System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 251 พบเจออีกครั้ง
ภายในห้องประชุมของบริษัทหลี่กรุ๊ปที่กว้างขวางและ
ใหญ่โต โต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ
พื้นถูกปูด้วยพรมแดงราคาแพง เห็นได้ชัดว่าห้อง
ประชุมห้องนี้หรูหราไม่ใช่น้อยเลย
ตรงหัวของโต๊ะ ไป๋เฉินนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้วยใบหน้าสงบ
มีแก้วกาแฟวางอยู่ตรงหน้าของเขา เขาดื่มมันไป
บางส่วน ทำให้กาแฟในแก้วลดลงไปกว่าครึ่ง
นับตั้งแต่ที่เขากับหลี่ฉงเทียนออกมาจากห้องของรอง
ประธานบริหารหั้วไห่ นี่ก็ผ่านมายี่สิบนาทีแล้ว
เรียกได้ว่าตลอดยี่สิบนาทีที่ผ่านมา ไป๋เฉินล้วนทำได้
แค่นั่งจิบกาแฟรอเท่านั้น ถ้าจะถามว่าเขารออะไรนั้น
คำตอบมีเพียงรอตำรวจ รอให้ตำรวจมาถึง
บริษัทหลี่กรุ๊ป
เมื่อตำรวจมาถึง หลี่ฉงเทียนก็จะส่งสมุดบัญชีการ
ยักยอกเงิน ซึ่งเป็นหลักฐานข้อมูลชิ้นสำคัญ ในการ
เอาผิดหั้วไห่ไปให้ตำรวจ จากนั้น ที่เหลือก็ให้เป็น
หน้าที่ของตำรวจ และไม่นานคนที่เป็นแพะรับบาป
อย่างเฝิงเฉาก็จะพ้นข้อกล่าวหา
“คุณไป๋ซาน รับกาแฟเพิ่มไหม?” ข้างที่นั่งของไป๋เฉิน
เป็นหลี่ฉงเทียน เขาถามออกมาอย่างสุภาพ
ใบหน้าของหลี่ฉงเทียนในตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว เรียกได้
ว่า เขาอยู่ในอารมณ์ปกติแล้ว
จากจุดนี้ สามารถบอกได้ว่า หลี่ฉงเทียนถือเป็นคนที่
น่าชื่นชม เพราะแม้เขาจะต้องพบเจอกับการหักหลัง
ของลูกน้อง ที่แทบจะเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทมาพร้อม
กับเขา เขาก็ยังคงกลับมาอยู่ในอารมณ์ปกติได้ ไม่ได้
จมอยู่กับความโกรธเลย
“ไม่เป็นไร ขอบคุณ” ไป๋เฉินตอบรับเบาๆ แต่เขาก็คิด
ไม่ตกว่า ทำไมหลี่ฉงเทียนถึงได้สุภาพกับเขานัก
อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก เนื่องจาก
เขามาที่นี่ ก็เพียงเพื่อทำภารกิจที่ 28 ให้สำเร็จ
เรียบร้อยก็เท่านั้น
“ท่านประธานครับ ตำรวจมาขอเข้าพบครับ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงพูด
ซึ่งมันเป็นเสียงของบอดี้การ์ดของหลี่ฉงเทียน
เขาได้สั่งให้บอดี้การ์ดสองคนยืนเฝ้าหน้าห้องประชุม
ไว้ ถ้าหากว่าตำรวจมาถึง ก็ให้รายงานเขาในทันที
“เชิญเข้ามา” หลี่ฉงเทียนตะโกนออกไปด้วยน้ำเสียง
ที่ไม่ดังมาก
ประตูพลันถูกเปิดออก เจ้าของเรือนร่างที่ร้อนแรง
น่าหลงใหล ในชุดตำรวจก้าวเดินเข้ามา ผมสั้นถึง
ต้นคอของเธอปลิวไปข้างหลังเล็กน้อย เผยให้เห็น
ต้นคอที่ขาวเนียนขณะที่เดินมา
ซึ่งเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากซูซินถง สารวัตรของ
สถานีตำรวจเมืองซิงโจว
ข้างหลังของเธอเป็นผู้หมวดจงและตำรวจอีกสองคน
“หือ?” แทบจะในเวลาเดียวกัน กับที่ซูซินถงเดินนำ
ตำรวจอีกสามคนเข้ามา ไป๋เฉินก็ม่านตาขยายขึ้น
เล็กน้อย เมื่อเห็นซูซินถง เขาคิดไม่ถึงว่าตำรวจที่มา
จะมีเธออยู่ด้วย
“หือ?” อย่าว่าแต่ไป๋เฉินที่ม่านตาขยายขึ้น ซูซินถงก็
เป็น เมื่อเธอมองดห็นใบหน้าของไป๋เฉิน
“คุณ!” เธอหยุดเดินลงในทันที ใบหน้าสวยเผยความ
เหลื่อเชื่อออกมาให้เห็น เธอไหนเลยจะคิดถึงว่าจะ
ได้มาเจอกับไป๋เฉินที่นี่…ไป๋เฉินที่เป็นคนช่วยเธอจาก
นักฆ่าผู้เก่งกาจเฮยฉาง
นับตั้งแต่วันนั้น ซูซินถงก็อยากที่จะตอบแทนไป๋เฉิน
คนที่ช่วยชีวิตของเธอไว้มาตลอด
แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่เธอไม่สามารถทำได้
เนื่องจากไม่รู้ที่อยู่ของเขา แม้ว่าเธอจะให้เบอร์โทร
ติดต่อแก่เขาไว้ก็ตาม แต่เขาก็ไม่เคยติดต่อมาหาเธอ
เลย
มันจึงช่วยไม่ได้ที่เธอจะไม่สามารถตอบแทนเรื่องที่เขา
ช่วยชีวิตเธอได้
นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าซูซินถงจะได้พบกับไป๋เฉิน ที่อยู่ใน
รูปร่างอายุ 18 ปี ซึ่งเธอคิดว่าเป็นหลานของเขา
เธอก็ยังได้หลานของเขาช่วยเอาไว้อีก เรียกได้ว่า
เธอได้ทั้งลุงและหลานคู่นี้ช่วยเอาไว้
นี่แน่นอนว่าเป็นความคิดของเธอคนเดียว ไป๋เฉินจะ
เป็นหลานกับลุงของตัวเองไปได้ยังไง ทั้งหมดล้วนเป็น
เพราะทักษะพันหน้าทั้งนั้น ที่ทำให้ซูซินถงเข้าใจผิด
ไปเอง
ในความจริง เธอคิดที่จะตอบแทนไป๋เฉินที่อยู่ใน
รูปร่างตอนอายุ 18 ปี อยู่เหมือนกัน ในเรื่องที่เขาได้
ช่วยเธอเอาไว้จากนักฆ่าขององค์กรนักฆ่าสากล
Hell Shadow
อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่สามารถที่จะทำได้อีกเหมือนกัน
เหตุผลก็เหมือนๆ กัน นั่นก็คือเธอไม่รู้ที่อยู่ของไป๋เฉิน
ในเรื่องนี้ เห็นได้ชัดว่า แม้ไป๋เฉินจะปฏิเสธการเลี้ยง
ข้าวตอบแทนของเธอ ซูซินถงก็ยังคงอยากที่จะตอบ
แทนเขา เธอกระทั่งไปถามถึงที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์
ของเขากับพี่สาวของเธอซูเสวี่ยหนิง
แต่น่าเสียดายที่ซูเสวี่ยหนิง ไม่ได้บอกอะไรกับเธอเลย
สุดท้ายด้วยความที่ทำอะไรไม่ได้ ซูซินถงจึงทำได้แค่
เพียงเก็บเรื่องที่อยากจะตอบแทนไป๋เฉินทั้งสองคนไว้
ในใจเท่านั้น
หลังจากที่เห็นว่าซูซินถงหยุดเดิน ผู้หมวดจงและ
ตำรวจอีกสองคน ก็หยุดเดินตามอย่างสงสัย ไม่เข้าใจ
ว่าสารวัตรสาวสวยผู้เยือกเย็นหยุดเดินทำไม
แต่ในขณะที่พวกเขาสงสัย ซูซินถงก็เร่งรีบก้าวยาวๆ
เข้าไปหาไป๋เฉิน
“ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับคุณที่นี่” น้ำเสียงของ
ซูซินถง ฟังดูเยือกเย็น แข็งทื่อและเหินห่าง
ไป๋เฉินไม่ได้แปลกใจอะไรกับที่เธอพูดกับเขาด้วย
น้ำเสียงแบบนี้ เพราะครั้งก่อน เธอก็พูดด้วยน้ำเสียง
แบบนี้กับเขาเหมือนกัน
“ผมก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน” ไป๋เฉินพูด น้ำเสียงของเขา
ปกติดี
หลี่ฉงเทียนไม่มีสีหน้าประหลาดใจ เพราะคิดว่าคน
ระดับไป๋เฉิน น่าจะรู้จักลูกสาวคนรองของบ้านตระกูล
ซู ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของปักกิ่งอยู่แล้ว
ซูซินถงมองไป๋เฉินอย่างลึกซึ้งครั้งหนึ่ง ครั้งก่อนเธอ
รู้สึกว่า เธอมีความรู้สึกที่ยากจะอธิบายต่อเขา
แต่ผ่านมานานนับเดือน ความรู้สึกเหล่านั้นก็หายไป
แต่พอได้มาพบเจอเขาอีกครั้งแบบนี้ ความรู้สึก
เหล่านั้นของเธอก็เหมือนจะกลับมาด้วย
“ถ้าไม่รังเกียจ ให้ฉันได้เลี้ยงข้าวตอบแทนคุณกับเรื่อง
ในวันนั้น” ซูซินถงพูด
ไป๋เฉินอึ้งไปชั่วขณะ เขาคิดไม่ถึงว่าซูซินถงจะยังไม่ลืม
เรื่องนี้อยู่อีก เขาคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า
เขาคิดว่ามันคงไม่มีปัญหาอะไร ถ้าไปกินข้าวกับเธอ
สักมื้อ “ตกลง”
“ขอบคุณ” ซูซินถงรู้สึกยินดีที่ไป๋เฉินตอบรับ เพราะ
เธอจะได้ตอบแทนเขาสักที กับเรื่องที่เขาได้ช่วยชีวิต
เธอเอาไว้
เธอพลันคิดขึ้นมาได้ว่ายังมีหลานชายของเขาอีกคนที่
เธอจำเป็นจะต้องตอบแทน ซูซินถงเตรียมจะพูด
ออกมา
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เธอจะได้พูด ไป๋เฉินก็พูดขัดเธอ
เสียก่อน “เรื่องนี้เอาไว้ทีหลัง คุณยังมีเรื่องสำคัญที่
จะต้องทำ”
พูดจบ ไป๋เฉินก็หันสายตาไปทางหลี่ฉงเทียนที่นั่งอยู่
ข้างๆ เขา
ซูซินถงเหมือนจะคิดได้ว่า เธอมาที่นี่ก็เพราะคำสั่ง
ของผู้กำกับหยาง ให้มาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการ
ยักยอกเงินของบริษัทหลี่กรุ๊ป
เธอพลันหันหน้าไปมองหลี่ฉงเทียนอย่างไม่ลังเล
“คุณหลี่ ฉันได้ฟังจากผู้กำกับหยางแล้ว ไหนหลักฐาน
ที่มี”
“นี่เลย” หลี่ฉงเทียนส่งสมุดบัญชีการยักยอกเงินของ
รองประธานบริหารหั้วไห่ให้กับซูซินถงในทันทีที่เธอ
ถามถึง
ซูซินถงเอามาเปิดดูอยู่สักพัก สีหน้าของเธอก็
เปลี่ยนไปเป็นเย็นชา คนที่ทำเรื่องชั่วแล้วให้คนอื่น
รับผิด กลายเป็นแพะรับบาปแทนแบบนี้ เป็นสิ่งที่เธอ
เกลียดที่สุดอย่างหนึ่ง
“ผู้หมวจงไปนำตัวคนที่ชื่อหั้วไห่มาที่นี่” ซูซินถงปิด
สมุดบัญชีลง พลางสั่งการผู้หมวดจง ที่ตอนนี้มายืนอยู่
ข้างหลังของเธอแล้ว พร้อมกับตำรวจอีกสองคน
“ครับ!” ผู้หมวดจงรับคำอย่างไม่ลังเล เขารีบออกไป
จากห้องประชุมกับตำรวจสองคนอย่างรวดเร็ว
ระบบเปลี่ยนชีวิต