Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 956: ยอมรับ
“เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้เข้าใจผิด?”
เก๋อเหลยจากเผ่าพันธุ์นัยน์ตาผีมองหลิงอวี้ฉีด้วยความ
ประหลาดใจยิ่ง
“เจ้าเคยไปนรกจิตวิญญาณขุมที่เก้ามาก่อนและรู้ว่าไอที่
นั่นมีคุณลักษณะแบบไหน” สีหน้าของลาผู่ลึกล ้า
“สัมผัสไอจากสายเลือดของแม่นางหลิงดี ๆ สิ เจ้าจะได้
รู้ว่าข้าไม่ได้เข้าใจผิด”
สามยอดฝีมืออาณาจักรใต้พิภพ เกอเติง หลู่จือและเก๋อ
เหลยหลับตาพร้อมกัน
พวกเขาปลดปล่อยการรับรู้จิตวิญญาณขนาดมหึมาขณะ
สำรวจคุณลักษณะของสายเลือดหลิงอวี้ฉีอย่าง
ระมัดระวัง
เมื่อพวกเขาหลับตา พวกเขาเห็นหลิงอวี้ฉีเปลี่ยนเป็นหุบ
เหวใหญ่ในทะเลจิตใจราวกับเต็มไปด้วยความลับนับไม่
ถ้วนอย่างเด่นชัด
จิตวิญญาณของพวกเขาคล้ายกับพลันถูกดึงออกจาก
ร่างกาย
พวกเขาสามคนสั่นไหวขณะพลันได้สติ พวกเขามองหลิ
งอวี้ฉีด้วยดวงตาเบิกกว้าง
“เป็นยังไงล่ะ?” ลาผู่ถาม
“มันช่าง… เหมือนกับไอของนรกจิตวิญญาณขุมที่เก้า”
เสียงของเกอเติงแหบแห้งเล็กน้อย
“หลังจากแม่นางหลิงหลอมรวมกับเลือดงูสวรรค์แถบ
เงินหนึ่งหยดที่ข้าขัดเกลาให้ คุณลักษณะสายเลือดของ
นางในตอนนี้เด่นชัดยิ่ง” ลาผู่กล่าวอย่างภาคภูมิ
เมื่อเกอเติงและสองคนที่เหลือมองลาผู่อีกครั้ง สายตา
ของพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ พวกเขาเริ่ม
คิดถึงสิ่งที่ลาผู่กล่าวก่อนหน้านี้อย่างจริงจัง
ในตอนนี้ หมอกที่ไหลออกจากเส้นผมของหลิงอวี้ฉี
รวมตัวเหนือหัวกะโหลกของนางช้า ๆ
ร่างภูตผีพร่าเลือนปรากฏในหมอกราวกับกำลังร้อง
โหยหวนและพยายามเป็นอิสระ
สามคนแข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรใต้พิภพมองเงา
ภายในหมอกขณะสีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไป
“ใช่แล้ว สายเลือดของนาง… เชื่อมต่อกับนรกจิต
วิญญาณขุมที่เก้าจริง ๆ!” เกอเติงตะโกน
หลู่จือเองก็สั่นไหวพลางกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “เหลือเชื่อ
เหลือเชื่อจริง ๆ!”
พวกเขามองหลิงอวี้ฉีด้วยความประหลาดใจ
ตอนนี้เอง แถบเปลวไฟฉายออกจากผิวหนังของฉินเลี่ย
เปลวไฟเป็นสีแดงฉานขณะอักษรศักดิ์สิทธิ์ขนาดเล็ก
มากส่องแสงอยู่ภายใน
ฉินเลี่ยคำราม ร่างกายกำลังสั่นไหวรุนแรง เส้นเอ็นกำลัง
ปูดโปนราวกับไส้เดือน
เส้นผมกลายเป็นสีแดงร้อนแรงอย่างรวดเร็วขณะโครง
กระดูกแตกร้าว
เกอเติงและคนอื่นย้ายสายตาจากหลิงอวี้ฉีมาที่เขาขณะ
เกิดการเปลี่ยนแปลง
“สายเลือดเผ่าพันธุ์เทพ…” เกอเติงหรี่ตาพลางกล่าวว่า
“หลานชายของท่านผู้นั้น… ชื่อเสียงของเขาบนทวีปใต้
พิภพก่อนหน้านี้ไม่สู้ดี ผู้คนเคยคาดหวังกับเขาไว้มาก
คิดว่าเขามีสายเลือดแข็งแกร่งที่สุด แต่เขาทำให้ทุกคน
ผิดหวัง สายเลือดเผ่าพันธุ์เทพของเขาไม่เคนตื่นขึ้นมา”
เก๋อเหลยประหลาดใจยิ่ง เขากล่าวว่า “เขาไม่เคยแสดง
พรสวรรค์ยอดเยี่ยมมาก่อน”
พวกเขาไม่เหมือนกับหลู่จือ หลายปีมานี้ ขณะพวกเขา
ไม่ปรากฏตัวบนทวีปใต้พิภพ พวกเขาให้ความสนใจที่
โลกศูนย์กลางของอาณาจักรวิญญาณผ่านช่องทางข้อมูล
มากมาย
เพราะฉินชานคือเหตุผลที่ทำไมเผ่าพันธุ์จากอาณาจักร
ใต้พิภพหาทางรอดชีวิตมาได้ พวกเขาให้ความสนใจกับ
ตระกูลฉินเป็นพิเศษ ดังนั้น พวกเขาล้วนคุ้นเคยกับกลี
ยุคฉับพลันที่เกิดขึ้นเมื่อสามร้อยปีก่อนในโลกศูนย์กลาง
ของอาณาจักรวิญญาณ
พวกเขาล้วนรู้ถึงตัวตนของฉินเลี่ย รู้ถึงประวัติของ
ฉินเลี่ยและรู้ว่าฉินเลี่ยตายอย่างไร
หลู่จือถูกขังในอาณาจักรโป๋หลัวมาตลอด เข้าสู่สภาวะ
การหลับลึก ดังนั้นเขาไม่รู้ถึงประวัติของฉินเลี่ย…
ฉินเลี่ยที่เขารู้จักคือฉินเลี่ยผู้ช่วยเผ่าพันธุ์เงาทมิฬใน
อาณาจักรโป๋หลัวและพาพวกเขากลับดินแดนหายนะ
เก๋อเหลยและเกอเติงรู้จักฉินเลี่ยที่ไม่สามารถทำอะไร
ได้… เรียกได้ว่าเป็นคนธรรมดา
นี่ทำให้พวกเขามีความเห็นเกี่ยวกับฉินเลี่ยต่างออกไป
“เขามีสายเลือดระดับที่ห้า เขาพยายามฝึกฝนอย่างหนัก
เขาทนทานและมีความสามารถมากมายยิ่ง แม้กระทั่งใน
โลกศูนย์กลางของอาณาจักรวิญญาณ เขาจะกลายเป็น
ดาวเด่น” ลาผู่ผู้เข้าใจฉินเลี่ยมากที่สุดมองทั้งสามพลาง
กล่าวว่า “เทียบกับเมื่อสามศตวรรษก่อน เขาเปลี่ยนไป
อย่างสิ้นเชิง!”
“ข้าเชื่อว่าเขาคือส่วนสำคัญที่จะฟื้นตระกูลฉินขึ้นมา!”
หลู่จือออกความเห็น
เก๋อเหลยและเกอเติงมีสีหน้าประหลาดใจ พวกเขาอดที่
จะให้ความสนใจถึงสิ่งที่กำลังเกิดกับฉินเลี่ยไม่ได้
“หวือ!”
แถบพลังส่องแสงสีแดงพุ่งออกจากคิ้วของฉินเลี่ยขณะ
เปลี่ยนเป็นวิญญาณอัคคีต่อหน้าทั้งสาม
วิญญาณอัคคีในรูปทรงกิเลนอัคคีช่วงชิงผลึกเพลิงชีวิต
จากใจกลางภูเขาบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์เปลวเพลิงก่อน
จะแช่อยู่ในแสกหน้าของเขาและอยู่เฉยมาตลอด
ครั้งนี้ วิญญาณอัคคีตรวจพบการเปลี่ยนแปลงใน
สายเลือดของฉินเลี่ยขณะออกจากไข่มุกกำราบจิต
วิญญาณ
“วิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความโกลาหล!” สี
หน้าของเก๋อเหลยและเกอเติงเปลี่ยนไป
แม้กระทั่งในโลกศูนย์กลาง วิญญาณแห่งความว่างเปล่า
และความโกลาหลคือสิ่งที่ทำให้ผู้คนซีดเผือดด้วยความ
หวาดกลัว สิ่งมีชีวิตไร้นามนี้ที่สามารถกินธาตุต่าง ๆ
และครอบครองการใช้ที่เกือบไร้ขีดจำกัด มันคือฝันร้าย
ของยอดฝีมือแท่นบูชาจิตวิญญาณทุกคน
เผ่าพันธุ์ของอาณาจักรใต้พิภพรู้เกี่ยวกับความน่า
หวาดกลัวและมูลค่าของวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหล
วิญญาณอัคคีเชื่อมต่อทางจิตกับฉินเลี่ยและรู้ว่ายอดฝีมือ
ของเผ่าพันธุ์ต่างแดนสามคนนี้ไม่ประสงค์ร้ายต่อฉินเลี่ย
ดังนั้นมันไม่กังวลเกี่ยวกับสายตาพวกเขาขณะรีดโลหิต
สามหยดออกมา
แก่นโลหิตวิญญาณอัคคีสามหยดลงสู่ฝ่ามือของฉินเลี่ยที่
แบอยู่อย่างแม่นยำ มันเข้าสู่บาดแผลที่โลหิตงูสวรรค์
แถบเงินสร้างเอาไว้ขณะหลอมรวมเข้าสู่โลหิตของเขา
“ฟู่!”
แก่นโลหิตวิญญาณอัคคีสามหยดทำให้ฉินเลี่ยพลันเกิด
เปลวเพลิงในจุดที่พวกมันสัมผัส
วิญญาณอัคคีรีบกลับเข้าไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
ในสายตาของเก๋อเหลย ฉินเลี่ยพลันกลายเป็นภูเขาไฟ
ปะทุที่ปลดปล่อยความร้อนรุนแรงออกมา
“ไม่ดีแล้ว!” สีหน้าของลาผู่เปลี่ยนไปขณะกล่าวอย่าง
วิตกว่า “ข้าไม่คิดว่าวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและ
ความโกลาหลจะเข้ามาเกี่ยวด้วย! ตอนนี้พลังเปลวเพลิง
ในสายเลือดของฉินเลี่ยควบคุมไม่ได้! พวกเราต้องย้าย
แม่นางหลิงออกห่างจากเขา!”
ตอนนี้เอง เก๋อเหลยและคนอื่นสัมผัสได้ถึงไอทำลายล้าง
ที่คล้ายกับสามารถเผาทุกสิ่งจากร่างกายของฉินเลี่ยได้
“ให้ข้าจัดการเอง” หลู่จือเอื้อมมือออกไป
แสงสว่างสีเทาน ้าตาลปกคลุมหลิงอวี้ฉีอย่างรวดเร็ว
ขณะพลันดึงนางออกจากบ้านหินหลังเล็ก
วินาทีต่อมา หลิงอวี้ฉีปรากฏตัวบนลานกว้างของชาน
เมืองหลิง
บ้านหินจมอยู่ในเปลวเพลิง ฉินเลี่ยผู้หายไปจากสายตาก็
เช่นกัน
ยอดฝีมือจากอาณาจักรใต้พิภพเห็นอักษรลึกลับขณะ
สัมผัสได้ถึงจิตทำลายล้างบ้าคลั่งน่าหวาดกลัวที่อยาก
ทำลายโลก
“จิตวิญญาณของเขาเข้าสู่อาณาจักรโลหิตโกลาหลแล้ว”
เก๋อเหลยพลันกล่าวขึ้น
เก๋อเหลยผู้ครอบครองดวงตาที่เก้าสัมผัสไวกว่าคนอื่น
เขาตรวจพบการเปลี่ยนแปลงพิศวงที่กำลังเกิดใน
ร่างกายของฉินเลี่ยจากความผันแปรเล็กน้อย
“ดูท่าสายเลือดของเขา… จะวิวัฒนาการไประดับที่หก
แล้ว” เกอเติงเองก็ประหลาดใจ “เขาแตกต่างจากข่าวลือ
จากข้อมูลที่พวกข้ารวบรวมมา หลานชายของท่านผู้
นั้น… ครอบครองสายเลือดแข็งแกร่งที่สุด แต่ไม่เคย
หาทางปลุกมันขึ้นมาได้”
“นั่นมันเรื่องเมื่อสามร้อยปีก่อน” ลาผู่กล่าวอย่างเคร่ง
ขรึม
“บางที ตระกูลฉินในอนาคตจะสามารถกลับมาปักหลัก
ในโลกศูนย์กลางของอาณาจักรวิญญาณผ่านเขาได้” เก๋อ
เหลยกล่าว
“ข้าเชื่อว่าความสำเร็จในอนาคตของเด็กคนนี้จะไม่ด้อย
ไปกว่าพ่อของเขา!” หลู่จือกล่าว
ลาผู่มองทั้งสามขณะครุ่นคิดสักพัก จากนั้นกล่าวว่า “ข้า
เดาว่าท่านผู้นั้น… อยากให้เขาคู่กับแม่นางหลิง”
เก๋อเหลยนิ่งสักพัก จากนั้นกล่าวว่า “นั่นเป็นความตั้งใจ
ของท่านผู้นั้นจริงหรือ?”
“ข้าคิดเช่นนั้น” ลาผู่พยักหน้าพลางกล่าวว่า “ตอนแรก
ท่านผู้นั้นใช้ชีวิตในชานเมืองหลิงกับเขา การหมั้นหมาย
ของเขากับแม่นางหลิงคือฝีมือของท่านผู้นั้น”
“เก๋อเหลย! แม่นางหลิงมีสายเลือดแก่กล้ายาก
จินตนาการ นางจะเริ่มเป็นผู้สร้างยุคสมัยใหม่เพื่อ
เผ่าพันธุ์ใต้พิภพทมิฬ ท่านผู้นั้นรับรู้ตัวตนของนาง
ทำไมเจ้าไม่ทำบ้างล่ะ?” เกอเติงตะโกน
เก๋อเหลยเงียบ
ผ่านไปนาน เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางกล่าวว่า “ตอน
ข้ากลับเผ่าพันธุ์นัยน์ตาผี ข้าจะคุยกับกลุ่มผู้อาวุโส
เพื่อให้ยอมรับสถานะของตระกูลหลิง”
เมื่อคำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา ดวงตาของเกอเติง
หลู่จือและลาผู่ทอประกาย