Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 665: ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง
ตอนที่ 665: ประทับใจเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากสังหารอิ้นเฉิงในการโจมตีครั้งเดียว
ฉินเลี่ยหันศีรษะและพบผู้ฝึกยุทธ์หุบเขาเจ็ดอสูรที่เหลือกำลังล้อมเผยเ
ซียง พวกเขากำลังฉีกชุดของเผยเซียงเพื่อค้นร่างกาย
เผยเซียงยังคงขอร้องด้วยหวังว่าพวกเขาจะหยุด
แต่ว่า เมื่อถูกกระตุ้นด้วยความละโมบ
คนเหล่านี้ไม่ฟังสิ่งที่เผยเซียงกล่าว
ตอนนี้
ความตกต ่าของหุบเขาอสูรทมิฬทำให้สถานะของเผยเซียงตกต ่าเป็นอ
ย่างยิ่ง ไม่มีใครสนใจในตัวนาง
“ขะ-ข้าจะถอดเอง! อย่าเข้ามา!” เผยเซียงพลันกรีดร้อง
เมื่อเห็นว่านางไม่สามารถโน้มน้าวพวกเขาได้แล้ว
นางเตรียมที่จะฝืนความอับอายเพื่อปกป้องตัวนางและไม่ทำให้เกิดผลลั
พธ์เกินคาดไปมากกว่านี้
นางเตรียมที่จะดึงเชือกออกและเทของออกจากกระเป๋าเสื้อทั้งหมดเพื่อ
แสดงให้เห็นว่านางไม่ได้นำสิ่งใดมาจากร่างกายของฉินเลี่ย
“ดี!” ผู้ฝึกยุทธ์จากหุบเขาอสูรทองคำยิ้มกว้าง
“ให้นางถอด!” ใครบางคนหัวเราะ
ภายใต้สายตาของคณะ เผยเซียงกัดฟัน
ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเศร้าโศกขณะเอื้อมไปปลดเข็มขัด
“หวือ!”
แสงอสนีพลันพุ่งผ่านมา
อสนีรวมตัวแล้วแปรเปลี่ยนเป็นร่างถูกเผาสงบนิ่งของฉินเลี่ย
สายตาของเผยเซียงแปรเปลี่ยนเป็นตกตะลึงและอดที่จะกรีดร้องออกมำไม่ได้
ในวินาทีต่อมา ราวกับสัตว์ประหลาดโบราณภายในฝูงแกะ
ฉินเลี่ยเริ่มสังหารผู้ฝึกยุทธ์หุบเขาเจ็ดอสูร
เผยเซียงได้ยินเสียงร้องคร ่าครวญและเสียงกรีดร้องของผู้ฝึกยุทธ์หุบเขำเจ็ดอสูร โลหิตปกคลุมทุกสิ่งในสายตาของนาง!
“กร็อบ กร็อบ!”
เสียงกระดูกแตกหักน่าหวาดกลัวมาจากคนเหล่านั้น เพียงสิบวินาทีสั้น
ๆ
คนเหล่านั้นกองลงกับพื้นขณะโครงกระดูกแตกสลายและถูกปกคลุมไ
ปด้วยโลหิต
ไม่มีใครมีชีวิตรอด
“ข้าจะไปแม่น ้าเพื่อชำระร่างกายเสียหน่อย”
หลังจากโยนคำพูดเหล่านี้ไปกับสายลมอย่างไม่ใส่ใจ
ฉินเลี่ยหายไปจากข้างเผยเซียงราวกับอสนี
เผยเซียงมองอย่างสับสนไปยังร่างที่จากไปของฉินเลี่ย จากนั้น
นางมองศพที่เต็มไปด้วยโลหิตและสภาพน่าเวทนาและโชกโลหิตของอิ้
นเฉิง ดวงตาของนางแข็งค้าง
“ปะ-เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?”
เผยเซียงพึมพำกับตนเองอย่างไร้จิตวิญญาณ
ความหวาดกลัวและความวิตกปรากฏบนใบหน้า
อิ้นเฉิงและคนเหล่านี้มีสถานะในหุบเขาเจ็ดอสูร
หุบเขาอสูรทองคำและหุบเขาอสูรอัคคีให้ความสำคัญกับพวกเขามาก
หนึ่งในพวกเขามาจากหุบเขาอสูรมนตราและมีสถานะสูงส่งมาก
ตอนนี้ พวกเขาทุกคนตายที่นี่ หุบเขาเจ็ดอสูรไม่มีทางนิ่งดูดายแน่
พวกเขาจะสืบสวนเรื่องนี้ด้วยพลังทั้งหมดที่มี
นาง
เผยเซียงจะถูกไล่ล่าโดยหุบเขาเจ็ดอสูรอย่างบ้าคลั่งเพราะการกระทำข
องฉินเลี่ย
“โหดร้าย นี่มันโหดร้ายมาก หุบเขาอสูรทมิฬอ่อนแอ คราวนี้…
ไม่มีใครสามารถช่วยข้าได้แล้ว” เผยเซียงยิ่งคิดยิ่งหวาดกลัว
“ซ่า!”
อีกด้าน ฉินเลี่ยกระโจนลงลำธารก่อนจะพลันผ่อนคลาย
ขณะสัมผัสด้วยจิตใจ
เขาพบอย่างรวดเร็วว่ารูขุมขนตามร่างกายกำลังดูดซับน ้าอย่างบ้าคลั่ง
ร่างกายนี้ที่ขาดน ้าอย่างรุนแรงถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็ว
ผิวหนังที่เคยเป็นสีดำไหม้เพราะเปลวเพลิงแข็งและแห้งดุจเปลือกต้นไม้
โบราณ แต่เมื่อถูกแช่ในน ้า
ผิวแตกไหม้หายไปจากร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว
ภายใต้ผิวสีดำ ผิวใหม่ใสและโปร่งแสง
มันทอประกายหยกจนทำให้ผู้คนรู้สึกว่ามันไร้ที่ติ
ในตอนนี้ ผิวไหม้หายไปจากร่างกายราวกับงูกำลังลอกคราบ
ร่ายกายที่บริสุทธิ์มากขึ้น
สมดุลมากขึ้นและแข็งแกร่งมากขึ้นถูกเผยออกมา
ตัวอักษร “เปลวไฟ” ที่ถูกประทับบนแขนขาและร่างกายหายไป
เขาไม่รู้สึกถึงพวกมันอีกแล้ว
ในทะเลวิญญาณ
ตำหนักก่อเกิดสามหลังที่ถูกสร้างด้วยการหลอมรวมของตำหนักที่มีธา
ตุเดียวกันอย่างบอลอสนี
น ้าแข็งและปฐพีปลดปล่อยพลังแรงกล้าออกมา
หลุมศพผนึกปีศาจกลับเข้าไปในแหวนต่างมิติ
ทุกสิ่งกลับคืนสู่ความปกติอีกครั้ง
เขาพยายามโคจรพลังวิญญาณและชักนำพลังอสนี
น ้าแข็งและปฐพีให้ไหลผ่านเส้นเลือด
ไม่มีความผิดปกติ พลังวิญญาณของเขาไหลเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อน!
การโคจรพลังวิญญาณโลหิตไม่ทำให้โลหิตของเขาถูกเผาเหมือนก่อ
นหน้า ไม่เพียงแค่โลหิตของเขาไม่เดือดพล่านเท่านั้น
มันยังไม่สร้างพลังสายเลือดขึ้นมา
มันไม่แสดงความผิดปกติแต่อย่างใดอีก
ภาพลักษณ์ของพลังสายเลือดคล้ายกับภาพมายา
เขาคล้ายกับไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่นิดเดียว
“นี่มันไม่ถูกต้อง…”
ขณะขมวดคิ้ว
เขาลอยร่างกายเปลือยเปล่าในลำธารและเผชิญหน้ากับท้องนภาพลาง
ครุ่นคิด
“ตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นที่หมายความว่า “เปลวไฟ”
มาจากโลหิตอย่างเห็นได้ชัด พวกมันถูก
ประทับเข้าไปบนกระดูก เส้นเอ็นและอวัยวะ
ข้าจะสัมผัสถึงพวกมันไม่ได้แม้แต่นิดเดียวได้ยังไง?”
“แต่นั่นจะต้องมีพลังสายเลือดอยู่แน่ ๆ!
พลังสายเลือดที่ตื่นขึ้นครั้งหนึ่งย่อมไม่หายไป!
“เพราะข้ายังไม่พบหนทางที่ใช้งานมันอย่างแน่นอน!”
เขาไม่รีบร้อนที่จะออกลำธาร
เขาลอยอยู่บนผิวน ้าอย่างเปลือยเปล่าขณะยังคงครุ่นคิดว่าเขาไม่เข้าใ
จตรงไหน
“พลังระดับสำนึก การเลื่อนระดับสู่พลังใหม่ มันแตกต่างกันยังไงนะ”
ขณะครุ่นคิดเช่นนี้ เขาหยุดการไล่ตามพลังสายเลือดชั่วคราว
เขาเริ่มตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในทะเลวิญญาณและความตระหนัก
รู้
การเปลี่ยนแปลงในทะเลวิญญาณเรียบง่าย
ตำหนักก่อเกิดเก้าหลังแปรเปลี่ยนเป็นสามหลังเมื่อหลอมรวม
หลังจากตรวจสอบด้วยจิตตระหนักรู้
เขาสังเกตว่าสามตำหนักก่อเกิดใหญ่ที่สร้างขึ้นมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อเ
ทียบกับของเดิม
พลังอสนีบาตและอสนีในตำหนักก่อเกิดอสนีบาตและอสนีมีมากกว่าห้
าเท่าของตำหนักก่อเกิดสามหลังก่อนหน้านี้รวมกันเสียอีก!
ตำหนักก่อเกิดน ้าแข็งและปฐพีก็เช่นกัน!
นี่หมายความว่าหลังจากเขาเติมเต็มพลังวิญญาณในตำหนักก่อเกิดเส
ร็จแล้ว พลังในทะเลวิญญาณจะเพิ่มขึ้นห้าเท่า!
นั่นคือหลังจากเข้าสู่พลังระดับสำนึก!
ในทะเลความตระหนักรู้ ทะเลสาบจิตวิญญาณกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จิตวิญญาณแท้จริงที่อยู่ภายในทะเลสาบจิตวิญญาณไม่ใช่แค่ใหญ่ขึ้น
เท่านั้น มันยังใสขึ้น
เมื่อเขามองดู
เขาพบว่าจิตวิญญาณแท้จริงรวมอสนีที่ตัดผ่านไปมาภายในจิตวิญญำณแท้จริงเอาไว้ราวกับการโคจร
ขณะอุทานอย่างตกตะลึง
เขาตรวจสอบจิตวิญญาณแท้จริงให้ชิดใกล้ขึ้น
ราวกับผ่านมองผ่านแว่นขยาย จิตวิญญาณแท้จริงใหญ่ขึ้น!
เมื่อจิตวิญญาณแท้จริงถูกขยายสิบเท่า
เขาพบว่าตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์ที่มีความหมายว่า “เปลวไฟ”
อยู่ลึกภายในจิตวิญญาณแท้จริง
ตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นวิ่งอยู่ภายในจิตวิญญาณแท้จริงราวกับชิวหำแห่งเปลวเพลิงที่ไม่คล้ายจะสงบนิ่ง
“อย่างที่คิด ข้ายังมองไม่ละเอียดพอ!”
ขณะได้ข้อสรุปเช่นนั้น เขาตรวจสอบร่างกายอีกครั้ง
เขารวบรวมจิตใจแล้วมองลึกเข้าไปในกระดูก
เขาขยายกระดูกท่อนหนึ่ง
หลังจากขยายไปถึงระดับหนึ่ง
เขาตกตะลึงที่พบว่าตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตัวแทน “เปลวไฟ”
อยู่บนแกนกระดูก เยื่อบุผิวกระดูก ไขกระดูก พวกมันขยับอย่างช้า ๆ
ขณะปลดปล่อยแสงสว่างสีทองจาง ๆ ออกมา
จิตใจของเขาเคลื่อนผ่าน เขาให้ความสนใจกับหัวใจ
ถึงอย่างนั้นเขายังตกตะลึงที่พบว่าห้องในหัวใจ หลอดลม
และหลอดเลือดแดงเองก็มีตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์ถูกประทับอยู่
“แสดงว่าตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์ถูกประทับทุกส่วนของร่างกายข้า”
ฉินเลี่ยตระหนักได้
ตั้งแต่ต้น
เหตุผลที่เขาไม่เห็นพวกมันเพราะตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์เล็กจนไม่สามารถ
มองเห็นได้ในทันที
เมื่อเขาตั้งใจและรวบรวมความตระหนักรู้เพื่อเข้าไปให้ลึกที่สุดจึงมองเ
ห็นความจริง
เขารู้ว่าพลังสายเลือดกำลังเปลี่ยนแปลงร่างกายอย่างช้า ๆ
ในแบบที่เขาไม่อาจเข้าใจได้
แต่เขายังไม่พบหนทางที่จะใช้พลังสายเลือดและควบคุมตัวอักษรศักดิ์
สิทธิ์เหล่านั้นเพื่อใช้พลังของพวกมันได้
เขาอยากค้นหาต่อ แต่ว่า เขารู้ว่าเผยเซียงอาจจะไม่สามารถรอได้นาน
หลังจากครุ่นคิดสักพัก เขาหยุดการกระทำ
ขณะขยับร่างกาย เขาเดินออกจากลำธาร
เขาไม่ใช่แค่ฟื้นฟูรูปลักษณ์เท่านั้น
เขายังตื่นตัวมากขึ้นและสายตาคล้ายกับปล่อยอสนีออกมา
ขณะหยิบชุดคลุมผู้ฝึกยุทธ์สีครามเข้มมาสวม
เขาขยับคอขณะเดินไปหาเผยเซียง
เผยเซียงวิตกกังวลขณะยืนอยู่ข้างศพที่เต็มไปด้วยโลหิตของสมาชิกใ
นสำนักตนเอง
นางยังถอนหายใจขณะครุ่นคิดว่าจะหลีกเลี่ยงหายนะอย่างไร
“ข้าจะไปหุบเขาเจ็ดอสูรกับเจ้า”
ฉินเลี่ยเดินเข้ามาขณะกล่าวกับนางตรง ๆ
“ข้าไม่กล้ากลับหุบเขาหรอก ถ้าข้ากลับตอนนี้
ชะตากรรมของข้าจะแย่ยิ่งกว่าของศิษย์พี่ลู่” เผยเซียงหันศีรษะมา
ใบหน้าของนางขัดแย้ง จากนั้น
นางตะโกนอย่างตกตะลึงขณะชี้ฉินเลี่ยว่า “จ-เจ้า!”
สิบห้านาทีก่อน ฉินเลี่ยเป็นสีดำสนิทราวกับศพถูกเผา
ฉินเลี่ยผู้กลับมานี้ไม่ใช่แค่มีสูงโปร่งเท่านั้น รูปลักษณ์ของเขายังดูดี
หล่อเหลาและมีมัดกล้ามเป็นมัดทรงเสน่ห์
ไม่มีส่วนที่คล้ายกับรูปลักษณ์ของเขาก่อนหน้านี้
นี่ทำให้เผยเซียงตกตะลึง
“อย่ากังวลไปเลย นี่คือรูปลักษณ์ที่แท้จริงของข้า”
ฉินเลี่ยยิ้มขณะกล่าวอย่างสุภาพว่า “ขอข้าแนะนำตัวอีกครั้ง
ข้าคือฉินเลี่ย…”
“อ๋า!” เผยเซียงกรีดร้อง
“ใช่ อย่างที่เจ้าคาดนั่นแหละ”
ฉินเลี่ยกล่าวอย่างจริงจังพร้อมกับรอยยิ้ม
“ข้าคือคนที่สังหารจ้าวหุบเขาทั้งสองของเจ้า!”