ร่างกายเป็นอย่างมาก ผางเฟิงเองก็เป็นระดับต้น ๆ ของหนุ่ม
สาวในภูผานภาเมฆา เขาฝึกฝนวิชาศิลาทองคำเป็นเวลาหลายปี
ร่างกายของเขาแข็งดุจหินผา เขาจะแข็งแกร่งน้อยกว่าฉินปิงได้
ยังไง?” ถังซือฉีตกตะลึงอย่างถึงขีดสุด
คิ้วของมั่วไห่ขมวดเข้าหากันอย่างแน่นหนา
“พวกท่านสองคนช ่าชองเรื่องการหลอมอุปกรณ์ แต่ในด้านวร
ยุทธกลับอ่อนด้อยนักเมื่อเทียบกับข้า” เฝิงหยงไม่ถ่อมตัวแม้แต่
น้อย “อย่างที่ทราบว่าข้าฝึกฝนอยู่ในหอกโลหิต ข้าเห็นวิชา
วิญญาณหายากมาก็มาก ควรจะรู้ไว้ด้วยว่าข้าไม่มีวันพูดจาโดย
ไร้มูลหรอก”
ถังซือฉีพยักหน้าและกล่าวด้วยความเคารพว่า “ข้าทราบฝีมือของ
ท่านป้าดี”
re* https://www.novelgu.com
“เชื่อข้าเถอะ” เฝิงหยงยิ้มเล็กน้อย “ร่างกายของเขาแข็งแกร่ง
มาก ข้ากล้ารับประกันหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาไม่ได้ฝึกฝนแค่
พลังเยือกแข็งเท่านั้น ชายคนนี้… ไม่ใช่คนธรรมดา หาก
พรสวรรค์ของเขาในการหลอมอุปกรณ์ยอดเยี่ยมจริง มันจะยิ่ง
น่าสนใจกว่านี้อีก”
“จริงสิ เขามาจากไหนกันล่ะ?” เฝิงหยงถามถังซือฉี
“ข้า… ข้าไม่รู้ เขาไม่พูดถึงพื้นเพของเขาเลย” ถังซือฉีตอบด้วย
ความหวาดกลัว
ฉับพลันสีหน้าของมั่วไห่ก็มืดมนขึ้นมา “นิสัยของเหลียงเฉ่าหยาง
ทั้งมืดมนและอันตราย ข้าเคยเห็นแบบนี้มานักต่อนักแล้ว
หัวหน้าสำนักเองก็เคยเห็นเช่นกัน ความตายของหลงเห๋อ
และหยิ่นฮ่าวเชื่อมโยงไปหาเหลียงเฉ่าหยาง หัวหน้าสำนักบอก
ข้าให้ทราบแล้ว หากพบเห็นความมุ่งร้ายก็ง่ายที่จะเข้าควบคุม
แล้วสอนสั่งเขาอย่างช้า ๆ เพื่อชี้แนะให้หันกลับมายังเส้นทางที่
ถูกที่ควร…”
เขาจับจ้องไปที่หอคอยไผ่ด้วยสีหน้าซับซ้อน จากนั้นจึงกล่าว
เสียงเบาว่า “แต่เด็กหนุ่มคนนี้มีคุณสมบัติที่น่าสงสัยมากเกินไป
พื้นเพก็ไม่รู้ นิสัยของเขาก็ยากที่จะรับมือ”
ฉับพลันทั้งสามคนก็ไม่พูดอะไร
re* https://www.novelgu.com
ถังซือฉีมองไปที่หอคอยไผ่ บนใบหน้าของนางปรากฏความกังวล
เป็นอย่างยิ่ง จิตใจของนางสับสนวุ่นวายไปหมด
“เจ้าเป็นใคร? เจ้ามาจากไหน? เป้าหมายในการมาสำนัก
ยุทธภัณฑ์ครั้งนี้คืออะไร?”
คำถามเอ่อล้นเข้ามา ฉับพลันนางพบว่าฉินเลี่ยเต็มไปด้วย
ปริศนา นางไม่อาจมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขาได้ นางไม่รู้ว่า
ฉินเลี่ยมีจุดประสงค์อะไรในการมาสำนักยุทธภัณฑ์
ด้วยคำถามที่ประดังเข้ามาและไร้ซึ่งคำตอบ ทั้งสามคนจึงได้แต่
รอคอยอย่างเงียบงัน
หกชั่วโมงต่อมา
ฉินเลี่ยออกมาจากหอคอยไผ่พร้อมกับแผ่นวิญญาณหยก เขา
เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้ามั่วไห่ด้วยความเคารพก่อนจะยื่นแผ่น
วิญญาณให้แล้วกล่าวว่า “ผู้อาวุโสใหญ่ โปรดตรวจสอบด้วย”
มั่วไห่กลับมาสงบอีกครั้ง เขารับแผ่นวิญญาณมาก่อนจะใช้
จิตสำนึกส่วนหนึ่งให้เข้าไปในแผ่นวิญญาณ
ร่างกายของเขาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด แสงสว่างลุกวาบใน
ดวงตาของเขา มือยึดจับแผ่นวิญญาณเอาไว้ สายตาของเขามอง
ฉินเลี่ยก่อนจะถามว่า “ก่อนหน้านี้ เจ้าเคยเรียนรู้เกี่ยวกับผัง
วิญญาณทำให้เป็นจริงมาก่อนหรือเปล่า?
re* https://www.novelgu.com
“ไม่เคย” ฉินเลี่ยส่ายหน้า
มั่วไห่เงียบไปสักพักก่อนจะพยักหน้า เขาประกาศว่า “ตั้งแต่วัน
พรุ่งนี้ ออกมาจากสำนักนอก เจ้ากลายเป็นศิษย์สำนักในอย่าง
เป็นทางการแล้ว ซือฉี หลังจากนี้ลงเขาไปพร้อมกับเขาแล้วแจ้ง
เรื่องนี้ให้ถงจี้ขวาทราบ บอกว่านี่เป็นคำสั่งของข้า”
“รับทราบ” ถังซือฉีตอบกลับพร้อมกับความสับสนงงงวยที่เต็มไป
หมด
“ขอบคุณ ผู้อาวุโสใหญ่” ฉินเลี่ยกล่าวขอบคุณ
re* https://www.novelgu.com