System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 209 :
โดย
Genrei
ตายสถานเดียว
ปัก!
เสียงหนักหน่วงดังขึ้นมาครั้งหนึ่ง จ้าวซวนที่เดิมทีนั่งอยู่บนโซฟา
ล้วนแล้วแต่ปลิวกระเด็นออกไปพร้อมกับโซฟา ทั้งโซฟาและร่างของ
จ้าวซวนต่างพุ่งไปชนกับผนังที่เก่าของตึกร้าง
ตึก!
โซฟาได้แตกกระจายออก มันพังออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างของจ้าวซวน
ยังดีหน่อย ที่ไม่ได้เป็นถึงขนาดนั้น
แต่ก็อยู่ในสภาพที่ไม่น่าดูอย่างมาก ไม่เพียงเส้นผมยุ่งเยิงเต็มไป
ด้วยฝุ่น ใบหน้ายังเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ฟันในปาก จริงๆ แล้วก็ไม่
รู้ว่าหายไปกี่ซี่ เพราะว่ามันเยอะจนนับไม่ไหว!
ร่างของจ้าวซวนได้ตกลงที่พื้น ข้างๆ เศษซากของโซฟาเก่าที่พัง
ยับ เขาในตอนนี้ ไม่ต้องไปถามเลยว่ารู้สึกยังไง เพราะนอกจากความ
เจ็บปวดที่มากมายแล้ว ก็ไม่รู้สึกอะไรอีก
“กะ…แก!” ริมฝีปากของจ้าวซวนสั่น ส่งเสียงที่แหบพร่าเลือนลาง
ออกมา
เขาค่อยๆ ใช้แขนซ้ายพยุงตัวเองขึ้นมาอย่างอยากลำบาก ส่วน
แขนข้างขวาของเขานั้น หักไปตั้งแต่ตอนที่ยกขึ้นมารับหมัดของไป๋เฉิน
แล้ว จึงทำให้ไม่สามารถเอามาช่วยพยุงตัวเองขึ้นมาได้
หลังจากที่ลุกขึ้นมายืนได้ ภายในใจของจ้าวซวนก็ปั่นป่วน โหม
กระหน ่า ราวกับเผชิญพบเจอกับพายุอันหนักหน่วง
จ้าวซวนรู้สึกไม่อยากจะเชื่อเลยสักนิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาใน
เวลานี้
อย่างไรก็ตาม ต่อให้เขาไม่อยากที่จะเชื่อยังไง เขาก็ต้องเชื่อ
เนื่องจากความเจ็บปวดที่เขากำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้เป็นของจริง
ถุย!
จ้าวซวนพลันเปิดปาก ถ่มเลือดกับฟันที่หักออกมาจากปาก ความ
โกรธและความกลัว ทันใดนั้นก็ปรากฏขึ้นมาในใจของเขา
เขาโกรธไป๋เฉินที่กล้าทำร้ายเขา แต่ก็กลัวไป๋เฉินด้วยเช่นกัน การ
ที่ไป๋เฉินสามารถทำให้เขาได้รับบาดเจ็บขนาดนี้ ด้วยหมัดเพียงหมัด
เดียวได้ ก็เพียงพอที่จะบอกแล้วว่า ไป๋เฉินแข็งแกร่งกว่าเขา!
เห็นได้ชัดว่าในสายตาของจ้าวซวนในตอนนี้ ไม่ได้เห็นไป๋เฉิน
เป็นเพียงมดปลวกหรือคนธรรมดาอีกแล้ว แต่เป็นผู้ฝึกตนเหมือนกัน
ผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับก่อร่างเหมือนกันกับเขา ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็น
ระดับก่อร่างที่แข็งแกร่งกว่าเขามาก
“จวงม่อ! แกมัวทำอะไรอยู่ รีบช่วยฉันจัดการมันสิว่ะ!”
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเองลงได้ จ้าวซวนก็
แผดร้องออกมาเสียงดังลั่น
จวงม่อที่เดิมทีตกตะลึงอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้เห็นอยู่ พลันตื่นจาก
ภวังค์ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง รวมถึงใบหน้าของเขาด้วย
เขาลุกออกจากโซฟาที่นั่งอยู่ ขึ้นมายืนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับตั้ง
ท่าฝ่ามือแปลกพิสดารแขนงหนึ่ง เห็นได้ชัดว่านี่คงจะเป็นเคล็ดวิชาของ
ผู้ฝึกตนที่จวงม่อได้ร ่าเรียนมา
“ผมตกใจเลยนะเนี่ย ที่คุณเองก็เป็นผู้ฝึกตนเหมือนกัน แต่สิ่งที่คุณ
ทำนั้น มันใหญ่เกินกว่าที่คุณคนเดียวที่สามารถรับมือได้ ทางที่ดีผม
แนะนำให้คุณยอมจำนน ไม่อย่างนั้น…”
จวงม่อพูด น ้าเสียงของเขาเย็นเยียบอยู่บ้าง พูดไปไม่ทันจบ
สายตาก็หันมองไปที่ไป๋ฉางกับไป๋หยูที่ถูกมัดและหมดสติอยู่
แต่ในขณะที่พูดแบบนี้ออกไป ในใจของจวงม่อก็รู้สึกกระวน
กระวายอย่างมาก เนื่องจากดูจากอายุแล้ว ไป๋เฉินน่าจะอายุ 18 ปี แต่
กลับมาอยู่ในระดับก่อร่าง เป็นผู้ฝึกตนระดับก่อร่างแล้วแบบนี้
พรสวรรค์ของไป๋เฉินนับว่ามากกว่าของเขาหลายเท่า ปีนี้เขาก็อายุ
29 แล้ว แล้วจะให้เอาพรสวรรค์ไปเปรียบเทียบกันไป๋เฉินได้ยังไง?
“พวกแกกล้า!” ไป๋เฉินส่งเสียงคำรามกู่ก้องอย่างดุร้าย
ในตอนนี้ เขาโกรธมากจริงๆ เรียกได้ว่าความโกรธของเขาได้อยู่
เหนือสามัญสำนึกไปแล้ว ความโกรธของเขามันแทบจะใกล้เคียงกับการ
ที่หวังเฉิงเย่ฆ่าพ่อกับแม่ของเขาในตอนก่อนที่จะย้อนเวลากลับมาใน
อดีตแบบนี้เลยทีเดียว!
“ตาย! พวกแกต้องตาย!” น ้าเสียงของไป๋เฉินแข็งกร้าว
ทันใดนั้น เขาก็ดีดเท้ากับพื้นครั้งหนึ่ง ฝุ่นควันอบอวนขึ้นมา
พร้อมกันนั้น ร่างกายก็พุ่งเข้าไปหาจวงม่อด้วยความเร็ว
ดวงตาของจวงม่อเบิกกว้าง ความตื่นตระหนกปรากฏขึ้นมาให้
พบเห็นบนใบหน้า
บอกตามตรง ถึงเขาจะรู้ว่าไป๋เฉินเป็นผู้ฝึกตนระดับก่อร่าง
เหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งของไป๋เฉินก็ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวไม่ใช่
น้อยเลย
อย่างไรก็ดี ถึงจะตื่นตระหนก ถึงจะหวาดกลัวยังไง จวงม่อก็ยัง
นับว่าเป็นผู้ฝึกตนคนหนึ่ง เขาย่อมไม่สูญเสียความเยือกเย็นไปเพราะ
ความกลัว
เขามองไป๋เฉิน ในใจไม่คิดที่จะประมาท พอไป๋เฉินพุ่งเข้ามาถึง
ในวงการโจมตีของเขา จวงม่อก็ลงมือในทันที ฝ่ามือที่ตั้วท่าร่างพิสดาร
แขนงหนึ่งนั้นได้วาดออก
ปัก!
อย่างไรก็ตาม ฝ่ามือของจวงม่อวาดออกได้เพียงครึ่งหนึ่ง กำปั้น
อันหนักหน่วงก็บดขยี้ฝ่ามือของเขาจนแหลกละเอียด เลือดเนื้อสาด
กระจาย กระดูกมือคงถูกป่นเป็นผงไปแล้วอย่างแน่นอน!
“อ้ากกก!” เสียงร้องโหยหวนดังก้อง เป็นเสียงร้องที่หดหู่และ
ทรมานอย่างมาก
ฟุบ!
เข่าทั้งสองข้างของจวงม่อได้ตกลงยังพื้น เขาคุกเข่าลงไป มือข้าง
ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ กุมมือข้างที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้อย่างทรมาน
สีหน้าของจวงม่อ ดูไม่ได้แล้ว น ้าหูน ้าตา ไม่มีที่ไหนเลย ไม่
สามารถมองเห็นได้บนใบหน้าของเขา
“จวงม่อ!” จ้าวซวนที่เห็นเหตุการณ์ เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ก็รู้สึกตก
ตะลึง คิดไม่ถึงว่าจวงม่อที่มีพรสวรรค์มากกว่าเขา จะถูกจัดการง่าย
ขนาดนี้
แต่นอกจากความตกตะลึงแล้ว ความหวาดกลัวที่เขามีต่อไป๋เฉินก็
ได้เพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
ยังดีที่เขาไม่ได้กลัวจนฉี่ราด ไม่อย่างนั้น คงได้เสียชื่อหัวหน้า
หน่วยที่สามขององค์กรลับจิ่งฉากันพอดี
ไป๋เฉินยืนอยู่ต่อหน้าของจวงม่อ เขามองจวงม่อที่คุกเข่าอยู่ต่อ
หน้าและกำลังร้องโหยหวนอยู่ด้วยสายตาเย็นชา
ความต้องการฆ่า ล้วนแล้วแต่สะท้อนอยู่ภายในแววตาของเขา!
ราวกับว่ารับรู้ได้ถึงความต้องการฆ่า จวงม่อร่างกายสั่นสะท้าน
เย็นเยือก ระงับความเจ็บปวดเอาไว้ ความหวาดกลัวได้แพร่กระจายไป
ทั่วร่างของเขา
เขาเงยหน้าขึ้น สบตากับไป๋เฉิน พบเห็นดวงตาที่แดงกร ่าคู่นี้
จวงม่อก็แทบจะฉี่ราด เพราะความกลัว
“สะ…หายเต๋า ใจเย็นๆ ก่อน พวกเราสามารถพูดคุยกันได้…”
จวงม่อพูด เขาพูดด้วยน ้าเสียงที่สั่นเครือเป็นอย่างมาก เขาคิดไม่
ถึงเลยว่าคำพูดข่มขู่ของเขาก่อนหน้านี้ จะทำให้เขามาตกอยู่ในสภาพ
เช่นนี้
“ทางเดียวที่แกเหลืออยู่คือความตาย!”
ไป๋เฉินไม่สนใจคำพูดของจวงม่อเลยสักนิด ใครหน้าไหนที่กล้า
ทำร้ายพ่อกับแม่ของเขา ทำร้ายครอบครัวของเขา ทางเลือกเดียวที่คน
เหล่านี้ สามารถไปได้ นั่นก็คือตายสถานเดียว!
โดยไม่มีความเห็นใจ ไม่มีความลังเล ความเด็ดเดี่ยวฉายชัดอยู่เต็ม
ใบหน้าที่ระอุด้วยความโกรธของไป๋เฉิน เท้าของเขายกขึ้นมา กวาดเตะ
ออกไปยังต้นคอของจวงม่ออย่างไม่ลังเล!
“มะ…ไม่! อย่านะ! ไว้ชีวิตด้วย!”
ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต จวงม่อพ่นถ้อยคำไม่ยินยอมที่จะตาย
ออกมา และกระทั่งถ้อยคำร้องขอชีวิตยังออกมาด้วย
แต่แน่นอนว่าถ้อยคำเหล่านี้ ไร้ซึ่งความหมายต่อไป๋เฉินอย่าง
สิ้นเชิง
แกร่ก!
ลูกเตะที่รุนแรงของไป๋เฉินได้พรากชีวิตของจวงม่อไปอย่างไม่มี
วันได้หวนกลับ!
เขาตายไปด้วยความคับแค้นและเสียใจ คับแค้นต่อองค์กรลับ
จิ่งฉาที่ส่งเขามา คับแค้นต่อตระกูลซีและกู่หมิงที่ร้องขอเรื่องไปยัง
องค์กรลับ
ส่วนที่เสียใจ เขาเสียใจที่มายุ่งเกี่ยวกับไป๋เฉิน ไม่อย่างนั้น เขาก็คง
จะไม่ตายในวันนี้!