Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 561: คนของเทพ
ตอนที่ 561: คนของเทพ
แสงจันทราสีเงินส่องกระทบน ้า
ทอประกายบนคลื่นน ้าอันเงียบสงบและสันติ
หลายร่างลอยบนผิวน ้าทะเลไร้ที่สิ้นสุดขณะมุ่งหน้าไปทางทวีปเทียนห
ลู่
ผู้ฝึกยุทธ์หนุ่มสาวเจ็ดคนนั่งอยู่บนเสื่อภาวนาบนน ้าที่คล้ายถูกถักทอจำกวัชพืชอย่างเงียบงัน
พวกเขาเผยสีหน้าระแวดระวังขณะสนทนาเสียงต ่าจนถึงตอนนี้
“ตระกูลฮันได้รับข้อมูลจากสำนักปีศาจลวงตาและโจมตีพวกเราเพื่อศ
พของชนชั้นนำโบราณจากดินแดนฝังเทพ”
ฉินเลี่ยกล่าวขณะมองน ้าที่อยู่ไกลออกไปด้วยดวงตาหรี่เล็ก
เขาใช้การรับรู้จิตวิญญาณเพื่อตรวจสอบรอบ ๆ
“สำนักเทียนชี่จะต้องบอกทุกคนว่าร่างอยู่ในทะเลระหว่างทวีปแน่
นี่จะทำให้ทุกกองกำลังเริ่มค้นหาเป็นวงกว้าง
พวกเราอาจจะเผชิญหน้ากับกลุ่มค้นหาจำนวนมากระหว่างทางไปทวีป
เทียนหลู่
พวกเราจากทวีปสายน ้าสีชาดย่อมไม่เป็นที่รู้จักและไม่ควรดึงดูดความ
สนใจเข้าตัว”
เขาหันมามองลั่วเฉิน ตู้เซี่ยงหยางและเสวี้ยโม่เหยียน
“แต่พวกเจ้าสามคนเด่นมากเกินไป”
“พวกเจ้ามีชื่อเสียงมากเกินไปในดินแดนแห่งความโกลาหล
หลายคนรู้ว่าหน้าตาพวกเจ้าเป็นเช่นไร” ซ่งถิงอวี้เสริม
“โดยเฉพาะเจ้า เสวี้ยโม่เหยียน เจ้าเป็นคนดังของสำนักปีศาจลวงตา
คนส่วนใหญ่ในพื้นที่นี้อาจจะจำเจ้าได้”
“การเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นเรื่องง่าย” เสวี้ยโม่เหยียนตอบ
ขณะหยิบขวดลายครามใบเล็กออกมา
นางหยดของเหลวอำพันลงบนมือ
จากนั้นนางลูบบนใบหน้าอย่างอ่อนโยนขณะปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ใบ
หน้า
ไม่กี่วินาทีต่อมา นางสวมใบหน้าใหม่อย่างสมบูรณ์ มันดูธรรมดา
แตกต่างจากใบหน้าเดิมของนางอย่างชัดเจน
ตู้เซี่ยงหยางยิ้ม “ของแบบนี้มันเด็ก ๆ น่า”
เขาหยิบหน้ากากทึบแสงขึ้นมาขณะสวมลงใบหน้าหลวม ๆ
ก่อนจะกลายเป็นอีกคนทันที
ลั่วเฉินทำแบบเดียวกัน
“แม่นางซ่ง แม่นางเสี่ย ถ้าพวกเจ้ายอมปลอมแปลงความงาม
ข้าคิดว่าพวกเราจะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาไปได้เล็กน้อย”
ตู้เซี่ยงหยางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“อืม พวกข้าไม่ว่าอะไรหรอก” ซ่งถิงอวี้ตอบ
นางและเสี่ยจิงเสวียนรีบปรับเปลี่ยนใบหน้า
“ดีขึ้นหน่อย” ฉินเลี่ยยิ้มกว้างขณะมองใบหน้าไม่คุ้นเคยรอบตัว
เขาครุ่นคิดสักพัก จากนั้นกล่าวว่า “พวกเรายังต้องการเรือ”
ทุกคนมองไปที่น ้าเบื้องล่างตามสัญชาตญาณ
ในค ่าคืนแสงจันทราเจิดจ้านี้ หากมีใครมองลงไปใต้น ้า
พวกเขาจะสามารถมองเห็นโครงร่างขนาดมหึมาที่อยู่ส่วนลึกได้
นี่คือศพเทพ
หากใครลงไปในน ้า
พวกเขาจะตกตะลึงว่าศพเทพทั้งแปดที่หายไปจากก้นมหาสมุทรใกล้ท
วีปเทียนเลี่ยเดินทางมาอยู่เบื้องล่างฉินเลี่ยและคนอื่น
เสื่อภาวนาที่คล้ายสร้างจากวัชพืชถึงกับถูกถักทอจากเส้นผมของศีรษ
ะเทพ เพราะศีรษะของศพเทพโผล่ขึ้นมาเพียงผิวน ้าเท่านั้น
กลุ่มของฉินเลี่ยจึงสามารถนั่งด้านบนแทนพาหนะที่ใช้พาพวกเขาไปท
วีปเทียนหลู่
ภายใต้ผิวน ้า ศพเทพทั้งแปดลอยอยู่ในค่ายกลวงกลมกว้าง
แขนสิบหกข้างผสานเข้าด้วยกันกับกิ่งก้านต้นไม้
ตะกร้าใบใหญ่คล้ายสร้างจากกิ่งก้านต้นไม้ที่ลอยอยู่ระหว่างศพเทพมีรู
ปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวหกสิบห้าเมตร
ศพเทพถือตะกร้าใบนี้เอาไว้ขณะพาร่างของชนชั้นนำยี่สิบสามร่างเอา
ไว้ข้างใน
ขณะยับยั้งความผันแปรพลังภายในเอาไว้เพื่อไม่ก่อให้เกิดคลื่น
ศพเทพเคลื่อนที่ใต้น ้าอย่างเงียบงัน
ถ้าใครมองมหาสมุทรในตอนนี้ พวกเขาจะเห็นเงาขนาดมหึมาใต้น ้า
แต่ว่า ถ้าเป็นตอนกลางวันและดวงตะวันกำลังทอแสงลงมาที่ทะเล
ศพเทพและตะกร้ายักษ์ที่ใส่ศพของชนชั้นนำโบราณเอาไว้จะไม่มีที่ให้
หลบซ่อน
“อืม” ตู้เซี่ยงหยางคำรามอย่างเห็นด้วย
“ศพเทพไม่สามารถอยู่ใกล้ผิวน ้าได้ ถ้าอยู่ใกล้
พวกเราจะต้องถูกเจอตัวแน่
พวกมันต้องหลบซ่อนอยู่ใต้น ้าลึกเพื่อหลีกเลี่ยงกลุ่มค้นหาที่กำลังเดิน
ทางผ่านอกาศ
ดังนั้นพวกมันจึงไม่สามารถพาพวกเราไปตลอดรอดฝั่งได้”
“เรือลำเล็กที่สร้างจากกิ่งไม้ก็ไม่ได้ผล
พวกเราจะดึงความสนใจหากเดินทางข้ามมหาสมุทรด้วยพาหนะขนาด
เล็ก” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างสงบขณะลูบคาง
“พวกเราต้องสร้างเรือที่มีขนาดพอเหมาะขึ้นมา”
“น่าเสียดายที่รถม้าศึกโปร่งแสงสามคันของตระกูลฮันกลายเป็นเศษซำกไปแล้ว” ลั่วเฉินกล่าว
“ข้าหวังว่ากองกำลังแรกที่พวกเราจะเจอจะรับมือได้ง่าย” เกาอวี้กล่าว
สายตาเย็นชา
“ข้าเองก็หวังว่าพวกเขาจะมีเรือลำใหญ่เพื่อที่พวกเราจะสามารถ…
ยืมได้”
“มีเรือและอุปกรณ์วิญญาณบินได้ให้ใช้อยู่แล้ว เกาอวี้”
ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว “เจ้าอยากไปขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ข้ามีเรื่องอื่นที่ต้องทำ”
“เอาศพชนชั้นนำโบราณสามร่างไปกับเจ้า”
“ข้าบรรลุเป้าหมายในการได้ร่างของเทพปีศาจมาแล้ว
ตอนนี้ข้าไม่มีพลังที่จะดูแลศพอื่นและยังไม่มีที่ที่จะเก็บพวกมันอีกด้วย
ข้าขอฝากไว้ก่อนแล้วกัน ฉินเลี่ย
เมื่อข้าจัดการปัญหาเสร็จและต้องการพวกมันเมื่อไหร่ ข้าจะไปหาเจ้า”
“เจ้าจะไปจริง ๆ เหรอ?”
“อืม ข้าอยากไปหาเจียเย่ว”
“เจ้ารู้ว่านางอยู่ที่ไหนงั้นเหรอ?”
“วิญญาณเหมันต์ไม่ได้ครอบครองร่างนางไปตลอด
มันแค่อยากหลบเลี่ยงหลุมศพผนึกปีศาจและหลบหนีจากสุสานเทพเท่
านั้น
เพราะสุสานเทพพังทลายและไม่ต้องกังวลเรื่องจะถูกผนึกโดยหลุมศพ
ผนึกปีศาจแล้ว มันน่าจะกลับคืนสู่ร่างเดิม”
ความมุ่งมั่นปกคลุมใบหน้าของเกาอวี้ “หรือก็คือ เจียเย่วจะไม่เป็นไร
ข้า… ทำข้อตกลงกับนางเอาไว้ ถ้านางมีชีวิตอยู่
นางจะไปไม่กี่ที่เพื่อรอข้า ข้าต้องไปหานาง”
เมื่อเห็นว่าเกาอวี้ตัดสินใจแล้ว ฉินเลี่ยไม่สืบสาวมากไปกว่านี้
“ข้าเข้าใจ”
……
หกวันต่อมา ตะวันแรงกล้าช่วงบ่ายฉายลงมาบนทะเล
เงาขนาดมหึมาที่อยู่ใต้พื้นผิวง่ายต่อการพบเห็น
ฉินเลี่ยและคนอื่นนั่งบนเงาขนาดมหึมาเหล่านี้ขณะยังคงเดินทางไปทวี
ปเทียนหลู่
กลุ่มพวกเขาโชคดีมาก
พวกเขายังไม่เผชิญหน้ากับกลุ่มค้นหาหรือสิ่งมีชีวิตทรงปัญญา
ฉินเลี่ยพักบนศีรษะของหนึ่งในศพเทพ ดวงตาของเขาหลับลง
เขารู้สึกสับสน
ถึงแม้หลุมศพผนึกปีศาจจะผนึกวิญญาณปฐพี
โลหะและวารีมานานกว่าสิบวันแล้ว
มันกลับยังไม่มอบแก่นแท้โลหิตให้กับเขา
แก่นแท้ปลดปล่อยจากหลุมศพผนึกปีศาจไม่นานหลังจากผนึกวิญญา
ณอัคคี ไม้และอสนีบาต
จากนั้นเขาจะเปลี่ยนให้เป็นแก่นแท้โลหิตโดยใช้วิชาชำระโลหิต
แต่ว่า วันเวลาผ่านไป หลุมศพผนึกปีศาจไม่มีการตอบสนอง
ฉินเลี่ยค่อย ๆ กังวลและเริ่มสงสัยว่าบางสิ่งกำลังเกิดขึ้น
ตอนเขาพูดกับซ่งถิงอวี้เกี่ยวกับความสับสนนี้
นางครุ่นคิดกับตนเองสักพัก จากนั้นนางกล่าวว่า “วิญญาณอัคคี
ไม้และอสนีบาตที่ถูกผนึกและขัดเกลาทีละตน
แน่นอนว่าเจ้าไม่ต้องรอนาน ครั้งนี้ วิญญาณโลหะ
ปฐพีและวารีถูกผนึกพร้อมกันในคราวเดียว
หลุมศพผนึกปีศาจต้องขัดเกลาวิญญาณทั้งสามพร้อมกัน
ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะใช้เวลาสามเท่า แค่รออีกสักหน่อย
ข้าคิดว่าหลุมศพผนึกปีศาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเร็ว ๆ นี้แหละ”
“ข้าก็หวังอย่างนั้น” ฉินเลี่ยยิ้ม
เขาและซ่งถิงอวี้นั่งบนศีรษะของศพเทพตนเดียวกัน เสี่ยจิงเสวียน
เกาอวี้ ตู้เซี่ยงหยาง
ลั่วเฉินและเสวี้ยโม่เหยียนก็อยู่ด้วยแต่ไกลกว่าเล็กน้อย
ทันทีที่ทั้งสองไม่สนทนาเสียงดัง
ห้าคนที่เหลือก็ยากจะได้ยินสิ่งที่พวกเขากำลังสนทนกันอยู่
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าศพเทพเหล่านี้
บรรพบุรุษโลหิตและบรรพบุรุษเฮยวูยังไม่ตายโดยสมบูรณ์?
รวมถึงเรื่องที่พวกมันแค่ทำลายจิตวิญญาณอมตะของตนเองด้วย”
ซ่งถิงอวี้ถามเสียงต ่า
“นอกเหนือจากภาษาศักดิ์สิทธิ์ที่เจ้าใช้ติดต่อสื่อสารกับศพเทพแล้ว
เจ้าได้รับสิ่งอื่นมาจากหลุมศพผนึกปีศาจอีกหรือเปล่า?”
“ใช่” ฉินเลี่ยไม่คิดปิดบังกับนาง “ข้าได้รับข้อมูลมาด้วย”
นอกจากภาษาศักดิ์สิทธิ์แล้ว
หลุมศพผนึกปีศาจได้ส่งความทรงจำเกี่ยวกับสุสานเทพและศพเทพทั้ง
แปดมายังจิตใจ ความทรงจำเหล่านั้น…
เขาไมได้บอกลั่วเฉินและคนอื่น
ดวงตาของซ่งถิงอวี้เป็นประกาย “ศพเทพและสุสานเทพ…
พวกมันคืออะไรกันแน่?”
“จากความทรงจำที่ข้าได้รับมา
สิ่งที่พวกเรารู้ในชื่อสุสานเทพถึงกับเป็นแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ที่เผ่าพันธุ์
พิชิตสวรรค์ใช้ในการฝึกชนรุ่นหลัง มันไม่ใช่แดนฝังศพสาธารณะ
ไม่ใช่สถานที่สำหรับชนชั้นนำโบราณถูกฝังอย่างสงบ
เรื่องทั้งหมดนั่นหลอกลวงทั้งเพ
ทะเลสาบอสนีบาตและดินแดนฝังเทพเป็นเพียงสถานที่เพื่อกักเก็บพลัง
และทรัพยากรเท่านั้น” ฉินเลี่ยกล่าวเสียงต ่า เขาทิ้งช่วง
จากนั้นกล่าวต่อว่า “สุสานเทพ แท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้…
มันเหมือนกับสระโลหิต
มันถูกสร้างเพื่อพัฒนาชนรุ่นหลังของเผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์”
“เผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์งั้นหรือ?” ซ่งถิงอวี้กล่าวด้วยความตกตะลึง
ฉินเลี่ยพยักหน้าแล้วกล่าวว่า
“ข้ารู้ว่าเผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์อาจจะสร้างแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ที่คล้ายกับ
สุสานเทพอีกจำนวนมาก
ทั้งหมดล้วนเป็นโลกย่อยที่เป็นอิสระจากอาณาจักรวิญญาณ!”
“มะ-มีมากกว่านี้อีกหรือ?” ซ่งถิงอวี้ถามขณะสั่นสะท้าน
“ใช่!” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างไม่มีความลังเล “ร่างของบรรพบุรุษโลหิต
บรรพบุรุษเฮยวู เทพปีศาจและชนชั้นโบราณตนอื่น…
เผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์อาจจะใช้พวกมันเพื่อทำเรื่องไม่ดีก็ได้!”
“เรื่องไม่ดีงั้นหรือ? เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
ซ่งถิงอวี้ปิดปากด้วยความสงสัย
“พวกเขาอาจจะสังหารอีกฝ่าย
จากนั้นเก็บรวบรวมร่างหรือขโมยมาจากสถานที่ฝังศพที่อื่น”
หลังจากผ่านไปสักพัก
ฉินเลี่ยส่ายหน้าแล้วผลักความคิดมั่วซั่วออกจากจิตใจ
“ไม่สำคัญหรอกว่าพวกเขาจะได้มาอย่างไร พวกเราจะใช้พวกมันอยู่ดี
พวกเราอาจจะสามารถใช้หลุมศพผนึกปีศาจเพื่อหาแท่นบูชาที่อื่นในอ
นาคตก็ได้ เมื่อถึงตอนนั้น
อาจจะมีร่างชนชั้นโบราณให้พวกเราเก็บและใช้อีกมากมายเลย”
“แล้วศพเทพทั้งแปดพวกนี้ล่ะ?” ซ่งถิงอวี้ถามด้วยน ้าเสียงเล็ก
“สมาชิกของเผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์มองพวกมันเป็นเทพ
ศพเทพเหล่านี้… เผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์เรียกพวกมันว่าคนของเทพ”
ฉินเลี่ยส่ายหน้าและหัวเราะออกมา
“สิ่งที่น่าจะเป็นคนของเทพรับใช้เผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์ด้วยความจงรักภั
กดีที่ไม่สั่นคลอน หรือก็คือ พวกเขาบูชาพวกมัน”
“หยุดพึมพำได้แล้ว”
ตู้เซี่ยงหยางตะโกนจากตำแหน่งตนเองที่ด้านหน้าศีรษะของศพเทพ
สีหน้าของเขาจริงจังมากขึ้นขณะยันกาย
“ข้าคิดว่าพวกเราเจอปัญหาแล้วล่ะ”
ฉินเลี่ยและซ่งถิงอวี้พลันหยุดสนทนา พวกเขายืนขึ้น
มองออกไปที่ทะเลด้านหน้าและเห็นเรือขนาดมหึมาอยู่ไกลออกไป
เรือเหล็กจำนวนมาก แต่ละลำยาวเกือบหนึ่งร้อยเมตร
มีธงที่ปักเป็นลายเดียวกันโบกสะบัดอยู่
“เจ้ามองเห็นตราบนธงหรือเปล่า?”
เสวี้ยโม่เหยียนถามตู้เซี่ยงหยางด้วยน ้าเสียงดัง
“ดวงตะวันสีทองขนาดมหึมา” ตู้เซี่ยงหยางตอบ
น ้าเสียงของเขาดังเช่นกัน
“เรือพวกนั้นเป็นของเกาะตะวันทอง
กองกำลังทองแดงที่แข็งแกร่งกว่าตระกูลฮัน
จ้าวเกาะของพวกเขาอยู่ระดับสูงสุดของพลังระดับแยกออกและเกือบเลื่
อนระดับไปถึงพลังระดับนิพพานแล้ว!”
ทุกคนมองฉินเลี่ย
“ระดับสูงสุดของพลังระดับแยกออกมา…”
ฉินเลี่ยกล่าวขณะครุ่นคิดกับตนเอง
จากนั้นเผยสีหน้าจริงจังออกมาพลางถามว่า
“มีแค่จ้าวเกาะที่อยู่ระดับนั้นใช่ไหม?”
“ใช่ แค่เขา” เสวี้ยโม่เหยียนตอบทันที
“งั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก ต่อให้พวกเราถูกเจอตัวเข้า
ศพเทพน่าจะสามารถรับมือได้” ฉินเลี่ยพยักหน้า
ทันทีที่เขากล่าวเช่นนี้ ทุกคนก็ผ่อนคลาย