System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 156 : เข้าใจผิด
สายตาของซูซินถงไม่ได้ละจากไป๋เฉินเลย เพราะภาพของชายวัย
กลางคนคนนั้นได้ประทับลงในใจของเธออย่างลึกล ้า
และ เธอก็ค่อนข้างที่จะแน่ใจว่าไป๋เฉินคนที่มาพร้อมกับพี่สาวของเธอ
ในตอนนี้ น่าจะเป็นญาติของคนที่ได้ช่วยเธอไว้จากนักฆ่าผู้เก่งกาจเฮย
ฉาง
จาก จุดนี้สามารถบอกได้เลยว่า ซูซินถงไม่ได้คิดว่าไป๋เฉินเป็นลูกของ
คนที่ช่วยเธอเอาไว้เลย สาเหตุก็ไม่ใช่อะไรอื่น เพราะอายุของทั้งสองคน
ไม่ได้ห่างอะไรกันมากขนาดที่จะเป็นพ่อลูกกันได้
ถ้า หากว่าไป๋เฉินเป็นญาติของคนที่ช่วยเธอไว้แล้วนั้น มันก็พอที่จะ
เป็นไปได้ เนื่องจากหน้าตาของคนทั้งสองค่อนข้างที่จะคล้ายกัน ไม่สิ
เรียกได้ว่าแทบจะเหมือนกันเลยต่างหาก แตกต่างก็เพียงอายุเท่านั้น
‘บางทีคนนี้อาจจะเป็นหลานของเขา’ ซูซินถงคิดในใจ
โดย ที่เธอไม่ได้รู้ตัวเลยว่า เธอได้เข้าใจผิด ไป๋เฉินไม่ใช่หลานของคนที่
ช่วยเธอเอาไว้จากนักฆ่าผู้เก่งกาจอย่างเฮยฉางใน วันนั้น แต่เป็นเขาเองที่
ช่วยเธอ
แต่ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าทั้งสองคน
เป็นคนๆ เดียวกัน เพราะอายุนั้นแตกต่างกันมากเกินไป
‘เดี๋ยวสิ! นี่พี่พาผู้ชายมาบ้านเหรอ?!’
ใน ทันใดนั้น เหมือนกับว่าซูซินถงจะนึกถึงเรื่องที่น่าตกใจมากกว่าที่คิด
ว่าไป๋เฉินเป็น ญาติหรือหลานของคนที่ช่วยเธอจากนักฆ่าได้ ใบหน้า
ของเธอแสดงออกมาถึงความตกใจและตกตะลึงมากกว่าเดิมในทันที
ไม่ สิ เป็นความตกใจที่เพิ่มเข้ามา และความตกตะลึงที่เพิ่มขึ้นจากเมื่อครู่
นี้ ที่เธอได้ตกตะลึงเมื่อได้เห็นว่าใบหน้าของไป๋เฉินเหมือนกับคนที่ช่วย
เธอเอา ไว้จากนักฆ่า
ดวงตาคู่สวยของเธอเบิกกว้างขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ความเยือกเย็นบน
ใบหน้าที่สวยงามของเธอ เหมือนจะได้พังทลายลงไป
ร่าง ของเธอสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก อาการแบบนี้ของเธอน้อยครั้ง
มากที่มันจะเกิดขึ้น แต่ครั้งนี้ มันจะไม่เกิดขึ้นก็คงจะไม่ได้ เพราะพี่สาว
ที่สวยเพียบพร้อม สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าใครๆ ในโลกใบนี้ของเธอ กลับ
พาผู้ชายมาบ้าน!
ยิ่ง ไปกว่านั้นยังเป็นชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่า ไม่ว่าจะพามาด้วยเหตุผล
อะไร มันก็น่าตกใจและตกตะลึงอยู่ดีสำหรับเธอ เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรก
อย่างที่จริงที่พี่สาวของเธอซูเสวี่ยหนิง ได้พาผู้ชายมาที่บ้าน!
“เอ๊ะ! พี่เสวี่ยหนิงกลับมาแล้วเหรอ?”
ซู เอ๋อเอ๋อที่เดิมทีดูการ์ตูนอยู่อย่างสนุก ไม่ได้สนใจรอบข้างเลย แต่พอ
การ์ตูนพักช่วงโฆษณา เธอก็หันมาสนใจรอบข้าง พอมองเห็นซูเสวี่ย
หนิง ผู้ซึ่งเป็นพี่สาวใหญ่ของตัวเอง เธอก็พูดออกมาอย่างมีความสุข
อย่าง ไรก็ตาม ทันใดนั้นเองสายตาของเธอก็เหลือบมองเห็นไป๋เฉินที่ยืน
อยู่ไม่ห่างจากพี่สาว ใหญ่ของเธอมากนัก ดวงตาคู่กลมโตน่ารักของเธอ
เบิกกว้างขึ้นมาในทันที ก่อนที่มีประกายขึ้นมา
“ว้าว! พี่ชายนี่น่า!” ซูเอ๋อเอ๋อหัวเราะร่าอย่างมีความสุข เธอรีบกระโดด
ลงจากโซฟา วิ่งเตาะแตะไปหาไป๋เฉินอย่างรวดเร็ว
“พี่ชายใจร้ายมาก ทั้งๆ ที่หนูให้เบอร์โทรไปแล้ว แต่ไม่เคยโทรมาหาหนู
เลย”
พอวิ่งเตาะแตะมายืนตรงหน้าของไป๋เฉิน เด็กหญิงน้อยผู้น่ารักซูเอ๋อเอ๋อ
ก็ทำแก้มป่อง สองมือเล็กละเอียดอ่อนขาวเนียนเท้าเอวขึ้น
ไป๋ เฉินก้มหน้าลงมองเด็กหญิงผู้น่ารักที่งอนอย่างเด็กๆ ท่าทางของเธอ
มันน่ารักมาก เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา และเริ่มคิดได้ว่าเขาได้ลืมไป
เสียสนิทเลยว่า วันนั้นซูเอ๋อเอ๋อได้ยัดกระดาษเบอร์โทรใส่มือของเขา
เพื่อให้เขาโทรไปหาเธอ
ในเรื่องนี้นอกจากขอโทษแล้ว เขาก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ “พี่ขอ
โทษนะ พี่ลืมไปเลย”
“ฮึ่ม” เด็กหญิงน้อยผู้น่ารักซูเอ๋อเอ๋อแกล้งทำเป็นโกรธมากขึ้น จากแก้มที่
ป่องข้างเดียวกลายเป็นสองข้าง ทำให้เธอดูน่ารักอย่างมาก “ไม่ยกโทษ
ให้ค่ะ!”
“นี่ แน่ะ” กับท่าทางที่ซูเอ๋อเอ๋อแสดงออก ซูเสวี่ยหนิงต้องเดินเข้ามาใช้
มือเคาะไปที่หน้าผากของน้องสาวคนเล็กของตัว เองเบาๆ “อย่าซนสิเอ๋
อเอ๋อ”
“โอ้ ย! พี่สาวใหญ่ใจร้าย พี่ชายช่วยหนูด้วย” เด็กหญิงน้อยผู้น่ารักซูเอ๋
อเอ๋อร้องออกมา พร้อมกับใช้มือจับที่หน้าผากของตัวเองไว้ เธอได้วิ่งเข้า
ไปหลบที่หลังไป๋เฉิน และแอบแลบลิ้นให้กับซูเสวี่ยหนิง
ไป๋เฉินต้องยิ้มกว้างขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาสามารถรู้สึกได้เลยว่าที่นี่
เต็มไปด้วยความอบอุ่นของพี่น้อง
“คุณไม่เห็นต้องว่าเธอเลย” ไป๋เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม
ซูเสวี่ยหนิงพยักหน้าเป็นการตอบรับ แต่ในใจของเธอก็รู้สึกมีความสุขที่
ไป๋เฉินเอ็นดูน้องสาวคนเล็กของเธอ
“…..” ซูซินถง
ซู ซินถงที่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ไม่สามารถที่จะตกใจและตก
ตะลึงไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เธอมองไป๋เฉินด้วยดวงตาคู่สวยที่เบิกกว้าง
มากยิ่งขึ้น
จากนั้นเธอก็มองพี่สาวของตัวเอง สลับกับน้องสาวของตัวเอง สีหน้า
ของเธอได้กลายเป็นว่างเปล่า ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าแม้แต่น้อย
แต่ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เธอจะไม่เข้าใจสถานการณ์ เพราะท่าที
ที่ซูเอ๋อเอ๋อแสดงออก เป็นที่แน่นอนว่าคุ้นเคยและสนิทสนมกับไป๋เฉิน
ระดับหนึ่ง
เมื่อเป็นแบบนี้ก็แสดงว่าน้องสาวของเธอได้รู้จักไป๋เฉินอยู่ก่อนแล้ว และ
คนที่แนะนำให้รู้จักก็คงจะเป็นพี่สาวของเธอเอง
แล้วแบบนี้ จะให้เธอเข้าใจสถานการณ์และแสดงออกมาอย่างตกใจกับ
ตกตะลึงมากขึ้นได้ยังไง?
“พี่…นี่ มันอะไร?” ราวกับว่าความเยือกเย็นของซูซินถงได้พังทลายไป
จนหมดสิ้น ริมฝีปากของเธอเปิดขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับถามออกมาด้วย
น ้าเสียงแผ่วเบา
ภายในหัวของเธอมีความมึนงงสับสนปรากฏ ดวงตาคู่สวยกระพริบ
หลายครั้ง ขณะที่ในใจเต้นถี่ระรัว
‘เป็นไปได้ไหมว่าผู้ชายคนนี้ก็คือแฟนของพี่!’ ซูซินถงอดที่จะคิดแบบนี้
ไม่ได้จริงๆ
เนื่อง จากความสัมพันธ์ที่น้องสาวของเธออย่างเด็กหญิงน้อยผู้น่ารักซูเอ๋
อเอ๋อ มีให้กับไป๋เฉิน มันไม่ได้ธรรมดาๆ เลย แต่กลับเป็นสนิทสนม
อย่างมาก
ได้ ยินคำพูดของซูซินถง ซูเสวี่ยหนิงไม่ได้ตอบในทันที เธอถอนหายใจ
อยู่ในใจ เธอไม่ได้แปลกใจกับคำถามของน้องสาวคนรองของเธอเลย
เพราะเธอเองก็ได้คิดเอาไว้แล้วเหมือนกัน ว่าท่าทางการแสดงออกของซู
ซินถง จะเหมือนกับป้ายี่
ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และมันก็เป็นเหตุผลเดียวกันด้วย
แน่นอนว่าเหตุผลนี้ก็คือ เธอได้พาไป๋เฉิน ซึ่งเป็นผู้ชายมาที่บ้านนั่นเอง
อย่าง ไรก็ตาม ในกรณีของซูซินถงนั้น แตกต่างจากของป้ายี่
ค่อนข้างมาก เพราะได้เห็นการแสดงความคุ้นเคยสนิทสนมระหว่างซูเอ๋
อเอ๋อและไป๋เฉิน
“เดี๋ยว พี่จะเล่าให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ไปที่ครัวและช่วยพี่ทำอาหารหน่อย”
ซูเสวี่ยหนิงพูดออกมาในที่สุด จากคำพูดของเธอ เป็นที่แน่นอนว่าเธอ
ตั้งใจที่จะทำอาหารเองในวันนี้
ด้วยการที่ชวนไป๋เฉินมาเลี้ยงข้าวที่บ้านได้สำเร็จ เธอจะไม่โชว์ฝีมือเอง
ได้ยังไง?
มองไปที่ใบหน้าที่สงบสวยเกินใครของพี่สาวตัวเอง ซูซินถงได้แต่ระงับ
อารมณ์ทั้งหมดลง ได้แต่พยักหน้ารับ “ตกลง”
เมื่อเห็นซูซินถงพยักหน้าตกลงแล้ว ซูเสวี่ยหนิงก็หันมาแนะนำซูซินถง
กับไป๋เฉิน พร้อมกันนั้นก็แนะนำไป๋เฉินให้ซูซินถงได้รู้จัก
“ซิ นถง นี่คุณไป๋เฉินเป็นผู้มีพระคุณของพี่ คุณไป๋เฉิน นี่น้องสาวคนรอง
ของฉัน ชื่อซูซินถง” น ้าเสียงของเธอยังคงไพเราะและเต็มไปด้วยความ
สุภาพ
หลังจากที่แนะนำคนทั้งสองต่อกันแล้ว เธอก็ได้พาซูซินถงไปที่ห้องครัว
ทิ้งไป๋เฉินให้อยู่กับเด็กหญิงน้อยผู้น่ารักซูเอ๋อเอ๋อ