Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 693: พานพบ
เพียงไม่นาน ไป๋ลี่กลับมาจากข้างนอก
“ไป ข้าจะพาเจ้าเข้าเกาะเพื่อพบคนเหล่านั้นที่เข้าไปก่อนแล้ว!”
ไป๋ลี่กลับมาแล้วกล่าวเช่นนั้น
“พบ? พบใครหรือ?”
ฉินเลี่ยนิ่ง
“เผ่าพันธุ์กิ้งก่า เผ่าพันธุ์มนุษย์มังกรและทาสของบรรพบุรุษ
วายุทมิฬ”
ไป๋ลี่อธิบาย
“การขยายของเกาะเยือกแข็งส่งผลต่อสามกลุ่มนั้นมากที่สุด
ฉะนั้นผู้ที่ผนึกเกาะเยือกแข็งและจะโจมตีนายเหนือคนใหม่ที่นี่จะเป็น
คนจากสามกองกำลังเหล่านี้!”
“ทำไมพวกเราต้องไปพบพวกเขาด้วย?”
ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว
“เพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าและข้าจะทำอะไรบนเกาะ
เยือกแข็งด้วยพละกำลังของตนเองได้ พวกเราเพียงบรรลุเป้าหมายผ่าน
พวกเขาเพื่อช่วยกันและกันในเกาะเยือกแข็ง!”
ไป๋ลี่กล่าวอย่างเย็นชา
ฉินเลี่ยลูบคางพลางครุ่นคิดก่อนจะกล่าวว่า
“นำทางไปเลย”
ไป๋ลี่มีการฝึกฝนพลังระดับแยกออกจนสามารถบินโดยใช้พลัง
วิญญาณได้ แต่ว่า เมื่อนางเห็นว่าฉินเลี่ยกำลังนั่งรถม้าศึกโปร่งแสง
นางลังเลก่อนจะลงพื้น นางชี้ไปที่ทิศทางหนึ่ง
“ทางนั้น!”
ฉินเลี่ยไม่กล่าวอะไร เขาเติมหินวิญญาณระดับปฐพีสิบก้อน
เพื่อขับเคลื่อนรถม้า จากนั้นจึงกระตุ้นรถม้า
รถม้าศึกโปร่งแสงพลันคำราม
ฉินเลี่ยสังเกตเกาะเยือกแข็งและไป๋ลี่ที่อยู่ด้านข้าง ดวงตาของเขา
ฉายแสงสว่างนํ้าแข็งมันวาว
เขากำลังโคจรวิชาเยือกแข็งอย่างเงียบงันหลังจากเข้าไปลึกใน
เกาะเยือกแข็ง เขาพบว่าอุณหภูมิเย็นเยือกที่นี่มีมากกว่าข้างนอกหลาย
เท่าบนเกาะ
แผ่นนํ้าแข็งขนาดใหญ่สามารถพบเห็นได้ทุกแห่ง พื้นดิน
เหมือนกับสระนํ้าเยือกแข็ง เกล็ดหิมะยักษ์เริงระบำในท้องนภา มันคือ
โลกของนํ้าแข็งและหิมะ
สิ่งเดียวที่ปรากฏในทิวทัศน์ของเขาคือดินแดนสีขาวราวหิมะ
ข้างเขา ไป๋ลี่เองก็ปรับพลัง ไอนํ้าแข็งปลดปล่อยออกจากนาง
ไอคล้ายกับของที่เจียเย่วปลดปล่อยในอดีต มันเผยให้เห็นว่าวิชา
วิญญาณน่าจะมีพื้นเพเหมือนกัน
ฉินเลี่ยสังเกตว่ามีรอยแผลจาง ๆ บนคอใต้ผ้าคลุมสีขาวของไป๋
ลี่ รอยแผลจางมาก ถ้าเขาไม่อยู่ใกล้ ๆ ถ้าฉินเลี่ยไม่มองดี ๆ เขาจะไม่
สามารถมองเห็นพวกมันได้
“รอยแผลบนใบหน้าของเจ้า…”
ฉินเลี่ยสังเกตว่าไป๋ลี่คนนี้คล้ายกับสวมผ้าคลุมทั่วใบหน้าเพราะ
รอยคล้ายกันที่ปรากฏบนใบหน้า มันอาจจะสาหัสกว่าที่คอจนนางต้อง
ปกปิดเอาไว้
“เจ้าทำอะไรน่ะ?”
ดวงตาของไป๋ลี่พลันเย็นชาและเฉียบแหลม
“ไม่มีอะไร”
ฉินเลี่ยยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
“เจ้าอยากรู้ตัวตนของข้าหรือ?”
ไป๋ลี่ยิ้มอย่างเย็นชา
ฉินเลี่ยส่ายหน้า
“ข้าแค่สงสัยน่ะ”
“ข้าจะแสดงให้ดูเอง!”
ไป๋ลี่ดึงผ้าคลุมทั่วใบหน้าออก
ฉินเลี่ยมองและอดที่จะส่งเสียงประหลาดใจไม่ได้ เขากล่าวว่า
“ใบหน้าของเจ้า…”
หลังจากถอดผ้าคลุมออก ใบหน้าของไป๋ลี่พลันบิดเบี้ยว รอย
แผลหนาคืบคลานราวกับงูทั่วใบหน้า ทำให้น่าหวาดกลัวจนยากจะ
พรรณนา
ไป๋ลี่มีร่างงดงามและสูงโปร่ง นางอายุสามสิบปีและมี
ดวงตาสดใส ยามนางสวมผ้าคลุม ฉินเลี่ย
จินตนาการว่าใบหน้าที่อยู่ข้างใต้หน้ากากนี่นจะต้องงดงาม
อย่างแน่นอน เขาในตอนนี้รู้สึกหวาดกลัว
“คนผู้หนึ่งใช้ดาบทำลายใบหน้าข้าและยังอาบยาเหลวพิเศษ
บนดาบด้วย ใบหน้าข้าไม่สามารถฟื้นคืนได้”
นํ้าเสียงของไป๋ลี่ราบเรียบจนน่าหวาดกลัว
“มันเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ข้าบาดเจ็บสาหัสและรู้สึก หมดหวัง
ข้าถึงขั้นพยายามฆ่าตัวตาย
ภายหลัง ข้าค่อย ๆ ชินชา ข้าใช้ผ้าคลุมปกคลุมใบหน้าและใช้
ชีวิตในดินแดนหายนะ ที่นี่ ในเกาะเยือกแข็ง
แต่ว่า เพราะข้าไม่กล้าเปิดเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงให้คนอื่นรู้ สิ่ง
นี้จึงพันธนาการหัวใจของข้า ข้าไม่สามารถเลื่อนระดับการฝึกฝนได้”
“ในที่สุดเมื่อตอนที่ข้ายอมรับตนเองจนไม่ได้รับผลกระทบจาก
ใบหน้าและกล้าเคลื่อนไหวผ่านดินแดนหายนะโดยไม่ใช้ผ้าคลุม การ
ฝึกฝนของเขาที่หยุดนิ่งมาตลอดก็เพิ่มขึ้นในที่สุด”
“ตอนนี้ ข้าใช้ผ้าคลุมเพื่อปกปิดใบหน้า ไม่ใช่เพราะภาระทาง
จิตใจแต่อย่างใด แต่เพราะรอยแผลจะทำได้รับบาดเจ็บบนเกาะเยือก
แข็งยามพลังนํ้าแข็งทิ่มแทงพวกมัน ผ้าคลุมคือกำแพงป้องกันเพื่อไม่ให้
รอยแผลได้รับความเจ็บปวด”
ไป๋ลี่อธิบายด้วยนํ้าเสียงเย็นชา จากนั้นสวมผ้าคลุมกลับ
“ข้าไม่เพียงพอใจกับความสงสัยใคร่รู้ของเจ้าเท่านั้น เจ้ายังไม่
ต้องเพ้อฝันให้มากอีกด้วย มันจะส่งผลกับปัญหาจริง ๆ ตอนนี้หรือ
เปล่า?”
ฉินเลี่ยยิ้มอย่างตะขิดตะขวง
“เจียเย่วเรียกข้าว่าท่านป้า ก่อนข้าจะออกจากเผ่า ข้าได้รับความ
รักมหาศาลมาจากนาง ข้าหวังจะได้ช่วยนาง”
ไป๋ลี่กล่าวอย่างสงบ
ฉินเลี่ยพยักหน้าแล้วกล่าวว่า
“ข้าจะพยายามสุดความสามารถเพื่อช่วยนางให้ได้รับอิสระ”
“เจ้า?”
ไป๋ลี่เบ้ปาก
“เจ้ามีเหตุผลอะไรถึงต้องช่วยนาง?”
“นางคือคนรักของพี่ชายที่แสนดีของข้า!”
ฉินเลี่ยกล่าวอย่างจริงจัง
“นางมีคนรักแล้วหรือ? คนจากดินแดนแห่งความโกลาหลงั้น
หรือ?”
ไป๋ลี่ตกตะลึง
“เจ้าจะพูดแบบนั้นก็ได้”
ฉินเลี่ยกล่าว
ไป๋ลี่ไม่สืบไปมากกว่านี้ สีหน้าของนางซับซ้อนเล็กน้อยราวกับ
กำลังคิดบางอย่าง
ฉินเลี่ยไม่กล่าวอะไรมากไปกว่านั้น เขานั่งรถม้าศึกโปร่งแสง
แล้วตรงไปส่วนลึกของเกาะเยือกแข็งตามทางที่นางระบุเอาไว้
สิบห้านาทีต่อมา
ภายใต้การนำทางของไป๋ลี่ รถม้าศึกโปร่งแสงมาอยู่ด้านหน้าธารนํ้าแข็ง
สูงใหญ่
“ไป๋ลี่! เหตุใดเจ้าถึงเข้ามา?”
จากบนธารนํ้าแข็ง สมาชิกเผ่าพันธุ์กิ้งก่าคนหนึ่งตะโกนเสียงดัง
ขณะหางยาวโบกไปมา
คนสิบกว่าคนของเผ่าพันธุ์กิ้งก่ารวมตัวในทางนั้นพร้อมกับผู้ฝึก
ยุทธ์มนุษย์มังกรและมนุษย์ที่สวมชุดคลุมสีนํ้าเงินเขียว
คนเหล่านั้นโดยส่วนใหญ่มีพลังระดับสำนึกและแยกออก แต่ก็
มีพลังระดับนิพพานบ้าง
พวกเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางธารนํ้าแข็ง พวกเขาคล้ายกับกำลัง
ขุดหลุมด้วยอุปกรณ์วิญญาณเพื่อจะเข้าไปข้างในธารนํ้าแข็ง
“ข้าไม่อยากรอข้างนอก!”
ไป๋ลี่ตอบพลางบอกให้ฉินเลี่ยบังคับรถม้าศึกโปร่งแสงไปทางนั้น
“มนุษย์หนุ่มมีคนนี้มีความสัมพันธ์กับสัตว์ประหลาดเจ็ดตา เขา
มาหาอีกฝ่าย”
“เขารู้จักลาผู่หรือ?”
ชายมนุษย์ผอมคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมสีนํ้าเงินเขียวและมีการ
ฝึกฝนพลังระดับนิพพานขั้นกลางตรวจสอบฉินเลี่ยพลางหรี่ตา
“ข้าไม่เคยได้ยินกว่าลาผู่สนิทกับคนอื่นมาก่อน อีกอย่าง สัตว์
ประหลาดนั่นมาจากเผ่าพันธุ์นัยน์ตาผีอย่างเห็นได้ชัด เขาจะข้อง
เกี่ยวกับมนุษย์หนุ่มได้อย่างไร?”
“นั่นอาจจริงก็ได้”
มนุษย์มังกรตะโกนแล้วกล่าวว่า
“เมื่อไม่นานมานี้ ญาติสนิทของข้า มนุษย์มังกรวารีกำลังไล่ล่า
มนุษย์หนุ่มทั่วอาณาเขตดินแดนหายนะ ท้ายที่สุด มนุษย์หนุ่มหลบหนี
เข้าไปในเกาะเจ็ดตาของลาผู่ ไม่นานหลังจากนั้น ลาผู่พุ่งออกมา
สังหารคนรอบเกาะเจ็ดตามากกว่าครึ่ง มนุษย์หนุ่มที่ถูกไล่ตามคนนั้น
ไม่ได้ออกจากเกาะเจ็ดตาเลย”
“เจ้าคือมนุษย์หนุ่มคนนั้นหรือ?”
เผ่าพันธุ์มนุษย์มังกรตัวใหญ่ตะโกน
“ใช่”
ฉินเลี่ยพยักหน้า
“เหตุใดลาผู่ไม่สังหารเจ้าแล้วสับร่างกายของเจ้าเป็นชิ้น ๆ เพื่อ
ศึกษาโครงสร้างกายภาพของเผ่าพันธุ์เจ้าล่ะ?”
“ข้าไม่สามารถตอบคำถามข้อนี้ได้”
ฉินเลี่ยยิ้มเล็กน้อย
“ให้ข้าแนะนำเอง”
ไป๋ลี่กล่าว
ถึงตอนนี้ รถม้าศึกโปร่งแสงของฉินเลี่ยลงอยู่ท่ามกลางคณะ
สมาชิกของเผ่าพันธุ์ต่างแดนและวิญญาณชั่วร้ายแล้ว เมื่อไป๋ลี่กล่าว
นางเริ่มชี้ไปที่มนุษย์ผอมบาง
“นี่คือผู้ติดตามของบรรพบุรุษวายุทมิฬ ลู่เหิง”
จากนั้นนางชี้ไปที่มนุษย์มังกร
“ชิงหลัวจากเผ่าพันธุ์มนุษย์มังกร” จากนั้นไป๋ลี่ชี้ไปที่สมาชิก
เผ่าพันธุ์กิ้งก่า
“นี่คือฮุยเจี่ย!”
“ลู่เหิง ชิงหลัว ฮุยเจี่ย…”
ฉินเลี่ยมีสีหน้าประหลาดใจ
เขาพบว่าชื่อของเผ่าพันธุ์อื่นในดินแดนหายนะแปลกหูไม่คุ้นชิน
และยากจะพูดออกมาเมื่อเทียบกับชื่อของผู้ฝึกยุทธ์จากดินแดนแห่ง
ความโกลาหล
“ลู่เหิงเป็นตัวแทนบรรพบุรุษวายุทมิฬ ชิงหลัวเป็นตัวแทนของ
มนุษย์มังกรและฮุยเจี่ยเป็นตัวแทนของเผ่าพันธุ์กิ้งก่า พวกเขาเข้าเกาะ
เยือกแข็งเพื่อค้นหาสมาชิกของตนและหวังจะฆ่านายเหนือของที่นี่”
ไป๋ลี่เสริมในท้ายที่สุด
“แล้วเจ้าล่ะ? เจ้าชื่ออะไร?”
ลู่เหิงคือมนุษย์แต่มีดวงตาสีเขียวเข้ม เห็นได้ชัดว่าเขาฝึกฝนวิชา
วิญญาณแปลกประหลาด
“เหยาเทียน”
ฉินเลี่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ไป๋ลี่ ต่อให้เหยาเทียนคนนี้จะข้องเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดเจ็ดตา
ทำไมเจ้าถึงพาเขาเข้ามา? เขาจะทำอะไรได้?”
มนุษย์มังกรชิงหลัวถามอย่างสับสน
สองคนที่เหลือเองก็ดูประหลาดใจ
“เขา…”
ไป๋ลี่ไม่มั่นใจเล็กน้อย
“เขาบอกว่าเขารู้พื้นเพของนายเหนือคนใหม่ของเกาะเยือกแข็ง
เขาบอกว่าเขาสามารถช่วยพวกเรา ช่วยพวกเราหานายเหนือคนใหม่
ได้”
“เจ้าเชื่องั้นเหรอ?”
ลู่เหิงพ่นลมออกจมูก
ไป๋ลี่กัดฟัน นางครุ่นคิด จากนั้นกล่าวว่า
“เขาบอกว่านายเหนือคนใหม่ของเกาะเยือกแข็งคือวิญญาณ
เหมันต์ที่มาจากสุสานเทพ ข้าไม่รู้ว่านี่เป็นความจริงหรือความเท็จ”
“วิญญาณเหมันต์? อะไรล่ะนั่น?”
มนุษย์ลู่เหิงถามอย่างเย็นชา
ฮุยเจี่ยจากเผ่าพันธุ์กิ้งก่าเองก็มีสีหน้าสับสน
มีเพียงมนุษย์มังกรชิงหลัวเท่านั้นที่ทั่วทั้งร่างกายสั่นสะท้าน
“วิญญาณเหมันต์? สุสานเทพถูกสร้างโดยเผ่าพันธุ์เทพ
วิญญาณเหมันต์ทำหน้าที่คุ้มกันดินแดนเหมันต์ต้องห้ามและตัวตนของ
ธาตุนํ้าแข็ง วิญญาณเหมันต์มักเป็นสัตว์วิญญาณที่มีธาตุนํ้าแข็ง
บริสุทธิ์!
สัตว์วิญญาณที่สามารถถูกเรียกว่าวิญญาณเหมันต์ได้จะต้องมี
ร่างวิญญาณนํ้าแข็งบริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีปัญญาสูงส่งมหาศาลและพลัง
มากล้น!”
“ชิงหลัว เจ้ารู้เยอะขนาดนี้ได้อย่างไร?”
ลู่เหิงกล่าวอย่างตกตะลึง
“เผ่าพันธุ์มนุษย์มังกรของข้าเกิดจากมังกรยักษ์และมนุษย์
เผ่าพันธุ์ของข้ามีบันทึกของเผ่าพันธุ์มังกรส่วนหนึ่งและมีบันทึกของ
เผ่าพันธุ์เทพส่วนหนึ่งด้วย”
ใบหน้าคล้ายมังกรของชิงหลัวเผยสีหน้าหวาดกลัวออกมา
“จากบันทึกมังกร ข้ารู้ว่าเผ่าพันธุ์เทพน่าหวาดกลัว พวกเขามัก
ไปโลกอื่นและอาณาจักรลับที่มังกรยักษ์อาศัยอยู่
จากนั้นออกล่ามังกรขนาดมหึมาครั้งใหญ่ ดังนั้น เผ่าพันธุ์มังกร
หวาดกลัวเผ่าพันธุ์ของพวกเขาจนรู้เรื่องของอีกฝ่ายมากขึ้น”
“การล่ามังกรขนาดมหึมาครั้งใหญ่?”
ลู่เหิงสับสน
“ข้าได้ยินมาว่าชนชั้นนำของเผ่าพันธุ์เทพสามารถกินมังกรขนาด
มหึมาจำนวนมากได้ในหนึ่งวัน
เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดขนาดนั้นจะต้องมีโลกย่อยส่วนตัวและ
อาณาจักรลับจำนวนมากอย่างแน่นอน พวกเขาเลี้ยงมังกรขนาดมหึมา
จำนวนมากและสัตว์วิญญาณระดับสูงที่คล้ายกันนั้นไว้ที่นั่น
พวกมันคือทาสที่ช่วยพวกเขาเข่นฆ่า เป็นอาหารและช่วยพวก
เขาฟื้นพลังกายภาพได้อีกด้วย”
ชิงหลัวกล่าวด้วยความหวาดกลัว
สีหน้าของลู่เหิง ฮุยเจี่ยและไป๋ลี่เปลี่ยนไปเมื่อได้ยินคำอธิบายของ
ชิงหลัว
ฉินเลี่ยมีสีหน้าแตกต่างออกไป
ในอดีต เขารู้สึกว่าลาผู่กล่าวเกินจริงตอนบอกเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์
เทพที่ออกล่ามังกรขนาดมหึมาและเผ่าพันธุ์ระดับสูงกลุ่มอื่นเพื่อใช้
โลหิตมังกรมาแทนนมและใช้เลือดเนื้อของมังกรมาเป็นอาหารเพื่อช่วย
การเติบโตของลูกหลานที่มีสายเลือดบริสุทธิ์
ตอนนี้ เมื่อชิงหลัวที่มีโลหิตมังกรกล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีต
เหล่านี้จากบันทึกที่ถูกทิ้งไว้โดยมังกร ในที่สุดฉินเลี่ยยืนยันได้ว่าลาผู่
กล่าวความจริง
คล้ายกับว่าเผ่าพันธุ์พิชิตสวรรค์เคยล่าสัตว์โบราณระดับสูง
เช่นมังกรเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบอาหารมาก่อน
“เผ่าพันธุ์คนบ้า” ฉินเลี่ยกล่าวด้วยนํ้าเสียงแปลกประหลาด