System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 146 : เกลียดยิ่งกว่าอะไรดี
หลัง จากที่ได้ฆ่าอ้าวสวนกับอ้าวสง ส่งพวกเขาสองพ่อลูกตามชายวัย
กลางคนในชุดเสื้อกล้ามถูโหวไปสู่ความตาย ไป๋เฉินก็เก็บปืนเก็บเสียง
เข้าไว้ในแหวนมิติ
แต่ ถึงแม้เขาจะเก็บปืนเก็บเสียงเข้าไปไว้ภายในแหวนมิติแล้ว เขาก็ยังคง
ไม่ได้จากสถานที่แห่งนี้ไป เขายืนนิ่งอยู่กับที่ สายตามองไปยังศพของ
คนทั้งสามที่ตายไปอย่างตาไม่หลับ
มองไปพักหนึ่ง ไป๋เฉินก็ถอนหายใจออกมา ไม่มีความคิดที่จะเดินเข้าไป
ปิดเปลือกตาให้กับพวกคนทั้งสามที่ตายไปเลย
เพราะคนทั้งสามอย่างอ้าวสวน อ้าวสงและถูโหวพาเขามาที่นี่ก็เพื่อที่จะ
ฆ่าเขา เป็นศัตรูกันอย่างไม่ต้องสงสัย
ด้วย เหตุนี้ ไป๋เฉินจึงไม่มีความคิดที่จะเดินเข้าไปปิดเปลือกตาให้กับ
พวกเขาทั้งสามคน ไม่เหมือนกับตอนประหลาดไท่หยางที่ตายตาไม่
หลับ แล้วเขาได้ปิดเปลือกตาให้
สาเหตุ ที่เขาปิดเปลือกตาให้ประหลาดไท่หยาง ล้วนเป็นเพราะว่าเขา
และอีกฝ่ายไม่ได้มีความแค้นบาดหมางต่อกันตั้งแต่แรก ซึ่งมันแตกต่าง
จากพวกอ้าวสงอย่างสิ้นเชิง
นี่ก็คือเหตุผลว่าทำไม เขาถึงได้เลือกที่จะไม่เดินเข้าไปปิดเปลือกตา
ให้กับพวกเขา ปล่อยให้พวกเขาตายอย่างตาไม่หลับกันไปทั้งอย่างนั้น
ไป๋ เฉินถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ความจริงเขาไม่ได้อยากจะฆ่าคนมาก
นัก แต่สถานการณ์ก็บีบบังคับให้เขาต้องทำ และสาเหตุที่เขาต้องทำก็
เพราะว่าตัวเขายังคงอ่อนแอ
เขากลัวว่าหากเขาไม่ทำ พ่อแม่ของเขา ซึ่งเป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียว
ของเขา จะได้รับอันตราย
“อ้าวสง นี่ก็คือผลตอบแทนที่แกคิดที่จะฆ่าฉัน…”
เสียงพูดอันแผ่วเบาดังออกจากปากของไป๋เฉิน ก่อนที่เขาจะหันหน้าและ
หมุนตัวใช้ทักษะเดินชมดาวจากไป เพื่อกลับไปยังบ้านของตัวเอง
ในป่าแห่งนี้ ท่ามกลางความมืดและแสงจากดวงจันทร์ที่สาดส่องลงมา
มองเห็นเพียงศพสามศพที่ตายตาไม่หลับ
………………………..
เช้าวันรุ่งขึ้นได้มาถึง ที่สถานีตำรวจเมืองซิงโจวมีความวุ่นวายขึ้นมา
เล็กน้อย
เนื่องจากในช่วงเช้ามืดของวันนี้ มีคนแจ้งเข้ามาว่าพบศพคนสามคนถูก
ยิงตายอยู่ภายในป่าแห่งหนึ่งของเมืองซิงโจว
ใน ห้องทำงานของสารวัตรคนใหม่ของสถานีตำรวจเมืองซิงโจว ซูซิ
นถงมีใบหน้าที่ค่อนข้างที่จะมืดมน ใบหน้าที่สวยงามของเธอ ล้วน
แสดงความเยือกเย็น เย็นชา และความโกรธออกมาให้เห็น
“พวกคุณทำงานกันยังไง? ไม่มีแม้แต่เบาะแสของคนร้ายเลย ทั้งที่คนถูก
ฆ่าไปตั้งสามคน!”
ซูซินถงพูดออกมาด้วยความโกรธ สายตาที่เย็อกเย็นมองไปยังผู้หมวดจง
และตำรวจอีกสองคนที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ
ผู้ หมวดจงรู้สึกอึดอัดอย่างมากที่จะต้องมาเผชิญกับความโกรธของ
สารวัตรคนใหม่ของ สถานีตำรวจเมืองซิงโจวอย่างซูซินถง แต่เขาก็คิด
ว่ามันไม่แปลกเลยที่เธอจะโกรธ
เพราะเธอเป็นผู้มีฉายาถูกเรียกว่าเป็นเจ้าหญิงน ้าแข็งผู้บ้าคดี!
เมื่อเห็นว่าไม่มีเบาะแสอะไรเลยเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้น มันจะไม่ทำให้เธอ
โกรธขึ้นมาได้ยังไง?
ยิ่งไปกว่านั้นคดีนี้ก็คือคดีฆาตกรรม มีคนตายไปถึงสามคน!
“เรื่องนี้พวกผมจะพยายามค้นหาเบาะแสของคนร้ายอย่างเต็มที่ครับ…”
หมวดจงพลันพูดออกมา น ้าเสียงของเขาค่อนข้างที่จะเบา
ตำรวจอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังของผู้หมวดจงก็รีบพูดเสริม “ใช่ครับ
สารวัตร พวกผมจะพยายามค้นหาเบาะแสของคนร้ายเต็มที่”
ซู ซินถงคล้ายกับว่าจะไม่ได้สนใจคำพูดของพวกเขามากนัก เพราะเธอรู้
ดีว่าการที่ไม่มีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับคนร้ายเลยแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่
ค่อนข้างจะยากที่จะค้นหาตัวคนร้ายเพื่อปิดคดีนี้
เธอเริ่มสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อระงับความโกรธของตัวเอง แต่ใบหน้าก็
ยังดูมืดมนเยือกเย็นและเย็นชา
เธอเกลียดพวกฆาตกร อาชญากรรม พวกผู้ก่อการร้ายต่างๆ ยิ่งกว่าอะไร
ดี!
สาเหตุ มาจากสมัยที่เธอเรียนมอปลาย เพื่อนผู้หญิงของเธอคนหนึ่ง ถูก
โจรวิ่งราวแทงด้วยมีดที่คมมาก ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนพัก
ฟื้นที่โรงพยาบาลเป็นเดือนกว่าที่จะออกมาจากโรงพยาบาลได้
ตั้งแต่ ตอนนั้น เธอก็เกลียดพวกฆาตกร อาชญากรรมและพวก
ผู้ก่อการร้ายต่างๆ มาโดยตลอด และตอนนั้นก็เป็นตอนที่เธอตัดสินใจที่
จะเป็นตำรวจ แล้วก็ได้เป็นในที่สุด จนเธอทำผลงานมากมายและมียศ
พันตำรวจโทอย่างทุกวันนี้
แล้วเธอจะไม่โกรธขึ้นมาได้ยังไง ในเมื่อมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นในเมือง
ซิงโจวที่เธอเพิ่งจะย้ายมาประจำการ
อย่าง ไรก็ตาม สาเหตุของความโกรธของเธอ ไม่ได้มาจากแค่คดีที่เพิ่งจะ
เกิดขึ้นไปนี้อย่างเดียว ยังรวมกับคดีกวาดล้างแก๊งเสือขาว ที่ยังหาตัว
กลุ่มคนร้ายหรือเบาะแสไม่พบอีก
นอกจากนี้แล้วก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง และเรื่องนี้ก็คือเรื่องที่เธอถูกนักฆ่ามา
ลอบฆ่า
ถึงแม้ว่าเฮยฉางจะถูกทรมานจนเปิดปากว่าใครเป็นคนจ้างวานมาแล้ว
พร้อมกับถูกส่งไปยังเรือนจำที่ปักกิ่งด้วยโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้วก็ตาม
แต่เรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอโกรธอยู่ในตอนนี้ด้วยเหมือนกัน
“แล้วได้ตรวจสอบข้อมูลของผู้ตายทั้งสามคนมาหรือยัง?” ซูซินถงพลัน
ถอนหายใจและถามออกมาในเวลาเดียวกัน
ผู้ หมวดจงรีบพยักหน้าในทันที เขาตอบด้วยใบหน้าเคร่งขรึม “ได้มา
แล้วครับ สองคนในนั้นที่ตายเป็นพ่อลูกกัน ชื่อว่าอ้าวสวนกับอ้าวสง
ส่วนอีกคนเป็นหัวหน้าแก๊งลิงดำชื่อว่าถูโหวครับ และทั้งสามคนอาศัย
อยู่ในเมืองซิงโจวแห่งนี้”
“แก๊งลิงดำ?” ได้ยินที่ผู้หมวดจงพูด คิ้วคู่สวยของซูซินถงก็ขมวดขึ้น
ในทันที “แก๊งลิงดำคือแก๊งอะไร?”
“หนึ่งในแก๊งในโลกใต้ดินของเมืองซิงโจวที่พอมีอิทธิพลอยู่บ้างครับ”
“อย่าง นี้นี่เอง ถ้างั้นคดีฆาตกรรมครั้งนี้ก็อาจจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนที่
กวาดล้างแก๊งเสือ ขาวไป กลุ่มคนที่ลงมือต้องเป็นกลุ่มเดียวกันแน่ และ
พวกมันก็น่าจะเป็นแก๊งในโลกใต้ดินของเมืองซิงโจวเหมือนกัน นี่น่าจะ
เป็นการแย่งชิงอำนาจกัน!”
ซูซินถงสันนิษฐาน ดวงตาคู่สวยเย็นชาขึ้นมาในทันที
ตอนนี้เธอเริ่มมีเบาะแสของคนร้ายหรือกลุ่มคนร้ายขึ้นมาแล้ว และเธอก็
เชื่อในข้อสันนิษฐานของตัวเองเป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานของเธอไม่ได้ใกล้เคียงกับความจริงเลย
เพราะคนร้ายนั้นเป็นไป๋เฉิน
เธอคงจะไม่อาจนึกได้ว่าคนที่เป็นคนร้ายก็คือไป๋เฉิน คนที่ได้ช่วยชีวิต
ของเธอเอาไว้
พอได้ฟังข้อสันนิษฐานของสารวัตรซูซินถง ผู้หมวดจงก็ดวงตาเป็น
ประกายขึ้นมา เขาคิดว่าข้อสันนิษฐานนี้น่าจะใกล้เคียงกับความจริง
ทีเดียว
ไม่เพียงแค่เขาที่คิดแบบนี้ ตำรวจอีกสองคนที่อยู่ข้างหลังเขาก็ด้วย พวก
เขาต่างก็คิดเหมือนกัน
นอกจากข้อสันนิษฐานเหล่านี้แล้ว พวกเขาก็ไม่คิดว่าจะมีข้อสันนิษฐาน
ไหนใกล้เคียงกับความจริงอีก
“พวก ผมจะรีบไปเอาแฟ้มรวบรวมข้อมูลทั้งหมดของแก๊งใต้ดินของ
เมืองซิงโจวมาเดี๋ยว นี้” ผู้หมวดจงรีบพูดขึ้นอย่างรู้งาน เมื่อเขาเห็นสี
หน้าที่เย็อกเย็นของซูซินถง
ซูซินถงพยักหน้าเล็กน้อย “ไปได้”
“ครับ” ผู้หมวจงและตำรวจอีกสองคนรีบออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
“ฉันต้องจัดการเรื่องคดีสองคดีนี้ให้เร็วที่สุด จากนั้นก็จะมีเวลาไปค้นหา
เบาะแสของฉินเฟ่ย คนที่คิดจะฆ่าฉัน!”
พอผู้หมวดจงและตำรวจอีกสองคนออกไปแล้ว ซูซินถงก็พูดออกมา
อย่างเย็อกเย็น
จากจุดนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอได้รับรู้จากเฮยฉางแล้วว่าคนที่จ้างเขามาก็คือ
ฉินเฟ่ย คนที่คิดจะฆ่าเธอมาโดยตลอด
เธอไม่เคยคิดเลยว่าฉินเฟ่ยจะกัดไม่ปล่อย ೦೦นาดเธอย้ายมาที่เมือง
ซิงโจวแล้วก็ตาม