System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 417 : ยั่วโมโห
ด้วยความเร็วของเคล็ดวิชาระดับกลางที่เร็วที่สุด
อย่างเคล็ดวิชา ‘เคลื่อนวายุผันเปลี่ยน’ ทำให้ไป๋เฉิน
ทะยานร่างออกมาจากเมืองฉินเย่วได้อย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ เขาอยู่ห่างจากเมืองฉินเย่วหลายร้อยเมตร
แล้ว ถ้าไปอีกหน่อยก็คงจะกลายเป็นอยู่ห่างจาก
เมืองหนึ่งกิโลเมตร
ไป๋เฉินอาศัยเส้นทางที่มีในความทรงจำ เขาวิ่งผ่าน
ต้นไม้อย่างระมัดระวัง ทิศทางที่เขามุ่งไปในครั้งนี้
แตกต่างจากทิศทางที่ป่าร้อยอสูรอยู่อย่างสิ้นเชิง
ออกมาได้ไกลพอประมาณขนาดนี้แล้ว ไป๋เฉินจะใช้
ดาบบินก็ย่อมได้ ทว่าที่เขาไม่ใช้นั้น เป็นเพราะว่ามัน
อาจจะดึงดูดสายตาของผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าของ
ห้าขุมอำนาจได้
และอาจบางที มันอาจจะดึงดูดสายตาของคนที่
แข็งแกร่งที่สุดในเมืองฉินเย่วอย่างเจ้าเมืองฉินเย่ว ผู้
ฝึกตนระดับตำนานด้วยก็เป็นได้
ด้วยเหตุนี้ ไป๋เฉินจึงระวังไว้ก่อน เพื่อจะได้ไม่เป็น
การประมาท
“มากันแล้ว?” สีหน้าของไป๋เฉินพลันเปลี่ยนไป เมื่อ
เขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนจากอากาศกด้านบน
ห่างจากเขาออกไปหลายเมตร
อย่าได้เห็นว่าเขาเป็นแค่ผู้ฝึกตนระดับปฐพีขั้น
กลางคนหนึ่ง สัมผัสของเขานั้นดีมาก สามารถรับรู้ได้
ในทันทีที่มีคนเข้ามาในระยะสัมผัสของเขา
ไป๋เฉินคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าห้าขุมอำนาจคงจะไม่ปล่อย
เขาไปโดยง่าย แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะติดตามมาเร็ว
ขนาดนี้ และกระทั่งผู้ที่ติดตามมา ไม่ใช่ผู้ฝึกตนระดับ
ปฐพีแต่อย่างใด หากแต่เป็นระดับทะยานฟ้า!
คนที่ติดตามมาเป็นชายชราในชุดสีแดงเพลิง เท้าของ
เขาไม่ได้เหยียบยืนอยู่บนดาบบิน แต่เป็นเหยียบยืน
อยู่บนอากาศ สิ่งนี้บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าเขาก็คือ
ผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้า!
ไป๋เฉินเหลียวไปมองแวบหนึ่งก็รู้ได้ในทันทีว่าชายชรา
คนที่มาเป็นใคร
“หั่วเหยียนกวง!”
จากความทรงจำที่เขาได้รับมาจากตัวเองในอนาคต
เขาย่อมรู้จักผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าทุกคนในเมือง
ฉินเย่ว และชายชราคนนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น เจ้าสำนัก
ของสำนักเพลิงแผดเผา หั่วเหยียนกวง!
“คิดไม่ถึงว่าตาเฒ่าคนนี้จะออกมา” ไป๋เฉินสีหน้า
เย็นเยียบ เร่งท่าเท้าออกวิ่งทะยานผ่านต้นไม้
ข้างหน้าไปอย่างรวดเร็ว
เขาใช้ความเร็วอย่างสุดชีวิต เพื่อที่จะหลบหนีไปจาก
ที่นี่ การเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้า ไม่ใช่
สิ่งที่เขาต้องการ
เพราะต่อให้เขาสามารถใช้สัจธรรมแห่งกาลเวลาหยุด
เวลาได้กับมีกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ในมือ เขาก็ยังไม่มั่นใจว่า
จะสามารถฆ่าผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าคนหนึ่งได้
“เจ้าคิดว่าจะหนีพ้น?” หั่วเหยียนกวงมีสายตาที่คม
กริบราวกับเหยี่ยว เขามองปราดเดียวก็มองเห็นร่าง
ของไป๋เฉินที่กำลังวิ่งทะยานหลบหนีอยู่แล้ว
เขาพลันใช้ออกด้วยก้าวเดียวพริบตาของผู้ฝึกตน
ระดับทะยานฟ้า ร่างของเขาหายวับไป
พริบตาเดียว ก็มาปรากฏในจุดที่ใกล้ไป๋เฉินมาขึ้น
กว่าเดิมหลายเท่า
“เจ้าหนูอย่าคิดจะหนีเลยดีกว่า เรียกผู้อยู่เบื้องหลัง
ของเจ้าออกมาซะ” หั่วเหยียนกวงพูดออกไปด้วย
น้ำเสียงแผ่วเบาเป็นอย่างยิ่ง แต่ใครจะรู้ว่าน้ำเสียงที่
แผ่วเบาของเขา จะทำให้ไป๋เฉินที่อยู่ห่างออกไปได้
ยินอย่างชัดเจน
‘ผู้อยู่เบื้องหลัง?’ ไป๋เฉินขมวดคิ้วขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
ในขณะที่เขาใช้ความเร็วทั้งหมดวิ่งทะยานไปอย่าง
ต่อเนื่อง ไม่มีความคิดที่จะหยุดแม้แต่น้อย
‘สงสัยหั่วเหยียนกวง คงจะคิดว่าเรามีผู้อยู่เบื้องหลัง
ลำพังในสายตาของมัน คงจะไม่คิดว่าเราจะฆ่าผู้ฝึก
ตนระดับปฐพีแปดคนได้’
ความคิดนี้ปรากฏขึ้นมาภายในหัวของไป๋เฉินอย่าง
รวดเร็ว ทำให้เขาเข้าใจในสิ่งที่หั่วเหยียนกวงพูด
“ยังไม่คิดที่จะหยุดอีก!” หั่วเหยียนกวงเริ่มไม่พอใจ
เขาใช้ก้าวเดียวพริบตาอย่างต่อเนื่อง
แต่ในขณะนั้น เขาพลันสังเกตเห็นบางอย่าง ดวงตา
ของเขาต้องหดแคบลงเป็นเส้นตรงอย่างช่วยไม่ได้ ซึ่ง
สิ่งที่เขาสังเกตเห็นนี้ก็คือไป๋เฉินมีความเร็วที่เร็วเป็น
อย่างยิ่ง
ในสายตาของเขา ไป๋เฉินเร็วได้เท่ากับผู้ฝึกตนระดับ
ปฐพีขั้นปลายเลย!
‘ต้องเป็นเคล็ดวิชาระดับสูงแน่ ไม่อย่างนั้นผู้ฝึกตน
ระดับก่อร่างขั้นปลายตัวเล็กๆ คนหนึ่ง จะมีความเร็ว
มากขนาดนี้ได้ยังไง!’ หั่วเหยียนกวงคิด
จากความคิดของเขา เป็นที่ชัดเจนว่าแม้ต่อให้เป็นผู้
ฝึกตนระดับทะยานฟ้า ก็ไม่สามารถที่จะมองผ่าน
การปกปิดระดับพลังพื้นฐานฝึกตนของไป๋เฉินได้
‘ต้องเอามา เคล็ดวิชานี้สำคัญกับสำนักของข้ามาก’
หั่วเหยียนกวงทันใดนั้นก็บังเกิดความโลภขึ้นมา
ดวงตาของเขาค่อยๆ เป็นประกายขึ้น
โดยไม่ลังเล เขาเลิกใช้ก้าวเดียวพริบตาและใช้ออก
ด้วยความเร็วที่มากกว่าครึ่งของตัวเองในทันที
เห็นได้ชัดว่าในตอนนี้ หั่วเหยียนกวงได้ถูกความโลภ
เข้าครอบงำแล้ว ทำให้เขาไม่สนใจแล้วว่าผู้หนุนหลัง
หรือผู้อยู่เบื้องหลังของไป๋เฉินจะออกมาหรือไม่ออก
สิ่งที่เขาสนใจหรือคิดอยู่ก็คือการเอาเคล็ดวิชา
เคลื่อนไหวอันรวดเร็วมาจากไป๋เฉิน
ถ้าได้เคล็ดวิชานี้มา หั่วเหยียนกวงเชื่อว่าสำนักเพลิง
แผดเผาของเขาจะมีความแข็งแกร่งขึ้นมากทีเดียว
“ไม่ดีแล้ว!” ไป๋เฉินพลันมีการแสดงออกทางสีหน้าที่
เปลี่ยนไป หัวใจที่อยู่ภายในร่างกายของเขาเต้นแรง
เป็นอย่างมาก
เขารู้ดีว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป มีหวังหั่วเหยียนกวงได้
ตามเขาทันแน่!
“หั่วเหยียนกวง คิดไม่ถึงว่าคนอย่างเจ้าจะกล้าลงมือ
กับข้า ผู้ฝึกตนระดับก่อร่างคนหนึ่ง”
เสียงตะโกนของไป๋เฉินได้ดังขึ้นมา สาเหตุที่เขา
ตะโกนออกมานั้น เป็นเพราะว่าต้องการยั่วโมโหหั่ว
เหยียนกวง
“เด็กสารเลว คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะรู้จักนามอันสูงส่งของ
ข้าด้วย”
หั่วเหยียนกวงชะงักไปครู่หนึ่ง เผยสีหน้าประหลาด
ใจออกมา ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นดังสั่นไหว
อากาศ เขาคิดไม่ถึงอย่างแท้จริงว่าไป๋เฉินจะรู้จักเขา
ด้วย
“นามอันสูงส่ง?” ไป๋เฉินแค่นเสียงอย่างเย็นชา
“สูงส่งเหลือเกินนะ หั่วเหยียนกางบิดาของเจ้า ไม่ใช่
ว่าเป็นลูกเมียน้อยรึ?”
“เจ้า!” สีหน้าของหั่วเหยียนกวงเปลี่ยนไปแทบจะ
ในทันทีที่ได้ยินคำพูดของไป๋เฉิน คลื่นความโกรธอยู่ๆ
ก็ปรากฏขึ้นมาทั่วร่างของเขา “เจ้ากล้า!”
ไอปราณสีแดงเพลิงพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของ
หั่วเหยียนกวงอย่างมากมาย สั่นไหวอากาศจน
อากาศบิดเบี้ยวไปมา
ดูจากสีหน้าของหั่วเหยียนกวงแล้ว เห็นได้ชัดเจน
แจ่มแจ้งเลยว่าเขาโกรธเป็นอย่างมาก
เรื่องที่ไป๋เฉินพูดออกมา ถือเป็นสิ่งต้องห้าม ไม่ว่าใคร
ก็ห้ามพูดให้เขาได้ยิน!
หั่วเหยียนกางนั้นเป็นพ่อของเขา มีศักดิ์ฐานะเป็นผู้
อาวุโสคนหนึ่งของสำนักเพลิงแผดเผา แต่มีชาติเกิดที่
ต่ำต้อยอยู่บ้าง นั่นก็คือเป็นลูกเมียน้อย
ทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องนี้ จะทำให้หั่วเหยียนกวงโกรธ
เพราะว่าเขากว่าที่จะบรรลุเป็นผู้ฝึกตนระดับทะยาน
ฟ้าและได้เป็นเจ้าสำนักของสำนักเพลิงแผดเผา ชีวิต
ในวัยเด็กของเขาไม่ได้ราบรื่นนัก ต่างถูกข่มเหงรังแก
ด้วยถ้อยคำอันร้ายแรงอย่าง ‘ลูกเมียน้อย’
ความจริงโลกฝึกตนก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้สัก
เท่าไหร่ เพราะการที่ผู้ชายมีภรรยาหลายคนเป็นเรื่อง
ธรรมดา
อย่างไรก็ตาม หั่วเหยียนกวงนั้นดันรับไม่ได้ในเรื่องนี้!
———————————
(´▽`).。o♡เพลิน
ระบบเปลี่ยนชีวิต