Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 826: ถอยกลับ!
ทั้งสามสวมชุดคลุมที่มีตราถ ้าตูริน ภายใต้การนำของ
ราชครูเหอเหลียนเจิง พวกเขาไปถึงห้องลับของถ ้าตูรินที่ขัง
ลาผู่เอาไว้
ชั้นแสงจันทราเจิดจ้าตกกระทบร่างกาย ฉินเลี่ยรู้สึกราวกับ
จิตใจสงบและจิตวิญญาณถูกชะล้าง
ย้อนกลับไปที่ทวีปซานเหลิง เยวี่ยจี เยี่ยจี และฉุ่ยจีร่วมมือ
กันใช้วิชาลับของนิกายบูชาจันทราและแสงจันทราเพื่อ
ทำลายผนึกบนความทรงจำของเขา
หลังจากถูกร่ายออกมา พลังจันทราบางส่วนหลงเหลือใน
ความตระหนักรู้และทะเลสาบจิตวิญญาณของเขา
นี่ทำให้ไอของเขาคล้ายกับศิษย์จำนวนมากจากนิกายบูชา
จันทรา ประกอบกับชุดที่สวมอยู่และแรงกดดันของราชครู
เหอเหลียนเจิง พวกเขาไม่เผชิญกับอุปสรรคใด ๆ ระหว่าง
ทาง
หลินเหลียงเอ๋อร์ใช้วิธีพิเศษเพื่อปกปิดไอตัวเอง ใครก็
ตามที่ต ่ากว่าพลังระดับอมตะย่อมมองไม่ออก
ทั้งสี่ไปถึงคุกของถ ้าตูรินสำเร็จ
มันคือภูเขาโล่งเตียนขนาดใหญ่ที่อยู่ลึกในถ ้าตูริน เส้นทาง
หินตัดผ่านภายในภูเขา ถ้าไม่ใช่การนำของเหอเหลียนเจิง
พวกเขาจะไม่สามารถหาที่นี่พบก่อนชีวิตจะหาไม่
“นายน้อย ท่านมาเพียงสามคนใช่หรือไม่?” เหอเหลียนเจิง
คล้ายกับวิตกเล็กน้อยขณะถามซ ้า
“มีแค่พวกข้าสามคน” หลูยี่ตอบหนักแน่น
“จ้าวถ ้าจากถ ้าตูริน เหอเฉียน อยู่ขั้นสูงสุดของพลังระดับ
นิพพาน และข้า เพราะขีดจำกัดของพรสวรรค์ จึงมีการ
ฝึกฝนพลังระดับนิพพานขั้นต้นเท่านั้นแม้ว่าข้าจะฝึกฝนมา
ทุกปีก็ตาม” ก่อนเหอเหลียนเจิงจะเข้าไป เขาหยุดแล้วกล่าว
ว่า “นอกเหนือจากเหอเฉียนแล้ว อีกสามคนจากถ ้าตูรินไป
ถึงพลังระดับนิพพาน ในบรรดาพวกเขา สองคนอยู่ขั้นต้น
ของพลังระดับนิพพานและหนึ่งคนอยู่ขั้นกลาง พวกเขา
แข็งแกร่งกว่าข้า ในความเห็นข้า พวกเราไม่ควรโจมตี พวก
เราควรลอบช่วยลาผู่ จากนั้น ข้าจะพยายามช่วยท่านขโมย
มงกุฎจันทรา เป็นอย่างไรบ้าง?”
“อาเหลียนคิดได้ถี่ถ้วนยิ่งนัก” หลูยี่พยักหน้าเบา ๆ
ขณะทั้งสองสนทนา หลินเหลียงเอ๋อร์พลันดึงมุมเสื้อของ
ฉินเลี่ย สีหน้าของนางแปลกประหลาดเล็กน้อย
ฉินเลี่ยหยุด จากนั้นหันมามองนาง “มีอะไร?”
เหอเหลียนเจิงและหลูยี่หันมามองหลินเหลียงเอ๋อร์ด้วย
ความสับสน
“ข้าอยากสนทนากับฉินเลี่ยเป็นการส่วนตัว” หลินเหลียงเอ๋
อร์กล่าวด้วยน ้าเสียงเย็นชา
ตอนนี้ ทั้งสี่คนไปถึงภูเขาที่ขังลาผู่เอาไว้ มีผู้ฝึกยุทธ์จากถ ้า
ตูรินจำนวนมาก เมื่อพวกเขาเห็นเหอเหลียนเจิง พวกเขา
คำนับด้วยความเคารพยำเกรง
พวกเขาไม่ขวางทาง
มีทางแยกจำนวนมากในเส้นทางถ ้า ทางแยกเหล่านี้นำไปสู่
ห้องหิน เป็นไปได้ที่จะได้ยินเสียงครางและเสียงกรีดร้อง
จากภายในห้องหิน
คนเหล่านั้นน่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ถ ้าตูรินที่ถูกขัง
“พวกเราเกือบถึงคุกของลาผู่แล้ว” สีหน้าของเหอเหลียน
เจิงไม่ยินดีเล็กน้อย “ไว้ไปคุยกันทีหลังไม่ได้หรือ?”
“ฉินเลี่ย เอาเป็นว่า… รอสักพักจะได้หรือเปล่า?” หลูยี่ถาม
“แค่ไม่กี่ประโยค!” หลินเหลียงเอ๋อร์ยืนกราน
ฉินเลี่ยมองนางลึกล ้าและเห็นความมุ่งมั่นในแววตา เขาคิด
พลางกล่าวว่า “พวกข้าไปไม่นาน”
“เช่นนั้นพวกข้าไปก่อนได้หรือไม่?” หลูยี่ถาม
“ได้” ฉินเลี่ยพยักหน้า
เหอเหลียนเจิงหันมามองเขาและหลินเหลียงเอ๋อร์อย่าง
สงสัย จากนั้น เขาจากไปพร้อมกับหลูยี่โดยไม่พูดจา
เมื่อทั้งสองออกจากสายตา หลินเหลียงเอ๋อร์ปล่อยอากาศ
เย็นเยือกเพื่อสร้างโล่น ้าแข็งล้อมนางกับฉินเลี่ยเอาไว้ เพื่อ
หยุดคนไม่ให้แอบฟังบทสนทนาของนางกับฉินเลี่ย
“ต้องขนาดนี้เลยเหรอ?” ฉินเลี่ยมีสีหน้าแปลกประหลาด
“เกิดอะไรขึ้น?”
เขาทราบว่ามีเหตุผลสำหรับเรื่องแปลกประหลาดนี้ หลินเห
ลียงเอ๋อร์ไม่ใช่คนที่จะทำให้เรื่องวุ่นวาย ถ้าไม่มีอะไร นาง
ย่อมไม่ยืนกรานที่จะคุยกับเขาตอนนี้
“ราชครูจากถ ้าตูรินคนนั้นกำลังโกหก” สีหน้าของหลินเหลี
ยงเอ๋อร์เข้มงวด
คิ้วของฉินเลี่ยขมวด เขาพลันสนใจคำพูดของนางมากขึ้น
“เจาะจงกว่านี้หน่อย!”
“ราชครูบอกว่าพรสวรรค์ของเขามีขีดจำกัดและทำได้เพียง
ฝึกฝนพลังระดับนิพพานขั้นต้นเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว
ไม่ใช่ เขาซ่อนการฝึกฝนโดยใช้วิธีลับ การฝึกฝนที่แท้จริง
ของเขา… เขาอยู่ไม่ไกลจากการไปถึงพลังระดับอมตะ เขา
อาจจะยังครอบครองแท่นบูชาจิตวิญญาณหนึ่งชั้นด้วยซ ้า
ข้าไม่แน่ใจ” หลินเหลียงเอ๋อร์คิดพลางกล่าวว่า “ยังไงก็
เถอะ เขาจะต้องแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับนิพพาน
ขั้นต้นอย่างแน่นอน เขากำลังโกหกเจ้า”
“เกือบไปถึงระดับมีแท่นบูชาจิตวิญญาณหรือ…
ครอบครองแท่นบูชาจิตวิญญาณแล้ว?” สีหน้าของฉินเลี่ย
เปลี่ยนไปมาก “เรื่องนี้เจ้าแน่ใจ?”
“อย่างน้อยก็มั่นใจแปดในสิบส่วน” หลินเหลียงเอ๋อร์พยัก
หน้า
ฉินเลี่ยพลันเงียบ
เขาทราบว่าหลินเหลียงเอ๋อร์ไม่โกหกเขา เขายังทราบว่า
หลินเหลียงเอ๋อร์มีวิธีลับเพราะเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์นก
อมตะเหมันต์ สามารถตรวจจับยอดฝีมือมนุษย์ที่มีแท่นบูชา
จิตวิญญาณได้
เขาเชื่อการตัดสินของหลินเหลียงเอ๋อร์
นั่นหมายความว่าเหอเหลียนเจิงจะต้องโกหกอย่าง
แน่นอน…
เขาเริ่มทบทวนเรื่องนี้ใหม่ เขาสงสัยว่าหลูยี่ทราบเรื่องนี้
หรือไม่ จนถึงขั้นอีกฝ่ายกำลังสมคบคิดกับเหอเหลียนเจิง
เพื่อเล่นงานเขา
“ถ้าหลูยี่คนนั้นต้องการให้เจ้าตาย เขา เหอเหลียนเจิงและถ ้า
ตูรินจะซุ่มโจมตี… ถ้าพวกเราเข้าถ ้า พวกเราจะไม่สามารถ
หนีออกมาได้” ความคิดของหลินเหลียงเอ๋อร์หมุนวน
“ตลอดทาง เขายืนยันซ ้าไปมาว่าพวกเรามีสามคน ดูท่าเขา
คิดไม่ซื่อ”
“พอเจ้าพูดแบบนี้แล้ว มันก็ดูเป็นไปได้ เขาตรวจสอบ
บ่อยครั้ง แต่เขาไม่รู้ภูมิหลังของพวกเรา หลูยี่ไม่ได้เข้าร่วม
ในแผนครั้งนี้ เขารู้จักพวกเรา ถ้าเขาวางแผนเล่นงานพวก
เรา เหอเหลียนเจิงจะต้องรู้จักพวกเราจนไม่กล้าถามบ่อย
ขนาดนี้” ความคิดของฉินเลี่ยเด่นชัดเช่นกัน
“อาจจะมีกับดักข้างใน ข้าสงสัยจริงว่าเตรียมไว้ให้หลูยี่
หรือเจ้ากันแน่” หลินเหลียงเอ๋อร์ตั้งข้อสังเกต
ฉินเลี่ยลอบพยักหน้า
“คราวนี้พวกเราเอายังไงต่อดี?” หลินเหลียงเอ๋อร์ถาม
“พวกเราเอายังไงต่อน่ะเหรอ?” ฉินเลี่ยพลันตัดสินใจ “พวก
เราก็ต้องคิดหาทางออกไปน่ะสิ!”
“ออกไปตอนนี้น่ะหรือ?”
“พวกเราต้องหาเหตุผลก่อน”
“เจ้าก็คิดสิ”
“ได้”
อีกด้าน เหอเหลียนเจิงรอสักพักอยู่ในถ ้า เมื่อเห็นฉินเลี่ยกับ
หลินเหลียงเอ๋อร์ยังไม่มา เขาถามอย่างสับสนว่า
“ความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงคนนั้นกับจ้าวเกาะฉินเลี่ย
เป็นอย่างไรหรือ?”
“ข้าไม่รู้” หลูยี่ส่ายหน้า เขาไม่สนใจเรื่องนินทาและไม่
สนใจเรื่องส่วนตัวของคนอื่น
“ทุก ๆ สองชั่วโมง เหอเฉียนจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง เขาน่าจะ
มาที่นี่ในอีกหนึ่งชั่วโมง” เหอเหลียนเจิงร้อนรน “พวกเรา
ต้องจบเรื่องนี้ก่อนเหอเฉียนจะมา ไม่เช่นนั้น พวกเราต้อง
รอจนถึงโอกาสครั้งต่อไป”
“ข้าจะไปบอกพวกเขาเกี่ยวกับความเร่งด่วนของ
สถานการณ์” หลูยี่หันหลังแล้วเดินออกไป
เมื่อเขาหันหลังให้เหอเหลียนเจิง ดวงตาของเหอเหลียนเจิง
พลันลึกล ้าขณะส่งความรู้สึกซ่อนเร้นออกมา
“เพี้ยะ!”
เสียงฟาดอย่างแรงพลันมาจากเส้นทางหินด้านหลังพวกเขา
“เห็นได้ชัดว่าเจ้ามีหญิงอื่นมากมาย ทำไมเจ้าถึงยังเอาข้า
อีก? ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีก!”
วินาทีต่อมา น ้าเสียงโกรธเคืองของหลินเหลียงเอ๋อร์ดังขึ้น
จากนั้นพวกเขาเห็นร่างหนึ่งกำลังบินออกไป
“ฟังข้าก่อน! ให้ข้าอธิบายก่อน!” ฉินเลี่ยตะโกน เขาหัน
หลังขณะเรียกหลูยี่ “รอจนกว่าข้าจะจัดการเรื่องนี้เสร็จ
จากนั้นพวกเราค่อยไปต่อ”
เขามองตรงไปที่หลูยี่ ไม่ว่าหลูยี่จะเข้าใจหรือไม่ เขาไม่สน
เท่าไหร่นัก
หลูยี่ตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด เขาคาดไม่ถึงว่าทั้งสองจะมา
สร้างเหตุการณ์เน่าเฟะเอาในเวลาเช่นนี้
เขาเคยได้ยินมาก่อนว่าฉินเลี่ยมีหญิงหลายคน แม้จะอยู่ที่นี่
ก็ยังมีเพิ่ม ดังนั้น เขาคิดว่าหลินเหลียงเอ๋อร์และฉินเลี่ยมี
ความสัมพันธ์เช่นนั้นเหมือนกัน
แต่ว่า ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ มันเป็นการขัด
แผนการของเขาอย่างสิ้นเชิง
หลูยี่โกรธอย่างถึงที่สุด
“พวกเขากำลังทำอะไรน่ะ?” ด้านหลังเขา เหอเหลียนเจิงอด
ที่จะควบคุมความโกรธไม่ได้ แต่ก็อดที่จะตะโกนออกไป
ไม่ได้เช่นกัน
เสียงตะโกนของเหอเหลียนเจิงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
และความรุนแรงเกินกว่าจะระงับไหว จิตใจของหลูยี่ขยับ
หลายปีมานี้ เหอเหลียนเจิงมักสอนเขาเกี่ยวกับนิกายบูชา
จันทราเสมอ เขาอ่อนโยนและถ่อมตัวราวกับไม่เคยโกรธ
มาก่อน
ดังนั้น เขาไม่เคยเห็นเหอเหลียนเจิงตะโกนเช่นนี้มาก่อน
เขาพลันคิดถึงสายตาแปลกประหลาดที่ฉินเลี่ยส่งมาก่อนจะ
จากไป…
“อย่ารีบไป จัดการเรื่องนี้ก่อน รอเดี๋ยว!” หลูยี่พลันไล่ตาม
ภายในถ ้า สีหน้าของเหอเหลียนเจิงดำสนิท ดวงตาของเขา
เต็มไปด้วยความรุนแรงและความเกรี้ยวกราด
ขณะจ้องมองแผ่นหลังของหลูยี่ เขาคิดสักพัก เขาพลันหยิบ
หินสื่อสารทรงจันทร์เสี้ยวออกมาพลางตะโกนใส่ว่า “อย่า
ให้พวกมันออกจากภูเขาไปได้!”
ภูเขาเปล่าเปลี่ยวและเย็นเยือกพลันพลุกพล่านไปด้วยผู้คน
แม้กระทั่งนักโทษก็ผลักประตูห้องขังขณะพุ่งไปตาม
เส้นทาง