System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 20 : เธอหมายถึงเดท?
หลัง จากไม่เห็นหลี่หลินพูด ไป๋เฉินก็คิดว่าเธอคงจะยังไม่ยกโทษให้เขา
แต่เขาต้องทำให้เธอยกโทษให้ให้ได้ ส่วนหนึ่งเพราะความรู้สึกผิดและ
อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะภารกิจ
“ว่า ยังไง? หรือเธอต้องการให้ฉันทำอะไรให้ เธอถึงจะยกโทษให้” เขา
พูดพร้อมกับยื่นถุงขนมมันฝรั่งไปตรงหน้าของเธอ “นี่ถือว่าฉันชดใช้ให้
ในตอนนั้นที่ฉันแย่งขนมของเธอไป”
หลี่ หลินได้ยินคำพูดของเขา เธอกระพริบตาคู่กลมโตน่ารักอย่างสับสน
บอกตามตรง เธอยังคงทำตัวไม่ถูกกับสถานการณ์นี้ เธอจึงไม่รู้จะทำ
ยังไงดี
แต่ในทันใดนั้นก็มีเสียงเยาะเย้ยดังขึ้นมา
“นี่ นายไม่เห็นเหรอว่าหลี่หลินไม่พอใจ ยังคิดจะมาจีบเธออีกเหรอ?
แล้ววิธีการจีบของนายมันอะไร? ซื้อขนมมั่นฝรั่งอบกรอบราคาถูกๆ มา
ให้เธอเนี่ยนะ?”
ชาย หนุ่มในชุดที่ดูดีราคาแพง ได้เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับช่อดอก
กุหลาบสีแดงในมือ ใบหน้าของเขาดูหล่อเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับหล่อมาก
เรียกได้ว่าจัดอยู่ในหมวดพอดูได้
ไป๋ เฉินหันหน้ากลับ เขามองยังคนที่พูดและเดินเข้ามาในห้อง เขาจดจำ
ได้ในทันทีที่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่าอ้าวสง เป็น
ลูกของครอบครัวที่มีฐานะดีมาก แต่ก็ไม่ถึงกับรวย
อย่างไรก็ตาม เขาชอบอวดรวยมากและชอบดูถูกเพื่อนในห้องเรียนด้วย
ว่ากันว่าเขาตามจีบหลี่หลินมาเป็นเวลานานแล้ว เพราะต้องการที่จะจับ
เธอ
ด้วย พื้นฐานทางครอบครัวของหลี่หลิน ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาหรือฐานะ
ทำให้เธอเป็นดอกไม้งามเพียงหนึ่งเดียวของโรงเรียนซิงเซียง ใครที่ได้
เป็นแฟนของเธอคงจะโชคดีกันทั้งนั้น
ด้วย เหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้อ้าวสงต้องการที่จะจับเธอ จับที่ว่าก็คือการที่
จะได้กลายเป็นคนรวยขึ้นมาในทันทีที่ได้แต่งงานกับเธอ เขาหวังว่าจะ
ทำให้ตัวเองเป็นคนรวยได้…อยู่ดีกินดีตลอดชีวิตโดยไม่ต้องทำ อะไร
หลี่หลินไม่ชอบอ้าวตง เธอรังเกียจผู้ชายคนนี้มากกว่าไป๋เฉินอีก เพราะ
เขาตามติดเธอราวกับแมลงวันที่ไล่ยังไงก็ไม่ยอมไป
“ขอ โทษด้วย ฉันไม่ได้ต้องการจะจีบเธอเลย” ไป๋เฉินพูดกับอ้าวสงอย่าง
สงบ ก่อนจะหันหน้ากลับมามองที่หลี่หลินและพูด “ถ้าเธอไม่อยากยก
โทษให้ฉันก็ไม่เป็นไร”
พอพูดจบเขาก็หันหลังและเดินออกไปจากห้องในทันที
ทิ้งให้หลี่หลินจ้องมองอย่างงุนงง รวมไปถึงอ้าวสงด้วย เขาก็จ้องมอง
อย่างงุนงงเหมือนกัน
ความจริงเขาคิดว่าไป๋เฉินจะตอบโต้อะไรบ้างเสียอีก แต่นี่กับไม่เลย เขา
ไม่ได้ทำอะไรเลย ทำเพียงเดินออกไปแบบนี้เท่านั้น
ส่วน คนอื่นๆ ภายในห้องนั้นมองแตกต่างออกไป ในสายตาของพวกเขา
คิดได้อย่างเดียวว่าไป๋เฉินถูกหลี่หลินปฏิเสธ ด้วยความที่ทนขายหน้าไม่
ไหว เขาจึงเดินออกจากห้องไป
“ลูก พี่รอด้วย!” เฉียนเป่ยที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ รู้สึกสงสารลูกพี่ไป๋
อย่างมาก เขารีบตะโกนออกมา พร้อมกับวิ่งออกจากห้องเพื่อไปปลอบ
ไป๋เฉิน
“ขี้ขลาดจริงๆ”
สุด ท้ายอ้าวสงก็หายจากความงุนงง เขาแค่นเสียงออกมา ก่อนจะปั้น
รอยยิ้มเดินเข้ามาหาหลี่หลิน “หลี่หลิน ดูสิวันนี้ฉันซื้อกุหลาบช่อใหญ่มา
ให้เธออีกแล้วนะ เธอคิดได้หรือยังว่าจะเป็นแฟนของฉันน่ะ?”
หลี่หลินก็หายจากความงุนงงแล้วเหมือนกัน เธอไม่สนใจอ้าวสง พลัน
รีบเดินออกจากห้องตามไป๋เฉินไป
เธอลองคิดในใจเกี่ยวกับเรื่องนี้และทบทวนมันอย่างละเอียดดู ก็รู้สึกว่า
มันเป็นเพียงเรื่องในสมัยอนุบาลเท่านั้น
เธอ จะผูกใจโกรธและเกลียดชังเขาไปเพื่ออะไร? ในเมื่อเขายอมมาขอ
โทษเธอด้วยความจริงใจแล้ว หากว่าเธอไม่ยอมรับคำขอโทษของเขา
เธอจะไม่กลายเป็นคนใจแคบไปรึไง?
เมื่อ เห็นว่าหลี่หลินเดินผ่านร่างของเขาออกไปจากห้องอย่างไม่สนใจ
เขา อ้าวสงก็รู้สึกโกรธอยู่ในใจ เขาได้แต่ขบฟันไปมาอย่างหงุดหงิดและ
ไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะระบายออกมาได้
ไป๋ เฉินเดินค่อนข้างเร็ว เขาเดินมาถึงบันไดที่จะลงไปชั้นล่างแล้ว แต่เขา
ก็ยังไม่ได้เดินลงไป เพราะเขาได้ยินเสียงของเฉียนเป่ยร้องเรียกมาจาก
ข้างหลัง
ด้วยเสียงเรียกของเฉียนเป่ยต้องทำให้เขาหันกลับไปมอง เขาเห็นอีกฝ่าย
วิ่งมาด้วยความเร็ว ก่อนจะหยุดลงมาตรงหน้าของเขา
“ลูกพี่อย่างเศร้าใจไปเลย ผู้หญิงมีอีกเยอะแยะ”
เมื่อมาถึงคำพูดแรกที่เฉียนเป่ยพ่นออกมาก็คือการปลอบเขา
ไป๋ เฉินไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เขาอยากจะบอกว่าเขาไม่ได้ต้องการ
ที่จะจีบหลี่หลิน เขาเพียงแค่ต้องการขอโทษเธอ เกี่ยวกับเรื่องในวัยเด็ก
เท่านั้น
แต่เมื่อคิดดูแล้ว เขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายให้เฉียนเป่ยฟังเลย
สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่พูด
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เขาเดินออกมาจากห้องนั้น ไม่ใช่อะไรอื่นเลย
นอกจากต้องการให้หลี่หลินตามมา
ในความคิดของคนอายุ 30 ปี เธอก็เป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่ง ย่อมไม่
อยากจะรู้สึกผิดกับเรื่องที่ไม่ยอมยกโทษให้เขาแน่ เขาเชื่อแบบนี้
และมันก็เป็นอย่างที่เขาคิด หลี่หลินตามมาจริงๆ เขาต้องพูดกับเฉียนเป่ย
ที่กำลังปลอบเขาอย่างแผ่วเบา “นายกลับห้องไปก่อนไป”
“……” เฉียนเป่ย
เฉียน เป่ยอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเห็นสายตาของไป๋เฉินมองผ่านเขาไป
เขาต้องหันหน้ากลับไปมองอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นว่าหลี่หลินกำลังเดิน
มา เขาก็พูดไม่ออก
ดูเหมือนว่าความคิดเขาจะตื่นเขินเกินไป เขาอดยกนิ้วโป้งให้กับไป๋เฉิน
ไม่ได้ ก่อนจะเดินสวนกลับหลี่หลินเพื่อกลับห้องเรียน
หลี่หลินเดินมาหยุดลงตรงหน้าของไป๋เฉิน เธอยื่นมือที่ละเอียดอ่อนสี
ขาวเนียนออกมา “เอามา”
ไป๋เฉินยิ้มและส่งขนมมันฝรั่งอบกรอบที่เขาถืออยู่ให้เธอแต่โดยดี
“เธอยอมยกโทษให้ฉันแล้วใช่ไหม?”
“ใช่…แต่ ยังไม่ทั้งหมด พรุ่งนี้นายต้องไปซื้อของกับฉัน ฉันต้องการให้
นายเป็นเบ้ให้หนึ่งวัน ฉันถึงจะยอมยกโทษให้นายจริงๆ” หลี่หลินพูด
เขาคิดไม่ถึงว่าหลี่หลินจะพูดออกมาแบบนี้ เขาคิดเรื่องนี้เล็กน้อย ก่อน
จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา “เธอหมายถึงเดท?”
“เดทบ้านนายสิ!” ดวงตาคู่กลมโตน่ารักของหลี่หลินเบิกกว้างขึ้น เมื่อได้
ยินที่เขาพูด เธอรีบฟาดเขาด้วยถุงมั่นฝรั่งอบกรอบแทบจะในทันที
“ไม่ ใช่เหรอ?” ไป๋เฉินยกมือลูบหน้าของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่
เจ็บอะไรเลยสักนิด ส่วนที่เขาตื่นเต้นกับเรื่องเดท ก็เพราะว่าเขาไม่เคย
ไปเดทกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลยในช่วงชีวิตก่อนหน้านี้