Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 725: โกลาหล
สำนักสังหาร
เหลยเหยียนกำลังถือจดหมายขณะอ่านข้อความพลาง
พิจารณา เขาขมวดคิ้ว
“สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายน่าจะมารุกรานทวีปซานเหลิง แต่สำนักอสูร
โลหิตคือคนที่ส่งข่าวมา แปลกจริง…”
เขาเรียกผู้อาวุโสสำนักสังหารไม่กี่คนมาก่อนจะส่งจดหมายให้
“พี่ใหญ่ปลีกตัวมาครึ่งปี ฉะนั้นข้าจึงไม่อยากรบกวนเขาด้วยปัญหา
เล็กน้อย พวกท่านคิดยังไงกับเรื่องนี้?
” เหลยเหยียนถาม
“ตำหนักบูชาจันทรา พรรคเทียนหวู่และเขตปกครองหลิวเยี่ยนท
วีปซานเหลิงได้รับข่าวคราวอะไรบ้างหรือยัง?”
ผู้อาวุโสเฉินขุยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังบนใบหน้า
“ไม่ ยังไม่ได้ข่าวคราวจากพวกเขา”
เหลยเหยียนส่ายหน้า
“เช่นนั้นพวกเราส่งคนไปยืนยันว่ามีการรุกรานก่อน ค่อยตัดสินใจ
ว่าก้าวต่อไปจะทำอย่างไร”
เฉินขุยกล่าว
ทุกคนรวมถึงเหลยเหยียนลอบพยักหน้าขณะพบว่าคำแนะนำ
ของเฉินขุยเป็นไปตามที่พวกเขาคิดเอาไว้
เฉินขุยคือผู้อาวุโสสูงสุดในสำนักสังหาร เขาคือยอดฝีมือโด่งดัง
รุ่นเก่าแก่ที่นำสำนักสังหารตั้งแต่ตอนหนานเจิ้งเทียนและเหลยเหยียน
เป็นกลุ่มแรกที่เข้าร่วมสำนักสังหาร
น่าเสียดาย เขาประสบกับผลย้อนกลับเลวร้ายโดยไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อกำลังเข้าสู่พลังระดับอมตะจนส่งผลให้การฝึกฝนลดลงแทน
จนถึงวันนี้ เฉินขุยยังติดอยู่ที่ขั้นสูงสุดของพลังระดับนิพพาน
แม้ว่าทั้งหนานเจิ้งเทียนและเหลยเหยียนสร้างแท่นบูชาจิตวิญญาณ
ด้วยตนเองและก้าวเข้าสู่พลังระดับอมตะอย่างเป็นทางการก็ตาม
มีข่าวลือว่าเป็นการยากที่เฉินขุยจะเลื่อนระดับได้
นั่นอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำไมเฉินขุยถึงตัดใจจากการฝึกฝนอย่าง
เด็ดขาดเมื่อไม่กี่ปีมานี้และให้ความสำคัญกับสำนักสังหารแทน
เป็นความจริงที่สำนักสังหารสามารถสั่งสมพละกำลังมหาศาล
และเปิดเส้นทางไปยังที่ที่พวกเขาอยู่ ณ ตอนนี้ เป็นเพราะพละกำลัง
เพียงอย่างเดียวของบรรพบุรุษสังหารที่ไม่มีใครเทียบเคียง แต่ยังต้อง
ขอบคุณเฉินขุยที่ทำทุกสิ่งเท่าที่ทำได้เพื่อเปิดเส้นทางไปสู่อนาคตของ
สำนักสังหาร
ด้วยเหตุนี้เฉินขุยจึงได้รับความเคารพเป็นอย่างยิ่งในสำนักสังหาร
“เจ้าเด็กในสำนักอสูรโลหิตคนนั้นน่าจะมาถึงเมื่อหนึ่งปีก่อน ใคร
จะรู้ล่ะว่าอะไรที่ทำให้จู่ ๆ เขาไปปรากฏบนทวีปซานเหลิง”
เหลยเหยียนพึมพำ
เฉินขุยดูประหลาดใจ
“เป็นฉินเลี่ยคนนั้นที่ส่งข้อความไปสำนักอสูรโลหิตจากทวีปซาน
เหลิงงั้นหรือ? ตอนนี้เขาอยู่ที่ทวีปซานเหลิงงั้นหรือ?”
“อืม หงปั๋วเหวินบอกว่าแหล่งข่าวมาจากฉินเลี่ย”
เหลยเหยียนตอบ
สีหน้าของเฉินขุยเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะครุ่นคิดสักพัก จากนั้น
เขากล่าวว่า
“เหลยเหยียน เจ้าควรมุ่งหน้าไปดูด้วยตนเอง!”
เหลยเหยียนตกตะลึง
“ต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเด็กคนนั้น ถ้าเผ่าพันธุ์ปีศาจถึงกับ
รุกรานทวีปซานเหลิงจริง เจ้าต้องทำให้เขาปลอดภัย!”
เฉินขุยกล่าวอย่างจริงจัง
“เขาสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ?”
เหลยเหยียนสงสัย
มีผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากในสำนักสังหารที่ไม่สนใจฉินเลี่ยเช่นกัน
พวกเขาล้วนคิดว่าเฉินขุยให้ค่าฉินเลี่ยสูงเกินกว่าควาวมเป็นจริง
“เขาอาจจะเป็นกุญแจในการเลื่อนระดับของพี่ใหญ่เจ้าไปสู่พลัง
ระดับว่างเปล่าก็ได้ ต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเด็กคนนั้น!”
เฉินขุยกล่าว
แน่นอน พี่ใหญ่ของเหลยเหยียนคือจ้าวสำนักของสำนักสังหาร
บรรพบุรุษสังหารหนานเจิ้งเทียน
“เขา? ผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับสำนึกตัวเล็กน่ะหรือ? เขาจะช่วยพี่
ใหญ่ของข้าได้ยังไง?”
สีหน้าของเหลยเหยียนแปลกประหลาด
“เจ้าไม่เข้าใจหรอกต่อให้ข้าอธิบายก็ตาม”
เฉินขุยจ้องมองเหลยเหยียนก่อนจะกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า
“ไปได้แล้ว!”
“ก็ได้ ก็ได้”
เหลยเหยียนออกไปเตรียมการด้วยสีหน้าผิดหวังบนใบหน้า
……
ที่เมืองศิลาจันทรา
ต่งว่านไจวิตกกังวลมากขึ้น
ผ่านมาสักพักแล้ว แต่ลูกน้องที่เขาส่งไปยังใจกลางของทวีป
ซานเหลิงยังไม่ส่งข่าวคราวกลับมา
พรรคเทียนหวู่และเขตปกครองหลิวเยี่ยนไม่ตอบกลับเช่นกันตอน
เขาขอให้หลิวเหยียนติดต่ออีกฝ่าย
แม้กระทั่งต่งว่านไจก็รู้สึกว่าสถานการณ์ในตอนนี้แปลกประหลาด
พอสมควร
“เยวี่ยจี ฉุ่ยจีและเยี่ยจีได้ตระเตรียมส่งญาติออกจากทวีปซาน
เหลิงอย่างลับ ๆ แล้ว”
หลิวเหยียนเข้ามาพลางขมวดคิ้ว เขาสังเกตเห็นการตอบสนอง
เล็กน้อยของต่งว่านไจ
“เยวี่ยจีมาหาข้าก่อนหน้านี้แล้วกล่าวว่าเหยาเทียนไม่มีทาง
พูดจาไร้เหตุผล นางบอกข้าให้แจ้งสำนักสังหารให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำ
ได้”
“ข้าจะแจ้งสำนักสังหารได้อย่างไรในเมื่อพวกข้ายังไม่ได้รับรู้หรือ
เห็นอะไรเลย ข้าจะพูดอะไรได้?”
ต่งว่านไจหงุดหงิดมากขึ้น
“ข้าคิดว่าเยวี่ยจีและหญิงสาวคนอื่นคิดจะไปเช่นกัน”
หลิวเหยียนกล่าว
“ให้พวกนางทำตามใจชอบเถอะ”
ต่งว่านไจกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
ขณะทั้งสองสนทนากันอยู่นั้น ใครบางคนเข้ามาอย่างร้อนรนจาก
ด้านนอกพลางตะโกนว่า
“พรรคเทียนหวู่ส่งข่าวมาแล้ว!”
“พวกเขาว่ายังไงบ้าง?”
ทั้งต่งว่านไจและหลิวเหยียนดูกระตือรือร้นกับข่าว
“พวกเขาบอกว่าไม่สามารถติดต่อผู้ฝึกยุทธ์ในพื้นที่นั้นได้ พรรค
เทียนหวู่บอกว่าสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล ทำให้ส่งยอดฝีมือไป
ตรวจสอบ”
เขาตอบ
“เขตปกครองหลิวเยี่ยนส่งข่าวมาแล้ว!”
อีกคนรีบเข้ามาอย่างหวาดกลัวราวกับหายใจออกมาเป็นไฟ
“พวกเขาบอกว่าสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายระบุตัวตนไม่ได้รุกรานเมือง
จำนวนมากในอาณาเขตของเขตปกครองหลิวเยี่ยนและสังหารทุกคน
สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายเหล่านั้นได้ก็ฉีกกระชากและกินพวกเขาอย่างดิบ
เถื่อน!”
ต่งว่านไจและหลิวเหยียนซีดเผือดในที่สุดเมื่อได้ยินเช่นนี้
ตอนนี้เองที่ในที่สุดเขาตระหนักได้ว่าการจากไปของฉินเลี่ยไม่ใช่
การเคลื่อนไหวหุนหันพลันแล่น
“จ้าวตำหนัก! กองกำลังทาสระดับเหล็กดำทางตะวันตกไกล
จากเมืองศิลาจันทราหนึ่งพันกิโลเมตรส่งข้อความฉุกเฉินมาว่าพวกเขา
ถูกโจมตีโดยผู้มาเยือนเหล่านั้น พวกเขาเกือบทุกคนถูกฆ่า!”
“ผู้มาเยือนเหล่านี้โหดเหี้ยมและกระหายเลือดอย่างเหลือเชื่อ ผู้
ฝึกยุทธ์ที่ตายด้วยมือของพวกมันถูกกินทั้งเป็น!”
สีหน้าของต่งว่านไจเปลี่ยนไปอีกครั้ง
ไม่นานหลังจากข้อความแรกถูกส่งมา กองกำลังระดับเหล็กดำ
จำนวนมากภายใต้ตำหนักบูชาจันทราส่งข้อความฉุกเฉินแบบเดียวกัน
สิ่งที่คล้ายกันนี้กำลังเกิดขึ้นทั่วทวีปซานเหลิง คนนับแสนถูกฆ่า
โดยผู้มาเยือนอย่างโหดเหี้ยม
จากที่พวกเขาทราบมา ดูท่ากองกำลังเหล่านี้ไม่สามารถรับมือ
ศัตรูได้เลย ทุกแนวป้องกันกำลังพังทลาย
ต่งว่านไจวิตกกังวลพลางสั่งให้หลิวเหยียนแจ้งสำนักสังหาร
เกี่ยวกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกปางตายของทวีปซานเหลิง
ทั้งเขตปกครองหลิวเยี่ยนและพรรคเทียนหวู่รายงานเรื่องนี้ให้
เฉินขุยทราบแล้ว
เหลยเหยียนยังไม่เดินทางออกจากสำนักสังหารในตอนนั้น
“สถานการณ์เลวร้ายมาก!”
เมื่อเฉินขุยได้รับข่าวล่าสุดจากพรรคเทียนหวู่และเขตปกครองหลิว
เยี่ยน เขาเรียกทุกคนมาพลางออกคำสั่งว่า
“บอกคนที่ปลีกตัวอยู่ให้ออกมาเดี๋ยวนี้เลย ฉู่หลี มุ่งหน้าไปหุบ
เขาเทพอสนีบาตคำรามแล้วแจ้งบรรพบุรุษ
สังหารเรื่องสถานการณ์นี้ให้ทราบ เหลยเหยียน ติดต่อเฮยซื
อเท่อจากเผ่าพันธุ์อสูร แจ้งพวกเขาถึงสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
นี้!”
สำนักสังหารพลันป่วนวุ่นวายขึ้นมา
ยอดฝีมือจำนวนมากที่หลบซ่อนเพื่อทำสมาธิเงียบ ๆ ชั่วคราว
หยุดการกระทำลงหลังทราบข่าวนี้
อุปกรณ์วิญญาณบินได้ขนาดยักษ์จำนวนมากทะยานสู่ท้องนภา
ของทวีปเทียนจี้ขณะบินตรงไปทวีปซานเหลิง
ภายใต้คำสั่งของเฉินขุย เครื่องจักรสงครามยักษ์ของสำนักสังหาร
กลับมามีชีวิตอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ ฉินเลี่ยออกจากทวีปซานเหลิงไปแล้ว
ครั้งนี้ เขาไม่ชักช้าขณะมุ่งตรงไปทวีปเทียนจี้
ระหว่างทาง หลินเหลียงเอ๋อร์เข้าไปในไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
ด้วยตนเองเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของจิตวิญญาณ
วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหลหกตัวเองก็หยุด
กวนเขาหลังจากกลืนผลึกแปลกประหลาดเหล่านั้นเข้าไป พวกมันเข้าสู่
การหลับลึกอีกครั้ง
“ครืนน!”
เสียงอสนีบาตรดังก้องจากส่วนลึกภายในหมู่เมฆ ทำให้ฉินเลี่ย
ระวังตัว
เขาหยุดรถม้าพลางมองที่มาของเสียง น่าแปลก เขาเห็นเรือ
ยาวสองพันเมตรที่สร้างจากเหล็กดำจำนวนสามลำกำลังเคลื่อนผ่านหมู่
เมฆราวกับมังกรดำ
“เป็นสำนักสังหาร!”