Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 602: เสียงคำรามของเทพอสนีบาต
ตอนที่ 602: เสียงคำรามของเทพอสนีบาต
เมื่อลงพื้นบนเกาะกับพี่น้องฉิง
ฉินเลี่ยดึงชิ้นส่วนกระดูกหลากสีสันที่ทั้งสมบูรณ์บ้างและแตกหักบ้างอ
อกมาจากแหวนต่างมิติ
พวกมันกระแทกกับพื้นและปลดปล่อยพลังวิญญาณปริมาณแตกต่างกั
น
พวกมันทั้งหมดก่อตัวเป็นสิ่งมีชีวิตนานาชนิดจำนวนมากอย่างเด่นชัด
กระดูกเหล่านี้มาจากร่างของชนชั้นนำโบราณที่ร่างของนิกายเฮยวูแล
ะเจียงจู่เจื๋อในปีศาจโลหิตที่ถูกทำลายขณะขัดขืนหลุมศพผนึกปีศาจ
ฉินเลี่ยหาทางรวบรวมพวกมันขณะสุสานเทพพังทลายจนไม่เหลือสิ่งใ
ดได้
กระดูกเหล่านี้ไม่สามารถเทียบได้กับร่างสมบูรณ์ของชนชั้นนำโบรารแ
ละไม่ได้ครอบครองพลังเร้นลับ มรดกและความลับที่เดิมทีพวกมันมี
กลับกัน
พวกมันยังเต็มไปด้วยพลังวิญญาณบริสุทธิ์อันน่าเหลือเชื่อในปริมาณ
มหาศาลเอาไว้ มันมากกว่าที่หินวิญญาณทั่วไปจะมี
ผู้ฝึกยุทธ์สามารถใช้กระดูกด้วยพลังที่เหมาะกับธาตุที่พวกเขาฝึกฝนไ
ด้เพื่อดูดซับพลังนั่นเข้าไปแล้วเพิ่มขีดจำกัดให้กับพละกำลังตนเอง
“สี่คนนี้สมควรได้ร่างของชนชั้นนำโบราณเพื่อผลประโยชน์ล ้าค่าที่อยู่
ภายในตัวพวกมัน” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างสงบ
“พวกเจ้าหาได้เข้าร่วมสุสานเทพ
แต่พวกเจ้าอาจจะเลือกจากกระดูกเหล่านี้ในฐานะรางวัลสำหรับกองกำ
ลังทาสของสำนักอสูรโลหิตได้ แต่ว่า ไม่จำเป็นต้องอิจฉาไปหรอก…
มีสุสานเทพมากกว่าหนึ่งแห่ง
ข้าอาจจะสามารถหาให้พวกเจ้าได้ในอนาคต
ดังนั้นถ้าพวกเจ้าจงรักภักดีต่อสำนักอสูรโลหิตจนกระทั่งเวลานั้นมาถึง
พวกเจ้าจะได้รับเหมือนกับพวกเขา”
“นั่นก็จริง” ฉิงหยีเหมี่ยวเห็นด้วย “ในโลกนี้
คนไม่ทำงานไม่สมควรได้กินข้าว”
“พวกเจ้าแต่ละคนอาจจะเลือกกระดูกได้สิบท่อน” ฉินเลี่ยกล่าว
จากนั้นมองฉิงเชิ่งหนานและยิ้มออกมา “พี่ใหญ่
ข้าอยากสนทนากับท่านเพียงลำพัง”
แสงสว่างแปลกประหลาดฉายในดวงตาของฉิงอวี่เหยียน
รอยยิ้มซุกซนปรากฏที่ริมฝีปาก ฉิงหยีเหมี่ยวรู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน
สองพี่น้องรู้ว่าฉินเลี่ยอาจจะมีบางสิ่งให้ฉิงเชิ่งหนาน
เป็นเวลานาน
ฉินเลี่ยและฉิงเชิ่งหนานขึ้นรถม้าศึกโปร่งแสงขณะแล่นไกลออกไประห
ว่างพวกเขาและคนอื่น
จากนั้นเขาถามว่า “มีร่างไหนเหมาะกับท่านหรือเปล่า พี่ใหญ่”
แสงสว่างแห่งความยินดีฉายจากดวงตาจิ๋วของฉิงเชิ่งหนาน “น้องชาย
เจ้า…”
“ข้าเองก็เข้าสุสานเทพในฐานะผู้เข้าร่วมการทดสอบ” เขากล่าว
“ข้ามีสิทธิ์เลือกจากร่างของชนชั้นนำโบราณเหล่านี้เช่นกัน
ถ้าหากมีร่างไหนที่ท่านสนใจ ข้า…
สามารถช่วยท่านทำลายผนึกให้ได้”
“ขะ-ข้าทำไม่ได้หรอก!” ฉิงเชิ่งหนานกล่าว “นี่มันมากเกินไป!”
ฉินเลี่ยพยายามโน้มน้าวนาง “ไม่เป็นไร พี่ใหญ่
ข้าอาจจะไม่สามารถใช้ร่างไหนได้เลย พวกมันอาจจะสูญเปล่า
ฉะนั้นข้ามอบให้ท่านดีกว่า”
“ไม่!” ฉิงเชิ่งหนานส่ายหน้าหนักแน่น
“ข้าขอปฏิเสธที่จะรับในสิ่งที่เป็นของเจ้าอย่างชอบธรรม!”
ท้ายที่สุด ฉินเลี่ยไม่มีทางเลือกนอกจากตัดใจที่จะโน้มน้าวนาง
……
ภายในอาณาเขตของขุนเขาดาบสวรรค์
ลั่วหนานฝึกฝนที่ยอดเขาเพียงลำพังอย่างเงียบงัน
ลำแสงกระบี่เจิดจ้าฉีกผ่านอากาศรอบตัวนางราวกับฝูงปลากำลังแหว
กว่ายภายในสวนน ้าที่มองไม่เห็น
การโจมตีอันคมปลาบนี้ตัดมิติรอบบริเวณเป็นชิ้น ๆ
ก่อให้เกิดความคลุมเครือและรอยแยกในมิติอันงดงามและน่าหวาดกลั
วขึ้น มันโกลาหลอย่างชัดเจน
เป็นเวลานาน ขณะที่ปรากฏการณ์ผิดธรรมชาติทุเลาลง
ลั่วหนานสงบลง
“เฉินเอ๋อร์… เฉินเอ๋อร์…!” นางพึมพำซ ้าไปมา
ความโดดเดี่ยวปกคลุมดวงตา
นางแผ่ออร่าเศ้ราโศกอย่างเหลือเชื่อออกมา
“ดิง!”
ตอนนั้นเอง
ดาบใหญ่ที่แทงเข้าไปในยอดเขาใกล้นางปลดปล่อยข้อความดังก้องอ
ย่างแผ่วเบา มันดังก้องทั่วขุนเขา
คำพูดเป็นประกายเริ่มปรากฏบนพื้นผิวดาบ
ลั่วหนานพลันสลัดความเศร้าโศกและรีบไปที่ดาบใหญ่
ขณะจ้องมองคำพูดที่ตอนนี้ปรากฏบนดาบ นางพลันตื่นเต้นขึ้นมา
เป็นเวลานาน ทั่วทั้งร่างก็สั่นไหว
“เฉินเอ๋อร์ยังมีชีวิตอยู่!” นางกล่าวกับตนเอง
ดวงตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงขณะทอประกายเจิดจ้า
“ไม่ใช่แค่เขายังมีชีวิตเท่านั้น
เขาถึงกับได้รับร่างของชนชั้นนำโบราณ!”
นางชี้ไปที่กระบี่ แสงสว่างจำนวนหนึ่งพลันพุ่งจากนิ้วของนาง
แสงสว่างเข้าสู่กระบี่และเริ่มปลดปล่อยเสียงสูงคมปลาบออกมา
“ชิ้ง!”
ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากที่มีออร่าคมปลาบและกระบี่ยาวอยุ่ด้านหลังปราก
ฏตัวขึ้นจากตำหนักใหญ่ในพื้นที่
“เกิดอะไรขึ้น ท่านย่า”
ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งถามขณะมาถึงคนแล้วคนเล่าพร้อมกับคุกเข่าด้วยควำมเคารพ
“เตรียมค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาต่างมิติเดี๋ยวนี้เลย!” ลั่วหนานออกคำสั่ง
“เตรียมตามข้าไปทวีปเทียนหลู่ พวกเราจะไปเกาะตะวันยอแสง!”
แทบจะในเวลาเดียวกัน บนขุนเขาโดดเดี่ยวอีกลูก
สายตาของห้าดาบเทวาคนหนึ่งเป็นประกาย
ดาบเทวาคนนั้นมีนามว่าเยี่ยนไป๋อี เขากระโดดโลดเต้น
“เซี่ยงหยางยังมีชีวิตอยู่!” เขากล่าว
“เขาถึงกับบอกข้าว่าให้ไปเยี่ยมที่เกาะตะวันยอแสงเพื่อเลือกร่างของช
นชั้นนำโบราณ…”
หลังจากออกคำสั่งคร่าว ๆ และตระเตรียมหลายสิ่งเรียบร้อย
เขามุ่งหน้าสู่ค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาต่างมิติเหมือนกับลั่วหนาน
……
ภายในพรมแดนของอาณาเขตสำนักสังหาร
อสนีที่รุนแรงยิ่งกว่าอสนีของดินแดนอสนีบาตต้องห้ามในสุสานเทพป
กคลุมดินแดนน่าอัศจรรย์เอาไว้
บอลอสนีขนาดมหึมาลอยอยู่ในท้องนภาเหนือดินแดนนั่นขณะผุดฟอง
พลังอสนีออกมา ฟองกระเพื่อมผ่านพื้นผิวของบอลอสนี
บางครั้งก็ปรากฏขึ้นและระเบิดราวกับฟองภายในสระอสนี
ท้องนภาไม่สงบสุขของดินแดนนี้คล้ายกับว่าเชื่อมต่อสวรรค์ชั้นเก้าอยู่
มังกรที่สร้างอสนีบริสุทธิ์ขึ้นพุ่งผ่านท้องนภา
มันพุ่งขึ้นและเคลื่อนลงราวกับน ้าตกสะเทือนท้องนภา
ดินแดนน่าอัศจรรย์นี้ถึงกับเป็นหุบเขาที่พลังอสนีบาตและอสนีหลงเหลื
อความโกลาหลเอาไว้อย่างต่อเนื่อง
นี่คือเสียงคำรามของเทพอสนีบาต
พื้นที่ฝึกฝนส่วนตัวของบรรพบุรุษสังหาร
ที่ใจกลางหุบเขานี้ ต้นไม้สายฟ้าฟาดจำนวนมากก่อตัวเป็นป่าทึบ
แต่ละต้นมีอายุมากกว่าหนึ่งพันปี
ทั้งหนาและใหญ่กว่าแผ่นไม้จากต้นไม้สายฟ้าฟาดที่ฉินเลี่ยเอามาจาก
คนป่าตะวันออก พวกมันตั้งอยู่ด้วยวิธีเฉพาะ
กระจายออกเพื่อก่อร่างเป็นฐานที่ตั้งแท่นบูชาจนก่อเกิดเป็นผลึกงดงา
มขึ้นมา อสนีเคลื่อนผ่านแท่นบูชานั่น
ชายแก่คนหนึ่งที่มีเส้นผมยุ่งเหยิงและเสื้อผ้ายับยู่นั่งบนแท่นบูชานั่นด้ว
ยดวงตาที่หลับอยู่ ลมหายใจเข้าออกจนเกิดเสียงดังบ่อยครั้ง
เขาไว้เคราตรงยาว เพราะกำลังนั่งอยู่ มันจึงสัมผัสกับพื้น
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องผ่านอากาศหินขนาดมหึมากำลังถล่มลงมา
มังกรยักษ์จากอสนีบริสุทธิ์เคลื่อนลงมาจากหมู่เมฆและโจมตีแท่นบูชา
อย่างต่อเนื่อง มันฟาดใส่ชายแก่อย่างไม่ปราณี
นาคาอสนีจิ๋วนับพันล้านเลื้อยผ่านเส้นผมและเคราของชายแก่
เขาแผ่ออร่าอันทรงพลังและน่าตกตะลึงออกมา
“จงมา!” ชายแก่คำรามด้วยน ้าเสียงดังลั่น
เส้นพลังอสนีบาตและอสนีนับไม่ถ้วนรวมตัวต่อหน้าเขาแล้วแปรเปลี่ยน
เป็นรอยแยกอสนีที่ฉีกท้องนภา
พลังอสนีบาตและอสนีอันรุนแรงนี้ทำให้โครงสร้างมิติต่อหน้าเขาเปิดอ
อก เผยกระแสมิติอันบิดเบี้ยวให้ได้เห็น
ชายหนุ่มห่อหุ้มในพลังอสนีบาตและอสนีลอยอยู่ภายในกระแสต่างมิติ
อันโกลาหลเหล่านั้น เขาหมุนอย่างไร้จุดหมาย
ลอยล่องไปตามกระแสแสงดารา
นี่คืออาณาเขตบิดเบี้ยวและโกลาหลที่คงอยู่ระหว่างมิติ
พื้นที่ที่ทุกสรรพสิ่งที่ต ่ากว่าพลังระดับอมตะไม่อาจเข้ามาได้
พลังโกลาหลหล่อเลี้ยงฉู่หลีภายในบอลพลังอสนีบาตและอสนี
วัตถุทรงกลมสีดำสนิทจำนวนมากปรากฏรอบตัวเขาและระเบิดออก
ปลดปล่อยพลังทำลายล้างดวงดาราออกมา
พลังระเบิดของวัตถุทรงกลมเหล่านี้ทำให้บอลที่กำลังปกป้องฉู่หลีสั่นไ
หวในบางครั้ง แต่มันไม่ถึงกับหายไป
ภายในส่วนโค้งภายในบอลพลังอสนีบาตและอสนีนั่น
ฉู่หลีสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกประหลาด
ความหวังปกคลุมในดวงตาขณะร้องออกมา “บรรพบุรุษ!”
เส้นอสนีนับไม่ถ้วนปรากฏต่อหน้าเขาขณะฝืนฉีกเปิดรอยแยกแคบใน
มิติ
พลังอสนีบาตและอสนีรุนแรงจำนวนนับไม่ถ้วนสามารถมองเห็นได้ผ่า
นรอยแยกนั่น
เสียงคำรามของอสนีบาตระเบิดจากรอยแยกนั่นราวกับดังก้องมาจากส
ระอสนีของสวรรค์ชั้นเก้า
“หวือ!”
แรงดูดน่าเหลือเชื่อพุ่งออกจากรอยแยกต่างมิติและพลันกลืนกินบอลพ
ลังอสนีบาตและอสนีของฉู่หลีเข้าไป
“ปัง!”
แรงดังกล่าวดึงฉู่หลีออกจากกระแสต่างมิติอันโกลาหลจนกลับเข้าไปใ
นอาณาจักรวิญญาณ
“บรรพบุรุษ!”
ฉู่หลีร้องขณะปรากฏตัวจากบอลพลังอสนีบาตและอสนีที่ช่วยชีวิตเขาเ
อาไว้ เขาเดินเข้าหาชายแก่แล้วคุกเข่าลง ก้มศีรษะแล้วกล่าวว่า
“ข้าทำพลาด อาจารย์!”
หลังจากร่วมทางกับฉินเลี่ยในดินแดนอสนีบาตต้องห้าม
ฉู่หลีมุ่งสู่ดินแดนเหมันต์ต้องห้ามเพื่อพยายามตามหาฉินเลี่ยอีกครั้งแ
ละตามหาดินแดนฝังเทพ
น่าเสียดาย
เขาไม่สามารถตามหาดินแดนฝังเทพภายใต้การคุ้มกันของวิญญาณเ
หมันต์ได้
เขาลงเอยด้วยการร่อนเร่ในดินแดนเหมันต์ต้องห้ามจนกระทั่งสุสานเท
พพังทลาย
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้ประสบกับศึกสุดท้ายในดินแดนฝังเทพและไม่รู้ว่
าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่สุสานเทพจะพังทลาย เมื่อมันพังทลายลงมา
เขาพลันตระหนักได้ว่าโลกย่อยนี้ถึงจุดจบแล้ว
ทำให้หยิบสุดยอดสมบัติที่บรรพบุรุษสังหารมอบให้เขาออกมา
จากนั้นใช้มันเพื่อปกป้องตนเอง
นี่คือวิธีในการหลีกเลี่ยงคลื่นกระแทกการพังทลายของมิติและหาทางเ
คลื่อนผ่านกระแสมิติอันโกลาหลออกไป
หลังจากเคลื่อนไหวอย่างไร้จุดหมายจนคล้ายกับไร้หนทาง
ในที่สุดบรรพบุรุษสังหารพบเขาและดึงเขากลับมายังอาณาจักรวิญญา
ณและสำนักสังหาร
“ถ้าไข่มุกอสนีบาตไม่มีจิตวิญญาณตระหนักรู้ของข้าจำนวนหนึ่ง
ข้าคงไม่สามารถตามหาเจ้าภายในมิติโกลาหลได้”
บรรพบุรุษสังหารพ่นลมออกจมูก จากนั้นกล่าวว่า “พูดมา
ทำไมเหลือเจ้าเพียงคนเดียว?”
ฉู่หลีหัวเราะเย้ยหยันและคำนับศีรษะ
บอกเล่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายในสุสานเทพให้ฟัง
เขาไม่คิดปิดบังรายละเอียดแม้แต่นิดเดียว
เพียงไม่นาน บรรพบุรุษสังหารพลันตะโกนขึ้นว่า “ว่าไงนะ
เด็กที่สามารถเสริมจิตวิญญาณด้วยอสนีบาตและอสนีขณะยังอยู่ในพ
ลังระดับบรรลุงั้นหรือ?”
“นี่เป็นความจริงอย่างแน่นอน” ฉู่หลีพยักหน้า
“ตอนนี้เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหน?” บรรพบุรุษสังหารถาม
แสงสว่างแปลกประหลาดฉายในดวงตาของเขา
“เจ้าต้องตามหาเด็กคนนั้นไม่ว่าจะยังไงก็ตาม!
ข้าอยากเห็นเขาด้วยตาคู่นี้!”
“ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน” ฉู่หลีส่ายหน้า
“บรรพบุรุษ!” เสียงดังลั่นมาจากนอกหุบเขา
เหมือนกับเสียงฟ้าร้องอันโกลาหล
“ชีซิ่วหลิงจากสำนักปีศาจลวงตาส่งข้อความมา!
พวกนางบอกว่ามีชนชั้นนำโบราณสามร่างอยู่ที่เกาะตะวันยอแสงใกล้
กับทวีปเทียนหลู่ นางกล่าวว่าพวกมันเป็นของพวกเรา…
ฉู่หลีคนนั้นสมควรได้รับ”
“ฉะ-ฉินเลี่ย!” ฉู่หลีโพล่งออกมา “ต้องเป็นฝีมือของฉินเลี่ยแน่ ๆ!”