Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 328: การบูรณาการกับคัมภีร์ปีศาจ
หลิงอวี้ฉี หลิงเสวียนซวน หลิงเฟิงและคนที่เหลือส่วนหนึ่งของ
ตระกูลหลิงรวมตัวอยู่ในห้องลับตามคำขอของฉินเลี่ย
หลิงเฉิงจื้อ ผู้อาวุโสตระกูลนามหลิงข่านกานและชายหญิงที่มี
เส้นผมสีม่วงส่วนหนึ่งล้วนรวมอยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน
ส่วนผู้อาวุโสสองคนที่เหลือนามหลิงป๋อและหลิงเฉียง พวกเขา
ถูกยกเว้นเพราะเคยสมรู้ร่วมคิดกับตู่เจี้ยหลันมาก่อน จึงไม่ได้รับ
การเชิญจากฉินเลี่ย
“ฉินเลี่ย เจ้าทำตัวลึกลับตั้งแต่กลับมา เจ้าต้องการสนทนาเรื่อง
อะไรกันแน่?” หลิงเสวียนซวนในชุดเกราะหนังสีแดงร้อนแรง
ถามอย่างละมุมละม่อม
“เรื่องนี้จริงจังแค่ไหนกัน?” หลิงเฉิงจื้อถามเช่นกัน
หลิงอวี้ฉีไม่พูด ด้วยสีหน้าเรียบง่ายและดวงตาเหินห่าง ทำให้
นางดูสงบเสงี่ยม
“สายเลือดของเผ่าพันธุ์จากอาณาจักรใต้พิภพไหลเวียนอยู่ใน
ตระกูลหลิงของพวกเจ้า ข้าเชื่อว่าทุกคนน่าจะทราบรายละเอียด
เรื่องนี้ดี ใช่หรือไม่?” ด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน น ้าเสียงของ
ฉินเลี่ยดูหนักหน่วง
ทุกคนที่นี่ล้วนพยักหน้า
“ถึงแม้ข้าไม่อยากยอมรับ แต่พวกข้าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอย่าง
แน่นอน ฉินเลี่ย เจ้า… รู้อะไรมางั้นเหรอ?” ความขมขื่นปรากฏ
ที่มุมปากของหลิงเฟิง “ถ้าเจ้ามีอะไรจะพูดก็รีบพูดมาเถอะ พวก
ข้ารับมันได้ ไม่จำเป็นต้องห่วงความรู้สึกของพวกข้าหรอก”
“บอกพวกข้าเถอะ” หลิงอวี้ฉีกล่าวอย่างอ่อนโยน
ฉินเลี่ยพยักหน้า หลังจากครุ่นคิดสักพัก เขากล่าวเสียงต ่าว่า
“พวกเจ้าพิเศษมาก โลหิตสีม่วงที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของพวก
เจ้าคือโลหิตของเทพปีศาจ! ถ้าพวกเจ้าแข็งแกร่งและมีพละกำลัง
มากเพียงพอ พวกเจ้าจะสามารถเปลี่ยนร่างเป็นเทพปีศาจได้!”
“โลหิตของเทพปีศาจ? เปลี่ยนร่างเป็นเทพปีศาจ?” หลิงข่าน
กานที่อาวุโสที่สุดสับสนขณะกล่าวด้วยความประหลาดใจว่า “มี
อะไรมายืนยันเรื่องนี้ได้บ้าง? พวกข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
ฉะนั้นโปรดอธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่างชัดด้วย”
“สิ่งที่ถูกเรียกว่าเทพปีศาจ…”
ฉินเลี่ยไม่ปกปิดสิ่งใดอีก เขาเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์และ
พร้อมจะไขความกระจ่างให้คนของตระกูลหลิงทราบ
หลังจากเขาอธิบายทุกสิ่งแล้ว คนของตระกูลหลิงตกตะลึง
สับสน จากนั้นก็ล้วนเงียบกริบ
“ข้ามีคัมภีร์ฝึกฝนอยู่กับตัวเล่มหนึ่ง มันคือสิ่งที่คุณตาของข้าหา
มาให้ตระกูลหลิง คัมภีร์ฝึกฝนม้วนนี้มีชื่อว่าคัมภีร์ปีศาจนรกชั้น
เก้า มันคือวิชาการฝึกฝนของเผ่าพันธุ์จากอาณาจักรใต้พิภพ”
ฉินเลี่ยมองหลิงอวี้ฉีแล้วกล่าวเสียงเบาว่า “มีเพียงคนที่มีโลหิต
ของเทพปีศาจไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดเท่านั้นที่สามารถบูรณา
การวิชานี้เข้าสู่สายเลือดเพื่อทำการฝึกฝนได้”
คนของตระกูลหลิงหวาดกลัวเมื่อได้ยินเช่นนี้
“คัมภีร์ของเผ่าพันธุ์ปีศาจงั้นเหรอ?” สีหน้าของหลิงข่านกาน
เปลี่ยนไปขณะกล่าวว่า “ทันทีที่พวกข้าบูรณาการคัมภีร์เข้าสู่
สายเลือด จากนั้นจะเป็นยังไงต่อ? ฉินเลี่ย เจ้ารู้รายละเอียดต่อ
จากนี้ไหม?”
“ข้าไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ข้ามั่นใจว่าทันทีที่วิชาการ
ฝึกฝนจากอาณาจักรใต้พิภพนี้ถูกบูรณาการ ข้าเกรงว่าตระกูลห
ลิงของพวกเจ้า… จะไม่สามารถหันหลังกลับได้อีกแล้ว” ฉินเลี่ย
สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า “บนเส้นทาง
ของเผ่าพันธุ์ปีศาจ พวกเจ้าจะสามารถเดินไปได้ไกลขึ้น”
“ขอข้าบูรณาการมันก่อนก็แล้วกัน” หลิงอวี้ฉีกล่าวอย่างสงบ
“อวี้ฉี!”
“พี่สาว!”
“คุณหนูหนึ่ง!”
คนจำนวนมากของตระกูลหลิงกรีดร้องออกมาด้วยสีหน้าวิตก
กังวลคนแล้วคนเล่า เห็นได้ชัดว่าพวกเขายังไม่ได้เตรียมใจ
“พวกเจ้าออกไปก่อนได้เลย” ดวงตาสีม่วงของหลิงอวี้ฉีเป็นมัน
เงาแปลกประหลาด
“พี่สาว! พี่คิดเรื่องนี้ดีแล้วหรือ?” หลิงเสวียนซวนถามด้วยความ
วิตกกังวล
หลิงอวี้ฉียิ้มเล็กน้อย “พี่รู้ว่าพี่กำลังทำอะไรอยู่”
“ฉีน้อย?” หัวใจของหลิงข่านการเต็มไปด้วยความกังวล
“ไปได้แล้ว” คิ้วของหลิงอวี้ฉีขมวดเล็กน้อย
น่าแปลก เมื่อคนของตระกูลหลิงเห็นนางขมวดคิ้ว พวกเขาหยุด
ความพยายามที่จะโน้มน้าวนางแทบจะในทันที
ทุกคนรวมถึงหลิงเสวียนซวนเลือกที่จะออกจากห้องลับ พวกเขา
ทุกคนเหมือนกับเลือกที่จะเชื่อนาง
ในสายตาของคนที่กำลังมองหลิงอวี้ฉี ฉินเลี่ยสามารถมองเห็น
ร่องรอยของความเคารพที่สร้างขึ้นมา ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าหลิ
งอวี้ฉีได้แทนที่หลิงเฉิงเย่โดยไม่ตั้งใจไปนานแล้ว ทำให้นาง
กลายเป็นหัวหน้าคนใหม่ของตระกูลหลิง
หลังจากทุกคนจากไปแล้ว ฉินเลี่ยนำรูปแกะสลักไม้ออกจาก
แหวนต่างมิติด้วยสีหน้าซับซ้อน “คัมภีร์ปีศาจนรกชั้นเก้าอยู่ใน
บอลแสงสว่างภายในรูปแกะสลักไม้ ข้าไม่ได้ครอบครองโลหิต
ของเทพปีศาจเอาไว้ในร่างกาย ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถดึงมัน
ออกมาได้”
“คุณตาฉินชาน?” หลิงอวี้ฉีรับรูปแกะสลักไม้มาพินิจมองอย่าง
ละเอียดก่อนจะกล่าวด้วยความสับสนว่า “ฉินเลี่ย เกี่ยวกับคุณตา
ฉินชานและตัวเจ้า… เจ้าค้นพบทุกสิ่งแล้วหรือยัง?”
“ไม่” ฉินเลี่ยส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ในอนาคต ข้าจะช่วยเจ้าค้นหาทุกสิ่งนั่นให้เอง” หลิงอวี้ฉีจับรูป
แกะสลักไม้เอาไว้แน่นขณะหลับตาลงช้า ๆ แล้วเริ่มทำสมาธิต่อ
หน้าฉินเลี่ย
ฉับพลันความผันแปรวิญญาณกระจ่างชัดกระจายอย่างบ้าคลั่ง
ไปทุกทิศทางราวกับพายุหมุนบ้าระห ่าที่มีหลิงอวี้ฉีเป็น
ศูนย์กลาง!
“ตูม!”
รูปแกะสลักไม้ที่เขาถือมาโดยตลอดปลดปล่อยลำแสงพลังอัน
เจิดจ้าจำนวนมากอย่างอิสระ ลำแสงพลังทุกลำเกือบหนาเท่า
แขนและเต็มไปด้วยพลังบริสุทธิ์
ลำแสงจำนวนมากทิ่มแทงกำแพงห้องลับ ทำให้มันพังทลาย
ในทันที
ห้องนี้ตั้งอยู่ในเรือนหินห้าชั้น เมื่อเกิดการพังทลายของห้องลับ
เรือนหินย่อมต้องระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ เช่นกัน
ทุกคนในตระกูลหลิงล้วนตกตะลึงคนแล้วคนเล่า พวกเขามองดู
ทิศทางดังกล่าวด้วยความหวาดกลัว
หลิงเฟิง หลิงเสวียนซวนและคนอื่น ๆ ที่เพิ่งออกมารีบรวมตัวที่
ซากสิ่งปลูกสร้างเพื่อค้นหาฉินเลี่ยและหลิงอวี้ฉี
“อย่าเข้ามา!” ฉินเลี่ยกล่าวเสียงต ่าอยู่ภายในกองซากหิน
ทุกคนหยุดฝีเท้าพร้อมกัน
ในวินาทีต่อมา สายตาของทุกคนถูกย้อมด้วยความตกตะลึงขณะ
มองซากตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว
ชิ้นก้อนหินที่พังทลายถูกดึงโดยพลังบางอย่าง ฉับพลันพวกมัน
ทะยานขึ้นสู่อากาศก้อนแล้วก้อนเล่า
หลิงอวี้ฉีผู้อยู่ภายในศูนย์กลางของก้อนหินยกหินก้อนใหญ่ขึ้น
จนกระทั่งเผยให้เห็นนางอย่างช้า ๆ
ด้วยรูปแกะสลักไม้ในมือของหลิงอวี้ฉี สนามแม่เหล็กแปลก
ประหลาดคล้ายกับแรงดึงดูดของพายุหมุนอันน่าหวาดกลัวถูก
ปลดปล่อยรอบร่างกายนาง ภายในสนามแม่เหล็ก ก้อนหิน เศษ
ไม้ โต๊ะ เก้าอี้และม้านั่งทรงกลมล้วนลอยล่องไปมาโดยไม่
สัญญาณว่าจะร่วงหล่น!
รูปแกะสลักไม้ปลดปล่อยแสงสายรุ้งที่ยืดยาวนับพันเมตร!
แม้แต่ฉินเลี่ยก็กำลังลอยอยู่ในอากาศ
เส้นผมของหลิงอวี้ฉีไม่ยาว แต่ ณ ตอนนี้ เส้นผมของนางกลับ
ยาวขึ้นอย่างน่าแปลกประหลาด เส้นผมสีม่วงทุกเส้นของนาง
เป็นประกายแสงสีม่วงสดใสชวนสะดุดตา
ภายในดวงตาสีม่วงของนาง ตัวอักษรรูนโบราณและลึกลับกำลัง
กลิ้งไปมาราวกับเศษเสี้ยวดาราขนาดเล็กนับไม่ถ้วนกำลังกลิ้งอยู่
ในทะเลดารา
จากมือหยก คอ ใบหน้างามสง่าและผิวทุกส่วนที่ถูกเผยให้เห็น
เหมือนกับมีตัวอักษรขนาดเล็กกำลังไหลอยู่ภายในโลหิตที่
ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของนาง!
“ตึกตัก! ตึกตัก!”
การเต้นของหัวใจรุนแรงและหนักหน่วงเหมือนกลองฟ้าผ่าดัง
ก้องจากข้างใน มันจู่โจมทุกส่วนในหัวใจของนาง
ไกลออกไปจากที่หอกโลหิตอยู่ หลางเฉีย เฝิงหยง มั่วไห่และที่
เหลือในตอนนี้ยังคงฟังคำอธิบายของเสวี้ยลี่เกี่ยวกับความลึกลับ
ที่ซ่อนอยู่ในยอดแดนโลหิต
ตอนนี้ พวกเขาเองก็ตกตะลึงเพราะการกระทำอันแปลก
ประหลาดของหลิงอวี้ฉี พวกเขาหาแหล่งที่มาของความสับสน
อลหม่านโดยไม่รู้ตัว
เมื่อพวกเขามาถึงที่ที่ตระกูลหลิงอยู่ พวกเขามองหลิงอวี้ฉี
จากนั้นก็มีสภาพเหมือนกับสมาชิกตระกูลหลิงที่ตกอยู่ในความ
สับสนโดยสมบูรณ์
นอกเหนือจากนางแล้ว ทุกคนและวัตถุที่อยู่ใกล้นางล้วนลอยอยู่
ในอากาศ พวกเขามองรูปแกะสลักไม้ในมือที่ปลดปล่อยแสง
สายรุ้งออกมาก่อนจะมองดูการเปลี่ยนแปลงอันน่าพิศวงของ
ร่างกายนาง…
“นางกำลังรับมรดก มันคือ… พลังของมรดกวิเศษ” เสวี้ยลี่กล่าว
ด้วยน ้าเสียงแหบแห้ง
“มันคือมรดกที่ฉินเลี่ยนำกลับมา ใช่หรือไม่?” เฝิงหยงกล่าว
เสียงต ่า
“เป็นเขาอยู่แล้วล่ะ” เสวี้ยลี่ตอบ
“มรดกแบบไหนกัน?” หลางเฉียหรี่ตาขณะพยายามสัมผัส
สนามแม่เหล็กด้วยวิญญาณ หลายวินาทีต่อมา สีหน้าของเขา
เปลี่ยนไปมากก่อนจะตะโกนออกมาว่า “โลหิตของนางเต็มไป
ด้วยพลังปีศาจ เป็นพลังของเผ่าพันธุ์ปีศาจ!”
สีหน้าของผู้ฝึกยุทธหอกโลหิตเปลี่ยนไปคนแล้วคนเล่า