Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 444: ยาเม็ดสั่งสม
ตอนที่ 444: ยาเม็ดสั่งสม
“พรวด!”
โลหิตกระอักออกจากปากของฉินเลี่ยอีกครั้ง
ถึงแม้ร่างกายของพวกเขาจะไม่ทนทาน
ถึงแม้วิชาวิญญาณของพวกเขาจะไม่แปลกใหม่และบริสุทธิ์
แต่หลินเยี่ยเหนียนและเซี่ยโหไถ่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นกลางของพลังระดั
บบรรลุ ระดับการฝึกฝนของพวกเขาจึงเหนือกว่า ผลที่ได้
ประสบการณ์การต่อสู้และใช้พละกำลังจึงไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย
เหตุผลที่เขาสามารถสังหารทั้งสองคนได้นั้นก็เพราะความโหดเหี้ยมแล
ะความเต็มใจที่จะเสี่ยงชีวิตของตนเอง!
ตอนนี้
เขาแลกอาการบาดเจ็บสาหัสเพื่อความตายของหลินเยี่ยเหนียนและเซี่
ยโหไถ่
ปอดและขาข้างหนึ่งถูกแทงด้วยฝีมือของเขาจากการใช้กระบี่ไร้เทียมทำนสายรุ้ง
หน้าอกได้รับบาดแผลจากการโจมตีอันน่าหวาดกลัวของหนามกระดูก
เยือกแข็ง
เขาโชกโลหิตโดยสมบูรณ์ราวกับเกิดมาเป็นมนุษย์โลหิต
รูปลักษณ์ของเขาลำเค็ญและน่าเวทนาผสมกันไป
ราวกับว่าต่อให้ไม่มีใครมาผลัก เขาก็ย่อมเดินโซเซจนล้มลงไปเองได้
แต่อย่างน้อยในตอนนี้ เขายังยืนอยู่ตรงนั้นอย่างไม่ยอมใคร
เท้าของเขายังเหยียบอยู่บนเท้าของเซี่ยโหไถ่
เท้าทั้งสองยังติดแน่นด้วยกระบี่ไร้เทียมทานสายรุ้งที่แตกหัก
ผู้ฝึกยุทธ์สองคนที่เหลือผู้กำลังโจมตีเขาพร้อมกันอยู่ไม่ไกลจากฉินเลี่
ยและยังสามารถเริ่มการโจมตีระลอกใหม่ได้
แต่ว่า ด้วยไม่ว่าจะด้วยเหตุใดก็ตาม
ทั้งสองกลับยืนแข็งทื่อจนน่าประหลาดใจ
พวกเขาไม่พยายามสังหารฉินเลี่ยในขณะที่ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส
นี่ก็เพราะทั้งสองหวาดกลัววิธีการของฉินเลี่ย!
พวกเขาล้วนหวาดกลัวความโหดเหี้ยมและความใจกล้าของฉินเลี่ยไป
ถึงทรวง
พวกเขาไม่สามารถสลัดความรู้สึกที่จะถูกแปรเปลี่ยนเป็นศพน่าเวทนา
เหมือนอย่างหลินเยี่ยเหนียนและเซี่ยโหไถ่หากเข้าโจมตีในตอนนี้
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงลังเล
“ฆ่ามัน! ฆ่ามัน!”
เสียงคำรามของเซี่ยโหยวนดังก้องในเวลาที่เหมาะเจาะ
เมื่อผู้ฝึกยุทธ์ที่กำลังลังเลสองคนได้ยินเสียงคำรามเข้า
พวกเขาพลันได้สติจากสภาวะลำบากใจทันที
ทั้งสองสบตากันก่อนจะกลับมาหนักแน่นอีกครั้ง
“หวือ! หวือ!”
กงล้อเพลิงสีม่วงและขนนกเจ็ดหางพุ่งพร้อมกันอีกครั้งขณะเริ่มปลดป
ล่อยพลังวิญญาณในปริมาณที่น่าหวาดกลัวออกมา
กงล้อเพลิงสีม่วงหมุนอย่างบ้าคลั่งกลางอากาศราวกับจานหมุนลุกไหม้
เปลวเพลิงน่าหวาดกลัวที่สามารถแผดเผาจิตวิญญาณได้ถูกปลดปล่อ
ยโดยกงล้อเปลวเพลิงสีม่วง
เปลวเพลิงสีม่วงสดใสและแปลกประหลาดปรากฏบนจานราวกับบุปผา
ปีศาจสีม่วงจำนวนมาก
ขณะเดียวกัน
ขนนกเจ็ดหางแปรเปลี่ยนเป็นนกยูงสายรุ้งที่มีความยาวสิบกว่าเมตร
ทั่วทั้งร่างเป็นประกายด้วยสีรุ้ง ยามสยายปีก
มันปลดปล่อยสายลมเย็นเยือกและรุนแรงออกมา
ไม่มีผู้ฝึกยุทธ์คนใดกล้าเข้าใกล้ฉินเลี่ยมากเกินไป
พวกเขาเพียงกล้าควบคุมอุปกรณ์วิญญาณจากที่ไกล ๆ
ด้วยจิตวิญญาณแท้จริงขณะพยายามควบคุมอันตรายที่จะเกิดกับชีวิต
ตนเองให้น้อยที่สุดขณะพยายามสังหารฉินเลี่ย
ฉินเลี่ยคว้ากระบี่ไร้เทียมทานสายรุ้งที่แตกหักขึ้นมาขณะโคจรพลังเยือ
กแข็งส่วนหนึ่งผ่านขาที่กำลังเจ็บปวด
ความเจ็บปวดทุเลาลงอย่างรวดเร็ว
มันยากสำหรับเขาที่จะเคลื่อนไหวอย่างว่องไวด้วยขาที่ได้รับบาดเจ็บ
เช่นนั้นแล้ว เขาจึงละความคิดที่จะกระทำและนั่งลง
เขาลอบอัญเชิญวิชาวิญญาณโลหิตออกมาเพื่อเตรียมพร้อมปลดปล่อ
ยตัวตนในช่วงวิกฤติก่อนจะฉวยโอกาสลงมือสังหารในช่วงที่ทั้งสองคน
เผลอ
เขาพร้อมที่จะทิ้งทุกสิ่ง
“จ้าวเสวียน! ชางเฉินตง! พวกเจ้ามัวรออะไรอยู่?”
ในตอนนี้
ลั่วเฉินผู้เหมือนกับอาบโลหิตและกำลังปล่อยพายุดาบขนาดมหึมาพลั
นตะโกนอย่างหนักแน่นออกมา
หลังจากถูกพิษมนต์ดำ
ถูกตระกูลเซี่ยโหและตระกูลหลินโจมตีและกระจัดกระจายเพราะระเบิด
สังหารลึกลับของฉินเลี่ย
จ้าวเสวียนและชางเฉินตงหลังจากที่ออกห่างจากสมรภูมิไปในที่สุดก็ก
ลับมา
ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้นและได้ยินเสียงตะโกนของลั่วเฉิน
พวกเขาพุ่งเข้าไปช่วยลั่วเฉินด้วยการประมือกับเซี่ยโหยวนและหลินตง
ฉิงทันที
“ออกไปให้พ้น!”
ลั่วเฉินตะโกนด้วยสีหน้าเย็นชาขณะสร้างดาบสายรุ้งจำนวนมากท่าม
กลางพายุดาบยักษ์ “ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือของพวกเจ้า!
ฆ่าคนตระกูลเซี่ยโหและตระกูลหลินที่เหลือซะ!”
พายุดาบขนาดมหึมาราวกับพายุหมุนที่สามารถทำลายอุปสรรคทั้งมว
ลในโลกได้หากเคลื่อนผ่านพื้นดิน
ปฐพี หิน ไม้และแม้กระทั่งอากาศล้วนถูกบดขยี้เป็นชิ้น ๆ
โดยพายุหมุนดาบทรงกลม
ตอนนี้
สายตาของลั่วเฉินกำลังมองผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลเซี่ยโหและหลินอีกสองคน
ที่เหลืออยู่
เขากำลังจ้องมองผู้ฝึกยุทธ์ที่กำลังควบคุมกงล้อเพลิงสีม่วงและขนนกเ
จ็ดหางที่กำลังจะสังหารฉินเลี่ย
“เรื่องนี้…”
จ้าวเสวียนและชางเฉินตงแข็งทื่อ
พวกเขาล้วนเห็นความสงสัยในดวงตาของอีกฝ่าย
ตั้งแต่ที่เกาะไห่เยวี่ย ทันทีที่ลั่วเฉินทราบถึงตัวตนของฉินเลี่ย
เขาทุ่มความเกลียดชังทั้งหมดใส่ฉินเลี่ย
ตอนฉินเลี่ยเตรียมจะจากเกาะไห่เยวี่ยโดยการใช้ค่ายเคลื่อนย้ายพริบ
ตาต่างมิติ เป็นเขาที่ก้าวมาหยุดฝีเท้าของฉินเลี่ย
บังคับให้ฉินเลี่ยคืนหลุมศพว่างเปล่ามา
ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่พร้อมที่จะปล่อยให้เรื่องราวจบลง
เขาถึงขั้นสัญญากับประมุขของพรรคหลานซิงว่าจะสังหารฉินเลี่ยในสุ
สานเทพ
จ้าวเสวียนไม่ทราบว่าความเกลียดชังระหว่างลั่วเฉินและฉินเลี่ยมีมาอย่
างไร
แต่พวกเขาทราบว่าลั่วเฉินรังเกียจฉินเลี่ยจนถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย
แต่ตอนนี้ คำสั่งของลั่วเฉินส่อให้เห็นว่าพร้อมจะช่วยฉินเลี่ย
นี่ทำให้พวกเขาทั้งสับสนและงุนงง
มันถึงจุดที่พวกเขาคิดว่าเข้าใจความหมายของลั่วเฉินผิดไป
ด้วยเหตุนี้
พวกเขาแข็งทื่อและไม่เคลื่อนไหวโดยทันทีเพื่ออยากยืนยันความตั้งใจ
ของลั่วเฉินอีกครั้ง
ตอนนี้เองที่ลั่วเฉินกล่าวอีกครั้งว่า “ข้าต้องฆ่ามันด้วยมือของข้าเอง!”
เขายังมีความหยิ่งทะนง!
เป็นความหยิ่งทะนงที่จ้าวเสวียนและชางเฉินตงไม่เข้าใจ!
ชั่วชีวิตนี้
หลี่มู่เป็นคนเดียวที่ดูถูกและเมินเขาจนก่อให้เกิดความอับอายขายขี้ห
น้า
หลี่มู่บอกว่าเขาไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นศิษย์
แต่ฉินเลี่ยกลับเป็นคนที่หลี่มู่ยอมรับให้เป็นศิษย์ครึ่งหนึ่ง
ดังนั้น เขาต้องสังหารฉินเลี่ยด้วยมือตนเอง ก่อนจะตัดศีรษะด้วยดาบ
หลังจากนั้น
เขาจึงจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าหลี่มู่คิดผิดเพื่อรักษาความหยิ่งทะนงของ
ตนเองเอาไว้!
ด้วยเหตุนี้ ฉินเลี่ยต้องมีชีวิตรอด!
จ้าวเสวียนและชางเฉินตงไม่เข้าใจความหยิ่งทะนงของลั่วเฉิน
แต่พวกเขาเข้าใจคำพูดของอีกฝ่าย ดังนั้น
พวกเขาไม่ลังเลอีกก่อนจะพุ่งเข้าหาผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลเซี่ยโหและหลินอี
กสองคนที่เหลือ
ทั้งสองที่กำลังสังหารฉินเลี่ยในขณะที่ยังได้รับบาดเจ็บสาหัส
ได้เสียโอกาสที่ดีที่สุดไปเพราะการขัดขวางของจ้าวเสวียนและชางเฉิน
ตง
หลังจากสังหารหลินเยี่ยเหนียนและเซี่ยโหไถ่ติดต่อกัน
ต้องขอบคุณลั่วเฉินที่แบ่งความกดดันจากเซี่ยโหยวนและหลินตงฉิง
ต้องขอบคุณการขัดขวางของจ้าวเสวียนและชางเฉินตง
ฉินเลี่ยจึงมีเวลาว่างแล้ว
ไม่มีใครมีเวลาว่างมายุ่งกับเขา
ราวกับปาฏิหาริย์
เขามีช่วงเวลายินดีกับเวลาว่างนี้แม้รอบข้างกำลังต่อสู้อย่างตึงเครียดใ
นพื้นที่อันโกลาหลเช่นนี้
โดยไม่กล้าเสียเวลาแม้เพียงเสี้ยววินาที
เขาเร่งหยิบหินวิญญาณออกมาเพื่อฟื้นฟูอย่างลับ ๆ
ขณะนั่งอยู่ที่เดิมอย่างเด็ดเดี่ยว ในเวลาเดียวกัน
เขาลืมตาและตรวจสอบรอบ ๆ
อย่างใกล้ชิดเพื่อดูเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง
เขาใช้วิชาวิญญาณโลหิตเพื่อรักษาบาดแผลและระงับความเจ็บปวดจำกบาดแผลก่อนจะสมานพวกมันเพื่อไม่ให้เลวร้ายไปมากกว่านี้
ในตอนนี้เองที่ขวดหยกสีขาวลายครามที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีส้มพลั
นลอยออกมาจากพุ่มไม้หนาก่อนจะตกลงบนศีรษะของเขา
สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไปราวกับเผชิญศัตรูตัวฉกาจ
ทำให้เขาเตรียมพร้อมเคลื่อนไหวทุกเมื่อ
“นี่คือยาเม็ดสั่งสมระดับลึกล ้าขั้นที่หก
มันช่วยรักษาบาดแผลทางกายภาพและเป็นประโยชน์ต่อหัวใจและปอด
ของผู้ใช้เป็นอย่างยิ่ง ยาเม็ดนี้มีค่าไม่มากก็จริง
แต่ก็เหมาะสำหรับบาดแผลที่เจ้าได้รับในตอนนี้”
เสียงเกียจคร้านดังมาจากพุ่มไม้ ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตู้เซี่ยงหยาง
“มีใครอยู่ตรงนั้น!”
หญิงสาวสำนักปีศาจลวงตามองไปทางตู้เซี่ยงหยางทันทีที่ได้ยินเสียงเ
ขาพูด
พลังวิญญาณโลกไม่ปรากฏภายในสุสานเทพ
นี่ทำให้การได้ยินจิตวิญญาณแท้จริงของผู้ฝึกยุทธ์อ่อนแอมากขึ้น
ตู้เซี่ยงหยางและหญิงสาวสำนักปีศาจลวงตากำลังหลบซ่อนในที่ที่แตก
ต่างกัน พวกเขาอยู่ไกลจากกันเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้
พวกเขาจึงไม่สังเกตเห็นถึงตัวตนของอีกฝ่าย
จนกระทั่งตู้เซี่ยงหยางเปิดปากเองจนเสวี้ยโม่เหยียนและคนอื่นรู้ว่ามีคน
อื่นอยู่ตรงนั้นก่อนหน้าที่พวกนางจะมา
“เจ้าดูไม่เหมือนคนดีเลยนะ”
สีหน้าของฉินเลี่ยมืดมนขณะจ้องมองเปลวเพลิงที่ห่อหุ้มขวดที่ตกลงมำต่อหน้าเขาอย่างช้า ๆ
เปลวเพลิงลอยออกมาเองหลังจากวางขวดสีขาวลายครามลง
ไม่มีหลงเหลือแม้แต่นิดเดียว
“นี่แสดงความหวังดีอยู่นะ” ตู้เซี่ยงหยางยิ้ม
“ตอนดินแดนแห่งเปลวเพลิง
เป็นข้าที่เสียมารยาทและยั่วยุคนบ้าอย่างเจ้า แต่ว่า
ข้าหลีกเลี่ยงเจ้าตั้งแต่นั้นมา
เป็นข้าที่บอกเจ้าว่าสหายของเจ้าถูกพิษมนต์ดำ
ข้ารู้ว่าเจ้าจะรีบไปแก้แค้นเยี่ยอี้เฮ่า
แต่เจ้าต้องหาสหายให้เจอด้วยข้อมูลที่ข้าจะมอบให้
พอข้าคิดแบบนี้แล้ว
มันก็เท่ากับเจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งหนู้เซี่ยงหยาสงงดีอยู่นะอหุ้มขมวด เห…”
ฉินเลี่ยพ่นลมออกจมูก
“ยาเม็ดสั่งสมอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว ขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะใช้หรือไม่
ข้ามาที่นี่ในฐานะผู้สังเกตการณ์เท่านั้น
ข้าหรือสหายไม่ได้ถูกพิษมนต์ดำ เพราะงั้นเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า”
ตู้เซี่ยงหยางกล่าวอย่างเกียจคร้าน
ฉินเลี่ยครุ่นคิดด้วยใบหน้ามืดมนก่อนจะหยิบขวดสีขาวลายครามที่อยู่
ตรงหน้าขึ้นมา หลังจากดึงจุกแล้วสูดดม
เขากลืนยาเม็ดสั่งสมห้าเม็ดที่อยู่ในขวดเข้าไปรวดเดียวก่อนจะกล่าวอ
ย่างไม่ใส่ใจว่า “ตั้งแต่นี้ไป
ความขัดแย้งระหว่างเจ้ากับข้าเป็นอันหมดสิ้น”
ตู้เซี่ยงหย่างหัวเราะขมขื่นแล้วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า
“ตราบใดที่เจ้าไม่มาหาข้าพร้อมปัญหาในอนาคตล่ะนะ
ข้าพูดได้เต็มปากเลยว่ากลัวเจ้า”
ฉินเลี่ยหรี่ตาและไม่ตอบอีกฝ่าย กลับกัน
เขาใช้หัวใจเพื่อสัมผัสพลังของยาเม็ดสั่งสม
วินาทีที่ยาเม็ดสั่งสมห้าเม็ดเข้าสู่ท้อง
เขาจดจ่อกับพลังที่กระจายออกมาทันที
ฤทธิ์ยาอ่อนโยนและบำรุงห้าส่วนถูกดึงเข้าสู่หัวใจ
ปอดและขาราวสายธาราอบอุ่นห้าสาย
ความเจ็บปวดของบาดแผลสองจุดนี้ทุเลาลงเล็กน้อย
นี่ทำให้ดวงตาของเขาเป็นประกาย
เขารู้ทันทีว่าของขวัญของตู้เซี่ยงหยางมีผลดีต่อบาดแผลของเขาอย่าง
เหลือเชื่อ
ดังนั้น
เขาแบ่งความตระหนักรู้ส่วนหนึ่งเพื่อดูฤทธิ์ยาของยาเม็ดสั่งสมที่รักษา
บาดแผลทั้งสองของเขา
แต่ว่า ดวงตาของเขายังจดจ้องฉู่หลีและเยี่ยอี้เฮ่า
เขาลอบให้ความสนใจแกนโลหิตกิเลนอัคคีสามหยดอย่างลับ ๆ
ไม่กล้าผ่อนคลายแม้เพียงเสี้ยววินาที
“ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว!”
ฉู่หลีเหมือนกับดวงดาราที่พุ่งผ่านท่ามกลางทางช้างเผือกอย่างไม่หยุด
หย่อนขณะหลบการโจมตีของผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูและตระกูลซู
เขารวดเร็วจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นการเคลื่อนไหวด้วยตาเป
ล่า
ผู้ฝึกยุทธ์สองในหกที่ห้อมล้อมฉู่หลีล้วนตายอย่างโหดเหี้ยมภายใต้กา
รแก้แค้นของเขา พวกนางล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลซู
เกราะวิญญาณของฉู่หลีเหมือนกับถูกถักทอจากดวงดาราจำนวนมาก
มันระยิบระยับ
น่าพิศวงและเต็มไปด้วยออร่าหรูหรางามสง่าของดวงดารา
ในบางครั้ง ร่างกายของเขาจะสั่นไหว
ดวงดาราจะพุ่งออกมาจากร่างกาย
ราวกับขนเม่น ดวงดาราจะพุ่งใส่ทุกทิศทางด้วยแรงอันน่าหวาดกลัว
พลังระเบิดของดวงดาราทำให้ผู้จู่โจมเขาขมขื่นจนยากจะบรรยาย
มันทำให้พวกเขายุติการโจมตีและยอมสร้างการป้องกันที่ดีที่สุดเพื่อปั
ดป้องการโจมตี
ฉู่หลีไม่มีทีท่าว่าจะเสียเปรียบแม้จะสู้กับผู้ฝึกยุทธ์หกคนจนฆ่าตายไปแ
ล้วสองคนก็ตาม
ถ้าเยี่ยอี้เฮ่าและซูเหยียนไม่อยู่ที่นี่
ฉินเลี่ยจะคาดหวังกับอีกฝ่ายไว้สูงจนเชื่อว่าจะได้รับชัยชนะอย่างรวดเร็
ว
แต่น่าเสียดาย เยี่ยอี้เฮ่ายังไม่เคลื่อนไหว
เขาเพียงมองดูจากด้านข้างอย่างเย็นชามาโดยตลอด
ราวกับทุกสิ่งกำลังเป็นไปตามแผนที่คาดการณ์ไว้