Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 479: ทะเลสาบอสนีบาต
ตอนที่ 479: ทะเลสาบอสนีบาต
ด้วยตัวคนเดียว ฉินเลี่ยเคลื่อนผ่านพื้นที่อสนีบาตและอสนีอันบ้าคลั่ง
ด้านหลังเขา ซ่งถิงอวี้และจางเซิ่งหยุดโต้เถียงกันแล้ว
เฝิงอี้โหยวและที่เหลือเงียบ สายตาของทุกคนจ้องแผ่นหลังของเขา
แสงสว่างเย็นชาปรากฏในดวงตาของผู้ฝึกยุทธ์สำนักเทียนชี่ขณะทุกค
นลอบเย้ยหยันอยู่ในใจ
ราวกับพวกเขาตัดสินว่าฉินเลี่ยได้ตายไปแล้ว
ซ่งถิงอวี้ เสี่ยจิงเสวียน
และตู้เซี่ยงหยางล้วนมีสีหน้าเฉยชาและหาได้กังวลเกี่ยวกับฉินเลี่ยมาก
นัก พวกเขารู้ว่าฉินเลี่ยเชี่ยวชาญพลังอสนีบาตและอสนี
เพราะเขาเพิ่งเสริมจิตวิญญาณมา
ในบรรดาผู้คนในสุสานเทพ
ฉินเลี่ยจะเป็นคนแรกที่ปลอดภัยอยู่ภายในพายุอสนีบาตและอสนีบ้าค
ลั่ง
ซ่งถิงอวี้และที่เหลือทราบดีว่าไม่มีใครเทียบฉินเลี่ยได้หากวัดเรื่องทนรั
บการโจมตีของอสนีบาตและอสนีที่โถมเข้าใส่จิตวิญญาณ
แม้กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ของสำนักสังหารผู้ช ่าชองพลังอสนีบาตก็ไม่อาจเที
ยบได้
เช่นนั้น พวกเขาทุกคนจึงผ่อนคลาย
“เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ! ตูม ตูม ตูม!”
แสงอสนีรุนแรงฉายผ่านทุกทิศทางขณะอสนีบาตส่งเสียงร้องดังครืนอ
ย่างเกรี้ยวกราด
แสงอสนีหลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อก่อตัวเป็นการเชื่อมโยงระหว่างท้อง
นภาและปฐพีอันนับไม่ถ้วน
มันยิ่งเสริมความเกรี้ยวกราดและความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
พื้นที่จำเพาะที่มีปริมาณอสนีบาตและอสนีอย่างเหลือเชื่อค่อย ๆ
เข้าสู่สายตาของฉินเลี่ยจนเห็นชัดอย่างช้า ๆ
หลุมทรงชามขนาดมหึมากับอสนีบาตและอสนีจำนวนมหาศาลสานเข้
าด้วยกันที่สุดขอบจนมองเห็นได้
แสงอสนีเจิดจ้าที่ยากจะมองด้วยตาเปล่าหนาแน่นราวกับถังน ้าที่ถูกสา
นด้วยเถายักษ์
มันเคลื่อนจากปฐพีในดินแดนอสนีบาตต้องห้ามจนไปถึงสวรรค์โดยตร
ง
เมื่อมองดู
มันเหมือนกับน ้าตกอสนีที่กำลังเคลื่อนลงมาจากส่วนลึกภายในหมู่เม
ฆและกำลังรวมตัวอยู่ในหลุมลึกสุดจะหยั่งเพื่อสร้างทะเลสาบขึ้นมา
มันดูเหมือนกับพายุหมุนอสนีบาตและอสนีที่กำลังบิดเบี้ยวและบดขยี้อ
ย่างต่อเนื่อง มันหมุนตรงเข้าสู่หมู่เมฆ
ทะเลสาบอสนีบาตปกคลุมพื้นที่เป็นสี่เหลี่ยมกว้างยาวราวหกสิบห้าเมต
รและเชื่อมต่อกับสวรรค์โดยอสนี อสนีรอบ ๆ
ขดไปมาเพื่อก่อตัวเป็นกำแพงอสนีบาตเกรี้ยวกราด
ขณะฉินเลี่ยยืนข้างทะเลสาบอสนีบาตและมองดูรอบ ๆ
อย่างระมัดระวังนั้น
เขาสามารถสัมผัสได้ว่าผิวหนังเกิดประกายอสนีอย่างต่อเนื่อง
เขารู้ว่าพลังอสนีบาตที่รวมตัวอยู่บนกำแพงอสนีบาตนี้มากพอที่จะทำลำยและกำจัดจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับบรรลุ
ฉินเลี่ยหันไปมองด้านหลัง
เฝิงอี้โหยวและคนจากสำนักเทียนชี่ที่เหลือเผยสีหน้าเย็นชา
ร่องรอยของความตื่นเต้นฉายออกมาจากดวงตา
เหมือนกับพวกเขาคาดหวังให้เกิดบางสิ่งขึ้น
ขณะสับสน
ฉินเลี่ยสงบสติขณะพยายามปลดปล่อยจิตวิญญาณตระหนักรู้ออกไป
เกลียวจิตวิญญาณลอยออกจากทะเลสาบจิตวิญญาณขณะสัมผัสกำแ
พงอสนีบาตอย่างเงียบงัน
“เปรี้ยะ!”
ประกายอสนีกระเซ็นจากบนกำแพงอสนีบาต
ขณะจิตวิญญาณของเขาพยายามหลอมรวมเข้าไป
จากนั้น จากที่ใดไม่ทราบ
ดวงตาของฉินเลี่ยทอประกายขณะสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ไม่คุ้นเคยได้ใน
ทันที
หลังจากนั้นเขาจึงตระหนักได้ว่าขั้นที่สามของอสนีบาตทลายสวรรค์นั้
นมันวิเศษเพียงใด
หากผู้ฝึกยุทธ์สำนักสังหารที่ช ่าชองวิชาวิญญาณอสนีบาตอยากใช้จิ
ตวิญญาณตระหนักรู้เพื่อสัมผัสทะเลสาบจิตวิญญาณโดยการสัมผัส
กำแพงอสนีบาตรุนแรง จิตวิญญาณของพวกเขาจะถูกทำลายทันที
จิตวิญญาณของพวกเขาจะไม่สามารถอยู่รอดจากความผันแปรอันรุน
แรงของอสนีบาตและอสนีได้
และนี่คือกรณีสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ที่ชำชองวิชาวิญญาณอสนีบาตเท่านั้น
ถ้าสมาชิกสำนักเทียนชี่
ตู้เซี่ยงหยางหรือหนึ่งในคนอื่นส่งเกลียวจิตวิญญาณตระหนักรู้ออกไป
สัมผัสกำแพงอสนีบาต พวกเขาจะถูกกำจัดเร็วยิ่งกว่าเดิม
มีเพียงจิตวิญญาณตระหนักรู้ของฉินเลี่ยเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดจาก
ของแบบนี้ได้
จิตวิญญาณตระหนักรู้ของเขาทานทนการจู่โจมของอสนีบาตและอสนี
จนได้รับรอยประทับอสนีบาตผ่อนการชำระนั่น ยิ่งไปกว่านั้น
จิตวิญญาณแท้จริงของเขาถูกเสริมด้วยอสนี
จิตวิญญาณของเขาจึงเต็มไปด้วยอสนีบาตและอสนี
ยิ่งไปกว่านั้น
เพราะจิตวิญญาณตระหนักรู้และจุดกำเนิดจิตวิญญาณของเขามีประเ
ภทพลังและแหล่งกำเนิดเหมือนกัน
จิตวิญญาณตระหนักรู้ของเขาจึงสามารถสัมผัสกำแพงอสนีบาตโดยไ
ร้ซึ่งอาการบาดเจ็บได้
มันเข้าสู่กำแพงราวกับสายธาราที่ได้พบกับท้องทะเล
ในบรรดาสำนักสังหาร
มีเพียงคนเดียวที่สามารถและหาญกล้าเสริมจิตวิญญาณด้วยอสนีบาต
และอสนีด้วยวิธีใกล้เคียงกันนี้ นั่นก็คือบรรพบุรุษผู้สังหาร
เขาอาจจะเป็นอีกคนที่สามารถใช้จิตวิญญาณตระหนักรู้เพื่อตรวจสอ
บที่แห่งนี้ได้
“ดินแดนอสนีบาตต้องห้ามจะต้องเป็นดินแดนอำนวยพรเพื่อข้าอย่างแ
น่นอน!
ข้าสามารถควบคุมมันได้ดีกว่าที่เยี่ยอี้เฮ่าควบคุมในดินแดนป่าต้องห้า
มเสียอีก!”
มุมปากของฉินเลี่ยยกขึ้น รอยยิ้มมีความสุขปรากฏบนใบหน้า
เขาปลดปล่อยเกลียวจิตวิญญาณตระหนักรู้มากขึ้นเพื่อสำรวจกำแพง
อสนีบาตราวกับหนวดที่มองไม่เห็นเพื่อพยายามสำรวจธรรมชาติอันลึ
กลับของทะเลสาบอสนีบาตที่อยู่ภายในให้ได้มากกว่านี้
“หือ?” ศีรษะของฉินเลี่ยหันมาในฉับพลัน
ภายในกำแพงที่สร้างจากอสนีบาตและอสนีอันเกรี้ยวกราด
เกลียวจิตวิญญาณตระหนักรู้ของฉินเลี่ยสามารถสัมผัสได้ถึงบางสิ่งน
อกเหนือจากพลังอสนีบาตอันน่าหวาดกลัวที่เคลื่อนไหวราวกับม่านห
นาที่กำลังผนึกทะเลสาบอสนีบาตเอาไว้
ขณะหลับตา
เขานั่งลงข้างกำแพงอสนีบาตและเริ่มตรวจสอบอย่างระมัดระวัง
กำแพงอสนีบาตคล้ายพายุหมุนที่สร้างอสนีบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
นี่ทำให้สนามแม่เหล็กภายในกำแพงโกลาหลยิ่งขึ้นขณะปลดปล่อยคลื่
นพลังบิดเบือนมหาศาลออกมา
ไม่น่ามีสิ่งมีชีวิตที่มีกายภาพหรือความผันแปรอื่นอยู่ภายในสนามที่กำ
แพงห้อมล้อมเอาไว้ได้
แต่ว่า
เกลียวจิตวิญญาณตระหนักรู้ของฉินเลี่ยที่ไหลเข้าไปภายในกำแพงพ
บโกศที่เต็มไปด้วยเถ้ากระดูกจำนวนมาก มีโกศทั้งหมดสิบสี่ชิ้น
แต่ละชิ้นมีสัญลักษณ์พิเศษของสำนักเทียนชี่อยู่ มันคือคำว่า
“เตาหลอม”
โกศเถ้ากระดูกสิบสี่ชิ้นกึ่งโปร่งแสงขณะปลดปล่อยแสงมืดมนและเย็น
ชาดุจน ้าแข็งราวกับแสงจันทรา
วัตถุดิบที่สร้างพวกมันขึ้นมานั้นไม่อาจระบุได้
พวกมันไม่ใช่ทั้งทองหรือหยก
ในบรรดาสิบสี่ชิ้นนี้
มีเก้าชิ้นที่มีกลุ่มก้อนจิตวิญญาณผนึกเอาไว้ภายใน
พวกมันคือจิตวิญญาณแท้จริงของผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับบรรลุ!
โกศสิบสี่ชิ้นที่ทอแสงต่อเนื่องเมินเฉยอสนีและอสนีบาตที่หมุนวนและบิ
ดเบี้ยวอยู่รอบกำแพงอสนีบาต
ทว่า คลื่นอ่อน ๆ เคลื่อนไปกลับระหว่างพวกมันเป็นครั้งคราว
เห็นได้ชัดว่าพวกมันเชื่อมโยงกันด้วยวิธีอันลึกลับ
คลื่นปลดปล่อยโดยโกศเถ้ากระดูกเก้าชิ้นที่มีจิตวิญญาณแท้จริงอยู่แ
น่นหนาราวกับจิตวิญญาณแท้จริงถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง
มันเหมือนกับหน้าที่ของโกศคือทำให้จิตวิญญาณแท้จริงบ้าคลั่งจนกร
ะทั่งพวกมันระเบิดในที่สุด
“นะ-นี่มัน…” สีหน้าของฉินเลี่ยเย็นชา
เพราะเขาเองก็เป็นผู้สร้าง
เป็นคนที่สามารถหลอมระเบิดสังหารลึกลับเองได้
เขาจึงรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์วิญญาณอันทรงพลังและน่าหวาดกลัวเป็นอย่
างดี
โกศเถ้ากระดูกสิบสี่ชิ้นที่ลอยอยู่ภายในกำแพงอสนีบาตจะต้องเป็นอุป
กรณ์ที่คล้ายระเบิดสังหารลึกลับ
อุปกรณ์วิญญาณประเภทระเบิดชนิดหนึ่ง แต่ว่า
ความแตกต่างก็คือโกศเหล่านี้ไม่ได้ใช้พลังระเบิดของอสนีบาตและอส
นี พวกมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากวัตถุดิบวิญญาณเหล่านั้น
กลับกัน
ส่วนประกอบหลักของอุปกรณ์วิญญาณเหล่านี้คือจิตวิญญาณ!
จิตวิญญาณจะถูกผนึกอยู่ในโกศเถ้ากระดูก
จากนั้นจะถูกทรมานโดยความผันแปรอันรุนแรงของพลังอย่างต่อเนื่อง
จนพวกมันเข้าสู่สภาพบ้าคลั่ง
จิตวิญญาณภายในโกศแต่ละชิ้นจะทำลายตัวเองในท้ายที่สุดเพื่อเสริม
พละกำลังการระเบิดของโกศ
โกศแต่ละชิ้นจะกักเก็บพลังระเบิดของจิตวิญญาณเอาไว้
พลังที่ปลดปล่อยออกมาอย่างฉับพลันและสมบูรณ์นั้นคือความคาดหวั
งที่น่าหวาดกลัว
พลังนี่อาจมากพอที่จะฉีกกระชากกำแพงอสนีบาตให้เป็นชิ้น ๆ ได้!
ฉินเลี่ยเข้าใจแผนของสำนักเทียนชี่แล้ว
โกศเถ้ากระดูกจะต้องถูกวางไว้ที่นี่โดยเฝิงอี้โหยว
จิตวิญญาณเก้าดวงที่ถูกจองจำอาจจะเป็น “พวกพ้อง”
ผู้ถูกเชื้อเชิญโดยสำนักเทียนชี่เหมือนกับที่พวกเขาเชื้อเชิญกลุ่มของ
ฉินเลี่ย สิ่งที่เรียกว่า “พวกพ้อง” นั้นไม่ต่างจากคำว่าผู้เสียสละ
ถึงอย่างนั้นเฝิงอี้โหยวไม่รู้เกี่ยวกับความช ่าชองของฉินเลี่ยในพลังอส
นีบาตและอสนี
เขาเองยังไม่รู้เกี่ยวกับจิตวิญญาณแท้จริงของฉินเลี่ยที่ถูกเสริมด้วยอส
นีบาตและอสนีมาแล้ว
จิตวิญญาณตระหนักรู้ของเขาจึงสามารถทิ่มแทงกำแพงอสนีบาตเพื่อ
ค้นหาข้อมูลได้
ผลที่ได้ เฝิงอี้โหยวไม่กังวลว่าจะมีคนค้นพบความลับที่อยู่ข้างใน
เฝิงอี้โหยวอาจจะมองดูด้วยความพึงใจอยู่เงียบ ๆ
เขารอให้ฉินเลี่ยตายในกำแพงอสนีบาตเพื่อให้จิตวิญญาณแท้จริงของ
อีกฝ่ายถูกผนึกอยู่ภายในโกศเถ้ากระดูกในฐานะผู้เสียสละอีกคน
“เป็นแบบนี้สินะ”
ฉินเลี่ยเข้าใจแผนของเฝิงอี้โหยวและสำนักเทียนชี่จนหมดเปลือก
ตอนนี้เขารู้สาเหตุแล้ว
เขาจึงไม่เร่งฟื้นฟูจิตวิญญาณตระหนักรู้เพื่อตรวจสอบกับดักที่เฝิงอี้โห
ยววางเอาไว้
ฉินเลี่ยจดจ่อกับจิตวิญญาณขณะรวบรวมจิตวิญญาณตระหนักรู้จำน
วนหนึ่งที่กระจัดกระจายเอาไว้ด้วยกัน
เมื่อรวมทุกส่วนเข้าด้วยกัน
ฉินเลี่ยใช้จิตวิญญาณตระหนักรู้ผ่านกำแพงอสนีบาตและลอยเข้าสู่ส่ว
นลึกอย่างช้า ๆ
เมื่อเขาทำ
เขาพลันสัมผัสได้ถึงความผันแปรจิตวิญญาณอ่อนจางจำนวนมาก
มันทำให้เขาตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด
จิตวิญญาณจำนวนมากที่ส่งความผันแปรออกมาโบราณเป็นอย่างยิ่ง
ความทรงจำ ความตระหนักรู้หรือความคิดที่หลงเหลืออยู่ช่างเบาบาง
พวกมันเป็นเพียงกลุ่มก้อนจิตวิญญาณบริสุทธิ์ไร้พิษภัยเหมือนกับสระ
น ้าใสราวผลึกที่ไร้มลทิน
ฉินเลี่ยรู้ว่านี่หมายความว่าอย่างไร
ผลึกจิตวิญญาณเหล่านี้อาจจะเป็นระดับสูงสุดก็เป็นได้!
ตอนเขากำลังล่าสัตว์วิญญาณกับเสี่ยจิงเสวียนเมื่อตอนนั้น
เหลียงจงสอนฉินเลี่ยเกี่ยวกับผลึกจิตวิญญาณ
ผลึกจิตวิญญาณและหินวิญญาณมีการทำงานคล้ายกัน
ขณะหินวิญญาณเต็มไปด้วยพลังวิญญาณ
ผลึกจิตวิญญาณเต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณ
ยิ่งผู้ฝึกยุทธ์มีพลังสูงเท่าไหร่ก็จะยิ่งดึงดูดความเป็นไปได้ที่จะได้รับผลึ
กจิตวิญญาณที่สามารถบำรุงจิตวิญญาณ
เพื่อที่พวกเขาจะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการฝึกฝนได้อย่างมหา
ศาล
ตั้งแต่พลังระดับบรรลุขึ้นไป
ผู้ฝึกยุทธ์ต้องฝึกฝนจิตวิญญาณแท้จริงเช่นกัน
ทุกพลังหลังจากนี้คือตัวแทนคุณภาพการเติบโตของจิตวิญญาณ
การพัฒนาคุณภาพของจิตวิญญาณหนักหนากว่าการเพิ่มพลังวิญญำณหลายเท่า แถมยังช้ากว่าอีกหลายขุม
มีหนทางมากมายที่จะเพิ่มพลังวิญญาณ
แต่มีน้อยทางนักที่จะเพิ่มคุณภาพของจิตวิญญาณ
ผลึกจิตวิญญาณคือหนึ่งในหนทางน้อยนิดที่สามารถพัฒนาจิตวิญญำณได้
ผลึกเหล่านี้มีต้นกำเนิดจากสัตว์แก่กล้าและสิ่งมีชีวิตหลังจากถูกขัดเก
ลาจนกลายเป็นผลึกที่เต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณ
ถ้าผลึกจิตวิญญาณไม่บริสุทธิ์
ภายในก็จะเต็มไปด้วยความไม่บริสุทธิ์หรือความทรงจำจากเจ้าของ
แม้กระทั่งจิตวิญญาณตระหนักรู้ก็ยังมีหลงเหลือ ดังนั้น
ผลึกจิตวิญญาณไม่บริสุทธิ์มีผลกระทบมหาศาลและยังสร้างปัญหาใน
การใช้ อีกทั้งผู้ใช้ต้องชำระพวกมันสองครั้งหลังจากการใช้แต่ละชิ้น
มันนับเป็นการเสียเวลาและพลังไปอย่างสูญเปล่า
ผลึกจิตวิญญาณมีความทรงจำ
ความตระหนักรู้และความคิดที่หลงเหลืออย่างเบาบาง ถึงอย่างนั้น
มันก็ล ้าค่าอย่างถึงที่สุด
เหมือนกับน ้าดื่ม
จิตวิญญาณแท้จริงสามารถใช้ผลึกจิตวิญญาณนี้ได้โดยตรง
พลังที่ถูกดึงจากผลึกจิตวิญญาณจะบริสุทธิ์อย่างแน่นอน
ถ้าผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับบรรลุใช้ผลึกจิตวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อบำรุงจิตวิ
ญญาณแท้จริงด้วยพลังจิตวิญญาณ
การเลื่อนระดับไปพลังขั้นต่อไปก็ไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน
“ข้าเกรงว่า ในโลกใบนี้
มีเพียงอสนีบาตและอสนีที่รุนแรงเช่นนี้เท่านั้นที่สามารถขัดเกลาผลึกจิ
ตวิญญาณให้บริสุทธิ์เช่นนี้ได้!”
ฉินเลี่ยตรวจสอบความผันแปรจิตวิญญาณบริสุทธิ์ที่มาจากทะเลสาบจิ
ตวิญญาณจนมั่นใจว่ามีผลึกจิตวิญญาณอยู่ภายใน เมื่อทราบดังนั้น
มันทำเอาเขาแทบกระโจนด้วยความยินดี
ในตอนนี้
จิตวิญญาณตระหนักรู้ที่เขาปลดปล่อยออกไปเริ่มแสดงสัญญาณของ
ความเหนื่อยล้า
ฉินเลี่ยค่อย ๆ
ดึงจิตวิญญาณตระหนักรู้กลับมาและไม่เข้าทะเลสาบอสนีบาตไปลึกกว่
านี้ อย่างไรเสีย เขาก็ไม่รีบที่จะสู้กับวิญญาณอสนีบาตอยู่แล้ว
ฉินเลี่ยยืนขึ้นขณะลืมตา
จากนั้นหันมามองเฝิงอี้โหยวและคนจากสำนักเทียนชี่ที่อยู่ข้างเขา
“ที่นี่อันตรายเกินไป ข้าเกรงว่าข้าไม่สามารถหาทางเข้าไปได้
ข้าขอโทษด้วย ข้าไม่คิดว่าพวกข้าจะสามารถให้ความร่วมมือได้”
สีหน้าของฉินเลี่ยเคร่งขรึมขณะส่ายหน้าแล้วถอนหายใจ
“ตัดใจเรื่องนี้เถอะ ตู้เซี่ยงหยาง”
“ได้ ถ้ามันอันตรายเกินไปก็ลืม ๆ มันไปเถอะ”
ตู้เซี่ยงหยางเห็นด้วยขณะพยักหน้าให้
เขารู้ว่าฉินเลี่ยพบอะไรบางอย่างเข้าแล้ว
“พวกเราไปกันเถอะ
พวกเราจะถอยเพื่อให้สำนักเทียนชี่เป็นผู้รับผิดชอบการสำรวจต่อ”
ฉินเลี่ยเริ่มเดินออกมา
“จ้าวสำนักน้อย!” จางเซิ่งเงยหน้า ดวงตาของเขาเย็นชาและมืดมน
ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นของสำนักเทียนชี่ล้วนมองเฝิงอี้โหยว
จิตสังหารไหลบ่าออกมาจากร่างกายของพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด
“สหายข้า อย่ารีบไปนักสิ!” เฝิงอี้โหยวตะโกน