System Change Life (ระบบเปลี่ยนชีวิต) - บทที่ 42 : ช่วยเหลือ
“คะ…คุณท่าน! คุณหนู…คุณหนูออกไปจากบ้านแล้วครับ และยังบอกว่า
จะหนีออกจากบ้านและจะไม่กลับมาอีก!”
คำ พูดที่แตกตื่นของพ่อบ้านที่วิ่งเข้ามาในห้องโถงรับแขก ทำให้ใบหน้า
ของหลี่ฉงเทียนและภรรยาเปลี่ยนไป พวกเขาทั้งสองคนลุกจากโซฟา
อย่างรวดเร็ว
“พ่อบ้านจาง นายพูดว่าอะไรนะ?” ใบหน้าของหลี่ฉงเทียนจริงจังมาก
ในตอนนี้ เขารีบถามออกมา และรู้สึกว่าตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า
พ่อบ้านจางหอบหายใจออกมา ก่อนจะตอบ “คุณหนูออกไปจากบ้าน
แล้วครับ ผมและคนอื่นๆ อยากจะหยุดเธอไว้ แต่ก็ไม่ทัน เธอขึ้นรถ
แท็กซี่ไปแล้ว”
“คุณคะ…”
ใบหน้าของภรรยาของหลี่ฉงเทียนถึงกับซีดขาว เธอพูดออกมาด้วย
น ้าเสียงที่แผ่วเบาและแหบพร่า
“ไม่ต้องพูด ส่งคนออกไปตามเธอกลับมา!” หลี่ฉงเทียนพูด ใบหน้าของ
เขาในตอนนี้ไม่สู้ดีนัก
เขาคิดไม่ถึงว่าลูกสาวของตัวเองจะหนีออกจากบ้านไป โดยที่ไม่ได้บอก
ว่าไปที่ไหนแบบนี้
แต่เขาก็พอจะรู้ว่าที่เธอทำแบบนี้ ก็เพราะไม่ต้องการที่จะหมั้นกับซีตง
“ครับ!” พ่อบ้านจางไม่กล้ารอช้า รีบวิ่งออกจากห้องโถงรับแขกไป
ในทันที
หลัง จากพ่อบ้านจางออกไปแล้ว หลี่ฉงเทียนก็ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา
ใบหน้ายังคงไม่สู้ดีอยู่แบบนั้น เขาถอนหายใจออกมา ก่อนจะมองหน้า
ของภรรยาตัวเองที่เต็มไปด้วยความกังวล
“อย่ากังวล เดี๋ยวพวกเขาก็พาหลินเอ๋อร์กลับมา”
ภรรยาของเขาไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอเพียงนั่งลงข้างๆ เขาด้วยใบหน้า
ที่เป็นกังวล
…………………….
ในช่วงบ่ายของวัน ไป๋เฉินกลับมาถึงที่สวนสาธารณะซิงเซียงด้วยการมา
ส่งของหลงซูอิน
หลังจากที่เธอมาส่งเขาเธอก็กลับไป แต่ก่อนที่จะกลับไป เธอก็ไม่ลืมที่
จะกำชับเขาว่าพรุ่งนี้ห้ามสาย ซึ่งเขาก็ได้แต่ตกลง
เมื่อกลับมาถึงที่สวนสาธารณะ ไป๋เฉินก็เดินไปที่ที่จอดรถจักรยานของ
ตัวเองไว้ เพื่อเอารถจักรยานของตัวเอง เพื่อที่จะได้ปั่นกลับบ้าน
ใน มือของเขาในตอนนี้มีถุงกระดาษใส่ของอยู่ แน่นอนว่าของที่อยู่ใน
ถุงกระดาษก็คือชุดสูท แบบครบชุด ที่หลงซูอินพาเขาไปซื้อที่
ห้างสรรพสินค้าซิงหยวน
ในวันนี้เขารู้สึกว่าเขาติดหนี้เธออยู่นิดๆ เพราะเธอไม่เพียงซื้อชุดสูทที่
ราคาแพงกว่า 2,000 หยวน ให้กับเขา
แต่เธอยังคงเลี้ยงข้าวเขาด้วย เขาได้แต่คิดว่าหากเธอมีอะไรให้เขาช่วยใน
อนาคต เขาจะช่วยเธอด้วยความยินดีเลย
พอ มาถึงใต้ต้นไม้ที่จอดรถจักรยานของตัวเอง ไป๋เฉินก็ไปที่รถจักรยาน
ของตัวเอง เขาวางถุงกระดาษใส่ของที่ตะกร้าหน้ารถ จากนั้นเขาก็ขึ้นนั่ง
เบาะ
สุดท้ายก็ปั่นออกจากสวนสาธารณะซิงเซียงไป
ท้อง ฟ้าในตอนบ่ายของวันนี้ไม่ได้มีแดดมากนัก จึงทำให้มันเป็นวันที่
ค่อนข้างที่จะอากาศดี ไป๋เฉินไม่ได้ปั่นจักรยานเร็วนัก เขาปั่นมันอย่าง
ช้าๆ เพื่อซึมซับกับอากาศที่บริสุทธิ์
แต่เขาก็ไม่ได้ใช้เวลานานในการกลับมาถึงที่ย่านการค้าซิงเซิง เขาปั่น
จักรยานมาถึงหน้าทางเข้าย่านการค้า และกำลังจะปั่นเขาไป
แต่ในตอนนั้น เขาก็ได้สังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอย่างซึมเศร้าอยู่ที่
ต้นไม้ข้างทาง
ไป๋ เฉินต้องกำเบรกรถจักรยานเพื่อให้มันหยุด เขามองไปที่ผู้หญิงคนที่
ยืนอยู่ ด้วยความสูงที่ไม่มาก บวกกับหน้าตาที่น่ารักเหมือนกับตุ๊กตา เขา
จำเธอได้ในทันที เธอก็คือหลี่หลิน
“หลี่หลิน” ไป๋เฉินตะโกนขึ้น “เธอกำลังทำอะไรอยู่?”
ได้ยินเสียงที่ตะโกนมา หลี่หลินที่อยู่ในชุดกระโปรงสีเทาได้เงยหน้าขึ้น
เธอมองไปยังคนที่ตะโกนมา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหา
“ไป๋เฉิน”
“เธอ มาทำอะไรที่นี่?” ไป๋เฉินถามเธอ แต่พอเขาได้มองเห็นเธอใกล้ๆ
เขาก็พบว่าขอบตาของเธอบวมแดงเล็กน้อย บวกกับความเศร้าที่
แสดงออกมาบนใบหน้าที่น่ารักของเธอ เธอต้องร้องไห้มาอย่างแน่นอน
“……” หลี่หลินไม่ได้ตอบอะไรเขา เธอเพียงก้มหน้าลง เธอไม่รู้ว่าทำไม
เธอถึงมาที่นี่ แต่ตอนที่เธอเลือกที่จะออกจากบ้านมา เธอก็นึกถึงไป๋เฉิน
เป็นคนแรก
อาจจะเป็นที่เธอนึกถึงเขาก็ได้ ถึงได้ทำให้เธอมายืนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ ใกล้
กับทางเข้าของย่านการค้าซิงเซิง ที่มีบ้านของเขาอยู่ข้างใน
เมื่อเห็นว่าหลี่หลินไม่ตอบ ไป๋เฉินก็ส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย พลางถอน
หายใจออกมา เขาคิดว่าเธอต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างแน่นอน
“ขึ้นมาสิ” เขาพูด
หลี่ หลินไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอก้มหน้า แต่ก็เลือกที่จะขึ้นนั่งซ้อน
ท้ายรถจักรยานของไป๋เฉิน เธอใช้มือทั้งสองข้างของเธอจับที่เสื้อของเขา
พอ หลี่หลินขึ้นมานั่งซ้อนท้ายรถจักรยานของเขาแล้ว เขาก็ปั่นจักรยาน
ออกไป โดยที่ไม่ได้ถามอะไรหลี่หลินอีกแม้แต่คำเดียว เพราะเขาเชื่อว่า
หากเธออยากจะบอกเธอก็คงจะบอกออกมาเอง
ตอนนี้ที่เขาพอจะทำได้ก็คือให้ความช่วยเหลือแก่เธอเท่านั้น
จะ ยังไงเธอก็เป็นคนที่เขาเริ่มที่จะชอบและคิดที่จะขอเธอเป็นแฟน รวม
ไปถึงพัฒนาความสัมพันธ์จนไปถึงขั้นแต่งงานกับเธอ หลังจากที่เขา
จัดการหวังเฉิงเย่และตระกูลหวังแล้ว
“แม่เจ้าโว้ย! ไป๋เฉินพาสาวกลับบ้านด้วย!”
“ฉลอง! แบบนี้พวกเราต้องฉลอง นี่เป็นครั้งแรกที่อาเฉินพาสาวมา
บ้าน!”
“ใช่ๆ เตรียมปิดย่านการค้าฉลองเลย!”
มีเสียงตะโกนดังขึ้นตามทางที่ไป๋เฉินปั่นจักรยานผ่าน ใบหน้าของเขา
แสดงออกมาอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
แต่อีกใจหนึ่งเขาก็รู้สึกอบอุ่น คนภายในย่านการค้าก็เป็นเช่นนี้
บรรยากาศแบบนี้ ทำให้เขารู้สึกสุขใจอย่างแท้จริง
หลี่หลินก้มหน้า ใบหน้าขึ้นสีโดยไม่รู้ตัว เธอไม่เคยคิดเลยว่าคนในย่าน
การค้าซิงเซิงจะตะโกนออกมาแบบนั้น
หัวใจน้อยๆ ของเธอต้องเต้นแรงตามสิ่งที่พวกเขาตะโกนขึ้นมา
แม้ ตอนนี้เธอยังไม่แน่ใจว่ารู้สึกยังไงกับไป๋เฉิน แต่อย่างน้อย เธอก็
พอจะรู้ว่าเวลาที่อยู่กับเขา เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก ซึ่งมันแตกต่าง
จากก่อนหน้านี้ที่เธอเอาแต่เกลียดเขา
“ถึงแล้ว” ไป๋เฉินจอดจักรยานที่ข้างบ้านของเขาและพูดขึ้นมา
หลี่หลินเงยหน้าขึ้น ก่อนจะลงจากรถจักรยาน เธอมองเขาและไม่รู้จะพูด
อะไรออกมาดี
ไป๋เฉินลงจากรถจักรยาน พร้อมกันนั้นเขาก็จอดรถจักรยานไว้