Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 434: เข้าร่วมพหุกองกำลัง
ตอนที่ 434: เข้าร่วมพหุกองกำลัง
ฉินเลี่ยรู้ถึงความน่ากลัวของแมลงมนต์ดำเหล่านั้นและกังวลว่าบางสิ่งจ
ะเกิดกับฉู่หลี ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบวิ่งไปหา
ครั้งล่าสุด
ฉินเลี่ยสามารถเผาอวี่ซีและผู้ฝึกยุทธ์มนต์ดำคนอื่นจนถึงตายด้วยแก
นโลหิตได้ แต่แมลงมนต์ดำกลับสามารถมีชีวิตรอดจากความร้อนได้
ความทนทานของพวกมันมาพอที่จะทำให้ฉินเลี่ยรู้สึกวิตก
สุดท้ายก็กินเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเพื่อโอบล้อมแมลงลมนต์ดำด้วยแก
นโลหิตเพื่อกำจัดพวกมันให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
แกนโลหิตกิเลนอัคคีสามหยดสูญเสียพลังไปมากเพื่อกำจัดแมลงมนต์
ดำ ทำได้เพียงสามารถฟื้นฟูพลังอย่างช้า ๆ
หลังจากใช้ผลึกเพลิงสวรรค์ไปมากกว่าสิบก้อน
ลำพังเพียงแค่นี้ก็พอมองออกถึงความร้ายกาจของแมลงมนต์ดำ
และเจ้าพวกนี้เป็นเพียงตัวอ่อนของราชิจีตะขาบแปดปีก…
“ศิษย์พี่ ระวังแมลงมนต์ดำด้วย! พวกมันร้ายกาจนัก!”
ผู้ฝึกยุทธ์สำนักสังหารเร่งเตือนขณะวิ่งเข้าไป
เหอเวยกรีดร้องออกมา “ฉู่หลี!
เจ้าอย่าเข้าใกล้แมลงมนต์ดำมากเกินไป!”
“ยังต้องกลัวอะไรอีก? เจ้าคิดจริง ๆ
หรือว่าหนอนเน่าเฟะพวกนี้จะสามารถทำร้ายข้าได้?”
น ้าเสียงของฉู่หลีเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน
เห็นได้ชัดว่าไม่ใส่ใจกับคำเตือนเหล่านั้นมากนัก
ความจริง ฉู่หลีไม่กลัวแมลงมนต์ดำ
ในฐานะสุดยอดเมล็ดพันธุ์ของสำนักสังหารและหนุ่มสาวที่มีพรสวรรค์
มากที่สุดของทุกสำนัก พวกเขากุมไพ่ตายความลับไว้มากมาย
จึงมีความมั่นใจที่จะเผชิญกับอันตรายทุกอย่าง
แมลงมนต์ดำสามตัวกางปีกพร้อมปลดปล่อยเสียงหวีดหวิวแปลกประห
ลาดขณะบินรอบฉู่หลีเพื่อหาโอกาสจู่โจม
เพราะการเชื่อมจิตวิญญาณของพวกมันกับคนตระกูลอวี่และพวกปลา
ยแถวพังไปก่อนหน้านี้ พวกมันจึงเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
คนตระกูลอวี่ตัดสินใจทำเช่นนี้เพราะคำสั่งของเยี่ยอี้เฮ่าที่ให้ปลดปล่อย
แมลงมนต์ดำเพื่อให้พวกมันหลบหนีได้หากรู้ตัวไม่สามารถรอดชีวิตได้
เยี่ยอี้เฮ่าคือคนที่ตระกูลอวี่เลือก
ตระกูลอวี่แข็งแกร่งได้ตราบที่เยี่ยอี้เฮ่าแข็งแกร่ง
ดังนั้น ต่อให้พวกเขาไม่ชอบเยี่ยอี้เฮ่า
พวกเขาทำได้เพียงกัดฟันและรักษาอนาคตของตระกูลอวี่ด้วยการเสีย
สละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องแมลงมนต์ดำ
ด้วยเหตุนี้แมลงมนต์ดำสามตัวจึงสามารถหลีกเลี่ยงแรงระเบิดของระเบิ
ดสังหารลึกลับได้อย่างสมบูรณ์
“เร็วเข้า เจ้าพวกแมลงกลิ่นตุ แสดงให้ข้าดูว่าพวกเจ้าทำอะไรได้บ้าง!”
ฉู่หลีหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
แสงดาราลึกลับฉายจากภายในชุดคลุมสีเงิน
สนามพลังป้องกันแข็งแกร่งปกคลุมเขาโดยสมบูรณ์
ป้องกันไม่ให้พลังภายนอกทะลวงเข้ามาได้
แมลงมนต์ดำล้อมรอบตัวเขา แต่ไม่ว่าพวกมันจะไปที่ใด
พวกมันไม่สามารถหาช่องโหว่ได้
ฉู่หลียิ้มกว้างในเวลาเดียวกันขณะโบกมือไปมาอย่างต่อเนื่อง
ลำแสงดาราคล้ายดาบแหลมคมหรือสายรุ้งพุ่งออกจากเขาอย่างต่อเนื่
อง
“ปั่ก ปั่ก ปั่ก!”
แมลงมนต์ดำระเบิดเพราะแสงดาราจนกระทั่งประกายไฟลอยไปทุกหน
แห่ง เปลือกขนาดเล็กของแมลงสั่นไหวกลางอากาศ
ถึงอย่างนั้นในที่สุด พวกมันกลับไม่ถูกกำจัด
พลังชีวิตทนทานของแมลงมนต์ดำประจักษ์ต่อสายตาของฉู่หลี
ทำให้เขาลอบตกตะลึง
“วิเศษยิ่งนัก แมลงมนต์ดำเหล่านี้ฝึกฝนอะไรมาเนี่ย?
ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าพวกมันจะฆ่ายากขนาดนี้” สายตาของฉู่หลีค่อย
ๆ จริงจังขึ้นมา
เทียบกับระดับพลังแล้ว
ดวงดาราที่ฉู่หลีปลดปล่อยออกไปจะระเบิดจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์ใ
นระดับเดียวกับเขาเป็นผุยผงได้หากรับการโจมตีซ ้าไปมา
แต่ว่า
ร่างกายขนาดเล็กของแมลงมนต์ดำเหล่านี้เพียงสั่นหลังจากรับการโจ
มตี ความจริง
พวกมันกำลังหาโอกาสทะลวงการป้องกันเพื่อเขาไปกัดจนถึงแก่ความ
ตายอย่างไม่ลดละ
ในที่สุด สิ่งที่เผยให้เห็นนี้ทำให้ฉู่หลีหยุดดูถูกนิกายเฮยวู
“หยุด!”
ฉับพลันความคิดหนึ่งปรากฏกับฉู่หลีในขณะต่อสู้กับแมลงมนต์ดำทั้ง
ทางกายและจิต เขาส่งเสียงร้องทันทีว่า “ถอยออกมา! มันอันตราย
อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้!”
ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ แต่น่าเสียดายที่มันสายเกินไป
ฉินเลี่ย
เหอเวยและสองคนที่เหลือจากสำนักสังหารที่วิ่งเข้าไปล้วนวิตกเมื่อเห็น
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
เมื่อพยายามโจมตีฉู่หลีเป็นเวลานานแต่ยังไม่สามารถหาโอกาสได้
แมลงมนต์ดำจึงเปลี่ยนเป้าหมายทันทีเมื่อสัมผัสเป้าหมายใหม่ได้
พวกมันพุ่งเข้าหาฉินเลี่ยและคนอื่น
สีหน้าของฉู่หลีเปลี่ยนไปทันทีที่สังเกตเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป
เขาตะโกนเสียงดังว่า “ระวังแมลงมนต์ดำด้วย!
แมลงกลิ่นเหม็นพวกนี้อันตราย!”
“พุ่ฟ พุ่ฟ พุ่ฟ!”
ร่างกายของแมลงมนต์ดำปลดปล่อยเสียงแปลกประหลาดราวกับจะปล่
อยแก๊สออกมา หมอกสีดำก่อให้เกิดธุลีสีดำสนิท
ทรายละเอียดขนาดเล็กพลันกระจายไปทั่ว
ธุลีสีดำเหล่านี้พุ่งผ่านหมอกอย่างรวดเร็วก่อนจะกระจายเข้าหาฉินเลี่ย
และเหอเวย
แมลงมนต์ดำสามตัวปล่อยเสียงร้องน่าขนลุกอย่างต่อเนื่อง
พวกมันอ้าปาก เผยขากรรไกรล่างคมราวกับดาบ
ปีกกางออกก่อนจะพุ่งเข้าสู่ใจกลางของกลุ่มฉินเลี่ยและเหอเวย
“ไม่ดีแน่!” ฉู่หลีวิ่งออกไป ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม
“อั่ก!”
“อ้า!”
“ข้าถูกกัด!”
“บางอย่างกำลังไหลซึมเข้าไปในจิตวิญญาณของข้า!”
ท่ามกลางเสียงร้องหยาบกระด้างของแมลงมนต์ดำ
ธุลีสีดำกระจัดกระจาย หมอกสีดำปกคลุม
เหอเวยและผู้ฝึกยุทธ์สำนักสังหารทั้งสองส่งเสียงร้องออกมาด้วยความ
ประหลาดใจ
ทันทีที่ฉู่หลีได้ยินเสียงร้อง เขาทราบทันทีว่ามันสายเกินไป
สีหน้าของเขาน่าเกลียดอย่างถึงที่สุด
ทันทีที่แมลงมนต์ดำส่งเสียงร้อง
แสงสว่างโลหิตเจิดจ้าสามสายฉายออกจากร่างกายของฉินเลี่ยท่ามก
ลางหมอกสีดำ
แสงสว่างโลหิตลอยออกจากช่องว่างก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงร้
อนแรงสามกลุ่มที่มีรูปทรงเหมือนกิเลนอัคคี
กลุ่มเปลวเพลิงสามกลุ่มเผาไหม้หมอกจนกระทั่งเสียงแตกร้าวดังขึ้น
หมอกจางหายอย่างรวดเร็ว
เสียงร้องโหยหวน
แมลงมนต์ดำสามเสียงกำลังมุ่งหน้าไปที่หน้าผากของเหอเวยและผู้ฝึก
ยุทธ์สำนักสังหารสองคน
แต่ทันทีที่พวกมันเห็นเปลวเพลิงร้อนแรงกำลังมุ่งมา
พวกมันกางปีกขนาดเล็กออกก่อนจะหลบหนีไป…
ราวกับพวกมันสามารถสัมผัสได้ถึงออร่าของศัตรูตามธรรมชาติ
แมลงมนต์ดำที่อยู่ใกล้ฉินเลี่ยมากที่สุดไม่สามารถหลบหนีได้ทันเวลา
ทำให้ถูกหนึ่งในเปลวเพลิงกิเลนตัวหนึ่งจับตัวไว้
แมลงมนต์ดำตัวนั้นสั่นไหวด้วยความเจ็บปวด
มันพุ่งไปด้านซ้ายและขวาจากภายในเปลวเพลิง แต่ท้ายที่สุด
มันไม่สามารถหลบหนีได้
เมื่อแมลงมนต์ดำสองตัวที่เหลือสังเกตเห็นว่าสถานการณ์กำลังแย่
พวกมันยิ่งหนีเร็วขึ้นคล้ายกับลำแสงสีดำสองสายที่พุ่งทะยานออกไป
แต่ว่า
เส้นสีดำสามารถมองเห็นได้ในดวงตาของเหอเวยและผู้ฝึกยุทธ์สำนักสั
งหารสองคนที่เหลือ
นี่เป็นสัญญาณเด่นชัดที่สุดว่าพวกเขาโดนพิษมนต์ดำเข้าให้แล้ว
“บ้าเอ๊ย!” ฉู่หลีวิ่งเข้ามา แต่น่าเสียดาย
แมลงมนต์ดำสองตัวกลับหนีไปเสียแล้ว เหอเวยและคนอื่นโดนพิษ
นี่ทำให้ฉู่หลีรู้สึกหงุดหงิดจนเกือบสูญเสียการควบคุมตนเอง
“ข้ามันโง่เอง! บัดซบเอ๊ย ข้าควรเตือนพวกเจ้าให้อยู่ห่างตั้งแต่แรก!
เรื่องทั้งหมดนี่เป็นความผิดของข้า!”
“ปั่ก!”
แมลงมนต์ดำที่เหลือถูกเผาอย่างรุนแรงภายใต้เปลวเพลิงของกิเลนอัค
คี
มันยังคงปลดปล่อยเสียงร้องน่าขนลุกที่สามารถทิ่มแทงเยื่อแก้วหูของค
นอื่นอย่างต่อเนื่อง
เหอเวยและผู้ฝึกยุทธ์สองคนที่เหลือที่ถูกพิษมนต์ดำเข้าไปพลันเงียบ
ความเศร้าโศกปกคลุมในดวงตา
พวกเขาสามคนนั่งลงโดยไม่พูดไม่จาขณะหลับตา
พวกเขาทุกคนพยายามกำจัดพิษมนต์ดำด้วยวิธีพิเศษของตนเอง
จิตสังหารน่าหวาดกลัวปกคลุมฉู่หลีขณะพึมพำไปมา
“ข้าจะฆ่าเจ้าพวกสารเลวจากนิกายเฮยวูให้หมด!
ข้าจะหักกระดูกทุกท่อนในร่างกายของเจ้าคนสารเลวเยี่ยอี้เฮ่า!”
แกนโลหิตสองหยดกลันคืนเป็นหินโลหิตก่อนจะกลับมาจากที่ที่ไกลออ
กไป
ฉินเลี่ยยื่นมือออกไปแล้วเก็บพวกมันในโลหิตของฝ่ามือ
เขาหยิบผลึกเพลิงสวรรค์ออกมาจากแหวนต่างมิติเพื่อใช้พวกมันฟื้นคื
นพลัง
แกนโลหิตอื่นยังก่อตัวเป็นเปลวเพลิงกิเลนอัคคีขณะกำจัดแมลงมนต์
ดำที่เหลือ
ห่างออกไปหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตร เยี่ยอี้เฮ่านั่งอยู่บนพื้น
เขากำหมัดที่เกือบจะโปร่งแสงเอาไว้
เขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสออกมาขณะมองดูราชินีแมล
งขดรอบหัวใจ
ตอนนั้นเองที่ฉินเลี่ยกำจัดแมลงมนต์ดำที่เสียงกรีดร้องโหยหวนของมั
นค่อย ๆ หยุดลงได้ในที่สุด
ข้างเยี่ยอี้เฮ่า เซี่ยโหยวนและกลุ่มชายหญิงมารวมตัวกัน
พวกเขาสนทนากันขณะหาโอกาสมองเยี่ยอี้เฮ่า
หลังจากเยี่ยอี้เฮ่าหยุดกรีดร้อง สีหน้าของเขากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
เขาเดินไปหาเซี่ยโหยวนและคนอื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นพลางกล่าว
ว่า “พี่เซี่ย
พี่หลินและพี่ซูน่าจะทราบดีถึงความสัมพันธ์ที่ตระกูลใหญ่ของพวกเจ้า
มีร่วมกับนิกายเฮยวู ใช่หรือไม่?”
คนสามคนที่เยี่ยอี้เฮ่าเรียกว่า “พี่เซี่ย” “พี่หลิน” และ “พี่ซู”
ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเซี่ยโหยวนจากตระกูลเซี่ยโห
หลินตงฉิงจากตระกูลหลินและซูเหยียนจากตระกูลซู
พวกเขาคือสุดยอดเมล็ดพันธุ์ของสามตระกูลใหญ่ในขุนเขาดาบสวรร
ค์
แต่ละคนในสามคนนี้มีคนอยู่ด้วยห้าถึงหกคน
ทั้งสามตระกูลรักษาสายสัมพันธ์ฉันมิตรกันและกันด้วยการใช้พิธีหมั้น
หมายเพื่อคงผลประโยชน์เอาไว้มาโดยตลอด
ถึงแม้พวกเขาจะเติบโตมาในตระกูลที่แตกต่างกัน แต่เซี่ยโหยวน
หลินตงฉิงและซูเหยียนก็โตมาด้วยกัน
พวกเขาสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจร่วมกันมาเนิ่นนาน
“แน่นอนว่าพวกข้าทราบดี” ซูเหยียนหัวเราะคิกคัก นางเกิดมางดงาม
ร่างของนางมีเสน่ห์เย้ายวน นางมีดวงตาสีลูกพีชราวกับกวางตัวเมีย
ทุกการเคลื่อนไหวของนางเปี่ยมด้วยความเร้าใจ
“ถ้าไม่ใช่เพราะนิกายเฮยวู
สามตระกูลอย่างพวกข้าไม่มีทางกลายเป็นกองกำลังระดับเงินได้หรอก
หากไม่มีนิกายเฮยวู
พวกข้าจะยังเป็นเพียงกองกำลังทาสของสำนักอสูรโลหิตที่สามารถได้
รับความร ่ารวยจากวัตถุดิบวิญญาณหลังจากสำนักอสูรโลหิตล่มสลาย
แล้วเท่านั้น พวกข้าซาบซึ้งบุญคุณนิกายเฮยวูมาโดยตลอด”
“ดีจริง ๆ ที่พวกเจ้าเข้าใจ” เยี่ยอี้เฮ่าพยักหน้า “พันกว่าปีก่อน
สำนักอสูรโลหิตเป็นศัตรูและคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนิกายเฮยวู
เหตุผลที่พวกข้านิกายเฮยวูมีความกล้าที่ให้กองกำลังระดับเงินทั้งหมด
กำจัดสำนักอสูรโลหิตด้วยการกวาดล้างเพียงครั้งเดียวก็เพราะพวกเจ้า
สามตระกูลใหญ่พบจุดอ่อนของพวกมัน
แน่นอนว่าพวกข้าย่อมไม่ปฏิบัติกับพวกเจ้าแย่จนเกินไป”
“พี่ใหญ่เยี่ย แค่บอกพวกข้ามาว่าต้องทำยังไง”
ซูเหยียนขยิบตาให้พร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งมา
“พวกข้าจะทำทุกอย่างตามที่เจ้าบอก”
“แมลงมนต์ดำอีกตัวที่ข้าปล่อยออกไปถูกทำลายแล้ว
เป็นไปได้ว่าศัตรูคนนั้นคือฉู่หลีจากสำนักสังหาร”
สีหน้าของเยี่ยอี้เฮ่าเคร่งขรึม
“ฉู่หลีรับมือไม่ง่ายและใกล้จะมาถึงพวกเราแล้ว
มันคงจะยากเกินไปสำหรับข้าที่จะฆ่าฉู่หลีเพียงลำพัง
ข้าต้องการความช่วยเหลือของพวกเจ้า”
หลังจากเงียบไป เยี่ยอี้เฮ่ากล่าวว่า
“ข้าหวังว่านิกายเฮยวูและสามตระกูลใหญ่จะเป็นกลุ่มเดียวที่รอดชีวิตจ
นกระทั่งการทดสอบสิ้นสุดลง
ข้าหวังว่าจะไม่มีคนจากกองกำลังอื่นเหลือรอดเมื่อถึงตอนนั้นแม้แต่คน
เดียว!”
“มันจะเกิดขึ้นตามที่ท่านผู้อาวุโสของพวกข้าวางแผนเอาไว้เช่นกัน”
เซี่ยโหยวนหัวเราะเสียงเบา
“ทุกคนที่ไม่ได้มาจากนิกายเฮยวูและสามตระกูลใหญ่จะต้องตาย!”
หลินตงฉิงกล่าวเสียงต ่า
“ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก พี่ใหญ่เยี่ย” ซูเหยียนกล่าว
“พูดได้ดี! ด้วยความช่วยเหลือของพวกเจ้า
ในสุสานเทพจะไม่มีใครเทียบพวกเราได้อีก!”
เยี่ยอี้เฮ่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งกับท่าทางของอีกฝ่ายขณะให้สัญญาว่า
“อย่าห่วงไปเลย นิกายเฮยวูจะไม่เอาสิ่งที่พวกเจ้าได้รับในสุสานเทพ!”
“ขอบคุณ พี่ใหญ่เยี่ย” ซูเหยียนยิ้มมีเสน่ห์
“ตอนนี้ไปเตรียมตัวซะ เมื่อฉู่หลีมาถึง
เขาจะเป็นคนแรกที่พวกเราต้องฆ่า!”
เยี่ยอี้เฮ่าพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา
“ลั่วเฉินจากขุนเขาดาบสวรรค์เองก็อยู่ใกล้ ๆ
ถึงแม้พวกเราจะสลัดหลุดไปได้สักพัก
แต่เขาจะต้องตามหาพวกเราเจอแน่นอนหากยังปล่อยเอาไว้แบบนี้”
เซี่ยโหยวนขมวดคิ้ว
“พวกเราจะฆ่าไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาหาก่อน!”
“เข้าใจแล้ว!”