Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 438: หมายหัว!
ตอนที่ 438: หมายหัว!
หลังจากกินเสร็จ
ฉินเลี่ยและฉู่หลีนั่งอยู่ในจุดเดียวกันขณะใช้หินวิญญาณเพื่อฟื้นฟูพล
ะกำลัง
ฉินเลี่ยถือหินวิญญาณระดับปฐพีจำนวนหนึ่งด้วยมือข้างหนึ่ง
อีกข้างถือผลึกเพลิงสวรรค์เอาไว้
แกนโลหิตอยู่ในฝ่ามือที่ถือผลึกเพลิงสวรรค์เอาไว้
หยดโลหิตสามหยดนี้กำลังดูดซับพลังร้อนแรงภายในผลึกเพลิงสวรรค์
อย่างรวดเร็ว
ภายในจิตใจของฉินเลี่ย
จิตวิญญาณส่วนหนึ่งประทับ แก่นแท้ค่อย ๆ
มุ่งสู่ทะเลสาบจิตวิญญาณราวกับเส้นใยแมงมุม
เงาพร่าเลือนของจิตวิญญาณแท้จริงเริ่มก่อเป็นรูปร่างอย่างพร่าเลือนภำยในทะเลสาบจิตวิญญาณอีกครั้ง
จิตวิญญาณแท้จริงเหมือนกับเต็มไปด้วยออร่าอสนีบาตอ่อน ๆ
มีคลื่นพลังอสนีบาตปรากฎอย่างเห็นได้ชัด
ฉินเลี่ยกำลังสร้างจิตวิญญาณแท้จริงขึ้นมาใหม่
ต่อให้เชี่ยวชาญการทำลายจิตวิญญาณแท้จริง
น้อยคนนักจะกล้าพยายามทำอย่างไม่ยั้งคิด
ยิ่งเป็นกรณีที่ถูกพิษมนต์ดำ
น้อยคนนักจะจงใจทำลายจิตวิญญาณเพราะไม่มีอะไรยืนยันว่าพวกเขำจะสามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้
การทำลายจิตวิญญาณแท้จริงในบางครั้งย่อมหมายถึงการสิ้นสุดของ
จิตวิญญาณและความตายของเจ้าของ
แต่ว่า สำหรับฉินเลี่ย
การทำลายและการสร้างจิตวิญญาณขึ้นมาใหม่คือขั้นตอนที่จำเป็น
เป็นก้าวที่เขาจำเป็นต้องทำให้สำเร็จในระดับที่สามของอสนีบาตทลาย
สวรรค์ “การชำระจิตวิญญาณอสนีและอสนีบาต”
การทำลายจิตวิญญาณจึงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญมาก
การรวบรวมจิตวิญญาณแท้จริงเองเหมือนกับจะง่ายกว่าที่เขาคิดเอาไว้
ในตอนแรก
ขณะเขาตั้งจิตและตรวจสอบขั้นตอนอยู่นั้น
เขาสามารถยืนยันด้วยอัตราเร่งที่แน่นอนได้ว่ารอยประทับจิตวิญญาณ
ที่กระจัดกระจายกำลังรวมตัวจากทุกหัวมุมของสมองอย่างรวดเร็วและเ
ป็นระเบียบ
พวกมันกำลังไหลเข้าสู่ทะเลสาบจิตวิญญาณราวกับสายธารากำลังไห
ลลงสู่ทะเล
จิตวิญญาณแท้จริงพร่าเลือนของฉินเลี่ยยิ่งชัดเจนและเด่นชัดอยู่ภายใ
นทะเลสาบจิตวิญญาณโปร่งแสงเพียงผ่านไปไม่กี่วินาที
จิตวิญญาณแท้จริงกำลังสร้างขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว!
มันเป็นการช่วยยกระดับวิญญาณของฉินเลี่ย
เขาประหลาดใจหลังจากพบว่า
ไม่เพียงแค่จิตวิญญาณแท้จริงที่สร้างขึ้นใหม่สามารถปลดปล่อยพลังอ
สนีบาตได้เท่านั้น มันยังแข็งแกร่งขึ้นและเป็นปึกแผ่นมากขึ้น
พลังจำนวนมากถูกกักเก็บภายในจิตวิญญาณ!
เป็นอย่างที่เขาคิด “การชำระจิตวิญญาณอสนีและอสนีบาต”
เป็นหนทางสู่การพัฒนา เสริมสร้างและฝึกฝนจิตวิญญาณแท้จริง!
จากที่ฉินเลี่ยรู้มา
วิธีที่ได้ทั้งฝึกฝนและทำให้จิตวิญญาณบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่หายากมากที่สุ
ดในทุกกองกำลังของสำนัก
แม้กระทั่งในดินแดนแห่งความโกลาหล
เก้ากองกำลังใหญ่ระดับเงินยังมีหนทางไม่มาก
ที่ผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับบรรลุจะฝึกฝนจิตวิญญาณโดยเฉพาะได้
“การชำระจิตวิญญาณอสนีและอสนีบาตเป็นการฝึกฝนและพัฒนาจิต
วิญญาณแท้จริงด้วยพลังของอสนีและอสนีบาต
มันเติมเต็มจิตวิญญาณด้วยพลังอสนีบาตเพื่อต้านทานอสนีบาตที่เป็น
ศัตรูตามธรรมชาติของจิตวิญญาณ
ด้วยการเติมเต็มไปด้วยอสนีบาตและอสนี
จิตวิญญาณแท้จริงจึงไม่หวาดกลัวการโจมตีด้วยอสนีหรืออสนีบาตอีก
.. ยิ่งไปกว่านั้น จิตวิญญาณยังสามารถควบคุมอสนีบาตได้
มันจะต้องเป็นสิ่งที่น่าสนใจเมื่อถึงตอนนั้นอย่างแน่นอน!”
ฉินเลี่ยมั่นใจมากขึ้นว่าตาเขาจงใจให้ฝึกอสนีบาตทลายสวรรค์
ทำให้เขาฝึกฝนวิชานี้แบบลงลึก
รวมถึงวิชาวิญญาณลึกล ้ามาตั้งแต่แรก
นี่จะต้องเป็นวิชาวิญญาณทรงอำนาจและแก่กล้าอย่างแน่นอน
ฉู่หลีไม่ได้ต่อสู้กับหญิงสาวสำนักปีศาจลวงตาอย่างจริงจัง ดังนั้น
เขาไม่ได้ใช้พลังวิญญาณไปมาก จึงฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว
ฉู่หลีลืมตาขณะโยนหินวิญญาณสีเทาขาวในมืออย่างไม่ใส่ใจ
จากนั้นจึงมองฉินเลี่ยอย่างเกียจคร้าน
สายตาของเขาค่อย ๆ เต็มไปด้วยแสงสว่างแห่งความสงสัย
เขาประหลาดใจที่พบว่าเส้นผมของฉินเลี่ยและแม้กระทั่งจมูกยังส่องแส
งด้วยอสนีเป็นบางครั้ง
เมื่อฉู่หลีตั้งใจสัมผัสและมองดูทิวทัศน์ด้วยจิตวิญญาณตระหนักรู้
เขาพบอย่างรวดเร็วว่าจิตวิญญาณตระหนักรู้ของฉินเลี่ยถึงกับเต็มไป
ด้วยออร่าอสนีบาตอ่อน ๆ
การค้นพบนี้ทำให้ฉู่หลีตกตะลึงไปถึงภายใน
ฉู่หลีมาจากสำนักสังหาร ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนัก
บรรพบุรุษผู้สังหาร เชี่ยวชาญพลังอสนีและอสนีบาต
ความเป็นจริง
ศิษย์ในสำนักสังหารจำนวนมากฝึกฝนวิชาวิญญาณอสนีและอสนีบาต
ฉู่หลีอาจจะได้รับการยกเว้นเพราะฝึกฝนวิชาวิญญาณอื่นที่ถูกส่งต่อโ
ดยบรรพบุรุษผู้สังหาร แต่เขาทราบดีถึงความลับ
ข้อได้เปรียบและการใช้วิชาวิญญาณอสนีและอสนีบาต
แน่นอนเขาต้องรู้ว่าพลังอสนีบาตตคือศัตรูตามธรรมชาติของจิตวิญญำณ อสนีบาตสามารถใช้ทำลายสิ่งชั่วร้าย
ทำลายจิตวิญญาณเร่ร่อนและกำจัดวิญญาณอาฆาต
ยิ่งเป็นจิตวิญญาณตระหนักรู้ที่ขาดกายหยาบ
ย่อมไม่สามารถหลบหนีแรงระเบิดของอสนีและอสนีบาตได้
จิตวิญญาณแท้จริงของผู้ฝึกยุทธ์ก็ไม่ได้รับการยกเว้น
มันเองก็อ่อนแอกับการโจมตีของอสนีและอสนีบาต
จากที่ฉู่หลีรู้มา
บรรพบุรุษผู้สังหารกล้าเสริมจิตวิญญาณด้วยอสนีและอสนีบาตเมื่อตอ
นไปถึงพลังระดับอมตะ
มีคนนับพันที่ฝึกฝนวิชาอสนีและอสนีบาตทั่วทั้งสำนักสังหาร
แต่บรรพบุรุษผู้สังหารเป็นคนเดียวที่กล้าเสริมจิตวิญญาณโดยตรงด้ว
ยอสนีบาตเพื่อเพิ่มพละกำลัง
ขณะเดียวกัน ฉินเลี่ยมีพลังระดับบรรลุและเพิ่งทำลายจิตวิญญาณ
ถึงอย่างนั้น เมื่อเขาอยู่ในขั้นตอนสร้างขึ้นใหม่
จิตวิญญาณของเขาถึงกับเต็มไปด้วยออร่าอสนีบาต
นี่ทำให้ฉู่หลีตกตะลึงไปถึงข้างใน
บรรพบุรุษผู้สังหารได้ฝึกฝนที่พลังระดับอมตะก่อนที่จิตวิญญาณจะสา
มารถรอดจากอสนีและอสนีบาตได้
เทียบกับฉินเลี่ยแล้ว
บรรพบุรุษผู้สังหารคือเต่าที่ตามหลังกระต่ายไกลลิบ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ฉินเลี่ยลืมตา
พลังอสนีและอสนีบาตที่พรูพรั่งออกมาฉายผ่านดวงตาของเขา
เมื่อเขาเห็นว่าฉู่หลีกำลังจ้องมองอยู่นั้น
เขาเผยสีหน้าประหลาดใจขณะถามว่า “พี่ใหญ่ฉู่
เจ้ากำลังจ้องมองอะไรน่ะ?”
“เจ้าเสริมจิตวิญญาณด้วยอสนีและอสนีบาตงั้นเหรอ?”
สีหน้าของฉู่หลีแปลกประหลาด
“อื้ม” ฉินเลี่ยพยักหน้า แต่เขาไม่ได้อธิบายอะไร
ฉู่หลีไม่ถามเขาอีกเช่นกัน หลังจากครุ่นคิดสักพัก ฉับพลันเขาถามว่า
“เมื่อการทดสอบจบลง หากเวลาเป็นใจ
เจ้าจะไปสำนักสังหารกับข้าไหม?”
“เพื่ออะไรล่ะ?” ฉินเลี่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“ข้าอยากแนะนำให้เจ้ารู้จักกับคนคนหนึ่ง” ฉู่หลีกล่าวขณะยิ้มกว้าง
“วางใจเถอะ ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก
ข้าแค่คิดว่าเจ้าควรจะไปพบกับเขาสักครั้ง”
“ไม่มีปัญหา” ฉินเลี่ยเห็นด้วย
“พร้อมหรือยัง?” ฉู่หลียืนขึ้น
“พร้อม!” ฉินเลี่ยเองก็ยืนขึ้น
“ไปกันเถอะ!”
……
ลึกเข้าไปภายในป่าเขียวชอุ่ม
เยี่ยอี้เฮ่านั่งอยู่ในใจกลางของใบไม้จากต้นไม้โบราณ
สีหน้ามืดมนปรากฏให้ได้เห็น
เขาหรี่ตาจนเหมือนกับกำลังสัมผัสบางสิ่งด้วยจิตใจอยู่
ราชินีตะขาบแปดปีกขดรอบหัวใจขณะกระดกเล็กน้อยเหมือนกับกำลัง
ส่งสิ่งใหม่ไปให้เขา
ผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูกลุ่มใหม่มาถึงในชุดคลุมสีดำสนิท
พวกเขายืนอยู่ใต้ต้นไม้โบราณอย่างเงียบงัน พวกเขาคล้ายกับผีสีดำ
อีกด้าน ผู้ฝึกยุทธ์ของตระกูลเซี่ยโห
ตระกูลหลินและตระกูลซูกำลังสนทนากันอย่างออกรส
พวกเขากำลังถกหานทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับศัตรูที่จะเข้ามา
“ไม่มีความจำเป็นที่พวกเจ้าจะต้องออกไปแนวหน้าแม้แต่นิดเดียว
พวกเจ้าเพียงอยู่ที่นี่และรอให้พวกมันเข้ามาติดกับ”
ฉับพลันเยี่ยอี้เฮ่ากล่าวจากตำแหน่งตนเองท่ามกลางใบไม้
“สัมผัสของแมลงมนต์ดำข้าแม่นยำกว่าพวกเจ้านัก ดังนั้น
พวกมันจะค้นหาป่าเพื่อตรวจสอบสัญญาณสิ่งมีชีวิตของผู้ฝึกยุทธ์ต่าง
แดน ทันทีที่พวกมันพบผู้ฝึกยุทธ์ต่างแดน
แมลงจะปล่อยพิษมนต์ดำเข้าใส่
ทันทีที่ผู้ฝึกยุทธ์ต่างแดนรู้ตัวว่าพิษเข้าสู่ร่างกาย
กลุ่มแล้วกลุ่มเล่าจะมาเคาะถึงหน้าประตูเพื่อมาตามหาข้า”
“นั่นคงจะดีที่สุดแล้ว” เซี่ยโหยวนหัวเราะเสียงเบาแปลกประหลาด
ศีรษะล้านของเขาส่องแสงท่ามกลางสภาพแวดล้อมมืดมน
“คนที่อยู่กับสำนักปีศาจลวงตาถูกพิษมนต์ดำแล้ว
พวกมันน่าจะมาเช่นกัน” เยี่ยอี้เฮ่ากล่าวอย่างมืดมน
สีหน้าของเขาแปลกประหลาด “จะว่าไป
เสวี้ยโม่เหยียนจากสำนักปีศาจลวงตามีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสามตระ
กูลใหญ่ของพวกเจ้าด้วย”
“ได้ยังไง?” เซี่ยโหยวนยืนตัวตรง
ซูเหยียนและหลินตงฉิงเองก็สนใจขณะเงยหน้ามองเยี่ยอี้เฮ่า
พวกเขารอให้อีกฝ่ายอธิบาย
“แม่ของเสวี้ยโม่เหยียนมีชื่อว่าโม่หลิงเย่ พ่อของนาง…
เหมือนจะชื่อเสวี้ยลี่!” เยี่ยอี้เฮ่าอุทาน
เซี่ยโหยวนและคนอื่นสั่นสะท้านขณะถามพร้อมกันว่า
“เป็นแบบนั้นไปได้ยังไง?”
“พี่ใหญ่เยี่ย เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้เข้าใจผิด?
พวกข้าได้ยินเรื่องเสวี้ยโม่เหยียนมาบ้างเช่นกัน
แต่นางน่าจะแก่แล้วไม่ใช่หรือ?
โม่หลิงเย่และเสวี้ยลี่เป็นคนจากเมื่อหนึ่งพันปีก่อน ต่อให้พวกเขามีธิดา
นางก็ไม่น่าจะอายุน้อยพอที่จะเข้าร่วมการทดสอบได้”
ซูเหยียนดูสับสน
“เรื่องนี้ ถ้าจะอธิบายมันออกจะซับซ้อนสักหน่อย ในทวีปเทียนหลู่
สำนักปีศาจลวงตาคือศัตรูคู่อาฆาตของพวกข้า
ขณะที่พวกข้ากำลังสืบสวนยอดฝีมือรุ่นเยาว์อยู่นั้น
พวกข้าพบข้อมูลนี้เข้าผ่านช่องทางลับ แต่ว่า
ข้ามั่นใจเลยว่าข้อมูลนี้เป็นของจริง!” เยี่ยอี้เฮ่ากล่าวอย่างมั่นใจ
“ถ้าเสวี้ยโม่เหยียนคือผู้เหลือรอดของสำนักอสูรโลหิต
นิกายเฮยวูของเจ้าสามารถเปิดโปงนางได้ทุกเมื่อ
ตราบใดที่ข้อมูลนี้ถูกเปิดโปงออกมา
นางและผู้รอดชีวิตของสำนักอสูรโลหิตคนอื่นจะไม่มีที่ให้หลบซ่อนอีก!
” เซี่ยโหยวนไม่เข้าใจ
“สำนักปีศาจลวงตาและสำนักอสูรโลหิตสนิทชิดใกล้มาตั้งแต่อดีต
อวี่หลิงเวยคือผู้ปกป้องของเสวี้ยโม่เหยียน
พวกข้าไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอ อีกทั้ง
พวกข้าไม่อยากให้ข้อมูลนี้รั่วไหลเร็วเกินไป ดังนั้น
พวกข้าจึงทำได้เพียงเก็บเงียบเอาไว้”
สายตาของเยี่ยอี้เฮ่ามืดมนและเย็นชา
“ผู้หญิงคนนี้อาจจะแบกภาระในการฟื้นคืนสำนักอสูรโลหิตไว้บนบ่าก็ไ
ด้ กล่าวได้ว่าสำนักอสูรโลหิตเคยเป็นเจ้าปกครองทั่วทวีปเทียนเมี่ย
เทียบกันแล้ว
สามตระกูลใหญ่อย่างพวกเจ้าเคยเป็นส่วนหนึ่งของสำนักอสูรโลหิต
พวกเจ้าเข้าใจใช่ไหมว่าต้องทำยังไง?”
“นางจะไม่รอดจากการทดสอบนี้!” เซี่ยโหยวนกล่าวอย่างโหดเหี้ยม
สายตาของหลินตงฉิงและซูเหยียนราวกับอสรพิษที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
“ติ๊ง!”
เหรียญดาบที่แขวนอยู่ที่เอวของเซี่ยโหยวนพลันส่งเสียงต ่าขึ้นมา
“เป็นกลุ่มของลั่วเฉิน!” เขายิ้มกว้างอย่างป่าเถื่อน
“ข้าเดาว่าถึงเวลาที่พวกเขาจะปรากฏตัวแล้ว! ฮี่ฮี่
ข้าไม่คิดว่าเขาจะไวกว่าฉู่หลีนะ”
“ฆ่าให้หมดไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม!” ท่ามกลางใบไม้
เยี่ยอี้เฮ่าหรี่ตาขณะกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “พวกเจ้าทุกคน
กระจายกันหาจุดซ่อนตัวเหมาะ ๆ
ตระกูลเซี่ยโหจะเป็นกลุ่มเดียวที่อยู่ที่นี่
พวกข้าขอมอบเหยื่อกลุ่มแรกให้กับพวกเจ้า!”
“เข้าใจแล้ว!”
ผู้ฝึกยุทธ์ของนิกายเฮยวู ตระกูลหลินและตระกูลซูล้วนเริ่มเคลื่อนไหว
ที่นี่เต็มไปด้วยต้นไม้โบราณ
กิ่งก้านและใบไม้ปกคลุมทั้งท้องนภาและพื้นดิน
มันง่ายที่จะหาที่ซ่อนตัวนัก
คนทั้งหมดนี้หายไปเพียงระยะเวลาสั้น ๆ
พวกเขาล้วนปกปิดออร่าเป็นอย่างดี
เซี่ยโหยวนและผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลเซี่ยโหบางส่วนอยู่ที่เดิมเพื่อรอการมา
ถึงของลั่วเฉิน สายตาของพวกเขาทอประกายอสรพิษเย็นเยือก
“โอออออ!”
เมื่อเยี่ยอี้เฮ่าซ่อนตนเองและลั่วเฉินกำลังจะมาถึง
เหรียญนิกายเฮยวูที่แขวนอยู่ตรงเอวของเยี่ยอี้เฮ่าดังขึ้นมา
“จะได้พบกันแล้ว!” เยี่ยอี้เฮ่าเลียริมฝีปาก
สายตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม เขาดูเหมือนสัตว์ที่กระหายโลหิต
เสียงจากเหรียญดังขึ้น
มันหมายความว่ากลุ่มของฉู่หลีในตอนนี้อยู่ภายในระยะห้าสิบกิโลเมต
ร
“ในที่สุด พวกเราก็ตามรอยมันพบจนได้!” ห่างออกไปห้าสิบกิโลเมตร
ฉู่หลีร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
“มาดูซิว่าเจ้าคนสารเลวเยี่ยอี้เฮ่าจะหนีไปไหนได้อีก!”
“โอออ! ติ๊ง!”
เหรียญนิกายเฮยวูและเหรียญขุนเขาดาบสวรรค์ที่กำลังแขวนอยู่ที่เอว
ของฉินเลี่ยดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน
เมื่อสัมผัสเหรียญเพื่อตรวจสอบ
ใบหน้าของฉินเลี่ยบิดเบี้ยวจนเป็นสีหน้าแปลกประหลาดจนยากจะอธิ
บาย
ทั้งลั่วเฉินและเยี่ยอี้เฮ่าล้วนอยู่ในทิศทางเดียวกัน!