กระบี่จงมา! Sword of Coming - บทที่ 1114.1 ผู้ฝึกกระบี่อย่างเราควรทาเช่นไร
ลาคลองไหลเหอเส้นหนึ่งไหลคดเคี้ยวลงสู่มหาสมุทร สายน้า เชี่ยวกรากไม่ขาดสายภูเขาเขียวนับพันนับหมื่นลูกประดุจภาพวาด บนฉากกั้น ริมน้ามียอดเขาตั้งตระหง่าน
เฉินผิงอันบอกกับพวกเฉากุ่นว่าสามารถกลับมาที่จวนในถ้า เฟิงสุ่ยแห่งนี้ได้แล้ว
โลกภายนอกยังคงคาดเดากันอย่างคึกคักว่าสรุปแล้วเป็ นผู้ฝึก ตนขอบเขตบินทะยานสองคนไหนที่ประลองวิชาคาถากัน
ในเมื่อพวกเขาถูกเซียนกระบี่ผู้อาวุโสที่พลังอานาจบีบคั้นผู้คน คนนั้นขับไล่ออกมาจากอาณาเขตก็ถูกก าหนดมาแล้วว่าจะมิอาจ แบ่งน้าแกงมาได้แม้แต่ถ้วยเดียว ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหาเรื่องสนุกทาแก้ เบื่อกันบ้าง คาดเดาว่าคนที่ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตบินทะยานคนนี้เล่น งาน มีความเป็ นไปได้มากว่าจะเป็ นซิงกงไท่เป่ าจิงเฮา เทพเซียนผู้ อาวุโสจิงแห่งหลิวเสียทวีป
ตอนที่รอคน หนิงเหยาถามว่า “สกุลลู่สานักหยินหยางแผ่นดิน กลางช่วยอนุมานถึงผลดีผลร ้ายของเรื่องสายแร่สายนี้หรือ?”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “แต่งเรื่องส่งเดชไปอย่างนั้นเอง”
ตอนนั้นเขาพาเสี่ยวโม่กับเซี่ยโก่วไปเป็ นแขกที่สกุลลู่จริง ทว่าลู่ เสินผู้นั้นคือจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ จะเลือกสูญเสียคุณความชอบและ ตบะของตัวเองช่วยตัดชุดแต่งงานให้คนอื่น ในช่วงเวลาสาคัญที่ บรรพจารย์สามลัทธิกาลังจะสลายมรรคาได้อย่างไร ส่วนทุกวันนี้ลู่ เสินได้ผสานมรรคาแล้วหรือยังก็บอกได้ยาก ห้าธาตุหยินหยางคือ มหามรรคาที่กว้างขวางมากเส้นหนึ่ง ไม่ว่าจะระดับความสูงหรือระดับ ความกว้างก็ล้วนเหนือกว่าสายของบทกวี บทความ โจวจื่อพูดถึงฟ้ า สกุลลู่พูดถึงดิน” โจวจื่อเป็ นขอบเขตสิบสี่มานานแล้ว ลู่เสินตามหลัง มาติดๆ ก็ไม่ถือว่าหาได้ยากเกินไป ครั้งนั้นเฉินผิงอันกลับจากนอก ฟ้ ามายังไพศาล จุดแรกที่เลือกจะเหยียบย่างลงไปก็คือหอซือเทียน ของตระกูลสกุลลู่ ลู่เสินเจ้าประมุขตระกูลที่เดินออกมาจากหอจือห ลันต้องคอยอดทนข่มกลั้นอยู่ตลอดจริงๆ เซี่ยโก๋วผู้ถวายงานอันดับ รองบ้านตน….ร่าเริงถึงขนาดนั้น แต่ก็ไม่อาจทาให้ลู่เสินโมโหอย่าง แท้จริงได้
ผู้ฝึกกระบี่ยี่สิบกว่าคนพร ้อมใจกันมาเยือน เฉินผิงอันก็เล่าเรื่อง วงในเกี่ยวกับเรื่องที่หวังเจียถูกโซ่วเฉินและกวานเซี่ยงเล่นงานให้ พวกเขาฟังคร่าวๆ
ในเมื่อยืนอยู่กับหนิงเหยา เฉินผิงอันจึงสามารถพูดได้อย่างไร ้ยา เกรง แม้กระทั่งชื่อของโจวมี่เขาก็ยังเรียกออกมาตรงๆ
พวกเฉากุ่นเสียเวลาอยู่ที่ภูเขาเฉวียนเจียวประมาณครึ่งปี เรื่องราวนี้ก็ถือว่ายุติลงได้แล้ว
เฉินผิงอันกุมหมัดยิ้มเอ่ยขอบคุณผู้ฝึกกระบี่เซียนดินที่เป็ น “คน นอก” เจ็ดคน เพียงแต่ว่าเนื้อหาที่พูดกลับไม่เหมือนผู้ฝึกตนทาเนียบ บนภูเขาสักเท่าไร “ในเมื่อพวกเราต่างก็เป็ นผู้ฝึกกระบี่ ถ้าอย่างนั้น ข้าก็คงไม่พูดจาเกรงใจตามมารยาทกับทุกท่านแล้ว ขอขอบคุณทุก ท่านมา ณ ที่นี้ วันหน้าหากไปเที่ยวเยือนแจกันสมบัติทวีป ภูเขาลั่ว พั่วของพวกเรามีสุราให้ดื่มมากพอ”
ผู้ฝึกกระบี่เฒ่าขอบเขตก่อกาเนิดคนหนึ่งยึดเอวตรง ใบหน้าแดง ปลั่ง ถึงอย่างไรก็ยังอดพูดจาเกรงใจไม่ได้ “อันที่จริงก็ไม่ได้ทาอะไร เป็ นการเป็ นงานเลย มิคู่ควรกับค าขอบคุณของใต้เท้าอิ่นกวานด้วย ซ้า”
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “ทางานเดิมพันชีวิตที่เป็ นฝ่ ายเอาศีรษะไปผูก ไว้บนสายรัดเอว ยังไม่คู่ควรกับค าขอบคุณง่ายๆ ประโยคสองประโยค จากข้าผู้แซ ้เฉินอีกหรือ? หากผู้อาวุโสไปพูดประโยคนี้ที่กาแพงเมือง ปราณกระบี่ก็คืออยากหาเหล้าดื่มแล้ว”
เซี่ยชงฮวาใช ้เสียงในใจพูดกับซ่งพิ่น “ก่อนหน้านี้เจ้ากาลังจะชัก “ฝูเหยา” ออกจากฝักแต่กลับถูกเฉินผิงอันใช ้มือกดกลับไปง่ายๆ โชคดีที่เขาเป็ นคนตรงไปตรงมา ไม่อย่างนั้นด้วยรูปโฉมของเจ้า เจอ กับพระเอกในบันทึกขุนเขาสายน้าบางเล่มที่ป่ าชานเมือง เจ้าจะทา อย่างไร?”
ซ่งพิ่นพูดด้วยสีหน้าเฉยเมย “เดี๋ยวจะสอนศาสตร ์แห่งการ ประกอบกามกิจในห้องให้เขาเอง”
เซี่ยชงฮวาเอ่ยอย่างรู ้สึกตัวช ้า “หนิงเหยาคงไม่ได้ยินเสียงในใจ ของพวกเรากระมัง?”
ซ่งพิ่นกล่าว “หากเจ้าไม่พูดชื่อออกมาตรงๆ นางน่าจะไม่ได้ยิน แต่ตอนนี้กลับบอกได้ยากแล้ว”
เซี่ยชงฮวาหันไปเลิกคิ้วให้หนิงเหยา ก่อนจะหันไปผงกปลายคาง ให้เฉินผิงอัน พวกเจ้าสองคน? เมื่อไหร่? ไม่ลองสัมผัสกับเวทกระบี่ ของใต้เท้าอิ่นกวานดูหน่อยหรือ?
ความสุขสาราญดุจปลาได้น้า การผนึกวิญญาณรวมเป็ นหนึ่ง ของคู่บ าเพ็ญเพียรบนภูเขา ไม่ได้เหมือนกับศาสตร ์บนเตียงของชาย หญิงล่างภูเขา เข้าใจหรือไม่เข้าใจ มีความแตกต่างราวฟ้ ากับเหว
หนิงเหยาได้แต่แสร ้งท าเป็ นมองไม่เห็น
เฉินผิงอันบอกให้พวกเขาไปนั่งในห้องก่อน บอกว่าตัวเองยังต้อง รอคน
มีบัณฑิตรูปโฉมเป็ นคนหนุ่มผู้หนึ่งมาเยือน สถานะของเขาคือ วิญญูชนลัทธิขงจื๊อ ตรงเอวพกหยกประดับที่ศาลบุ๋นเป็ นผู้สร ้าง แกะสลักถ้อยคาที่มีชื่อเสียงของอริยะปราชญ์ ไม่ปรุงแต่งข้อดีข้อเสีย ของตน แสดงความรู ้สึกที่แท้จริงออกมาทั้งหมด คนที่เป็ นแบบนี้จึงจะ เรียกว่าผู้เที่ยงตรงได้อย่างแท้จริง”
น่าจะเป็ นคนของสานักศึกษาที่ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางส่งตัวมา อย่างลับๆ ให้มาจัดการกับกิจธุระของภูเขาเฉวียนเจียว
เฉินผิงอันอ่านเนื้อหาที่แกะสลักไว้บนแผ่นหยก สีหน้าก็มีรอยยิ้ม เพิ่มขึ้นหลายส่วน
ต้องเป็ นวิญญูชนผู้เที่ยงตรงที่ “ตรงไปตรงมา” คนหนึ่งแน่นอน
หากตนเป็ นผู้ดูแลกิจธุระของศาลบุ๋น อย่างน้อยที่สุดก็จะต้องให้ คนผู้นี้ดูแลสานักศึกษาแห่งหนึ่งของลัทธิขงจื๊อ
วิญญูชนลัทธิขงจื๊อประสานมือคารวะ “เกาเสวียนตู้จากส านัก ศึกษาไหลหยวนคารวอาจารย์เฉิน”
เฉินผิงอันยิ้มพลางประสานมือคารวะกลับคืน “เฉินผิงอันแห่ง ภูเขาลั่วพั่วคารวะเจ้าขุนเขาเกา”
บัณฑิตอย่างเกาเสวียนตู้วิญญูชนใหญ่แห่งส านักศึกษาไหล หยวนฝูเหยาทวีปและเวินอวี้แห่งสานักศึกษาเทียนมู่ ล้วนเป็ นบัณฑิต รุ่นเยาว์ของลัทธิขงจื๊อที่ลุกผงาดโดดเด่นท่ามกลางสงครามครั้งนั้น
เกาเสวียนตู้เพียงแค่โอภาปราศรัยหนึ่งประโยค เพราะมีหน้าที่ให้ ต้องรับผิดชอบจึงเข้าประเด็นทันที ถามถึงสาเหตุที่เกิดเหตุการณ์ ผิดปกติในภูเขาเฉวียนเจียวกับเฉินผิงอัน
เฉินผิงอันหยิบของสองชิ้นออกมาจากชายแขนเสื้อ พวกมันลอย อยู่เบื้องหน้าเขา คือของตกทอดสองชิ้นระดับชั้นไม่ธรรมดาที่หวังเจี่ย ทิ้งเอาไว้ ชิ้นหนึ่งเป็ นกวานสีทอง อีกชิ้นหนึ่งคือแกนม้วนภาพ
เกาเสวียนตู้ถามอย่างสงสัย “นี่คือ?”
เฉินผิงอันกล่าว “บรรพจารย์แห่งนครหรูโต้ว หวังเจี่ย “ซวีจวิน” ในอดีตได้ถูกโช่วเฉินผู้ฝึกกระบี่แห่งเปลี่ยวร ้างและปีศาจใหญ่กวาน เซี่ยงวางแผนลอบสังหาร หวังเจี่ยอาศัยเวทลับโบราณบทหนึ่งเอา ชีวิตรอดมาได้อย่างยากลาบาก ควบคู่กับที่มีจิตวิญญาณแท้จริงส่วน หนึ่งที่ไม่สลายหายไป สุดท้ายจึงอาศัยรูปโฉมของผีเซียนกลับคืนมา เห็นแสงตะวันได้อีกครั้งรับหน้าที่ดูแลกิจธุระของนครหรูโต้ว สืบทอด ควันธูปของศาลบรรพจารย์ให้ไม่ขาดสาย ทุกวันนี้สะสมคุณ ความชอบได้ครบถ้วนสมบูรณ์จึงขอให้ซ่งพิ่น เซี่ยซงฮวาออกกระบี่ ช่วยให้เขาสละร่าง จากไปพร ้อมกับความหลุดพ้น”
เกาเสวียนตู้เพียงแค่มองเฉินผิงอันแวบหนึ่งแล้วยิ้มเอ่ย “ตกลง เข้าใจแล้ว ข้าจะส่งจดหมายสองฉบับรายงานตามจริงไปที่สานัก ศึกษาและศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง แล้วค่อยไปเยือนนครหรูโต้วด้วย ตัวเองรอบหนึ่งเพื่ออธิบายเรื่องนี้ให้พวกเขาเข้าใจ”
ท าอะไรรวดเร็วฉับไวจริงๆ ไม่อืดอาดชักช ้าเลยแม้แต่น้อย
ได้เป็ นแค่รองเจ้าขุนเขา ก็ถือว่าเป็ นคนเก่งที่ไม่ได้รับโอกาสแล้ว
เฉินผิงอันผลักกวานสีทองและม้วนภาพให้กับเกาเสวียนตู้ “ใน เมื่อผ่านทางไปอยู่แล้วก็รบกวนเจ้าขุนเขาเกานาของพวกนี้ไปมอบ ต่อให้ศาลบรรพจารย์นครหรูโต้วด้วย”
เกาเสวียนตู้เก็บของสองชิ้นใส่ไว้ในชายแขนเสื้อ ลังเลอยู่ เล็กน้อยก็ยิ้มเอ่ยเชื้อเชิญว่า “ในบรรดาเจ็ดสิบสองสานักศึกษา
ส านักศึกษาไหลหยวนของพวกเราค่อนข้างให้ความส าคัญกับกล ยุทธทางการทหารมาโดยตลอด จะขอเชิญให้อาจารย์เฉินไปสอน หนังสือสักครั้งได้หรือไม่? ส่วนหัวข้อบทเรียน อาจารย์เฉินสามารถ เขียนขึ้นเองได้เลย”
เฉินผิงอันพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “มีโอกาสจะต้องไปแน่นอน”
เกาเสวียนตู้ไม่หยุดคิด เอ่ยอย่างไม่ลังเลว่า “ขอละลาบละล้วง ถามสักหน่อย ไม่ทราบว่า “มีโอกาส” ที่ว่านี้ของอาจารย์เฉิน คือใน อีกไม่กี่วันนี้ หรือว่าภายในครึ่งปี ? หากช่วงนี้อาจารย์เฉินมีงานยุ่ง ปลีกตัวไปไม่ได้จริงๆ ไปช ้าหน่อยก็ได้ ปีหน้าหรือปีถัดไปก็ได้ แต่ขอ อาจารย์เฉินโปรดกาหนดระยะเวลาคร่าวๆ ให้เสียหน่อย ทางที่ดีที่สุด คือไม่ให้เวลาคลาดเคลื่อนเกินหกเดือน สานักศึกษาไหลหยวนก็จะ ได้ก าหนดแผนการอย่างละเอียดให้ได้ อาจารย์เฉินมีความรู ้ ความสามารถสูง เรื่องทานองนี้ต้องง่ายดายมากแน่ๆ แสดงฝี มือ เฉพาะหน้าก็ยังได้ บางทีอาจไม่ต้องเตรียมการอะไรไว้ก่อนด้วยซ้า แต่ส านักศึกษาไหลหยวนของพวกเราให้ความส าคัญกับโอกาสอัน ล้าค่านี้มาก จานวนนักเรียนที่เข้าฟังบรรยายมีมากหรือน้อย ควร ก าหนดกลไกในการคัดเลือกหรือไม่ การคัดกรองและการควบคุม คาถามที่พวกเขาจะถาม ฯลฯ เรื่องทานองนี้ พวกเราล้วนจะต้องมี การปรับด้านรายละเอียดให้สอดคล้องกับวันเวลาที่อาจารย์เฉินจะมา สอนหนังสือ”
เฉินผิงอันกลับชอบความ ไม่เกรงใจ” ประเภทนี้มาก เขาครุ่นคิด อยู่พักหนึ่ง จัดระเบียบแผนการที่กาหนดไว้แต่แรกแล้วคร่าวๆ ก็เอ่ย ว่า “ถ้าอย่างนั้นก็กาหนดคร่าวๆ ไว้ที่ปลายปีหน้าแล้วกัน หากจะไป ก่อนหรือยืดเวลาออกไป ข้าจะแจ้งให้ส านักศึกษาไหลหยวนทราบ ล่วงหน้า”
เฉากุ่นใช ้เสียงในใจเอ่ย “ชื่อเสียงของคนเหมือนเงาของต้นไม้ เหมือนอย่างที่เล่าลือกันจริงๆ ว่าเกาเสวียนตู้เป็ นคนเอาจริงเอาจัง ใต้ เท้าอิ่นกวานค่อนข้างชอบคนแบบนี้ นี่ถือว่าถูกใจอีกฝ่ ายแล้วหรือไม่ นะ?”
เสวียนเซินพูดอย่างมาดมั่น “ไม่ถือเป็ นศัตรูตัวฉกาจของเจ้าและ ข้า หากอิงตามวิธีการประเมินที่กวอจู๋จิ่วท าไว้ อย่างมากสุดเจ้า ขุนเขาเกาก็เทียบเท่ากับพวกคนอย่างซ่งเกาหยวนและเติ้งเหลียงได้ เท่านั้น”
ซ่งเกาหยวนนวดคลึงหว่างคิ้ว เข้าไปอยู่ในคฤหาสน์หลบร ้อน ด้วยกัน ข้าก็แค่เทียบกับสุนัขรับใช ้ที่มีถ้อยคาประจบสอพลอไหลลื่น ยาวเหยียดอย่างพวกเจ้าไม่ได้ พวกเจ้ากลับต้องผลักไสกันขนาดนี้ เลยหรือ?
เฉินผิงอันถามคาถามที่เป็ นกุญแจสาคัญ “สายแร่สายนี้จะตก เป็ นของใคร ศาลบุ๋นกับส านักศึกษาได้ข้อสรุปแล้วหรือยัง?”
เกาเสวียนตู้ส่ายหน้า แค่บอกการคาดเดาของตัวเองออกไป “หากไม่มีผู้ที่มีคุณธรรมสูงส่ง เอาชนะใจฝูงชนได้ ไม่ก่อให้เกิดคลื่น มรสุมอะไรที่ทาให้ภูเขาสายน้าของฝูเหยาทวีปที่เดิมทีก็ง่อนแง่นจะล้ม มิล้มแหล่ลงอยู่แล้วตกอยู่ในอันตรายล่อแหลม กลับกันยังสามารถท า ให้บนและล่างภูเขาของฝูเหยาทวีปมีแนวโน้มเข้าสู่ความมั่นคง เชื่อ ว่าศาลบุ๋นก็ยินดีที่จะมองดูดาย ยินดีให้เป็ นเช่นนั้น แต่หากไม่มี บุคคลที่การาบฝูงชนได้ปรากฏตัว สายแร่สายนี้ก็อาจจะถูกเอามาปะ ชุนซ่อนแซมภูเขาสายน้าของในทวีปที่พังทลาย แน่นอนว่าราชสานัก จินผูจะต้องมีการชดเชยให้ในจานวนที่แน่นอน”
เฉินผิงอันถามอย่างประหลาดใจ “มีการประมาณการณ์มูลค่า โดยรวมของปริมาณสารองสายแร่นี้หรือไม่?”
เกาเสวียนตู้กล่าว “ตอนนี้มีแค่การประมาณการณ์คร่าวๆ ว่า หากเปลี่ยนเป็ นเงินเทพเซียนจะได้เท่าไร แต่จานวนที่เป็ นรูปธรรมคือ ความลับสุดยอดของส านักศึกษา ไม่สะดวกจะแพร่งพรายให้ใครรู้ พูดได้แค่ว่าผลลัพธ ์จากการที่ข้าคนเดียวได้จากการสารวจพื้นที่จริง ของภูเขาเฉวียนเจียว ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่มีรายได้ทางอื่น ก็มาก พอจะประคับประคองเป็ นค่าใช้จ่ายให้กับสานักธรรมดาแห่งหนึ่งที่มี จ านวนคนพันคนเป็ นเวลาพันปี พูดให้ถูกก็คือ สมมติว่าภายใต้โชค วาสนาที่เอื้ออานวย ผู้ฝึ กลมปราณห้าขอบเขตล่างบางคนได้ ครอบครองภูเขาเฉวียนเจียว เมื่อเขาเปิดภูเขาก่อตั้งพรรค จนกระทั่ง
ก่อสร ้างเป็ นสานัก หลังจากนั้นก็จะยังมีเหลือกินเหลือใช ้ไปอีกเป็ น เวลาพันปี”
เฉินผิงอันซักต่อ “ค าว่า “ธรรมดา” หมายถึงอย่างไร?”
เกาเสวียนตู้ตอบ “ค าว่าธรรมดาของข้าก็คือมีบรรพจารย์เปิด ภูเขาที่มีหวังจะได้พิสูจน์มรรคาเป็ นบินทะยานคนหนึ่ง มีขอบเขต หยกดิบสองถึงสามคน ผู้ฝึกลมปราณห้าขอบเขตกลางอีกร้อยกว่า คน ในจานวนนี้มียี่สิบกว่าคนที่ได้เปิดยอดเขา ผู้ฝึกตนทาเนียบห้า ขอบเขตล่างมีประมาณเก้าร้อยคน”
เพราะบทสนทนาของทั้งสองฝ่ ายต่างก็ไม่ได้ใช ้เสียงในใจ เซี่ย ซงฮวาจึงจีปากไม่หยุดอดไม่ไหวถามว่า “นี่ก็ถือว่าธรรมดาได้ด้วย
หรือ?”
เกาเสวียนตู้เอ่ย “สาหรับทุกวันนี้แน่นอนว่าต้องถือเป็ นสานัก อันดับหนึ่ง แต่ห่างจากส านักชั้นยอดอีกเสี้ยวหนึ่ง”
แต่พันปีให้หลังกลับไม่แน่เสมอไปแล้ว
เพราะถึงอย่างไรตาแหน่งว่างเปล่าที่ขอบเขตสิบห้าคนหนึ่งเว้น ที่ว่างให้ ก็ไม่ใช่ว่ามีขอบเขตสิบสี่ใหม่เอี่ยมหลายคนเพิ่มมาแล้วจะ ชดเชยช่องโหว่นี้ได้
เกาเสวียนตู้พลันถามว่า “อาจารย์เฉิน?”
เฉินผิงอันหลุดหัวเราะพรีด เพราะเดาความคิดของอีกฝ่ ายออก สายแร่หินหยกสายนี้ ในเมื่อตอนนี้ศาลบุ๋นก าหนดให้เป็ นของไร ้ เจ้าของชั่วคราว ใครได้ไปก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ? แทนที่จะมอบ ให้กับพวกคนที่วางแผนอยู่เบื้องหลังอย่างลับๆ ล่อๆ ไม่สู้ให้เจ้า ขุนเขาเฉินมา “คว้าเอาไปด้วยวิธีถูกต้องชอบธรรม” อย่างเปิดเผย เลยดีกว่า อย่างน้อยทางฝั่งของสานักศึกษาไหลหยวนฝูเหยาทวีปก็มี ข้าเกาเสวียนตู้ที่ยินดีช่วยพูดอย่างเป็ นธรรมให้ ขอแค่ภูเขาลั่วพั่ว สานสัมพันธ ์กับราชส านักจินผู้ให้ดีก็เหลือแค่ศาลบุ๋นแผ่นดินกลาง เท่านั้นแล้วไม่ใช่หรือ?
บัณฑิตในสานักศึกษาตอนนี้ออกจะ…ผึ่งผายใจกว้างเกินไป หน่อยหรือไม่ เวินอวี้ก็เป็ นเช่นนี้ ถึงกับล้าเส้นละเมิดกฎข้ามดินแดน ไปที่นครเฟิงตูเพื่อจับตัวการร ้ายมาโดยตรง
หนิงเหยาหันไปมองมุมหนึ่ง เอ่ยเตือนว่า “หากไม่เผยตัวก็ถอย ออกไปให้ห่างชะ”
เฉินผิงอันมองตามสายตาของหนิงเหยาไป คิดแล้วก็รู ้สึกว่าการ ปรากฏตัวของอีกฝ่ ายสมเหตุสมผลดีแล้ว ไม่ถือว่าอยู่เหนือการ คาดคิดเกินไป
วันเวลาในการฝึ กตนนานเข้า ยิ่งเดินขึ้นสู่ที่สูง คนรู ้จักก็ยิ่งมี เยอะ
สตรีสะพายกระบี่สวมกระโปรงขาวสวมหน้ากากบนใบหน้า ทั่ว ร่างมีกลิ่นอายเซียนล่องลอย ก็คือเจิ้งตั้นเซียนกระบี่ผีหญิง ว่าที่หุน เจ่อของนครจักรพรรดิขาวที่ยินดีติดตามเจิ้งจวีจง
เวทกระบี่สายเยว่หนวี่ที่สืบทอดมาจากอาจารย์ของนาง กับ สายซวีเฉิงของโจวเสินจือเซียนกระบี่ผู้อาวุโสอดีตหนึ่งในสิบคนของ ทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง ทั้งสองต่างก็เป็ นส านักใหญ่” ของวิถี กระบี่ได้อย่างสมชื่อ คือสาขาวิชาที่โดดเด่นมีชื่อเสียงของเวทกระบี่ ในโลกมนุษย์สมัยอดีต