System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 356 : ทรมานอย่างสาสม (2)
ไป๋เฉินแน่นอนว่าไม่ไปสนใจว่าหวังเฉิงเย่จะโกรธ
แค้นเขายังไง หลังจากผูกเชือกใส่ขาของหวังเฉิงเย่
เสร็จ เขาก็เอาเชือกอีกเส้นหนึ่งไปผูกไว้ที่ขาของ
หวังฉนเฟิง
เมื่อผูกเสร็จ ไป๋เฉินก็ไม่รอช้า รีบลากร่างของสอง
พ่อลูกตระกูลหวังไปไว้ที่หลังรถยนต์ยี่ห้อหรู
หวังเฉิงเย่ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เพราะ
ถูกลากกับพื้นถนนในขณะที่ยังมีบาดแผลจากการ
ถูกยิงอยู่
‘พระเจ้าได้โปรดช่วยผมด้วย ขอให้ผมได้มีชีวิตรอด
ไปได้ด้วยเถอะ!’
แม้รู้สึกเจ็บปวดเท่าอย่างมาก หวังเฉิงเย่ก็ยังคงไม่ได้
ถอดใจที่จะมีชีวิตอยู่ ถึงเขาจะรู้สึกสิ้นหวังก็ตาม เขา
ได้ร้องอ้อนวอนขอให้พระเจ้าช่วยในใจ แต่พระเจ้า
จะช่วยเขาหรือไม่นั้น ไม่มีใครรู้
“นะ…นายจะทำอะไร?!” ทันใดนั้น หวังเฉิงเย่ก็ร้อง
ออกมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นไป๋เฉินเอาเชือกอีกด้าน
ไปผูกไว้กับท้ายรถยนต์
“อย่างที่เห็น” ไป๋เฉินตอบอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาของ
เขามีแต่ความมุ่งร้าย จากสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้ มัน
เป็นวิธีที่ตัวเขาในอนาคตเคยใช้ทรมานหวังเฉิงเย่กับ
หวังฉนเฟิง จนทั้งสองคนรู้สึกทรมานอย่างสาสม
ก่อนที่จะสิ้นใจตายไป
ซึ่งการที่จะต้องตายไปแบบนี้ก็นับว่าน่าอเนจอนาถ
ไม่น้อยทีเดียว!
“ยะ…หยุด!” หวังเฉิงเย่รู้สึกกลัวจนแทบจะหมดสติ
อยู่แล้ว เขาคิดไม่ถึงเลยว่าไป๋เฉินจะโหดเหี้ยมขนาด
นี้ ถึงกับเอาเขากับพ่อของเขาผูกติดไว้กับท้ายรถ
จากนั้นคงจะขับรถออกไป เพื่อลากพวกเขาสองพ่อ
ลูกไปตามถนนอย่างแน่นอน!
วิธีนี้ถ้าไม่เรียกว่าโหดเหี้ยม ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร
แล้ว!
ไป๋เฉินไหนเลยจะสนใจคำพูดของหวังเฉิงเย่ คนที่
เขาโกรธแค้น เกลียดชังเข้ากระดูกดำ เพียง
พริบตาเดียว เขาก็ผูกเชือกสองเส้นไว้กับท้ายรถ
เสร็จ
“ขะ…ขอร้องละครับ ได้โปรดเมตตาด้วย!” หวังเฉิง
เย่ในตอนนี้ ทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากขอร้องอ้อน
วอน น้ำเสียงของเขาสั่น เต็มไปด้วยการขอความ
เมตตา
ไป๋เฉินใช้สายตาที่เย็นชามองลงไปยังหวังเฉิงเย่
“แล้วแกเคยคิดบ้างไหม ว่าคนที่ถูกแกทำให้ตายไป
นั้น รู้สึกยังไงตอนที่ต้องตายไป!”
“ผะ…ผมสำนึกผิดแล้วครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้ว
เพราะงั้น…เพราะงั้นได้โปรดไว้ชีวิตด้วย!”
เสียงของหวังเฉิงเย่ยิ่งมาก็ยิ่งสั่น เขายังคงขอความ
เมตตาให้ไป๋เฉินไว้ชีวิตอย่างต่อเนื่อง
คำพูดของเขาที่พูดออกมานั้น ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิด
เลยสักนิด ที่เขาพูดออกมาก็เพื่อหวังที่จะมีชีวิตรอด
เท่านั้น
แต่มันก็ไม่แปลกหรอกที่หวังเฉิงเย่จะไม่สำนึกผิด
เพราะเขานั้นเป็นคนที่เห็นแก่ตัว ทำตามที่ใจตัวเอง
ปรารถนาอย่างไม่สนใจอะไร ไม่ว่าใครขวางก็จะต้อง
ตาย เขาไม่เคยสนใจชีวิตที่ตาย เพราะสาเหตุมาจาก
เขาเลยแม้แต่น้อย
“แกฝันไปเถอะ!” ไป๋เฉินแค่นเสียงอย่างเย็นเยือก
จากนั้นก็เดินไปยังประตูรถ เขาเปิดมันออก ก่อนจะ
แบกศพของเจิ้งหยางเข้าไปนั่ง จัดแจ้งให้ขาของเจิ้ง
หยางเหยียบคันเร่งรถไว้
ไป๋เฉินไม่ลืมที่จะเอาเทปออกมาพันเท้าของเจิ้งหยา
งติดกับคันเร่งไว้ให้แน่น
เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าของไป๋เฉินก็
เหมือนว่าจะเปลี่ยนมาเป็นใบหน้าที่น่ากลัวมาก มือ
ของเขาพลันหมุนไปที่กุญแจรถ ทันใดนั้นรถก็ถูก
สตาร์ทขึ้น
เสียงเครื่องยนต์ล้วนแล้วแต่ดังขึ้นมาให้ได้ยิน ผสม
ปนเปไปกับเสียงร้องขอความเมตตาของหวังเฉิงเย่อ
ย่างต่อเนื่อง
ด้วยความที่รถยนต์คันนี้เป็นเกียร์อ้อโต บวกกับ
เหยียบคันเร่งรถไว้อยู่แล้ว จึงทำให้ในทันทีที่สตาร์ท
รถ รถก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างของหวังเฉิงเย่กับ
หวังฉนเฟิง ล้วนแล้วแต่ถูกลากไปตามพื้นถนน!
“อ้ากกก” เสียงของหวังเฉิงเย่ดังขึ้นอย่างเจ็บปวด
หวังฉนเฟิงยังดีที่หมดสติไป ไม่อย่างนั้น ก็คงจะร้อง
ออกมาอย่างเจ็บปวดเหมือนกันกับหวังเฉิงเย่
ไป๋เฉินยืนจ้องมองสองพ่อลูกตระกูลหวังถูกรถลาก
ไป เขาก็รู้สึกพึงพอใจ คิดว่าในที่สุดก็ได้แก้แค้น ได้
ทำให้หวังเฉิงเย่ทรมานอย่างแสนสาหัส อย่างสาสม
กับที่เคยทำไว้กับพ่อแม่ของเขาและเขาแล้ว!
ดีที่ถนนเส้นนี้เป็นเส้นตรงอีกยาวทีเดียว กว่าที่จะถึง
ทางโค้ง จึงทำให้ได้เห็นหวังเฉิงเย่ทรมานนานๆ
ยืนมองอยู่สักพัก ไป๋เฉินก็เลือกที่จะใช้ทักษะเดินชม
ดาวขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาต้องการติดตามดูหวังเฉิงเย่
ทรมานจนกว่าที่จะสิ้นใจตาย!
แน่นอนว่าเป็นการติดตามดูจากบนท้องฟ้า การ
กระทำของเขาทั้งหมด อาจจะถูกมองว่าโหดเหี้ยมไร้
หัวใจ เลือดเย็นจนน่ากลัว แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะ
ถ้าเทียบกับสิ่งที่หวังเฉิงเย่ทำไว้กับเขาแล้ว มันก็
ไม่ได้แตกต่างกันเลย!
เรียกได้ว่าสาสมแล้วกับที่หวังเฉิงเย่โดน!
เวลาผ่านไปหลายนาที เสียงของหวังเฉิงเย่ค่อยๆ
แผ่วลง เสียงของเขาแผ่วลงเรื่อยๆ จนแทบจะไม่มี
เสียงร้องโหยหวนออกมาให้ได้ยินแล้ว แต่กลับมี
เสียงหนึ่งดังขึ้นมาแทน
“อ้ากกก!” เสียงนี้เป็นเสียงร้องโหยหวนที่เต็มไป
ด้วยความเจ็บปวด ซึ่งมันก็ไม่ใช่เสียงของใครที่ไหน
นอกจากเสียงของหวังฉนเฟิง เห็นได้ชัดว่าเขา
รู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว!
เป็นเวลาเดียวกันกับที่หวังฉนเฟิงรู้สึกตัวและร้อง
ออกมาอย่างเจ็บปวดนั้น ได้มีรถยนต์คันหนึ่งขับสวน
มา พอรถยนต์คันนี้ได้ยินเสียงร้องก็ขับช้าลง
พร้อมๆ กันนั้นก็มีคนลดกระจกลงยื่นหน้าออกมาดู
แต่ในทันทีที่ยื่นหน้าออกมาดูนั้น ใบหน้าของเขาก็
ซีดขาว เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
สิ่งที่เขาเห็นนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก รถยนต์คันหนึ่ง
กำลังวิ่งไปด้วยความเร็ว ในขณะที่ลากคนสองคนที่
ถูกผูกเชือกเอาไว้ไปด้วย เลือดสองสายล้วนสามารถ
เห็นได้บนถนน เป็นทางยาวเลยทีเดียว
“ตะ…ต้องโทรแจ้งตำรวจ!” คนขับรถที่สวนมาพูด
ด้วยเสียงสั่น เขารีบโทรแจ้งตำรวจอย่างรวดเร็ว
จากนั้นก็ขับรถจากไปอย่างไม่ลังเล ชัดเจนว่าเขาไม่
กล้าที่จะอยู่ใกล้ๆ
ใครจะรู้ว่าคนที่ขับรถลากคนสองคนนั้นอย่าง
โหดเหี้ยม จะทำอะไรเขา ถ้าหากว่าเขาไปอยู่ใกล้ๆ
ไป๋เฉินสังเกตุเห็นรถคันนั้นอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่มี
ความสนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะยังไงอีกไม่นาน ไม่
ว่าจะเป็นหวังเฉิงเย่หรือหวังฉนเฟิงจะต้องตายอยู่
แล้ว
‘ทำไมฉันจะต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้!’
ในขณะที่รู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะบ้านั้น หวังฉนเฟิง
ได้แต่ร่ำร้องในใจ พร้อมกันนั้นก็คิดว่าทั้งหมดที่เขา
ต้องมาเจอนี้ ล้วนเป็นเพราะเรื่องที่หวังเฉิงเย่เป็นคน
ก่อ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หวังฉนเฟิงอดไม่ได้ที่จะโกรธแค้น
ชิงชังหวังเฉิงเย่ ถึงแม้ที่หวังเฉิงเย่เป็นคนชั่วร้าย ทำ
ให้คนอื่นๆ ตายไปมากมาย จะได้ตัวอย่างมาจากเขา
ก็ตาม เรียกได้ว่าพ่อเลวยังไง ลูกก็เลวยังงั้น!
หวังเฉิงเย่ในตอนนี้แทบจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว เขาไม่รู้
ด้วยซ้ำว่าพ่อของเขากำลังโกรธแค้นชิงชังเขา เพราะ
เขาใกล้ที่จะตายเต็มทีแล้ว!
เลือดไหลออกจากร่างกายของเขาไปมากมาย จน
แทบจะหมดตัว สติเริ่มเลือนลางเต็มที แม้แต่แรงจะ
แหกปากร้องอย่างเจ็บปวดก็ไม่มีแล้ว ภายในหัวใจ
ของหวังเฉิงเย่ แน่นอนว่ากลัวความตาย เขาไม่
อยากที่จะตายแต่จะให้เขาทำยังไงได้ ในเมื่อเขาไม่มี
หวังที่จะมีชีวิตรอดเลยสักนิด!
“ฉันไม่อยากตาย…” มีคำพูดที่แผ่วเบาออกมาจาก
ปากของหวังเฉิงเย่ และมันก็เป็นคำพูดสุดท้ายใน
ชีวิตของเขาแล้ว เขาได้ค่อยๆ สิ้นใจตายไปในที่สุด!
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
ระบบเปลี่ยนชีวิต