Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 937: ขจัดความวุ่นวาย
หลูข่าซือ ผู้อาวุโสของเผ่าพันธุ์กูลสีครามผู้เพิ่งตื่นจาก
การหลับใหลยังไม่ได้สำแดงพลังก่อนจะถูกหลู่จือจะ
ขัดเกลาจนตาย
ปู้ทัวผู้ทำให้มนุษย์ทุกคนในดินแดนแห่งความ
โกลาหลสั่นสะท้านมาสามปีและเป็นความหวังของ
เผ่าพันธุ์กูลได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเจียงจู่เจื๋อก่อนจะ
หลบหนีไป
ความพ่ายแพ้ของสองยอดฝีมือทำให้สงครามศักดิ์สิทธิ์
ของเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายกับเกาะตะวันยอแสงพังทลายหมด
สิ้น
เมื่ออ้ายตี๋ โหยวลี่หย่าและยอดฝีมือแท่นบูชาจิต
วิญญาณจากเผ่าพันธุ์เงาทมิฬออกมาจากเงามืด
กำลังใจของสมาชิกจากสามเผ่าพันธุ์กูลพังครืน
อันเต๋อหลู่และปั๋วเก๋อเซินเห็นความต้องการถอยใน
ดวงตาของอีกฝ่าย พวกมันลังเลเล็กน้อย จากนั้น
ถ่ายทอดคำสั่งแทบจะพร้อมกัน
“ไป!”
สมาชิกกูลสีครามและกูลปฐพีผู้กำลังสู้กับปีศาจ
ซากศพ ผู้สูบโลหิตและผู้ฝึกยุทธ์จากสำนักอสูรโลหิต
กับเกาะตะวันเพลิงพลันตัดใจจากการต่อสู้กับอีกฝ่าย
แล้วกระจายตัว
ศพเทพทั้งแปดเหมือนกับเทพขณะไล่ตามสมาชิก
เผ่าพันธุ์กูล คว้าร่างกายของอีกฝ่ายแล้วโยนเข้าปาก
ปีศาจซากศพ ผู้สูบโลหิตและมนุษย์ยินดี
เสียงโห่ร้องดังก้องในราตรี มนุษย์ผู้ถูกกดขี่โดยสาม
เผ่าพันธุ์กูลมาสามปีได้รับชัยชนะครั้งแรก
“ตามพวกมัน! ฆ่ากูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้!” โม่
หลิงเย่สั่ง
“ฆ่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้!” ฉินเลี่ยตะโกน
เช่นกัน
จิ้นเต้าลังเล จากนั้นสั่งว่า “รวบรวมศพของสาม
เผ่าพันธุ์กูลที่ยังไม่ได้รับความเสียหาย ในที่ที่คนไม่
สนใจ พวกเจ้าสามารถดื่มเลือดของพวกมันเพื่อเพิ่ม
พละกำลังได้…”
ผู้สูบโลหิตดวงตาสีแดงพลันตื่นเต้น พวกเขาจงใจ
เลือกเส้นทางต่างจากผู้ฝึกยุทธ์ของเกาะตะวันยอแสง
ขณะไล่ตามสมาชิกของเผ่าพันธุ์กูล
หลังการตายของหลูข่าซือ การถอยของปู้ทัวและ
สมาชิกเงาทมิฬเข้าร่วมศึก สถานการณ์การต่อสู้พลันดี
ขึ้น
ภายใต้ท้องนภายามราตรี ฉินเลี่ยถือดาบจิตวิญญาณ
อสนีบาต ร่างกายราวกับแสงอสนีขณะไล่ตามสมาชิก
กูลสีคราม
แสงอสนีเจิดจ้าพุ่งออกไปราวกับมังกรจากดาบยาว
ขณะฟันสมาชิกกูลสีคราม
ซ่งถิงอวี้นำรถม้าโปร่งแสงขนาดมหึมาออกมาขณะ
ตามหลังเขาอย่างมั่นคงและมองดูด้วยดวงตาเจิดจ้า
ผ่านไปสักพัก ซ่งถิงอวี้กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “เจ้าไม่
ควรจดจ่อกับเรื่องอื่นหรอกหรือ?”
“เรื่องอื่น?” ฉินเลี่ยหยุดไล่ตามขณะหันหลังกลับมา
มองนาง เขาถามอย่างสับสนว่า “เรื่องอะไร?”
“รายงานสถานการณ์ที่นี่ให้ขุนเขาดาบสวรรค์และ
สำนักสังหารทราบยังไงล่ะ” ซ่งถิงอวี้กล่าว
ฉินเลี่ยตอบสนอง เขาขึ้นรถม้าโปร่งแสงแล้วพยักหน้า
ให้เก่อหรงกวงกับคนอื่นผู้ปกป้องซ่งถิงอวี้ จากนั้นเขา
กล่าวว่า “เจ้าส่งข่าวไปไม่ได้หรอกหรือ?”
“เจ้าคือจ้าวเกาะของเกาะตะวันเพลิง สำนักสังหาร
และขุนเขาดาบสวรรค์เพียงเคลื่อนไหวตามข้อความ
ของเจ้าเท่านั้น” ซ่งถิงอวี้กล่าว
นางรู้ดีว่าสำนักสังหารและขุนเขาดาบสวรรค์ห่วงเกาะ
ตะวันเพลิงเพราะฉินเลี่ย
นางยังรู้ว่าสองกองกำลังได้รับข่าวจากฉินเลี่ยก่อนจะ
โจมตีเผ่าพันธุ์กูล สองกองกำลังเพียงเชื่อใจฉินเลี่ย
“ส่งหินสื่อสารมาให้ข้าที” ฉินเลี่ยเอื้อมมือออกไป
ซ่งถิงอวี้ส่งหินสื่อสารสำหรับขุนเขาดาบสวรรค์และ
สำนักสังหารให้เขา
สำนักสังหาร
เฉินเยวี่ยกำลังกุมหินสื่อมาโดยตลอด นางกำลังรอข่าว
จากเกาะตะวันเพลิงเพื่อโจมตีประสานใส่เผ่าพันธุ์กูล
เมื่อนางได้รับข้อความของฉินเลี่ยและทราบว่าปู้ทัว
ได้รับบาดเจ็บสาหัส นางพลันบอกเหลยเหยียน
และเฉินขุย
“เจียงจู่เจื๋อทำให้ปู้ทัวบาดเจ็บสาหัส? หลูข่าซือ กูล
อีกตนที่กำลังจะสร้างแท่นบูชาจิตวิญญาณสี่ชั้นถูกฆ่า
โดยยอดฝีมือแท่นบูชาจิตวิญญาณห้าชั้นที่ฉินเลี่ยเชิญ
มา? เผ่าพันธุ์กูลปฐพีและเผ่าพันธุ์กูลสีครามพ่ายแพ้
ยับเยิน?”
เหลยเหยียนมีสีหน้าตกตะลึง
“ฉินเลี่ยเป็นคนส่งข้อความมาเอง” เฉินเยวี่ยยืนยัน
เฉินขุยสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขากล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า
“ส่งข้อความหาสวี่หยานและภรรยา พวกเราจะเริ่ม
กวาดล้างทวีปซานเหลิง!”
“ทราบแล้ว!”
ในเวลาเดียวกัน
บนขุนเขาดาบสวรรค์ ร่างกายของหลี่มู่สั่นไหวขณะ
กล่าวว่า “ปู้ทัวได้รับบาดเจ็บสาหัส เผ่าพันธุ์กูลพินาศ
ตั้งแต่วันนี้ พวกเรามนุษย์จะโต้กลับ!”
ดวงตาของต้วนเฉียนเจี่ย เยี่ยนไป๋อีและลั่วหนานทอ
ประกาย
“พวกเรามัวรออะไรอยู่?” ลั่วหนานเร่ง
หลี่มู่ครุ่นคิดสักพักก่อนไปที่ที่หวางเอินเจ๋อ เหยียนดง
และจู่เสียงอยู่ เขาหยิบตราดาบสีทองขึ้นมาแล้วกล่าว
ว่า “ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าจะควบคุมขุนเขาดาบสวรรค์
ชั่วคราว”
หวางเอินเจ๋อพ่นลมออกจมูกและเตรียมจะโต้แย้งแต่
ร่างคล้ายต้องชะงักไป
เขาหันมามองเหรียญดาบสีทอง สีหน้าของเขากำลัง
เปลี่ยนไป เพียงอึดใจ เขาพยักหน้าอย่างไม่ยินดีแล้ว
กล่าวว่า “แล้วแต่เจ้าเลย”
เหยียนดงและจู่เสียงมีสภาพเหมือนกันเมื่อเห็นเหรียญ
ดาบสีทอง
พวกเขารู้ว่าเหรียญดาบนั้นเป็นตัวแทนอะไร…
หลี่มู่ครุ่นคิดสักพักแล้วกล่าวกับหวางเอินเจ๋อว่า
“ปู้ทัวได้รับบาดเจ็บสาหัส สมาชิกกูลสีครามอีกตน
หลูข่าซือ ที่กำลังจะสร้างชั้นที่สี่ของแท่นบูชาจิต
วิญญาณก็ถูกฆ่าโดยยอดฝีมือที่ฉินเชี่ยเชิญมา”
“ว่าไงนะ” หวางเอินเจ๋อประหลาดใจ
จู่เสียงและเหยียนดงล้วนซีดเผือด
“เขาเป็น… ยอดฝีมือเผ่าพันธุ์เทพหรือเปล่า?” เสียง
ของหวางเอินเจ๋อสั่นเครือ
เขาเพียงรู้ว่าฉินเลี่ยครอบครองสายเลือดเผ่าพันธุ์เทพ
เมื่อเขาได้ยินว่าสามเผ่าพันธุ์กูลพ่ายแพ้และแท่นบูชา
จิตวิญญาณสี่ชั้นถูกสังหาร เขาพลันคิดถึงยอดฝีมือ
เผ่าพันธุ์เทพ
“ไม่ เขาเป็นยอดฝีมือเผ่าพันธุ์เงาทมิฬจากอาณาจักร
ใต้พิภพ” หลี่มู่อธิบาย จากนั้นมองพวกเขาอย่างเวทนา
เขากล่าวว่า “เจ้าควร… รักษาความสัมพันธ์กับฉินเลี่ย
ให้ดี อย่าโทษข้าที่ไม่เตือน ถ้าเจ้าทำให้ฉนิเลี่ยขุ่นเคือง
ในอนาคต เจ้าอาจจะไม่รู้ด้วยซ ้าว่าตายได้ยังไง”
หลังจากกล่าวเช่นนี้ หลี่มู่เดินออกจากหอไป
ภายในหอ หวางเอินเจ๋อ จู่เสียง และเหยียนดงพลัน
รู้สึกเย็นเยือกภายใน
ผ่านไปเนิ่นนาน เหยียนดงฝืนพูดขึ้นมาว่า “พวกเรา
อาจจะตัดสินใจผิดเมื่อสามปีก่อน พวกเราไม่ควรเชื่อ
สำนักเทียนชี่เลย”
เมื่อสามปีก่อน ลั่วฮั่นจากสำนักเทียนชี่บอกพวกเขาว่า
ฉินเลี่ยมีสายเลือดเผ่าพันธุ์เทพ เขาอยากให้ขุนเขาดาบ
สวรรค์และเจ็ดกองกำลังอื่นร่วมมือกันกดดันให้สำนัก
สังหารส่งตัวฉินเลี่ยมา
พวกเขาทำเช่นนี้เพราะเกาะตะวันเพลิงพัฒนาเร็ว
เกินไปจนรู้สึกว่าเป็นภัยคุกคาม
พวกเขาไม่อยากให้กองกำลังระดับเงินอีกแห่งปรากฏ
ขึ้นในดินแดนแห่งความโกลาหล
“เดิมพวกเรามีโอกาสทำดีกับฉินเลี่ย แต่…” จู่เสียง
ถอนหายใจ เขากล่าวด้วยสีหน้าเสียดายว่า “ดูท่าพวก
เราต้องระวังในอนาคตแล้วล่ะ”
สีหน้าของหวางเอินเจ๋อขมขื่นเช่นกัน
พวกเขารู้ว่าคำพูดของหลี่มู่ไม่ใช่ไม่มีมูล นี่หมายความ
ว่าเกาะตะวันเพลิงของฉินเลี่ยมีพละกำลังเหนือกว่าที่
คิดเอาไว้
พลังที่สามารถทำลายเผ่าพันธุ์กูลผู้ซึ่งสามารถทำลาย
กองกำลังระดับเงินอื่นในดินแดนแห่งความโกลาหล
นั้นไม่ใช่อะไรที่ละเลยได้
กองกำลังอื่นในดินแดนแห่งความโกลาหลให้ความ
สนใจกับเผ่าพันธุ์กูลที่กำลังรุกรานเกาะตะวันยอแสง
เมื่อปู้ทัวหลบหนีและหลูข่าซือถูกสังหาร กองกำลัง
เหล่านั้นได้รับข่าวไม่ช้าก็เร็ว
สำนักเทียนชี่ ขุนเขาว่านโช่ว นิกายเฮยวูและกองกำลัง
อื่นทราบข่าวผ่านเครือข่ายข้อมูลตัวเอง
ข่าวดังกล่าวทำให้ทั่วทั้งดินแดนแห่งความโกลาหลตก
ตะลึง
ในพื้นที่ภูเขาไฟในอาณาเขตของสำนักเทียนชี่
จ้าวสำนักของสำนักเทียนชี่ เฝิงยี่ ชำเลืองมองลั่วฮั่น
ลั่วเข่อซิน เฮ่อหยีและคนอื่นอย่างเย็นชา เขากล่าว
อย่างเกรี้ยวกราดว่า “เป็นความผิดของพวกเจ้า
ทั้งหมด!”
ผู้สร้างที่เก่งที่สุดในสำนักเทียนชี่ ลั่วฮั่น รับผิดชอบ
และมีสถานะในสำนักเทียนชี่สูง
แต่ครั้งนี้ เขาก้มศีรษะด้วยสีหน้าไร้กำลังใจ
ลั่วเข่อซิน เฮ่อหยี ปี้โหยวและคนอื่นละอายใจ
ลั่วฮั่นและคนอื่นลอบร่วมมือกับจีชิงเผิงเพื่อโจมตีฉิน
เลี่ย เจียงจู่เจื๋อและคนอื่น
แม้กระทั่งจ้าวสำนัก เฝิงยี่ยังไม่ทราบแผนการนี้
เมื่อพวกเขาไปกดดันฉินเลี่ย เจียงจู่เจื๋อ เกาะตะวันยอ
แสง และสำนักอสูรโลหิตแล้ว เฝิงยี่จนใจและทำได้
เพียงปกป้องผลประโยชน์ตัวเอง
เขาหาทางโน้มน้าวกองกำลังให้กดดันบรรพบุรุษ
สังหารร่วมกัน
ผลครั้งนั้นคือบรรพบุรุษสังหารตัดสินใจอย่างเกรี้ยว
กราดว่าจะไม่เข้าร่วมความขัดแย้งในดินแดนแห่ง
ความโกลาหล พวกเขาทำให้ฉินเลี่ยโกรธถึงขีดสุด
หลังจากนั้น สามเผ่าพันธุ์กูลเริ่มทำลายล้างดินแดน
แห่งความโกลาหล พวกมันทำให้สำนักปีศาจลวงตา
ถูกทำลาย สามตระกูลย้ายจากทวีปเทียนเมี่ยและ
บังคับให้สำนักเทียนชี่กับขุนเขาว่านโช่วหลบหลังสุด
ยอดค่ายกลพิทักษ์สำนัก
นี่คือความอับอายครั้งใหญ่ต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์
ไม่มีใครคาดคิดว่าสามปีต่อมา ฉินเลี่ยจะพลันกลับมา
จากการหายตัวไปและนำเกาะตะวันเพลิงสร้างความ
เสียหายอย่างหนักกับเผ่าพันธุ์ชั่วร้าย
ปู้ทัวได้รับบาดเจ็บเพราะเจียงจู่เจื๋อผู้เดิมทีหวังดีกับ
พวกเขา
ยอดฝีมือแท่นบูชาจิตวิญญาณห้าชั้นที่ฉินเลี่ยเชิญมา
ขัดเกลายอดฝีมือแท่นบูชาจิตวิญญาณสี่ชั้นเผ่าพันธุ์กูล
สีครามอีกตนจนตาย
ตอนแรก เฝิงยี่ตั้งใจเป็นพันธมิตรกับเจียงจู่เจื๋อและฉิน
เลี่ย
แต่เพราะความเห็นแก่ตัวของลั่วฮั่นและคนอื่น สำนัก
เทียนชี่กลายเป็นศัตรูแทนที่จะเป็นมิตรกับสองคนนั้น
เฝิงยี่จะไม่โกรธได้อย่างไร?
“ตอนนี้ปัญหาเกิดแล้ว ไม่ว่าจ้าวสำนักจะไม่ยินดี
อย่างไร พวกข้าไม่มีอำนาจเปลี่ยนแปลงได้” เฮ่อหยี
ถอนหายใจยาว “ใครจะคิดล่ะว่าเจียงจู่เจื๋อคนนั้นจะ
น่าหวาดกลัวจนสามารถสร้างบาดแผลกับแท่นบูชาจิต
วิญญาณสี่ชั้นปู้ทัวได้ ใครจะคิดล่ะว่าฉินเลี่ยผู้ไม่มีใคร
หนุนหลังจะสามารถเชิญแท่นบูชาจิตวิญญาณห้าชั้น
จากสมาชิกเงาทมิฬให้ร่วมสู้ได้ ถ้าพวกข้าสามารถ
คาดเดาวันนี้ได้ พวกข้าไม่แตกหักกับเจียงจู่เจื๋อและ
ฉินเลี่ยหรอก ในตอนนั้น พวกข้าเพียงคิดถึง
ผลประโยชน์ของสำนักเทียนชี่ ถ้าเกาะตะวันเพลิง
พัฒนา สำนักเทียนชี่จะรอดอยู่ในดินแดนแห่งความ
โกลาหลในอนาคตได้อย่างไร?”
“งั้นบอกข้ามา ตอนนี้พวกเราจะรอดได้อย่างไร?”
เฝิงยี่ถามเสียงแหบ
“เรื่องนี้…” เฮ่อหยีจนคำพูด
“ข้ามีความคิดมากมาย ข้าจะคุกเข่าต่อหน้าฉินเลี่ยเพื่อ
ขอให้เขาอภัย” ลั่วเข่อซินผู้เงียบมาตลอดพลันกล่าว
ขึ้น
“คุกเข่าต่อหน้าเขา?” เฝิงยี่ยิ้มเย็นชา “เจ้าคิดว่าจะ
ได้ผลหรือ?”
ใบหน้าของลั่วเข่อซินซีดเผือด นางกล่าวขณะก้มศีรษะ
ว่า “นอกจากวิธีนี้ ข้าไม่รู้ว่าจะช่วยสำนักเทียนชี่ได้
อย่างไร”
“ถ้าเจ้ามีลีลาบนเตียง เช่นนั้นอาจจะพอใช้ได้” เฝิงยี่
พ่นลมออกจมูก
“จ้าวสำนัก!” ลั่วฮั่นตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
ลั่วเข่อซินกัดริมฝีปาก ร่างกายของนางสั่นไหว
เล็กน้อย นางกล่าวว่า “ถ้านี่สามารถช่วยสำนักเทียนชี่
ได้ ข้า… จะลองดู”
“ช่างเถอะ” เฝิงยี่โบกมือเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ด้วย
สถานการณ์ตอนนี้ ถ้าฉินเลี่ยตัดสินใจมาแก้แค้นกอง
กำลังที่หมายหัวเขาเอาไว้ ไม่มีใครหนีรอดจากความ
บ้าคลั่งของเขาได้หรอก..”
“ขุนเขาดาบสวรรค์เริ่มโจมตีเผ่าพันธุ์กูลสวรรค์แล้ว
พวกเราควรทำอย่างไร?” เฮ่อหยีถาม
“ร่วมมือกับพวกเขาเพื่อฆ่าสมาชิกกูลสวรรค์” เฝิงยี่สั่ง
“ทราบแล้ว”