Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 745: เทียนอวี๋
“เป็นความจริงที่เดิมทีข้าขาดหินวิญญาณเพื่อ
ขอรับบริการการหลอมอุปกรณ์จากเจ้า พี่ใหญ่ลั่ว”
ตู้เซี่ยงหยางยังคงยิ้มสดใสโดยไม่สนใจคำ
เย้ยหยันของลั่วเข่อซิน
“แต่โชคอยู่ข้างข้าตอนอยู่ในสุสานเทพ ฮ่าฮ่า
ไม่เพียงแค่ข้าได้รับผลึกเพลิงสวรรค์จำนวนมาก
จากที่นั่น
ข้ายังหาทางนำศพชนชั้นนำโบราณกลับมาที่
สำนักได้อีกด้วย ผลที่ได้
ตอนนี้ข้ามีหินวิญญาณและวัตถุดิบที่จำเป็น
ต่อการขอแล้ว พี่ใหญ่ลั่ว”
ใบหน้างดงามของลั่วเข่อซินพลันมืดมน
นางไม่อาจอดกลั้นที่จะพ่นลมออกจมูกได้
ไม่เพียงแค่เฝิงอี้โหยวจากสำนักเทียนชี่จะล้ม
เหลวในการได้รับวัตถุดิบวิญญาณมีค่าจากสุสาน
เทพเท่านั้น เขายังเสียคนเป็นจำนวนมากอีกด้วย
ความจริง ศิษย์สำนักเทียนชี่ทุกคนที่เข้า
สุสานเทพยกเว้นเฝิงอี้โหยวถึงแก่ความตาย เขา
หลบหนีมาได้ก็เพราะความช่วยเหลือของเจียงจู่เจื๋อ
อุปกรณ์วิญญาณบางชิ้นของเฝิงอี้โหยวเอง
ก็ได้รับความเสียหายระหว่างการต่อสู้ที่สุสานเทพ
เหตุผลที่ตู้เซี่ยงหยางจงใจหยิบยกความ
พยายามในสุสานเทพและรางวัลขึ้นมานั้นก็เพื่อข่ม
ลั่วเข่อซิน
“แต่แน่นอน ข้าเข้าใจว่าหินวิญญาณแค่
นั้นไม่มากพอจะจูงใจเจ้าได้ พี่ใหญ่ลั่ว ความรู้สึก
ของเจ้าเป็นส่วนสำคัญของแรงจูงใจเช่นกัน ใช่หรือ
ไม่? ข้าเข้าใจเป็นอย่างดี”
ตู้เซี่ยงหยางส่ายหน้าพลางถอนหายใจขณะ
เผยรอยยิ้มยั่วโมโหบนใบหน้า
“ข้าสงสัยจริงว่าจะสามารถให้เจ้าหลอม
อุปกรณ์วิญญาณเพื่อข้าได้หรือไม่ พี่ใหญ่ลั่ว
จะพูดให้ถูกก็คือ เจ้า… ไม่ใช่ผู้สร้างเพียง
คนเดียวที่อยู่ในสำนักเทียนชี่
ศิษย์พี่ลั่ว ไม่สงสัยเลยว่ายังมีผู้สร้างอีก
มากทั่วดินแดนแห่งความโกลาหล ข้ามั่นใจว่าย่อม
ต้องมีคนที่หลอมอุปกรณ์ได้เก่งกว่าพี่ใหญ่ลั่วอย่าง
แน่นอน”
“ถ้าเจ้าไม่ตามติดฉินเลี่ยเหมือนสุนัข เจ้า
คงตายอยู่ในสุสานเทพไปแล้ว ตู้เซี่ยงหยาง!”
เฝิงอี้โหยวเย้ยหยัน
“โห? งั้นเหรอ?”
ตู้เซี่ยงหยางกล่าวด้วยนํ้าเสียงแปลกประหลาด
ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา
“แล้วเจ้าล่ะ? ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าเจ้าหาทาง
รอดจากการระเบิดครั้งสุดท้ายนั่นมาได้ยังไง
เท่าที่ข้ารู้มา เจียงจู่เจื๋อจากสำนักอสูรโลหิต
คือคนสุดท้ายที่อยู่ภายในสุสานเทพ ผู้ฝึกยุทธ์พลัง
ระดับอมตะ… สามารถเป็นคนช่วยชีวิตเจ้าได้หรือ
เปล่า?”
ความจริงที่เจียงจู่เจื๋อและสำนักเทียนชี่มีข้อ
ตกลงลับร่วมกันไม่ใช่ความลับต่อกองกำลังระดับ
เงินจำนวนมากอีกต่อไป
แม้กระทั่งตู้เซี่ยงหยางก็ได้ยินข่าวลือว่า
เจียงจู่เจื๋อคือเหตุผลที่เฝิงอี้โหยวรอดจากความตาย
มาได้ นั่นคือสาเหตุที่เขาหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา
“ข้ายังได้ยินอีกว่าบุตรชายของเจียงจู่เจื๋อ
เจียงเทียนซิงคือศิษย์ของสำนักเทียนชี่ เรื่องนี้มัน
ช่างน่าสนใจจริง ๆ”
ฉู่หลีเองก็ผสมโรงขณะยิ้ม
“สำนักอสูรโลหิตจากเกาะตะวันยอแสง
คือสำนักอสูรโลหิตดั้งเดิม!”
เสวี้ยโม่เหยียนกล่าวอย่างเย็นชา
“พ่อลูกเจียงนั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกข้า”
ลั่วเข่อซินพ่นลมออกจมูก
“ข่าวลือมันก็แค่ข่าวลือ ผู้คนใส่ร้ายป้ายสี
สำนักเทียนชี่มาหลายปีแล้ว พวกข้าไม่มีเหตุผลที่จะ
ต้องมาอธิบายทุกสิ่งที่เสียงลือเสียงเล่าอ้างบอก
กล่าวมา”
นางรู้ว่าความขัดแย้งของเจียงจู่เจื๋อคนนั้น
ไม่อาจสลัดชื่อเสียงทางลบของพวกเขาในฐานะ
คนนอกรีตไปได้จนถึงทุกวันนี้
นั่นทำให้ต้องยอมรับว่าสำนักเทียนชี่มีความ
ข้องเกี่ยวกับเจียงจู่เจื๋อจริง
“พวกเจ้าอยู่ที่นี่กันครบเลย”
ตอนนี้เองที่อวี้เหมินจากขุนเขาว่านโช่วเดิน
เข้ามาพร้อมกับเด็กสาวน่ารักแต่หยาบกร้าน
เด็กสาวมีผิวสีทองแดง รูปลักษณ์งดงามคล้าย
กับเต็มไปด้วยพลังที่ระเบิดออกมา
เส้นผมถูกถักเป็นเปียจำนวนมาก ด้วย
เหตุผลบางอย่างที่เปียถึงกับส่งเสียงเหมือนกับ
สายลมพัดผ่านยามแกว่งไกวตามฝีเท้าของนาง
สีหน้าของฉู่หลีและคนอื่นเปลี่ยนไปเล็ก
น้อยเมื่อเห็นนางมาพร้อมกับอวี้เหมิน
แม้กระทั่งลั่วเข่อซินก็ดูผิดธรรมชาติเล็ก
น้อยเมื่อเห็นการมาถึงของเด็กสาว นางขมวดคิ้ว
“ทำไมเจ้ามาที่นี่ด้วย เทียนอวี๋”
“ข้าได้ยินมาจากอวี้เหมินว่าฉินเลี่ยคนนั้นมี
โครงสร้างกายภาพที่เหนือกว่าเขา
ฉะนั้นข้าจึงอยากเห็นเขาด้วยตาตัวเอง” เด็ก
สาวยิ้มใสซื่อ
เด็กสาวมีนามว่าเทียนอวี๋ ชื่อของนางฉี
หยางเป็นคนตั้งให้ ตามหลักแล้ว ชื่อของนางมี
ความหมายว่า “หยกนภา”
นอกจากนั้น นางคือศิษย์พี่ของอวี้เหมินและ
มีฐานะพิเศษในขุนเขาว่านโช่ว
มีข่าวลือว่าเทียนอวี๋ถูกฉีหยางเก็บมาเลี้ยง
จากแคว้นรกร้างที่ไกลห่างจากดินแดนแห่งความ
โกลาหล นางสำแดงศักยภาพมหาศาลออกมาหลัง
จากกลับมาที่ขุนเขาว่านโช่ว
วิชาฝึกฝนขุนเขาว่านโช่วทุกคนล้วนง่ายดาย
สำหรับเทียนอวี๋
ร่างกายของนางคล้ายกับเต็มไปด้วยรากฐาน
พละกำลังไร้ที่สิ้นสุด พละกำลังนี้เหมาะสำหรับวิชา
ของขุนเขาว่านโช่ว
ด้วยการผสานสองสิ่งนี้ นางได้รับพลังการ
ต่อสู้ที่น่าหวาดกลัว
มีอาจารย์จำนวนมากที่แอบคิดว่าเทียนอวี๋
ครอบครองสายเลือดสัตว์ร้ายโบราณในร่างกาย
พวกเขาล้วนยอมรับว่าเทียนอวี๋คือผู้ฝึกยุทธ์
อันดับหนึ่งของรุ่นปัจจุบันในด้านโครงสร้างการ
ฝึกฝน
ถ้านางไม่เกิดมาเป็นหญิง นางจะเป็นผู้ลง
สมัครที่เหมาะสมมากกว่าอวี้เหมินเพื่อกลายเป็น
จ้าวขุนเขาในอนาคตของขุนเขาว่านโช่ว
ความจริง นางแข็งแกร่งกว่าอวี้เหมิน
น่าเสียดาย จ้าวขุนเขาของขุนเขาว่านโช่วไม่เคยมี
เพศหญิงได้ขึ้นครองมาก่อน และจะไม่มีวันนั้นเช่น
กัน
ด้วยเหตุนี้อาจารย์จากขุนเขาว่านโช่วจึง
ทุ่มเททรัพยากรให้อวี้เหมินแทน
ทั้งเทียนอวี๋และอวี้เหมินล้วนกำพร้ามาตั้งแต่
เด็ก
อวี้เหมินใช้ชีวิตกับสัตว์ตอนเด็ก เขาสามารถ
เข้าใจภาษาสัตว์ได้ เมื่อเขาถูกพามาที่ขุนเขาว่าน
โช่วครั้งแรก เขาไม่สามารถสนิทกับทุกคนได้เพราะ
เขาเหมือนกับลูกสัตว์ที่เข้าสู่สังคมมนุษย์
ภายหลัง เทียนอวี๋และอวี้เหมินจับคู่กันภาย
ใต้ข้อตกลงของฉีหยาง เทียนอวี๋สอนอวี้เหมินอย่าง
ช้า ๆ ถึงการปรับตัวให้ชินกับโลกมนุษย์ รวมถึงการ
พูดภาษามนุษย์
นั่นคือสาเหตุที่เทียนอวี๋และอวี้เหมินสนิท
กันมาก
พวกเขาอาจจะไม่ได้มีสายเลือดร่วมกัน แต่
พวกเขาสนิทกันยิ่งกว่าพี่น้องจริง ๆ
“ฉินเลี่ยอยู่ที่ไหน? พวกข้าอยากซ้อมมือ
กับเขา!”
อวี้เหมินชำเลืองมองฉู่หลีอย่างก้าวร้าว
ลั่วเข่อซินหัวเราะคิกคัก
“ช่างบังเอิญเสียจริง ศิษย์น้องเฝิงและข้าอยาก
พบดาวดวงใหม่ของสุสานเทพดวงนี้เช่นกัน”
“ฉินเลี่ยคนนั้นอยู่ที่ไหน ฉู่หลี”
เทียนอวี๋ถามพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ
“เขายังไม่เลิกเก็บตัว”
คำตอบของฉู่หลีระมัดระวังมากขึ้นอย่าง
เห็นได้ชัดเมื่อเผชิญหน้ากับเทียนอวี๋ เขาถึงขั้น
เปลี่ยนนํ้าเสียงการพูดให้อ่อนลงด้วย
“เขากำลังศึกษาความลับของอสนีบาตตั้งแต่
ที่ได้สนทนากับอาจารย์ข้า
ครึ่งเดือนมาแล้วตั้งแต่ที่เขาโผล่หน้ามาให้
ข้าเห็น อีกอย่าง อาจารย์ข้าสั่งว่าห้ามใครรบกวน
หรือปลุกเขาจากการเก็บตัวจนกว่าเขาจะออกมาเอง
”
“เช่นนี้เอง”
เทียนอวี๋พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“ไม่เป็นไร พวกข้ามีเวลาเหลือเฟือ ข้าสามารถ
สู้กับเขาหลังจากเสร็จสิ้นกิจธุระได้”
“เจ้าอยากสู้กับฉินเลี่ยหรือ?”
ฉู่หลีดูประหลาดใจสักพักก่อนจะยิ้มบิดเบี้ยว
ออกมา
“เจ้าเหนือกว่าเขาสองขั้น!”
เหมือนกับลั่วเข่อซิน เทียนอวี๋คือผู้ฝึก
ยุทธ์พลังระดับสำนึกขั้นท้าย ด้วยเหตุนี้แม้แต่ลั่ว
เฉินและฉู่หลีก็ยังนับนางเป็นศิษย์พี่
“ข้าไม่ใช้พลังวิญญาณ”
เทียนอวี๋หัวเราะคิกคักพลางโบกหมัดครั้ง
หนึ่ง ทำให้เสียงแหลมดังคมปลาบดังก้องผ่าน
อากาศ
“ข้าใช้สิ่งนี้”
ตู้เซี่ยงหยางและลั่วเฉินยืนอยู่ข้าง ๆ เมื่อ
พวกเขาเห็นเทียนอวี๋กวัดแกว่งหมัดและคล้ายกับจะ
ทำลายพลังวิญญาณโลกที่อยู่ตรงหน้า ความตก
ตะลึงพลันท่วมท้นใบหน้า
พวกเขารู้ว่าโครงสร้างของฉินเลี่ยน่าหวาด
กลัวจริง แต่เทียนอวี๋ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นลูกผู้หญิง
ของดินแดนแห่งความโกลาหล
แทบทุกคนรู้ว่าเทียนอวี๋คือผู้ฝึกยุทธ์ที่มี
โครงสร้างกายภาพแข็งแกร่งที่สุดในรุ่น ถึงขั้นที่
ข่าวลือว่าสายเลือดของนางพิเศษและแตกต่างจาก
คนอื่น
สหายผิดมนุษย์เช่นนางไม่อาจตัดสินด้วย
สามัญสำนึกได้ พวกเขาไม่รู้ว่าฉินเลี่ยในตอนนี้
ครอบครองคุณสมบัติที่จะสู้กับนางหรือเปล่า
“บางทีหมอนั่นซ่อนตัวเองก็เพราะรู้ว่าพวกข้าจะ
มาหรือเปล่า?”
ลั่วเข่อซินบ่น
“อาจจะเป็นเช่นนั้นก็ได้”
เฝิงอี้โหยวเย้ยหยัน
“ไม่เป็นไร อีกสองวันให้หลังค่อยมาดูอีกที”
เทียนอวี๋ไม่กล่าวอะไรอีก นางกำลังวางแผน
จะจากไปตั้งแต่ที่ทราบว่าฉินเลี่ยคนนั้นเก็บตัวอยู่
ความจริง นางแค่จะเดินดูรอบ ๆ แล้วจาก
ที่นี่หลังจากพูดเช่นนี้จบแล้วเท่านั้น
อวี้เหมินที่มีใบหน้ามืดมนไม่คิดเสียลม
หายใจเช่นกัน เหมือนกับเทียนอวี๋ เขากำลัง
วางแผนจะมาอีกในสองวันให้หลัง
มีผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากจากกองกำลังระดับเงินอยู่
รอบกาย คนเหล่านี้กำลังสังเกตการลับฝีปากของผู้
ฝึกยุทธ์ผู้น้อยเหล่านี้ด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง
เมื่ออีกฝ่ายบอกว่าฉินเลี่ยคนนั้นจะไม่ปรากฏตัว
และเทียนอวี๋กำลังจะจากไปด้วยความผิดหวัง พวก
เขารู้สึกผิดหวังเช่นกัน
“เห็นได้ชัดว่าช่วงนี้คนชื่อฉินเลี่ยค่อนข้าง
โด่งดัง ข้าได้ยินมาว่าเขาครอบครองพลังบางอย่าง
เอาไว้
ข้าคิดว่าเขาจะปรากฏตัวเพื่อพบเจอกับการ
ท้าทายเสียอีก แต่ข้าว่าเขามันก็แค่คนขี้ขลาดอยู่ดี”
ผู้ฝึกยุทธ์สำนักเทียนชี่คนหนึ่งกอดแขน
พลางหัวเราะด้วยนํ้าเสียงแปลกประหลาด
“เขาถูกเล่าขานเกินจริงไป นั่นแหละเขา”
ผู้ฝึกยุทธ์ขุนเขาว่านโช่วคนหนึ่งเย้ยหยัน
“ข้าก็คิดเช่นนั้น ข้าได้ยินว่าเขามาจากทวีป
ขนาดเล็กภายใต้ขุนเขาดาบสวรรค์ คนจากทวีป
ขนาดเล็กไร้นามนั่นจะทรงพลังขนาดนั้นได้อย่างไร
?”
“นั่นมันก็จริง”
“น่าขันสิ้นดีที่พวกเราคาดหวังในตัวเขาเอาไว้สูง”
“ฮ่าฮ่า”
ผู้ฝึกยุทธ์สำนักเทียนชี่และขุนเขาว่านโช่ว
จำนวนมากกำลังเย้ยหยันฉินเลี่ย ถึงขั้นมีผู้ฝึกยุทธ์
สำนักปีศาจลวงตาบางคนที่กำลังมองภาพดังกล่าว
ด้วยสายตาเย็นชาและเหยียดหยันเช่นกัน
ตั้งแต่ตัวตนของเสวี้ยโม่เหยียนถูกเปิด
เผยออกมาและสถานะของนางเปลี่ยนไป
จากศิษย์ของสำนักปีศาจลวงตาไปเป็นธิดา
ของเสวี้ยลี่จากสำนักอสูรโลหิต ศิษย์สำนักปีศาจ
ลวงตาจำนวนมากเริ่มไม่ชอบนาง
คนเหล่านั้นที่เคยปฏิบัติต่อนางด้วยความ
เคารพกลับเปลี่ยนไปมากในระยะเวลาอันสั้น พวก
นางมักจะแสดงสีหน้าเย้ยหยันออกมา
ในสายตาพวกนาง สำนักอสูรโลหิตในตอน
นี้ไม่ควรค่าแก่การเทียบกับสำนักปีศาจลวงตา
“เปรี้ยง!”
ตอนนี้เองที่เสียงอสนีน่าหวาดกลัวพลัน
ดังขึ้นจากห้องพักด้านหลังผู้น้อยที่ฉินเลี่ยเก็บตัว
อยู่ในตอนนี้
สายตาของทุกคนมองตามที่มาของเสียงอึกทึก