Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 459: คล้อยตาม
ตอนที่ 459: คล้อยตาม
“น่าแปลก
นางรู้ได้อย่างไรว่าเจ้ากำลังฝึกฝนวิชาวิญญาณโลหิตแม้จะอยู่ไกลกัน
ขนาดนี้?”
ไม่กี่นาทีหลังจากเสวี้ยโม่เหยียนจากไป
ซ่งถิงอวี้ออกมาจากภายในกลุ่มใบไม้
ลำแสงสว่างห้าสีกำลังกระเพื่อมรอบร่างกายของนาง
ฉินเลี่ยอยู่ภายในลำแสงสว่างเช่นกัน
ตอนเขาพบว่าเสวี้ยโม่เหยียนกำลังใกล้เข้ามา
เขาพลันดึงหลุมศพว่างเปล่ากลับทันทีแล้วบอกซ่งถิงอวี้ให้ใช้อุปกรณ์
ซิญญาณเพื่อซ่อนแรงกดดันเอาไว้
จากนั้นทั้งสองก็หลบซ่อนอยู่ข้างในนั้น
ทั้งสองตัวติดกันขณะอยู่ข้างในกำแพงแสงสว่างขนาดเล็ก
ขณะมองผ่านใบไม้ พวกเขามองเสวี้ยโม่เหยียนกำลังค้นหารอบ ๆ
ด้วยสีหน้าสงสัยก่อนจะจากไปอย่างไม่เต็มใจ
เพราะเสวี้ยโม่เหยียนจากไปแล้ว
ซ่งถิงอวี้จึงเก็บกำแพงแสงสว่างหลากสีสันอย่างช้า ๆ
ขณะสูดดมกลิ่นจากซ่งถิงอวี้และชิดใกล้กับร่างกายมีเสน่ห์ได้รูปนั้น
ฉินเลี่ยอดที่จะรู้สึกร้อนอยู่ภายในเล็กน้อยไม่ได้จนเริ่มคิดเรื่องอย่างว่า
ในความเงียบ
เขายังคงตัวติดกับซ่งถิงอวี้ขณะดวงตาฉายแสงสว่างเร่าร้อนและร้อนแ
รง
“ทำไมเจ้าต้องหลบนางด้วย?
เจ้าควรบอกความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าและเสวี้ยลี่ให้นางรู้
เจ้าควรเป็นสหายกับนางให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
นี่เป็นผลประโยชน์ต่อการเคลื่อนไหวในอนาคตตอนอยู่ที่สุสานเทพ…”
ซ่งถิงอวี้พึมพำด้วยเสียงเล็ก
ฉินเลี่ยไม่กล่าวอะไรเพิ่มเติม
ขณะรู้สึกแปลกประหลาดอยู่ภายใน
ซ่งถิงอวี้หันมามองเขาก่อนจะพลันแข็งทื่อ
ความเขินอายอันเริงร่าปรากฏบนใบหน้างดงามของนาง
นางสังเกตเห็นความเร่าร้อนในดวงตาของฉินเลี่ยเมื่อมองครั้งแรก
นางรู้ว่าฉินเลี่ยกำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนี้
“เจ้าคนชั่ว…”
ซ่งถิงอวี้ต่อว่าอยู่ในใจ แต่นางฉลาดมากพอที่จะเงียบในโอกาสเช่นนี้
ตอนพวกเขากำลังซ่อนอยู่ภายในพุ่มไม้
ซ่งถิงอวี้อยู่ด้านหน้าขณะที่ฉินเลี่ยอยู่ด้านหลัง
พวกเขากำลังพิงชิดใกล้จนรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของอีกฝ่าย
แม้กระทั่งได้ยินเสียงเต้นหัวใจถี่รัวอันแผ่วเบา
บรรยากาศเป็นใจอย่างเหลือเชื่อ ตอนนี้กลับมาอ่อนโยน
หลายสิบวินาทีผ่านไป
ฉินเลี่ยกอดร่างมีเสน่ห์ของซ่งถิงอวี้เอาไว้ในอ้อมแขน
ท่ามกลางเสียงฮึดฮัดอันแผ่วเบา
ดวงตาปิดครึ่งหนึ่งของซ่งถิงอวี้มองใบหน้าของฉินเลี่ยที่ยิ่งมายิ่งเด่นชั
ด
ในวินาทีต่อมา ฉินเลี่ยพลันเข้าใกล้แล้วจูบนาง
“อืม…”
นางไม่ขัดขืนแม้แต่นิดเดียว
ซ่งถิงอวี้หลับตาอย่างว่าง่ายก่อนจะจูบกลับอย่างเร่าร้อน
“ซวบ ซวบ!”
เสียงใบไม้บนร่างกายเสียดสีกันดังก้องอยู่ภายในต้นไม้
“ปัง!”
ฉินเลี่ยพบว่าตนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามที่ต้องการขณะอยู่ภายใ
นต้นไม้ก่อนจะตกลงมาจากต้นไม้ขณะโอบซ่งถิงอวี้เอาไว้
ขณะโอบกอดกันไว้
ทั้งสองตกลงใต้ต้นไม้โดยมีแผ่นหลังของซ่งถิงอวี้กดทับต้นไม้เอาไว้
มือใหญ่ทั้งสองสำรวจร่างกายได้รูป
รวมถึงร่องอกและหน้าอกมีเสน่ห์อย่างไม่ลังเล
ดวงตาของซ่งถิงอวี้หุบลงและเหินห่างขณะหอบแหกด้วยน ้าเสียงอ่อน
ความเขินอายด้วยความพึงใจที่ปรากฏบนคอยากจะควบคุม
นางมีร่างสูง หน้าอกกลมได้รูป เนินอกของนางนับว่าน่าทึ่ง
ฉินเลี่ยหลงใหลมากจนไม่อาจรอที่จะได้สัมผัสสัดส่วนเหล่านั้น
มืออีกข้างของฉินเลี่ยเคลื่อนไปที่แผ่นหลังของนางและจู่โจมจุดอ่อนไห
ว มันกลังรุกล ้าพื้นที่ส่วนตัวที่เป็นของเขาและนางเพียงผู้เดียว
ซ่งถิงอวี้ไม่แม้แต่จะขัดขืน นางมอบทั้งกายและใจไปแล้ว
นางยอมฉินเลี่ยหมดหัวใจ เมื่อนางถูกพิษมนต์ดำ
เสียทั้งพลังชีวิตและจิตวิญญาณอย่างช้า ๆ
ขณะถูกล่าโดยผู้ฝึกยุทธ์จากนิกายเฮยวูอย่างไม่ลดละ
นางตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ลังเลและไม่ปิดบังความรู้สึกหากได้พบกับฉินเ
ลี่ยอีกครั้ง
ตอนที่นางคิดว่าจะตายอย่างโหดเหี้ยมและไม่มีทางได้พบฉินเลี่ยอีก
ทวยเทพเหมือนกับได้ยินเสียงอ้อนวอนของนางจนถึงกับประทานฉินเลี่
ยมาต่อหน้า!
ฉินเลี่ยช่วยนางจากกรงเล็บของผู้ติดตามจากนิกายเฮยวู
หลังจากนั้น
ฉินเลี่ยพยายามทุกวิถีทางเพื่อถอนพิษมนต์ดำมาโดยตลอด
ตอนเขาพบว่าไม่มีวิธีใดได้ผล
เขากลับแบกนางขึ้นหลังและตั้งเป้าจะหาเยี่ยอี้เฮ่าเพื่อสังหารราชินีแมล
งเพื่อช่วยนางจากพิษ
แม้แต่นางก็ไม่คาดหวังและคิดว่าความพยายามของฉินเลี่ยจะล้มเหลว
นางไม่คิดว่านางจะสามารถรอดชีวิตกลับไปได้
แต่ฉินเลี่ยกลับได้โลหิตของแมลงมนต์ดำมา!
ผลที่ได้
นางถูกดึงกลับจากสุดขอบความตายด้วยการใช้โลหิตแมลงมนต์ดำห
นึ่งหยด
ทุกสิ่งที่ฉินเลี่ยทำก็เพื่อนาง นางเห็นกับตา จากตู้เซี่ยงหยางและฉู่หลี
นางถึงกับรู้ว่าฉินเลี่ยพุ่งเข้าไปในพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยพิษมนต์ดำเพื่อ
ต่อกรกับราชินีตะขาบแปดปีกอย่างหาญกล้าแม้ว่าจะอันตรายมากก็ตำม…
ทุกสิ่งที่ฉินเลี่ยทำเติมเต็มหัวใจของนางด้วยร่างของเขาจนล้นปรี่
นางยอมรับฉินเลี่ยทั้งกายและใจ
ดังนั้น นางไม่แม้กระทั่งขัดขืนความต้องการของฉินเลี่ยแม้แต่นิดเดียว
ชุดของนางถูกปลด เผยให้เห็นบริเวณหน้าอกสีขาวขนาดใหญ่
ผิวสีขาวราวหยกของนางกำลังทอแสงมันเงามีเสน่ห์ราวกับจะทำให้ลูก
ตาของคนที่จ้องมองจมดิ่งลงไป
ฉินเลี่ยหลงเสน่ห์ของนางเต็มเปา
“ตุบ ตุบ! ตุบ ตุบ!”
เสียงฝีเท้าเร็วรี่ย้อนกลับมาจากที่ไกล ๆ อย่างรวดเร็ว
ทั้งสองเกือบจะสูญเสียการควบคุมอย่างรวดเร็ว
พวกเขากลับมาได้สติอีกครั้งขณะที่ซ่งถิงอวี้เร่งปกคลุมพวกเขาด้วยโ
ล่แสงสว่างอีกครั้ง
ร่างของทั้งสองล่องหนอย่างรวดเร็ว
ร่างงดงามของเสวี้ยโม่เหยียนปรากฏในที่แจ้งอีกครั้ง
ดวงตาสงสัยของนางสอดส่องไปรอบ ๆ
สักพักก่อนจะจากไปอย่างไม่เต็มใจ
ผ่านไปเนิ่นนาน
โล่แสงสว่างใต้ต้นไม้ถูกคลายขณะร่างทั้งสองเผยให้เห็นอีกครั้ง
ขณะหน้าอกครึ่งหนึ่งเผยออกมาและใบหน้าเต็มไปด้วยความเขินอายแ
ละหน้ามู่แบบทีเล่นทีจริง นางกล่าวว่า
“โล่งอกไปทีที่ข้าลงมือได้ทันการ ไม่งั้น ไม่งั้น…”
ความเร่าร้อนอันร้อนแรงในดวงตาของฉินเลี่ยจางหายไปอย่างช้า ๆ
ขณะยิ้มกว้าง “ไม่งั้นอะไร?”
“ไม่งั้นพวกเราก็ถูกจับได้คาหนังคาเขาน่ะสิ”
ซ่งถิงอวี้ยิ้มงดงามขณะผลักเขาออกไปอย่างเบามือ “เจ้าคนชั่ว
ยังผ่านไปไม่นานเลยตั้งแต่ที่พิษมนต์ดำถูกถอนออกไป
แต่เจ้ากลับคิดเรื่องบัดสีเช่นนี้ โล่งอกไปทีที่เสวี้ยโม่เหยียนกลับมา
ไม่งั้นข้าตกเป็นเหยื่อของเจ้าไปแล้ว เจ้าคนลามก!”
นางดึงเส้นผมยุ่งเหยิงไปมาโดยไม่มีความโกรธปรากฏบนใบหน้า
สีหน้าร่าเริงของนางเผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไม่ได้โกรธเคือง
“จริงสิ ข้ายังถามเมื่อครู่ไม่เสร็จเลย ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมพบนาง?
ข้าเชื่อว่าเจ้าควรอธิบายความสัมพันธ์ให้เรียบร้อยเพื่อเป็นมิตรกับสำนั
กปีศาจลวงตาให้เร็วที่สุด” ซ่งถิงอวี้กลับเข้าเรื่องอีกครั้ง
“ข้าสัญญากับเสวี้ยลี่แล้วว่าจะพยายามช่วยนางตอนอยู่ในสุสานเทพอ
ย่างสุดความสามารถถ้าได้พบนาง แต่ว่า
ดูท่าข้าจะช่วยนางได้ไม่มากเท่าไหร่
การบอกนางเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างข้าและเสวี้ยลี่จะดูเหมือนข้าร้อง
ขอบางสิ่งจากนางผ่านการเส้นสาย ยังไงซะ
นางก็แข็งแกร่งกว่าพวกเราในตอนนี้
นางเป็นคนที่มีเจตนาแรงกล้าเช่นกัน” ฉินเลี่ยสัมผัสคางตนเอง
“หา?”
ซ่งถิงอวี้เริ่มหงุดหงิด “นี่เจ้าหัดเข้าใจคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? หึ
เดี๋ยวก่อนนะ เจ้าเก่งเรื่องเปลื้องผ้าคนอื่นเหมือนกัน…”
นางจ้องมองชุดตนเองขณะกล่าวอย่างมีนัย
ฉินเลี่ยหัวเราะแห้งออกมา
“เจ้าไม่ห่วงนางทุกครั้งตอนที่ได้พบกันครั้งแรกเลยหรือ?
อย่าบอกข้านะว่าทั้งหมดนั่นก็เพราะเสวี้ยลี่?” ซ่งถิงอวี้ไม่อยากเชื่อ
“เสวี้ยโม่เหยียนอาจจะแข็งแกร่งในตอนนี้ แต่ เฮ้อ ชีวิตของนางสั้นนัก
ถ้านางไม่ประสบโชคดีในการทดสอบจนได้รับยาศักดิ์สิทธิ์ล ้าค่ามา
นาง…”
ฉินเลี่ยส่ายหน้า “ผู้หญิงคนนี้น่าสงสารจริง ๆ
ด้วยมิตรภาพของข้ากับเสวี้ยลี่
ข้าเชื่อว่าคงดีกว่าถ้าข้าช่วยนางจากเงามืดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำไ
ด้ ข้าไม่อยากให้นางมีปัญหามากเกินไป อย่างที่เจ้ารู้
ข้าเป็นคนขี้หงุดหงิด โชคของข้ามักย ่าแย่
ปัญหาเข้าหาข้าอย่างง่ายดาย
ถ้าข้าบอกนางเรื่องความสัมพันธ์เร็วเกินไป
ข้าอาจจะทำให้นางเข้าสู่ปัญหาจนนางไม่มีเวลาไปทำเรื่องของตนเอง”
“เจ้าไม่อยากขัดทางเดินของนางงั้นหรือ?” ซ่งถิงอวี้เริ่มเข้าใจขึ้นมา
ฉินเลี่ยพยักหน้าเล็กน้อย
“หวี่ หวี่ หวี่!”
เสียงแปลกประหลาดดังมาจากภายในแหวนต่างมิติของเขา
ก่อนที่เขาจะรู้สาเหตุ
ปีกของราชินีตะขาบแปดปีกพลันบินออกมาจากแหวนต่างมิติ
สีหน้าของฉินเลี่ยและซ่งถิงอวี้เปลี่ยนไปพร้อมกัน
“ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว!”
แปดปีกพลันกระพือห่างออกไปก่อนจะหายไปในพริบตา
พวกมันเหมือนกับศรที่ทิ่มแทงอากาศ
“ต้องเป็นฝีมือของเยี่ยอี้เฮ่าแน่!” ฉินเลี่ยพ่นลมออกจมูก
“พละกำลังการอัญเชิญแก่กล้าอะไรอย่างนี้
เจ้าตรึงแปดปีกเอาไว้ภายในแหวนต่างมิติแท้ ๆ
แต่ราชินีแมลงยังสามารถตรวจพบพวกมันได้อยู่ดี”
ซ่งถิงอวี้กล่าวขณะรู้สึกตกตะลึงอยู่ภายใน
“เยี่ยอี้เฮ่าอาจจะกำลังวางแผนใหม่ในเร็ว ๆ นี้ก็ได้”
ฉินเลี่ยได้กลิ่นไม่ชอบมาพากลจากเรื่องนี้
“ข้าควรแจ้งให้ฉู่หลีและคนอื่นทราบไหม?”
“อืม”
ในเวลาเดียวกัน เหรียญรอบเอวของเขาพลันส่งเสียงก้องกังวานขึ้น
เหรียญของขุนเขาว่านโช่วดังขึ้น
หมายความว่าผู้ฝึกยุทธ์ขุนเขาว่านโช่วเองก็พบตำแหน่งของเขาแล้ว
ฉินเลี่ยหยิบเหรียญขึ้นมาขณะตรวจสอบรอบ ๆ สักพัก
สีหน้าของเขายิ่งมายิ่งหนักอึ้ง
“เจ้าพวกที่มาจากขุนเขาว่านโช่วกำลังมา”
“ถ้าพวกมันกล้ามาหาพวกเราในเวลาแบบนี้
พวกมันจะต้องพบกำลังเสริมที่แข็งแกร่งแล้ว”
ซ่งถิงอวี้ครุ่นคิดสักพักก่อนจะกล่าวอย่างมั่นใจว่า
“พวกมันจะต้องพบกับสุดยอดเมล็ดพันธุ์หลักของขุนเขาว่านโช่ว
อวี้เหมิน แล้วเป็นแน่!”