Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 579: ผู้ยุยง!
ตอนที่ 579: ผู้ยุยง!
เป็นเวลานานตั้งแต่ฉินเลี่ยจดจ่อกับการฝึกฝนอสนีบาตทลายสวรรค์
ทันทีที่เขาโคจรวิชาวิญญาณนั่นเพื่อกระตุ้นอสนีบาตและอสนีภายในร่
างกาย
เขาเห็นการตอบสนองอย่างรุนแรงเกิดขึ้นภายในแผ่นไม้ของต้นไม้สา
ยฟ้าฟาดทั้งแปดแผ่น
เกลียวอสนีเริ่มโค้งผ่านแผ่นไม้
กระจายจากล่างขึ้นบนราวกับเถาวัลย์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
แสงสีน ้าเงินสงบนิ่งเป็นประกายแผ่จากแผ่นไม้ขณะปลดปล่อยคลื่นพลั
งอสนีบาตและอสนีแรงกล้าออกมา
“ตูม ตูม ตูม!”
อสนีบาตดังครืนจากทุกรูขุมขนของร่างกาย
มันดังก้องจากแผ่นไม้ของต้นไม้สายฟ้าฟาดและเคลื่อนลึกอยู่ในท้องน
ภา
เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนนกอมตะเพลิงสีทองลอยล่อง
เหนือหมู่เมฆที่ระดับความสูงมหาศาล
อสนีบาตดังขึ้น มันทั้งรุนแรง ชัดเจนและบ้าคลั่งมากขึ้น
ทำให้ปลายแผ่นไม้ของต้นไม้สายฟ้าฟาดส่งอสนีโค้งในท้องนภา
“ครืน ครืน คะ-ครืน!”
เสียงอสนีบาตดังออกมาจากส่วนลึกของท้องนภา
ทำให้จิตวิญญาณแท้จริงของคนจำนวนมากบนนกอมตะเพลิงสีทองล
อยล่องสั่นไหว
ภายในห้องลับของที่พักเซี่ยงซี
เป๋าโปเจ๋อและผู้ฝึกยุทธ์ไม่น่าไว้ใจคนอื่นหยุดสนทนาชั่วคราว
“สภาพอากาศกำลังเปลี่ยนไป” เป๋าโปเจ๋อพึมพำ
ไม่มีใครในพวกเขาถึงกับออกไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น
ดังนั้นพวกเขาไม่รู้ว่าเป็นฉินเลี่ยที่สร้างอสนีบาตในท้องนภาขึ้นมา
เมื่อใดก็ตามที่พวกเขาลอบประชุมกัน
พวกเขาจะสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้รบกวนพวกเขาหรือเข้ามาส่งข่าว
อย่างเคร่งครัด
บวกกับความจริงที่ห้องลับของพวกเขาสามารถกันเสียงจำนวนมากแล
ะความผันแปรพลังทั้งหมดได้
พวกเขาจึงไม่รู้ว่าฉินเลี่ยติดตั้งแผ่นไม้ของต้นไม้สายฟ้าฟาดเอาไว้
พวกมันคือเสาที่ยื่นไปหาท้องนภาโดยเฉพาะ
อสนีบาตระเบิดอย่างรุนแรงทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่ามีบางสิ่งแป
ลกไป
แต่ว่า
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในบางครั้งไม่ทำให้พวกเขากังวล
ไม่ว่าจะเป็นอสนีแปลบปลาบ อสนีบาตดังก้อง
สายลมบ้าคลั่งหรือสายฝนโหมกระหน ่า
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องธรรมดาภายใต้ทะเลหมู่เมฆไร้ที่สิ้นสุด
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คิดมาก
พวกเขาเข้าใจว่าอสนีบาตคือการเปลี่ยนแปลงในสภาพอากาศทั่วไป
เซี่ยงซีและคนที่เหลือในห้องลับยังคงสนทนาเรื่องสำคัญท่ามกลางอสนี
บาตระเบิด
นกอมตะเพลิงสีทองลอยล่องแยกจากพี่น้องฉิงไปนานแล้ว
ตอนนี้กำลังลอยอย่างเงียบงันอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆ
นกอมตะเพลิงสีทองลอยล่องตัวอื่นที่กำลังนำพาสองผู้พิทักษ์คนอื่นบิน
เข้ามาใกล้
นกอมตะเพลิงของพี่น้องฉิงอยู่ห่างออกไปอย่างต ่าหลายกิโลเมตร
โดยไม่มีการเตือน
เสียงระเบิดสะเทือนโลกดังก้องจากส่วนลึกของท้องนภา
อสนีหนาเคลื่อนลงมาราวกับน ้าตกอสนีขณะเล็งไปที่นกอมตะเพลิงสีท
องลอยล่องในหมู่เมฆ
ดวงตาของฉินเลี่ยลืมขึ้น
เขายื่นมือออกไปและเห็นเกลียวอสนีกำลังฟาดลงมาจากท้องนภาหมอ
งหม่นด้านบนก่อนจะลอบตกตะลึง
เขาที่กำลังฝึกฝนอสนีบาตทลายสวรรค์ด้วยความช่วยเหลือของแผ่นไ
ม้ของต้นไม้สายฟ้าฟาดแปดแผ่นกระตุ้นการตอบสนองได้มากกว่าก่อ
นหน้านี้
ท่ามกลางอสนีบาตคำรามและแรงระเบิดของอสนีอันบ้าคลั่ง
เขารู้สึกถึงความยินดีเป็นอย่างยิ่งอยู่ภายในจิตวิญญาณแท้จริง…
“เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!”
เกลียวอสนีเกลียวแล้วเกลียวเล่าพุ่งผ่านท้องนภาราวมังกรและงู
ทั้งหมดกำลังพุ่งเข้าหาตึกไม้ของฉินเลี่ย
อสนีฟาดใส่พื้นที่ใจกลางของแผ่นไม้จากต้นไม้สายฟ้าฟาดก่อนจะพลั
นกระจายเข้าไป
“ตูม!”
อสนีบาตสวรรค์รุนแรงฟาดใส่ทุกสิ่งในพริบตา
ตึกสามชั้นระเบิดเป็นผุยผงท่ามกลางการจู่โจมของอสนีรุนแรง
ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนหนึ่งที่จงรักภักดีต่อเซี่ยงซีอยู่ในตึกนั้น
แรงระเบิดของอสนีสวรรค์เผาพวกเขาจนกรอบ
ผู้รอดชีวิตวิ่งออกจากซากปรักหักพัง กระอักโลหิตและตะโกนว่า
“พวกเราถูกโจมตี! ศัตรู! ศัตรูกำลังโจมตี!”
เสียงร้องเตือนภัยของพวกเขาทำให้คนจำนวนมากตกตะลึง
ผู้ฝึกยุทธ์คนแล้วคนเล่าวิ่งมาจากทุกทิศทาง
สีหน้าแปลกประหลาดปรากฏขึ้นเมื่อสังเกตเห็นว่ามีสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่
ตึกของฉินเลี่ย
ตู้เซี่ยงหยาง เกาอวี้และลั่วเฉินออกจากตึกไม้ไปนานแล้ว
ตอนนี้กำลังมองฉินเลี่ยด้วยความตกตะลึง
ทันทีที่พวกเขาเห็นฉินเลี่ยกำลังนั่งอยู่บนหลังคาพร้อมกับแผ่นไม้ของ
ต้นไม้สายฟ้าฟาดแปดแผ่นที่ตั้งตรงควบคู่กับประกายของพลังอสนีบา
ตและอสนี พวกเขาเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
พวกเขาสามคนผ่านการทดสอบมามากมายพร้อมกับฉินเลี่ย
พวกเขาทราบดีถึงการควบคุมอสนีบาตและอสนีอันน่าทึ่งของเขา
เห็นได้ชัดว่าฉินเลี่ยสั่งให้อสนีสวรรค์และระเบิดอสนีบาตเคลื่อนลงมาจำกท้องนภาด้านบน
“เขากำลังอะไรน่ะ?” ตู้เซี่ยงหยางถามด้วยความตกตะลึง
“ไม่จริงน่า…” ลั่วเฉินตอบ คิ้วของเขาขมวด
“ไม่คิดจะมีชีวิตสืบต่อไปแล้วหรือไง? เขาพยายามจะเปิดเผยงั้นเรอะ?”
ในความเห็นของเขา ถ้าฉินเลี่ยพลันหันมาเล่นงานตระกูลฉิง
เขาควรจะทำตั้งแต่ตอนอยู่บนเรือไปแล้ว
ศพเทพทั้งแปดหลบซ่อนลึกอยู่ภายในทะเล ทันทีที่อัญเชิญพวกมัน
ฉินเลี่ยจะสามารถสังหารเกาะตะวันทองเหมือนกับที่ทำกับตระกูลฮันได้
ฉินเลี่ยในตอนนี้อยู่บนนกอมตะเพลิงที่กำลังลอยผ่านอากาศ
เขาไม่ได้อยู่ใกล้ทะเล
ดังนั้นการกระทำของเขาในตอนนี้มันไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
หลังจากสังเกตสถานการณ์อยู่สักพัก
เกาอวี้กลับได้ข้อสรุปที่แตกต่างออกไป
“ทั้งหมดนี่คือผลจากการฝึกฝนของฉินเลี่ย” เขากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“เขา
ตัวเขาเองอาจจะไม่รู้ว่าเขาคือสาเหตุที่ทำให้เกิดภาพตื่นตาเช่นนี้”
การคาดเดาของเขาถูกต้อง
ในตอนนี้ อสนีบาตและอสนีปกคลุมท้องนภา
ยิ่งมายิ่งน่าหวาดกลัวทุกครั้งที่ผ่านไป
ฉินเลี่ยแค่อยากฝึกฝน
ทิวทัศน์อันน่าตกตะลึงนี้ทำให้เขาตะลึงไปถึงข้างใน
หลังจากเลื่อนระดับไปถึงขั้นท้ายของพลังระดับบรรลุ
เขาไม่คาดคิดจริง ๆ
ว่าจะเป็นสาเหตุให้เกิดทิวทัศน์เช่นนี้เพียงแค่ใช้แผ่นไม้ของต้นไม้สาย
ฟ้าฟาดเพื่อเสริมจิตวิญญาณแท้จริงด้วยอสนีบาตและอสนี
ซ่งถิงอวี้
เสี่ยจิงเสวียนและเสวี้ยโม่เหยียนหยุดฝึกฝนทันทีที่ความโกลาหลเริ่มขึ้
น ทั้งสามคนยืนอยู่ข้างหน้าต่างในตึกไม้สามชั้น
แสงอสนีที่หลอมรวมกันสะท้อนในดวงตาเป็นบางครั้งและฟาดใส่นอกตึ
กด้วยแรงระเบิดอันรุนแรงจนพวกนางตกตะลึง
พวกนางไม่รู้ว่าฉินเลี่ยกำลังทำอะไรอยู่
ในที่สุด เมื่อตระหนักได้ว่าทุกสิ่งกำลังเลวร้ายลงเรื่อย ๆ
ฉินเลี่ยเตรียมที่จะเก็บแผ่นไม้ของต้นไม้สายฟ้าฟาดเพื่อหยุดอสนีบาต
และอสนีไม่ให้มารวมตัวกัน
ดังนั้นเขาหยิบหนึ่งในแผ่นไม้กลับเข้าไปในแหวนต่างมิติ
แต่ว่า นี่เป็นการขัดสมดุลของแผ่นไม้ของต้นไม้สายฟ้าฟาดแปดแผ่น
อสนีบาตและอสนีที่กำลังรวมตัวอยู่ภายในหมู่เมฆเป็นเวลานานพลันเสี
ยการควบคุมก่อนจะฟาดใส่เขา!
ในตอนนั้นเอง
อสนีบาตและอสนีทั้งหมดที่ปกคลุมท้องนภาเคลื่อนลงมา!
อสนีโกลาหลและอสนีบาตบ้าคลั่งเคลื่อนลงมาจากท้องนภาราวกับฝน
อุกกาบาต
“ตูม ตูม ตูม! ตูม ตูม ตูม!”
ตึกไม้ขนาดเล็กอีกหลังบนนกอมตะเพลิงสีทองลอยล่องพลันถูกทำลา
ย ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนในนั้นล้วนจงรักภักดีต่อเซี่ยงซี
พวกเขากรีดร้องขณะถูกกลืนกินอยู่ในอสนีบาตและอสนี
ตอนนั้นเองที่ทุกคนเข้าใจว่าฉินเลี่ยคือคนที่อยู่เบื้องหลังอสนีบาตและอ
สนีในท้องนภา
“ฆ่ามัน!”
“หยุดมัน!”
ผู้ฝึกยุทธ์เกาะตะวันทองทุกคนในตอนนี้ส่งเสียงร้องออกมา
เมื่อเห็นอสนีจางหายจนเหลือแต่ซากตึกไม้กรุ่นกับสหายที่ถูกฟาด
พวกเขาพลันปลดปล่อยความโกรธแค้นและพุ่งเข้าหาฉินเลี่ย
ทันทีที่อสนีบาตและอสนีเสียการควบคุม
ทุกคนภายในห้องลับของเซี่ยงซีรู้สึกแปลกประหลาด
“บางอย่างไม่ถูกต้อง นั่นมันไม่เหมือนกับอสนีบาตและอสนีทั่วไป”
เซี่ยงซีกล่าว “ออกไปดูข้างนอกเถอะ”
ประตูที่ถูกปิดอย่างแน่นหนาของห้องลับเปิดออกในที่สุด
ผู้พิทักษ์ทรราชและทูตเกาะมากกว่าสิบคนปรากฏตัวขึ้นคนแล้วคนเล่า
ทันทีที่พวกเขาเงยหน้า สีหน้าของทุกคนบนใบหน้าเปลี่ยนไป
แสงอสนีสิบกว่าสายคล้ายมังกรโผบินและเศษเสี้ยวกระแสอสนีจำนวน
มากคนานับปกคลุมท้องนภา ประกอบกับคลื่นอันบ้าคลั่งของอสนีบาต
พวกมันฟาดใส่นกอมตะเพลิงสีทองลอยล่องราวกับน ้าตกอสนีแรงกล้า
“มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่?!” เซี่ยงซีตะโกนอย่างขุ่นเคือง
“หัวหน้าผู้พิทักษ์
เจ้าเด็กนั่นที่จ้าวเกาะสองพามาคือสาเหตุของปัญหาทั้งหมดนี้!”
ใครบางคนรายงานเสียงดัง
“เป็นเจ้าตัวสารเลวฉิงเลี่ยนี่เอง! เป็นมัน!” อีกคนเสริม
เซี่ยงซีย้ายสายตาไปยังตึกไม้ที่ฉินเลี่ยยืนอยู่ด้านบนและพบว่าผู้ใต้บัง
คับบัญชาจำนวนมากของเขาได้ล้อมไว้หมดแล้ว
กลุ่มที่เหลือของฉินเลี่ย รวมทั้งตู้เซี่ยงหยาง
ลั่วเฉินและเกาอวี้ผู้เข้าร่วมกับพวกเขาท่ามกลางความโกลาหลทั้งหมด
อยู่ภายในตึกไม้นั่น
แผ่นไม้ของต้นไม้สายฟ้าฟาดเจ็ดแผ่นตั้งตรงอยู่ที่ตึกไม้นั่น
พลังอสนีบาตและอสนีถูกชักนำมา แสงอสนีทิ่มแทงสู่ท้องนภา
ถูกกระตุ้นด้วยการตอบสนองบางอย่างจนทำให้อสนีบาตและอสนีมารว
มตัวกัน
“ผู้ใดใช้ให้เจ้าทำเช่นนี้กัน เจ้าเด็กน้อย!” เซี่ยงซีกล่าว
สีหน้าเคร่งขรึมปรากฏบนใบหน้า
เขาปลดปล่อยพละกำลังของพลังระดับแยกออกออกมา
“โปรดสงบสติก่อน หัวหน้าผู้พิทักษ์!” เป๋าโปเจ๋อตะโกน
เขารีบหยุดความขุ่นเคืองของเซี่ยงซีกลางคันก่อนจะคว้าเอาไว้แน่น
“มันก็แค่เรื่องเข้าใจผิด!” เขากล่าวซ ้าไปมา “เรื่องเข้าใจผิด!
เรื่องเข้าใจผิด!”
จากนั้นเขาลดเสียงจนมีแต่เซี่ยงซีเท่านั้นที่ได้ยิน
“ใจเย็นก่อน!” เขากล่าว “เจ้าต้องใจเย็น!
นี่จะต้องเป็นแผนของพี่น้องฉิงแน่ ๆ
พวกมันพยายามให้พวกเราเปิดเผยความตั้งใจที่แท้จริงออกมา!
ถ้าพวกเราไม่สามารถทนจากการโจมตีของเขาได้
พวกมันจะมีข้ออ้างมาเล่นงานพวกเรา!
เจ้าเด็กนี่คือสมาชิกของตระกูลฉิง
ถ้าพวกเราไม่สามารถทนเรื่องนี้และลงเอยด้วยการสังหารเขา
พวกเราก็แค่ติดกับพวกมันเท่านั้น!
พวกเรายังไม่ถึงเกาะตะวันยอแสงและไม่มีกำลังเสริม
พวกมันต้องกำจัดพวกเราก่อนจะไปถึงที่นั่นแน่! หัวหน้าผู้พิทักษ์
เจ้าต้องใจเย็น ๆ!”
“เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแค่การเข้าใจผิด!” ฉินเลี่ยตะโกนเช่นกัน
“เป็นเรื่องจริงนะ!”
ขณะพูด
อสนีบาตและอสนีที่ปกคลุมท้องนภายังคงเคลื่อนลงมาและฟาดใส่พื้นที่
รอบตึกไม้ที่เขายืนอยู่
พวกมันฟาดใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเซี่ยงซีจนถึงแก่ความตายในทันที
อสนีฟาดเข้าใส่คนที่มารวมตัวกันอีกครั้ง
พวกเขาทุกคนตะโกนอย่างขุ่นเคืองและอยากสังหารฉินเลี่ยเสียเดี๋ยวนี้
“จะ-เจ้าเด็กนี่พยายามยั่วโมโหข้า!” เซี่ยงซีกัดฟัน
“ยิ่งเขาพยายามยั่วโมโหพวกเรามากเท่าไหร่
ความมั่นใจของเขาที่มีกำลังเสริมช่วยอยู่นั้นก็มีมาก!”
เป๋าโปเจ๋อรีบเตือนเขา “ข้ามั่นใจว่าพี่น้องฉิงอยู่ใกล้ ๆ!
พวกมันต้องกำลังรอให้พวกเราเคลื่อนไหวแน่ ๆ ทันทีที่พวกเราทำ
พวกมันจะโจมตีทันที! ช่างเป็นแผนชั่วช้าและโหดเหี้ยมจริง ๆ
พวกมันตั้งใจจะให้พวกเราตาย!”
ในสายตาของผู้วางแผนการ ทุกคนก็คือผู้วางแผนการเช่นกัน
เป๋าโปเจ๋อคิดว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้คือหนึ่งในแผนการ
เป็นการลงมืออย่างไร้ความปราณีที่พี่น้องฉิงใช้เล่นงานพวกเขา
“เจ้าต้องอดทนกับเรื่องนี้!” เป๋าโปเจ๋อกล่าว
“เจ้าต้องอดทนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม!”
ที่เซี่ยงซีทำได้ในตอนนี้คืออดทนกับเรื่องนี้ต่อไป
……