Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 474: แมงป่องนภาผลึกดำ
ตอนที่ 474: แมงป่องนภาผลึกดำ
เสี่ยจิงเสวียนแปลกออกไปอย่างเห็นได้ชัดหลังจากได้สติขึ้นมา
ร่างกายของนางกำลังเอ่อล้นด้วยพลังชีวิตบริสุทธิ์แรงกล้า
ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“จิงเสวียน เจ้าเลื่อนระดับได้หรือยัง?” ดวงตาของซ่งถิงอวี้เป็นประกาย
“อืม ข้าโชคดีที่สามารถเข้าสู่ขั้นท้ายของพลังระดับบรรลุได้ราบรื่น”
เสี่ยจิงเสวียนกล่าวอย่างสงบ
ก่อนที่จะเข้าร่วมการทดสอบในสุสานเทพ
นางอยู่ขั้นกลางของพลังระดับบรรลุ
พลังของนางแข็งแกร่งกว่าของฉินเลี่ยเล็กน้อยและอ่อนแอกว่าของซ่งถิ
งอวี้เล็กน้อย
จากการเดินทางครั้งนี้ ฉินเลี่ย
ซ่งถิงอวี้และเสี่ยจิงเสวียนเข้าร่วมการทดสอบด้วยกัน
ถึงแม้พลังของฉินเลี่ยและเกาอวี้จะอ่อนแอกว่าของเสี่ยจิงเสวียนและซ่ง
ถิงอวี้
แต่วิชาวิญญาณที่พวกเขาฝึกฝนกลับแปลกประหลาดและยากจะคาดเ
ดา พละกำลังที่แท้จริงของพวกเขาถึงกับไร้เทียมทาน
ซ่งถิงอวี้อยู่ขั้นสูงสุดของพลังระดับบรรลุ พลังของนางสูงที่สุดในกลุ่ม
นางสามารถปกป้องตนเองและถือครองอุปกรณ์วิญญาณจำนวนมากเ
อาไว้
เสี่ยจิงเสวียนถึงกับแปรเปลี่ยนเป็นผู้อ่อนแอที่สุดในกลุ่ม
ความเป็นจริง นางถูกพิษมนต์ดำไม่นานนักหลังจากเข้าสุสานเทพมา
แถมยังเป็นคนแรกที่โดนอีกด้วย
ถ้านางไม่พบหมู่บ้านแล้วดื่มน ้าไม่บริสุทธิ์ของน ้าพุแห่งชีวิตโดยบังเอิ
ญ นางอาจจะตายไปนานแล้วก็ได้
ตอนนี้กล่าวได้ว่านางได้รับสิ่งคืนกลับจากความโชคร้ายทั้งหมดนี้
ไม่เพียงแค่นางได้รับมรดกของเผ่าพันธุ์ไม้เท่านั้น
นางยังเข้าสู่ขั้นท้ายของพลังระดับบรรลุด้วยวิธีที่ราบรื่นอีกด้วย
ทั้งพลังและพละกำลังของนางเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้เอง ถึงแม้หวงชูลี่อยากสังหารเสี่ยจิงเสวียนขณะหลบหนี
แต่แล้วนางก็ยังล้มเหลวอีกครั้ง ท้ายที่สุด
นางทำได้เพียงสบถขณะถอยจากไป
หลังจากรับมรดกเสร็จสิ้น
เสี่ยจิงเสวียนเหมือนกับนึกถึงความทรงจำบางอย่างขึ้นมา ดังนั้น
นางจึงบอกฉินเลี่ยเกี่ยวกับรูปแกะสลักไม้ทันที
“ก๋าจี๋?
ไม้ที่ใช้สร้างรูปแกะสลักไม้เหมือนกับของวิญญาณไม้งั้นเหรอ?”
ฉินเลี่ยตื่นเต้นขึ้นมา “เจ้าพบอะไรอีกบ้าง?
เจ้านึกเรื่องอื่นเกี่ยวกับก๋าจี๋และรูปแกะสลักไม้อีกหรือเปล่า?”
“ก๋าจี๋นำรูปแกะสลักไม้นี้เข้าสู่สุสานเทพด้วยการเข้าผ่านทางช่องว่างมิ
ติ” น ้าเสียงของเสี่ยจิงเสวียนสงบขณะกล่าวในสิ่งที่รู้ออกมา
“ก๋าจี๋คือชนชั้นนำของเผ่าพันธุ์ไม้
คนที่เชื่อใจเขานำรูปแกะสลักไม้นี้มาสู่ที่นี่
เขาเหมือนกับกำลังตามหาบางสิ่งอยู่
เขาเรียกคนที่มอบรูปแกะสลักไม้นี้ว่า… ท่านผู้นั้น”
จิตใจของฉินเลี่ยโคลงเคลง
คู่ลั่วจากเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขาและคนอื่นเรียกคุณตาของเขาว่าท่านผู้นั้
นเช่นกัน
ชนชั้นผู้นำปีศาจมีเขาแปดเขาที่ทิ้งคัมภีร์ปีศาจนรกชั้นเก้าที่อยู่ภายใ
นแท่นบูชาวิญญาณใต้พิภพกระดูกสีขาวเอาไว้ก็เรียกคุณตาของฉินเ
ลี่ยว่าท่านผู้นั้นเช่นกัน
ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรผิดพลาด
คนที่มอบรูปแกะสลักไม้ให้ก๋าจี๋และสั่งให้เขาเข้าสุสานเทพเพื่อค้นหาบำงสิ่งจะต้องเป็นคุณตาของเขา ฉินชาน!
ฉินเลี่ยถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
ก่อนที่เขาจะเข้าสุสานเทพ
เขากังวลว่าคนที่ตายที่นี่และถูกปกคลุมโดยชั้นหมอกหนาจะเป็นคุณตำของเขา
เมื่อคุณตาของเขาไปจากชานเมืองหลิงอย่างเงียบงันและหายตัวไปโด
ยไม่บอกกล่าวเมื่อหนึ่งปีก่อน
ฉินเลี่ยก็กังวลว่าคุณตาของเขาอาจจะประสบอุบัติเหตุเข้า
ถึงแม้ฉินเลี่ยจะไม่ได้ข้อมูลมากมายจากเสี่ยจิงเสวียน
อย่างน้อยที่สุดมันก็พิสูจน์แล้วว่าฉินชานยังไม่ตาย
ข้อนี้ข้อเดียวก็นับว่าเป็นข่าวดีกับฉินเลี่ยแล้ว
“ก๋าจี๋หวังจะหาอะไรในสุสานเทพ?” ฉินเลี่ยสงบลงขณะเปลี่ยนหัวข้อ
“เจ้าพอจะรู้หรือเปล่า?”
“หลังจากก๋าจี๋ถูกขัดเกลา
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณและความคิดของเขาผสมเข้ากับน ้าพุแห่งชีวิต
ข้าเพียงดื่มส่วนหนึ่งของน ้าพุแห่งชีวิตเท่านั้น
ความทรงจำที่ข้าได้รับมาเองก็กระจัดกระจายและยุ่งเหยิง
ข้าจำได้มากสุดเพียงเท่านี้” เสี่ยจิงเสวียนส่ายหน้า
“หลังจากวิญญาณไม้ถูกผนึกโดยหลุมศพผนึกปีศาจ
น ้าพุแห่งชีวิตภายในบ่อน ้าหินก็ถูกขัดเกลา เพราะแบบนี้
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณและความคิดทั้งหมดจึงหายไปจนหมดสิ้น
พวกเราอาจจะไม่สามารถดึงความทรงจำออกมาได้มากกว่านี้แล้ว”
ซ่งถิงอวี้ครุ่นคิดสักพักก่อนจะถอนหายใจอย่างแผ่วเบา
“หญิงสาวที่ชื่อหวงชูลี่คนนั้นทิ้งสำนักปีศาจลวงตา
นางต้องประมือกับเสวี้ยโม่เหยียนและคนอื่นแล้วแน่ บางที
นางอาจจะถึงขั้นขโมยน ้าพุแห่งชีวิตไปแล้วก็ได้…”
“ต้องเป็นแบบนั้นแน่!” ตู้เซี่ยงหยางตะโกน
“ฉินเลี่ย เจ้า… อยากกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อตรวจสอบหรือไม่?”
ซ่งถิงอวี้รู้ว่าเขาสัญญากับเสวี้ยลี่เพื่อจะพยายามช่วยเสวี้ยโม่เหยียนอ
ย่างสุดความสามารถ มันจึงเป็นเหตุผลให้นางถามเขาเช่นนี้ออกมา
“ช่างมันเถอะ” ฉินเลี่ยส่ายหน้าพลางขมวดคิ้ว
“เวลาผ่านมานานเกินไป ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น มันก็ต้องเกิดไปนานแล้ว
อีกอย่าง ถ้าเสวี้ยโม่เหยียนและคนอื่นยังมีชีวิตอยู่
พวกนางไม่จำเป็นต้องอยู่ที่หมู่บ้านอีกแล้ว
พวกนางอาจจะกำลังค้นหาหวงชูลี่ไปทั่วสารทิศก็เป็นได้”
“ใช่แล้วล่ะ” ตู้เซี่ยงหยางพยักหน้า
“ไปกันเถอะ ดินแดนป่าต้องห้ามไม่มีค่าที่จะอยู่อีกต่อไปแล้ว
พวกเราจะมุ่งหน้าไปดินแดนที่ปกคลุมด้วยอสนี” ฉินเลี่ยกล่าวเสียงเบา
ซ่งถิงอวี้และคนอื่นพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
……
ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร
เสวี้ยโม่เหยียนและฮันเชียนเชียนเดินผ่านไม้พุ่มสูงด้วยสีหน้าเย็นชาดุ
จน ้าแข็ง
“ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าเสี่ยวลี่จะถึงกับเป็นสมาชิกของนิกายเฮยวู!”
ฮันเชียนเชียนกัดฟันจนกระทั่งส่งเสียงป๊อบออกมา
“ไม่เพียงแค่นางสังหารม่านม่านเท่านั้น
นางถึงกับขโมยน ้าพุแห่งชีวิตไปด้วย แม้แต่ข้าก็เกือบถูกพิษมนต์ดำ
นะ-นาง…”
ร่องรอยโลหิตบนแขนซ้ายของเสวี้ยโม่เหยียนยังอยู่
เห็นได้ชัดว่านางบาดเจ็บจากการต่อสู้
“ไม่ใช่ม่านม่านเท่านั้น
นางอาจจะสังหารเสี่ยวหว่านและเสี่ยวเตี๋ยด้วยก็ได้”
เสวี้ยโม่เหยียนกล่าวอย่างหนักแน่นขณะเม้มริมฝีปาก
“นางไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเยี่ยอี้เฮ่าเลย
แมลงมนต์ดำภายในร่างกายของนางคือแมงป่องนภาผลึกดำ
มันเหมือนกับราชินีตะขาบแปดปีก
มันคือหนึ่งในแมลงมนต์ดำที่เลี้ยงดูได้ยากของนิกายเฮยวู
มันมีปัญญาเทียบเท่ากับของมนุษย์
มันจะเติบโตด้วยโลหิตของผู้ฝึกยุทธิ์เท่านั้น
อีกทั้งยังแบ่งปันการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์อีกด้วย!
แมลงมนต์ดำประเภทนี้สามารถได้รับ
เลี้ยงดูและเติบโตโดยศิษย์ของนิกายเฮยวูที่สำคัญที่สุดเท่านั้น”
“พี่เสวี้ย
เจ้ากำลังจะบอกว่าหวงชูลี่มีสถานะสูงส่งอย่างน่าเหลือเชื่อในนิกายเฮย
วูอย่างนั้นหรือ?”
“สถานะของนางอาจจะไม่ได้ด้อยไปกว่าของเยี่ยอี้เฮ่าเลย!”
เสวี้ยโม่เหยียนกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาดุจน ้าแข็งขณะกัดฟันอย่างแผ่วเ
บา “นางน่ารังเกียจยิ่งกว่าเยี่ยอี้เฮ่าเสียอีก!”
หากรวมเสี่ยวเตี๋ยและเสี่ยวหว่านแล้ว
หญิงสาวสำนักปีศาจลวงตาทั้งหมดหกคนล้วนถูกสังหารคนแล้วคนเล่
า
ในสายตาของเสวี้ยโม่เหยียน
พี่น้องหกคนนี้ล้วนถูกสังหารทางอ้อมโดยหวงชูลี่
นางคือคนร้ายตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังทุกสิ่ง!
“พี่เสวี้ย นะ-นางเอาน ้าพุแห่งชีวิตไป มันจะส่งผลกับเจ้าหรือเปล่า?”
ฮันเชียนเชียนถามเสียงอ่อน
ดวงตาของเสวี้ยโม่เหยียนหมองหม่นขณะกล่าวอย่างเงียบงันว่า
“ไม่เป็นไรหรอก มันก็แค่ผลลัพธ์ระยะสั้นเล็กน้อยเท่านั้น
อย่างน้อยที่สุด
ข้าจะไม่เป็นอะไรแม้จะไม่มีน ้าพุแห่งชีวิตหากยังอยู่ในสุสานเทพ”
“พี่เสวี้ย เจ้าไม่ได้เข้าสุสานเทพเพื่อน ้าพุแห่งชีวิตหรอกหรือ?”
ฮันเชียนเชียนถาม
“อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก ตอนนี้
หาพี่น้องที่เหลือของเราคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
พวกเราอย่าปล่อยให้หวงชูลี่หาเจอก่อนเป็นอันขาด!”
“อา!” สีหน้าของฮันเชียนเชียนเปลี่ยนไป
นางเองก็คิดถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดขึ้นมาได้
กลุ่มของพวกนางที่เข้ามายังสุสานเทพ ไม่ได้มีเพียงแค่นี้
ยังคงมีบางคนกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่อื่นเมื่อครั้งที่เพิ่งเข้ามา
ในระยะที่เหมาะสม
หวงชูลี่จะสามารถสัมผัสผู้ฝึกยุทธ์สำนักปีศาจลวงตาคนอื่นได้ด้วยการ
ใช้เหรียญพิเศษของสำนัก ทันทีที่นางพบสมาชิกที่กระจัดกระจาย
อาจจะไม่มีโอกาสที่หญิงสาวสำนักปีศาจลวงตาจะรอดจากเงื้อมมือชั่ว
ร้ายของนางได้
พวกนางจะถูกสังหารคนแล้วคนเล่าเหมือนกับพี่น้องหกคนที่ตายไป
……
ที่ใจกลางของต้นไม้ต้นใหญ่หกต้น
เยี่ยอี้เฮ่าและผู้ฝึกยุทธ์ของสามตระกูลใหญ่นั่งไขว่ห้างบนพื้นขณะฟื้น
ฟูโดยใช้หินวิญญาณ
สีหน้าของผู้คนมืดมนเกินจะเปรียบเปรย
ครั้งแรก
พวกเขาคิดว่าพวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการในดินแดนป่
าต้องห้ามหลังจากเยี่ยอี้เฮ่าและวิญญาณทำสัญญาจิตวิญญาณขึ้นมา
ท้ายที่สุด วิญญาณไม้ถึงกับถูกผนึกโดยหลุมศพผนึกปีศาจ
พวกเขาที่เหลือไม่สามารถทำอะไรกับกองกำลังที่ผนึกกำลังกันของสำ
นักสังหาร สำนักปีศาจลวงตาและขุนเขาดาบสวรรค์
พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากยอมถอยออกมา
นี่คือครั้งที่สองที่พวกเขาทนกับความพ่ายแพ้อันอัปยศ
ครั้งแรก พวกเขาล่อลั่วเฉินเข้ามาก่อนจะล้อมฉู่หลีเอาไว้ได้
ด้วยการใช้ความผันแปรของแมลงมนต์ดำ
พวกเขาต้อนเสวี้ยโม่เหยียน
ขุนเขาว่านโช่วและขุนเขาดาบสวรรค์ให้ยืนดูอยู่เฉย ๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะการลอบโจมตีของฉินเลี่ยด้วยเปลวเพลิงกิเลนอัคคีอันรุ
นแรงเพื่อกดดันให้ราชินีตะขาบแปดปีกสูญเสียการควบคุมคนที่ถูกพิ
ษ พวกเขาสมควรได้รับชัยชนะตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
“ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้าสารเลวที่ชื่อฉินเลี่ย!”
รอยแผลตื้นปรากฏข้างหนึ่งบนใบหน้าของซูเหยียน
ทำให้ความงามของนางเสียโฉม
ดวงตาของซูเหยียนฉายแสงสว่างเกลียดชังออกมา ด้วยใบหน้าเย็นชา
นางกล่าวว่า
“ถ้าไม่ใช่เพราะเปลวเพลิงของฉินเลี่ยและตอนหลังยังชิงโลหิตไปจากรำชินีตะขาบแปดปีก
คนเหล่านั้นจะต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่ก็ตายไปแล้ว!”
“ครั้งนี้ เป็นเพราะมันใช้หลุมศพผนึกปีศาจด้วยเช่นกัน!”
เซี่ยโหยวนศีรษะล้านพ่นลมออกจมูกอย่างเย็นชา
“ถ้ามันไม่ถอนพิษมนต์ดำให้เสี่ยจิงเสวียนด้วยหยดโลหิตแมลงมนต์ดำ
ผู้หญิงคนนั้นไม่สามารถทำอันตรายกับวิญญาณไม้ได้แน่
เจ้าเองก็คงไม่ล้มเหลวซ ้าสองเช่นนี้หรอก!”
ตอนนี้เองที่เสียงของหวงชูลี่ดังขึ้นจากต้นไม้โบราณที่อยู่ใกล้ ๆ
ดวงตาของนางเย็นชา นางเอ่อล้นด้วยความหยิ่งทะนง
นางถึงกับเดินเข้าหาผู้คนอย่างสงบ
“นางคือผู้หญิงจากสำนักปีศาจลวงตา!” ซูเหยียนยิ้มอย่างเย็นชา
“เจ้ารนหาที่ตาย?”
เซี่ยโหยวนหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียมขณะเตรียมพร้อมโจมตี
“พวกเจ้าล้วนเป็นขยะ!” หวงชูลี่พ่นลมออกจมูก
“พวกเจ้าสามตระกูลใหญ่มัวทำอะไรอยู่?
ถ้าเสวี้ยโม่เหยียนไม่ตายที่นี่และได้รับน ้าพุแห่งชีวิตขึ้นมา
นางจะสามารถช่วยมารดาและฟื้นสำนักอสูรโลหิตขึ้นมาได้!
บิดาของนางเองก็กลับมาจากต่างแดนแล้ว
เมื่อสำนักอสูรโลหิตปรากฏขึ้นอีกครั้ง
มันก็คือจุดจบของสามตระกูลใหญ่ในทวีปเทียนเมี่ย!”
คำพูดของนางทำให้ซูเหยียนและคนอื่นตกตะลึง
ผู้ฝึกยุทธ์นิกายเฮยวูบางคนเองก็มองนางด้วยความประหลาดใจ
เยี่ยอี้เฮ่าเป็นคนเดียวที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไป “ทำไมเจ้ามาที่นี่ ศิษย์พี่
เจ้าจัดการทุกคนในสำนักปีศาจลวงตาสำเร็จแล้ว?”
ทันทีที่เขากล่าวเช่นนี้
สามตระกูลใหญ่และแม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ของนิกายเฮยวูตกตะลึงกับคำ
พูดของเขา
ศิษย์พี่งั้นหรือ?
หวงชูลี่ถึงกับเป็นศิษย์พี่ของเยี่ยอี้เฮ่างั้นหรือ?!
“ข้าได้น ้าพุแห่งชีวิตและสังหารหญิงสาวสำนักปีศาจลวงตาไปได้อีกค
นเท่านั้น เสวี้ยโม่เหยียนและฮันเชียนเชียนยังมีชีวิตอยู่
เสวี้ยโม่เหยียน… ไม่ง่ายนักที่จะรับมือ”
หวงชูลี่กล่าวด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม จากนั้นจึงพ่นลมออกจมูกออกมา
“ข้าสังหารสมาชิกสำนักปีศาจลวงตาไปหกคนตลอดการทดสอบนี้
แล้วเจ้าเล่า? ทั้งที่เจ้าครองกำลังคนจำนวนมาก
เจ้าทำอะไรสำเร็จบ้าง?”
เยี่ยอี้เฮ่าขมวดคิ้วอย่างเงียบงัน
สามตระกูลใหญ่และผู้ฝึกยุทธ์ของนิกายเฮยวูได้สติจากความประหลา
ดใจก่อนหน้านี้ เมื่อได้ยินคำพูดของนาง
พวกเขาล้วนอับอายจนไม่สามารถตอบรับอะไรได้
“มีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นหลังจากพวกเจ้าจากไปแล้ว ฉินเลี่ยคนนั้น…
เขาบอกทุกคนให้มอบน ้าพุแห่งชีวิตให้เสวี้ยโม่เหยียน
เจ้ารู้ไหมว่าทำไม?” หวงชูลี่มองทุกคนในกลุ่มด้วยท่าทีเย้ยหยัน
ข่าวนี้ทำให้ทุกคนตกตะลึง
“เขาคือสมาชิกของสำนักอสูรโลหิตที่เหลือรอด
เหมือนกับเสวี้ยโม่เหยียนยังไงล่ะ!
คัมภีร์โลหิตของสำนักอสูรโลหิตอยู่กับเขา!”
หวงชูลี่หัวเราะอย่างเย็นชา “แต่ที่ตลกก็คือ
คนของเจ้ากลับไม่รู้อะไรเลย!”
“โปรดชี้แนะพวกข้าด้วย ศิษย์พี่!” เยี่ยอี้เฮ่ากล่าวอย่างจริงจัง
“ตั้งแต่นี้ต่อไป ข้าจะดูแลกลุ่มนี้เอง!” หวงชูลี่พ่นลมออกจมูก
“ข้าจะดูแลแผนการในอนาคตด้วย!”
“เข้าใจแล้ว” เยี่ยอี้เฮ่าเป็นคนแรกที่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย