System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 224 :
โดย
Genrei
ผู้ฝึกตน!
จิ้ว!
ทันทีที่เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นมา ลูกกระสุนปืนก็ได้พุ่งออกไป
จากปากกระบอกปืน
ลูกกระสุนพุ่งตรงไปยังหลังศีรษะของคนที่นั่งอยู่บนโซฟา ซึ่งไป๋
เฉินคิดว่าเป็นหวังเฉิงเย่
แต่แน่นอนว่าคนที่นั่งอยู่ ไม่ใช่หวังเฉิงเย่ เป็นหวังเฉิงหยง!
หวังเฉิงหยงนั่งอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน แม้ปากจะถามออกไปว่า
‘ใคร’ ก่อนหน้านี้ ที่เปิดประตูเข้ามา แต่เขาก็เหมือนจะไม่ได้สนใจเลย
เนื่องจากไม่มีความคิดที่จะหันหน้ากลับไปมองแม้แต่น้อย
ตึง!
ทันใดนั้น พลันปรากฏเสียงบางอย่างขึ้นมา แม้ไม่ได้ดังมาก แต่ก็
เพียงพอให้หวังเฉิงหยงสะดุ้ง กระโดดลุกขึ้นไปข้างหน้า พร้อมกับหมุน
ตัวไปมอง
ด้านไป๋เฉินดวงตาเบิกกว้าง เขายืนอยู่บนอากาศเหนือพื้นเล็กน้อย
ด้วยการใช้ทักษะเดินชมดาว
สิ่งที่ทำให้เขาดวงตาเบิกกว้างก็คือ เสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่นี้ มันมา
พร้อมกับม่านพลังปราณสีเขียวปรากฏขึ้น สะท้อนกระสุนปืนเก็บเสียง
ของเขาออกมา จนทำให้มันมีเสียงเกิดขึ้นมาอย่างที่ได้ยินเมื่อครู่นี้
นั่นเอง!
‘พลังปราณของผู้ฝึกตน!’
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวของไป๋เฉินอย่างช่วยไม่ได้ เพราะสิ่งที่
ทำแบบนี้ได้ ก็มีแต่พลังปราณของผู้ฝึกตนเท่านั้น
ซึ่งมันก็คล้ายคลึงกับพลังปราณของประหลาดไท่หยาง ที่เขาเคย
ได้เห็นมา
เพล้ง!
ขณะที่ไป๋เฉินกำลังยืนนิ่งอยู่นั้น มีเสียงแตกกระจายของบางสิ่งดัง
ขึ้นมา ซึ่งมันก็คือเสียงแตกกระจายของแหวนหยกวงหนึ่งที่อยู่บนนิ้ว
ของหวังเฉิงหยง
จากจุดที่แหวนแตกนี้ เห็นได้ชัดว่าสิ่งที่ช่วยป้องกันหวังเฉิงหยง
จากลูกกระสุนปืนเก็บเสียงของไป๋เฉินก็คือ ‘เครื่องรางป้องกันของผู้ฝึก
ตน’
ถ้าหากจะถามว่า ‘เครื่องรางของผู้ฝึกตน’ คืออะไรนั้น คำตอบก็มี
เพียง มันเป็นเหมือนกับอุปกรณ์วิเศษอย่างหนึ่ง ที่สามารถช่วยป้องกัน
ให้พ้นจากอันตรายได้ครั้งหนึ่ง เป็นของซึ่งมีแต่ผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้า
ขึ้นไปเท่านั้นที่สร้างได้
แหวนหยกที่เพิ่งจะแตกไปบนนิ้วมือของหวังเฉิงหยงเองก็เป็น
หนึ่งในเครื่องรางของผู้ฝึกตน!
ในวินาทีที่เครื่องรางของผู้ฝึกตนอย่างแหวนหยกบนนิ้วของ
หวังเฉิงหยงแตกนั้น
ภายในห้องลับแห่งหนึ่งบนชั้นบนสุดของคฤหาสน์ตระกูลหวัง
ชายชราหัวล้าน หนวดยาวสีขาวโพลนคนหนึ่งที่กำลังนั่งเข้าฌาณ
หลับตาอย่างเงียบสงบอยู่ พลันลืมตาโพล่งขึ้นมา
ดวงตาทั้งคู่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชน ดวงตาทั้งคู่
ของชายชราคนนี้ ดูลุ่มลึกอย่างมาก
“ไม่คาดคิดว่า จะมีคนกล้าลอบเข้ามาฆ่าคนของตระกูลหวัง
ในขณะที่ข้าฝู่เหยินพำนับอยู่ที่นี่”
ริมฝีปากของชายชราที่เรียกตัวเองว่าฝู่เหยินขยับ เขาเริ่มลุกขึ้นยืน
อย่างเชื่องช้า กวาดผ่านจิตสัมผัสออกไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลหวัง
“หือ?” แต่ในทันทีที่กวาดผ่านจิตสัมผัสออกไปทั่วทั้งคฤหาสน์
เพื่อจะหาตัวคนที่เข้ามาลอบฆ่าคนของตระกูลหวังนั้น คิ้วของชายชราฝู่
เหยินก็ขมวดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
“ทำไมจิตสัมผัสของข้าถึงหาหนูที่ลอบเข้ามาไม่พบ?” สีหน้าชาย
ชราฝู่เหยินค่อยๆ เปลี่ยนไป “มันเป็นไปได้อย่างไร? ข้าเป็นถึงผู้ฝึกตน
ระดับทะยานฟ้าเชียวนะ!”
จากคำพูดนี้ของชายชราคนนี้ เป็นที่แน่นอนว่า เขาเองก็เป็นหนึ่ง
ในผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าเช่นเดียวกันกับชายชราซูเสียนยี่จากตระกูลซู
แต่เขาก็ไม่ใช่คนของตระกูลหวัง เพียงแค่เขาติดหนี้ผู้นำรุ่นก่อน
ของตระกูลหวังที่ตายไปแล้วเอาไว้เท่านั้น จึงรับปากเอาไว้ว่าจะช่วย
ปกป้องดูแลคนในตระกูลหวัง
ไม่เช่นนั้น อย่าได้หวังเลยว่า ผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้า ที่มีอยู่เพียง
น้อยนิดในประเทศจีนอย่างเขา จะมาอยู่ที่ตระกูลหวังได้
“มันเป็นไปได้ยังไงกัน?!” ชายชราฝู่เหยินพูด ซึ่งคำพูดของเขาก็
ต่อเนื่องมากจากคำพูดก่อนหน้านี้ พร้อมกับสีหน้าที่ค่อยๆ เปลียนไป
ของเขา
สิ่งที่ทำให้ชายชราฝู่เหยิน เป็นแบบนี้ ล้วนเป็นเพราะว่า เขาที่เป็น
ถึงผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้า กลับไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนของผู้ที่ลอบ
เข้ามาเพื่อฆ่าคนของตระกูลหวังได้
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก ที่เขาจะไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตน
ของไป๋เฉินได้ เพราะตอนนี้ไป๋เฉินกำลังร่องหนอยู่
แหวนร่องหนเป็นอุปกรณ์วิเศษ ที่ได้รับมาจากระบบเปลี่ยนชีวิต
อันน่าอศัจรรย์ มันย่อมไม่มีทางที่ผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าคนหนึ่ง จะ
สัมผัสได้ถึงตัวตนของคนที่สวมใส่มันอยู่ได้อยู่แล้ว
ในความเป็นจริง อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าเลย ต่อให้เป็น
ผู้ฝึกตนระดับตำนาน หรือระดับสูงสุดอย่างระดับเทวะมาเอง ผลก็คงจะ
เหมือนเดิม
ส่วนเหตุผลนั้น ก็ไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากอุปกรณ์วิเศษที่ได้มา
จากระบบเปลี่ยนชีวิตนั้น เป็นที่วิเศษ อศัจรรย์ และอยู่เหนือสามัญสำนึก
ไปแล้ว
“หรือว่าจะเป็นผู้ฝึกตน!” ชายชราฝู่เหยินโพล่งขึ้น ก่อนจะกวาดจิต
สัมผัสออกไปอีกครั้ง
ทันใดนั้นเขาก็รับรู้ได้ว่าคนที่ถูกลอบฆ่าก็คือหวังเฉิงหยง ซึ่ง
ตอนนี้ อยู่ภายในห้องรับแขกที่หนึ่ง ด้วยใบหน้าตื่นตระหนกซีดขาว แต่
ภายในห้องรับแขกที่หนึ่งก็ไม่มีคนอื่นอยู่อีก นอกจากหวังเฉิงหยง
“ต้องมีคนอยู่ข้างในแน่ๆ” ชายชราฝู่เหยินมีสีหน้าเคร่งครึมแม้จะ
สัมผัสถึงตัวตนไม่ได้ แต่เขาก็คิดว่าต้องมีคนอยู่ภายในห้องรับแขกที่
หนึ่งกับหวังเฉิงหยงแน่นอน
ไม่อย่างนั้น ไม่มีทางที่เครื่องรางป้องกันที่เขาให้กับหวังเฉิงหยง
จะแตกกระจายออกได้
ด้วยความคิดนี้ เขาไม่ลังเลเลยที่จะรีบไปยังห้องรับแขกที่หนึ่ง
เพียงพริบตาเดียว ก็มีสายลมหอบหนึ่งมาหอบเอาร่างของชายชรา
ฝู่เหยินไป
เห็นได้ชัดเจนอย่างยิ่ง ว่านี่ก็คือพลังของผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้า
…..
“ต้องรีบลงมือ เวลาของแหวนร่องหนจะหมดแล้ว!”
ไป๋เฉินที่ร่องหนอยู่พูดออกมาอย่างแผ่วเบา เป็นเสียงที่มีเพียงแต่
ตัวเขาที่ได้ยิน
เขามองไปข้างหน้า เมื่อพบเห็นว่าม่านพลังปราณสีเขียวที่สะท้อน
ลูกกระสุนปืนเก็บเสียงของเขาได้หายไปแล้ว เขาก็ไม่มีความลังเลเลยที่
จะลั่นไกปืนออกไปอีกครั้ง
จิ้ว!
เสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้น ลูกกระสุนพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“อ้ากกก!” เพียงไม่นานก็มีเสียงร้องโหยหวนที่เจ็บปวดดังขึ้นมา
ลูกกระสุนได้พุ่งทะลุที่หน้าอกของหวังเฉิงหยงไปอย่างง่ายดาย มี
เลือดพุ่งออกมาจากหน้าอกของเขาที่ถูกยิง
ใบหน้าของหวังเฉิงหยงซีดขาวไป ก่อนที่ร่างล้มลงไปที่พื้นอย่าง
ไม่สามารถควบคุมได้
‘ฉะ…ฉันถูกยิง!’ ความคิดของหวังเฉิงหยงตอนนี้ ไม่ได้มีอะไร
มากเลย นอกจากคิดว่าตัวเองถูกยิง
ไม่สิ ไม่ใช่คิดหรอก แต่เป็นเขาถูกยิงจริงๆ ต่างหาก!
ในเรื่องนี้ เขารู้สึกไม่อยากจะเชื่ออยู่บ้าง แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับ
และเลือดที่ไหลออกมาจากหน้าอกที่ถูกยิง ล้วนเป็นสิ่งตอกย ้าว่ามันก็คือ
ความจริง
สีหน้าของหวังเฉิงหยงในตอนนี้ แม้จะซีดขาวอย่างมาก
แสดงออกถึงความเจ็บปวด แต่ก็ยังมีความไม่อยากจะเชื่อด้วย
แน่นอนความไม่อยากจะเชื่อนี้ ไม่ใช่ความไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเอง
ถูกยิงอีกแล้ว หากแต่เป็นความไม่อยากจะเชื่อ ที่ไม่รู้ว่าเขาถูกยิงได้ยังไง
เพราะในสายตาของเขาหวังเฉิงหยง ไม่มีคนอื่นอยู่ภายในห้องนี้เลย
เมื่อเป็นแบบนี้ จะไม่ให้เขารู้สึกไม่อยากจะเชื่อได้ยังไง เมื่อเขาถูก
ยิง!
มือข้างหนึ่งของหวังเฉิงหยงตอนนี้ ล้วนกุมอยู่หน้าอก ตรงรอย
แผลถูกยิง ซึ่งมีเลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก
ในวินาทีนี่เอง ร่างหนึ่งได้ปรากฏตัวออกมาจากความเปล่า ซึ่งเป็น
ไป๋เฉินในรูปร่างของชายวัยกลางคนที่เป็นยาม
การที่เขาปรากฏตัวออกมาแบบนี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าแหวนร่อง
หนได้หมดเวลาแล้ว!