Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 627: สิบผู้อาวุโสอสูรโลหิต!
ตอนที่ 627: สิบผู้อาวุโสอสูรโลหิต!
“พี่ใหญ่เซี่ยง เจ้าไปปล้นหอทะเลสวรรค์มา
เจ้าถูกหุบเขาจันทราสีครามรังควาญหรือเปล่า?”
ฉิงอวี่เหยียนและห้าผู้พิทักษ์รวมตัวในโถงใหญ่บนเกาะ
เขาพลันถามหลังจากคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปหมดแล้ว
ฉินเลี่ยหรี่ตามองเซี่ยงซี เขากล่าวว่า
“หุบเขาจันทราสีครามไม่ปล่อยหอทะเลสวรรค์ไป ใช่หรือไม่?”
“แน่นอนว่าไม่!” ใบหน้าของเซี่ยงซีแปรเปลี่ยนเป็นมืดมน “เหมียวคัง
จ้าวเกาะสามของตระกูลเหมียว
นำสมาชิกของตระกูลเหมียวมาปรากฏตัวทันทีหลังจากพวกเราพิชิตห
อทะเลสวรรค์ได้
พวกมันอยากให้พวกเรายกวัตถุดิบวิญญาณทั้งหมดให้ก่อนกลับ!”
“บังเอิญจริง! เหมือนฝั่งพวกเราเลย!” ฉิงอวี่เหยียนพ่นลมออกจมูก
“โชคดี มีผู้อาวุโสเหมิงเฟิ่งและยอดฝีมือสองคนจากสำนักอสูรโลหิต
ไม่เช่นนั้น พวกเราคงได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหมียวคัง!”
สายตาของเซี่ยงซีเย็นชาขณะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น
สถานการณ์คล้ายกับสิ่งที่ฉินเลี่ยและคนอื่นประสบ
เมื่อเซี่ยงซีและคนอื่นเพิ่งล้มหอทะเลสวรรค์และกำลังจะชิงวัตถุดิบและหิ
นวิญญาณไป
ผู้ฝึกยุทธ์ภายใต้การนำของเหมียวคังพลันปรากฏตัวขึ้น
คำสั่งของเหมียวคังเหมือนกับของเหมียวเหวินฝาน
เขาอยากให้เซี่ยงซีและคนอื่นยกทุกสิ่งที่พวกเขาได้ก่อนจากไปแต่โดย
ดี หากทำเช่นนั้นเหมียวคังจะเมตตา
เทียบกับฉิงอวี่เหยียนแล้ว นิสัยของเซี่ยงซีร้อนแรงยิ่งกว่า
เขาไม่สนผลลัพธ์ ออกคำสั่งให้โจมตีทันที
เหมือนกับเหมียวคัง ผู้อยู่ขั้นท้ายของพลังระดับแยกออก
คิดจะสังหารเซี่ยงซีจนเหมิงเฟิ่ง
ยอดฝีมือพลังระดับนิพพานของสำนักอสูรโลหิตปรากฏตัวขึ้น
เขาพลันสร้างบาดแผลให้เหมียวคัง บังคับให้เหมียวคังถอย
ผลที่ได้คือเหมียวคังและผู้ฝึกยุทธ์ของหุบเขาจันทราสีครามจากไปอย่า
งหดหู่
“ก่อนเหมียวคังจากไป มันขู่พวกเราว่าในอีกสามเดือน
ตระกูลเหมียวจะครอบครองเกาะตะวันทองทั้งหมด!”
สีหน้าของซวีฉางเซิ่งเคร่งขรึม
“ถ้าพวกเราไม่สามารถต้านการโจมตีของนิกายเฮยวูและสามตระกูลใ
หญ่ได้ คำขู่ของเหมียวคัง… อาจจะเป็นจริง” สวี่เจียต้งถอนหายใจ
เงาปกคลุมบนใบหน้าของทุกคนขณะสีหน้าค่อย ๆ เคร่งขรึม
……
หุบเขาจันทราสีคราม
เหมียวเหวินฝานและเหมียวคังนำกองทัพของตระกูลเหมียวกลับมาจา
กตำหนักเมฆาสีดำและหอทะเลสวรรค์พร้อมความพ่ายแพ้
ทั้งสองมีสีหน้าหดหู่
เพียงไม่นาน จ้าวหุบเขาห้าตนมารวมตัวกัน แต่ละคนมีใบหน้าหดหู่
“สำนักอสูรโลหิตถึงกับส่ง ‘สิบผู้อาวุโสอสูรโลหิต’
รุ่นใหม่ที่มีหงปั๋วเหวินและเหมิงเฟิ่งมาด้วย!” เหมียวหยางซวี่ตะโกน
สิบผู้อาวุโสอสูรโลหิตคือสิบคนที่แข็งแกร่งที่สุดภายใต้จ้าวสำนักของ
สำนักอสูรโลหิต
สิบผู้อาวุโสอสูรโลหิตรุ่นเก่าเกือบทุกคนตายในการต่อสู้เมื่อหนึ่งพันปี
ก่อน
มีข่าวลือว่ามีสิบผู้อาวุโสอสูรโลหิตอย่างต ่าห้าคนจากเมื่อหนึ่งพันปีก่อ
นมีพลังระดับอมตะและที่เหลืออยู่ขั้นสูงสุดของพลังระดับนิพพาน
ในตอนนั้น สำนักอสูรโลหิตยังปกครองทวีปเทียนเมี่ย
จนกระทั่งตอนนี้
สำนักอสูรโลหิตอาจจะเลือกสิบผู้อาวุโสอสูรโลหิตคนใหม่แล้วแต่รุ่นให
ม่นี้ไม่มีใครสักคนที่อยู่ขั้นสูงสุดของพลังระดับนิพพาน
สิบผู้อาวุโสอสูรโลหิตปัจจุบันยังห่างไกลจากกลุ่มครั้งอดีต
แต่ว่า
ถึงแม้ยอดฝีมือพลังระดับนิพพานจะไม่สามารถต่อสู้กับกองกำลังระดับเ
งินที่ทรงพลังได้
พวกเขายังเหนือกว่ากองกำลังระดับทองแดงอย่างหุบเขาจันทราสีครา
มอย่างเห็นได้ชัด
“นิกายเฮยวูและสามตระกูลใหญ่จะโจมตีเกาะตะวันยอแสงอย่างเห็นได้
ชัด ทำไมสำนักอสูรโลหิตไม่พัก
ทำไมพวกมันช่วยเกาะตะวันทองกวาดล้างตำหนักเมฆาสีดำและหอทะเ
ลสวรรค์?!” เหมียวเหวินฝานไม่เข้าใจ “อีกอย่าง
พวกเราคือพวกของสำนักปีศาจลวงตา
สำนักอสูรโลหิตไม่ได้กลัวที่จะสร้างความไม่ยินดีกับสำนักปีศาจลวงตา
เพราะการกระทำเช่นนี้หรอกเหรอ?!
แบบนี้ ถ้าสำนักอสูรโลหิตสร้างศัตรูกับสำนักปีศาจลวงตาขึ้นมา
พวกมันจะสู้นิกายเฮยวูและสามตระกูลใหญ่ได้ยังไง?”
จ้าวหุบเขาห้าคนของตระกูลเหมียววางแผนอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจจู่
โจมตำหนักเมฆาสีดำและหอทะเลสวรรค์
เพราะทั้งห้าคิดว่าสำนักอสูรโลหิตไม่มีความสามารถจะแยกพวกเขา
ตัดสินจากตัวตนของสำนักปีศาจลวงตาแล้ว
ย่อมไม่ทางมาขัดขวางการกระทำของหุบเขาจันทราสีครามได้
เพราะเหตุนี้พวกเขาจึงกล้าหยิ่งทะนง
พวกเขาไม่คาดคิดว่าสำนักอสูรโลหิตจะไม่มองภาพรวมและขัดขวางกำรบุกของหุบเขาจันทราสีคราม
“ข้าคิดว่า… พวกเราอาจจะพลาดบางอย่างไป”
จ้าวหุบเขาห้าเหมียวซือเซิ่งกล่าวพลางครุ่นคิด
คนอื่นมองเขาตามสัญชาตญาณ
“ในอดีต สำนักอสูรโลหิตร ่ารวย
พวกมันไม่ถึงกับให้ค่ากองกำลังระดับทองแดงอย่างตำหนักเมฆาสีดำแ
ละหอทะเลสวรรค์” เหมียวซือเซิ่งอธิบาย
“ถึงอย่างนั้นหลังจากถูกบุกโดยนิกายเฮยวูและสามตระกูลใหญ่เมื่อหนึ่
งพันปีก่อน หลังจากเงียบมานานกว่าพันปี สำนักอสูรโลหิต
หลังจากไม่เหลืออะไร จึงต้องใช้ทุกสิ่งเพื่อความอยู่รอด”
“พวกมันยากจนเกินไป
เพราะแบบนี้ความมั่งคั่งของตำหนักเมฆาสีดำและหอทะเลสวรรค์ที่ไม่เ
คยสนใจก่อนหน้าจึงกลายเป็นความร ่ารวยในสายตาของพวกมัน!”
“เป็นธรรมดาที่จะต้องเสี่ยงเพื่อวัตถุดิบวิญญาณ!”
เมื่อคำพูดดังกล่าวหลุดออกไป
จ้าวหุบเขาห้าคนของหุบเขาจันทราสีครามรู้สึกถึงหมอกที่จางหายไป
……
การอธิบายของเหมียวซือเซิ่งใกล้เคียงกับความจริง
ในตอนนี้ บนเกาะที่ฉินเลี่ยตั้งชื่อใหม่ว่า “ตะวันเพลิง”
โม่จวิ้นและผู้อาวุโสอสูรโลหิตอีกเก้าคนกำลังสร้างค่ายเคลื่อนย้ายพริบ
ตา
“จากการกวาดล้างตำหนักเมฆาสีดำและหอทะเลสวรรค์
ในที่สุดพวกเราก็รวบรวมวัตถุดิบที่จำเป็นต่อการสร้างค่ายเคลื่อนย้าย
พริบตาแล้ว”
รอยยิ้มจากหัวในปรากฏบนใบหน้าอ้วนท้วนของหงปั๋วเหวิน
“หลังจากผ่านไปหนึ่งพันปี สำนักอสูรโลหิตยากจน ในหลายพันปีมานี้
วัตถุดิบวิญญาณ
หินวิญญาณและชิ้นส่วนผลึกทั้งหมดที่พวกเราได้มาจากสำนักล้วนถูก
ใช้
ถ้าพวกเราไม่ขโมยจากหอทะเลสวรรค์และตำหนักเมฆาสีดำเพื่อเพิ่มค
วามมั่งคั่ง พวกเราไม่สามารถทำการฝึกฝนต่อได้หรอก”
กลุ่มคนชราทุกคนมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขมขื่น
ด้านหน้าโม่จวิ้นคือค่ายเคลื่อนย้ายพริบตากว้างห้าเมตร
มันถูกสร้างเป็นวงกลม
วัตถุดิบวิญญาณอย่างหินลวงตา หินดาราเยือกแข็ง ผลึกโชคชะตา
หยกนิรันดร์ โลหิตสดของเต่าวิญญาณสีชาดและสิ่งอื่น ๆ
ที่ฉินเลี่ยรวบรวมมาได้มอบให้เสวี้ยลี่ก่อนจะมุ่งหน้าไปสุสานเทพ
หินลวงตา หินดาราเยือกแข็ง
ผลึกโชคชะตาและหยกนิรันดร์สร้างเป็นแท่นวงกลมหลังจากถูกหลอม
โลหิตของเต่าวิญญาณสีชาดคือหมึกที่จำเป็นต่อการสลักผังค่ายเคลื่อ
นย้ายพริบตา
ในอดีต
วัตถุดิบที่เสวี้ยลี่ให้ฉินเลี่ยรวบรวมมามีเพียงส่วนประกอบหลักสำหรับค่
ายเคลื่อนย้ายพริบตาเท่านั้น
วัตถุดิบเสริมอื่นคือสิ่งที่สำนักอสูรโลหิตน่าจะมีมากพอ
เดิมทีเขาคิดว่าหากพบคนจากสำนักอสูรโลหิต
พวกเขาจะมีวัตถุดิบเสริมมากพอ
เขาไม่คิดว่าหลังจากผ่านไปหนึ่งพันปี
วัตถุดิบวิญญาณของสำนักอสูรโลหิตทั้งหมดจะถูกใช้ไปแล้ว
นี่ทำให้โม่จวิ้นอยู่การสร้างค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาที่นำไปสู่ยอดแดนโ
ลหิต
หลังจากหงปั๋วเหวินและเหมิงเฟิ่งกลับมาจากหอทะเลสวรรค์และตำหนั
กเมฆาสีดำ
ในที่สุดพวกเขารวบรวมวัตถุดิบทั้งหมดที่ขาดมาจากฉิงอวี่เหยียนและเ
ซี่ยงซีมาได้
“อา ตอนนี้มันน่าอายนะที่เจ้าเตือนให้นึกถึง
วัตถุดิบหลักเหล่านี้ถูกรวบรวมโดยฉินเลี่ยในทวีปสายน ้าสีชาดมาก่อน
” โม่จวิ้นอดที่จะเศร้าโศกไม่ได้ขณะกำลังสลักตามลำดับ
“เด็กที่พี่ใหญ่เสวี้ยเลือก… ไม่เลวเลย!” หงปั๋วเหวินพลันกล่าวขึ้น
“เด็กคนนี้ยอดเยี่ยม!” โม่จวิ้นชม
สิบผู้อาวุโสอสูรโลหิตแปดคนที่เหลือเองก็กล่าวชม
พวกเขาเคารพฉินเลี่ยที่สามารถอดทนต่อความเย้ายวนของร่างบรรพ
บุรุษโลหิตก่อนจะตัดใจจากแท่นบูชาจิตวิญญาณเจ็ดชั้น
“แต่ว่า… การฝึกฝนของเขามีหลากหลาย
วิชาวิญญาณโลหิตเป็นเพียงหนึ่งในนั้น” ร่างของเหมิงเฟิ่งผอม
สีหน้าของเขามืดมน เขากล่าวว่า “อีกอย่าง
เขาไม่ได้นับพี่ใหญ่เสวี้ยเป็นอาจารย์จริง ๆ
ขณะฝึกฝนวิชาวิญญาณโลหิต
เขาไม่สามารถนับเป็นสมาชิกดั้งเดิมของสำนักอสูรโลหิตได้
ข้ากังวลว่า ในอนาคต…
เขาจะไม่ทำงานเพื่อสำนักอสูรโลหิตทั้งกายและใจ”
“อย่าห่วงไปเลย” โม่จวิ้นหัวเราะคิกคัก เขากล่าว่า
“ข้าคิดว่าพี่ใหญ่เสวี้ยคล้ายกับอยากให้เขาแต่งกับโม่เหยียน
ถ้าเขาและโม่เหยียนอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เขาจะไม่สามารถออกจากสำนักอสูรโลหิตได้”
เมื่อคำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา
สายตาของเก้าคนที่เหลือเป็นประกาย
“เด็กคนนั้นเจ้าชู้ เห็นได้ชัดว่าเขามีอะไรบางอย่างกับหญิงสาวแซ่ซ่ง
ผู้สร้างเพศหญิงคนนั้น ข้าได้ยินมาว่า… เขายังมีคู่หมั้นอีกด้วย”
เหมิงเฟิ่งกังวลอีกครั้ง
“อย่าห่วงไปเลย ด้วยภูมิหลังของโม่เหยียน ความงาม
พรสวรรค์และพละกำลัง นางจะต้องเป็นตัวเลือกแรกของเขา!”
โม่จวิ้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ทุกคนคิดก่อนจะลอบพยักหน้า พวกเขาล้วนรู้สึกว่าคิดมากเกินไป
……
อีกมุมหนึ่งของเกาะตะวันเพลิง
ฉินเลี่ยปลีกตัวมาอยู่ในห้องฝึกฝนเงียบ ๆ
ขณะยังคงสลักผังผนึกจิตวิญญาณบนแผ่นวิญญาณ เขาสงบจิตใจ
ชะล้างจิตวิญญาณแท้จริงและบำรุงพลังจิตวิญญาณ
รอบเท้าของเขา มีซากแผ่นวิญญาณกระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ
พวกมันจำนวนมากเป็นสีดำและถูกเผาไหม้
“หวือ!”
ชั้นแสงสว่างสีขาวพลันออกมาจากแผ่นวิญญาณในมือของเขา
มันทอประกายในห้องที่หมองหม่นเล็กน้อย
ดวงตาของฉินเลี่ยเบิกกว้าง
ความตื่นเต้นปรากฏขึ้นพลางตะโกนอย่างมีความสุขว่า “สำเร็จแล้ว!”
หลังจากใช้เวลามากกว่าสิบวันเพื่อทดลองและศึกษาซ ้าไปมา
ในที่สุดเขาสร้างผังผนึกจิตวิญญาณผังแรกบนแผ่นวิญญาณได้สำเร็จ
ขณะถือแผ่นวิญญาณในมือและสำรวจอย่างระมัดระวัง
ฉินเลี่ยผ่อนคลายเล็กน้อย เมื่อเขาจะทำอีกรอบเพื่อเสริมผลลัพธ์ที่ได้
เขาได้ยินเสียงตะโกนของหูหยินจากข้างนอก
ฉินเลี่ยเดินออกมาจกาห้องฝึกฝนแล้วเปิดประตูหินออก เขาถามว่า
“มีอะไร?”
“นายน้อยฉิน จ้าวเกาะสองส่งข้ามาเพื่อมอบสิ่งนี้ให้”
หูหยินยื่นแหวนต่างมิติสองวงให้ฉินเลี่ยพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ
หลังจากรับมา
ฉินเลี่ยพลันใช้ความตระหนักรู้เพื่อมองดูว่าอะไรอยู่ข้างในก่อนดวงตา
จะเป็นประกาย
ภายในแหวนสองวงมีวัตถุดิบวิญญาณอสนีบาต โลหะ ไม้ อัคคี
วารีและปฐพีและยามุนไพรปริมาณมาก เขานับคร่าว ๆ
จนรู้ว่าวัตถุดิบวิญญาณภายในแหวนต่างมิติสองวงมีมูลค่าเท่ากับหินวิ
ญญาณระดับปฐพีราวเจ็ดสิบถึงแปดสิบก้อน
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลไม่ช่างเลือก
ตราบใดที่วัตถุดิบวิญญาณมีธาตุเดียวกัน
พวกมันสามารถดูดซับและย่อยหิน ผลึก ไม้หรือยาสมุนไพรได้
ด้วยแหวนต่างมิติสองวงนี้
เขาไม่ต้องกังวลเรื่องวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลใน
ระยะเวลาอันสั้น
“ขอบคุณจ้าวเกาะสองแทนข้าด้วย” ฉินเลี่ยกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
หูหยินจากไปด้วยความเคารพ
เมื่อกลับห้อง
ฉินเลี่ยพยายามอัญเชิญวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาห
ลสามตัวด้วยจิตใจ
เขารีบตอบรับจากภายในไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
เพียงไม่นาน
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลสามตัวบินออกมาอย่าง
มีความสุข เมื่อเห็นหินวิญญาณ ผลึกและไม้กองอยู่ในห้อง
พวกมันพลันร้องเสียงแหลมอย่างร่าเริงและเริ่มกิน
เพียงไม่นาน สามตัวน้อยกินอิ่มและวิ่งเล่นรอบฉินเลี่ย
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลรูปทรงคล้ายกับกิเลนอั
คคีพบเห็นแผ่นวิญญาณที่สลัก “ผนึกจิตวิญญาณ” เอาไว้
มันก้าววนรอบก่อนจะพลันพุ่งเข้าไป
ผังชัดเจนของกิเลนอัคคีปรากฏบนพื้นผิวของแผ่นวิญญาณ
เปลวเพลิงร้อนแรงจำนวนหนึ่งพุ่งออกมาจากแผ่นวิญญาณและยิ่งมายิ่
งแรงกล้าจนน่าขนลุก
ดวงตาของฉินเลี่ยฉายความประหลาดใจระคนยินดีหลังจากนิ่งสักพัก
ขณะตั้งใจมองแผ่นวิญญาณ