กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1076.5 รู ้แต่แรกแล้วว่าพวกเจ้าเข้าใจผิดเพราะค าว่า เซียน
- Home
- กระบี่จงมา! Sword of Coming
- บทที่ 1076.5 รู ้แต่แรกแล้วว่าพวกเจ้าเข้าใจผิดเพราะค าว่า เซียน
เว่ยเหลียงคืนสติ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งที เทียบกับบนไม่ พอ เทียบกับล่างมากพอเหลือแหล่ เมื่อเทียบกับสามแคว้นที่เหลือ แล้ว แคว้นหนันเยวี่ยนก็ยังถือว่ามีกองกาลังแคว้นที่ดีกว่าอยู่หลาย ส่วน
เว่ยแย่นโอรสสวรรค์คนปัจจุบันที่ถือว่าได้ครองบัลลังก ์เพราะ อดีตฮ่องเต้สละราชบัลลังก ์ให้ ความรู ้ด้านบุ๋นฝีมือด้านบู๊ล้วนไม่เลว ประเด็นสาคัญคือบุตรชายของเขาคนนี้มีความอดทนดีเยี่ยม
ลูกน้องในราชส านักที่อดีตราชครูจ้งชิวทิ้งไว้ให้ก็ถือว่ามีแต่ผู้ มากความสามารถทั้งในด้านบุ๋นและบู๊ ส่วนสุดท้ายแล้วตระกูลเว่ยจะ สามารถรวบรวมแผ่นดินให้เป็ นปึกแผ่นปกครองใต้หล้าได้หรือไม่ ก็ ต้องดูที่…สวรรค์บัญชาแล้ว
เว่ยเหลียงพลันหันไปมองทางเว่ยเจิน
เว่ยเจินไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแต่ว่าร่างของนางพลัน แข็งทือในเสี้ยววินาทีทะเลสาบหัวใจมีคลื่นยักษ์ถาโถม นางหันหน้า ไปมองช ้าๆ ก็เห็นคนหนุ่มสวมชุดลัทธิขงจื๊อคนหนึ่งที่ใบหน้างดงาม ราวกับหยก
้
หูเจียวกดเสียงต่า “ดูเหมือนว่าบนหลังคาเรือนจะมีอีกคนหนึ่ง”
“เรื่องบางอย่างยากจะเอื้อนเอ่ย ได้เพียงมองดูอยู่เฉยๆ ไร ้คน พูดคุยด้วยก็ได้แต่มองขุนเขา”
คนหนุ่มสวมชุดลัทธิขงจื๊อเอาสองมือสอดไว้ในชายแขนเสื้อ โน้มกายมาด้านหน้าเล็กน้อย เป็ นฝ่ ายเปิ ดปากยิ้มเอ่ยก่อนว่า “ลาบากสหายเว่ยแล้วจริงๆ ไม่ได้เป็ นฮ่องเต้มาตั้งหลายปี แล้ว แต่ กลับยังต้องทางานเหน็ดเหนื่อยตรากตรา อุทิศชีวิตกายใจวางแผน ยาวนานร ้อยปีพันปีให้กับชะตาแคว้นของสกุลเว่ย วางแผนเลี้ยงปาก เลี้ยงท้องให้กับลูกหลานรุ่นหลังถึงเพียงนี้ มาฝึกตนอยู่ในภูเขา แต่ จิตแห่งมรรคากลับอยู่นอกภูเขา ถ้าอย่างนั้นสร ้างโอสถไม่ส าเร็จก็ถือ ว่าเป็ นเรื่องปกติแล้ว ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณสมบัติหรอก”
“ใช่แล้ว ขอแนะน าตัวเองสักหน่อย ข้าชื่อกู้ช่าน กู้ที่แปลว่าห่วง หน้าพะวงหลัง ช่านที่แปลว่าหยกงดงาม”
“ข้ากับเจ้าคนที่อยู่บนหลังคานั่นล้วนมาจากข้างนอก พวกเรา เพิ่งเดินทางออกจากพรรคหูซานมาถึงที่นี่ ก็คือเจ๋อเซียนที่พวกเจ้า คิดว่าไม่ควรได้ตายดี แต่ละคนล้วนสมควรตายนั่นแหละ”
ชายร่างสูงใหญ่บนหลังคาที่ห้อยสองเท้ามานอกชายคาด่าขาๆ ว่า “เจ้าขี้มูกยึด ด่าตัวเองก็อย่าลากข้าไปเกี่ยวด้วยสิ ข้าผู้อาวุโสคือ บัณฑิตตัวจริงที่ทั่วร่างมีแต่กลิ่นอายของความจริงจังนะ”
้
เขากระโดดลงมาจากหลังคา พลิกตัวอยู่กลางอากาศ สองเท้า หยุดยืนนิ่ง กดลมปราณลงสู่จุดตันเถียน ยิ้มเอ่ยว่า “ขอเลียนแบบ แนะนาตัวเองสักหน่อย เนื้อหาค่อนข้างยาว หากไม่ถึงร ้อยกว่า ตัวอักษรก็จะไม่อาจอธิบายตัวตนภูมิหลังและขอบเขตของข้าได้อย่าง ชัดเจน จงตั้งใจฟังกันให้ดีล่ะ เว่ยเหลียงอย่าได้คิดเป็ นจริงเป็ นจังนัก แม่นางน้อยทีสวมชุดคลุมมังกรก็…ช่างเถอะ มองดูเหมือนยังสาว แต่ อันที่จริงแก่แล้ว ทั้งยังเป็ นแม่นางแก่ทีมีคนในใจแล้วด้วย คนที่นั่งอยู่ ข้างกายกู้ช่าน อืม หมายถึงเจ้านั่นแหละ แม่นางน้อย เจ้าจงเงี่ยหู ตั้งใจฟังให้ดีนะ…”
กู้ช่านกลับแย่งพูดขึ้นก่อนว่า “เขาชื่อหลิวเสี้ยนหยาง อีกเดี๋ยวก็ จะต้องแต่งงานแล้ว คือคนขี้ขลาดตาขาวที่ทั่วร่างมีแต่ปากที่แข็ง กว่า จะได้ออกมาเที่ยวเตร่ข้างนอกได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่กลับไม่กล้าไปดื่ม เหล้าเคล้านารีในหอโคมเขียวด้วยซ้า”
หลิวเสี้ยนหยางก่นด่า “กู้ช่าน ท่านปู่เจ้าเถอะ!”
กู้ช่านพยักหน้า “ท่านปู่อยู่นี่ เจ้าโขกหัวสักสองสามที แล้วข้าจะ ให้เงินยาสุ่ยเพิ่ม”
หลิวเสี้ยนหยางไม่สนใจเจ้าตะพาบน้อยที่ชอบขัดคอเขา ยิ้มตา หยีมองไปทางเว่ยเหลียง “ฟังคาแนะนาจากข้าสักคา ครั้นยามชราจึง จะรู ้ว่าคาว่าเขียนหลอกลวงคนที่สุด ที่แท้ชีวิตนี้ข้าเหมาะจะอยู่ ท่ามกลางสองขุนเขา”
้
กู้ช่านหัวเราะร่วน “เป็ นกลอนของคนอื่นที่ดัดแปลงเอามาใช ้ ครั้นเวลาล่วงผ่านจึงจะรู ้ว่าสามค าพาหลงทาง ที่แท้ชีวิตนี้แค่เหมาะจะ อยู่ท่ามกลางสองขุนเขา”
เว่ยเจินกระจ่างแจ้งในฉับพลัน “เคยได้ยินมาก่อน น่าเสียดายที่ ไม่ทราบนามผู้แต่ง”
กู้ช่านหรี่ตาลง เป็ นเช่นนี้จริงเสียด้วย!
หลิวเสี้ยนหยางยังคงทาตัวเป็ นคนเอ้อระเหยลอยชายอยู่ เหมือนเดิม “น่าเสียดาย น่าเสียดาย หากแม่นางโชคดีได้เจอกับคนผู้ นี้ จากนั้นวาดภาพเหมือนของเขาเอาไว้ก็จะยิ่งดีกว่าเดิมแล้ว”
เดิมทีเด็กสาวสวมชุดคลุมมังกรก็ถูกสั่งสอนมาจากตอนที่อยู่ ทะเลสาบชิวชี่แล้ว นางจึงรู ้สึกเหมือนถูกงูกัดครั้งหนึ่งกลัวเชือกนาน สิบปี เพียงแต่ว่าพอได้ยินคาพูดคาจาที่หาแก่นสารไม่ได้ของสองคน นี้ นิสัยป่าเถื่อนยากการาบจากสัญชาติญาณของนางก็ผุดขึ้นมาอีก ครั้ง เพียงแต่นางกาลังจะเปิดปากพูด ไม่รอให้เว่ยเหลียงขัดขวาง ลูก ศิษย์ลัทธิขงจื๊อหนุ่มที่บอกว่าตัวเองชื่อกู้ช่านผู้นั้นก็เอ่ยเตือนขึ้นมา ก่อนแล้ว “พูดผิดท าผิดต้องมีคนตายนะ”
หลิวเสี้ยนหยางมองกู้ช่าน กระแอมหนึ่งที ก่อนช่วยพูดไกล่เกลี่ย ให้ “เอาล่ะๆ จะข่มขู่แม่นางน้อยที่เป็ นขอบเขตชมมหาสมุทรคนหนึ่ง ไปไย”
้
มารดามันเถอะ เฉินผิงอันไม่ได้อยู่ที่นี่เสียด้วย หากจิตสังหาร ของกู้ช่านบังเกิดขึ้นมาจริงๆ จัดการสังหารเจียวทะเลสาบตัวนี้แล้ว ปัดกันเดินจากไป ไม่รอดื่มเหล้ามงคลแล้วก็ไม่เป็ นเพื่อนเจ้าบ่าวแล้ว นายท่านใหญ่หลิวอย่างเขาจะไม่ตกที่นั่งลาบากเลยหรือ?
กู้ช่านกระตุกมุมปาก ดูจากท่าทางก็น่าจะฟังเข้าหูแล้ว
หลิวเสี้ยนหยางเอ่ย “เปลี่ยนสถานที่ ไปดูที่ทะเลสาบชิวชี่กันดี ไหม?”
กู้ช่านส่ายหน้า “ไปอะไรกัน ไม่ไปให้โดนด่าหรอก”
แม้จะพูดอย่างนี้ แต่กู้ช่านกลับลุกขึ้นยืนแล้ว “ไปดูที่จวนซานจ วินขุนเขาตะวันตกกัน”
หลิวเสี้ยนหยางใช ้หมัดทุบฝ่ ามือ “แล้วก็ไม่พูดให้เร็วกว่านี้ ให้ไว เลย”
คนประหลาดสองคนที่บอกว่าเป็ นเจ๋อเซียนจากโลกภายนอกมา อย่างรีบร ้อนแล้วก็จากไปอย่างรีบร ้อน สายรุ ้งสองเส้นพลันพุ่งห่างไป ไกลร ้อยพันลี้ในชั่วพริบตา ทะเลเมฆผืนที่อยู่นอกภูเขาห่างไปไม่ไกล ถูกกระบี่ยาวอิงฟ้ าแหวกผ่า
ภูเขาเขียวที่อยู่ใต้ฝ่ าเท้าของพวกเว่ยเหลียงสั่นสะเทือน ประหนึ่ง ฟ้ าผ่าดังอื้ออึง เหล่าสัตว์ป่าที่อยู่บนภูเขาพากันนอนหมอบ ฝูงนกบิน ฮือแตกรัง กลองและระฆังในวัดและในอารามบนภูเขาแกว่งไหวอย่าง รุนแรง ส่งเสียงดังยาวนาน
้
……
หยวนหวงกับอูเจียงแอบเข้าไปในเกาะอวี้จาน พวกเขาเดินอาดๆ ขึ้นไปบนยอดเขา มาถูกที่แล้ว การมองเห็นเปิดกว้าง อีกทั้งยังใกล้ กับอารามต้ามู่ที่อยู่บนภูเขาบรรพบุรุษด้วย อย่างน้อยพวกเขาก็ มองเห็นชายคาตวัดงอนและหลังคากระเบื้องแก้วที่อยู่ท่ามกลางเงาไม้ เก่าแก่ซึ่งบดบังอารามได้ร าไร
เพียงแต่ว่าไม่นานก็มีนักพรตหญิงเด็กสาวกับนักพรตน้อยเด็ก หนุ่มมาเยือน สองเท้าของพวกเขาเหมือนเหยียบอยู่บนเมฆคล้อยน้า ไหล เคลื่อนตัวมาถึงบนยอดเขาอย่างว่องไวพวกเขาคารวะตามขนบ ลัทธิเต๋า เด็กสาวมองมาทางอูเจียง นางเอ่ยด้วยน้าเสียงใสกังวานว่า “อูเจียง ผู้ดูแลอารามของพวกเรามีคาสั่ง ขอเชิญให้เจ้าออกไปจาก เกาะอวั้จานโดยเร็ว”
อูเจียงอึ้งตะลึง รอแล้วรออีกก็ไม่ได้ยินประโยคถัดไปจากแม่นาง น้อย จึงได้แต่ถามว่า “ไล่ข้าไปไม่เป็ นปัญหา แต่หยวนหวงที่อยู่ข้าง กายข้าล่ะ ท าไมถึงไม่ไล่ลงจากภูเขาไปพร ้อมกันด้วย?”
หยวนหวงยิ้มไม่พูดไม่จา
เด็กสาวเองก็อึ้งไปเช่นกัน นางจึงได้แต่อธิบายกับเจ้าโง่ผู้นี้อย่าง อดทนว่า “เดิมทีหยวนหวงก็เป็ นแขกสูงศักดิ์ที่อารามของพวกเรา เชิญให้ขึ้นมาบนเกาะอวี้จานอยู่แล้วนี่นา”
้
อูเจียงยื่นมือมาลูบใบหน้าจากบนลงล่าง แล้วก็ไม่พูดไม่จา หมุน ตัวกลับได้ก็จากไปทันที มาเจอกับคนไม่ดี เจอสหายชั่วร ้ายแบบนี้ แล้วยังคิดอยากจะพึ่งใบบุญเขาได้ดื่มเหล้าหมักตระกูลเซียนอีก เจ้า ไปดื่มฉี่แทนเถอะ
หยวนหวงหันตัวมายิ้มเอ่ย “จะไปไหนเล่า ตามกฎของทางอาราม แขกที่ได้รับคาเชิญให้ขึ้นมาบนเกาะสามารถพาสหายรักคนสองคน มาที่นี่ด้วยกันได้ ถูกหรือไม่ เซียนกวานทั้งสองท่าน?”
นักพรตเด็กหนุ่มท่าทางยังอารมณ์ไม่ดี แต่เด็กสาวกลับพยัก หน้าเอ่ยว่า “อารามของพวกเรามีกฏข้อนี้อยู่จริง ปรมาจารย์หยวน จอมยุทธน้อยอูคือสหายของท่านจริงๆ หรือ?”
อูเจียงที่เดิมที่ชะลอฝีเท้าแล้ว พอได้ยินคาว่า “ปรมาจารย์หยวน” กับ “จอมยุทธน้อยอูใต้ฝ่าเท้าก็เหมือนมีสายลมผุดขึ้นมา เขาก้าวเท้า เร็วราวกับบิน ไม่อยู่แล้ว!
หยวนหวงพยักหน้า “อูเจียงคือหนึ่งในสหายรักที่มีอยู่ไม่มากของ ข้า หากทางฝั่งของอารามต้องการจะตรวจสอบสถานะอะไรอีก ข้าก็ จะลงจากภูเขาไปพร ้อมกับเขาด้วยแล้ว”
ลงจากเกาะอวี้จาน พวกเราจะตรงไปที่อารามต้ามู่ทันที
อูเจียงพลันยิ้มกว้างสดใส หมุนตัวก้าวยาวๆ กลับมาทางเดิม เดิน มาหยุดอยู่ข้างกายหยวนหวง ตบไหล่ของอีกฝ่ ายหนักๆ “พี่น้องที่รัก เจ้าไม่ควรฝึกหอก แต่ควรไปฝึกกระบี่จริงๆ!”
้
หยวนหวงถามอย่างสงสัย “หมายความว่าอย่างไร?”
หรือว่าเซียนกระบี่เฉินท่านนั้นมองออกว่าตนมีคุณสมบัติในการ ฝึกกระบี่? ก็เลยให้อูเจียงเอาเรื่องนี้มาบอกตนต่อ?
อูเจียงหัวเราะฮ่าๆ เด็กสาวก็ยิ้มจนตาหยี เห็นได้ชัดว่านางเข้า ใจความนัยนอกเหนือจากประโยคนี้ของอูเจียง
ในอารามต้ามู่ ขณะที่เซียนกระบี่ชุดเขียวกับพวกเจี่ยงเฉวียน ยังคง “ชะงักงันอยู่ในภาวะตึงเครียด” กันอยู่นั้นเอง ภาพเหตุการณ์ ประหลาดก็พลันบังเกิด เห็นเพียงว่ามีเส้นยาวสีทองเหมือนมังกรเลื้อย อยู่กลางอากาศพุ่งกระโจนออกมาด้วยพลังอ านาจดุดัน สมบัติอาคม ที่ถูกบนภูเขาเรียกขานว่าเชือกมัดเซียนเส้นนี้พลันพุ่งเข้าหาลาคอ ของเซียนกระบี่ชุดเขียว หากไม่ทันระวังเฉินผิงอันก็จะถูกรัดคอแล้ว เล่าลือกันว่าผู้หลอมลมปราณหรือผู้ฝึ กยุทธในยุทธภพที่เชือกมัด เซียนพันธนาการจะถูกเล่นงานให้ปราณวิญญาณแตกซ่านหรือไม่ก็ ทาให้ลมปราณที่แท้จริงหยุดชะงัก เป็ นเหตุให้พวกภูตผีสิ่งชั่วร ้ายที่ ไม่อาจพบเจอแสงสว่างได้ต้องมีจุดจบเป็ นการร่างแหลกสลาย
หลังจากลงมือ ผู้หลอมลมปราณหญิงที่นั่งอยู่ตรงกลางซึ่งเรียก สมบัติล้าค่าหายากที่ใช ้กี่ครั้งก็ไม่เคยพลาดชิ้นนี้ออกมาถึงได้หัวเราะ เสียงเย็น “ข้าผู้เป็ นเซียนไม่เชื่อจริงๆ ว่าเซียนกระบี่พสุธาที่กล่าวถึง ในตาราจะไร ้เทียมทานได้ถึงเพียงนี้ ทั้งยังเหมือนที่กล่าวถึงในต ารา ว่า…”
้
เพียงแต่ว่าพูดมาถึงตรงนี้ผู้ฝึกตนหญิงก็ซื้อใบ้ไร ้คาพูดทันที ไม่ อาจพูดออกมาได้อีกแม้แต่ค าเดียว เพียงแค่เพราะนางไม่กล้าพูดต่อ อีก
ที่แท้เชือกมัดเซียนที่สองสีทองสว่างไสวเส้นนั้นรัดพันรอบร่าง ของเซียนกระบี่ชุดเขียวที่ยืนนิ่งไม่ขยับอยู่ที่เดิมได้สาเร็จจริงๆ เดิมที่ ควรบีบเข้าหากันก็จะรัดคอของเขาได้แล้ว
น่ าเสียดายที่สวรรค์ไม่ปล่อยให้คนสมใจปรารถนา ภาพ เหตุการณ์ที่แท้จริงกลับกลายเป็ นว่าเชือกเหมือนงูกลืนหางที่ลอยตัว อยู่กลางอากาศ หมุนติ้วๆ เป็ นวงส่องประกายแสงเจิดจ้าพร่าตา น่า มองก็น่ามองอยู่หรอก แต่กลับไม่อาจขยับเข้าใกล้ล าคอของบุรุษชุด เขียวได้อีกแม้แต่เศษเสี้ยว เชือกมัดเซียนเหมือนงูสีทองตัวหนึ่งที่พุ่ง ชนสะเปะสะปะไปบนก าแพงทุกครั้งที่ชนก็ทาให้เศษผงสีทองซึ่งน่า มองอย่างมากถูกบดกระจายออกมาเป็ นระลอก
“ประโยคถัดไปที่สหายอยากจะพูดก็คือ “สามารถพ่นเม็ดกระบี่ ออกมา กระบีบินพุ่งตัดหัวคนไกลพันลี้ ฆ่าคนโดยมองไม่เห็นตัว?” หรือ”
เฉินผิงอันขยับเท้าเล็กน้อย ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “คาตอบคือทาได้”
เพียงแค่เพราะการเคลื่อนไหวที่เล็กน้อยนี้ของเซียนกระบี่ชุด เขียวก็มีคนรู ้สึกว่าตัวเองมองความจริงออกแล้ว นี่คือโอกาสที่พันปี ยากจะพานพบ ผู้ฝึกยุทธขอบเขตหกคนหนึ่งที่มั่นใจในความเร็วของ
้
ตัวเองอย่างมากรู ้สึกเพียงว่าพวกเขาอิดๆ ออดๆ พูดจาไร ้สาระกันไป มากมาย ขัดใจสุดๆ ผู้มีชื่อเสียงในยุทธภพท่านนี้จึงลุกขึ้นแล้วปล่อย หมัดออกไปข้างหน้าขยับเข้าใกล้ร่างของคนชุดเขียวแล้วถึงได้พูด กลั้วหัวเราะเสียงดังกังวานว่า “เจ้าคนแซ่เฉินรับหมัดของข้าซะ!”
หมัดไม่เบา เรือนกายเร็วยิ่งกว่า
เสียงปังดังลั่น
หน้าท้องของปรมาจารย์เฒ่าเหมือนถูกค้อนทุบหนักๆ สองเท้า ลอยขึ้นกลางอากาศจากนั้นถูกคนยื่นมือมาตบหัวแล้วเสียงตุ๊บก็ดัง ลั่น เปลี่ยนมาอยู่ในท่านอนหมอบอยู่กับพื้นมองแล้วน่าข า
“ไม่ใช่บรรพบุรุษเจ้าเสียหน่อย นี่ยังไม่ถึงปีใหม่ จะไปที่ไหนก็ไป”
คนชุดเขียวผู้นั้นยกเท้าขึ้นเขี่ยเบาๆ ก็เตะปรมาจารย์เฒ่าที่หน้า ซีดขาวไร ้สีเลือดให้กระเด็นไปถึงหน้าประตูอาราม ร่างกระแทกลงบน ก าแพงก่อนจะร่วงลงมานอนกองอยู่กับพื้น
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “เตือนก่อนนะว่า คราวหน้าหากใครคิดจะถาม หมัดก็เปลี่ยนคาว่า “รับหมัดของข้า” มาเป็ น “ขอความรู ้” จะดีกว่า พูดน้อยลง มาดของยอดฝีมือกลับจะเพิ่มมากขึ้น”
ปรมาจารย์เฒ่าที่รู ้สึกเพียงว่ากระดูกทั้งร่างของตนแยกตัวออก จากกันคิดอยากจะด่ามารดาอีกฝ่ ายสักค า แต่ทุกคนก็ไม่เห็นว่าคน ชุดเขียวลงมืออย่างไร เสียงปังดังอีกครั้ง หัวของเขากระแทกไปบน ผนัง สองตาเหลือกค้าง นอนหลับอยู่บนพื้นไปทันที
้
ผู้หลอมลมปราณหญิงเห็นว่าสมบัติล้าค่าของตนใช ้ไม่ได้ผลก็ คิดจะเรียกเชือกมัดเซียนกลับคืนมา นางเอ่ยเสียงสั่นว่า “เซียนกระบี่ เฉิน ล่วงเกินแล้ว”
เฉินผิงอันพยักหน้า มือหนึ่งไพล่หลัง มืออีกข้างก าเชือกมัด เซียนที่น่าจะเป็ นของวิเศษระดับสูงเอาไว้ เอามือปาดผ่านไปเบาๆ แสง สีทองสว่างไสวบนเชือกเส้นนั้นก็พลันหม่นหมองไร ้ประกายแสง สุดท้ายพลันกลายเป็ นผุยผง ปลิวหายไปนับแต่นี้
“เอาอย่างพวกเจ้า ลงมือก่อนแล้วค่อยพูดคุยกัน” เฉินผิงอันยิ้มอ่อน “ขอเสริมอีกคา ล่วงเกินแล้ว” ผู้ฝึกตนหญิงคนนั้นทาหน้าเหมือนบิดาเสีย ได้แต่อึ้งค้างพูดไม่ ออก
สมบัติหนักล้าค่าถึงเพียงนี้ เวลาปกตินางต้องหล่อหลอมมัน อย่างยากล าบาก มองเป็ นเหมือนชีวิตที่สองของตัวเอง กลับหายไป ทั้งอย่างนี้?
ระหว่างที่พูดเฉินผิงอันก็มองไปทางผู้เฒ่าผมขาวเรือนกายกายา ดูเหมือนจะชื่ออู๋แชว่อายุมากกว่าจงเชี่ยนไม่น้อย ตาแหน่งกลับอยู่ ห่างจากจงเชี่ยนอยู่มาก
อู๋แชว่ใบหน้าแดงก่า โมโหจนจุดไท่หยางสองข้างบนศีรษะเต้น ตุบๆ
้
เพียงแค่เพราะชั่วเสี้ยววินาทีที่ชายชุดเขียวซึ่ง “เรี่ยวแรงไม่ เอื้ออานวย ขยับฝีเท้า อู๋แชว่ก็มีความคิดเช่นเดียวกับปรมาจารย์ใน ยุทธภพผู้นั้นเหมือนกัน แต่อู๋แชว่กลับได้ยินเสียงเตือนในใจ หาไม่ แล้วคนที่นั่งโขกศีรษะให้กับบรรพบุรุษก็ต้องเป็ นเขาแล้ว
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “พวกเจ้าอาละวาดกันพอแล้ว ควรถึงคราวที่ ข้าได้เปิดปากพูดเรื่องการประชุมบ้างแล้วกระมัง?”
โบกชายแขนเสื้อง่ายๆ ทีเดียวก็ชัดร่างเจี่ยงเฉวียนที่มิอาจชัก ดาบออกจากฝักให้ลอยลิ่วออกไปจากอาราม ร่างลอยไปร่วงลงใน ทะเลสาบชิวซี่ห่างไปไกล
“ข้ายืนพูด พวกเจ้านั่งดูงิ้ว นี่ก็คือวิถีการรับรองแขกของใต้หล้า แห่งนี้ของพวกเจ้า?”
เฉินผิงอันกระทืบเท้าเบาๆ อีกครั้ง สมาชิกทุกคนที่เข้าร่วมการ ประชุมของอารามต้ามู่นอกจากเพ่ยเซียง เกาจวิน จงเชี่ยนและซานจ วินห้ามหาบรรพตและยังมีชุนหว่านแย่นที่อยู่เหนือการคาดการณ์ ต่างก็ถูกบีบให้ลุกขึ้นยืนกันทั้งหมด
“ดูสิดู ใต้หล้าทั้งแห่งกลับมีน้าหนักกันแค่นี้เอง ความอดทนของ พวกเจ้าย่าแย่เหลือเกิน ไม่รู ้จักทนให้พ้นสามร ้อยห้าร ้อยปีเสียก่อน แล้วค่อยมาคุมเชิงกับข้า”
กระทืบเท้าโดยเพิ่มแรงอีกเล็กน้อย
คนที่ยังนั่งอยู่ต่างก็ลุกขึ้นยืนกันหมด
้
ต่อให้ซานจวินห้ามบรรพอย่างพวกเจ้าจะร่ายวิชาอภิหารแห่ง ชีวิตเชื่อมโยงกับรากภูเขาของเกาะอย่างไร หรือจะพยายามเชื่อมโยง กับชะตาน้าของทะเลสาบชิวชี่แล้วจะอย่างไร
สะบัดชายแขนเสื้อ ยกชายชุดขึ้น มีเพียงคนชุดเขียวคนเดียวที่ นั่งลง