Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 354: ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาต่างมิติ!
“ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาต่างมิติ! นี่คือค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาต่างมิติ!”
หลังจากเสวี้ยลี่ถูกอัญเชิญโดยฉินเลี่ยและกลายเป็นวุ้นที่ก่อตัวเป็นเงาสี
เลือดหมู เขาตะโกนด้วยความตื่นเต้นอยู่ภายในถ ้าที่วาววับด้วยแสงสว่าง
ถึงแม้จะรู้ว่านี่คือค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาต่างมิติ แต่ฉินเลี่ยยังลอบ
ตื่นเต้นหลังจากได้ยินคำยืนยันจากเสวี้ยลี่
“การสร้างค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาต่างมิติเป็นสิ่งที่ยากอย่างถึงที่สุด ใครก็
ตามที่สามารถเข้าใจความลึกลับของมิติและตั้งค่ายเคลื่อนย้ายพริบตา
ขึ้นมาได้จะต้องเป็นบุคคลหายากและทรงพลังอย่างแน่นอน”
เสวี้ยลี่ปกปิดความนับถือต่อค่ายวงแหวนลึกลับนี้เอาไว้แทบไม่อยู่ขณะ
บินไปรอบ ๆ เขาตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง ลูกตาสีเลือดหมูเอ่อล้นด้วยความ
ตื่นเต้นและความหลงใหล
“นี่คือค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาขาเดียว ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตานี้สามารถใช้
เดินทางไปยังสถานที่ที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้วเท่านั้น น่าเสียดายจริง ๆ”
หลังจากหมุนรอบด้วยความตื่นเต้น เสวี้ยลี่กล่าวด้วยความผิดหวังอย่าง
ลึกซึ้ง “ถ้านี่คือค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างสมบูรณ์
ข้าจะสามารถใช้มันไปยังทวีปที่ข้าเคยฝึกฝนจนเดินทางไปถึงสำนักอสูร
โลหิตในอดีตได้ทันที อ้า น่าเสียดายจริง ๆ …”
เสวี้ยลี่เผยสีหน้าผิดหวังออกมา
“ขาเดียว? นั่นหมายความว่ายังไง?” ฉินเลี่ยยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความ
ทึ่ง
เสวี้ยลี่กลอกตามองฉินเลี่ย เป็นสายตาดูถูกพวกที่ไม่รู้อะไรก่อนจะ
พึมพำออกมา “การใช้ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาสามารถแบ่งประเภทได้
เป็นขาเดียวและสองขา ยังแบ่งประเภทออกเป็นถูกกำหนดเอาไว้และ
ปรับเปลี่ยนได้ ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาขนาดใหญ่ที่ทำงานได้เต็ม
ประสิทธิภาพจะเป็นสองขาและปรับเปลี่ยนได้ ไม่เพียงแค่สามารถ
เคลื่อนย้ายพริบตาไปกลับได้เท่านั้น แต่ยังใช้ไปสถานที่อื่นได้อีกด้วย…”
“ขาเดียวหมายความว่าบางคนสามารถใช้มันเพื่อเคลื่อนย้ายพริบตาไป
ยังค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาอีกที่หนึ่งได้ แต่บางคนไม่สามารถเคลื่อนย้าย
พริบตามายังสถานที่นี้จากค่ายอื่นได้”
“สองขาหมายความว่าคนคนนั้นสามารถเคลื่อนย้ายพริบตาไปกลับได้
ค่ายแบบนั้นสามารถเคลื่อนย้ายคนหรือวัตถุไปยังอีกสถานที่หนึ่งได้ใน
พริบตา อีกสถานที่หนึ่งนั้นก็ยังสามารถเคลื่อนย้ายคนหรือวัตถุกลับมา
ได้ในพริบตาเช่นกัน”
“ถูกกำหนดเอาไว้หมายความว่ามันสามารถใช้เคลื่อนย้ายพริบตาบางคน
ไปยังสถานที่จำเพาะเท่านั้น ปรับเปลี่ยนได้หมายความว่ามันสามารถ
เคลื่อนย้ายพวกเขาไปยังค่ายจำนวนมากได้ในพริบตา”
ด้วยคำอธิบายของเสวี้ยลี่ ฉินเลี่ยเข้าใจทันที เขามองค่ายเคลื่อนย้าย
พริบตาต่างมิติตรงหน้าก่อนจะถามว่า “ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตานี้เป็น
แบบขาเดียวและถูกกำหนดเอาไว้อย่างนั้นเหรอ?”
“ใช่แล้ว” เสวี้ยลี่พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตานี้
สามารถเคลื่อนย้ายบางคนไปยังสถานที่ที่ถูกกำหนดเอาไว้ได้ในพริบตา
เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น มันสามารถเคลื่อนย้ายในพริบตาได้อย่างเดียว ไม่
สามารถรับกลับคืนมาได้”
“ท่านรู้ได้ยังไง?” ฉินเลี่ยมองอย่างละเอียด
“นี่ไง”
จิตวิญญาณสีเลือดหมูของเสวี้ยลี่เหยียบลงบนหินสีน ้าแวววาวทรง
สี่เหลี่ยม เขาชี้ไปที่หัวลูกศรที่ส่องแสงอยู่ข้างในหินแล้วอธิบายว่า
“ลูกศรนี้หมายความว่ามันคือขาเดียว ถ้าก้อนนี้มีหัวลูกศรทั้งสองด้าน
นั่นหมายความว่านี่คือค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาสองทางที่สามารถ
เคลื่อนย้ายในพริบตาได้จากทั้งสองทาง ถ้ามีลูกศรแบบนี้จัดวางไว้เป็น
ด้าน ๆ นั่นหมายความว่ามันคือค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาปรับเปลี่ยนได้”
ฉินเลี่ยเข้าใจในทันที
“ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตามีรูปลักษณ์เหมือนกันอย่างนั้นเหรอ?” ฉินเลี่ย
ถามอีกครั้ง
“ไม่ใช่เลย” เสวี้ยลี่ส่ายหน้า “รูปลักษณ์ของค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาทุก
ค่ายจะแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับพลังและระดับความเข้าใจมิติของ
ผู้สร้าง ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาบางค่ายเป็นวงกลม บ้างก็เป็นสี่เหลี่ยม
บ้างก็เป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก เมื่อผู้สร้างแต่ละคนหลอมอุปกรณ์วิญญาณ
ชนิดเดียวกัน ผลผลิตสุดท้ายอาจจะไม่เหมือนกัน ตรรกะดังกล่าว
สามารถนำมาใช้กับสิ่งนี้ได้”
“ลองดูค่ายเคลื่อนย้ายพริบตานี่สิ มันยังใช้งานได้อยู่หรือเปล่า?”
ฉินเลี่ยถามด้วยสีหน้าผึ่งผายขณะยืนอยู่ข้างหินปูนสีเขียว
สถานที่นี้คือท้องของภูเขาสมุนไพร นี่คือสถานที่ที่เขาใช้ฝึกฝนในอดีต
แต่ว่า นี่ไม่ใช่ค่ายจากเมื่อตอนนั้น
ฉินเลี่ยทำตามคำสั่งตาเขา หลังจากกดปุ่มเปิดการใช้งาน ทุกอุโมงค์
ภายในภูเขาสมุนไพรถูกปิดกั้น ทุกถ ้าที่อยู่ข้างในป่นปี้ไม่ต่างกัน เขาคิด
ว่าตนลบร่องรอยการฝึกฝนทั้งหมดไปแล้ว
หลังจากผ่านมาหลายปี มันน่าประหลาดใจว่าพอเข้าภูเขาสมุนไพรผ่าน
การขุดอุโมงค์ใหม่ขึ้นมา เขากลับพบว่าตนไม่รู้ว่าตาของตนนั้นใช้วิธี
มหัศจรรย์แบบไหนในการสร้างค่ายเคลื่อนย้ายพริบตานี้ขึ้นมาตอนที่
ภูเขาสมุนไพรถล่ม
เมื่อค่ายเก่าหายไป ค่ายใหม่กลับปรากฏขึ้นด้วยวิธีเหนือธรรมชาติ
สิ่งแบบนี้ทั้งน่านับถือและน่าสับสน
ฉินเลี่ยมั่นใจว่าตาของตนไม่ได้กลับมา นี่หมายความว่าตอนที่เขาเปิด
การทำงานเมื่อหลายปีก่อนเพื่อพยายามลบร่องรอยทั้งหมดที่อยู่ข้างใน
มันเป็นการสร้างค่ายเคลื่อนย้ายพริบตานี้ขึ้นมาใหม่เช่นกัน
จากหินสิบแปดก้อนและลำแสงที่ถูกถักทอ ฉินเลี่ยสามารถมองเห็น
ร่องรอยอันคุ้นเคยได้เลือนลาง
ฉับพลันความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา ทำให้ใบหน้าของเขา
เผยความตกตะลึงออกมา ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาอันใหม่นี้วิวัฒนาการ
มาจากค่ายเก่า
นี่คือการวิวัฒนาการสุดมหัศจรรย์ของค่าย!
“เจ้าหนู ที่นี่คือที่ไหน? เจ้าหาค่ายเคลื่อนย้ายพริบตานี้มาได้ยังไง?”
ฉับพลันเสวี้ยลี่ถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
“ในอดีต ข้ามาฝึกฝนที่นี่เป็นประจำ” ฉินเลี่ยกล่าวหลังจากเงียบไปสัก
พัก เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วอธิบายอย่างช้า ๆ “ในถ ้าแห่งนี้ข้าใช้เวลา
มาตลอดเจ็ดปี เมื่อเจ็ดปีก่อน ถ ้าแห่งนี้ไม่ได้เป็นแบบนี้และนี่ไม่ใช่ค่ายที่
เคยมีมาก่อนหน้านี้ มีอีกค่ายที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยข้าในการดึงดูด
อสนีบาตและอสนีเพื่อลดทอนความรุนแรงของพลังในขณะทำการ
ฝึกฝน”
เสวี้ยลี่ลืมตาแล้วฟังด้วยความสนใจ เมื่อฉินเลี่ยกล่าวว่าค่ายในตอนนี้
วิวัฒนาการมาจากของเก่าด้วยการกดปุ่มเพื่อเปิดการทำงาน เสวี้ยลี่ตก
ตะลึงจนจิตวิญญาณสั่นไหวอย่างต่อเนื่อง
“อะไรนะ ใช้ค่ายเพื่อสร้างอีกค่ายงั้นหรือ? ใช้ปุ่มเพื่อทำลายค่ายเก่า
และสร้างของใหม่ขึ้นมาแทน? สวรรค์ มีวิธีลึกลับอย่างการ
เปลี่ยนแปลงค่ายอยู่บนโลกนี้ด้วย?” แม้แต่เสวี้ยลี่ก็ยังตกตะลึงกับเรื่อง
นี้ เขามองฉินเลี่ยราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาดแล้วกล่าวว่า “ข้าเพียง
ได้ยินว่าวิธีมหัศจรรย์เช่นนั้นมีอยู่บนโลกนี้ แต่ข้าไม่เคยเห็นใครทำ
สำเร็จสักครั้ง ถ้าสิ่งที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงและตาเจ้าสร้างทุกสิ่งที่อยู่
ภายในนี้ขึ้นมา งั้นตาเจ้าก็ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องค่ายมากที่สุดในโลก
นี้!”
ความรู้สึกของฉินเลี่ยพรั่งพรูออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
เขากำหมัดและรู้สึกว่าโลหิตกำลังเดือดพล่าน ถึงแม้เขาจะรู้มาตลอดว่า
ตาของตนเองไม่ธรรมดา เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้นหลังจากเสวี้ยลี่กล่าวด้วย
ความมั่นใจ
“แต่ว่า ตาเจ้าไม่ได้บอกเรื่องเกี่ยวกับความลับภายในและยังสร้างฉากบัง
หน้าการทำลายถ ้าขึ้นมา ข้าไม่คิดว่าเขาอยากให้เจ้ารู้เกี่ยวกับตัวตนของ
ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตานี้หรือสิ่งที่เกี่ยวกับของพวกนี้” เสวี้ยลี่เปลี่ยน
เรื่องแล้วจับรายละเอียดที่สำคัญที่สุดได้ในประโยคเดียว
ฉินเลี่ยพยักหน้าเล็กน้อย
เขายังหลงเหลือความรู้สึกอยู่ ตาของเขาไม่บอกเรื่องราวความลับและจง
ใจสร้างฉากบังหน้าของการทำลายภูเขาขึ้นมา เป็นจริงดังที่เสวี้ยลี่กล่าว
ตาของฉินเลี่ยไม่อยากให้เขากลับมาเยี่ยมภูเขาสมุนไพรอีกครั้ง
ความเป็นจริง ฉินเลี่ยเกรงว่าถ้าตนไม่หลงเข้าไปอาณาจักรใต้พิภพ ไม่
สืบหาความจริงอย่างอุตสาหะทีละน้อย และไม่ได้ยินจากปากของคู่ลั่ว
จนทราบว่าค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาอาจจะตั้งอยู่ภายในภูเขาสมุนไพร เขา
อาจจะไม่ขุดอุโมงค์ใหม่แล้วเข้ามายังท้องของภูเขาอีกครั้ง
เขาจะไม่มีทางรู้ถึงตัวตนของค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาภายในภูเขาตลอด
ชั่วชีวิตที่เหลือ
เห็นได้ชัดว่าตาของเขาไม่อยากให้รู้เรื่องเกี่ยวกับอาณาจักรใต้พิภพและ
ไม่อยากให้เขาเข้ามาข้องเกี่ยว
“ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตานี้มั่นคงมาก แต่ยังต้องการบางสิ่งเพื่อทำการ
เคลื่อนย้ายพริบตา” เสวี้ยลี่กล่าวอย่างสุขุมว่า “มันยังขาดหินวิญญาณ
ต่างมิติ หินวิญญาณต่างมิติทำหน้าที่เป็นตัวเร่งสำหรับค่ายเคลื่อนย้าย
พริบตา มีเพียงการกระตุ้นพลังต่างมิติภายในหินวิญญาณต่างมิติเท่านั้น
ที่สามารถใช้งานค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาได้ ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาแท้จริง
ทุกค่ายต้องการหินวิญญาณต่างมิติ ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตานี้ไม่ขาด
อะไรเลยนอกจากหินวิญญาณต่างมิติ”
“หินวิญญาณต่างมิติ?” ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว เขามองเสวี้ยลี่ด้วยความ
สงสัยพลางกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ท่านบอกข้าว่าเพื่อสร้างค่ายเคลื่อนย้าย
พริบตาที่เชื่อมกับยอดแดนโลหิตกับบึงพิษโดยตรง ท่านต้องการให้ข้า
หาหินลวงตา หินดาราเยือกแข็ง ผลึกโชคชะตา หยกละเอียดและโลหิต
สดของเต่าวิญญาณสีชาด ถึงอย่างนั้นท่านไม่ได้กล่าวถึงหินวิญญาณต่าง
มิติเลย”
ฉับพลันเสวี้ยลี่หัวเราะขมขื่นออกมา “ข้าไม่ใช่ตาเจ้าและข้าไม่รู้วิธีการ
สร้างค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาทุกค่าย ตอนที่ข้าบอกเจ้าให้หาหินลวงตา
หินดาราเยือกแข็ง ผลึกโชคชะตา หยกละเอียดและโลหิตสดของเต่า
วิญญาณสีชาดเพื่อสร้างค่ายเคลื่อนย้ายพริบตา พูดให้ถูกก็คือใช่ว่าค่าย
เคลื่อนย้ายพริบตาทุกค่ายจะถูกนับเป็นค่ายอย่างแท้จริง”
“ท่านหมายความว่ายังไง? ท่านบอกว่าวัตถุดิบเหล่านั้นสามารถใช้
สร้างค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาที่เชื่อมไปยังยอดแดนโลหิตได้โดยตรงนี่”
ฉินเลี่ยมีสีหน้าหมองหม่น
“ยอดแดนโลหิตตั้งอยู่ระหว่างทวีปสายน ้าสีชาดและอาณาจักรใต้พิภพ
สถานที่ที่ชื่อสมรภูมิใต้พิภพคงอยู่ในชั้นระหว่างสองอาณาจักร ชั้น
ระหว่างสองอาณาจักรมีบรรยากาศอันโกลาหลอยู่ มันสั่นไหวอย่าง
ต่อเนื่องและเป็นอาณาเขตพิเศษ ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาที่ข้าอยากสร้าง
ด้วยหินลวงตา หินดาราเยือกแข็ง ผลึกโชคชะตา หยกละเอียดและโลหิต
สด ๆ ของเต่าวิญญาณสีชาดไม่ได้นำมาเพื่อช่วยส่งเสริมหินวิญญาณต่าง
มิติ ด้วยการพึ่งพลังของแกนโลหิตเพียงลำพังก็สามารถทำให้คนที่
ฝึกฝนวิชาวิญญาณโลหิตเข้าสู่ยอดแดนโลหิตได้”
“แต่ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตานั่นไม่สามารถนับรวมเป็นค่ายเคลื่อนย้าย
พริบตาต่างมิติได้ ข้าจะใช้วิธีพิเศษเพื่อกระตุ้นแกนโลหิตด้วยการใช้กล
อุบายนิดหน่อย อีกอย่าง เพราะยอดแดนโลหิตคงอยู่ระหว่างสอง
อาณาจักร การเคลื่อนย้ายพริบตาจึงเป็นไปได้”
“ถ้าที่นั่นไม่ได้อยู่ระหว่างอาณาจักรและถ้าที่นั่นไม่ใช่ยอดแดนโลหิตที่มี
พลังวิญญาณโลหิตหนาแน่น ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาที่ข้าสร้างขึ้นมาก็ไร้
ประโยชน์”
เสวี้ยลี่รู้สึกว่าการอธิบายให้ฉินเลี่ยฟังนั้นต้องละเอียดและรอบคอบ แต่
ว่า ฉินเลี่ยกลับไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าตนกำลังฟังอะไร
“นั่นหมายความว่าจุดหมายการเคลื่อนย้ายพริบตาของท่านพิเศษ
ออกไปงั้นเหรอ?” ฉินเลี่ยกระวนกระวายมากขึ้น
“อื้ม ด้วยเหตุนี้หินวิญญาณต่างมิติจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็น” เสวี้ยลี่กล่าวแล้ว
พยักหน้า “แต่เพราะค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาที่ตาเจ้าสร้างขึ้นนั้นเป็นค่าย
เคลื่อนย้ายพริบตาอย่างแท้จริง มันจึงต้องใช้หินวิญญาต่างมิติ”
“หินวิญญาณต่างมิติมีค่างั้นเหรอ?” ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว
“สถานที่ที่ข้าเคยอยู่ มันไม่ใช่สิ่งที่มีค่ามากนัก แต่ในทวีปสายน ้าสีชาด
ข้าไม่มั่นใจนัก” เสวี้ยลี่ตอบ
สีหน้าของฉินเลี่ยกลับหนักอึ้ง
หลังจากอยู่ในถ ้าเป็นเวลานาน เขารู้สึกว่าท้องฟ้าใกล้จะสว่างแล้ว เขาเร่ง
ออกจากถ ้าแล้วปิดทางเข้าด้วยศิลาขนาดยักษ์อีกครั้ง
“ตระกูลเฝิงที่น่ารำคาญจะต้องถูกเตะออกจากเมืองหลิงให้เร็วที่สุดเท่าที่
จะเป็นไปได้!” ทันทีที่ออกมาข้างนอกแล้วมองไปที่ท้องฟ้ายามอรุณสี
ขาวราวหินอ่อน ฉินเลี่ยก็ตั้งปณิธานขึ้นมา
ถ้าค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาไม่อยู่ข้างในภูเขาสมุนไพร เขาอาจจะไม่ใส่ใจ
กับปัญหาของตระกูลเฝิงที่เข้ามาครอบครองเมืองหลิง เขายังไม่
จำเป็นต้องเล่นกับความรู้สึกของเหลียวติงและเขาไม่ต้องเสียเวลาอยู่ที่นี่
แต่ตอนนี้ หลังจากยืนยันได้ว่าค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาต่างมิติอยู่ภายใน
ภูเขาสมุนไพร ถ้าคนจากตระกูลเฝิงยังคงขุดต่อไป ความลับจะถูก
เปิดเผยอย่างแน่นอน
ฉินเลี่ยต้องแก้ปัญหาภัยคุกคามที่คืบคลานของตระกูลเฝิงให้เร็วที่สุด
“เฝิงยี่ เฝิงปิน ถ้าเจ้ายืนกรานจะอยู่ในเมืองหลิง งั้นเจ้าก็สมควรพบกับ
ความโชคร้ายได้แล้ว” ขณะฮึมฮัมอยู่ในใจ ฉินเลี่ยลอบกลับเมืองหลิง
ด้วยดวงตาที่ทอประกายโหดเหี้ยม