System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 369 : อสรพิษสองหาง
เวลาผ่านไปสองชั่วโมง ไป๋เฉินนั่งลูบท้องของตัวเอง
อย่างพึงพอใจ ตรงหน้าของเขามีกองไฟที่ดับแล้ว
แต่ยังมีควันสีขาวลอยออกมาให้เห็น นอกจากนี้ยังมี
กองกระดูกของหมูขนแดงด้วย เป็นกระดูกของมัน
ทั้งตัว
การที่ไป๋เฉินสามารถกินหมูขนแดงที่มีขนาดใหญ่
หมดทั้งตัวได้คนเดียว คงจะต้องขอบใจการที่ได้เป็น
ผู้ฝึกตน เพราะความหิวของผู้ฝึกตนนั้นมากกว่าคน
ธรรมดาหลายเท่า
แต่ก็ใช่ว่าผู้ฝึกตนจะมีความหิวไปตลอด ยิ่ง
ระดับพื้นฐานฝึกตนสูงขึ้นมากเท่าไหร่ ความหิวก็จะ
ค่อยๆ ลดน้อยลงมากเท่านั้น จนสุดท้ายก็จะไม่มี
ความหิวอีก
ชัดเจนเลยว่าผู้ฝึกตนนั้น สามารถอยู่โดยไม่ต้องกิน
ต้องดื่มได้ แต่ระดับที่ไม่ต้องดื่มต้องกินนี้ ก็คือระดับ
ตำนานขึ้นไป
เรียกได้ว่าเป็นหนทางที่ยาวไกลมากทีเดียว ไม่รู้ว่าผู้
ฝึกตนผู้หนึ่ง กว่าที่จะบรรลุถึงระดับตำนานได้ ต้อง
ใช้เวลาไปกี่ร้อยปี
“หมูขนแดงอร่อยกว่ากวางทมิฬอย่างเห็นได้ชัด”
ไป๋เฉินมีรอยยิ้มบนใบหน้า เขาพบว่าเนื้อของหมูขน
แดงอร่อยกว่าเนื้อของกวางทมิฬหลายเท่า เนื้อกวาง
ทมิฬเทียบไม่ติดเลยสักนิดเดียว
“ต่อไปเราจะไม่กินเนื้อกวางทมิฬอีก” ไป๋เฉิน
ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในเรื่องนี้ จากนั้นเขาก็เรียก
หน้าต่างภารกิจย่อยใหม่ขึ้นมาดู แม้ก่อนหน้านี้เขา
จะเห็นไปแล้วรอบหนึ่งก็เถอะ
[ภารกิจย่อย: สังหารสัตว์อสูรระดับกำเนิดขั้นปลาย
1 ตัว]
คำอธิบาย: คุณต้องสังหารสัตว์อสูรระดับกำเนิดขั้น
ปลายหนึ่งตัว
ภารกิจสำเร็จ: ได้รับคะแนน 140 คะแนน + 140
โบนัสมหัศจรรย์
‘ภารกิจนี้ได้คะแนนและโบนัสมหัศจรรย์มาก
ทีเดียว’ ไป๋เฉินคิดในใจ แต่ในทันใดนั้น เขาก็เหมือน
จะนึกบางอย่างออก
ซึ่งเรื่องนี้ก็คือภารกิจย่อย มันไม่มีผลเสียหากว่า
ภารกิจล้มเหลวเลยแม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้อาจจะ
เป็นเพราะเขาสนใจแต่จะรีบทำภารกิจย่อย จึงไม่ได้
สนใจมันสักเท่าไหร่
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ เขานึกขึ้นมาได้แล้ว เป็นไป
ไม่ได้ที่จะไม่สนใจ แต่เขาก็สนใจอยู่ชั่วครู่เดียว
เท่านั้น เพราะการที่ไม่มีผลเสียนี้ มันไม่ได้ส่งผล
อะไรต่อเขาเลย หากแต่จะเป็นผลดีด้วยซ้ำ
ไป๋เฉินพลันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ทันทีที่ลุก
ขึ้นมายืนเต็มตัว สายตาของไป๋เฉินได้มองออกไปยัง
ทางหนึ่ง
ทางนี้ชัดเจนว่าเป็นทางที่ลูกศรสีเขียวชี้ไป แน่นอน
ว่ามันเป็นจุดที่สัตว์อสูรระดับกำเนิดขั้นปลายที่เขา
จะต้องฆ่าอยู่
ถ้าเป็นในเวลาที่ยังไม่ได้รับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์มา ไป๋เฉิน
แน่นอนว่าไม่กล้าที่จะไปตอแยกับสัตว์อสูรระดับ
กำเนิดขั้นปลาย เพราะความแข็งแกร่งของเขา
ในตอนนี้แค่ระดับกำเนิดขั้นกลาง ขืนไปสู้ด้วย มันก็
มีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่
แค่เพียงความเหลี่ยมล้ำของพลังสัตว์อสูรกับมนุษย์ที่
อยู่ในระดับพลังเดียวกันก็นับว่ามากแล้ว เมื่อบวก
กับขั้นพลังสูงกว่าหนึ่งขั้น แล้วแบบนี้ จะเอาอะไรไป
สู้ จะเอาอะไรไปชนะได้
ไป๋เฉินไม่ใช่คนโง่ ถ้าความแข็งแกร่งของเขายังไม่ถึง
ระดับกำเนิดขั้นปลาย เขาคงไม่มีทางเอาชีวิตของ
ตัวเองไปเสี่ยง
แต่เขาที่มีกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นอาวุธระดับสูงในมือ
มีอะไรต้องกลัวสัตว์อสูรระดับกำเนิดขั้นปลายตัว
หนึ่ง ถ้าไม่ใช่สัตว์อสูรระดับก่อร่างโผล่มาหาเขา
ในตอนนี้เขาก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น!
ด้วยความมั่นใจอันเต็มเปี่ยม เท้าของไป๋เฉินเริ่มก้าว
เดินออกไปในทันที เขาก้าวเดินไปอย่างสบาย
อารมณ์ ไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไป
แสงแดดที่สาดส่องลงมา ทำให้ชุดสีเงินของเขาเปล่ง
ประกายระยิบระยับ ดูไปแล้ว กับคล้ายเป็นจอม
ยุทธ์ผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งมาเดินเล่นชมวิวในป่า
เวลากว่าสิบนาทีได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ไป๋เฉิน
เดินมาถึงป่าที่หนาทึบ บรรยากาศรอบด้านดูมืดและ
อึมครึมเล็กน้อย แตกต่างจากจุดที่เขาอยู่ก่อนหน้านี้
อย่างสิ้นเชิง
ใบหน้าของไป๋เฉินเริ่มเคร่งเครียดขึ้น ความจริงจัง
ล้วนแล้วแต่ปรากฏขึ้นมาในดวงตาทั้งคู่ของเขา
ถึงแม้เขาจะมีกระบี่ศักดิ์สิทธิ์อยู่กับตัว ก็ใช่ว่าเขาจะ
มีความประมาทได้
ประสบการณ์ที่มีในความทรงจำที่ตัวเขาในอนาคต
มอบให้ ใช่ว่าจะได้รับมาอย่างง่ายดาย ต้องผ่าน
ความเจ็บปวดทรมานนับไม่ถ้วน มันได้สอนให้เขารู้
ซึ้ง ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ ก็ห้าม
ประมาทโดยเด็ดขาด
เนื่องจากความประมาทแม้เพียงเล็กน้อย อาจจะ
นำมาซึ่งความเสียหายใหญ่หลวงได้ และในกรณีที่
เลวร้ายที่สุด ก็อาจที่จะตายได้!
ขณะที่ไป๋เฉินยืนนิ่งอยู่นั้น พลันมีเสียงการ
เคลื่อนไหวดังขึ้นมาให้ได้ยิน เสียงนี้ดังมาจากพุ่มไม้
ข้างหน้าไม่ห่างจากจุดที่เขาอยู่
ฟึบ!
ทันใดนั้นสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งได้เผยดวงตาที่น่ากลัว เป็น
สีแดงราวกับสีเลือด มันค่อยๆ เผยร่างกายของมัน
ผ่านพุ่มไม้ออกมา
ดวงตาของไป๋เฉินหดแคบลง ร่างกายหดเกร็งแทบ
จะในทันที “อสรพิษสองหาง!”
เขาเห็นร่างที่มีขนาดใหญ่โตเท่าหลักเสาไฟฟ้าของ
มันได้ชัดตา ก็รู้ได้ในทันทีว่ามันเป็นอสรพิษสองหาง
ลักษณะของมันมีความโดดเด่น ลำตัวเป็นสีดำสนิท
มีเกล็ดที่แข็งแกร่งปกคลุม
ส่วนหัวของมันเป็นสีแดง แตกต่างจากตัวลำอย่าง
สิ้นเชิง มันมีสองหางที่มีพิษร้ายแรงอยู่ข้างใน พิษที่
อยู่ปลายหางที่ราวกับเหล็กแหลมของมันนั้น รุนแรง
เสียยิ่งกว่าพิษที่เขี้ยวของมันอีก!
ดวงตาของอสรพิษสองหาง เหมือนจะหดแคบลง
เป็นเส้นตรง เมื่อได้เห็นมนุษย์อย่างไป๋เฉิน
จากระดับความแข็งแกร่งของมัน ที่อยู่ในระดับ
กำเนิดขั้นปลาย ย่อมรับรู้ถึงระดับพื้นฐานฝึกตนของ
ไป๋เฉินได้อย่างง่ายดาย
เมื่อรู้ว่าเขาอยู่ในระดับกำเนิดขั้นกลางเพียงเท่านั้น
มันก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูกคุกคามเลยสักนิด กลับกันมัน
รู้สึกเยาะเย้ยและดูถูกเขาอย่างมาก
มันคิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้ ขณะที่มันพักผ่อนอย่าง
สบายอารมณ์อยู่ จะมีมนุษย์ตัวเล็กกระจ้อยร่อย
ระดับพลังอ่อนแอแบบนี้ ล้วงล้ำเข้ามาในถิ่นของมัน
ในอาณาเขตบริเวณนี้มันเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว มี
สัตว์อสูรน้อยมากที่หาญกล้าเข้ามาในเขตของมัน
เมื่อมีคนกล้าก้าวล้ำเข้ามาแบบนี้ ก็อย่าได้หวังเลยว่า
จะมีชีวิตรอดกลับไป!
อสรพิษสองหางพลันแลบลิ้นสองแฉกยาวออกมา
น้ำลายของมันที่เป็นกรดกัดกร่อนได้หยดลงพื้น พื้น
ถูกกัดกร่อนไปในทันที
มันจ้องมองไป๋เฉินด้วยดวงตาคู่ที่น่ากลัวของมันอยู่
ชั่วขณะ ทันใดนั้นมันก็เริ่มเคลื่อนไหวเลื้อยเข้าหาไป๋
เฉินด้วยความเร็ว
อย่าได้เห็นว่ามันเป็นเพียงแค่สัตว์เลื้อยคลานแล้วจะ
ไม่มีความเร็ว ความเร็วการเลื้อยของมันเร็วมากเลย
ทีเดียว เทียบกับความเร็วของหมูขนแดงแล้ว นับว่า
เร็วกว่ามาก หมูขนแดงเทียบไม่ติดเลยสักนิดเดียว
แต่แม้ว่ามันจะเร็วยังไง ไป๋เฉินก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะยืน
อยู่เฉยๆ เพื่อให้อสรพิษสองหางเข้ามาฆ่า เขารีบ
เคลื่อนไหวในทันทีทันใด
เขาวิ่งสลับเท้าด้วยความเร็วทั้งหมดที่สามารถใช้
ออกได้ไปด้านข้าง การเคลื่อนไหวของเขาเห็นได้ชัด
ว่าเหมือนกับการวิ่งหนี
มองเห็นไป๋เฉินวิ่งหนี อสรพิษสองหางยิ่งรู้สึกดูถูก
เขามากยิ่งขึ้น รู้สึกว่ามนุษย์คนนี้ช่างขี้ขลาดตาขาว
อย่างแท้จริง เทียบกับมนุษย์ที่มันเคยกินมาไม่ได้
อย่างน้อยในจำนวนนั้นก็มีคนที่เลือกจะสู้จนตัวตาย
กับมัน แทนที่จะเลือกวิ่งหนีหางจุกตูดแบบนี้
ไป๋เฉินที่วิ่งหนีอยู่ ไม่ได้รู้ถึงความคิดของอสรพิษสอง
หาง และเขาก็ไม่ได้อยากที่จะรู้ด้วย เพราะเวลานี้
เขากำลังคิดหาโอกาสที่จะฆ่าอสรพิษสองหาง โดย
การที่จะให้มันตายในการโจมตีเดียว
ถ้ามันไม่ตายในการโจมตีเดียว มีโอกาสสูงมากที่มัน
จะตอบโต้เขา เมื่อเป็นอย่างนั้นก็ยากที่จะรับประกัน
ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม ไป๋
เฉินถึงได้มีความคิดที่จะฆ่าอสรพิษสองหางให้ตาย
ในการโจมตีเดียว!
จบบทที่ 369
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
ระบบเปลี่ยนชีวิต