System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - ตอนที่ 644 : ศึกสุดท้ายเปิดฉาก
“ทำไมจะไม่มีความสามารถพอ?” ไป๋เฉินเอ่ยปากด้วย
น้ำเสียงราบเรียบ เขาในตอนนี้ที่มีระดับพลังเท่ากันกับอินฟินิตี้
เซโร่แล้วนั้น ไม่คิดว่าตัวเองจะไม่มีความสามารถพอในการ
จัดการกับอินฟินิตี้ เซโร่
“โอหัง!” อินฟินิตี้ เซโร่แค่นเสียงเย็นเยียบในทันทีทันใด ฝ่า
มือกางออก ตวัดออกไปเบื้องหน้า
ทันใดนั้น รอบด้านก็เปลี่ยนไป กลายเป็นพื้นที่รกร้างที่เต็ม
ไปด้วยซากปรักหักพักและซากต้นไม้ที่แห้งกรังตายมานาน
หลายทศวรรตแล้ว
ไป๋เฉินตกใจเล็กน้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาหรี่ตามองอินฟินิตี้
เซโร่ คิดว่าสาเหตุที่อีกฝ่ายพาเขามายังที่นี่ ล้วนเป็นเพราะว่า
ต้องการที่จะฆ่าเขาที่นี่
“นี่คือดาว End ข้าจะใช้มันเป็นสถานที่ฆ่าเจ้า จุดจบของ
เจ้า นอกจากที่นี่ก็เป็นที่อื่นใดไปไม่ได้!”
คำพูดที่เย็นชาอย่างมากถูกส่งออกมาจากปากของอินฟินิตี้
เซโร่ ออร่าสีขาวแปลกตาเริ่มกระจายออกมาจากร่างกายของ
เขา
ออร่าสีขาวนี้นำพาพลังกดขี่สายหนึ่งมาด้วย ทำให้อากาศ
รอบด้านในดาว End ถูกกดขี่สะกดข่มอย่างบ้าคลั่ง!
ไป๋เฉินมีสีหน้าราบเรียบ แต่ภายในแววตาก็สะท้อนความ
จริงจัง ทั้งยังเคร่งเครียดออกมาให้เห็น ถ้าจะบอกว่าเขาไม่มี
ความเคร่งเครียดเลย มันคงจะเป็นเรื่องที่โกหก เพราะศัตรู
อย่างอินฟินิตี้ เซโร่ ไม่ใช่คนที่สามารถจัดการได้ง่ายๆ เลย
อีกฝ่ายเป็นคนที่จัดการยากอย่างมากสำหรับเขา ไม่แน่หาก
ว่าเขาประมาท ชีวิตของเขาย่อมต้องจบสิ้นลงอย่างไม่ต้อง
สงสัย
แต่ถ้าจะถามว่าเขารู้สึกหวาดกลัวต่อตัวตนของอินฟินิตี้ เซ
โร่หรือไม่นั้น เขาบอกเลยว่าไม่!
จิตสังหารเริ่มกระจายออกมาจากร่างของไป๋เฉิน “จะโอหัง
หรือไม่นั้น เจ้าพิสูจน์ดูเองก็รู้!”
“ดี! เจ้ายอดเยี่ยมอย่างแท้จริงไป๋เฉิน ข้าจะเป็นคนทำให้
เจ้ารู้เองว่าข้ากับเจ้า มันต่างกันแค่ไหน!” อินฟินิตี้ เซโร่ตวาด
กร้าว ก่อนกำมือเป็นหมัด เงาร่างของหมัดขนาดใหญ่ ปรากฏ
ขึ้นที่ด้านหลังของเขา ออร่าอันน่าสะพรึงกลัวสาดกระจาย
ออกมา
“ตายซะ!”
เงาร่างของหมัดขนาดใหญ่พลันพุ่งออกไปตามการชกหมัด
ของอินฟินิตี้ เซโร่
ไป๋เฉินมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าที่เท้าทั้งสอง
ข้างของตัวเอง คล้ายจะมีมือที่มองไม่เห็นยึดกุมตรึงเขาไว้กับที่
อยู่ แต่ว่ามือที่มองไม่เห็น ไม่สามารถหยุดให้เขาไม่เคลื่อนไหว
ได้
รังสีปราณอมตะ ไม่สิ ตอนนี้สมควรบอกว่าเป็นรังสีปราณนิ
รันดร์ได้สาดกระจายออกมาจากร่างกายของเขา มันราวกับ
พายุโหมกระหน่ำ รุนแรง เกรี้ยวกราดอย่างมาก
เขาขยับเคลื่อนไหวหลบเงาร่างหมัดขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้ามา
ส่งผลให้เงาร่างของหมัดกระแทกเข้าใส่ซากปรักหักพังจำนวน
มากที่อยู่ด้านหลัง ซากปรักหักพังแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี
ในทันที!
จากจุดนี้ เป็นที่แน่นอนว่าหมัดของอินฟินิตี้ เซโร่นั้นทรง
พลังน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
“หลบได้รึ?” คิ้วของอินฟินิตี้ เซโร่กระตุก เมื่อเห็นว่าไป๋เฉิน
หลบหมัดของตัวเองได้
“ทำไมจะหลบไม่ได้?” ไป๋เฉินยั่วโมโหอินฟินิตี้ เซโร่
จากนั้นเริ่มเป็นฝ่ายที่จะโจมตีบ้าง เขาออกหมัดแบบเดียวกับ
อินฟินิตี้ เซโร่ เงาร่างหมัดขนาดใหญ่พุ่งเข้าหาอินฟินิตี้ เซโร่
อย่างรวดเร็ว
“เจ้ากล้าเลียนแบบข้า?” อินฟินิตี้ เซโร่ย่อมโกรธ เมื่อเห็น
ว่าไป๋เฉินเลียนแบบการโจมตีของตัวเอง เขาพลันระเบิดพลัง
ออร่าออกมาอย่างรุนแรง ชนิดพลิกฟ้าคว่ำดิน ท้องฟ้าพลิกผัน
แปรปรวน อากาศราวกับจะแตกสลายออกให้ได้
ฝ่ามือวาดออกไป พริบตานั้น ก็ปรากฏแสงออร่าสีขาวแดง
พุ่งเข้าไปบดขยี้เงาร่างหมัดที่กำลังพุ่งเข้ามาหาตัวเองจน
กลายเป็นผุยผง
ไป๋เฉินใบหน้าเคร่งขรึมลง มองเงาร่างหมัดของตัวเองถูก
ทำลาย
มองอยู่ครู่เดียวก็สะกิดเท้ากระทบอากาศ ทะยานเข้าหา
อินฟินิตี้ เซโร่ เพลิงสีเงินปกคลุมนิ้วทั้งสิบ ตวัดเฉือนอากาศ
ออกไป บังเกิดเป็นเส้นสายเพลิงสีเงินอันน่ากลัวสิบเส้น พุ่งเข้า
ไปเป็นแนวตรงใส่อินฟินิตี้ เซโร่
อีกฝ่ายหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย แค่นเสียงดังเหอะ หลบหนี
ออกไป
เมื่อหลบพ้น เพลิงสีเงินสิบเส้นก็พุ่งเข้าไปตัดผ่านต้นไม้ที่
แห้งกรังหลายต้น ตัดมันออกเป็นหลายส่วน ติดตามมาด้วย
การถูกเพลิงสีเงินแผดเผาจนเป็นเถ้าถ่าน ถูกสายลมนำพาให้
พัดผ่านไป
ไป๋เฉินที่เห็นอินฟินิตี้ เซโร่หลบได้ ต้องหรี่ตาลงคมกริบ ทั่ว
ร่างสาดกระจายรังสีปราณนิรันดร์อันเข้มข้นออกมา ส่งผลให้
ทั่วทั้งชั้นฟ้าบังเกิดการสะเทือนเลือนลั่น สั่นไหวราวกับจะพัง
ครืนลงมา
“อินฟินิตี้ เซโร่!” ไป๋เฉินแผดเสียงร้องเพื่อความฮึกเหิม ร่าง
ราวกับลูกศรพุ่งตรงไปยังจุดที่อินฟินิตี้ เซโร่หลบหนี
อินฟินิตี้ เซโร่มีหรือจะหวาดกลัว แค่นเสียงเย็นชา “เข้า
มา!”
พร้อมกันนั้นจิตสังหารเทียมฟ้าก็กระหน่ำรอบทิศทาง
อากาศบิดเบี้ยวแหลกสาย พื้นดินสั่นสะเทือน
มือทั้งสองข้างของอินฟินิตี้ เซโร่ปรากฏเกราะออร่าสีขาวใส
ราวกับผลึกแก้วเข้ามาปกคลุม ดูแข็งแกร่งทนทานเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อไป๋เฉินพุ่งเข้ามาในระยะโจมตีของตัวเอง อินฟินิตี้ เซโร่
ก็แสยะยิ้มโหดเหี้ยม ชกหมัดที่แข็งแกร่งเทียมฟ้าออกไป
ไป๋เฉินสีหน้าราบเรียบ แฝงความเย็นชา เขาพุ่งเข้ามาเพื่อ
โจมตี ย่อมไม่มีความตื่นตระหนกตกใจกับหมัดของอีกฝ่ายอยู่
แล้ว ง้างหมัดที่ปกคลุมด้วยเพลิงสีเงินอันร้อนระอุขึ้น ชกเข้า
ปะทะกับหมัดของอินฟินิตี้ เซโร่
ตูม!
หมัดทั้งสองปะทะกัน อากาศแตกระเบิดออกอย่างรุนแรง
ควันสีขาวกระจายขึ้น พื้นดินที่อินฟินิตี้ เซโร่อยู่แตกสลาย
ก่อนที่เท้าทั้งสองข้างของตัวเองจะจมลงไปในพื้นดินที่แตก
สลาย อินฟินิตี้ เซโร่ก็กระโดดพุ่งไปด้านหลัง ส่วนไป๋เฉินนั้นก็
กระโดดพุ่งถอยไปด้านหลังเช่นเดียวกัน
ใบหน้าของคนทั้งสองที่ปะทะหมัดกันเมื่อครู่นี้ เผยความ
เจ็บปวดออกมาให้พบเห็นเสี้ยวหนึ่ง ที่หมัดของไป๋เฉินมีเลือด
ไหลซึมออกมา มันหยดลงพื้น ด้านหมัดของอินฟินิตี้ เซโร่
ปรากฏแผลไหม้เล็กน้อย
จากจุดนี้ ชัดเจนว่าการปะทะหมัดของคนทั้งคู่นั้น ต่างฝ่าย
ต่างก็ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
“ไป๋เฉิน ดูท่าว่าข้าคงไม่อาจประมาทเจ้าได้” อินฟินิตี้ เซโร่
จับจ้องมองไป๋เฉิน ภายในแววตานอกจากความต้องการสังหาร
แล้ว ก็ไม่มีอะไรอื่นอยู่อีก
เขารู้ตัวดีว่าในตอนนี้ เขาไม่ได้แข็งแกร่งกว่าไป๋เฉินมากนัก
เพราะไป๋เฉินมาถึงระดับนิรันดร์ขั้นปลายแล้ว ระดับพลังที่
เทียบได้กับสเตจที่ 13 ที่เขาอยู่ เพราะงั้นการประมาทถือเป็น
สิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง
ไป๋เฉินนิ่งเงียบ ไม่ได้ปริปากพูดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ มีแต่
สิ่งที่สื่อผ่านแววตาของเขาเท่านั้น ที่บ่งบอกว่าพร้อมที่จะฆ่า
ฟันอินฟินิตี้ เซโร่ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มี!
“ข้าจะเอาจริงขึ้นมาสักหน่อยก็แล้วกัน!” อินฟินิตี้ เซโร่
พึมพำ คล้ายจะพึมพำกับตัวเอง แต่ก็จงใจทำให้ไป๋เฉินได้ยิน
ชัดเจน
ถึงเขาจะบอกว่าจะไม่อาจประมาทไป๋เฉิน แต่เขาก็ยังคิดว่า
ตัวเองเหนือกว่าไป๋เฉินเล็กน้อย เมื่อเป็นอย่างนี้ การเอาจริง
ด้วยพลังทั้งหมด ไม่มีอยู่ภายในหัวของเขาเลยแม้แต่น้อยนิด
จะมีก็เพียงแต่ใช้พลังเพิ่มขึ้นมาอีกสักเล็กน้อย ก็เพียง
พอที่จะเข่นฆ่าเอาชีวิตของไป๋เฉินให้ถึงแก่ความตายได้แล้ว!
อินฟินิตี้ เซโร่ล้วนเชื่อมั่นเช่นนี้!