System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - ตอนที่ 650 : เวลาราวสายน้ำ
ชั่วพริบตาที่ไป๋เฉินส่งนกยูงน้ำสองตัวให้กับลูกสาว สีหน้า
ของเขาก็ผกผันไป เงยหน้ามองไปยังทิศทางหนึ่ง ภายในแวว
ตาปรากฏความสับสนขึ้น ก่อนจะถอนใจ ส่ายหน้าไปมา หัน
มองไปยังทุกคน
“เดี๋ยวข้ากลับมา”
พูดทิ้งเอาไว้เช่นนี้ ร่างกายของเขาก็พร่าเลือนหายไปราว
กับม่านหมอก โดยที่ไม่รอคำตอบจากทุกคน
เจี้ยนอู่ชวง สุ่ยเหลียนเอ๋อร์ สุ่ยเหมยเสีย ไป๋ไหวฉิ่ง ไป๋ไหว
ซวน ล้วนแสดงใบหน้างุนงงออกมา ไม่เข้าใจว่าไป๋เฉินรีบไป
ไหน
ไป๋เฉินมาปรากฏตัวอีกครั้งบนท้องฟ้าที่ห่างจากพื้นดิน
มากกว่าหนึ่งพันเมตร สายตาจ้องมองไปยังเบื้องหน้าที่มีคน
สองคนยืนอยู่ หนึ่งเป็นชายหนุ่มในชุดเสื้อยืด กางเกงขายาวสี
ดำ รองเท้าหนังสีดำ
ส่วนอีกคนเป็นหญิงสาวผมสีเงินสวมใส่ชุดกระโปรงสีขาว
ลายดอกไม้
“มาแล้วหรือร่างหลัก?” ไป๋เฉินพูดกับชายหนุ่มที่มาพร้อม
กับหญิงสาว ซึ่งแน่นอนว่าเขาก็คือไป๋เฉินตัวจริง
ไป๋เฉินยิ้มให้กับร่างแยกของเขา ในขณะที่นาเมียน่ายืนอยู่
ด้านหลังของเขาอย่างสงบด้วยอารมณ์ปกติ เธอทำตัวราวกับ
ภรรยาผู้แสนดีที่คล้อยตามสามี
“มาแล้ว” เขาพูด กวาดสายตามองลงไปด้านล่างเล็กน้อย
เห็นเด็กชายเด็กหญิงฝาแฝด ไป๋ไหวฉิ่งกับไป๋ไหวซวนกำลังแข่ง
กันโชว์ของในมือของตัวเอง
ในมือของเด็กชายย่อมเป็นไก่อ้วนพีที่ยังร้องกระต๊ากๆ ไม่
หยุด ส่วนในมือของเด็กหญิงเป็นนกยูงน้ำสองตัวที่เพิ่งจะรับมา
จากผู้เป็นพ่อเมื่อครู่นี้
“เป็นเด็กทั้งสองที่น่ารักน่าชัง” ความอ่อนโยนสะท้อน
ขึ้นมาบนใบหน้าของไป๋เฉิน เขารับรู้แล้วว่าเด็กชายเด็กหญิงฝา
แฝดก็คือลูกชายลูกสาวของร่างแยกเขา ซึ่งก็เป็นลูกชายลูก
สาวของเขาด้วยเช่นกัน
“ร่างหลัก…” ร่างแยกของไป๋เฉินเหมือนอยากจะพูดอะไร
บางอย่าง แต่ถูกไป๋เฉินยกมือห้ามไว้
“ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันเข้าใจทุกอย่างดี
นายทำได้ดีมากในการปกป้องดูแลอู่ชวงและทำให้เธอมี
ความสุขมากขนาดนี้” ไป๋เฉินพูด น้ำเสียงโอนอ่อน เขา
มองเห็นเจี้ยนอู่ชวงมีความสุขที่มองดูเด็กชายเด็กหญิงแข่งกัน
โชว์ของในมือ
เขาแน่นอนว่ามาที่นี่สักพักหนึ่งแล้ว แม้ตอนแรกจะตกใจไม่
น้อย ที่เห็นร่างแยกของตัวเองมีลูกกับเจี้ยนอู่ชวงสองคน แต่
เขาก็สงบใจลงอย่างรวดเร็ว
คิดคาดเดาได้ไม่ยากว่าคนที่เริ่มเข้าหาต้องเป็นเจี้ยนอู่ชวง
แน่ ร่างแยกของเขาที่เป็นตัวของเขาเองเช่นกัน ย่อมไม่อาจที่
จะปฏิเสธน้ำใจของเธอได้ จึงไม่แปลกที่จะลงเอยอย่างที่เห็น
“ร่างแยก นายอยู่ที่นี่ต่อเถอะ ปกป้องดูแลอู่ชวงให้ดี
รวมถึงพวกเด็กๆ ด้วย” ไป๋เฉินพูดอีกครั้ง โดยที่ไม่รอให้ร่าง
แยกของเขาตอบรับ ร่างของเขาก็เลือนหายไป เฉก
เช่นเดียวกัน ร่างของนาเมียน่าก็หายไปด้วย
ร่างแยกที่เห็นไป๋เฉินหายตัวไป นิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะ
พยักหน้าให้กับอากาศที่ว่างเปล่าตรงหน้า เผยรอยยิ้มอบอุ่น
ออกมา ก่อนจะหมุนตัวกลับ เหินร่างลงไปยังจุดที่ครอบครัว
ของเขาอยู่
……….
โลกปัจจุบัน เวลาผ่านไปราวกับสายน้ำ เพียงพริบตาเดียว
เวลาห้าปีก็ผ่านพ้นไป
ห้าปีแม้จะสั้น ไม่ได้ยาวนานมาก แต่โลกก็พัฒนาขึ้นอยู่ทุก
วัน ในมุมหนึ่งของปักกิ่ง ร้านขายชุดแต่งงาน ชายหนุ่มอายุ 23
ปีคนหนึ่งกำลังยืนเลือกชุดแต่งงานกับแฟนสาว โดยที่มี
พนักงานสาวแนะนำ
“ชอบชุดไหน?” ชายหนุ่มถามแฟนสาวของเขา เขามี
ใบหน้าที่หล่อเหลาอยู่บ้าง ดูเป็นผู้ใหญ่และสุขุมเยือกเย็น ชุดที่
เขาสวมใส่เป็นชุดสูทสีเทา และเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก
ไป๋เฉิน
ผมของเขาไม่ได้เป็นสองสีอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นสีดำ
ทั้งหมด เส้นผมทุกเส้นเงางาม สั้นประบ่า เป็นเวลากว่าห้าปี
แล้วที่เขากลับมาจากโลกปราณสวรรค์ หลังจากไปพบปะกับ
ร่างแยกของตัวเอง
ส่วนก่อนหน้านั้น นาเมียน่าได้รักษาเขาด้วยเทคโนโลยีแห่ง
อนาคต จนหายสนิท
“ถ้าคุณเลือกให้ ฉันชอบหมด” น้ำเสียงอ่อนหวานดังขึ้น
หญิงสาวผู้เป็นแฟนของเขามีเรือนผมยาวสีเงิน อยู่ในชุด
กระโปรงสีเขียวอ่อน รูปร่างของเธอสมบูรณ์แบบ เพียง
พอที่จะบอกว่าเป็นสาวงามแห่งยุคคนหนึ่ง เธอก็คือนาเมียน่า
เธอตามติดไป๋เฉินราวกับเงาตามตัวในห้าปีที่ผ่านมานี้
สุดท้ายเกิดเป็นความรักต่อกัน และพวกซูเสวี่ยหนิงสามคนก็
ยอมรับ ทำให้ในตอนนี้ไป๋เฉินมีแฟนสาวสี่คน ทั้งยังกำลังจะ
แต่งงานในเร็ววันนี้
แน่นอนว่าเป็นการแต่งงานพร้อมกันทั้งสี่คน การ์ดแต่งงาน
จำนวนไม่มากได้ถูกแจกออกไปแล้ว
ในตอนนี้ก็อย่างที่เห็น ไป๋เฉินพานาเมียน่ามาเลือกชุด
แต่งงาน ส่วนชุดแต่งงานของหลี่หลิน หลงซูอิน ซูเสวี่ยหนิง
เขาได้พาพวกเธอมาเลือกแบบสองต่อสองกันก่อนหน้านี้แล้ว
ในตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่นาเมียน่าเพียงคนเดียว
“งั้นถ้าเลือกไม่ถูกใจเธอ อย่าว่าฉันล่ะ” ไป๋เฉินหัวเราะ
เบาๆ ก่อนตั้งใจเลือก
พนักงานสาวที่คอยแนะนำเอาแต่แอบมองนาเมียน่าไม่หยุด
เนื่องจากอีกฝ่ายสวยมาก เป็นหญิงสาวชาวต่างชาติที่สวยมาก
เธอสงสัยมากว่าอีกฝ่ายมาจากประเทศไหน
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เธอจะสงสัย เธอก็ไม่กล้าเสียมารยาท
ถามออกมา
ไป๋เฉินใช้เวลาเลือกชุดแต่งงานอยู่พักหนึ่ง ก็เลือกไม่ได้
สุดท้ายจึงจ้างดีไซเนอร์ชื่อดังของร้านมาตัดชุดให้ โดยเขาช่วย
ออกแบบเล็กๆ น้อยๆ โดยการบอกความต้องการออกไป
อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็นหลี่หลิน หลงซูอินหรือซูเสวี่ยหนิง ก็
ขอให้ไป๋เฉินเลือกชุดแต่งงานให้ทั้งนั้น และเขาก็เลือกไม่ได้
เช่นกัน จึงลงเอยด้วยการให้ดีไซเนอร์เป็นคนออกแบบทุกคน
หลังจัดการเลือกชุดแต่งงานเสร็จ ไป๋เฉินกับนาเมียน่าออก
จากร้านขายชุดแต่งงานที่มีชื่อเสียงที่สุดในปักกิ่ง
มองดูท้องฟ้าที่เริ่มจะมืด ไป๋เฉินจึงชวนนาเมียน่าไปดิน
เนอร์ ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้ไป ชายหนุ่มอายุ 20 กว่าปีสอง
คนได้เดินเข้ามาหา หนึ่งในนั้นเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาสำหรับไป๋
เฉิน
“หยางฮ่าว?” ไป๋เฉินมองไปยังหนึ่งในสองชายหนุ่ม อีกฝ่าย
เป็นเพื่อนในคณะของมหาวิทยาลัยที่เขาเพิ่งจะจบมาเมื่อปีที่
แล้ว
“ไป๋เฉิน?” เมื่อไป๋เฉินจำได้ อีกฝ่ายที่มีชื่อว่าหยางฮ่าวก็จำ
ได้เช่นเดียวกัน
ใบหน้าของหยางฮ่าวเผยความตกตะลึงออกมา คิดไม่ถึงว่า
ไป๋เฉินจะมากับหญิงสาวผมสีเงินที่สวยมากขนาดนี้
“รู้จักหรือหยางฮ่าว?” ชายหนุ่มอีกคนที่มากับหยางฮ่าว
ใบหน้าถือดี ดูหยิ่งยโส จ้องมองนาเมียน่าด้วยความหื่น
กระหาย
“รู้จักครับคุณอวี้ นี่ไป๋เฉินเป็นเพื่อนสมัยมหาลัยของผม
เอง” หยางฮ่าวรีบแนะนำ เพราะคุณอวี้หรืออวี้ฟ่าน ไม่ใช่คน
ธรรมดา แต่เป็นลูกชายคนโตของตระกูลอวี้ ซึ่งเป็นหนึ่งใน
ตระกูลใหญ่ใหม่ของปักกิ่งและมีศักยภาพที่อาจจะมากกว่า
ตระกูลใหญ่เก่าสามตระกูลอย่างตระกูลซู ตระกูลหลงและ
ตระกูลถัง
“อ้อ อย่างนี้เอง หวัดดี ฉันอวี้ฟ่าน ไม่ทราบว่าผู้หญิงคนนี้
เป็นใคร ใช่เพื่อนนายรึเปล่า ถ้าใช่ฉันอยากให้เธอไปกับฉัน
นายกล่อมเธอสิ ฉันจะจ่ายให้อย่างงามเลย” อวี้ฟ่านพูดกับไป๋
เฉินอย่างไม่สนใจอะไร
เขาที่มีตระกูลอวี้หนุนหลัง ย่อมไม่รู้สึกหวาดกลัวอะไรใคร
หน้าไหนทั้งนั้น เขาอยากทำอะไรก็จะทำ!