Spirit Realm อาณาจักรวิญญาณ - ตอนที่ 969: หลบหนีจากเงื้อมมือความตาย
แม้กระทั่งก่อนพลังในศรจะรวมตัวเสร็จสิ้น ฉินเลี่ย
สามารถสัมผัสได้ว่าดวงตากำลังถูกทิ่มแทงขณะมอง
ริ้วแสงสว่างเย็นเยือกกำลังแผ่จากศรคล้ายมีดคมปลาบ
พวกมันเจิดจ้าจนไม่มีใครกล้ามองศรตรง ๆ
คันธนูและศรในมือของเซินเย่คล้ายกับสร้างจากการ
รวมตัวของแสงสว่างทั้งหมดภายในดวงตา
มือที่เซินเย่ถือคันธนูคล้ายซากศพขณะแห้งเหี่ยวและ
เปลี่ยนเป็นสีเทาขาว ไม่มีร่องรอยความเปล่งปลั่งของ
ชีวิตสามารถพบเห็นได้ ราวกับพลังชีวิตทั้งหมดพลัน
ถูกสูบออกไป
ตอนนี้เอง พลังชีวิตทั้งหมดภายในมือของเขาถูกถ่าย
เข้าสู่ศรแสงสว่างจนเต็ม
ฉินเลี่ยสัมผัสได้ถึงหายนะแรงกล้าที่ก่อตัวขึ้นข้างใน
แม้จะไม่ถูกกระตุ้นโดยความบ้าคลั่ง โลหิตในเส้น
เลือดพลันเริ่มเดือดพล่านขณะอักษรศักดิ์สิทธิ์เลี่ยเยี่ยน
นับไม่ถ้วนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าทะลักเข้าสู่ทะเล
ความตระหนักรู้
ที่นั่น กลุ่มพลังแรงกล้าทั้งเก้าถูกโอบล้อมรุนแรงโดย
อักษรศักดิ์สิทธิ์เลี่ยเยี่ยน
ท่ามกลางอักษรศักดิ์สิทธิ์เลี่ยเยี่ยน พลังดั้งเดิมของงู
สวรรค์แถบเงิน การกัดกร่อน พลันส่งผล
อักษรโบราณซีดเผือดตัวแล้วตัวเล่า แต่ละตัวเต็มไป
ด้วยความลับการกัดกร่อนของจักรวาลขณะส่องแสง
ระหว่างอักษรศักดิ์สิทธิ์เลี่ยเยี่ยน
กลุ่มพลังเก้าสายที่กระตุ้นภายในทะเลความตระหนักรู้
ของจิตถูกสลายจนไม่เหลืออะไรโดยพลังกัดกร่อน
ตอนนี้เอง แสงสว่างผิดปกติฉายผ่านดวงตาของเซินเย่
ผู้ลงมือวาดคันธนูและศร ฉับพลัน ไหล่ของเขาเริ่มสั่น
สะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
หัวของศรแสงสว่างที่ส่องแสงเจิดจ้าจนไม่มีใครกล้า
มองเองก็เริ่มสั่นไหวราวกับไม่สามารถจับตำแหน่ง
ของฉินเลี่ยได้อย่างแม่นยำ
ในเวลาเดียวกันนี้ คิ้วของฉินเลี่ยขมวดเล็กน้อยขณะ
ตะโกนว่า “ออกมา!”
วิญญาณอัคคี อสนีบาต วารี ปฐพี และเหล็กในสภาพ
ลำแสงห้าสีพุ่งออกจากภายในไข่มุกกำราบจิตวิญญาณ
ความคิดหนึ่งแล่นผ่านจิตใจของฉินเลี่ย
เพียงพริบตา ห้าวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหลไหลเข้าสู่แท่นบูชาจิตวิญญาณของคนป่า
ตะวันออกใกล้ ๆ
“รีบเก็บแท่นบูชาจิตวิญญาณของพวกเจ้า!”
สีหน้าของเค่ออวี๋เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วขณะกรีดร้อง
เสียงดัง ราวกับเขารู้ถึงพละกำลังของวิญญาณแห่ง
ความว่างเปล่าและความโกลาหล
ท่ามกลางผู้ฝึกยุทธ์พลังระดับอมตะของสามเผ่าคนป่า
ตะวันออกใหญ่ บางคนเพิ่งปลดปล่อยแท่นบูชาจิต
วิญญาณออกมา แต่ว่า เมื่อเห็นการปรากฏตัวของ “ผู้
กลืนกินแท่นบูชาจิตวิญญาณ” พวกเขารีบกัดลิ้นขณะ
พยายามดึงแท่นบูชาจิตวิญญาณกลับเข้าสู่ทะเลความ
ตระหนักรู้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากอัญเชิญวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหล ฉินเลี่ยผ่อนคลายเล็กน้อยขณะหันมาสนใจ
เซินเย่เต็มที่
ก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งเห็นพละกำลังของเสวี้ยลี่ที่หลอม
รวมกับบรรพบุรุษโลหิต เซินเย่ในวันนี้เองก็ได้รับ
ประโยชน์จากการท่องในสุสานเทพ เขาได้รับเศษ
เสี้ยวจิตวิญญาณของเทพศรและมีการตอบสนอง
ส่งผลให้เกิดการหลอมรวมของจิตวิญญาณเขากับจิต
วิญญาณของเทพศรที่ตายไปแล้ว
ถึงแม้เซินเย่ทำได้เพียงเผยพละกำลังของเทพศรได้
หนึ่งในสิบส่วน มันก็ยังเต็มไปด้วยพลังระดับนิพพาน
นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญแต่อย่างใด
ฉินเลี่ยเตรียมนำหยาดน ้าตาจันทราออกมาสู้ทุกเมื่ออยู่
แล้ว
“เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ! เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ!”
ศรแสงสว่างระหว่างมือของเซินเย่สั่นไหวอีกครั้ง
จากนั้นในที่สุดก็คล้ายกับจับเป้าหมายได้
“หวือ!”
ศรแสงสว่างพุ่งออกไป เซินเย่พลันไร้ชีวิตราวกับพลัง
ชีวิตส่วนมากถูกสูบออกไป
ศรคล้ายกับแสงอสนีขณะทำให้ทุกคนมองไม่เห็น!
ความผันแปรรุนแรงของพลังชีวิตปลดปล่อยจาก
ภายในศรแสงสว่างราวกับทะเลกว้างใหญ่ ไอที่เอ่อล้น
ออกมาทำให้แม้แต่ฉินเลี่ยรู้สึกตกตะลึง
เขาอัญเชิญหยาดน ้าตาจันทราอย่างไม่ลังเล!
ภายใต้ดวงตะวันร้อนแรง หยาดน ้าตาจันทราคล้าย
ดาราพุ่งออกจากไหล่ขณะรวมตัวเพื่อสร้างกำแพงแสง
จันทรา
โล่อยู่ด้านหน้าร่างกายครบทุกส่วน
ไอที่ปลดปล่อยจากศรแสงสว่างที่เซินเย่ยิ่งออกไปน่า
หวาดกลัวเหลือเชื่อ ถึงแม้จะเจิดจ้าจนมองไม่เห็น มัน
ก็ไม่ได้เร็วนัก
ขณะเดินทาง มันเหมือนกับศรอื่นที่ยิงจากคันธนู
สังหารตะวัน ศรคล้ายกับกำลังดูดซับพลังโกลาหลจาก
กระแสมิติโกลาหล
ขณะช้าลง มันดูดซับพลังโกลาหลมากขึ้น ทำให้พลัง
ไปถึงจุดที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม
“แคร้ก แคร้ก!”
เมื่อศรแสงสว่างใกล้ถึงกำแพงที่สร้างโดยหยาดน ้าตา
จันทรา มันช้าลงจนเท่าความเร็วหอยทาก
ขณะเดียวกัน พลังบ้าคลั่งที่รวบรวมปลายศรแสงสว่าง
ทำให้รอบ ๆ แตกร้าวและระเบิดด้วยวิธีอันน่า
หวาดกลัว
ฉับพลัน ศรแสงสว่างหายไป มันปรากฏใต้ถ ้าต่างมิติสี
ดำไร้ก้น
ถ ้าต่างมิติพลันโอบล้อมฉินเลี่ยคล้ายอาภรณ์
เซินเย่พลันเริ่มพูดจาแปลกประหลาด
“ไม่ดีแล้ว!” สีหน้าของถ่าเทื่อเปลี่ยนไปมาก
ถ่าเทื่อในตอนนี้กำลังประมือกับคนป่าแดงและแท่น
บูชาจิตวิญญาณของอีกฝ่าย ถึงอย่างนั้นเขายังสามารถ
แบ่งความสนใจมาที่ฉินเลี่ยได้ เขาเตรียมจะไป
สนับสนุนฉินเลี่ยทุกเมื่อ
เมื่อถ่าเทื่อเห็นฉินเลี่ยใช้อุปกรณ์วิญญาณระดับ
ศักดิ์สิทธิ์ หยาดน ้าตาจันทรา เขาพลันผ่อนคลายขณะ
หยุดคิดที่จะก้าวก่าย
แต่จากนั้น เมื่อศรแสงสว่างจะปะทะกับกำแพงที่สร้าง
โดยหยาดน ้าตาจันทรา พลังบ้าคลั่งปลายศรแสงสว่าง
หาทางทำลายมิติรอบ ๆ ได้อย่างน่าตกตะลึง
ถ ้าต่างมิติปรากฏจากที่ใดไม่ทราบ
ถ่าเมื่อสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง จากภายในถ ้า
ต่างมิติ เขาสามารถสัมผัสไอจิตวิญญาณของเผ่าพันธุ์
กูลสวรรค์ได้ชัดเจน
ความคิดมากมายแล่นเข้าสู่จิตใจของถ่าเทื่ออย่าง
รวดเร็วราวกับแสงอสนีขณะเข้าใจบางอย่างขึ้นมาได้
สามเผ่าพันธุ์กูลกำลังหลบซ่อนกำลังสมคบคิดกับคน
ป่าตะวันออก!
“มียอดนักปราชญ์ของเผ่าพันธุ์กูลสวรรค์กำลังช่วยคน
ป่าตะวันออกจากเงามืด!” ถ่าเทื่อตะโกนเสียงดัง
ขณะคำพูดเหล่านี้ดังก้องผ่านอากาศ ปีศาจเพลิง อ้ายตี๋
และที่เหลือตอบสนองอย่างรวดเร็ว
พวกเขาล้วนมองฉินเลี่ยพร้อมกัน
พวกเขาทำได้เพียงมองขณะถ ้าต่างมิติคล้ายกระเป๋าใบ
ยักษ์กลืนกินฉินเลี่ยและกำแพงที่สร้างโดยหยาดน ้าตา
จันทราจนหมดคล้ายปากปีศาจยักษ์
กลุ่มรอยแยกต่างมิติบางและหนาแน่นนับไม่ถ้วน
กระจายออกจากขอบถ ้าต่างมิติขณะก่อตัวเป็นสิ่งที่
คล้ายกับใยแมงมุม
ความผันแปรโกลาหลแรงกล้ากระจายทั่วพื้นที่อย่าง
ต่อเนื่องขณะดาบต่างมิติคมปลาบฉีกกระชากมิติทั่ว
ทุกทิศคล้ายกระบี่
ฉินเลี่ยและกำแพงหยาดน ้าตาจันทราค่อย ๆ หายไป
ท่ามกลางส่วนลึกของถ ้าต่างมิติ
“เหอะเหอะ! ฉินเลี่ย มาดูกันว่าเจ้าจะหลบหนีจาก
เงื้อมมือของเผ่าพันธุ์กูลสวรรค์อย่างไรหลังจากเข้าสู่
ดินแดนแห่งกระแสมิติโกลาหลแล้ว!” เสียงหยาบ
กร้านและคมปลาบเหลือเชื่อดังก้องจากภายในถ ้าต่าง
มิติ ทันทีที่พวกเขาได้ยินเสียงนี้ อ้ายตี๋และถังเป่ยโต่วผู้
สู้กับเผ่าพันธุ์กูลสวรรค์มาก่อนรู้ว่านั่นคือเสียงของ
หม่าซิวจากเผ่าพันธุ์กูลสวรรค์
ความรู้สึกจนใจปรากฏขึ้นภายในตัวพวกเขา
ไม่มีใครคาดคิดว่าเผ่าพันธุ์กูลที่หายไปภายในดินแดน
แห่งความโกลาหลจะถึงกับสมคบคิดกับคนป่า
ตะวันออก
เพราะคนป่าตะวันออกรุกรานทวีปเทียนหลู่ การ
กระทำของพวกเขาไม่รีบร้อนหรือวิตก ตั้งแต่ต้นจน
จบ พวกเขาไม่เคยเผยสัญญาณที่จะติดต่อกับสาม
เผ่าพันธุ์กูลเลย
จนตอนนี้เมื่อเซินเย่ยิงศรแสงสว่างใส่ฉินเลี่ยโดยพึ่ง
ศพของเทพศรที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน
ศรแสงสว่างที่ดูดซับพลังโกลาหลต่อเนื่องจากมิติรอบ
ๆ ทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง จากนั้น ในวินาทีสุดท้าย
ที่มาถึงหน้าฉินเลี่ย ศรพลันฉีกมิติให้เปิดออก เผยแรง
กดดันของหม่าซิวจากเผ่าพันธุ์กูลสวรรค์
“ช่วยฉินเลี่ยก่อน!”
ถ่าเทื่อ อ้ายตี๋ โหยวลี่หย่าและที่เหลือล้วนสลัดศัตรูให้
เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ขณะใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อพุ่ง
เข้าปากรอยแยกต่างมิติ
ที่ปากถ ้าต่างมิติ ร่างของฉินเลี่ยถูกลากเข้าสู่กระแสมิติ
โกลาหลช้า ๆ ราวกับเขาถูกพันด้วยเชือกที่มองไม่เห็น
ปากถ ้าเองก็เริ่มปิดลงช้า ๆ
“สายเลือดระดับที่หก! จุดชนวน! เปลี่ยนร่าง!”
ในยามวิกฤตินี้ ฉินเลี่ยผู้ถูกลากเข้ากระแสมิติโกลาหล
พลันสูญเสียพลังกระตุ้นสายเลือดจนหมด
เส้นผมของฉินเลี่ยเริ่มยาวอย่างรวดเร็วขณะกลายเป็น
สีแดงที่ทำให้นึกถึงโลหิตสด ๆ ลูกตาของเขา
เปลี่ยนเป็นสีชาดเช่นกัน ทำให้พวกมันดูเหมือนกับ
โลหิตสองหยด
กระดูกของเขาแตกร้าวดังเปาะขณะร่างกายพลันขยาย
ด้วยพลังและกลายเป็นภูเขาขนาดมหึมา กลุ่มอักศร
ศักดิ์สิทธิ์เลี่ยเยี่ยนที่ไหลออกจากรูขุมขนกำลังปกคลุม
ร่างกายขณะพลังทำลายล้างที่สามารถทำให้สวรรค์
ยอมจำนนได้ปรากฏขึ้น
“ฮูฮู!”
แสงสว่างบางส่วนเข้าสู่ถ ้าผ่านรอยแยกต่างมิติที่มอง
ไม่เห็น แต่ไม่มากพอจะทำให้ฉินเลี่ยเห็นสิ่งใดชัดเจน
แต่ว่า เขาสามารถได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความ
เจ็บปวดของหม่าซิวอยู่ภายในถ ้าชัดเจน
ฉิยเลี่ยรู้ดีว่าภายในร่างกายของหม่าซิวถูกเผาเพราะ
รอยประทับเลี่ยเยี่ยน ขณะสายเลือดเพิ่มพละกำลังและ
ระยะห่างระหว่างเขากับหม่าซิวลดลง บาดแผลเหล่านี้
จะสาหัสมากขึ้นเท่านั้น
“เซินเย่! ยิงมัน! ยิงมันต่อไป!” ตี๋เฟยตะโกนเสียงดัง
ตีเฟ๋ยเองก็หยิบคันธนูสีชาดออกมา ขณะพูด เขาน้าว
ขณะปลดปล่อยศรจำนวนมากใส่ถ ้าต่างมิติ
แต่ว่า เมื่อเข้าใกล้แคว้นกระแสมิติโกลาหลรอบฉินเลี่ย
ศรทั้งหมดที่ตี๋เฟยยิงออกไปพลันเสียเส้นทาง
หลังจากนั้น ศรถูกดูดเข้าไปในถ ้าต่างมิติด้วยความเร็ว
ที่ทำให้พวกมันเหมือนกับดาวหาง
ฉินเลี่ยยังคงดิ้นรนขมขื่นที่ปากถ ้าขณะสู้กับแรงดูด
ที่มาจากภายในถ ้าและรอความช่วยเหลือจากถังเป่ย
โต่วและที่เหลือ
“เจ้าหนีไม่รอดหรอก!” เสียงกรีดร้องโหยหวนของ
หม่าซิวมาจากพื้นที่ใดไม่ทราบท่ามกลางสายแสง
สว่างวูบวาบ
พลังแรงกล้ามหาศาลพลันท่วมท้นใส่ทั่วร่างกายของ
ฉินเลี่ย เมื่อไม่สามารถขัดขืนได้อีกต่อไป เขาทำได้
เพียงเข้ากระแสมิติโกลาหล
แทบจะในเวลาเดียวกัน ห้าวิญญาณแห่งความว่างเปล่า
และความโกลาหลที่เชื่อมต่อกับจิตใจของเขา
เปลี่ยนเป็นห้าสายแสงสว่างขณะเข้าสู่ถ ้าต่างมิติก่อน
ปากจะปิดลงด้วยความเร็วที่ถังเป่ยโต่วและถ่าเทื่อไม่
สามารถรับมือได้
“หวือ!”
ฉินเลี่ยกับวิญญาณแห่งความว่างเปล่าและความ
โกลาหลผ่านปากถ ้าต่างมิติ พวกเขาพลันรู้สึก
เหมือนกับเข้าสู่ส่วนที่อันตรายและน่าหวาดกลัวที่สุด
ของกระแสมิติโกลาหลแห่งความว่างเปล่า
เขาไม่ถึงขั้นมีเวลาสังเกตรอบ ๆ ก่อนความสนใจจะ
ถูกดึงไปยังเงาที่กำลังดิ้นรนอย่างรุนแรงท่ามกลางแสง
สว่างเจิดจ้าที่วูบวาบภายในสิ่งที่คล้ายน ้าวนสีดำใกล้
ๆ
จากภายในแสงเปลวไฟ ฉินเลี่ยสามารถพันธนาการอัก
ศรศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเลี่ยเยี่ยนได้ เขาพลันมองออก
ว่านั่นคือหม่าซิว
เห็นได้ชัดว่าหลังจากฉินเลี่ยกระตุ้นสายเลือดระดับที่
หกแล้ว หม่าซิวจากเผ่าพันธุ์กูลสวรรค์ได้รับผลจาก
รอยประทับเลี่ยเยี่ยนภายในตัวขณะกลายเป็นพัวพัน
กับปัญหาเล็กน้อย
ฉินเลี่ยรีบหันหน้าไปมองด้านหลัง เขาเห็นสายแสง
สว่างนับไม่ถ้วนกำลังวูบวาบ เขาไม่สามารถมองเห็น
ร่องรอยของถ ้าต่างมิติอีกต่อไป
เขาพลันเข้าใจว่าการกลับแคว้นทะเลตะวันออก
กลายเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น
และทันทีที่หม่าซิวสามารถขัดขืนการเผาไหม้ของรอย
ประทับเลี่ยเยี่ยนหรือเรียกยอดนักปราชญ์อีกคนจาก
เผ่าพันธุ์กูลสวรรค์ให้มาได้ เขาจะตายอย่างไม่ต้อง
สงสัย
ฉิยเลี่ยรู้ว่าเขาจะไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นาน!
เขารู้ว่าเขาถูกหลอกโดยพันธมิตรระหว่างคนป่า
ตะวันออกและเผ่าพันธุ์กูลสวรรค์ โดยไม่เสียเวลามอง
หม่าซิวอีก ฉินเลี่ยสุ่มเลือกทิศทางขณะเริ่มเคลื่อนไหว
รวดเร็ว
เขาต้องทำให้แน่ใจว่าหม่าซิวจะไม่สามารถพบเขาได้
อย่างรวดเร็วหลังเป็นอิสระจากความเจ็บปวดของรอย
ประทับเลี่ยเยี่ยน