Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 674: คำขอของสมาพันธ์เทวาลึกลับ
ตอนที่ 674: คำขอของสมาพันธ์เทวาลึกลับ
ฉินเลี่ยอยู่ในหออสูรทมิฬอีกหลายวัน
เขามอบวัตถุดิบวิญญาณและอุปกรณ์วิญญาณที่นำกลับมาจากเกาะต
ะวันยอแสงให้ทั้งหมด สำหรับเขา
สหายเหล่านี้ที่เขาสร้างตอนวัยเด็กคือบุคคลสำคัญในความทรงจำที่ง
ดงามที่สุดในชีวิต
ความจริง
เหตุผลที่เขากลับทวีปสายน ้าสีชาดเพื่อมาพบถูเสือและสหายคนอื่น
รวมถึงนำเสนอโอกาสใหม่ให้
อีกทั้งยังเพราะเขาหวังจะพาพวกเขาออกจากทวีปสายน ้าสีชาด
แต่หลังจากสนทนากับถูซื่อฉง
เขาตระหนักได้ว่าแผนนี้อาจจะไม่ยืนยาวอย่างที่เคยเชื่อนัก ท้ายที่สุด
เขาได้ข้อสรุปว่าคงดีกว่าหากพวกเขาอยู่ที่ทวีปสายน ้าสีชาดในตอนนี้
วัตถุดิบวิญญาณและยาเม็ดวิญญาณที่เขาทิ้งเอาไว้จะช่วยถูเสือและทุ
กคนในการฝึกฝนได้
ใช้เวลาสักพัก
ตระกูลถูจะสามารถเพิ่มพละกำลังได้อย่างรวดเร็วและสั่งสมพลังได้มาก
ขึ้น
เวลาที่เหมาะสมที่สุดกับการเดินทางไปเกาะตะวันยอแสงอาจจะเป็นตอ
นที่พวกเขาคิดว่าการเติบโตถึงขีดจำกัดบนทวีปสายน ้าสีชาดแล้ว
ท้ายที่สุด
ฉินเลี่ยรอจนกระทั่งถูเสือและคนอื่นหมดสติเพราะสุราอีกครั้งก่อนจะลอ
บขึ้นรถม้าศึกโปร่งแสงในที่สุด
เขาเพิ่งออกจากเมืองร้อยตำหนักโดยไร้ตำแหน่งเจาะจงในใจ
รถม้าศึกโปร่งแสงสภาพคล้ายกันพลันปรากฏต่อหน้าเขา
ซ่งซือหยวนและเสี่ยเจอจั้งยืนอยู่บนรถม้าศึกโปร่งแสงด้วยใบหน้ายิ้ม
พวกเขาคล้ายกับรออยู่นานแล้ว
“สนุกพอใจแล้ว?” ซ่งซือหยวนถามฉินเลี่ยขณะยิ้ม
หลังจากยิ้มตอบแล้วจึงโต้กลับไปว่า
“พวกท่านทั้งสองตามข้ามาตั้งแต่หุบเขาเจ็ดอสูรจนไปถึงหออสูรทมิฬ
พวกท่านต้องการอะไร?”
เสี่ยเจอจั้งหัวเราะแห้งออกมาแล้วตอบว่า
“พวกข้าเกรงว่าเจ้าจะเริ่มสังหารอีกครั้งแล้วเปลี่ยนทั่วทั้งทวีปสายน ้าสี
ชาดจากหน้ามือเป็นหลังมือ
พวกข้ายังเกรงว่าคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าจะหาข้ออ้างเพื่อยั่วโมโหหรื
อทำให้เจ้าขุ่นเคือง จุดประกายให้เกิดการกระทำ”
“ข้าแย่ในสายตาของพวกท่านขนาดนั้นเชียว?” ฉินเลี่ยจนคำพูด
ซ่งซือหยวนและเสี่ยเจอจั้งปาดเหงื่อเมื่อได้ยินคำถามนี้
“ทันทีที่ข้าได้ยินชื่อของเจ้า เจ้าสร้างปัญหาทุกที่ที่เหยียบย่างลงไป
ข้ายังได้ยินว่าเจ้าสร้างศัตรูทุกหนแห่งและต่อสู้ไม่หยุดหย่อนตั้งแต่เข้า
ดินแดนแห่งความโกลาหล” สีหน้าของเสี่ยเจอจั้งแปลก
ประหลาด “พวกข้าจะประมาทกับประวัติศาสตร์ที่… ‘น่าสนใจ’
จำนวนมากที่เจ้าเคยสร้างเอาไว้ได้หรือ?
พวกข้าไม่มีทางเลือกนอกจากตามเจ้า”
“พวกนางเป็นอย่างไรบ้าง?” ฉินเลี่ยพลันยิงคำถามที่คล้ายกับจู่ ๆ
ก็โผล่พรวดขึ้นมา
หลังจากครุ่นคิดอย่างสับสนสักพัก เสี่ยเจอจั้งเข้าใจแล้วตอบว่า
“ทั้งถิงอวี้และจิงเสวียนเลื่อนระดับสู่พลังระดับสำนึกแล้ว
พวกนางในตอนนี้กำลังฝึกฝนวิชาลับของตระกูลอยู่
ด้วยเหตุนี้พวกนางจึงเก็บตัวมาตลอด”
“เช่นนี้เอง” ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว “พวกนางต้องใช้เวลาเท่าไหร่กันแน่?
ถ้าหากนานเกินไป… ข้าอาจจะกลับดินแดนแห่งความโกลาหลก่อน”
“พวกนางใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ” ซ่งซือหยวนกล่าวอย่างลังเล
“ไม่ทำให้กำหนดการของเจ้าล่าช้าแน่” เสี่ยเจอจั้งเองก็กล่าว
ฉินเลี่ยพยักหน้าก่อจะกล่าวพลันกล่าวว่า “เอาล่ะ พูดมา
พวกท่านต้องการอะไรจากข้าอีก?
ข้าปฏิเสธที่จะเชื่อว่าการที่พวกท่านตามข้ามานานแล้วรออยู่ที่หออสูร
ทมิฬมาหลายวันนี้ไม่มีสิ่งใดแอบแฝง”
เสี่ยเจอจั้งพลันดูเขินอายเมื่อถูกเปิดโปง
เขาหัวเราะงุ่มง่ามออกมาแล้วกล่าวว่า “เอ่อ
ข้าได้ยินว่าเจ้ายังมีรถม้าศึกโปร่งแสงสิบกว่าคันอยู่กับตัวใช่ไหม?
เหมือนกับเจ้ามีอุปกรณ์วิญญาณบินได้เป็นจำนวนมาก… ใช่หรือไม่?”
“แล้ว?”
“ข้าต้องการ ไม่สิ สมาพันธ์เทวาลึกลับต้องการซื้อพวกมันจากเจ้า!”
ซ่งซือหยวนกล่าวอย่างจริงจัง
“ซื้อ?” ฉินเลี่ยหัวเราะแปลกประหลาดออกมา
“พวกท่านสามารถไปดินแดนแห่งความโกลาหลแล้วซื้อรถม้าศึกโปร่ง
แสงจากที่นั่นได้ไม่ใช่หรือ?
ถ้าพวกท่านคิดว่ามันไกลเกินไป
พวกท่านยังสามารถไปหาพรรคหลานซิงจากเกาะไห่เยวี่ยเพื่อขอควา
มช่วยเหลือจากพวกเขาได้ใช่ไหมล่ะ?
ทำไมพวกท่านต้องมาหาข้าแทน?”
“พรรคหลานซิงหยิ่งทะนงเกินไป
พวกเขามีความสัมพันธ์ไม่ดีไปทั่วกับกองกำลังอื่น อีกอย่าง…
ราคาออกจะแพงกว่าเล็กน้อย” เสี่ยเจอจั้งกล่าวอย่างจนใจ
พรรคหลานซิงตั้งอยู่ท่ามกลางทวีปสายน ้าสีชาด
ทวีปเมฆาลอยล่องและดินแดนแห่งความโกลาหล
พวกเขาควบคุมค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาและรับผิดชอบในการขายอุปก
รณ์วิญญาณและยาเม็ด
วิญญาณให้กับกองกำลังอย่างสมาพันธ์เทวาลึกลับ
กล่าวง่าย ๆ
ทุกสิ่งที่พรรคหลานซิงขายอย่างต ่าก็แพงกว่าในดินแดนแห่งความโกลำหลสี่ในสิบส่วน
ความแตกต่างของสี่ในสิบส่วนมากเกินไปสำหรับกองกำลังอย่างสมาพั
นธ์เทวาลึกลับ
ตั้งแต่สมาพันธ์เทวาลึกลับทราบว่าฉินเลี่ยสามารถเคลื่อนย้ายพริบตาไ
ปเกาะตะวันยอแสงได้โดยตรงผ่านค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาในยอดแดน
โลหิต พวกเขาก็มีแผนอยู่ในใจแล้ว
พวกเขาหวังจะซื้อวัตถุดิบวิญญาณที่ต้องการอย่างเร่งด่วนโดยไม่ต้อง
ติดต่อผ่านพรรคหลานซิง
“ข้ายังมีรถม้าศึกโปร่งแสงอีกมาก แต่ว่า…
ข้าไม่คล้ายกับขาดแคลนสิ่งใด”
ฉินเลี่ยลูบคางแล้วมองเสี่ยเจอจั้งและซ่งซือหยวนอย่างนึกสนุก
“พวกท่านมีอะไรมานำเสนอล่ะ?”
“หินวิญญาณเป็นไง?”
“ข้าไม่ขาดแคลนหินวิญญาณ”
“ทวีปสายน ้าสีชาดสร้างวัตถุดิบวิญญาณพิเศษจำนวนมากอย่างหยก
ตะวันร้อนแรง ผลึกเมฆาสวรรค์ หยกวิญญาณวารีและอื่น ๆ
เจ้าคือผู้สร้าง เช่นนั้นต้องรู้ถึงมูลค่ารวมของมันเป็นแน่”
“พูดตามตรง
ระดับของวัตถุดิบวิญญาณในทวีปสายน ้าสีชาดต ่าเกินไป
ข้าไม่เห็นประโยชน์ของพวกมัน”
ชายทั้งสองพบปัญหาเมื่อได้ยินเช่นนี้
พวกเขาเริ่มครุ่นคิดคำขออื่นด้วยคิ้วขมวด
สีหน้าของฉินเลี่ยหยิ่งทะนง
ในอดีต
สมาพันธ์เทวาลึกลับหมายหัวและวางแผนตลบหลังเขาหลายต่อหลาย
ครั้ง พวกเขาเกือบทำให้เผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขาและเขาถูกกำจัด
เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้สึกไม่พอใจกับพวกเขาแม้แต่น้อย
เช่นนั้นแล้ว
การจะทำให้พวกเขาลำบากอยู่บ้างสักครั้งขณะที่พวกเขาขอร้องนั้น
มันจึงเป็นสิ่งที่หากเขาไม่ได้กระทำคงไม่อาจสงบใจ
“ข้าไม่ขาดสิ่งใด
ข้าไม่แลกเปลี่ยนรถม้าศึกโปร่งแสงกับสิ่งใดนอกเหนือจากวัตถุดิบวิญ
ญาณหายากหรือวัตถุดิบที่ข้ากำลังขาดในตอนนี้”
ฉินเลี่ยกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
ซ่งซือหยวนรู้สึกว่ากำลังปวดหัว หลังจากครุ่นคิดสักพัก
เขาลอบกัดฟัน ไอสองครั้งแล้วกล่าวว่า
“ตอนนางกลับบ้านระหว่างการเดินทางครั้งนี้
พวกข้าสังเกตว่าถิงอวี้คล้ายกับเสีย… ความบริสุทธิ์ไป
ข้าได้ยินว่านางอาศัยอยู่กับเจ้ามาโดยตลอดขณะอยู่ที่ดินแดนแห่งควา
มโกลาหล แค่ก แค่ก เจ้า เอ่อ ถิงอวี้คือไข่มุกของตระกูลซ่ง…”
ซ่งซือหยวนหยุดสิ่งที่กำลังคิดในเวลาที่เหมาะเจาะ
เสี่ยเจอจั้งดูตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
ฉินเลี่ยอดที่จะหน้าแดงด้วยความเขินอายสุดจะประมาณได้เมื่อได้ยินเ
ช่นนี้
“เอ่อ
แค่บอกพี่ถิงอวี้ว่าให้มาหาข้าหากจะซื้อรถม้าศึกโปร่งแสงให้กับสมาพั
นธ์เทวาลึกลับ” หลังจากทิ้งคำพูดไว้หลายคำ
ฉินเลี่ยหลบหนีโดยรถม้าศึกโปร่งแสงด้วยความเร็วสูงสุด
“เป็นเขาจริง ๆ!” ซ่งซือหยวนสั่นสะท้าน
“เจ้าไม่รู้หรือ?” เสี่ยเจอจั้งดูประหลาดใจ
“ข้าไม่รู้จริง ๆ” สีหน้าของซ่งซือหยวนแปลก
ประหลาด
“พวกข้าเพียงเห็นว่าถิงอวี้ไม่บริสุทธิ์ทั้งรูปลักษณ์และการเคลื่อนไหวอี
กต่อไป แต่เอาเถอะ… มันไม่สะดวกที่จะถามเกี่ยวกับเรื่องแบบนั้น
ฉะนั้นพวกข้าไม่เคยพูดสิ่งที่คิดออกไป
ได้แต่เดาว่าอาจจะมีบางอย่างเกิดร่วมกับฉินเลี่ย”
หลังจากเงียบไป ดวงตาของซ่งซือหยวนค่อย ๆ เป็นประกาย
“ข้าไม่มั่นใจว่าเป็นฝีมือของฉินเลี่ยหรือเปล่า
ข้าแค่พยายามดูว่าสามารถหลอกเขาได้หรือเปล่า และ…
มันถึงกับได้ผล!”
ซ่งซือหยวนพ่นลมออกจมูกแล้วกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า
“เจ้าฉินเลี่ยสารเลวคนนั้น!
เขากล้าทำตัวเช่นนั้นต่อหน้าข้าทั้งที่มีความสัมพันธ์แบบนั้นกับถิงอวี้ไ
ด้อย่างไร!”
“ข้าว่าเจ้ายินดีสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ?”
เสี่ยเจอจั้งยกมุมปากขึ้นแล้วกล่าว
“ยินดีเรื่องอะไร?” ซ่งซือหยวนขมวดคิ้ว
“ยินดีที่คนรักของถิงอวี้คือฉินเลี่ยยังไงล่ะ” เสี่ยเจอจั้งกล่าวอย่างอิจฉา
“จิงเสวียน… ช่างด้อย ด้อยยิ่งกว่าถิงอวี้เกี่ยวกับเรื่องนี้
ถึงแม้นางรู้จักฉินเลี่ยก่อนถิงอวี้
แต่หน้าของนางบอบบางจนไม่สามารถฝืนใจตนเองเมื่อรู้ว่าฉินเลี่ยมีค
วามสัมพันธ์เชิงรักใคร่กับหญิงสาวตระกูลหลิงแล้ว…”
“นี่เจ้ากำลังหลอกด่าข้าอยู่หรือ?” ซ่งซือหยวนพ่นลมออกจมูก
“ทำไมข้าสัมผัสถึงความอิจฉาเล็กน้อยจากน ้าเสียงของเจ้าได้กันนะ”
“เพราะข้ากำลังอิจฉาอยู่ยังไงล่ะ!” เสี่ยเจอจั้งกลอกตามองเขา
……
หลังเดินทางจากหออสูรทมิฬแล้วลังเลสักพัก
ฉินเลี่ยพลันบินไปภูเขาสมุนไพร
เขาแทบไม่ได้กลับมา ฉะนั้นเขาอยากเดินรอบภูเขาสมุนไพร
อยู่ในเมืองหลิงวันสองวันและรำลึกถึงวันเก่า ๆ
เล็กน้อยก่อนจะกลับดินแดนแห่งความโกลาหล
ภูเขาสมุนไพรและเมืองหลิงเป็นของอาณาเขตหอเมฆดารา
ฉะนั้นแน่นอนว่าพวกมันอยู่ไม่ไกลจากหออสูรทมิฬ
เขาใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงในการนั่งรถม้าศึกโปร่งแสงเพื่อมาถึงท้อง
นภายามราตรีเหนือภูเขาสมุนไพร
ฉินเลี่ยมองลงไป
ภูเขาสมุนไพรแปรเปลี่ยนเป็นกองเศษหินนานแล้ว
เมื่อสองปีก่อน
ตระกูลหลิงและสมาชิกเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขาเคลื่อนย้ายพริบตาไปทวีปใ
ต้พิภพผ่านค่ายเคลื่อนย้ายพริบตาภายในภูเขาสมุนไพร
หลังจากกระบวนการเคลื่อนย้ายพริบตา ค่ายกลระเบิดทันที
ทำให้ทั่วทั้งภูเขาสมุนไพรพังทลาย
ภูเขาสมุนไพรหายไป เมืองหลิงเป็นเพียงพื้นที่ที่ยังสมบูรณ์
ฉินเลี่ยมองอยู่นานภายใต้จันทราหมองหม่นก่อนจะบินไปเมืองหลิงด้ว
ยรถม้าศึกโปร่งแสง
“หืม?”
หลังจากสังเกตสักพัก เขาถึงกับพบแสงสว่างอ่อน ๆ
กำลังลอดออกมาจากสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็กของเมืองหลิง
ฉินเลี่ยประหลาดใจอย่างรุนแรงขณะเรียกรถม้าศึกโปร่งแสงกลับมาแล้
วลอบเข้าไปในเมืองหลิง
เขาอยากเห็นว่าใครที่มาเยี่ยมเยือนเมืองหลิงหลังจากผ่านไปนานเช่น
นี้
ขณะหลบซ่อนอย่างระมัดระวัง
ฉินเลี่ยมาถึงสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็กที่มีแสงสว่างอ่อนจางขณะขยับเข้า
ใกล้หน้าต่างแล้วมองเข้าไปข้างใน
แม้จะมองเห็นวูบเดียว
แต่ร่างกายของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อยขณะสีหน้าขัดแย้งยากจะประมา
ณปรากฏบนใบหน้า
เขาเห็นหลิวถิง
*ผู้แปล : มีการแก้ไขชื่อ จาก เหลียวติง เป็น หลิวถิง*
……