Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 779: ผู้เป็นใหญ่
รอยยิ้มแปลกประหลาดปรากฏบนใบหน้าของฉินเลี่ย
การเลื่อนระดับนี้เกิดกับเขาโดยไม่ทันตั้งตัวพอสมควร
ยังไงซะ ที่เขาทำก็คือการงีบหลับอย่างต ่าถึงสามเดือน
หลังจากตื่นขึ้นมา ไม่เพียงแค่เขาเลื่อนระดับสู่ขั้นกลางของ
พลังระดับสำนึก ทำให้ทะเลวิญญาณ ทะเลสาบจิตวิญญาณ
และพลังวิญญาณมีปริมาณมากขึ้นจากผลลัพธ์ดังกล่าว
เท่านั้น เขาถึงขั้นทราบความลับจำนวนมากของสาม
เผ่าพันธุ์กูลและมังกรชั่วร้ายอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เขาทราบ
เคล็ดวิชาวิญญาณตระกูลเลี่ยเยี่ยนนาม “วงแหวนตะวัน
ร้อนแรง”
ทั้งหมดนี้ล้วนเกินกว่าที่จินตนาการเอาไว้
“พวกเราออกไปตอนนี้เลยไหม?” มังกรชั่วร้ายด้านล่างเขา
ถาม
“ไปได้เลย!” ฉินเลี่ยพยักหน้า
มังกรชั่วร้ายสามตัวที่อยู่ด้านหลังเพื่อปกป้องเขาทะยานสู่
ท้องนภาพร้อมเพรียงขณะแผดเสียงคำราม พวกมันปรากฏ
ตัวด้านนอกเกาะเจ็ดตาในพริบตา
บอลเพลิงสีเขียวลอยอยู่ในท้องนภาราวกับตะเกียงสีเขียว
ขณะลุกโชนพร้อมกับไอที่คล้ายกับสามารถกัดกร่อนทุกสิ่ง
ได้
เอ่อร์ปั๋วเท่ออยู่ใจกลางบอลไฟสีเขียวเหล่านั้น
ขณะนำโดยกู่ถัวจากเผ่าพันธุ์มนุษย์มังกรและชื่อเหยี่ยนจาก
เผ่าพันธุ์กิ้งก่า ลูกน้องของทั้งสองกำลังโอบล้อม โจมตีและ
ส่งเสียงดังใส่เอ่อร์ปั๋วเท่อ
“เจ้าพวกมดโง่เง่า!”
เอ่อร์ปั๋วเท่อคำรามอย่างเกรี้ยวกราดขณะฉีกกระชาก
ร่างกายด้วยกรงเล็บ ทำให้ฝนเลือดเนื้อตกลงจากท้องนภา
มนุษย์มังกรและมนุษย์กิ้งก่าจำนวนมากถูกฉีกเป็นชิ้นเนื้อที่
ตกลงสู่ทะเล
ที่เบื้องล่าง มังกรชั่วร้ายหกตัวที่ตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดอ้า
ปากแล้วกลืนชิ้นเนื้อลงท้อง
ขณะส่องแสงราวเงาแสงสว่างสองก้อน กู่ถัวและชื่อเหยี่ยน
กำลังพุ่งเข้ามาแล้วโจมตีเอ่อร์ปั๋วเท่ออย่างต่อเนื่อง
ชื่อเหยี่ยนมีหางกิ้งก่าอยู่ด้านหลัง ทุกครั้งจะกวัดแกว่งจาก
ข้างหนึ่งไปข้างหนึ่งจนทำให้อากาศระเบิด
เขาอัญเชิญเงากิ้งก่ายักษ์ด้วยพละกำลังขณะคล้ายกับหลอม
รวมเข้าไป เขาพยายามกดให้เอ่อร์ปั๋วเท่อลง
กู่ถัวแผดเสียงคำรามคล้ายมังกรดังสนั่นออกมาขณะลำแสง
ที่เต็มไปด้วยไอศักดิ์สิทธิ์มหาศาลออกตรงแสกหน้า
ลำแสงคล้ายกับมีพลังทะลวงอย่างเหลือเชื่อ
“มังกรทะยานสู่สวรรค์ทั้งเก้า!”
กู่ถัวส่ายหน้าไปด้านหลังและหน้า ลำแสงในดวงตา
เปลี่ยนเป็นรูปทรงมังกรขณะเคลื่อนเข้าหาลูกตาของเอ่อร์
ปั๋วเท่อ
“เจ้าพวกโง่ที่ไม่แม้แต่จะครอบครองพลังสายเลือดกล้าเล่น
งานข้างั้นหรือ?”
เอ่อร์ปั๋วเท่อหัวเราะด้วยท่าทางเย้ยหยันก่อนจะกางปีก
ขนาดใหญ่ออก พวกมันใหญ่จนแทบจะปกคลุมดวงตะวัน
ได้
“เกล็ดมังกรร่างทอง!”
ลำแสงสีทองก่อตัวขึ้นจากเกราะเกล็ดแน่นหนาของร่างกาย
เอ่อร์ปั๋วเท่อ พวกมันดูเป็นประกายและสะดุดตา
เอ่อร์ปั๋วเท่อพลันดูเหมือนกับมังกรทองที่สร้างจาก
ของเหลวสีทอง
ฉับพลัน มันให้ความรู้สึกไร้พรมแดน ทรงพลัง ทรงเกียรติ
และน่าหวาดกลัว
การโจมตีผสานของกู่ถัวและชื่อเหยี่ยนถึงกับไม่อาจทำ
อะไรเกล็ดมังกรทองได้
เอ่อร์ปั๋วเท่อวาดกรงเล็บตรงอากาศรอบข้าง
มนุษย์มังกรและมนุษย์กิ้งก่าจำนวนมากตายภายใต้การ
โจมตีของมันอีกครั้ง
แม้กระทั่งกู่ถัวและชื่อเหยี่ยนได้รับบาดเจ็บลึกไปถึงกระดูก
หลังจากกรงเล็บสีทองหายไป
“พวกข้าจะกลับมา เจ้ามังกรชั่วร้าย!”
กู่ถัวตะโกนอย่างตื่นตระหนกก่อนจะวิ่งหนีจากที่นั่น เขา
กลัวที่จะอยู่นานกว่านี้
ชื่อเหยี่ยนเองก็วิ่งหนีพร้อมกับมนุษย์กิ้งก่าที่ไล่หลังมา
“หือ? แค่นี้หรือ?”
ฉินเลี่ยไม่มีเวลาเป็นสักขีพยานศึกโชกเลือดที่จบลงด้วยชัย
ชนะของเอ่อร์ปั๋วเท่อ เขาเพียงเห็นซากศพมนุษย์มังกรและ
มนุษย์กิ้งก่าที่ตกลงไปในทะเลเท่านั้น
“เอาอาหารมาส่งเองแท้ ๆ เจ้าโง่สองคนนั้น” เอ่อร์ปั๋วเท่อ
พ่นลมออกจมูกขณะยัดซากศพมนุษย์กิ้งก่าและมนุษย์มังกร
บางส่วนเข้าปาก “ในที่สุดเจ้าก็ตื่นเสียที”
“อืม” ขณะจ้องมองมนุษย์มังกรและมนุษย์กิ้งก่าที่กำลังวิ่ง
หนีอยู่นั้น ฉินเลี่ยถามว่า “ทำไมเจ้าไม่โจมตีเกาะของพวก
มันล่ะ?”
“มีสหายอันตรายบางส่วนปกป้องทะเลด้านล่างใกล้กับ
อาณาเขตของกู่ถัวและชื่อเหยี่ยน” เอ่อร์ปั๋วเท่องับปาก “ข้า
สามารถฆ่าพวกมันได้ แต่ข้าจะต้องได้รับบาดเจ็บเพื่อการ
นั้น เป็นไปได้มากที่สหายผู้หลบซ่อนลึกอยู่ภายในดินแดน
หายนะอาจจะตัดสินใจโจมตีข้าเพื่อได้รับเนื้อมังกรหรือ
เลือดมังกรยามที่ข้าได้รับบาดเจ็บ”
“โห งั้นเหรอ แสดงว่าแม้แต่เจ้าก็ยังมีสิ่งที่ต้องระวัง”
ฉินเลี่ยกล่าว
“พวกข้าเป็นแค่กลุ่มมังกรชั่วร้ายที่มีอยู่ในตอนนี้ ข้าเป็น
มังกรมีนามเพียงตัวเดียวที่หลงเหลืออยู่ในโลกใบนี้ เวลาได้
เปลี่ยนไปแล้ว พวกข้าไม่อาจลงมือได้ดั่งที่ต้องการเหมือน
ในอดีต พวกข้าทำได้เพียงเชื่อฟังกฎและรับรู้วิธีที่จะ
ปกป้องตัวเอง” เอ่อร์ปั๋วเท่อเศร้าโศก
“นั่นไม่จริงหรอก เจ้าไม่รู้หรือว่ามีมังกรชั่วร้ายอีกสองตัว
อยู่ในอาณาจักรวิญญาณ?” ฉินเลี่ยยิ้ม
แววตาสีเขียวอันตกตะลึงของเอ่อร์ปั๋วเท่อปรากฏขึ้น “ข้ารู้
ถึงตัวตนของพวกเขา แต่ข้าไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน
ข้ารู้ว่าพวกเขาแยกจิตวิญญาณจากร่างกายเพื่อคงชีวิตเอาไว้
เหมือนกับพวกข้า พวกข้าทำเพื่อปกปิดไอมังกรพิเศษและ
หลบซ่อนจากมนุษย์และเผ่าพันธุ์ทรงพลังอื่น ๆ แต่ข้าไม่รู้
ว่าพี่น้องสองตัวนี้กำลังหลบซ่อนอยู่ที่ใด”
“ข้ารู้” ฉินเลี่ยยิ้ม
“เจ้าต้องได้ความทรงจำมากมายที่เกี่ยวกับพวกข้าจาก
อาณาจักรโลหิตโกลาหลอย่างแน่นอน” เอ่อร์ปั๋วเท่อด้วย
ความประหลาดใจระคนยินดี
“ใช่แล้ว ในตอนนั้น เผ่าพันธุ์เทพจากอาณาจักรวิญญาณ
พร้อมยอดฝีมือของเผ่าพันธุ์เจ้าเป็นจำนวนมาก แต่ว่า มิติ
ภายนอกอันตรายและโหดเหี้ยมอย่างไม่มีสิ้นสุด ผู้อ่อนแอ
ไม่สามารถใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ได้ ด้วยเหตุนี้
พวกเจ้าบางส่วนยังอยู่ที่อาณาจักรวิญญาณ เผ่าพันธุ์เทพ
และผู้อาวุโสไม่ทิ้งพวกเจ้าไป”
“พวกเขาเลือกสถานที่พิเศษจำนวนมากเพื่อให้คนของเจ้า
หลบซ่อน ใต้ดินของสุสานเจวี๋ยหยินคือหนึ่งในนั้น”
“อีกอย่าง มีสถานที่พิเศษอีกสองแห่งในดินแดนแห่งความ
โกลาหลที่คนของเจ้าอาจจะกำลังหลับใหลอยู่!”
ฉินเลี่ยประกาศอย่างจริงจัง
“พวกเขาอยู่ที่ไหน!?” เอ่อร์ปั๋วเท่อตื่นเต้นมากขึ้น
มังกรชั่วร้ายตัวอื่นเองก็กำลังบินไปมาอย่างมีชีวิตชีวา
“การตามหาพวกเขานั้นง่าย แต่การรวบรวมจิตวิญญาณเพื่อ
ปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลนั้นไม่ง่าย” ฉินเลี่ยขมวดคิ้ว
“มันก็จริง” แววตาของเอ่อร์ปั๋วเท่อหมองหม่น “เหตุผลที่
พวกข้าสามารถตื่นขึ้นได้ก็เพราะกูลสวรรค์เหล่านั้นสังหาร
ทุกชีวิตที่อยู่บนทวีปซานเหลิง เมื่อนานมาแล้ว ศิษย์นิกาย
บูชาจันทราสร้างค่ายกลปลุกปีศาจในใต้ดินสุสานเจวี๋ยหยิ
นด้วยวิชาลับที่หลงเหลืออยู่ ค่ายกลปีศาจเหล่านี้สามารถดึง
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของผู้ที่ตายในทวีปซานเหลิงและ
เปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นพลัง ช่วยให้พวกข้ารวบรวมจิต
วิญญาณได้อีกครั้ง”
“ถ้าสิ่งมีชีวิตบนทวีปซานเหลิงไม่ถูกสังหารอย่างรวดเร็ว
เพราะเผ่าพันธุ์กูลสวรรค์ ถ้าไม่มีจิตวิญญาณล้มตายที่นี่เป็น
จำนวนมาก คนของข้าคงไม่ตื่นขึ้นเร็วขนาดนี้”
“ข้าเชื่อว่าคนที่เหลือกำลังหลับใหลอยู่ที่ลับแห่งอื่นนั้นก็
ต้องการจิตวิญญาณมาเป็นเครื่องสังเวยในการปลุกให้ตื่น
ขึ้นมา”
เอ่อร์ปั๋วเท่อทราบดีว่ามันไม่ง่ายที่คนของมันจะตื่นขึ้นจาก
การหลับใหล
“มีสถานที่ที่อาจจะทำให้คนของเจ้าตื่นขึ้นได้ทันทีที่เวลา
มาถึงอยู่” ฉินเลี่ยกล่าวด้วยใบหน้าแปลกประหลาด
“มันเป็นที่ไหนกัน?” เอ่อร์ปั๋วเท่อรีบถาม
“ตำหนักเงาปฐพีในทวีปเทียนเมี่ย”
“กล่าวได้ว่าตำหนักเงาปฐพีอยู่ใต้เมืองเพลิงสีคราม ในอดีต
เมืองเพลิงสีครามคืออาณาจักรทรงพลังที่ฝังตระกูลสูงศักดิ์
ไว้ภายในตำหนักเงาปฐพี ตำนานกล่าวไว้ว่าตระกูลสูงศักดิ์
ของอาณาจักรโบราณนั้นครอบครองโลหิตมังกรที่แท้จริง
เท่าที่ข้าทราบเกี่ยวกับมังกรชั่วร้ายผ่านอาณาจักรโลหิต
โกลาหล ข้ามั่นใจว่ามีกลุ่มมังกรชั่วร้ายขนาดเล็กอีกกลุ่ม
กำลังหลบซ่อนใต้ตำหนักเงาปฐพี”
“ข้าเชื่อว่าอาณาจักรที่สูญหายไปนี้เคยเป็นอีกหนึ่งใน
สมาชิกของเจ้าใต้ตำหนักเงาปฐพี มังกรชั่วร้ายตัวนั้นถึงขั้น
มีคู่ครองกับมนุษย์ ให้กำเนิดลูกหลานที่ครอบครองเลือด
มังกรที่แท้จริง น่าเสียดาย อาณาจักรโบราณแห่งนั้นถูก
ทำลายไม่นานนักหลังจากการปรากฏตัวขึ้นของสำนักอสูร
โลหิต”
“โชคยังดี พวกเขาอาจจะเก็บความลับของตำหนักเงาปฐพี
เอาไว้ได้เพื่อไม่ให้มีใครนอกจากคนของตัวเองรู้”
“แน่นอน อาณาจักรโบราณแห่งนั้นหายไปนานแล้ว และ
สำนักอสูรโลหิตก็ออกจากทวีปเทียนเมี่ยไปนานแล้ว
เช่นกัน เมืองใหม่ถูกสร้างบนตำหนักเงาปฐพี มันมีนามว่า
เมืองเปลวเพลิงสีคราม มันเป็นของสามตระกูลใหญ่”
“ตอนนี้สถานการณ์บนทวีปเทียนเมี่ยอันตราย สามตระกูล
ใหญ่กำลังประมือกับเผ่าพันธุ์กูลปฐพี ผู้ฝึกยุทธ์มนุษย์
จำนวนมากตายในสงคราม ข้าเชื่อว่ามันจะช่วยให้คนของ
เจ้าที่อยู่ที่นั่นตื่นขึ้นมา”
ฉินเลี่ยอธิบายจบ
“พวกเราอาจจะต้องมุ่งหน้าไปทวีปเทียนเมี่ย!” เอ่อร์ปั๋วเท่อ
ร้องออกมา
“ไม่ ยังไม่ถึงเวลา” ฉินเลี่ยส่ายหน้า “อย่างแรก พวกเราไม่รู้
ว่าการต่อสู้ระหว่างเผ่าพันธุ์กูลปฐพีกับสามตระกูลใหญ่จบ
ลงหรือยัง อย่างที่สอง ตอนนี้มียอดฝีมือที่มีแท่นบูชาจิต
วิญญาณของนิกายเฮยวูอยู่บนทวีปเทียนเมี่ย ยังไม่นับที่สาม
ตระกูลใหญ่มียอดฝีมือที่มีแท่นบูชาจิตวิญญาณรวมอยู่ด้วย
ส่วนที่สำคัญที่สุด สามตระกูลใหญ่และนิกายเฮยวูคือศัตรู
คู่อาฆาตของข้า!”
“เจ้ากำลังจะบอกว่าพวกข้าเทียบพวกมันไม่ได้งั้นเหรอ?”
เอ่อร์ปั๋วเท่อพ่นลมออกจมูก
“ไม่ใช่ตอนนี้ อย่างน้อยน่ะนะ ต่อให้มังกรชั่วร้ายใต้
ตำหนักเงาปฐพีตื่นขึ้นมา อย่างมากก็มีมังกรชั่วร้ายมีนาม
สองตัว เช่นนั้น… พวกเราต้องรอ” ฉินเลี่ยแนะนำ
“เมื่อไหร่ถึงจะเหมาะกับการไปที่นั่น?” เอ่อร์ปั๋วเท่อถาม
“ข้าหลับมานานกว่าสามเดือน ข้าไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นที่
โลกนี้บ้าง ขอเวลาให้ข้าทราบเรื่องนี้ก่อนบอกคำตอบก็แล้ว
กัน” ฉินเลี่ยครุ่นคิดสักพักก่อนจะสั่งมังกรชั่วร้ายที่อยู่
ด้านล่างว่า “พาข้าไปเกาะที่บรรพบุรุษวายุทมิฬอยู่ที”
“ข้าจะไปกับเจ้า” เอ่อร์ปั๋วเท่อกล่าว
“ไม่มีปัญหา”
……
เกาะวายุทมิฬตั้งอยู่ลึกมากในดินแดนหายนะ มันใหญ่กว่า
เกาะเจ็ดตาถึงห้าเท่า เกาะวายุทมิฬโด่งดังไปทั่วดินแดน
หายนะ น้อยคนนักที่จะกล้าทำเรื่องเลวทรามที่นี่
นี่ก็เพราะบรรพบุรุษวายุทมิฬคือหนึ่งในวิญญาณชั่วร้ายที่
โด่งดังที่สุดในดินแดนหายนะ
มังกรชั่วร้ายเจ็ดตัวที่นำโดยเอ่อร์ปั๋วเท่อจากเกาะเจ็ดตาขณะ
พาฉินเลี่ยเข้าไปส่วนลึกของดินแดนหายนะ
ระหว่างทาง มีวิญญาณชั่วร้ายและเผ่าพันธุ์ต่างแดนจำนวน
มากกำลังจ้องมองมังกรชั่วร้ายด้วยความประหลาดใจขณะ
ลอบส่งข้อมูล
“กู่ถัวและชื่อเหยี่ยนนั่นเพียงหลบหนีออกจากเกาะเจ็ดตา
เดี๋ยวพวกมันก็มาล่าอีก”
“นี่คือครั้งที่สี่แล้วที่เจ้าพวกนั้นทำอะไรเกาะเจ็ดตาไม่ได้”
“ดูท่ามังกรชั่วร้ายที่ปกป้องเกาะเจ็ดตาจะทรงพลังมากจริง
ๆ ”
“แหงอยู่แล้ว! มังกรชั่วร้ายคือหนึ่งในเขี้ยวเล็บของเผ่าพันธุ์
เทพในตอนนั้นเชียวนะ พวกเขาจะไม่ทรงพลังได้ยังไง?”
“……”
วิญญาณชั่วร้ายและเผ่าพันธุ์ต่างแดนสนทนาถึงเรื่องมังกร
ชั่วร้าย
ระหว่างทางไปเกาะวายุทมิฬ เอ่อร์ปั๋วเท่อบินผ่านมิติอากาศ
ของเกาะ
มันไม่สนความจริงที่เกาะเหล่านี้เป็นที่ซ่องสุมของวิญญาณ
ชั่วร้ายและเผ่าพันธุ์ต่างแดนที่มีผู้ยิ่งใหญ่อาศัยอยู่
จ้าวเกาะเหล่านี้เพียงอยู่ขั้นท้ายของพลังระดับนิพพาน
เหมือนลาผู่ในอดีตเท่านั้น
แน่นอน พละกำลังของพวกเขาไม่ได้อยู่ในสายตาของเอ่อร์
ปั๋วเท่อ ด้วยเหตุนี้มันกล้าเมินกฎดังกล่าว
จ้าวเกาะเหล่านี้ทำได้เพียงสาปแช่งพร้อมก้มศีรษะขณะมอง
มังกรชั่วร้ายบินผ่านเกาะไป พวกเขาไม่กล้าหยุดอีกฝ่าย
แล้วประกาศว่านี่คืออาณาเขตของตัวเอง
นี่ก็เพราะพละกำลังของพวกเขาต่างชั้นกันมาก
แต่ว่า เมื่อเอ่อร์ปั๋วเท่อผ่านเกาะเหล่านั้นและเข้าลึกไปใน
ดินแดนหายนะ มันพลันเริ่มควบคุมตัวเอง
เมื่อพวกมันบินผ่านเกาะที่อยู่ใกล้เกาะวายุทมิฬมากที่สุด
เอ่อร์ปั๋วเท่อจะเลี้ยวออกจากทางนั้นเพื่อไม่ให้บินข้ามเกาะ
ไป
“จ้าวเกาะแห่งนี้มีนามว่ากษัตริย์ปีศาจกระดูกขาว เขา
อันตรายยิ่งกว่ากู่ถัวและชื่อเหยี่ยนรวมกันเสียอีก”
“เกาะที่อยู่ด้านหน้านี้มีนามว่าเกาะอัญเชิญจิตวิญญาณ มัน
คืออาณาเขตของพระแม่ภูตผีอัญเชิญจิตวิญญาณ หญิงชรา
คนนั้นไม่ใช่แมลงหวี่เช่นกัน”
“เกาะที่อยู่ด้านขวานั้นคือเกาะทารกปีศาจ มันคืออาณาเขต
ของเด็กทารกปีศาจ นิสัยของเขาแย่มาก พวกเราต้องบิน
รอบเกาะของเขาด้วย”
เอ่อร์ปั๋วเท่อระมัดระวังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากเข้า
มาลึกในดินแดนหายนะ มันจะอธิบายเกี่ยวกับเกาะและจ้าว
เกาะให้ฉินเลี่ยฟังทุกครั้งที่วนผ่านไป
ฉินเลี่ยยิ้มบิดเบี้ยวแทนคำตอบ
กษัตริย์ปีศาจกระดูกขาว พระแม่ภูตผีอัญเชิญจิตวิญญาณ
และเด็กทารกปีศาจคือคนที่ทำให้คนอื่นปวดหัวเหมือนกับ
บรรพบุรุษวายุทมิฬ พวกเขาคือผู้เป็นใหญ่ที่ใช้ชีวิตใน
ดินแดนหายนะมาหลายปีจนทำให้ทุกคนกลัวเกรง
แม้กระทั่งมังกรชั่วร้ายระดับแปดอย่างเอ่อร์ปั๋วเท่อยังต้อง
บินเลี่ยงเกาะเหล่านี้เพื่อไม่ปะทะกับอีกฝ่าย แสดงให้เห็นว่า
พวกเขาน่าหวาดกลัวมากแค่ไหน
บางครั้ง แม้แต่ฉินเลี่ยก็คิดว่าวิญญาณชั่วร้ายและเผ่าพันธุ์
ต่างแดนที่ใช้ชีวิตในดินแดนหายนะสามารถเทียบได้กับเก้า
กองกำลังใหญ่ระดับเงินหากไม่มัวแต่ยุ่งกับการฆ่ากันเอง