Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 950: ได้รับความเคารพ
“ข้าไม่ใช่ตัวแทนเผ่าพันธุ์เทพ ด้วยเหตุนี้ข้าไม่
สามารถให้สัญญาหรือรับหน้าที่สู้กับเผ่าพันธุ์เงาได้”
ร่องรอยความวิตกเข้าสู่จิตใจของฉินเลี่ยขณะมองโยว
เยี่ย ความหวาดกลัวยิ่งต่อเผ่าพันธุ์เงาและโลกเงาทมิฬ
กำลังเติบโตขึ้นในใจ
ตามคำอธิบายของโยวเยี่ย สิ่งมีชีวิตเงากำลังกัดกร่อน
โลกทีละน้อย ท้ายที่สุด พวกมันจะมาถึงอาณาจักร
วิญญาณ
เมื่อสิ่งมีชีวิตเงาเหล่านี้มาถึงอาณาจักรวิญญาณ โลก
ใบนี้ที่เผ่าพันธุ์จำนวนมากใช้ชีวิตอาจจะโดนทำลาย
แม้กระทั่งอาณาจักรวิญญาณเองก็อาจจะถูกเปลี่ยนเป็น
โลกแห่งความมิดชั่วนิรันดร์โดยไม่มีดวงดาวหรือแสง
สว่าง
คำบรรยายของโยวเยี่ยเหมือนกับการเกริ่นวันสิ้นโลก
จนทำให้เขากดดันยิ่งกว่าเก่า
“ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถชี้นำเผ่าพันธุ์จันทราสงบนิ่ง
ได้” โยวเยี่ยเสริม
“พวกเราจะคุยเรื่องนี้ในอนาคต” ฉินเลี่ยส่ายหน้าขณะ
หยุดคำขอชั่วคราว “ข้าจะเก็บหยาดน ้าตาจันทราแล้ว”
จิตวิญญาณของโยวเยี่ยเคลื่อนกลับหยาดน ้าตาจันทรา
เก้าหยดเมื่อได้ยินเช่นนี้
จันทราเก้าดวงบนท้องนภาลดเหลือแปดดวง
ราตรีครึ่งหลังของอาณาจักรโป๋หลัวเริ่มขึ้น
ผ่านไปสักพัก สวี่หยาน ถงเจินเจินและหลินเหลียง
เอ๋อร์เดินเคียงข้างขณะตามมาด้วยเถิงเยวี่ยนและกลุ่ม
ของเขา
บทสนทนาของถงเจินเจินและถงเยียนเองก็สิ้นสุดลง
ถงเจินเจินดูผิดหวัง คล้ายกับนางไม่ได้รับสัญญาดังที่
ต้องการจากหงส์แดงระดับที่เก้า
“ฉินเลี่ย พวกข้ายุ่งกับการโจมตีเผ่าพันธุ์เปลวเพลิง
ในช่วงนี้ ฉะนั้นพวกข้าไม่มีเวลารวบรวมวัตถุดิบ
วิญญาณมาแลกเปลี่ยนกับเจ้าแล้ว” หนีเหวยเต้อ
หัวเราะเบา ๆ ด้วยใบหน้ายิ้มกว้าง “ครั้งต่อไปที่เจ้า
ปรากฏตัว ข้าเชื่อว่าเผ่าพันธุ์ยักษ์และเผ่าพันธุ์คุกดำจะ
อยากพบกับเจ้าเป็นการส่วนตัว ทั้งสองเผ่าพันธุ์อยาก
แลกเปลี่ยนวัตถุดิบที่มีกับเจ้า”
ฉินเลี่ยพยักหน้า “ไม่มีปัญหา”
สวี่หยานและถงเจินเจินสบตากัน พวกเขารู้ว่าฉินเลี่ย
ได้รับความมั่งคั่งมหาศาลให้เกาะตะวันเพลิงผ่าน
อาณาจักรโป๋หลัว
เผ่าพันธุ์สัตว์ร้ายโบราณในอาณาจักรโป๋หลัวเชื่อใจ
ฉินเลี่ยมากอย่างเห็นได้ชัด ถ้าฉินเลี่ยเจอปัญหาที่ไม่
สามารถคลี่คลายได้ในดินแดนแห่งความโกลาหล เถิง
เยวี่ยน หนีเหวยเต้อ และหงส์แดงระดับที่เก้าจะถึงขั้น
มาช่วยเขาด้วยตัวเอง
ถ้าเขาสร้างความสัมพันธ์เชิงธุรกิจกับเผ่าพันธุ์ยักษ์
และเผ่าพันธุ์คุกดำด้วย พวกเขาไม่สงสัยเลยว่าสอง
กองกำลังนี้จะกลายเป็นพันธมิตรกับเกาะตะวันเพลิง
เช่นกัน พวกเขาจะสนับสนุนเป็นอย่างดี
ทั้งสองซ่อนความประหลาดใจขณะจ้องมองฉินเลี่ย
พวกเขารู้ว่าตัวตนของอาณาจักรโป๋หลัวเพียงอย่าง
เดียวมากพอจะไม่มีกองกำลังใดในดินแดนแห่งความ
โกลาหลที่สามารถเหนือกว่าเกาะตะวันเพลิงได้
ต่อให้ปู้ทัวจากเผ่าพันธุ์กูลสวรรค์ฟื้นตัวในอนาคต มัน
ต้องผ่านฉินเลี่ยก่อนหากอยากทำลายดินแดนแห่ง
ความโกลาหล
“ข้ามีเรื่องด่วนต้องไปดินแดนหายนะ พวกท่านทั้ง
สามล่ะ?” ฉินเลี่ยถาม
“พวกข้ากลับด้วย” สวี่หยานยิ้ม
“อืม” ฉินเลี่ยเดินผ่านทางเข้าอาณาจักรลับ
ไม่กี่นาทีต่อมา
ทันทีที่พวกเขากลับจากอาณาจักรโป๋หลัวและปรากฏ
ตัวหน้าตำหนักหินตะวันดำ สวี่หยานถามว่า “เรื่อง…
จดหมายที่สำนักสังหารส่งให้เจ้าก่อนหน้านี้ เรื่อง
แต่งงาน เจ้าคิดว่าไง?”
สีหน้าเย็นเยือกพลันระบายในลูกตาน ้าแข็งของหลินเห
ลียงเอ๋อร์ บอกไม่ได้ว่ามันส่งไปที่สวี่หยานหรือฉินเลี่ย
“เกาะตะวันเพลิงและสำนักสังหารสนิทกันมากพอที่
การคลุมถุงชนไม่ใช่เรื่องจำเป็นแล้ว” ฉินเลี่ยกล่าว
อย่างสงบ
สวี่หยานยิ้มกระตุก “การแต่งงานไม่ใช่แค่สายสัมพันธ์
แน่นแฟ้นเท่านั้น มัน มันยัง…” ท้ายที่สุด สวี่หยาน
ไม่สามารถพูดเกี่ยวกับความต้องการสายเลือดฉินเลี่ย
ของสำนักสังหารได้
“อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย” ฉินเลี่ยส่ายหน้า
สวี่หยานลอบถอนหายใจแต่ไม่กล่าวอะไรอีก ไม่นาน
นัก สวี่หยานและถงเจินเจินกล่าวลาฉินเลี่ยขณะแจ้ง
เขาว่าพวกเขาอาจจะขอไปอาณาจักรโป๋หลัวเพื่อหา
สามผู้นำของอาณาจักรโป๋หลัว
ฉินเลี่ยตกลงรับคำขอของพวกเขาทันที
หลินเหลียงเอ๋อร์ลังเลสักพัก “ถ้าเจ้าสู้กับเขตปกครอง
เพลิงสีครามในอนาคต เผ่าพันธุ์หงส์แดง ยอดฝีมือ
เผ่าพันธุ์สัตว์ร้ายโบราณและข้าอาจจะช่วยเจ้า”
ดวงตาของฉินเลี่ยทอประกายขณะพยักหน้ายอมรับ
“เจ้าสามารถไปหาข้าที่เกาะเยือกแข็งได้เสมอ” หลิน
เหลียงเอ๋อร์จากไปอย่างเงียบงันเช่นกัน
ตอนนี้เองลาผู่พลันปรากฏตัวอย่างร้อนรน “ฉินเลี่ย
เจ้าใช้โลหิตสองหยดที่ข้าขัดเกลาให้เจ้าหรือยัง?”
เขาอยู่รอบ ๆ ตั้งแต่ต้นขณะดูวิตกเมื่อพูดกับฉินเลี่ย แต่
ว่า เขารอจนกระทั่งสวี่หยาน ถงเจินเจิน และหลินเหลี
ยงเอ๋อร์ไปแล้วจึงปรากฏตัวในที่สุด
“ทั้งสองล้วนยังอยู่กับข้า” ฉินเลี่ยดูประหลาดใจ “เกิด
อะไรขึ้น? มีสิ่งผิดปกติในเลือดงั้นหรือ?”
“เปล่า ไม่มีหรอก” ลาผู่ถอนหายใจยาวก่อนกล่าวด้วย
สีหน้าจริงจังว่า “เจ้ามอบโลหิตหนึ่งหยดให้ข้าได้
หรือไม่? ข้า ข้าต้องการใช้ฉุกเฉิน!”
ฉินเลี่ยหยิบโลหิตหนึ่งหยดขณะส่งให้ลาผู่อย่างไม่
ลังเล
“โลหิตนี้… จะไม่เสียให้กับคนนอก” ลาผู่กล่าวด้วย
น ้าเสียงแปลกประหลาด
“ฉินเลี่ย พวกข้าจะไปจากดินแดนหายนะทันทีเพื่อ
กลับทวีปใต้พิภพ” อ้ายตี๋มาจากไกล ๆ พลางกล่าวว่า
“พวกข้ากำลังรอให้ท่านกลับมาเพื่อจะได้กล่าวลา
หลังจากนั้น พวกข้าจะเดินทางไปทวีปใต้พิภพ”
“ถ่าเทื่อปรากฏตัวแล้วหรือ?” ฉินเลี่ยถาม
อ้ายตี๋พยักหน้าเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “สถานการณ์ที่
ทวีปใต้พิภพไม่สู้ดี ดังนั้นพวกข้าต้องมุ่งหน้าไปให้เร็ว
ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่เช่นนั้น…” อ้ายตี๋ไม่กล่าวต่อ
“พาข้าไปพบสองแม่ทัพที!” สายตาของฉินเลี่ยเคร่ง
ขรึม
หลู่จือคือแม่ทัพของเผ่าพันธุ์เงาทมิฬ ถ่าเทื่อเคยเป็นแม่
ทัพของเผ่าพันธุ์ปีศาจมีเขา พวกเขาล้วนเป็นคนมี
ชื่อเสียงเมื่อสามพันปีก่อน
อ้ายตี๋จ้องมองฉินเลี่ยด้วยสีหน้าประหลาดใจก่อนคิด
สักพัก “พวกเขาล้วนอยู่ที่เกาะอัญเชิญจิตวิญญาณ”
หลังจากนั้น ฉินเลี่ยถูกนำไปพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วย
พลังปีศาจใต้พิภพโดยอ้ายตี๋และลาผู่ เขาได้พบทั้ง
หลู่จือและถ่าเทื่อ
ไม่ใช่แค่นั้น ยอดฝีมือแท่นบูชาจิตวิญญาณของ
เผ่าพันธุ์เงาทมิฬเช่นโหยวลี่หย่าล้วนอยู่ที่นั่นด้วย
หนุ่มสาวเงาทมิฬผู้อยู่ที่เกาะเจ็ดตาถูกอัญเชิญมาด้วย
พวกเขารวมตัวรอบแท่นบูชาจิตวิญญาณใต้พิภพ
กระดูกสีขาวขนาดใหญ่
หลู่จือ ถ่าเทื่อและยอดฝีมือแท่นบูชาจิตวิญญาณมีสี
หน้ามืดมน ทำให้บรรยากาศหนักอึ้งเหนือพื้นที่
ดังกล่าว
เมื่อพวกเขาเห็นฉินเลี่ย หลู่จือและถ่าเทื่อฝืนยิ้มก่อนถ่า
เทื่อกล่าวว่า “ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะสามารถนำเผ่าพันธุ์เงา
ทมิฬกลับมาจากอาณาจักรโป๋หลัวได้ ตอนแรก ข้าคิด
ว่าอย่างมากเจ้าสามารถนำข่าวของเผ่าพันธุ์เงาทมิฬมา
บอกและสนทนากับพวกข้าถึงวิธีพาพวกเขากลับ
บ้าน…”
ถ่าเทื่อชมจากก้นบึ้งหัวใจ “เจ้าคือหลานชายของท่านผู้
นั้นจริง ๆ”
เขาทราบแล้วว่าฉินเลี่ยทำลายทางเข้าอาณาจักรลับของ
ตำหนักตะวันกับวิหารจันทราที่เชื่อมต่ออาณาจักรโป๋
หลัว เขาถึงขั้นทำให้ยอดฝีมือพลังระดับว่างเปล่าผู้ก้าว
ผ่านทางเข้าอาณาจักรลับถูกชะล้างในกระแสมิติ
โกลาหล ไม่มีใครบอกได้ว่ายอดฝีมือคนนั้นยังมีชีวิต
อยู่หรือเปล่า
ตำหนักตะวันและวิหารจันทราเสียการติดต่อกับ
อาณาจักรโป๋หลัวจนสิ้น ข่าวนี้กระจายในโลก
ศูนย์กลางของอาณาจักรวิญญาณจนสะพัดไปทั่ว
ถ่าเทื่อกล่าวชมความสามารถของฉินเลี่ยไม่หยุด
ตอนเขาส่งฉินเลี่ยไปอาณาจักรโป๋หลัวในตอนแรก
เขาคิดว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของแผนท่านผู้นั้นเพื่อ
ปกป้องเขาจากภัยคุกคามในดินแดนแห่งความ
โกลาหล การสอบถามเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์เงาทมิฬผู้
อพยพไปที่นั่นก็เพื่อให้พวกเขาสามารถเตรียมพากลับ
บ้านในอนาคตได้
แต่เขาไม่คิดเลยว่าฉินเลี่ยจะสามารถพาสมาชิกเงา
ทมิฬทุกคนผู้ใช้ชีวิตในอาณาจักรโป๋หลัวกลับ
อาณาจักรวิญญาณและทำลายทางเข้าอาณาจักรลับที่
เชื่อมต่ออาณาจักรโป๋หลัวกับโลกศูนย์กลางได้ในสาม
ปีต่อมา
ยิ่งไปกว่านั้น ฉินเลี่ยยังได้รับคำขอของเผ่าพันธุ์สัตว์
ร้ายโบราณจนสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น
มันเหมือนกับฉินเลี่ยช่วงชิงอาณาจักรโป๋หลัวจากมือ
ของตำหนักตะวันกับวิหารจันทราและเปลี่ยนมันให้
กลายเป็นอาณาจักรส่วนตัว
ถ่าเทื่อเองก็ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะสามารถทำแบบ
ฉินเลี่ยได้ต่อให้คนที่ไปอาณาจักรโป๋หลัวเมื่อสามปี
ก่อนจะเป็นเขาแทนที่จะเป็นฉินเลี่ย
นั่นเปลี่ยนความคิดที่มีต่อฉินเลี่ยมาก เขาให้ความ
เคารพอีกฝ่ายมากขึ้น
ความเคารพของเขาที่มีต่อฉินเลี่ยเกิดขึ้นได้ไม่ใช่
เพราะฉินเลี่ยเป็นหลานชายของท่านผู้นั้น แต่เพราะเขา
สมควรได้รับความเคารพจริง ๆ
“ข้าจะไปทวีปใต้พิภพกับพวกท่าน!” ฉินเลี่ยพลัน
กล่าวขึ้น
“เจ้ารู้ว่านางได้รับบาดเจ็บหรือ!?” ลาผู่ถาม
เมื่อความประหลาดใจตอนแรกหายไป ฉินเลี่ยพลัน
เข้าใจ “โลหิตบริสุทธิ์ที่ท่านตามหาก็เพื่อให้อวี้ฉีงั้น
หรือ?”
“เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?” ลาผู่ดูประหลาดใจ
ถ่าเทื่อและหลู่จือลอบประหลาดใจเช่นกัน
ทวีปใต้พิภพและดินแดนแห่งความโกลาหลอยู่ไกล
จากกันมาก มีแค่การเข้าที่นั่นผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย
พริบตาต่างมิติขนาดใหญ่มากเท่านั้นที่เป็นไปได้
น้อยคนนักในทวีปใต้พิภพจะมีความสัมพันธ์ใน
ดินแดนแห่งความโกลาหล ดังนั้นพวกเขาไม่รู้ว่า
ฉินเลี่ยหาทางได้รับข่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในทวีปใต้พิภพ
ได้อย่างไร
“ข้ารู้ว่านางคือราชินีของเผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬ แต่
ไม่ได้รับการยอมรับจากเผ่าพันธุ์นัยน์ตาผี ข้ายังรู้ว่า
เขตปกครองเพลิงสีครามแค่กำลังรอโอกาสทำร้ายพวก
เขา” ฉินเลี่ยสงบลงพลางกล่าวว่า “ข้ามีช่องทางหา
ข้อมูลน่ะ!”
“ท่านผู้นั้นไม่อยากให้เจ้าพัวพันกับปัญหาของทวีปใต้
พิภพเร็วเกินไป” ถ่าเทื่อกล่าวอย่างจริงจัง
“นางบาดเจ็บ ข้าอยากไปพบนาง มันผิดตรงไหน?”
ใบหน้าของฉินเลี่ยมืดมน
“ทวีปใต้พิภพตั้งอยู่สุดขอบโลกศูนย์กลาง นั่นไม่ได้
หมายความว่าจะไม่มีคนจากโลกศูนย์กลางปฏิบัติการ
ใกล้ ๆ เขตปกครองเพลิงสีครามคือหนึ่งในพวกมัน”
ถ่าเทื่อโน้มน้าว “ท่านผู้นั้นอยากปกปิดตัวตนเจ้า
ในตอนนี้ เขาไม่อยากให้คนของโลกศูนย์กลางรู้ว่า
เจ้า… ยังมีชีวิตอยู่ ด้วยเหตุนี้เขาหวังว่าเจ้าจะสามารถ
อยู่ที่ดินแดนแห่งความโกลาหลจนกระทั่งถึงเวลาที่จะ
ส่งเจ้ากลับโลกศูนย์กลาง”
“ข้าแค่อยากพบนาง หลังจากนั้น… หลังจากนั้น ข้าจะ
กลับดินแดนแห่งความโกลาหล” ฉินเลี่ยกล่าว
ถ่าเทื่อขมวดคิ้วขณะคิดหนัก
ผ่านไปนาน ในที่สุดถ่าเทื่อพยักหน้า “ข้าจะไม่บอก
ท่านผู้นั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โปรดกลับดินแดนแห่งความ
โกลาหลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หลังจากพบนางแล้ว
ข้าจะจับตาดูเจ้าเพื่อปกป้องเจ้าตอนออกจากทวีปใต้
พิภพ ข้าจะไม่ให้เจ้าเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์โลก
ศูนย์กลางแม้แต่คนเดียว”
“ตอนอาณาจักรโป๋หลัว คนจากโลกศูนย์กลางเห็น
ใบหน้าข้า พวกเขาจำข้าไม่ได้” ฉินเลี่ยกล่าว
ถ่าเทื่อยิ้มบิดเบี้ยว “นั่นเพราะคนที่เห็นเจ้าที่อาณาจักร
โป๋หลัวอ่อนแอ ถ้าเจ้าเจอยอดฝีมือพลังระดับว่างเปล่า
หรือพลังระดับต้นกำเนิด พวกเขาสามารถจำตัวตน
แท้จริงของเจ้าผ่านรอยประทับต้นกำเนิดจิตวิญญาณ
ของเจ้าได้ต่อให้กายภาพจะเปลี่ยนเป็นสัตว์ร้ายโบราณ
ก็ตาม”
สีหน้าของฉินเลี่ยเปลี่ยนไปก่อนยืนกรานว่า “ข้า
สัญญาว่าจะไม่ออกห่างจากสายตาท่านหรือออกจาก
ทวีปใต้พิภพ”
“ดี เจ้าทำสิ่งที่ข้าไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ที่อาณาจักรโป๋
หลัว ฉะนั้นข้าจะยอมเจ้าสักครั้ง” ถ่าเทื่อพยักหน้า
หลังจากกล่าวเช่นนี้ แท่นบูชาจิตวิญญาณใต้พิภพ
กระดูกสีขาวที่ติดตั้งเอาไว้ขยายใหญ่ขึ้นสิบเท่า
ค่ายกลเคลื่อนย้ายพริบตาทรงกระดูกโบราณแปลก
ประหลาดที่ใจกลางของแท่นบูชาส่องแสงสีขาวซีด
พลังต่างมิติในค่ายกลค่อย ๆ มั่นคง
สมาชิกเงาทมิฬเข้าสู่ค่ายกลคนแล้วคนเล่าภายใต้การ
นำทางของถ่าเทื่อ
ฉินเลี่ยเองก็ผ่านแสงสว่างพร้อมลาผู่หลังจากสมาชิก
เงาทมิฬทุกคนเข้าไปแล้ว