Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 349: ศัตรูหัวใจจากตอนนั้น
คนที่จู่ ๆ ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าเมืองหลิงนับว่าเป็นคนรู้จักของฉินเลี่ย
พวกเขาคือกลุ่มของเหลียวติงและเว่ยลี่จากหอเมฆดารา
เพียงพริบตา มันก็ผ่านมาสามถึงสี่ปีแล้วที่ฉินเลี่ยออกจากเมืองหิน
น ้าแข็ง
ในตอนนั้น เขาไม่เคยกลับไปเมืองหินน ้าแข็งเลย จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะ
ไม่กลับไปหอเมฆดาราเช่นกัน
เขากลายเป็นคนไม่คุ้นเคยของหอเมฆดารามานานแล้ว
วันนี้ คนของหอเมฆดารากลับมาเมืองหลิง นี่ทำให้เขาประหลาดใจ
ถึงจะผ่านมาสามถึงสี่ปีแล้วแต่เหลียวติงยังคงหยิ่งทะนงเหมือนเคย นาง
สวมชุดรัดรูปสีเหลืองสดใส ร่างของนางสูงโปร่งและมีเสน่ห์ ทันทีที่ขา
ของนางขยับ ผมหางม้ายาวของนางจะกระทบกับบั้นท้ายโค้งครั้งแล้ว
ครั้งเล่า
สายสีน ้าเงินดุจวารีรัดรอบเอวบางของนาง เมื่อรัดอย่างแน่นหนา สาย
ดังกล่าวเผยให้เห็นว่าเอวที่เหมือนกับนาคาของนางยิดหยุ่นราวกับไม่มี
กระดูก
ดวงตาสดใสของนางเผยแววหยิ่งทะนงอย่างเห็นได้ชัด ความจริง มันก็
เด่นชัดอย่างที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว
ดูท่านิสัยการโอ้อวดของนางจะแย่กว่าเดิมหลังจากเหลียวหยุนเต๋า
กลายเป็นหัวหน้าหอของหอเมฆดารา
บุตรชายของเว่ยซิงนามเว่ยลี่ตามเหลียวติง ยังมีกลุ่มเกกมะเหรกจากหอ
เมฆดาราที่ฉินเลี่ยคุ้นเคยเป็นอย่างดีรวมอยู่ด้วย
“ทำไมคนพวกนี้ถึงมาเมืองหลิง?” ฉินเลี่ยสับสนไปหมดขณะจ้อง
มองไปยังทิศทางตรงทางเข้าชานเมือง เขาสามารถสัมผัสได้ว่ายังมีคน
อื่นที่ยังมาไม่ถึง
หลังจากผ่านไปสักพัก กลุ่มคนอีกกลุ่มค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นตามคาด
“เหลียวเหยียน!” ฉินเลี่ยอดที่จะกล่าวเสียงเบาอยู่ในใจไม่ได้เมื่อเขาเห็น
คนแรกจากกลุ่มที่เพิ่งปรากฏตัว
ตอนเหตุการณ์ขุดเหมืองที่ภูเขาหมาป่าสวรรค์ เหลียวเหยียนเป็น
หัวหน้างานจากหอเมฆดารา ทั้งฉินเลี่ยและเหลียวเหยียนต่างผ่าน
เรื่องราวเล็กใหญ่มาด้วยกัน หลังจากเข้าหอเมฆดารา เหลียวเหยียนยัง
จับตาดูเขาไม่ห่าง
คนที่ปรากฏตัวหลังจากนั้นทำให้ฉินเลี่ยสั่นสะท้านอีกครั้งจนกล่าวเสียง
ต ่าด้วยสีหน้าเย็นชาออกมา “เฝิงยี่!”
คนที่แขนซ้ายหายไปก็คือเฝิงยี่ นายน้อยจากตระกูลเฝิง!
ความทรงจำจำนวนมากในอดีตพุ่งผ่านจิตใจของฉินเลี่ยทันที ทำให้
ใบหน้าของเขาเย็นชาดุจน ้าแข็ง
เมื่อหลายปีก่อน ตระกูลหลิง ตระกูลเกาและตระกูลเฝิงได้รับคำสั่งจาก
หอเมฆดาราให้มายังภูเขาหมาป่าสวรรค์เพื่อขุดผลึกอัคคี ในตอนนั้น
เหลียวเหยียนเป็นหัวหน้างานจากหอเมฆดารา
สมาชิกตระกูลหลิงที่เข้าร่วมมีหลิงอวี้ฉี หลิงเฟิง หลิงซิง หลิงหยิงและ
ฉินเลี่ย ส่วนตระกูลเกานำมาโดยเกาอวี้ ขณะเดียวกัน เฝิงยี่ก็เป็นตัวแทน
ของตระกูลเฝิง
ในตอนนั้น เฝิงยี่ประทับใจในตัวหลิงอวี้ฉีเป็นอย่างมาก แต่เขายังรู้จัก
อดทนอดกลั้น
จนกระทั่งฝูงชนขุดเจอหยกตะวันร้อนแรง วัตถุดิบวิญญาณระดับลึกล ้า
ขั้นที่สามในภูเขาหมาป่าสวรรค์ จากนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
เฝิงยี่สมคบคิดกับเหยียนเตื้ออู่จากดินแดนน ้าแข็งที่พังทลายก่อนจะส่ง
คนไปบอกดินแดนน ้าแข็งที่พังทลายเพื่อให้ส่งพวกระดับสูงมา
ขณะเดียวกัน เฝิงยี่ไม่อาจอดกลั้นราคะที่มีต่อหลิงอวี้ฉีได้อีกต่อไปจึง
ค่อย ๆ เผยมันออกมา
สถานการณ์ที่ภูเขาหมาป่าสวรรค์เปลี่ยนไปมากในช่วงกลางดึก ฉินเลี่ย
ตระกูลหลิง ตระกูลเกาและเหลียวเหยียนหลบหนีจากการไล่ล่าของ
ดินแดนน ้าแข็งที่พังทลายก่อนท้ายที่สุดจะมาเจอหมาป่าปีศาจปีกเงิน
โดยบังเอิญจนสถานการณพลิกผันด้วยรูปแกะสลักไม้จนหนีรอดจาก
ความตายมาได้ เรื่องราวเหล่านี้ปรากฏในจิตใจของฉินเลี่ยเรื่องแล้วเรื่อง
เล่า
หลังจากนั้น แขนซ้ายของเฝิงยี่ถูกกินโดยหมาป่าปีศาจปีกเงินและเห
ยียนเตื้ออู่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากราชาหมาป่าปีศาจ ขณะเดียวกัน ผู้นำ
ตระกูลเฝิงนามเฝิงปินกล่าวหาว่าตระกูลหลิงเป็นสายลับในหมู่พวกเขา
หลังจากนั้นไม่นาน ตู่ไฮ่เถียนนำเยี่ยหยางเฉียว หัวหน้าหอของหอวินัย
มาหาตระกูลหลิงเพื่อปรักปรำพวกเขาว่าเป็นพวกก่ออาชญากรรมจน
เกือบทำให้ตระกูลหลิงเข้าสู่จุดที่ไมม่อาจหวนกลับ
ผลลัพธ์จากเหตุการณ์นี้ กล่าวได้ว่าความทรงจำของฉินเลี่ยที่มีต่อเฝิงยี่
และเฝิงปิน ผู้นำตระกูลเฝิงออกจะลึกล ้าเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้
มันก็ผ่านมาหลายปีแล้วตั้งแต่ตอนนั้น มาวันนี้ เฝิงยี่แขนเดียว บิดาของ
เขานามเฝิงปินและเหลียวเหยียนได้มาถึงเมืองหลิง
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังมาพร้อมกับเหลียวติงและเว่ยลี่อีกด้วย
นี่ทำให้ฉินเลี่ยสงสัยเป็นอย่างมากถึงเหตุผลที่พวกเขามาที่นี่
“เฝิงยี่ ลุงเฝิง ที่นี่ไม่เลวเลยใช่หรือไม่?” เหลียวติงยืนอยู่บนถนนของ
ชานเมืองหลิงและเผยสีหน้ายินดีบนใบหน้างดงามออกมา
“ถึงแม้ชานเมืองหลิงจะถูกทิ้งมาเป็นเวลาหลายปี บ้านทุกหลังล้วนถูก
สร้างจากหินปูนจนทนทานเป็นอย่างยิ่ง ตราบใดที่พวกมันสะอาด พวก
มันก็ไม่ได้แตกต่างจากก่อนหน้านี้ ยิ่งไปกว่านั้น ภูเขาสมุนไพรยังเป็น
สถานที่เหมาะต่อการปลูกสมุนไพรวิญญาณอีกด้วย ในตอนนั้น หอเมฆ
ดาราเพียงตัดสินใจที่จะปกป้องตระกูลหลิงเพราะพวกเขาต้องการเก็บ
เกี่ยวสมุนไพรเหล่านี้”
ถึงตรงนี้ เหลียวติงเผยใบหน้าหยิ่งทะนงออกมาราวกับตระกูลหลิงยัง
เป็นตระกูลทาสที่ต้องฟังทุกคำสั่งของนาง
“ติงติง ขอบคุณสำหรับรางวัล เฝิงยี่คนนี้จะสลักไว้ภายในหัวใจเลยล่ะ”
เฝิงยี่เสียแขนไปแล้วก็จริง แต่เขายังมีใบหน้าหล่อเหลา เมื่อรวมกับนิสัย
สุภาพบุรุษเข้าไปแล้ว เขายังดูโดดเด่นน่าเหลือเชื่อ
หากตัดสินเพียงใบหน้าอย่างเดียว เฝิงยี่ก็โดดเด่นมากกว่าเว่ยลี่ที่สนใจ
เหลียวติง
“เมื่อหนึ่งปีก่อน ถูมัวส่งคนไปทำลายตระกูลเฝิงของเจ้าจนไม่เหลือ
อะไร ตระกูลเฝิงถูกบังคับให้ย้ายไปยังอาณาเขตของดินแดนน ้าแข็งที่
พังทลาย ช่างเป็นเหตุการณ์ที่โชคร้ายอะไรอย่างนี้” เหลียวติงถอน
หายใจเสียงเบาก่อนจะกล่าวว่า “ดินแดนน ้าแข็งที่พังทลายและหอเมฆ
ดาราเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว พ่อข้าและข้าจะสนับสนุนตระกูลเฝิงถ้าเจ้า
อยากหาสถานที่ใหม่นอกเมืองหินน ้าแข็งเพื่อสร้างชานเมืองเฝิงขึ้นมา
ใหม่ อีกอย่างหนึ่ง ชานเมืองหลิงก็ถูกทิ้งมาเป็นเวลาหลายปี กองกำลัง
ขนาดใหญ่ทั้งหมดจะต้องสังหารตระกูลหลิงที่เป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจสวะ
จนสูญสิ้น ไม่มีทางที่พวกมันจะกลับมายังชานเมืองหลิงอีกครั้งหรอก
ดังนั้นพวกเจ้าอาจจะอยู่ที่นี่ไปเลยก็ได้”
นางชี้ไปยังเรือนหินแล้วกล่าวว่า “ดูสิ ทุกสิ่งที่นี่ถูกเตรียมไว้หมดแล้ว
ทันทีที่พวกมันได้รับการทำความสะอาด คนของตระกูลเฝิงก็สามารถ
ย้ายเข้ามาได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีภูเขาสมุนไพรที่พวกเจ้าสามารถเก็บ
เกี่ยวต้นวิญญาณได้ในอนาคต ข้ายังได้ยินว่ามีแร่อยู่ภายในภูเขา
สมุนไพรให้พวกเจ้าได้ลองขุดกันอีกด้วย ใครจะรู้? เจ้าอาจจะเจออะไร
เข้าก็ได้”
“เยี่ยมไปเลย ต้องขอบคุณเจ้าที่ออกหน้าให้พ่อของเจ้าแทนพวกข้า
ไม่เช่นนั้น พวกข้าคงไม่สามารถอยู่ที่ชานเมืองหลิงได้แน่” เฝิงยี่ยิ้มเย็น
ชาขณะขอบคุณนางจากใจจริง
สายตาของเขาจับจ้องเหลียวติงด้วยความรัก รอยยิ้มอบอุ่นเติมเต็ม
ใบหน้าหล่อเหลาของเขา มันเป็นส่วนผสมที่สามารถมัดใจหญิงสาวได้
เห็นได้ชัดว่าเหลียวติงมีความรู้สึกที่ดีต่อเฝิงยี่เช่นกัน ไม่เช่นนั้น นางไม่
มีทางช่วยตระกูลเฝิงให้ได้รับชานเมืองหลิงมาจากพ่อของนางอย่าง
แน่นอน
ชานเมืองหลิงอยู่ภายในอาณาเขตของหอเมฆดารา หลังจากคนของ
ตระกูลหลิงจากไปแล้ว ชานเมืองหลิงจึงตกเป็นของหอเมฆดาราไปโดย
ปริยาย
“คุณหนูหนึ่ง ข้าได้นำทางพวกท่านมาถึงที่นี่แล้ว หากไม่มีอะไรอื่นอีก
ข้าขอกลับก่อนได้หรือไม่?”
เหลียวเหยียนผู้ทำหน้าที่นำทางเกลียดเฝิงยี่และตระกูลเฝิงไปถึงก้นบึ้ง
หัวใจ ในตอนนั้น เฝิงยี่สมคบคิดกับเหยียนเตื้ออู่จากดินแดนน ้าแข็งที่
พังทลายจนเกือบทำให้เขาจนมุม
จนถึงวันนี้ เหลียวเหยียนยังมีบาดแผลจากการต่อสู้อยู่บนร่างกาย ถ้าเขา
ไม่ได้ทำงานที่หอเมฆดาราและถ้าเหลียวหยุนเต๋าไม่ใช่หัวหน้าหอของ
หอเมฆดารา เขายอมตายดีกว่าจะต้องมานำทางให้คนตระกูลเฝิงมายัง
ชานเมืองหลิง
ทุกครั้งที่ยืนข้างเฝิงยี่ เหลียวเหยียนรู้สึกไม่สบายใจไปถึงกระดูกทุกท่อน
ระหว่างทาง เฝิงยี่จะยั่วยุเขาไปเป็นบางครั้ง ทำให้เขาแทบจะเสียสติ
เพราะเรื่องดังกล่าว
เหลียวเหยียนเกรงว่าเขาจะไม่สามารถควบคุมตนเองได้จนถึงขั้นต่อสู้
กับเฝิงยี่และท้ายที่สุดก็กลายเป็นสถานการณ์อันตรายขึ้นมา
“พี่ใหญ่เหลียว จะรีบร้อนไปทำไม?” เฝิงยี่ยิ้มอย่างเฉยชา “เจ้านึกถึง
บางสิ่งในอดีตหลังจากเห็นสิ่งนี้ใช่หรือเปล่า? เจ้าสนิทกับตระกูลหลิง
และฉินเลี่ยมากใช่ไหมล่ะ? เหอะ ดูท่าเจ้าจะคาดหวังกับพวกเขาเอาไว้
สูงมาก แล้วตอนนี้พวกเขาไปอยู่ที่ไหนซะล่ะ? กลุ่มหนึ่งกลายเป็น
เผ่าพันธุ์ปีศาจ อีกคนก็กลายเป็นสายลับของเผ่าพันธุ์ปีศาจ! นี่คือสิ่งที่พี่
ใหญ่เหลียวตัดสินใจลงไปสินะ ฮี่ฮี่”
ใบหน้าของเหลียวเหยียนเขียวคล ้า
สมาพันธ์เทวาลึกลับ แปดมหาวิหารและสำนักเหือฮวนได้กระจายข่าว
เรื่องตระกูลหลิงและฉินเลี่ยไปทั่วทั้งทวีปสายน ้าสีชาด
ฉินเลี่ยและตระกูลหลิงในตอนนี้กลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของผู้ฝึกยุทธทุก
คนบนทวีป พวกเขาถึงวาระที่ต้องตาย
ทุกคนที่ข้องเกี่ยวกับตระกูลหลิงและฉินเลี่ยจะถูกรังเกียจและดูถูก พวก
เขาจะถูกโยนทิ้งและยั่วยุ
แน่นอน เหลียวเหยียนก็ไม่ได้รับการยกเว้น
“อันธพาลอย่างฉินเลี่ยสมควรถูกตัดศีรษะต่อหน้าสาธารณะ!” ทันทีที่
ฉินเลี่ย ศัตรูตัวฉกาจของพวกเขาถูกหยิบยกขึ้นมา เหลียวติงก็ไปยืนอยู่
ข้างเฝิงยี่ทันที ด้วยมุมปากโค้งขึ้นและใบหน้าเย็นเยือก นางกล่าวว่า “ข้า
รู้ว่าสหายคนนั้นเป็นเนื้อเน่ามาตั้งแต่ตอนอยู่เมืองหินน ้าแข็งแล้ว
หลังจากนั้น ข้าได้ยินว่ามันไปสำนักยุทธภัณฑ์และใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย
ในตอนนั้น ข้าคิดว่าสวรรค์ไม่มีตา ทำไมผู้ชายแบบนั้นถึงได้ใช้ชีวิตสุข
สบายได้? ถึงอย่างนั้น ต่อมาข้าได้ทราบข่าวจากมัน ข้าไม่คิดเลยว่ามัน
จะเป็นสายลับของเผ่าพันธุ์ปีศาจเพื่อให้มาโจมตีทุกคน ข้านึกอยู่แล้วว่า
มันต้องเป็นแบบนี้ คนอย่างมันมีชะตาต้องเดินไปพบกับทางตัน!”
“ใช่ คนบ้าที่สังหารคนอย่างเปิดเผยที่เมืองหินน ้าแข็งของพวกเรา
สมควรได้รับผลกรรม!” เว่ยลี่กล่าวผสมโรงทันที
เฝิงยี่จากตระกูลเฝิง เหลียวติงและเว่ยลี่ล้วนมีแผลใจด้วยน ้ามือของ
ฉินเลี่ยมาก่อน
ดังนั้น ความเห็นของพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเหมือนกันอย่างน่าตก
ตะลึง พวกเขาล้วนอดใจรอให้ฉินเลี่ยตายไม่ไหว
เหลียวเหยียนเป็นคนเดียวที่รู้สึกดีต่อฉินเลี่ย น่าเสียดาย เขาไม่อาจขัด
ขืนได้เลย
แม้กระทั่งสมาพันธ์เทวาลึกลับและแปดมหาวิหารก็ยังประกาศและตรา
หน้าฉินเลี่ยเป็นสายลับเผ่าพันุ์ปีศาจ ยิ่งไปกว่านั้น ชายคนนั้นยังได้ไป
ดินแดนของเผ่าพันธุ์ปีศาจมาแล้วด้วย เขาจะหาอะไรมาหักล้างได้?
ภายในบ้านหลังเล็กตรงหน้าต่าง ฉินเลี่ยมองคนเหล่านี้อย่างเย็นชาก่อน
จะดึงออร่ากลับมา ขณะฟังบทสนทนาของอีกฝ่าย สีหน้าของเขามืดมน
ขึ้นเรื่อย ๆ