System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 253 โกรธจัด
“ให้เขาพูด”
คำพูดนี้ของไป๋เฉินดังขึ้น หลี่ฉงเทียนกับซูซินถงหัน
มองเขาพร้อมกันอย่างช่วยไม่ได้
แต่ไม่นานนัก หลี่ฉงเทียน เขาไม่จำเป็นต้องคิดเลย
เขารีบพูดตามออกมา “ให้เขาพูดเถอะ”
เห็นได้ว่าคำพูดของไป๋เฉินนั้น เขาไม่กล้าขัด ถึงแม้ว่า
ภายใน เขาจะเต็มไปด้วยโกรธต่อหั้วไห่ จนไม่อยากที่
จะเห็นหน้าของอีกฝ่ายแล้วก็ตาม
ซูซินถงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย คล้ายกับว่าสงสัยใน
ความสัมพันธ์ของไป๋เฉินกับหลี่ฉงเทียน
ในความคิดของเธอ การที่ไป๋เฉินสามารถรู้จักคน
ระดับหลี่ฉงเทียนได้ เขาต้องมีฐานะระดับหนึ่ง ซึ่งไม่
น่าจะธรรมดาด้วย ดูจากตรงนี้ ชัดเจนว่าหลี่ฉงเทียน
ฟังคำพูดของเขาอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้แม้เธอสงสัย ซูซินถงก็ไม่ได้
ถามออกมา เธอพลันหันไปพยักหน้าให้กับผู้หมวดจง
และตำรวจอีกสองคน ที่กำลังควบคุมตัวของหั้วไห่อยู่
ผู้หมวดจงพยักหน้ารับ หันไปสบสายตากับตำรวจสอง
คน
พวกเขาพยักหน้าเข้าใจและไม่ได้ควบคุมตัวหั้วไห่อีก
ต่อไป ปล่อยให้หั้วไห่ได้มีอิสระชั่วครู่
หั้วไห่ที่ถูกปล่อยตัวต้องสูดลมหายใจเข้าลึก เขารู้ตัวดี
แล้วว่า เขาจบสิ้นแล้ว เขาไม่มีทางรอดไปได้
เมื่อเป็นอย่างนี้ เขามีแต่ต้องซัดทอดถึงคนที่รวมมือ
กับเขาเท่านั้น
จากจุดนี้ ชัดเจนเลยว่าหั้วไห่ เป็นคนที่จิตใจคับแคบ
มาก เขาไม่มีทางยอมถูกจับคนเดียวอยู่แล้ว ซึ่งที่จริง
คนที่ริเริ่มให้เขามีความคิดที่จะยักยอกเงินในบริษัท
และคิดแผนการเรื่องแพะรับบาป ก็คือคนที่เขากำลัง
จะซัดทอดถึงอยู่นี้!
เรียกได้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงก็คือคนที่หั้วไห่กำลัง
จะซัดทอดถึงอย่างแท้จริง!
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่หั้วไห่จะเปิดปากพูด ในใจของ
เขาก็เต็มไปด้วยความสงสัยว่า หลี่ฉงเทียนรู้ที่ซ่อน
ของสมุดบัญชีได้ยังไง ทั้งที่เขาเก็บมันเอาไว้อย่างดี
ขนาดนั้น
อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกกลัวที่มี จึงทำให้หั้วไห่
ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ในตอนแรกที่หลี่ฉงเทียนโยนสมุด
บัญชี อันซึ่งเป็นหลักฐานการยักยอกเงินออกมาให้ดู
“รีบพูด” ผู้หมวดจงพลันเร่งหั้วไห่
หั้วไห่สูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ก่อนจะกัดฟันพูด
ออกมา “คนที่ร่วมมือกับผมและเป็นคนวางแผนการ
ทั้งหมดก็คือหยวนไค่!”
เสียงของหั้วไห่ดังมาก มันสะท้อนไปทั่วห้องประชุม
ชั่วขณะ
ในวินาทีที่หั้วไห่พูดจบ ร่างกายของหลี่ฉงเทียนก็สั่น
สะท้าน แข็งเกร็งไปหมด ใบหน้าบิดเบี้ยวไม่น่าดูอย่าง
ถึงขีดสุด
“แกพูดจริง?” เขาถามออกไปเสียงจริงจัง ชัดเจนว่า
ความโกรธของหลี่ฉงเทียนได้พุ่งไปถึงจุดสูงสุดแล้ว
ถ้าหากว่าที่หั้วไห่พูดเป็นความจริง มันก็ยากเกินไป
ที่หลี่ฉงเทียนจะไม่โกรธจัด เพราะหยวนไค่เป็นเลขา
ของเขามานานถึงสามปี เขาไว้ใจหยวนไค่มาก และ
เป็นคนที่เขาเลือกมาด้วยตัวเองอีก
“ใจเย็นก่อนคุณหลี่ บางทีเขาอาจจะโกหก ไม่ได้พูด
ความจริงก็ได้” ซูซินถงบอกหลี่ฉงเทียนอย่างเยือก
เย็น ท่าทีของเธอสงบนิ่งมาก ใบหน้าก็ไร้อารมณ์อย่าง
ที่เคยเป็น
หลี่ฉงเทียนที่ได้ยินอย่างนั้นก็สงบลง สูดลมหายใจเข้า
ลึกจนเต็มปอด เพื่อปรับอารมณ์ของตัวเองให้สงบ
“ไปพาตัวคนที่ชื่อหยวนไค่มา” ซูซินถงสั่งผู้หมวดจง
ผู้หมวดจงรับคำ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องประชุม
คนเดียว ที่เขาไม่ใช่ตำรวจสองคนที่ยศน้อยกว่าเขา ก็
เป็นเพราะว่าให้คนทั้งสองได้จับตาดูหั้วไห่ไว้
มองผู้หมวดจงออกไป ไป๋เฉินนั่งอยู่อย่างเงียบๆ และ
มองไปที่หั้วไห่เล็กน้อย
เหตุผลที่เขาให้โอกาสหั้วไห่พูด ก็ไม่ใช่อะไรอื่น
นอกจากคิดว่า ถ้าหากจับตัวคนร้ายเรื่องแพะรับบาป
ได้ไม่ครบ เขากลัวว่าภารกิจที่ 28 ของเขาจะไม่สำเร็จ
ภายในห้องได้ตกลงสู่ความเงียบอย่างสิ้นเชิง ไม่มีใคร
พูดอะไรออกมาอีก จนกระทั่งเวลาผ่านไปห้านาที ผู้
หมวดจงก็พาหยวนไค่เข้ามาภายในห้องประชุม
เหตุผลที่เขาหาหยวนไค่พบ ก็เป็นเหตุผลเดียวกันกับ
ของหั้วไห่อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
เพียงได้ก้าวเดินเข้ามาภายในห้องประชุม หยวนไค่ก็
ชะชักไปในทันที สายตาที่มองตรงไปเห็นหั้วไห่ที่ถูกใส่
กุญแจมือ เป็นต้นเหตุให้เขาชะงัก
‘นะ…นี่มันไม่ดีแล้ว!’ หยวนไค่คิดในใจอย่างรู้สึกไม่ดี
เขาที่เป็นคนฉลาด ย่อมรู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้
หมายความว่าอย่างไร เขาย่อมรู้ว่าการยักยอกเงิน
ของเขากับหั้วไห่ถูกจับได้แล้ว
หั้วไห่ที่ถูกใส่กุญแจมือและมีตำรวจคอยยืนควบคุม
สามารถเป็นหลักฐานยืนยันได้เป็นอย่างดี
หยวนไค่พลันสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะก้าวเดินต่อ
เขาเดินเข้ามาภายในห้องด้วยความสงบ แม้ในใจของ
เขาจะรู้สึกกังวลและเดือดดาลอยู่บ้างก็ตาม
แน่นอนว่าส่วนที่กังวลก็คือกังวลว่าจะถูกจับ ส่วนที่
เดือดดาล ล้วนเป็นเพราะว่าหั้วไห่กล้าซัดทอดมาถึง
เขา ไม่ยอมถูกจับไปคนเดียว!
“หยวนไค่ไอ้ลูกหมา ทั้งหมดเป็นเพราะแก ถ้าแก
ไม่ยุยงฉัน และเป็นคนวางแผนให้ ฉันคงไม่ทำอะไร
แบบนี้!”
พอเห็นหยวนไค่เดินเข้ามา หั้วไห่ก็ระเบิดความโกรธ
ออกมาในทันที เพราะทั้งหมดนี้ เป็นความผิดของ
หยวนไค่คนเดียว และที่เขายอมคล้อยตามหยวนไค่
ก็ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากว่าหยวนไค่เป็นหลานชาย
ของภรรยาเขา
ถ้าหากหยวนไค่ ไม่ใช่หลานชายของภรรยาเขา
อย่าได้หวังเลยว่า เขาจะยอมทำตามแผนการบ้าๆ
ของหยวนไค่
แต่หั้วไห่ก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่า เหตุผลอีกส่วนหนึ่งที่
เขายักยอกเงินของบริษัทไป ก็คือความโลภของตัวเขา
เอง
“รองประธานหั้ว คุณกำลังพูดเรื่องอะไรกัน?”
หยวนไค่ตีหน้าซื่อ เขาหยุดยืนที่ไม่ไกลจากหั้วไห่
สายตาไม่ได้มองไปที่หั้วไห่ แต่มองไปที่หลี่ฉงเทียน
แทน “ท่านประธาน มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นครับ?”
“หยวนไค่แกไม่รอดหรอก ฉันมีหลักฐานทั้งหมด!”
ขณะที่หลี่ฉงเทียนยังไม่ได้เอ่ยปากตอบหยวนไค่ หั้ว
ไห่ก็คำรามขึ้น
“กะ…แก!” ได้ยินเรื่องนี้ หยวนไค่ก็ไม่สามารถที่จะคุม
ความสงบของตัวเองเอาไว้ได้ ใบหน้าของเขา
เปลี่ยนไปอย่างมาก ถ้าเรื่องนี้ เป็นความจริง เขา
แน่นอนว่าจะถูกจับอย่างไม่ต้องสงสัย
‘ตะ…ต้องหนี!’ หยวนไค่คิดในใจอย่างร้อนรน
ขณะเดียวกัน เขาก็เต็มไปด้วยความเสียใจ เขาน่าจะ
เอะใจตั้งแต่ตอนที่หลี่ฉงเทียนเรียกให้ไปเปิดประตู
ห้องทำงานของหั้วไห่แล้ว
หลังจากมีความคิดที่จะหนีขึ้นมา หยวนไค่ก็ไม่สนใจ
อย่างอื่นอีก เร่งรีบวิ่งไปที่ประตูในทันที
“จับเขา” ซูซินถงแค่นเสียงเย็นชา
ผู้หมวดจงที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากหยวนไค่ รีบพุ่งเข้าไป
เตะตัดขาหยวนไค่ไว้ก่อนที่เขาจะวิ่งออกไปจากห้อง
ตุบ! หยวนไค่ล้มหัวขมำกับพื้น หมดสติไปในทันทันที
หลี่ฉงเทียนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด กำสองมือแน่น
นั่งอยู่ด้วยร่างกายที่สั่นเทา เพราะความโกรธ
เขาไม่ใช่คนโง่แน่นอน เพียงได้เห็นทั้งหมด ก็รับรู้แล้ว
ว่าทุกอย่างที่หั้วไห่พูดออกมาเป็นความจริง!
เมื่อเป็นแบบนี้ จะไม่ให้เขาโกรธได้ยังไง?
ซูซินถงพลันลุกออกจากเก้าอี้ “นำตัวทั้งสองคนไปที่
สถานีตำรวจ และเริ่มทำการสอบสวนอย่างละเอียด”
“ครับ!” ผู้หมวดจงและตำรวจทั้งสองคนรีบทำตาม
นำตัวหยวนไค่ที่หมดสติ กับหั้วไห่ที่ใบหน้าซีดขาว
ราวกับหมดอะไรตายอยากไปในทันที
ในตอนนี้ ไป๋เฉินที่นั่งมาตลอดก็ลุกออกจากเก้าอี้
เห็นได้ชัดว่าเขาหมดธุระที่นี่แล้ว และต้องการที่จะ
ออกไป
ระบบเปลี่ยนชีวิต