Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 462: ยากที่จะหลบเลี่ยงศัตรู
ตอนที่ 462: ยากที่จะหลบเลี่ยงศัตรู
ทุกคนพบเป้าหมายง่าย ๆ อย่างรวดเร็ว
นั่นก็คือการออกจากป่าผืนนี้ก่อน
ลั่วเฉินรับผิดชอบในการนำทาง
ต้นไม้ทุกต้นในป่ากว้างใหญ่สูงมากกว่าสิบเมตร
ต้นไม้ปกคลุมท้องนภา ยามผู้คนเดินผ่านป่า
พวกเขารู้สึกถึงความมืดมนและความเย็นชา
โดยเฉพาะเมื่อผู้คนตระหนักได้ว่าต้นไม้โบราณแต่ละต้นคือภัยคุกคาม
ร้ายแรง
ลั่วเฉินเดินด้านหน้ากลุ่มอย่างเงียบงัน จ้าวเสวียน
ชางเฉินตงและผู้ฝึกยุทธ์อีกคนจากขุนเขาดาบสวรรค์ตามติดอยู่ด้านห
ลังด้วยฝีก้าวที่มั่นคง
ด้านหลังจ้าวเสวียนและคนอื่นคือเสวี้ยโม่เหยียนและหญิงสาวจากสำนั
กปีศาจลวงตา
หญิงสาวห้าคนนี้พูดน้อยคำนัก
สีหน้าของพวกนางตื่นตัวขณะให้ความสนใจกับต้นไม้โบราณรอบ ๆ
ฉินเลี่ย ฉู่หลี
ตู้เซี่ยงหยางและกลุ่มของพวกเขาอยู่ด้านหลังขณะรักษาระยะห่างจากเ
สวี้ยโม่เหยียนที่อยู่ด้านหน้า
“ข้ารู้สึกว่าต้นไม้เหล่านี้มีดวงตา
ข้ารู้สึกว่าเยี่ยอี้เฮ่าสามารถพบตำแหน่งผ่านพวกมันได้”
เหอเวยรู้สึกไม่สบายใจตลอดทาง เมื่ออยู่ใต้ต้นไม้
นางรู้สึกไม่สบายไปทั่วทั้งร่างกาย
“แซ่ก แซ่ก แซ่ก!”
ขณะกล่าว นางได้ยินเสียงใบไม้เคลื่อนผ่านสายลม
เสียงดังกล่าวทำให้นางวิตก
“บางทีข้าอาจจะแค่หวาดระแวงเกินไป” เหอเวยยิ้มหยันให้ตนเอง
“ข้าหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” ตู้เซี่ยงหยางเสริมด้วยสีหน้าบูดบึ้งที่จนใจ
“ป่าปืนนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ทุกหนแห่ง
ข้าไม่สามารถเผาต้นไม้ทุกต้นที่อยู่ตามทางได้ ฮ่า
ข้าแค่ผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับบรรลุ
ข้าไม่มีความสามารถที่จะเผาทั้งป่าด้วยการใช้วิชาวิญญาณอัคคีได้หร
อก อีกอย่าง ต้นไม้ที่นี่มีปัญญาอย่างเรียบง่าย ดังนั้น
ข้าต้องเสริมพลังอัคคีเข้าไปอย่างต่อเนื่อง”
“พวกข้าเองก็ไม่มีเวลามารอให้เจ้าทำแบบนั้นเช่นกัน”
คิ้วของฉู่หลีขมวดขณะพ่นลมออกจมูก เขากล่าวว่า
“เยี่ยอี้เฮ่าทำได้เพียงพยายามลอบโจมตีผ่านต้นไม้เหล่านี้ยามพวกเรา
เผลอ ตอนนี้พวกเราระวังตัว มันไม่ง่ายนักถ้ามันอยากฆ่าพวกเรา”
“ข้าเห็นด้วย” ตู้เซี่ยงหยางยิ้ม
ฉินเลี่ยและซ่งถิงอวี้เดินเคียงข้างอยู่ด้านหลัง
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ดวงตาของซ่งถิงอวี้เจิดจ้าขณะถามเสียงเบา
“อะไรนะ” ฉินเลี่ยตะลึงงัน
“การสร้างจิตวิญญาณแท้จริงของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“เกือบเสร็จแล้ว
ข้าหวังว่าพวกเราจะสามารถไปถึงพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยอสนีและอสนีบา
ตได้เร็วที่สุด
ข้ารู้สึกว่าขั้นที่สามของอสนีบาตทลายสวรรค์ของข้าและความก้าวหน้
าของพลังจะขึ้นอยู่กับที่นั่น”
ดวงตาของฉินเลี่ยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน
“ถ้าเจ้าสามารถเข้าสู่ขั้นกลางของพลังระดับบรรลุได้
เจ้าจะมีพลังปกป้องตนเองในสุสานเทพ!” ซ่งถิงอวี้กล่าวอย่างตื่นเต้น
“อืม ตอนนั้นข้าอาจจะสามารถเทียบกับอัจฉริยะพวกนั้นได้”
ฉินเลี่ยสบตากับลั่วเฉินที่อยู่ด้านหน้ากลุ่ม
เขาคาดเดาพลังที่แท้จริงของลั่วเฉิน
หลายวันก่อนตอนลั่วเฉินสู้กับหลินตงฉิงและเซี่ยโหยวน
เขาจดจ้องและสังเกตการณ์จากด้านข้าง
แม้จะมีบาดแผลสาหัสจนเหนื่อยล้า
พลังการฟาดฟันดาบของลั่วเฉินก็มากพอที่จะสร้างรอยลึกไว้บนพื้นดิ
นหนา
ฉินเลี่ยยังจดจำแรงกดดันอันรุนแรงและน่าหวาดกลัวได้อย่างชัดเจน
“เชือดเฉือนครึ่งจันทรา” ของลั่วเฉินคือจันทร์เสี้ยวที่เคลื่อนลงมา
มันคือพลังที่สะดุดตาและยากหาใครเทียบเคียงได้
พลังนั้นแก่กล้ากว่าพละกำลังของผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับสำนึกโดยทั่วไปเ
สียอีก
นี่คือท่าที่สามารถทำให้ลั่วเฉินต่อสู้ได้เหนือกว่าระดับตนเองเพื่อสังหาร
ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้นของพลังระดับสำนึกได้
มันคือวิชาดาบน่าหวาดกลัวที่ทำให้เขาแสดงพลังที่แท้จริงออกมาได้
ฉินเลี่ยสรุปว่าเขาไม่อาจหยุดลั่วเฉินด้วยพลังสูงสุดที่มีในตอนนี้ได้
ลั่วเฉินสังหารผู้ฝึกยุทธ์ตระกูลซูสองคนจากการถูกล้อมโจมตีด้วยคน
ห้าคน
จากนั้น
เขาแสดงอำนาจท่ามกลางการโจมตีจากผู้ฝึกยุทธ์ห้าคนที่ถูกพิษมนต์
ดำ
หลังจากผ่านการต่อสู้อันยากลำบากสองครั้ง
เขายังเผยตัวตนต่อด้วยการต่อสู้กับเยี่ยอี้เฮ่า
ฉู่หลีเองก็ตะลึงกับความสามารถการต่อสู้ของอีกฝ่าย
เขาไม่เห็นการต่อสู้ของเสวี้ยโม่เหยียนด้วยพลังที่แท้จริง
แต่เขารู้ว่าเสวี้ยโม่เหยียนยังเชี่ยวชาญในวิชาลับทั้งหมดของสำนักอสู
รโลหิตที่นางยังไม่เคยใช้
เขาเชื่อว่าเสวี้ยโม่เหยียนเองก็น่าหวาดกลัว
นอกเหนือจากสามคนนี้
อวี้เหมินจากขุนเขาว่านโช่วและเฝิงอี้โหยวจากสำนักเทียนชี่ในดินแด
นแห่งความโกลาหล
พวกเขาคือผู้ชนะของการคัดเลือกที่จัดภายในกองกำลังตนเองและยัง
อยู่ในสถานะที่ดีที่สุดในที่ดังกล่าว
จะดูถูกพวกเขาไม่ได้!
ยังมีเยี่ยอี้เฮ่าที่กำลังฟื้นฟูอยู่…
ฉินเลี่ยรู้ว่ามีสัตว์ร้ายจำนวนมากหลบซ่อนรอบตัวเขา
เขาต้องทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อพัฒนาตนเองเพื่อให้มีชีวิตจนถึงตอ
นจบของงานเลี้ยงโลหิตนี้
แต่ละก้าวในดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตราย
มีศัตรูที่ยังไม่ถูกพบ
เขาไม่แน่ใจว่ายังมีสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรลับที่มีชื่อว่า “สุสานเทพ”
อยู่อีกหรือเปล่า
ถ้าเขาโชคร้ายไปเจอเข้า
เขาจะรอดโดยที่ไม่มีพลังที่มากพอได้อย่างไร?
โดยไม่ทันคิด
พวกเขามาถึงที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และเถาแปลกประหลาด
“ระวังตัวด้วย ที่นี่ให้ความรู้สึกที่ไม่ดีเลย”
ตู้เซี่ยงหยางเตือนทุกคนขณะโคจรวิชาวิญญาณ
วงเปลวเพลิงสีส้มแดงพลันแตกตัวจากร่างกายของเขา
โล่สีส้มแดงเด่นชัดห่อหุ้มรอบร่างกายของเขาราวขนห่าน
“ทุกคน ระวังตัวด้วย” เสวี้ยโม่เหยียนกล่าวเตือนเช่นกัน
ชุดของสมาชิกสำนักปีศาจลวงตาพลันส่องแสง
พวกมันเหมือนกับถูกถักทอจากแสงสว่างขณะกลายเป็นโล่บางเพื่อปก
ป้องทั่วทั้งร่างกายของพวกนางเอาไว้
เหอเวยและคนจากสำนักสังหารทำตามขณะใช้พลังวิญญาณเพื่อสร้าง
โล่ป้องกัน
กลุ่มคนเหมือนกลายเป็นตะเกียง
แต่ละคนมีโล่ส่องแสงเจิดจ้าขณะใช้พลังวิญญาณเพื่อปกป้องร่างกายเ
อาไว้
มีเพียงลั่วเฉิน ฉู่หลีและเสวี้ยโม่เหยียนเท่านั้นที่มั่นใจจนไม่ตื่นตระหนก
พวกเขาไม่เคลื่อนไหวแต่อย่างใด
แต่ว่า จิตดาบเฉียบแหลมมาจากร่างกายของลั่วเฉิน
เกราะวิญญาณที่ฉู่หลีสวมเอาไว้เหมือนกับทอแสงสว่างขณะลอบตื่นตั
ว
“อ๊า!”
เสียงตะโกนน่าหวาดกลัวมาจากปากของผู้ฝึกยุทธ์ขุนเขาดาบสวรรค์
ที่ด้านหน้า โล่สีเงินที่เขาสร้างพลันแตกร้าวราวกับไข่ถูกกะเทาะ
เถาแปลกประหลาดที่อยู่ใกล้เขาที่สุดพลันแปรเปลี่ยนเป็นปีศาจ
เถานับไม่ถ้วนห้อมล้อมรอบตัวเขา
ในเวลาเดียวกัน ไม้พุ่มที่อยู่ใกล้ ๆ
กลายเป็นใบเลื่อยแหลมคมเข้าตัดอีกฝ่าย
คนคนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผลและโลหิตทันที
ทุกคนมองเขา พวกเขาล้วนเริ่มวิตกและตะโกนด้วยความตกตะลึง
ในเวลาต่อมา
เถาและไม้พุ่มแปลกประหลาดทั้งหมดกลับกระหายโลหิตและโจมตีพวก
เขาอย่างบ้าคลั่ง
บรรยากาศแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นที่นี่ ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัว
“เสี่ยวเหยี่ย!” ฮันเชียนเชียนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
นางคือหญิงสาวจากสำนักปีศาจลวงตาที่อายุราวยี่สิบปี นางตัวเล็ก
น่ารักและอยู่ขั้นกลางของพลังระดับบรรลุ
นางถูกกลืนโดยไม้พุ่มรูปกล้วย
ไม้พุ่มขนาดมหึมาเหมือนกับกำลังเคี้ยว
ฮันเชียนเชียนที่อยู่ใกล้ได้ยินเสียงกระดูกกำลังแตกร้าว
“พรวด!”
ที่ด้านหน้า
หน้าอกของจ้าวเสวียนที่มาจากสำนักเหือฮวนของทวีปสายน ้าสีชาดถู
กแทงโดยเถา โลหิตไหลออกจากบาดแผลอย่างรวดเร็ว
แสงสว่างในดวงตาของเขาหายไปอย่างรวดเร็ว
“ระวังตัวด้วย! ปกป้องคนที่อยู่รอบตัวเจ้าเอาไว้!”
ฉู่หลีตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดขณะดึงเหอเวยมาอยู่ข้างกาย
สีหน้าของเขาป่าเถื่อน “ระเบิดรอบ ๆ ซะ!”
ฉินเลี่ยรีบมองซ่งถิงอวี้
เถาแปลกประหลาดเหมือนกับหนวดเคลื่อนเข้าหาก่อนจะทิ่มแทงใส่ซ่ง
ถิงอวี้
“ถิงอวี้!” ฉินเลี่ยตะโกน
“อย่าห่วงไปเลย ข้าไม่ได้อ่อนแออย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ” ซ่งถิงอวี้ยิ้ม
นางสามารถมองเห็นความกังวลที่ฉินเลี่ยรู้สึกต่อนางจากใบหน้า
ที่ทำให้หัวใจของนางรู้สึกอบอุ่น
“รัศมีสายรุ้ง!”
วงรัศมีเจิดจ้าที่ถูกห้อมล้อมโดยเมฆาพลันพุ่งออกจากเมฆาสายรุ้ง
วงดังกล่าวพลันใหญ่ขึ้นขณะเข้าปะทะเถาที่ใกล้เข้ามาอย่างรุนแรง
“ป่ะ ป่ะ ป่ะ!”
ประกายไฟลอยออกจากเถาและระเบิดออก เศษไม้ตกลงสู่พื้นดิน
ซ่งถิงอวี้ชี้นิ้ว รัศมีเมฆาสายรุ้งสาดชั้นแสงออกมา
เสียงระเบิดมาจากที่ที่แสงสว่างเคลื่อนผ่าน
เถาที่มาจากไม้พุ่มที่อยู่ใกล้ ๆ ถูกบดกลายเป็นผุยผงบางเบา
“ฉินเลี่ย! มาทางนี้!” ฉู่หลีตะโกน
“เข้าใจแล้ว!” ฉินเลี่ยพุ่งออกไปราวอสนีเพื่อไปอยู่ข้างซ่งถิงอวี้
เขาคว้านางไปอยู่ข้างฉู่หลีอย่างรวดเร็ว
“ระเบิดนี่ซะ!” ฉู่หลีสั่ง
เริ่นเผิงและผู้ฝึกยุทธ์สองคนจากสำนักสังหารหยิบระเบิดสังหารลึกลับอ
อกมาจากแหวนต่างมิติ
เมื่อระเบิดสังหารลึกลับสิบกว่าลูกออกมา
หญิงสาวจากสำนักปีศาจลวงตากรีดร้องขณะเร่งหาที่หลบไปทางลั่วเฉิ
น
พวกนางรู้ถึงพลังของระเบิดสังหารลึกลับเป็นอย่างดี
“ตูม! ตูม ตูม ตูม!”
ระเบิดสังหารลึกลับสิบกว่าลูกระเบิดอย่างบ้าคลั่งรอบฉินเลี่ยและคนอื่น
เถาและไม้พุ่มที่อยู่ใกล้ ๆ
แปรเปลี่ยนเป็นผุยผงจากแรงระเบิดอันน่าหวาดกลัว
หลุมลึกขนาดมหึมาที่กว้างยาวสิบกว่าเมตรปรากฏขึ้น
“พวกเจ้าทุกคน มานี่!”
ฉู่หลีส่งสัญญาณไปที่ลั่วเฉินและเสวี้ยโม่เหยียนที่อยู่ไกลออกไป
เขากล่าวว่า
“คนของข้าจะใช้ระเบิดสังหารลึกลับเพื่อระเบิดทางออกไป!”
แม้กระทั่งคนที่หยิ่งทะนงอย่างลั่วเฉินก็ยังรู้ว่าเขาไม่สามารถเทียบได้กั
บระเบิดสังหารลึกลับจากที่เคยประสบพบเจอมา
ก่อนจะมาอยู่ตรงหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย
เสวี้ยโม่เหยียนถอนหายใจ
นางฝืนเก็บความเศร้าโศกก่อนจะพยักหน้าในนาทีต่อมา นางกล่าวว่า
“รวมกลุ่มกับฉู่หลีก่อน”
พวกนางเสียพี่น้องไปอีกคนแล้ว
“เริ่นเผิง! ใช้ระเบิดสังหารลึกลับเปิดทาง
ข้าไม่คิดเชื่อว่าเยี่ยอี้เฮ่าจะจัดการยากขนาดนี้!” ฉู่หลีสบถ
“เข้าใจแล้ว!”
“ตูม! ตูม ตูม!”
ระเบิดสังหารลึกลับระเบิดต่อหน้าพวกเขา
พุ่มไม้และเถาทั้งหมดถูกระเบิดเป็นผุยผงด้วยแรงระเบิดดังกล่าว
พวกเขาเคลื่อนไปด้านหน้าด้วยการใช้วิธีนี้
หลังจากผ่านไปหกชั่วโมงและใช้ระเบิดสังหารลึกลับไปสามสิบห้าลูก
ในที่สุดพวกเขาก็กระเสือกกระสนออกจากกลุ่มเถาและพุ่มไม้ได้
“อู๋!”
พวกเขาทุกคนมีเหรียญขุนเขาว่านโช่วแขวนอยู่ที่เอว
เมื่อออกมาจากดงอันตราย เสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้น
กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ขุนเขาว่านโช่วอยู่ท่ามกลางต้นไม้หักสิบกว่าต้น
สีหน้าของพวกเขาหมองหม่นขณะนั่งอยู่บนพื้นและหายใจหอบ
เหนี่ยวเส้าจวินคือหนึ่งในนั้น
ฉินเลี่ยและคนอื่นเพิ่งรอดจากเมื่อครู่มาได้แต่กลับมาพบเจอผู้ฝึกยุทธ์
ขุนเขาว่านโช่วที่อยู่ไกลออกไป
อวี้เหมินถึงกับเห็นพวกเขาเช่นกัน
สายตาของพวกเราสบกัน
“พวกมัน!” เหนี่ยวเส้าจวินตะโกน
“เหนี่ยวเส้าจวิน!” ลั่วเฉินยิ้มเย็นชา
มันยากนักที่จะหลบเลี่ยงศัตรูได้
……