Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 605: วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล!
ตอนที่ 605: วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล!
“ตามข้ามา!” เฮยซือเท่อตะโกน
สมาชิกเผ่าพันธุ์อสูรรีบตัดสินใจทิศทางขณะกระโจนไปไกล
เขาคล้ายกับลำแสงสีดำที่กำลังตัดผ่านท้องนภาสีคราม
“อาจารย์อา…
วิญญาณของความว่างเปล่าและความโกลาหลคืออะไรหรือ?”
ฉู่หลีถามด้วยความสับสน
สีหน้าเคร่งขรึมฉายผ่านใบหน้าของเหลยเหยียนขณะครุ่นคิดคำถามข
องอีกฝ่ายสักพัก “ตามเฮยซือเท่อไปก่อน
พวกเราต้องจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เขากระทำเรื่องไ
ม่สมควร!”
เขาคว้าหลังปกเสื้อของฉู่หลีขณะแปรเปลี่ยนเป็นแสงอสนีแล้วครางเสีย
งต ่าออกมาก่อนจะไล่ตามเฮยซือเท่อไป
แทบจะในเวลาเดียวกัน ฉิงหยีเหมี่ยว
เซี่ยงซีและยอดฝีมือคนอื่นที่กระจายทั่วเกาะตะวันยอแสงรับรู้ได้ถึงแรง
กดดันจากไอของเฮยซือเท่อ
สายตาของพวกเขาเบิกกว้างทันทีขณะเข้าใจถึงพลังที่แท้จริงของจิตวิ
ญญาณยอดฝีมือคนนี้!
จิตวิญญาณตระหนักรู้กว้างใหญ่และบดขยี้ราวกับทะเลลึกโอบล้อมเกำะตะวันยอแสงเอาไว้ ราวกับท้องนภาพังทลายลงมาใส่พวกเขา
เป็นเวลานานตั้งแต่กลับมายังที่พักตนเองบนเกาะตะวันยอแสง
พี่น้องฉิง
เซี่ยงซีและทุกคนบึ่งออกจากห้องฝึกฝนขณะเดินทางไปยังจุดสูงสุดขอ
งเกาะ
พวกเขาพบว่าลำแสงสีดำและแสงอสนีกำลังเคลื่อนผ่านเกาะที่กลุ่มขอ
งฉินเลี่ยอาศัยอยู่ในตอนนี้
ขณะลังเลสักพัก
พวกเขากระโจนไปยังตำแหน่งของฉินเลี่ยด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น
บนภูเขาหินในเกาะที่ไร้สิ่งมีชีวิตอาศัย
มีหอคอยหินที่สร้างจากหินหยาบขึ้นมา
ฉินเลี่ยนั่งอย่างสงบภายในหอคอยหินนั่นขณะมองสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วกำลัง
หินวัตถุดิบวิญญาณด้วยสายตาหรี่เล็ก
ความสงบถูกทำลายเพราะแรงกดดันน่าหวาดกลัวจนทำให้จิตวิญญา
ณของฉินเลี่ยสั่นไหวและยังโอบล้อมเกาะตะวันยอแสงเอาไว้
แรงกดดันแรงกล้าฝืนให้โลหิตออกมาทางใบหน้า
ก่อนฉินเลี่ยจะมีโอกาสได้ตอบสนอง
แสงสว่างสีดำสนิทฉีกกระชากผ่านผนึกจำนวนมากที่ปกป้องหอคอยหิ
นแล้ว
มันพังทลายกำแพงหินของหอคอยขณะมาหยุดอยู่ภายในห้องฝึกฝนข
องเขา
แสงสว่างหมองหม่นเผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตคล้ายแมลงสูงสามเมตรจากเผ่
าพันธุ์ต่างแดน
เขายืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้ามุ่งร้ายขณะแสงสว่างชั่วร้ายทอประกายบน
เปลือก ลูกตาเป็นรูปทรงกากบาท
ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ของดวงดาราเย็นเยือกกำลังทอประกายด้วยแสง
สว่างโปร่งแสงอันเย็นเยียบ
“ปัง ปัง ปัง!”
ไอป่าเถื่อนและไร้ทิศทางทะลักออกจากชาวต่างแดนขณะกระแทกใส่ห
อคอยหิน
มันกระจายไปทั่วแนวหินหยาบที่ก่อตัวเป็นกำแพงก่อนจะพังทลายกลา
ยเป็นผุยผงทันที
หอคอยหินพังทลายเพียงไม่กี่วินาที
ปล่อยให้ฉินเลี่ยนั่งตกตะลึงอยู่ท่ามกลางเม็ดทรายที่เคยเป็นหอคอยหิน
รอบตัวเขา
หอคอยหินที่เดิมทีสูงเจ็ดชั้นและมีหลายห้องอยู่ข้างในถล่มลงสู่พื้นดิน
จนกลายเป็นผงธุลี
ฉินเลี่ยเข้าใจว่าเขากำลังลอยอยู่กลางอากาศขณะได้รับการสนับสนุน
จากแรงโน้มถ่วงแปลกประหลาด
สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วสามตัวลอยอยู่ข้างเขาด้วยความสับสนขณะเกาะวัตถุดิ
บวิญญาณเอาไว้แน่น
สายตาของเฮยซือเท่อ
สายตาที่สามารถฝืนให้จิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดสั่นส
ะท้านด้วยความหวาดกลัวได้จ้องมองตรงมาที่สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วสามตัว
สีหน้าของเขาถูกกลืนกินโดยความละโมภและความหิวกระหาย
“วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล!” เขากล่าว
“วิญญาณไร้ประสบการณ์ แถมยังอยู่พร้อมกันสามตน!”
ความรู้สึกฉายผ่านใบหน้าของฉินเลี่ย
หลังจากปวดหัวจนเกิดความลังเลสักพัก
ฉินเลี่ยอัญเชิญร่างของบรรพบุรุษโลหิตออกมาจากไข่มุกกำราบจิตวิ
ญญาณแล้วดิ่งเข้าไปด้วยจิตวิญญาณแท้จริง
“โอ!”
ฉินเลี่ยอัญเชิญมังกรกระหายโลหิต
สุดยอดสมบัติของสำนักอสูรโลหิตออกมาขณะปลดปล่อยเสียงคำราม
น่าหวาดกลัวออกมา
มันเปลี่ยนจากปลอกแขนที่เดิมพันรอบข้อมือของบรรพบุรุษโลหิตไปมี
ขนาดเท่าโครงกระดูกเดิมพร้อมกับแผ่ไอชั่วร้ายอันน่าตกตะลึงออกมา
ขณะควบคุมร่างของบรรพบุรุษโลหิตและยืนอยู่บนศีรษะของมังกรกระ
ดูกโลหิต ฉินเลี่ยแนะนำตนเองให้ผู้บุกรุกทราบ
“เจ้าเป็นใคร?” เขาถามเสียงต ่า
ไม่กี่วินาที
เขาพบว่าเขาไม่คู่ควรกับสิ่งมีชีวิตตรงหน้าแม้จะควบคุมร่างของบรรพ
บุรุษโลหิตด้วยจิตวิญญาณก็ตาม
เขาจะต้องพ่ายแพ้ในการต่อสู้นั้นอย่างแน่นอน
คนคนนี้จะต้องไม่ใช่ระดับเดียวกับเซี่ยโหชางหรือเจิ้งจื้อเหออย่างแน่น
อน การฝึกฝนของเหนือกว่าระดับของพลังระดับแยกออก
“เฮยซือเท่อ!” เหลยเหยียนตะโกนอย่างลนลาน
“หยุดสร้างความเดือดร้อน!”
ตั้งแต่เหลยเหยียนคว้าตัวแล้วกลายเป็นแสงพุ่งผ่านอากาศ
ฉู่หลีสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์นี้ดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องที่พุ่งผ่านท้องนภา
แต่เสียงคำรามราวกับเสียงฟ้าร้องของเหลยเหยียนกลบเสียงของฉู่หลี
ปากของเขาแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัวขณะมองดู
ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีเสียงที่เขาสามารถได้ยิน
“ฉู่หลี!” ฉินเลี่ยร้องด้วยความประหลาดใจ แต่ว่า
วินาทีที่เขาเห็นอีกฝ่าย
เขาผ่อนคลายทันทีที่เข้าใจว่าคนคนนี้ข้องเกี่ยวกับสำนักสังหาร
ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์อสูรไม่หันมามองเหลยเหยียน
สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วสามตัวเพียงอย่างเดียวก็ดึงความสนใจทั้งหมดของเขาไ
ปแล้ว แทนที่จะหวาดกลัวสายตาแรงกล้าของเฮยซือเท่อ
สิ่งมีชีวิตสามตัวเผยฟันใส่เขาเพื่อข่มให้กลัวกลับ
ไออันน่าหวาดกลัวที่ห้อมล้อมเฮยซือเท่อเอาไว้ยังคงทำให้ทุกคนที่บึ่งมำจากที่ไกล ๆ รู้สึกหวั่นเกรง ฉิงหยีเหมี่ยวเกรงว่าจะเข้าใกล้ไป
ถึงอย่างนั้นสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วสามตัวกลับไม่หวาดกลัวเขาแม้แต่นิดเดียว
กล่าวได้ว่านี่คือปาฏิหาริย์
“เฮยซือเท่อ!” เหลยเหยียนกล่าวต่อ
“ศิษย์พี่ของข้าเชิญเจ้ามาเพราะพวกข้าติดคำขอของเผ่าพันธุ์ของเจ้า
เจ้าอย่าสร้างปัญหาจะดีกว่า!”
เฮยซือเท่อหันมาตรวจสอบฉินเลี่ยใกล้ ๆ
แสงสว่างแปลกประหลาดทอประกายผ่านลูกตากากบาทชั่วร้าย
ความหิวกระหายที่ไม่รู้จักเต้นร่าอยู่ในดวงตาเหล่านั้น
ท้ายที่สุดแผ่ไออันตรายที่แข็งกร้าวอย่างมั่นคง
คล้ายกับเขาไม่รับรู้คำพูดของเหลยเหยียน
“หวือ หวือ ซู่…!”
น ้าทะเลลึกนอกชายฝั่งของเกาะเล็กแห่งนี้หมุนวนไปมา
ท้ายที่สุดรวมตัวเป็นน ้าวนขนาดมหึมาแปดแห่งขึ้นมา
ศพเทพปรากฏตัวจากแต่ละแห่ง
พวกมันขึ้นมาจากผิวน ้าทะเลราวกับสัตว์ร้ายขนาดมหึมาที่เป็นอิสระจำกพันธนาการ
ไอแรงกล้าแผ่จากพวกมันเป็นคลื่นขณะเดินเข้าหาฉินเลี่ยอย่างพร้อมเ
พรียง
ภาพดังกล่าวทำให้ใบหน้าของเหลยเหยียนบิดเบี้ยวด้วยความสับสน
“ศพเทพ!” เขากล่าว “ทั้งแปดตน มีศีรษะแล้ว!”
ภาพนี้ลอบดึงดูดความสนใจของเฮยซือเท่อเช่นกัน
หลังจากมองศพเทพที่กำลังล้อมเขาเอาไว้อย่างช้า ๆ
เขาหันมามองฉินเลี่ยผู้กำลังครอบครองร่างของบรรพบุรุษโลหิต
ในที่สุดเขาก็ลังเล
“อย่าลืมว่าเจ้ามาที่นี่เพราะอะไร เฮยซือเท่อ!” เหลยเหยียนตะโกน
“อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้กับสำนักสังหาร!”
ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์อสูรเงียบ
หลังจากผ่านไปนาน เขาค่อย ๆ ดึงไอกลับมา
จิตสังหารที่โอบล้อมทั่วทั้งเกาะตะวันยอแสงเอาไว้ลดลงราวกับคลื่นน ้า
ทะเล
ผู้ฝึกยุทธ์เกาะตะวันทองทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา
พี่น้องฉิงสบตากันอย่างขมขื่น
ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่ากองกำลังระดับทองแดงอย่างเกาะตะวันทอ
งไม่มีค่าอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือที่แท้จริงของดินแดนแห่งความโก
ลาหล ถ้ายอดฝีมือเผ่าพันธุ์อสูรคนนี้ถึงกับเลือกบ้าคลั่งขึ้นมา
แม้แต่ศพเทพทั้งแปดก็ไม่สามารถหยุดชาวต่างแดนคนนี้ที่ชื่อว่าเฮยซื
อเท่อจากการกระทำดังกล่าวได้
ฉู่หลีใช้โอกาสนี้พูดขึ้นบ้าง
“ฉินเลี่ย นี่คืออาจารย์อาของข้า” เขากล่าว “และนี่คือ…
ใต้เท้าเฮยซือเท่อจากเผ่าพันธุ์อสูร”
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ตายง่าย ๆ หรอก”
ฉินเลี่ยกล่าวขณะยังจับจ้องเฮยซือเท่อ
“ร่างของชนชั้นนำโบราณสามร่างที่นี่เป็นของเจ้า
เลือกร่างที่เจ้าชอบได้เลย”
“อา… ได้” ฉู่หลีพยักหน้า สีหน้าแปลกประหลาดปรากฏบนใบหน้า
“ได้เลย”
ทุกคนเงียบแล้วหันมามองเฮยซือเท่อ
ก่อนที่ความตั้งใจของเขาจะเด่นชัด ไม่มีใครสักคนกล้าประมาท
ผ่านไปนาน ในที่สุดเฮยซือเท่อพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“เจ้าต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยนกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและควา
มโกลาหลเหล่านั้น?” เขาถามขณะยังคงจ้องมองฉินเลี่ยอย่างแรงกล้า
“ข้ายังไม่เข้าใจว่าท่านหมายถึงอะไร” ฉินเลี่ยขมวดคิ้วแน่น
ตอนนั้นเอง เหลยเหยียนตะโกนว่า
“ใครคือจ้าวเกาะของเกาะตะวันทอง?”
ฉิงหยีเหมี่ยวทะยานเข้ามาแล้วคำนับ จากนั้นกล่าวว่า “ข้าเอง
นามของข้าคือฉิงหยีเหมี่ยว”
“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะมีนามว่าอะไร”
เหลยเหยียนกล่าวพลางโบกมืออย่างหงุดหงิด
“ให้ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนของเกาะตะวันทองข้างเจ้าออกจากเกาะแห่งนี้ทันที
”
ฉิงหยีเหมี่ยวทิ้งช่วงสักพัก จากนั้น โดยไม่ถามเหลยเหยียนว่าทำไม
เขาพยักหน้าให้ฉิงอวี่เหยียนพลางกล่าวว่า
“บอกทุกคนให้ออกจากที่นี่”
“เข้าใจแล้ว”
ด้วยคำสั่งของฉิงอวี่เหยียน ทุกคนที่บึ่งมาจากเกาะอื่น
เช่นเซี่ยงซีและคนของเขา รีบออกเดินทางอย่างเชื่อฟัง
ไม่กล้าอยู่บนเกาะแห่งนี้นานเกินไป
พวกเขาทุกคนรู้สึกหวาดกลัวตามสัญชาตญาณเมื่อเผชิญหน้ากับเฮย
ซือเท่อและไอของเหลยเหยียน
พวกเขาเข้าใจว่าต่อให้อยู่ก็ไม่มีใครในพวกเขาสามารถทำอะไรได้
ชายสองคนนั้นมีพลังที่จะกำจัดเกาะตะวันทองและยอดฝีมือทุกคนได้ใ
นทันที
ในดินแดนแห่งความโกลาหล นั่นก็อาจไม่เว้นเช่นกัน!
เพียงแค่สามนาที ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์อสูร เหลยเหยียน ฉู่หลี
ฉิงหยีเหมี่ยวและฉินเลี่ยคือกลุ่มเดียวที่เหลืออยู่บนเกาะเล็กแห่งนั้น
กลุ่มที่เหลือของฉินเลี่ยอยู่อีกเกาะ
ยังคงอยู่ระหว่างการดูดซับพลังจากร่างชนชั้นนำโบราณ
ตอนนั้นเองที่เหลยเหยียนสนทนาต่อว่า
“มีน ้าพุจิตวิญญาณบริสุทธิ์อยู่ในสุสานเทพ ใช่ไหม ฉู่หลี
เจ้าบอกว่าเด็กคนนี้ครอบครองพวกมันเอาไว้ใช่หรือเปล่า?”
ฉู่หลีพยักหน้าอย่างเงียบงัน
“ข้านึกอยู่แล้ว” เหลยเหยียนกล่าวพลางพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“สำหรับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลที่ถือกำเนิดขึ้น
มา
พวกมันต้องการการบำรุงจากน ้าพุจิตวิญญาณบริสุทธิ์และอีกหลายอ
ย่างเป็นจำนวนมาก ถึงอย่างนั้น…
ความเป็นไปได้ที่พวกมันจะถือกำเนิดขึ้นมาก็ยังน้อยอย่างน่าเหลือเชื่อ
”
เขาทิ้งช่วงสักพักขณะจ้องมองฉินเลี่ยแรงกล้าก่อนจะกล่าวว่า
“เจ้าสร้างวิญญาณเหล่านี้ได้ยังไง เจ้าหนู”
ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว “ข้าบอกท่านไม่ได้”
คำตอบนั้นทำให้เหลยเหยียนตกตะลึงจนเงียบไปนาน ในที่สุด
เขากล่าวอีกครั้งว่า
“วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลคือสิ่งมีชีวิตวิเศษ
พวกมันต้องการพลังบริสุทธิ์ไร้มลทินจากน ้าพุจิตวิญญาณบริสุทธิ์และ
วิญญาณของธาตุประจำกาย…”
เหลยเหยียนส่ายหน้าแล้วหัวเราะออกมา “ข้าไม่ต้องบอกเจ้าแล้วล่ะ
ความจริงที่เจ้าทำให้พวกมันสามตัวเกิดขึ้นมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเ
จ้าเข้าใจเรื่องนั้นเป็นอย่างดี”
“อะไรทำให้ท่านคิดว่าข้าสร้างพวกมันขึ้นมา?”
ฉินเลี่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“อ่ะแฮ่ม!” คราวนี้ เฮยซือเท่อเป็นฝ่ายขัดบ้าง
“วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลสามตนนี้มาจากพลังจิ
ตวิญญาณและแก่นแท้โลหิตของเจ้าอย่างเห็นได้ชัด
มองแวบเดียวก็รู้แล้ว!”
คำอธิบายของสมาชิกเผ่าพันธุ์อสูรทำให้ฉินเลี่ยลอบประหลาดใจขณะ
ถามว่า “อะไรคือ… วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล?”
เหลยเหยียนมองเขาและลังเลสักพัก จากนั้นกล่าวว่า
“วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลที่ไร้ประสบการณ์สามำรถกินได้หลายสิ่ง เช่นผลึกและวัตถุดิบวิญญาณ
ทันทีที่พวกมันเติบใหญ่ขึ้น ความอยากอาหารก็จะมากขึ้น
ยิ่งพวกมันเติบโต พวกมันก็จะวิวัฒนาการ
แปรเปลี่ยนและยิ่งมายิ่งน่าหวาดกลัว”
เหลยเหยียนชี้ไปที่วิญญาณที่มีรูปลักษณ์เป็นสัตว์ผลึกอสนีบาต
“นี่คือวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลธาตุอสนีบาต
หลังจากกำเนิดขึ้นมา
พวกมันจะกินผลึกอสนีบาตและไม้จากต้นไม้สายฟ้าฟาด
ทันทีที่เวลาผ่านไปพอเหมาะ
มันจะสามารถกินอสนีทั้งหมดจากดินแดนอสนีบาตต้องห้ามในสุสานเ
ทพได้
ท้ายที่สุดจะสามารถเข้าสู่โลกย่อยเพื่อกลืนกินพลังอสนีบาตและอสนีทั้
งหมดภายในนั้นและช่วงชิงทุกสิ่งที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ต้องการแม้เพียงน้อ
ยนิดก็ตาม แม้กระทั่งหมู่เมฆอสนีบาตและสระอสนีก็ยังไม่เว้น”
ข้อมูลนี้ทำให้ฉินเลี่ยสะเทือนไปถึงข้างใน
เดิมทีฉิงหยีเหมี่ยวและฉู่หลีไม่รู้ว่าวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและควา
มโกลาหลคืออะไร ตอนนี้เมื่อได้รู้แล้ว
ทั่วทั้งร่างของพวกเขาสั่นสะท้านด้วยความเข้าใจ
เหลยเหยียนชี้ไปยังพื้นด้านล่างพวกเขา
“ถ้าสิ่งมีชีวิตแบบนั้นไปถึงร่างสุดท้าย วิวัฒนาการอย่างไร้สิ่งกีดขวาง
แม้แต่พลังอสนีบาตและอสนีอันเล็กน้อยก็จะไม่หลงเหลือในโลกของพ
วกเรา”
ที่นี่คืออาณาจักรวิญญาณ! มันคือโลกหลัก
อาณาจักรขนาดใหญ่ที่เกือบจะไร้พรมแดนและเป็นต้นกำเนิดของโลก
ย่อยจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน!
“วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลสามตัวที่เจ้ามีตอนนี้มี
ธาตุอสนีบาต อัคคีและไม้
ถ้าเจ้ายอมให้พวกมันวิวัฒนาการไปถึงร่างสุดท้ายล่ะก็…”
ความกลัดกลุ้มที่เห็นชัดปรากฏบนใบหน้าของเหลยเหยียน
ถึงแม้เขาจะไม่ได้พูดต่อ แต่ทุกคนในตอนนี้เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
ความหวาดกลัวเย็นเยือกเกาะกินหัวใจของพวกเขา