Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 667: เจ้าอยากให้ใครตาย?
ตอนที่ 667: เจ้าอยากให้ใครตาย?
การตกลงอย่างรวดเร็วของฉินเลี่ยทำให้ลู่หลีนิ่งขณะมองเขาอย่างตกต
ะลึง “เจ้ากล้าฆ่าสื่อจิ่งหยินงั้นหรือ?
“ทำไมจะไม่ล่ะ?” ฉินเลี่ยถาม
หลังจากครุ่นคิดสักพัก ลู่หลีกล่าวว่า
“สื่อจิ่งหยินคือหัวหน้าจ้าวหุบเขาของหุบเขาเจ็ดอสูรในตอนนี้”
“แล้วยังไง?”
“เจ้าสามารถฆ่าเขาได้หรือ?”
“ได้”
“เจ้าไม่สนว่าสมาพันธ์เทวาลึกลับจะรู้เรื่องหรอกหรือ?”
“ไม่กลัวเลย”
บทสนทนาของทั้งสองพลันหยุดลงตรงนี้ ลู่หลีไม่กล่าวถามต่อ
ฉินเลี่ยก็ไม่ตอบ
พวกเขาเงียบสนิท
ผ่านไปสักพัก ลู่หลีมีสีหน้าแปลกประหลาด นางกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า
“ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ข้าต้องขอร้องเจ้า…”
สีหน้าของฉินเลี่ยสงบ “ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เที่ยงแท้ ในอดีต
ตอนเจ้ามาเมืองหลิงแล้วมอบยาเม็ดบัญชาก่อเกิดให้ข้า
ข้าเพียงต้องการว่าสักวันจะเดินเข้าสู่หุบเขาอสูรทมิฬได้อย่างเปิดเผยแ
ล้วพาตัวอวี้ฉีไป
ข้าไม่ได้คิดว่าจะมาหุบเขาอสูรทมิฬเพื่อมอบอิสรภาพให้”
“ฉินเลี่ย ข้ายอมรับว่าตอนนั้นข้ามองผิดไป” ลู่หลีมีสีหน้าบิดเบี้ยว
“ข้าไม่คิดว่าชายหนุ่มที่ไม่ได้อยู่ในพลังระดับก่อเกิดจะสังหารจ้าวหุบเ
ขาอสูรทมิฬสองคนเมื่อผ่านไปได้ไม่กี่ปี
ทำให้หุบเขาอสูรทมิฬตกต ่าลงมา
ข้าไม่เคยคิดว่าผู้ฝึกยุทธ์ตัวเล็กคนนี้จะสร้างคลื่นลูกใหญ่ในทวีปสาย
น ้าสีชาดได้ สมาพันธ์เทวาลึกลับ
แปดมหาวิหารและสำนักเหือฮวนยังไม่
สามารถทำอะไรเจ้าได้”
เมื่อคิดย้อนกลับไปในอดีต ลู่หลีเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย
นางรู้สึกว่าตนคาดการณ์พลาดเมื่อสิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้น
“เหตุใดเจ้าเกลียดสื่อจิ่งหยิน? เพราะเขาขังเจ้าไว้ที่นี่?” ฉินเลี่ยถาม
“ไม่ใช่แค่เพราะเขาขังข้าหรอก” ดวงตาของลู่หลีเต็มไปด้วยจิตสังหาร
น ้าเสียงของนางเย็นชา
“เหตุผลที่จ้าวหุบเขาเสิ่นต้องการให้อวี้ฉีแต่งงานกับหลี่จงเจิ้งในฐานะ
ภรรยาน้อยก็เพราะแผนการของสื่อจิ่งหยิน
เพราะความแค้นที่ถูกตัดนิ้วขาด เขาเกลียดตระกูลหลิงทุกคน
อีกทั้งยังเกลียดหุบเขาอสูรทมิฬอีกด้วย
หลังจากการตายของจ้าวหุบเขาเสิ่นและข้าถูกขัง ศิษย์เพศหญิง…
หลายคนถูกบังคับให้เป็นของเล่นของศิษย์หุบเขาอื่น
หุบเขาอสูรทมิฬมีตัวตนเพียงแค่นามเท่านั้นในตอนนี้
มันเป็นเรื่องตลกร้ายของหุบเขาเจ็ดอสูร”
ความเกลียดชังบนใบหน้าของลู่หลีเด่นชัดมากยิ่งขึ้น
“ตอนข้าถูกขัง
ผู้อาวุโสของหุบเขาอสูรทองคำและหุบเขาอสูรอัคคีคิดไม่ซื่อกับข้า”
นางนิ่งเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ข้ารู้ ป้าหว่าน…
อดทนก็เพื่อข้า ถ้าไม่ใช่เพื่อป้าหว่าน ต่อให้ข้าอยู่ในคุกผาดำ
ข้าก็ไม่สามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของพวกมันได้”
สายตาของลู่หลีแข็งกร้าวขณะกล่าวว่า
“ในเมื่อเจ้ากล้าสังหารสื่อจิ่งหยิน
งั้นช่วยข้าสังหารกู้หยางจากหุบเขาอสูรอัคคีด้วย!”
ขณะมองนางอย่างลึกซึ้ง ฉินเลี่ยพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “ย่อมได้!”
จากคำพูด สีหน้าและความเกลียดชังในดวงตาของลู่หลี
ฉินเลี่ยรู้ว่าสถานการณ์ของหุบเขาอสูรทมิฬที่เผชิญมาตลอดหลายปีมำนี้เลวร้ายมากเพียงใด
หุบเขาอสูรทมิฬที่เคยอยู่ระดับใกล้เคียงกับระดับต้น ๆ
กลับต้องอดทนเรื่องราวน่าสลดใจหลังจากอำนาจลดลงมหาศาล
อีกทั้งพวกนางล้วนเป็นหญิงสาวอ่อนเยาว์และงดงามอีกด้วย
เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อสื่อจิ่งหยินกลายเป็นหัวหน้าจ้าวหุบเขาของหุบเ
ขาเจ็ดอสูร
นี่ทำให้ชะตากรรมของหุบเขาอสูรทมิฬรุนแรงหนักกว่าเก่า
ขณะฉินเลี่ยและลู่หลีสนทนากันอยู่นั้น สื่อจิ่งหยิน
กู้หยางและจ้าวหุบเขาคนอื่นก็มาถึงในที่สุด
เมื่อมาถึง
ดวงตาของสื่อจิ่งหยินจับจ้องไปยังรถม้าศึกโปร่งแสงใหญ่โตคันนั้น
“เกิดอะไรขึ้น?” สื่อจิ่งหยินมองหานหว่านอย่างเย็นชา
ใบหน้าของหานหว่านพลันซีดเผือดราวกับถูกงูพิษกัด
ร่างกายโค้งเว้าสั่นไหวด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย
หญิงสาวจากหุบเขาอสูรทมิฬที่กำลังสนทนาก่อนหน้านี้พลันเงียบเสีย
งและสั่นเทิ้มเมื่อเห็นสื่อจิ่งหยิน กู้หยาง
และบุคคลสำคัญจำนวนมากของหุบเขาเจ็ดอสูร
หลายปีมานี้ คนมีอำนาจในหุบเขาจะมาหุบเขาอสูรทมิฬบ่อยครั้ง
พวกเขาจะใช้ข้ออ้างว่าช่วยหญิงสาวฝึกฝนด้วยการเลือกหญิงสาวอ่อ
นเยาว์และงดงามไปเป็นเครื่องมือสำเร็จความใคร่
ใครก็ตามที่พยายามขัดขืนจะถูกโบย ตบตี และอัดทั่วร่าง
ศิษย์เพศหญิงของหุบเขาอสูรทมิฬหวาดกลัวสื่อจิ่งหยิน
กู้หยางและคนอื่นราวกับพวกเขาคือปีศาจ
เมื่อเห็นพวกเขาปรากฏตัวขึ้น ศิษย์เพศหญิงสั่นสะท้านไปทั่ว
มันคือความหวาดกลัวที่ไหลเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ..
เมื่อไม่มีการปกป้องของเจียวหลิวอวี้ เมื่อไม่มีเสิ่นเหมยหลานอยู่
ประกอบกับการกระทำของสื่อจิ่งหยินที่หมายหัวหุบเขาอสูรทมิฬหลังจำกได้รับอำนาจมา
ศิษย์ของหุบเขาอสูรทมิฬก็ประสบกับคืนวันที่มืดมนที่สุด
สำหรับพวกนาง นี่คือฝันร้ายอันยาวนาน
“หานหว่าน! หัวหน้าจ้าวหุบเขากำลังถามคำถามเจ้าอยู่นะ!”
กู้หยางพ่นลมออกจมูก
หานหว่านสะดุ้ง นางก้าวถอยหลังสองก้าวด้วยความแตกตื่น
จากนั้นสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพึมพำออกมาว่า “ทราบแล้ว
ทราบแล้ว…”
“ทราบอะไร?” สีหน้าของกู้หยางมืดมน
สายตาของเขามองรอบร่างกายโค้งเว้าของหานหว่าน
สายตาของเขาเอ่อล้นด้วยราคะ เขาครุ่นคิดว่า
“ร่างกายของผู้หญิงคนนี้เย้ายวนเสียจริง นึกถึงช่วงเวลาตอนนั้นจริง ๆ
ไว้กลับมาลิ้มรสนางอีกครั้งดีกว่า…”
เมื่อหนึ่งปีก่อน เขาคือคนที่มากับคนอื่นเพื่อหมายจะเล่นงานลู่หลี
แต่หานหว่านเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อหยุดเขา
นางเสียสละตนเองเพื่อให้กู้หยางสำเร็จความใคร่
ทำให้ลู่หลีรอดพ้นไปได้
เมื่อไหร่ก็ตามที่หานหว่านคิดถึงกู้หยาง
นางจะรู้สึกเพียงรังเกียจและอยากชำระร่างกายโดยไม่รู้ตัว
เมื่อนางเห็นกู้หยางปรากฏตัวขึ้น นางรู้สึกไม่สบายใจไปทั่วร่าง
นางหวาดกลัวจนไม่สามารถพูดได้
“ใครนั่งรถม้าศึกโปร่งแสงคันนี้?!” สื่อจิ่งหยินหมดความอดทน
ดวงตาเย็นชาของเขามองรอบฝูงชนก่อนจะจับจ้องเผยเซียงที่อยู่ใกล้ร
ถม้ามากที่สุด เขากล่าวอย่างรุนแรงว่า “เจ้า พูด!”
“ข้า ข้าไม่รู้…” ริมฝีปากของเผยเซียงสั่นเครือ
สีหน้าของสื่อจิ่งหยินมืดมนยิ่งกว่าเดิม
“ดูท่าหุบเขาอสูรทมิฬกำลังสมรู้ร่วมคิดกับคนนอก
พวกข้าต้องสั่งสอนเสียหน่อยแล้ว! ข้าขอถามอีกครั้ง
ใครนั่งรถม้าศึกโปร่งแสงคันนี้มา? ข้าจะนับถึงสาม ถ้าไม่มีใครตอบ
ข้าจะสังหารศิษย์หุบเขาอสูรทมิฬหนึ่งคน!”
ขณะชี้เผยเซียง สื่อจิ่งหยินกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าจะเป็นรายแรก!”
เผยเซียงหวาดกลัว
“สาม!”
สื่อจิ่งหยินรีบนับสาม
เขาไม่รอให้เผยเซียงตอบสนองก่อนที่ทวนทองคำจะปรากฏขึ้นที่มือขวำของเขาขณะเล็งไปที่หน้าอกของเผยเซียง
เห็นได้ชัดว่าเขาอยากสังหารเผยเซียงเป็นคนแรกเพื่อขู่ให้คณะหวาดก
ลัว
“ฉินเลี่ย! เป็นฉินเลี่ย!” หานหว่านกรีดร้อง “อย่าฆ่าเผยเซียงเลย
ข้าขอร้องล่ะ อย่าฆ่าเผยเซียง!”
“ฉินเลี่ย!” จิตสังหารก่อตัวขึ้นในดวงตาของสื่อจิ่งหยินอย่างท่วมท้น
ทวนทองคำที่พุ่งเข้าหาหน้าอกของเผยเซียงไม่หยุด
แต่มันกลับเร็วขึ้นด้วยความโกรธ
ทวนพุ่งออกไปราวกับแสงสว่างขณะเข้าหาเผยเซียง
“ติ๊ง!”
เสียงโลหะมาจากหน้าอกของเผยเซียงขณะทวนทองคำปะทะเข้ากับโล่
น ้าแข็ง
ทวนทองคำพลันเสียแรงพุ่งก่อนจะตกลงสู่พื้นดิน
โล่น ้าแข็งนั่นพลันปรากฏนิ่งไม่ไหวติงอยู่กลางอากาศ
ฉินเลี่ยและลู่หลีปรากฏตัวขึ้นใกล้กันที่ปากคุกผาดำขณะมองสื่อจิ่งหยิ
นและคนอื่นในหุบเขาอสูรทมิฬ
ฉินเลี่ยผู้ลอบมองมาได้สักพักพยักหน้าแล้วกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า
“ต่อให้สื่อจิ่งหยินตายลงก็คงไม่มีอันใด”
เมื่อสื่อจิ่งหยินเพิ่งเข้าหุบเขามา
เขาและลู่หลีก็เร่งมาถึงปากคุกผาดำเพื่อมองลงไปด้านล่าง
เขาอยากเห็นว่าสื่อจิ่งหยิน
คนที่นิ้วถูกตัดแต่ยังได้ประโยชน์จากหายนะจนกลายมาเป็นหัวหน้าจ้า
วหุบเขาของหุบเขาเจ็ดอสูรนั้นเป็นคนแบบไหน
ตอนนี้เขาเห็นใบหน้าเหี้ยมเกรียมของสื่อจิ่งหยินถนัดตา
“ตาเฒ่าสื่อ ไม่ได้เจอกันเลยนะ”
ฉินเลี่ยทะยานออกจากปากคุกผาดำขณะกระโจนลงสู่หุบเขาอสูรทมิฬ
ราวกับกระบี่แหลมคมที่แทงลงมา
“ตูม!”
เมื่อร่างกายได้รูปของฉินเลี่ยปะทะกับพื้นดินของหุบเขาอสูรทมิฬ
หุบเขาอสูรทมิฬทุกหนแห่งคล้ายกับสั่นสะเทือน
ขณะยิ้มกว้างให้สื่อจิ่งหยินและจ้องมองนิ้วด้วนอย่างละเอียดลออ
ฉินเลี่ยถามด้วยรอยยิ้มโค้งว่า “ตาเฒ่าสื่อ
เสียนิ้วไปแล้วมันส่งผลกับวิชาวิญญาณบ้างหรือเปล่า?
ยามเจ้าถืออุปกรณ์วิญญาณ
รู้สึกไม่สะดวกสบายหรือติดขัดตรงไหนบ้างไหม?”
“ฉินเลี่ย!” สื่อจิ่งหยินคำรามราวสัตว์ป่า
“เจ้ากล้ามาหุบเขาเจ็ดอสูรเชียวหรือ! เจ้ากล้ามาหาข้าเชียวหรือ! ดี!
ดีมาก! วันนี้ ถ้าข้าไม่ฆ่าเจ้า ข้าก็ไม่ขอเป็นผู้ชายอีกต่อไป!”
ดวงตาของเขาฉายแสงสว่างบ้าคลั่งราวกับคำพูดที่ฉินเลี่ยกล่าวออกมำจุดประกายความโกรธเกรี้ยวสุดลึกล ้าภายในใจขึ้นมา
สีหน้าของกู้หยางและจ้าวหุบเขาคนอื่นเปลี่ยนไปเมื่อเห็นฉินเลี่ยที่จู่ ๆ
ปรากฏตัวขึ้น
ศิษย์เพศหญิงจากหุบเขาอสูรทมิฬวิตกและหวาดกลัวกับความบ้าคลั่ง
บนใบหน้าของสื่อจิ่งหยิน
หานหว่านอยากร้องไห้
นางไม่รู้ว่าหายนะที่ฉินเลี่ยจะสร้างกับหุบเขาอสูรทมิฬครั้งนี้จะมากแค่ไ
หนหากเขาทำให้สื่อจิ่งหยินโกรธถึงขีดสุดขึ้นมา
“โอวหยางเชิ่ง เจียวหลิวอวี้ เจี่ยซงหลิน เสิ่นเหมยหลาน กู้ทง…”
ขณะกล่าวทีละชื่อ ฉินเลี่ยยิ้มเย็นชาบนใบหน้า เขาส่ายหน้า
จุ๊ปากพลางกล่าวว่า
“มีคนจากหุบเขาเจ็ดอสูรมากเกินไปที่ตายด้วยมือข้า
หากไม่มีการตายของคนเหล่านี้ ยังจะมีหัวหน้าจ้าวหุบเขาสื่ออีกหรือ?
ฮ่า แบบนี้ก็ดี
ข้าจะชำระหุบเขาเจ็ดอสูรอีกครั้งเพื่อลบหุบเขาเจ็ดอสูรให้หายไปจาก
ทวีปสายน ้าสีชาดจนหมดสิ้นเสีย!”
“ฉินเลี่ย! เจ้าไม่มีเสวี้ยลี่
หลางเฉียหรือเผ่าพันธุ์ปีศาจจากอาณาจักรใต้พิภพในวันนี้!”
สื่อจิ่งหยินหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ตลอดเวลาที่ผ่านมา
เจ้าพึ่งคนอื่นหรือไม่ก็ระเบิดสังหารลึกลับมาโดยตลอด!
เจ้าไม่คิดอะไรเลยนอกจากพึ่งคนอื่น
เจ้ายังทำตัวสบายใจทั้งที่มีพลังแค่นี้น่ะรึ? มันจะผยองมากเกินไปแล้ว!”
“โห?” ฉินเลี่ยหัวเราะพลางพยักหน้า เขากล่าวว่า “ดีล่ะ
งั้นข้าจะให้เจ้าได้เห็นว่าข้าสามารถทำให้หุบเขาเจ็ดอสูรอย่างพวกเจ้าใ
นวันนี้ตกต ่าลงด้วยพลังของข้าเองได้หรือเปล่า!”
“ได้! ฮ่าฮ่าฮ่า!
ข้าอยากเห็นนักว่าเจ้าจะยังทำตัวอวดเก่งและสูงส่งได้อีกนานแค่ไหน!”
สื่อจิ่งหยินคำราม
ประกายสีทองแวววาวพลันปลดปล่อยจากร่างกาย
ไอของเขาเริ่มพุ่งขึ้นจนน่าตกตะลึง
พละกำลังที่ระดับสูงสุดของพลังระดับบรรลุปรากฏขึ้นโดยสมบูรณ์!
“ไม่เลว
ระดับสูงสุดของพลังระดับบรรลุถูกนับว่าเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดา
กองกำลังระดับเหล็กดำ” รอยยิ้มบนใบหน้าของฉินเลี่ยไม่จางหาย
เขายังมองสื่อจิ่งหยินอย่างสงบขณะให้อีกฝ่ายรวบรวมพลังมากขึ้น
“อา แต่ความก้าวหน้าของเจ้าช้าเกินไป
ข้าไปจากทวีปสายน ้าสีชาดราวสองปี
เจ้ากลับเพียงก้าวหน้าแค่หนึ่งขั้นหรอdหรือเนี่ย”
ขณะกล่าว เขาชี้ไปที่กู้หยาง
เขาเมินสื่อจิ่งหยินที่กำลังรวบรวมพลังพลางกล่าวว่า
“ข้าสัญญากับลู่หลีแล้วว่าเจ้าจะตายด้วยเช่นกัน”
เขาเงยหน้าขึ้นขณะมองลู่หลีที่กำลังเดินออกจากภูเขาพลางถามว่า
“ใครอีก? ใครที่เจ้าอยากให้ตาย?”
“ทุกคนที่เข้าสู่หุบเขาอสูรทมิฬในวันนี้!” ลู่หลีกัดฟัน
“ได้!” ฉินเลี่ยให้สัญญาอย่างง่ายดาย