Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 360: การแลกเปลี่ยน
ฉินเลี่ยกลับไม่แปลกใจที่ซ่งถิงอวี้ล่วงรู้ตัวตนของเหยาเทียน ยังไงซะ
หน้ากากหนังจิ้งจอกก็มาจากซ่งถิงอวี้
แต่ว่า เขาไม่คิดว่านางยังรู้เรื่องที่เขาเล่นกับความรู้สึกของเหลียวติง
“เจ้าตรวจสอบข้าเป็นพิเศษเลยใช่ไหม?” ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว
“จู่ ๆ เจ้าหายไปสิบกว่าวันโดยไม่บอกกล่าว เพราะเป็นห่วงเจ้า เป็น
ธรรมดาที่ข้าต้องพยายาม” ซ่งถิงอวี้ยิ้มหวาน ไม่ปฏิเสธคำกล่าวหาของ
ฉินเลี่ย “ข้าสงสัยว่าทำไมเจ้ามาเมืองหลิงและสร้างตัวตนนามว่าเหยา
เทียนขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมเจ้าถึงต้องทำร้ายจิตใจเหลียวติงด้วย?
ข้าได้ยินมาว่า… ครั้งหนึ่งเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของหอเมฆดารา แสดงว่า
เคยมีเรื่องระหว่างเจ้ากับนางมาก่อนใช่หรือไม่? ต่อให้มีจริง เจ้าก็ไม่
ควรเล่นกับความรู้สึกของนาง ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่โหดเหี้ยมและน่า
รังเกียจเกินไปหน่อยหรือ?”
ฉินเลี่ยเย้ยหยันและไม่ตอบอะไร
“อีกอย่าง ความตายของคนตระกูลเฝิงเชื่อมโยงกับเจ้าด้วยใช่
หรือไม่?” ดวงตาสดใสกระจ่างชัดของซ่งถิงอวี้สำรวจฉินเลี่ยอย่างลุ่ม
ลึก
“เจ้ามาหาข้าเพราะการแลกเปลี่ยนระหว่างสมาพันธ์เทวาลึกลับและ
เผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขา สนทนาเพียงเรื่องนี้ก็พอ” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างหนัก
แน่น
“การหายตัวไปของเจ้าเมื่อเร็ว ๆ นี้และการที่จู่ ๆ เจ้าปรากฏตัวขึ้นอีก
ครั้งที่เมืองหลิงเป็นผลจากการใช้อุปกรณ์วิญญาณต่างมิติหรือเปล่า?”
ซ่งถิงอวี้สอดรู้สอดเห็นด้วยความสงสัยใคร่รู้
ฉินเลี่ยไม่ตอบ
ผีเสื้อสายรุ้งเมฆาลอยล่องเปลี่ยนเป็นสายรุ้งขณะบินตรงไปยังทิศทาง
ของเมืองยุทธภัณฑ์ บนหลังของมัน คนสองคนนั่งเคียงข้าง เผชิญหน้า
กับสายลมที่กำลังใกล้เข้ามา
ซ่งถิงอวี้ยังรู้สึกไม่มั่นใจเกี่ยวกับการหายตัวไป การปรากฏตัวและการ
กระทำในเมืองหลิงอย่างฉับพลันเมื่อเร็ว ๆ นี้ของฉินเลี่ยอย่างเห็นได้ชัด
นางใช้วิธีมากมายเพื่อตรวจสอบและพยายามเค้นหาความจริงจากเขา
ก่อนหน้านี้ที่นางเข้าภูเขาสมุนไพรกับฉินเลี่ย นางเห็นกับตาว่าฉินเลี่ยใช้
รูปแกะสลักไม้เพื่อรับข้อความบางอย่างจากหนึ่งในผังแปดเหลี่ยมแปลก
ประหลาดจากหลังภูเขา
ในตอนนั้น ซ่งถิงอวี้ก็ตระหนักได้ว่าภูเขาสมุนไพรไม่ธรรมดา ดูท่าภูเขา
ลูกนี้จะมีความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉินเลี่ยอยู่
ตอนนี้ เมื่อผู้ฝึกยุทธทุกคนของกองกำลังจำนวนมากในทวีปสายน ้าสี
ชาดเชื่อว่าฉินเลี่ยแปรพักตร์ไปอยู่กับเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขา ขณะที่กำลัง
เผชิญกับหายนะ ฉินเลี่ยยังมาเมืองหลิงด้วยตนเอง เรื่องนี้เพียงอย่าง
เดียวก็ทำให้ข้อสงสัยของซ่งถิงอวี้แรงกล้ามากยิ่งขึ้น
ความตายของคนตระกูลเฝิง การหายตัวไปของผู้ฝึกยุทธหออสูรทมิฬ
สองคนและเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการลาออกของกลุ่มหนุ่มสาวจากหอ
เมฆดาราล้วนทำให้ซ่งถิงอวี้ลอบสนใจ นางเชื่อว่าฉินเลี่ยใช้ตัวตนของ
เหยาเทียนเพื่อเคลื่อนไหวในเมืองโดยมีแรงจูงใจส่วนตัวซ่อนเร้นอยู่
นางหวังที่จะพบว่าเป้าหมายที่แท้จริงของฉินเลี่ยคืออะไร
แต่ว่า เห็นได้ชัดว่าฉินเลี่ยไม่อยากสนทนาถึงเรื่องนี้
ใช้เวลาราวสองชั่วโมงจึงเดินทางจากเมืองหลิงมาถึงเมืองยุทธภัณฑ์ด้วย
ผีเสื้อสายรุ้งเมฆาลอยล่อง
หลังจากเกิดความเงียบระหว่างสองคนอยู่นาน ซ่งถิงอวี้กลอกตาอย่าง
ความหงุดหงิดก่อนจะตัดใจแล้วเป็นฝ่ายทำลายความเงียบเสียเอง “ก็ได้
ก็ได้ ข้าไม่ถามเรื่องเมืองหลิงกับเจ้าก็ได้ สิ่งที่เจ้าหมอบหมายให้ข้าล้วน
เสร็จสิ้นแล้ว ทุกสิ่งที่เจ้าต้องการอยู่ภายในแหวนต่างมิติ”
“อะไรนะ” ฉินเลี่ยไม่ได้ตอบสนองอยู่พักหนึ่ง
“วัตถุดิบวิญญาณ เจ้าก็รู้นี่ สิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนกับระเบิดสังหารลึกลับไง
ข้าสามารถหาผลึกโชคชะตา หยกละเอียดและโลหิตของเต่าวิญญาณสี
ชาดด้วยการส่งคนไปซื้อให้ที่ต่างแดน เจ้าไม่คิดจะขอบใจข้าสักคำเลย
หรือ?” ซ่งถิงอวี้กล่าวพลางหัวเราะเสียงเบาขณะพยักเพยิดไปที่แหวน
บนนิ้วงดงามของนาง
“ขอบใจเจ้า?” ฉินเลี่ยใช้เวลาอยู่นานในการเตรียมระเบิดสังหารลึกลับ
จากภายในแหวนต่างมิติทีละลูก “ทำไมข้าต้องขอบใจเจ้าด้วย? ไม่ใช่ว่า
เจ้าให้ข้าโดยไม่คิดเงินเสียหน่อย ตามที่สัญญา นี่คือระเบิดสังหารลึกลับ
ของเจ้า”
ระเบิดสังหารลึกลับลูกแล้วลูกเล่าปรากฏในมือของฉินเลี่ยด้วยเกลียว
กระแสสายฟ้าที่เลื้อยไปมาขณะที่เสียงดังครืนของอสนีบาตอันเลือนลาง
ถูกปลดปล่อยมาจากข้างใน
ดวงตาของซ่งถิงอวี้เจิดจ้าก่อนจะคว้าระเบิดสังหารลึกลับมาทันที ขณะ
ยิ้มอย่างละม่อม นางกล่าวว่า “การพยายามซื้อระเบิดสังหารลึกลับที่อยู่
ในมือเจ้าไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดก็จริง แต่ท้ายที่สุดพวกมันก็มาอยู่ในมือ
ข้า”
“ของของข้า!” ฉินเลี่ยแบมือ
ผลึกโชคชะตาและชิ้นหยกละเอียดปรากฏในฝ่ามือของซ่งถิงอวี้อย่าง
ต่อเนื่องก็จะส่งต่อไปที่มือของฉินเลี่ย
ท้ายที่สุด ซ่งถิงอวี้หยิบขวดหยกใบเล็กออกมาอย่างระมัดระวัง ขณะส่ง
ให้ฉินเลี่ย นางกล่าวว่า “นี่คือโลหิตสด ของเต่าวิญญาณสีชาด ระวังด้วย
ล่ะ”
โลหิตสดของเต่าวิญญาณสีชาดปลดปล่อยผลึกอำพันสีแดงมันเงาจาก
ภายในขวดหยกโปร่งแสง ขณะขวดสั่นไหว วงแหวนแสงสว่างเลือนลาง
ปรากฏอยู่ภายในโลหิต
ฉินเลี่ยเชื่อว่าซ่งถิงอวี้ไม่หลอกเขา ดังนั้นเขาจึงไม่รบกวนให้เสวี้ยลี่มา
ตรวจสอบด้วยตนเอง เขาเก็บขวดโลหิตเอาไว้ข้างในแหวนต่างมิติอย่าง
ไม่ใส่ใจก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อแล้วกล่าวว่า “อ้อ ใช่ สมาพันธ์เทวาลึกลับ
ของเจ้ามีหินวิญญาณต่างมิติหรือเปล่า?”
“หินวิญญาณต่างมิติ?” คำพูดเหล่านั้นทำให้นางขวัญหนีดีฝ่อ “เจ้าจะ
เอาหินวิญญาณต่างมิติไปทำอะไร?”
“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงว่าพวกมันจะถูกนำไปใช้ทำอะไร ข้าแค่ถามว่าเจ้า
หามาได้หรือเปล่า”
“ข้าจะลองคิดหาทางดู”
“ดี ครั้งหน้า ถ้าเจ้ายังต้องการระเบิดสังหารลึกลับ ข้าจะแลกเปลี่ยน
พวกมันกับหินวิญญาณต่างมิติ”
“ข้าจะถามคนแถวนั้นให้เมื่อกลับไปถึง”
ขณะทั้งสองสนทนา ผีเสื้อสายรุ้งเมฆาลอยล่องบินผ่านน่านฟ้าเหนือหอ
อสูรทมิฬก่อนจะค่อย ๆ มุ่งหน้าสู่เมืองยุทธภัณฑ์
“ช่วงนี้สำนักเหือฮวนส่งผู้ฝึกยุทธเก่งกาจมาอย่างต่อเนื่อง พวกเขาล้วน
รวมตัวอยู่ภายในสำนักยุทธภัณฑ์ใหม่ที่ตั้งอยู่ในบึงพิษ ยอดฝีมือของ
แปดมหาวิหารเองก็ไปที่นั่นและกำลังเจรจาต่อรองกับสมาพันธ์เทวา
ลึกลับเรื่องการกำจัดเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขาในครั้งเดียวเพื่อบีบบังคับให้
พวกมันกลับเข้าไปในอาณาจักรใต้พิภพ” ซ่งถิงอวี้มองไกลออกไปขณะ
พึมพำอย่างไร้จุดหมายว่า “แม้จะเป็นสถานการณ์ในตอนนี้ พ่อข้าและ
คนอื่นยังยืนกรานที่จะตกลงกับเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขาจนถึงขั้นบอกข้าให้
ลงมือให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงอย่างนั้นข้าก็รู้สึกมาโดยตลอดว่ามัน
ไม่ปลอดภัยเอาเสียเลย ข้ากลัวว่าจะถูกคนของสำนักเหือฮวนและแปด
มหาวิหารพบเข้า”
“นั่นไม่ใช่เรื่องของข้า” ฉินเลี่ยกล่าว ใบหน้าของเขาสงบ
หากการแลกเปลี่ยนของสมาพันธ์เทวาลึกลับกับเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขาจะ
ถูกเปิดโปง มันก็นำเพียงผลประโยชน์มาสู่เขา ไม่ใช่ปัญหา ดังนั้น เขาไม่
สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้
“แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องของเจ้า ยังไงซะ ถ้าสำนักเหือฮวนและแปด
มหาวิหารทราบว่าสมาพันธ์เทวาลึกลับแลกเปลี่ยนกับเผ่าพันธุ์ปีศาจมี
เขา พวกเขาจะมาเล่นงานแต่พวกข้า ทำให้พวกข้ากลายเป็นศัตรูของ
ทวีปเหมือนกับหอกโลหิต” ซ่งถิงอวี้หัวเราะอย่างขมขื่น
“พอได้แล้ว ข้าจะให้คู่ลั่วและคนอื่นไม่แพร่งพรายเรื่องนี้” ฉินเลี่ยตอบ
ด้วยวิธีรวบรัดแต่เกียจคร้าน หลังจากนั้น เขาถามว่า “ตัดสินใจเรื่องเวลา
และสถานที่ได้รึยัง?”
“มีภูเขาร้างระหว่างอาณาจักรของเจ้าและอาณาจักรของหุบเขาเจ็ดอสูร
อยู่ พ่อข้าและคนอื่นจะนำผู้อาวุโสปีศาจหกเขาไปยังพื้นที่ร้างนั่น” ซ่งถิ
งอวี้บรรยายถึงสถานที่ดังกล่าว “ส่วนเรื่องเวลา เจ้าสามารถตัดสินใจได้
ด้วยตัวของเจ้าเองหลังจากสนทนากับสมาชิกของเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขา
แล้ว”
“อืม”
เป็นเวลานานกว่าผีเสื้อสายรุ้งเมฆาลอยล่องจะนำฉินเลี่ยมายังภูเขาร้างที่
ถูกกล่าวถึงก่อนหน้านี้
มันสูงหลายร้อยเมตรและเต็มไปด้วยหินสีเทาดำ ยิ่งไปกว่านั้น มันแห้ง
แล้งโดยสมบูรณ์ พื้นที่ใกล้ ๆ ยังโล่งแจ้งอีกด้วย ไม่มีที่ให้หลบซ่อนจาก
สายตาของคนอื่น
หลายสิบกิโลเมตรด้านหลังภูเขาร้างคืออาณาจักรของหุบเขาเจ็ดอสูร ไม่
ไกลจากด้านหน้าภูเขาร้างคือประตูตะวันตกของเมืองยุทธภัณฑ์ที่ถูกปก
คลุมไปด้วยพลังปีศาจใต้พิภพ
“บึงพิษถูกแยกจากพื้นที่นี้โดยเมืองยุทธภัณฑ์และพื้นที่ที่ถูก
ครอบครองโดยเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขา เพราะผู้ฝึกยุทธทุกคนของสำนักเหือ
ฮวนและแปดมหาวิหารตัดสินใจจะอยู่ในบึงพิษ พื้นที่นี้จึงถูกซ่อนเร้น
และยังปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย” ซ่งถิงอวี้อธิบาย
ฉินเลี่ยสังเกตรอบ ๆ อยู่สักพักก่อนจะไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด
หลังจากคิดถึงการแลกเปลี่ยนของสมาพันธ์เทวาลึกลับและเผ่าพันธุ์
ปีศาจมีเขาอีกครั้ง เขาตัดสินใจว่าพวกเขาไม่อยากให้คนอื่นรู้ ดังนั้น การ
เลือกพื้นที่นี้เพื่อการแลกเปลี่ยนไม่ทำให้เกิดปัญหาใด ๆ
“เอาล่ะ ข้าจะไปหาคู่ลั่วเพื่อสนทนากับเขา สักสองสามวัน พวกเราจะ
แลกเปลี่ยนเก้ากลีบปทุมเสวียนหยินกับผู้อาวุโสปีศาจมีเขาที่นี่ เจ้าเองก็
ต้องสนทนากับพ่อเจ้าด้วย ทำให้แน่ใจว่าสมาพันธ์เทวาลึกลับจะเตรียม
ตัวเป็นอย่างดี ไปจากที่นี่กันเถอะ” หลังจากกล่าวอีกหลายประโยค
ฉินเลี่ยข้ามแม่น ้าที่ปกคลุมด้วยกล้วยไม้ชำระปีศาจด้านหน้าภูเขาร้าง
และเข้าสู่ดินแดนที่ถูกครอบครองโดยเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขา
แต่ว่า การเคลื่อนไหวของเขาและซ่งถิงอวี้ได้ดึงดูดความสนใจของ
นักรบปีศาจมีเขาจำนวนมากที่อยู่ใกล้ ๆ พวกมันล้วนกำลังรอให้เขาเข้า
มา นักรบสี่เขาที่กำลังขี่บนสัตว์ล่าวิญญาณรีบเข้าไปทักทายเป็นภาษา
อาณาจักรใต้พิภพ “ท่านลุงกำลังรอการกลับมาของเจ้า”
ฉินเลี่ยพยักหน้า หลังจากขึ้นนั่งบนสัตว์ล่าวิญญาณอีกตัว เขามาถึงข้าง
ภูเขาไฟอัคคีป่นปี้ที่เป็นสถานที่พบเจอกับระดับสูงหกเขาสามคนนาม
คู่ลั่ว ตัวลัวและข่าเหมิงอย่างรวดเร็ว
น่าแปลกที่หลิงอวี้ฉีเองก็อยู่ด้วยและเหมือนกำลังสนทนากับพวกเขาสาม
คน เมื่อเห็นฉินเลี่ยลงมาจากสัตว์ล่าวิญญาณ ร่องรอยของความปิติ
ปรากฏจากดวงตาสีม่วงของหลิงอวี้ฉีขณะยิ้มอ่อนโยนให้ฉินเลี่ย
ฉินเลี่ยมองนาง ดวงตาของเขาเจิดจ้าขณะกล่าวว่า “พละกำลังของเจ้ายัง
พัฒนาอย่างต่อเนื่อง”
ถึงแม้จะผ่านไปมากกว่าสิบวันตั้งแต่พวกเขาพบกันครั้งล่าสุด แต่ออร่า
ใหม่อันสง่าในตอนนี้กลับถูกปลดปล่อยจากร่างกายของหลิงอวี้ฉี ตั้งแต่
เส้นผม ดวงตาและโลหิตล้วนเปลี่ยนสีสัน เหมือนกับสีม่วงคือสิ่งที่บ่ง
บอกถึงการพัฒนาอย่างฉับพลันของนาง
วันนี้นางสวมชุดยาวถึงพื้นสีม่วง มันเหมือนกับบุปผาสีม่วง
ละเอียดอ่อนน่าหลงใหลที่เบ่งบาน
ส่วนตัวอวี้ฉี ร่างงดงามของนางเหมือนกับถูกห่อหุ้มด้วยบุปผาสีม่วง
ด้วยเส้นผมสีม่วงและดวงตาสีม่วงของนาง ภาพลักษณ์นี้ทำให้ฉินเลี่ย
รู้สึกมีอารมณ์อันแรงกล้าขึ้นมา
กล่าวอย่างตรงไปตรงมา หลิงอวี้ฉีคนเก่าไม่มีเสน่ห์หรือน่าประทับ
เหมือนอย่างซ่งถิงอวี้ ความงดงามก็ไม่เท่าเสี่ยจิงเสวียน แต่ว่า หลังจาก
การตื่นขึ้นของโลหิตเทพปีศาจ นางเปลี่ยนไปมาก ทั้งอารมณ์ รูปลักษณ์
และจิตใจล้วนเติบโตอย่างรวดเร็วในแต่ละวันที่ผ่านไป
นางเหมือนกับกำลังเพิ่มความงดงามและเสน่ห์เย้ายวน รวมถึงพลังที่
ยากจะคาดเดาอีกด้วย!
จากมุมมองของฉินเลี่ย การเปลี่ยนแปลงของหลิงอวี้ฉีรวดเร็วและน่า
เหลือเชื่อกว่าการพัฒนาของเขาเสียอีก!
“ซ่งถิงอวี้ส่งเจ้ากลับบ้านอีกแล้วหรือ?” แสงสว่างแปลกประหลาดที่
เหมือนจะทิ่มแทงจิตใจเข้าไปได้ปรากฏอยู่ภายในดวงตาสีม่วงของหลิ
งอวี้ฉีขณะยกริมฝีปาก นางหัวเราะเสียงเบาก่อนจะกล่าวต่อ “เมื่อไม่กี่
วันก่อน นางมาหาข้า มาถามว่าเจ้ากลับมาหรือยัง”
“ข้ารู้” ภายใต้สายตาคาดหวังของคู่ลั่ว ตัวลัวและข่าเหมิง ฉินเลี่ยยิ้ม
ขณะเดินไปหา เขากล่าวว่า “ข้ายืนยันได้แล้วว่ามีค่ายเคลื่อนย้ายพริบตา
ต่างมิติอยู่ภายในภูเขาสมุนไพร เป็นค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาต่างมิติขา
เดียวและน่าจะนำไปยังทวีปใต้พิภพ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ความสับสนอันเลือนลางฉายผ่านดวงตาของปีศาจมีเขา
หกเขาระดับสูงทั้งสามคนก่อนจะเผยความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งออกมา
“ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาต่างมิติพร้อมใช้งานแล้ว ตราบใดที่มีหิน
วิญญาณต่างมิติ ย่อมสามารถใช้ได้ทุกเมื่อ” ฉินเลี่ยกล่าวต่อ
“หินวิญญาณต่างมิติ?” คู่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “พวกข้ามีหินวิญญาณ
ต่างมิติอยู่ที่ทวีปใต้พิภพบางสว่น แต่พวกข้าไม่มีอยู่กับตัว ดูท่าเรื่องนี้
จะกลายเป็นปัญหา”
“ข้าเองก็พยายามคิดหาหนทางอยู่” หลังจากครุ่นคิดสักพัก ฉินเลี่ยกล่าว
ว่า “สมาพันธ์เทวาลึกลับต้องการแลกเปลี่ยนคู่หลู่กับเก้ากลีบปทุม
เสวียนหยินสามดอก สถานที่แลกเปลี่ยนจะเป็นภูเขาร้างในทิศทางของ
หุบเขาเจ็ดอสูร ส่วนเรื่องเวลาน่าจะเป็นในอีกสองสามวัน ท่านคิดว่า
ยังไง?”
“ถ้าไม่มีปัญหาอะไร พวกข้าก็เต็มใจ ข้าเต็มใจแลกเปลี่ยนเก้ากลีบปทุม
เสวียนหยินสามดอกเพื่อชีวิตน้องชายของข้า” คู่ลั่วกล่าว
“ฉินเลี่ย นี่เป็นแผนของพวกเขาหรือเปล่า?” หลิงอวี้ฉีขัด “ภูเขาร้าง
นั่นไม่ถูกปกคลุมโดยพลังปีศาจใต้พิภพ ถ้ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นที่นั่น
พวกเราจะเสียเปรียบ”
“ไม่เป็นไร ต่อให้สมาพันธ์เทวาลึกลับต้องการทำร้าย พวกข้าก็ไม่กลัว”
ข่าเหมิงเย้ยหยัน
“แค่สมาพันธ์เทวาลึกลับเพียงกลุ่มเดียว ไม่คณามือพวกข้าหรอก!”
ตัวลัวกล่าว
“อืม พวกเราไปด้วยกัน พวกเราล้วนไม่ต้องกลัวแผนการของสมาพันธ์
เทวาลึกลับ” คู่ลั่วกล่าว
“สมาพันธ์เทวาลึกลับอาจจะหวังที่จะแลกเปลี่ยนกับท่านในอนาคตอีก
พวกเขาไม่น่าสร้างปัญหาหรอก” ฉินเลี่ยกล่าว
“ช่วยพวกข้าติดต่อสมาพันธ์เทวาลึกลับและบอกพวกเขาว่า ในอีกสาม
วัน พวกข้าจะนำเก้ากลีบปทุมเสวียนหยินไปยังภูเขาร้างเพื่อแลกเปลี่ยน
พวกมันกับน้องชายของข้า” คู่ลั่วตอบรับข้อเสนอการแลกเปลี่ยน
ฉินเลี่ยพยักหน้า