กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1102.2 หนึ่งกระบี่ต่อกรหนึ่งศัตรู
จิตแห่งมรรคาของเซียวผู่สะท้านไหว สีหน้าไม่น่ามอง ความ ตะลึงพรึงเพริดในใจของนางมีมากกว่าความตกใจ
เฉินผิงอันยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “ขอบเขตต่าต้อย เพียงแต่ว่าพวกเรา อยู่ห่างกันไม่มากนักศาลาใกล้น้าได้ยลแสงจันทร ์ก่อน ถึงได้พอจะได้ ยินเสียงในใจอย่างรางเลือน ส่วนความคิดนั้นถูกอาพรางไว้ลึกล้า ย่อมมองทะลุไปไม่ได้ ได้แต่อาศัยการคาดเดา แต่ก็ไม่แน่เสมอไปว่า จะเดาถูก”
หลิวเถาจือยิ้มเอ่ย “ราชครูเฉินปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ
จริงๆ”
เฉินผิงอันยิ้มกล่าว “ข้าเดาว่าประโยคนี้ไม่ได้พูดให้ความหมาย ตรงกันข้ามสินะ?”
เซียวผู่ถอนหายใจเบาๆ ไม่พูดถึงคนอื่น พูดถึงแค่ตัวนางเอง ดู เหมือนว่าขอแค่เป็ นคนแซ่เฉิน ชีวิตนี้ก็ล้วนเป็ นคนที่ไม่ควรไปมีเรื่อง ด้วยส าหรับนาง
ชาติก่อนเหล่าเหนียงเคยติดค้างคนแซ่เฉินอย่างพวกเจ้าหรือไร?
เฉินผิงอันกุมหมัด “ไว้พบกันใหม่วันหน้า คราวหน้าค่อยมาดื่ม เหล้ากัน”
หลิวเถาจือกุมหมัดเช่นกัน “คราวหน้าที่พบกันน่าจะเจอกันที่ ทวีปอื่น อยู่ต่างบ้านต่างถิ่นเหมือนเดิม ถึงเวลานั้นข้าผู้แซ่หลิวค่อย ลองดื่มสุราภูเขาชิงเสินของเถ้าแก่รองดูสิว่าจะใช่ของจริงหรือไม่”
เฉินผิงอันยิ้มรับ หมุนกายเดินจากไป
การประชุมในศาลปุ่ นคราวก่อน ฮูหยินภูเขาชิงเสินแห่งถ้า สวรรค์จูไห่ยังไม่พูดอะไร พวกเจ้าที่เป็ นคนนอกบอกว่าจริงหรือเท็จ ย่อมไม่อาจเชื่อถือได้
หลิวเถาจือจะหวนกลับไปที่แท่นหินเพื่อฝึกวิชาให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วถึงจะออกไปจากอารามฉงหยาง ไปจากแจกันสมบัติทวีป
ยามที่บุรุษสวมชุดกว้าตัวยาวสีเขียวเดินก้าวออกไปก้าวแรก พริบตานั้นสตรีชุดกระโปรงเขียวที่ยังตาหนิตัวเองก็เหมือนนก กางเขนที่ถูกนกพิราบยึดรัง ทั้งร่างกาย จิตวิญญาณและชุดคลุม อาคมระดับอาวุธเซียนบนร่างของนางชิ้นนั้นเหมือนกลายไปเป็ นชุด ชุดหนึ่งที่ถูกสตรีนามาซักอยู่ริมน้า บิดน้าออกให้แห้งเหมือนบิดเชือก ยาวเส้นหนึ่ง ทาให้ร่างของนางเหมือนหอกขนาดสั้น แล้วก็เหมือนทั้ง กระบี่ยาวสีเขียวที่พุ่งเป็ นเส้นตรง กระแทกเข้าใส่หัวใจทางด้านหลัง ของราชครูเฉินเซียนกระบี่หนุ่ม
ภาพเหตุการณ์ผิดปกตินี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป อีกทั้งยังเงียบเชียบ ไร ้เสียง หลิวเถาจือเพิ่งจะดีดปลายเท้าทะยานร่างอยู่กลางอากาศมุ่ง หน้าไปทางก้อนหินยักษ์ เพียงแต่อาศัยสัญชาตญาณของนักฆ่าท า
ให้สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ หลิวเถาจือพลันหันหน้าไปมอง ผีเซียน ผู้นี้ก็ต้องอ้าปากค้างไปทันที ต่อให้เป็ นคนที่จิตแห่งมรรคาแข็งแกร่ง อย่างเขาก็ยังถูกลิขิตมาแล้วว่าจะห้ามไม่ทัน ทว่าหลิวเถาจือก็ไม่ได้ นั่งอยู่เฉยๆ ปล่อยให้สถานการณ์เปลี่ยนไปเป็ นย่าแย่ยิ่งกว่าเดิม เขา คิดอยากจะดึงจิตวิญญาณของ ‘เซียวผู่” กลับมาพร ้อมกัน ให้หยุด นิ่งอยู่ที่เดิม ต่อให้การทาเช่นนี้จะฉีกทิ้งจิตวิญญาณและชุดคลุม อาคมของนางไปพร ้อมกัน ท าร ้ายไปถึงรากฐานมหามรรคาของนาง แต่ถึงอย่างไรก็ดีกว่าให้ “เซียวผู่” ลงมืออีกครั้งยอมพินาศวอดวายไป พร ้อมกับเซียนกระบี่เฉินอย่างไม่เสียดายชีวิตเหมือนคนเสียสติเช่นนี้
พริบตานั้นหลิวเถาจือก็รู ้สึกเหมือนว่าด่านฟ้ าแกนดินพลิกหมุน กลับ ภาพตรงหน้าเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก เหมือนถูกคนกดหัวให้เขา จ้องมองสมุดภาพสิบกว่าแผ่นที่วางอยู่บนโต๊ะ…
สุดท้ายหลิวเถาจือก็เข้ามาอยู่ในดินแดนที่ว่างเปล่ากว้างใหญ่ไร ้ ที่สิ้นสุด ธารดวงดาวหลากสีพร่างพราวมีดวงดาวส่องประกาย ระยิบระยับ และยังมีดินแดนไท่ซวีที่มีสะพานยาวสีทองพาดผ่าน
การลอบฆ่าจากจิตวิญญาณของ “เซียวผู่” พร ้อมกับชุด กระโปรงสีเขียวตัวนั้นมีพลังอานาจที่มิอาจขัดขวางได้ หลิวเถาจือทา มุทราต่อเนื่องกันพร ้อมกับร่ายเวทกระบี่ออกมาใช ้ แต่กลับพบว่า ตัวเองมิอาจกักจิตวิญญาณของเซียวผู่ไว้ได้แม้แต่เสี้ยวเดียว
ได้แต่มองดูลาแสงสีเขียวแหวกฟ้ าดินบางเหมือนกระดาษแผ่นที่ เป็ นจินตภาพพวกนั้นในรวดเดียว เกิดเป็ นเสียงฉีกเบาๆ เหมือนเสียง ผ้าที่ถูกฉีกขาดดังเป็ นระลอก
ต่อมาก็ทาลายค่ายกลกระบี่ ค่ายกลยันต์ บ่อสายฟ้ า ปณิธาน หมัดหนาแน่นที่เหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้ อง ชุดคลุมอาคม หลายชิ้นที่อีกฝ่ ายเอามาต้านรับอย่างฉุกละหุกแยกไม่ออกว่าเป็ น ปลายหอกหรือปลายกระบี่ที่แทงไปยังหัวใจด้านหลังของเฉินผิงอัน ทะลุผ่านไปด้านหน้า!
“เซียวผู่” ผู้นั้นยังคงไม่หายแค้น เห็นได้ชัดว่าคิดจะได้คืบแล้วเอา ศอก ท าลายเรือนกายของเซียนกระบี่หนุ่มอย่างสิ้นเชิงแล้วก็ยังจะปั่น คว้านจิตวิญญาณ ไม่ใช่แค่จะให้ขอบเขตของเขาถดถอย แต่คิดจะ ให้เขากายดับมรรคาสลาย!
บางทีอาจเป็ นเพราะระดับความแข็งแกร่งของเรือนกายและจิต วิญญาณของเฉินผิงอัน หรือไม่ก็เพราะการด ารงอยู่ของนกในกรง และจันทร ์กลางบ่อ สามอย่างนี้ทับซ ้อนเข้าด้วยกัน ซึ่งต่างก็อยู่เหนือ การคาดการณ์ของนักฆ่าผู้นี้
ท่ามกลางดินแดนไท่ซวีที่ไร ้ที่สิ้นสุด นักฆ่าถอนหายใจเบาๆ ทุก สิ่งที่ทามาล้วนเสียเปล่า แค่ฆ่าเซียนเหรินคนหนึ่ง ต้องยากขนาดนี้ เลยหรือ?
หากแค่ได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ถูกสังหาร ต่อให้อาการบาดเจ็บของ เฉินผิงอันจะหนักแค่ไหน ต่อให้ขอบเขตถดถอยไม่ต่างจากมนุษย์ ธรรมดา แต่ก็ยังไม่มีความหมายอะไรอยู่ดี
ต้องรู ้ว่าอายุขัยในการฝึกตนของคนผู้นี้ไม่สูง แต่กลับสังหารได้ ยากนัก คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะฆ่าได้ยากเย็นเช่นนี้
คือบัญชาจากสวรรค์โดยแท้
เส้นทางแห่งการผสานขอบเขตสิบสี่มิอาจเดินไปบนทางลัดได้ จริงๆ หรือ?
ในเมื่อโจมตีไม่สาเร็จ ก็ได้แต่ถอยหนี
ดูเหมือนหลิวเถาจือจะตกอยู่ในสภาพการณ์เหมือนคนจมน้าอีก ครั้ง ลมหายใจของเขาพลันติดขัด
ภาพเหตุการณ์ในม้วนภาพเหมือนน้าลงที่ถอยร่นไป
ขณะเดียวกันในจุดลึกของจิตวิญญาณเซียวผู่ “แขก” คนหนึ่ง ที่มาในรูปลักษณ์ของดวงจิตเมล็ดงาก็พลันแตกกระจาย สลายตัว เป็ นควันเขียวกลุ่มหนึ่งที่ถูกคนเก็บเอาไป
ก่อนหน้านี้เรียกแม่น้าแห่งกาลเวลาเล็กบางเส้นหนึ่งออกมา ก็คือ แนวทางในการใช ้เวทคาถาของคนผู้นี้
ก็จริงที่ว่าในฟ้ าดินแห่งนี้ไม่มีวิธีการใดที่สามารถลบเลือน ร่องรอย ท าลายหลักฐานได้ดีไปมากกว่าวิธีนี้อีกแล้ว
บุคคลผู้นั้นร ้องเอ๊ะในใจ รู ้สึกแปลกใจเป็ นทบทวี เพราะอิ่นกวาน หนุ่มผู้นั้นถึงกับยืนแน่นิ่งไม่ขยับอยู่ที่เดิม ไม่ได้เดินเลียบแม่น้าแห่ง กาลเวลาช่วงหนึ่งและเส้นทางน้าพุเหลืองช่วงหนึ่งที่เขาหลอมขึ้นมา พร ้อมกัน กลับกันยังเลือกที่จะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ไม่ยอมถูกแม่น้า แห่งกาลเวลาห่อหุ้ม ไหลไปตามสถานการณ์พลิกกลับไปตาม กระแสน้า สุดท้ายจึงหวนกลับมายัง “ที่เดิม” ที่เขาอยู่กับเซียวผู่และ หลิวเถาจือก่อนหน้านี้
เฉินผิงอันเปิดปากพูดด้วยน้าเสียงแหบพร่า พูดคุยกับอีกฝ่ ายอยู่ ไกลๆ “ฝากไว้ก่อนเถอะ”
ทุกอย่างกลับคืนมาเป็ นปกติ นอกศาลาของอารามฉงหยาง สี หน้าของเซียวผู่ขาวซีดไร ้สี เหมือนอยู่กันคนละโลก ในสมองเหมือน มีแต่แป้ งเปียก
อารมณ์ของหลิวเถาจือหนักอึ้งอย่างถึงที่สุด หากจะบอกว่าก่อน หน้านี้ที่เฉินผิงอันซักไซ ้เอาเรื่อง ตนยังพอจะคลี่คลายได้บ้างหลาย ส่วน ทว่าตอนนี้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นจะคิดบัญชีกันอย่างไร?
พูดให้เป็ นเรื่องเล็ก คือสายอิงเถาชิงอีและสายซีซานเจี้ยนอิ่นเกิด ใจอาฆาตแค้น ลอบฆ่าราชครูต้าหลี พูดให้เป็ นเรื่องใหญ่ ก็คือสาม สายของผู้ล้างมลทินสมคบคิดกับเปลี่ยวร ้าง?
กลับกลายเป็ นว่าเฉินผิงอันที่ถูกลอบฆ่ากลับหมุนตัวกลับมาด้วย สีหน้าเป็ นปกติ
เดิมนึกว่าอยู่ดีไม่ว่าดีก็โดนกระบี่จากอู๋โจวที่อยู่ในใต้หล้ามืดสลัว
คิดไม่ถึงว่าจะเป็ นผีตนหนึ่งที่ชิงลงมือก่อน ใจคิดแต่อยากจะฆ่า คน แค่หวังว่าจะฆ่าให้ได้เท่านั้น อีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่?
ในอดีตบนหัวกาแพงเมือง ตอนที่เฉินผิงอันเพิ่งจะรับหน้าที่เป็ นอิ่ นกวานก็มีผู้ฝึกกระบี่ในท้องถิ่นของกาแพงเมืองปราณกระบี่คนหนึ่ง ที่อยู่ดีๆ ก็เปิดฉากสังหารดุดันอย่างไร ้ลางบอกเหตุ
เคยเสียเปรียบมาแล้วครั้งหนึ่ง เฉินผิงอันจึงไม่ทาความผิดเดิม เป็ นครั้งที่สอง ดังนั้นเดินทางมาเป็ นแขกที่อารามฉงหยางครั้งนี้จึงมี การเตรียมตัวมาก่อน สวมชุดคลุมอาคมหลายชิ้นและยังมีเสื้อเกราะ ส านักการทหาร
ป้ องกันโจรพันวันย่อมเกิดเป็ นความช านาญ
แม้กระทั่งนักพรตหญิงขอบเขตสิบสี่ การส่งกระบี่ข้ามใต้หล้า ของอู๋โจว เฉินผิงอันก็ยังเตรียมพร ้อมสาหรับการรับกระบี่ ครั้งนี้ยัง ไม่ใช่ขอบเขตสิบสี่ หากแม้กระทั่งครั้งนี้ก็ยังรับไว้ไม่ได้ ก็ไม่สู้หลบอยู่ ในภูเขาลั่วพั่ว หรือไม่ก็ย้ายไปอ่านต าราอยู่ในสวนกงเต๋อศาลบุ๋น เสียเลย
ดังนั้นการลอบโจมตีที่ไม่มีต้นสายปลายเหตุครั้งนี้ หลิวเถาจือ และเซียวผู่รู ้สึกอกสั่นขวัญผวา แต่เฉินผิงอันที่ถูกลอบฆ่ากลับไม่ได้ รู ้สึกอะไรนัก
ท าไมเฉินผิงอันถึงต้องมองชุดคลุมอาคมบนร่างของเซียวผู่ หลายครั้ง?
ต่อให้จะ “เห็นเงินแล้วตาโต” แค่ไหน เฉินผิงอันก็เป็ นคนอยู่ใน กฏในระเบียบ มีหรือจะจับจ้องมองสตรีคนหนึ่งซ้าไปซ้ามา
โดยทั่วไปแล้วขอบเขตสิบสี่ที่เพิ่งเลื่อนขั้นใหม่ของใต้หล้าเปลี่ยว ร ้างที่อยากจะขว้างเวทคาถาใส่เฉินผิงอันซึ่งอยู่ในใต้หล้าไพศาลแล้ว เผ่นหนีไป อันดับแรกต้องผ่านด่านของหลี่เซิ่งกับศาลบุ๋นมาให้ได้ ก่อน ใช่ว่าจะเป็ นไปไม่ได้เสียเลย แต่ความเป็ นไปได้ก็มีไม่มาก เนื่องจากหลี่เซิ่งอยู่นอกฟ้ า คอยจับตามอง “ชิงเต้า” เส้นนั้น ดังนั้น เฉินผิงอันคิดไปคิดมาแล้ว สิ่งที่เขาเป็ นกังวลมากที่สุดก็ยังคงเป็ นการ เดิน “อ้อมเส้นทาง’ ที่ลับๆ ล่อๆ มากกว่า ยกตัวอย่างเช่นผู้ฝึ กตน ใหญ่อาศัยเส้นทางบางเส้นของปรโลกมาลอบฆ่าตน
ดังนั้นเฉินผิงอันจึงใส่ใจชุดคลุมอาคมบนร่างของสตรีกระโปรง เขียวมากขนาดนี้ ระวังแล้วระวังอีก
แน่นอนว่าต่อให้เซียวผู่มีร ้อยปากก็ยากจะแก้ตัวได้ นางอยากจะ เปิดปากพูดอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้งล้วนถูกนางกลืนคาพูดกลับลง ท้องไป
หลิวเถาจือเองก็ท าอะไรไม่ได้เหมือนกัน เขาควรจะอธิบายให้ เฉินผิงอันฟังอย่างไรดี ควรจะอธิบายให้ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางฟัง อย่างไร?
นักฆ่าผู้นั้น ไม่ว่าจะสิงร่างของเซียวผู่ได้อย่างไร ความสูงของ ขอบเขตและความลี้ลับของวิธีการก็ล้วนน่าเหลือเชื่อทั้งสิ้น
เวทคาถาที่เป็ นสมบัติกันกรุของผู้ฝึกตนขอบเขตยอดเขาของ บินทะยานอย่างนั้นหรือ?
ไม่ถูกสิ ถึงขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว แต่ขาดอีกแค่ครึ่งก้าวเท่านั้น?
คือ “ตัวสารองขอบเขตสิบสี่ บางคนที่จงใจเล่นงานเฉินผิงอัน คือ การลอบสังหารอย่างลับๆ ที่ผ่านการวางแผนมาอย่างยาวนานอย่าง นั้นหรือ?!
ศึกระหว่างเฉินผิงอันกับหม่าขู่เสวียนท าให้เฉินผิงอันบาดเจ็บไม่ เบาจริงๆ
พอโดนโจมตีครั้งนี้อีกก็เป็ นการเพิ่มหิมะลงบนน้าค้างแข็ง อาการบาดเจ็บยิ่งสาหัสเข้าไปใหญ่
เฉินผิงอันกระแอมสองสามที เอาหมัดมาดันไว้ที่ปาก ต้องหยุด พักไปครู่หนึ่งถึงจะหดมือกลับไปไว้ในชายแขนเสื้อ เปิดปากยิ้มเอ่ย “ไม่เป็ นไร”
แล้วเขาก็เอ่ยเสริมมาอีกประโยคเพื่อทาให้บรรยากาศผ่อนคลาย ลง “ผู้อาวุโสหลิวไม่จ าเป็ นต้องคิดมาก”
หลิวเถาจือได้แต่ยิ้มจืดเงื่อน แบบนี้ก็เรียกว่าไม่เป็ นไรได้ด้วย หรือ?!
เซียวผู่ที่ได้ยินก็นึกอยากจะยกนิ้วโป้ งให้คนผู้นี้ ลูกผู้ชายต้องใจ กว้างแบบนี้นี่แหละ อิ่นกวานช่างสมกับเป็ นวีรบุรุษจริงๆ!
เฉินผิงอันคิดแล้วก็อธิบายว่า “หลิวเถาจือ เซียวผู่ พวกเจ้าไม่ ต้องรู ้สึกผิดจริงๆ ข้ายังต้องขอบคุณเซียวผู่ด้วยที่ช่วยต้านหายนะให้ แทนสหาย”
หาไม่แล้วก็จะเปลี่ยนเป็ นเจิงเย่แห่งทะเลสาบซูเจี่ยน? ผีสาวเซวีย หรูอี้ที่อยู่ในเมืองหลวง?
เฉินผิงอันพอจะคาดเดาถึงเบาะแสเส้นหนึ่งได้คร่าวๆ แล้ว เขา มองไปยังสตรีชุดเขียวยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “แต่เซียวผู่ก็ต้องขอบคุณข้า ด้วยเหมือนกันที่ช่วยให้เจ้าพ้นหายนะจากทัณฑ์สงครามครั้งหนึ่งไป ได้ จิตแห่งมรรคาที่มีจุดด่างพร ้อยไม่มีภัยแฝงใดๆ เหลือไว้อีก สามารถลบล้างกันได้พอดี พวกเราก็ไม่จ าเป็ นต้องขอบคุณกันไปมา อีกแล้ว”
“ผู้ฝึ กบ าเพ็ญตนอาศัยวัตถุนอกกาย ท าอะไรโดยใช้อารมณ์ เสี่ยงอันตรายข้ามผ่านเส้นเขตแดนของหยินหยาง ไปหาเบาะแสของ ศัตรูในอาณาเขตของปรโลก ท าไปแล้วไม่ควรทาซ้าแล้วซ้าอีก”
“เดินอยู่ริมน้าเป็ นประจา รองเท้าจะไม่เปียกได้อย่างไร เดินทาง ตอนกลางคืนบ่อยครั้งก็ย่อมไม่ดี จ าเป็ นต้องแก้แค้น แต่ไม่ได้เท่ากับ ว่าต้องมอบหัวคนหัวหนึ่งให้ศัตรูเปล่าๆ”
“หากข้าเดาไม่ผิดล่ะก็ ศัตรูแซ่เฉินที่เจ้าตามหาอย่างยากลาบาก คนนั้น หากไม่ได้สิงร่างผีตนนี้อยู่ในโลกมืดมานานแล้ว ก็คงถูกมัน… จับกินจนเกลี้ยงไปแล้ว”
บางทีผีแต่ละตนที่อยู่ในโลกสว่างอาจจะเป็ นท่าเรือแห่งภูเขา สายน้าที่มีไว้ให้อีกฝ่าย “ข้ามผ่านไป” ก็เป็ นได้
นาม “เฉินผิงอัน” นี้ก็เหมือนธงร ้านเหล้าที่เขียนไว้บนผืนผ้าสี เขียวหน้าร ้านอาหารบางร ้านในท่าเรือตระกูลเซียนแห่งหนึ่ง?
เซียวผู่เงี่ยหูตั้งใจฟังคาสั่งสอนของชายหนุ่มอย่างอดทน ไม่รู ้สึก ว่าน่าร าคาญสักนิด
ในอดีตเวลาที่นางอยู่กับฉินปู้ อี๋ศิษย์พี่หญิงที่นางเคารพที่สุดก็ยัง ไม่เคยรู ้สึกใจฝ่อเหมือนวัวสันหลังหวะได้ขนาดนี้
ภายใต้เงื่อนไขที่รู ้ดีว่ามีศิษย์พี่หลิวคอยปกป้ องมรรคาอยู่ที่นี่ พูด ถึงแค่ครั้งนี้ที่นางเดินทางจากอุตรกุรุทวีปมายังแจกันสมบัติทวีป กะทันหัน มาที่เมืองหลวงแคว้นอวี้เซวียนแห่งนี้คิดอยากจะดูเฉินผิง อันแก้แค้นสกุลหม่าที่อยู่บนถนนอูซา ความคิดนี้คือความคิดของ นางเองจริงๆ หรือ? เหมือนถูกผีดลใจอย่างไรอย่างนั้น!
เวลานี้ในใจของเซียวผู่เหมือนได้วางหินก้อนใหญ่ลงกับพื้น จิต แห่งมรรคาใสกระจ่างขึ้นกว่าเดิมได้หลายส่วน
เฉินผิงอันเห็นว่านางไม่มีความเคลื่อนไหวก็ได้แต่เอ่ยเตือนว่า “เซียวคู่ ระมัดระวังไว้ก่อน ชุดคลุมอาคมบนร่างของเจ้าตัวนี้ควรจะ มอบให้ทางศูนย์ใหญ่น าไปหลอมใหม่อีกรอบจึงจะถือว่ามั่นคง”
เซียวผู่ที่รู ้สึกตัวอย่างเชื่องช ้ารีบยื่นมือไปดึงคอเสื้อของชุดคลุม แล้วกระตุกออกมา นางไม่กล้าเก็บไว้บนมือตัวเองด้วยซ้า ยื่นส่งให้ หลิวเถาจือ อีกฝ่ ายก็เก็บใส่ไว้ในชายแขนเสื้ออย่างรวดเร็วแล้วร่าย วิชาสยบก าราบใส่ไปหลายบท หลิวเถาจือเองก็ไม่กล้าประมาทแม้แต่ น้อย
นางยังคงแต่งกายด้วยชุดกระโปรงเขียวอยู่เหมือนเดิม แต่บางที อาจเป็ นเพราะเวทอ าพรางตาอยู่พร ้อมกับชุดคลุมอาคม เป็ นเหตุให้ ใบหน้าและเรือนร่างของนางในเวลานี้เปลี่ยนไป เผยความงดงามของ คาว่าอวบอิ่มออกมาจนหมดสิ้น